เทศกาลแห่งปี "นวราตรี" ปี 2567 พิธีขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่ประจำปี

Temple & Mutelu

เทศกาลแห่งปี "นวราตรี" ปี 2567 พิธีขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่ประจำปี

01 ต.ค. 2024

เทศกาลนวราตรี หรือ งานแห่พระแม่อุมาเทวี ชายาของพระศิวะ เทพีแห่งความสำเร็จและอำนาจวาสนา กินระยะเวลา 9 คืน เนื่องจากคำว่า นวราตรี มาจากภาษาสันสกฤต คำว่า นว แปลว่าเก้า และ ราตรี แปลว่าค่ำคืน จึงแปลรวมกันว่า "เก้าค่ำคืน" 

ในประเทศไทยเทศกาลนวราตรี จัดขึ้นที่วัดแขกสีลม การจัดงานนวราตรีที่วัดแขกสีลมมีความยิ่งใหญ่และสวยงาม โดยมีผู้คนจากทั่วสารทิศมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นอกจากวัดแขกสีลมแล้ว ยังมีวัดฮินดูอื่นๆ ในประเทศไทยที่จัดงานนวราตรีเช่นกัน โดยนวราตรี 2567 วัดแขก สีลมปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม – 12 ตุลาคม 2567

เหตุผลที่จัดงานนวราตรี

  • บูชาพระแม่: การบูชาพระแม่ทุรคาในช่วงนวราตรีไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความเคารพ แต่ยังเป็นการขอพรให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญก้าวหน้า และปราศจากอุปสรรค นอกจากนี้ยังเป็นการขอให้พระแม่คุ้มครองปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย
  • เฉลิมฉลองชัยชนะ: การเฉลิมฉลองชัยชนะของพระแม่ทุรคาเป็นการย้ำเตือนให้เราเห็นถึงพลังของความดีที่สามารถเอาชนะความชั่วได้เสมอ
  • ส่งเสริมคุณธรรม: เทศกาลนี้เป็นโอกาสอันดีในการปลูกฝังคุณธรรมต่างๆ เช่น ความอดทน ความเพียร ความเมตตา และความศรัทธาในตนเอง

กิจกรรมสำคัญในช่วงนวราตรี

  • การบูชาพระแม่: ในแต่ละคืนของนวราตรี จะมีการบูชาพระแม่ทุรคาในปางที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละปางจะมีสีที่เป็นสัญลักษณ์และมีความหมายเฉพาะตัว เช่น สีแดงสื่อถึงพลัง สีเหลืองสื่อถึงปัญญา เป็นต้น
  • การร้องรำทำเพลง: การแสดงศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การร้องเพลง การเต้นรำ และการแสดงดนตรี เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความรักที่มีต่อพระแม่ทุรคา
  • การฟังพระธรรมเทศนา: การฟังพระธรรมเทศนาจะช่วยให้เราเข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของนวราตรีได้ดียิ่งขึ้น
  • การถือศีล: การถือศีลอด งดเว้นเนื้อสัตว์ และปฏิบัติตนตามหลักศาสนา เป็นการฝึกฝนตนเองให้มีความอดทนและบริสุทธิ์ใจ

กำหนดการนวราตรี 2567 

  • วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เริ่มงานพิธีนวราตรี ประจำปี 2567
  • วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2567  พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาทุรคาเทวี
  • วันเสาร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2567 พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาทุรคาเทวี
  • วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2567 พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาลักษมีเทวี
  • วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2567 พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาลักษมีเทวี
  • วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567 พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาลักษมีเทวี
  • วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2567 พิธีสยุมพรองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีและองค์พระศิวะมหาเทพ
  • วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2567 พิธีบูชาพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีบูชาองค์พระศิวะมหาเทพ
  • วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2567 พิธีบูชาองค์พระแม่ศรีมหาสรัสวตีเทวี
  • วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2567 งานแห่ประเพณี เนื่องในวันวิชัยทัสมิ ประจำปี 2567โดยขบวนแห่เริ่มเคลื่อนออกจากวัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ในเวลาประมาณ 19.30 น. เป็นต้นไป
  • วันจันทร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2567พิธีอัญเชิญธงสิงห์ลง และพิธีอาบน้ำคณะพราหมณ์และคณะคนทรง โดยพิธีเริ่ม 17.00 น. ซึ่งหลังจากเสร็จพิธี คณะพราหมณ์จะผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์ที่ทำพิธีมาแล้วให้แก่สานุศิษย์ทุกท่านฟรี

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปมูกันที่วัดแขก สามารถเดินทางได้ ดังนี้

  • ใช้บริการ BTS ลงที่สถานี สุรศักดิ์ ประตู 3

นวราตรี จึงไม่เพียงแต่เป็นเทศกาลทางศาสนา แต่ยังเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรม และความหมายที่ลึกซึ้ง เป็นการรวมตัวกันของผู้คนที่หลากหลายเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลอง และแสดงความเคารพต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ สายมูห้ามพลาด

 

ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

related Temple & Mutelu

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

09 ม.ค. 2024

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

สายมูทั้งหลายบอกเลย อยากมูให้สุด อยากมูให้ปัง ต้องมากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณแห่ง "วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม แหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพ"วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตั้งอยู่ในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ภายในวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่เหล่าบรรดาผู้ที่นับถือ เดินทางกันมากราบไหว้ ขอพร กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งช่วงเวลากลางวัน และเวลากลางคืนภายในวัดจะมีชุดไหว้กันให้เลือกหลายราคา"ท้าวเวสสุวรรณ" ของที่วัดแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และเข้มขลัง ประทานพรให้สมหวังมากนักต่อนัก จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่นิยมมากราบไหว้จนถึงปัจจุบันนี้นอกจาก "ท้าวเวสสุวรรณ" ที่ขึ้นชื่อของวัดนี้แล้ว ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ได้มากราบสักการะขอพรกันได้อีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวครบเลยหากใครได้ผ่านมาแถวย่านมีนุบรี แล้วกำลังมองหาสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบไหว้ขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองมาที่ "วัดบางชัน" แห่งนี้ แล้วคุณอาจจะได้รับสิ่งดี ๆ กลับไป

สีกระเป๋าสตางค์ เสริมดวงตามวันเกิด

28 ก.ค. 2022

สีกระเป๋าสตางค์ เสริมดวงตามวันเกิด

เพิ่มความปังให้กับตัวเองแบบง่าย ๆ ด้วยของใช้ส่วนตัวอย่าง "กระเป๋าสตางค์" สีไหนดี สีไหนควรใช้ สีไหนควรเลี่ยง ตามวันเกิด 7 วัน จะมีสีไหนใช้แล้วปัง ใช้แล้วโดน รีบจัดตามกันเลยจ้า ทำก่อน เปลี่ยนก่อน ปังก่อน!!วันอาทิตย์สีที่ควรใช้ : สีเขียวอ่อน, สีดำ, สีม่วง, สีน้ำตาลเข้มสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีน้ำเงินเข้ม, สีฟ้าอ่อนวันจันทร์สีที่ควรใช้ : สีดำ, สีม่วง, สีกรมท่าสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีแดง, สีน้ำตาลแดงวันอังคารสีที่ควรใช้ : สีน้ำตาลแดง, สีส้ม, สีเทาเข้มสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีเหลืองอ่อน, สีขาววันพุธ (กลางวัน)สีที่ควรใช้ : สีเหลืองอ่อน, สีครีม, สีฟ้าอ่อนสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีชมพู, สีโอลด์โรสวันพุธ (กลางคืน)สีที่ควรใช้ : สีขาว, สีเทาอ่อน, สีบรอนซ์เงินสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีเหลืองเข้ม, สีส้มวันพฤหัสสีที่ควรใช้ : สีเหลืองอ่อน, สีบรอนซ์ทอง, สีน้ำเงินสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีชมพู, สีม่วงวันศุกร์สีที่ควรใช้ : สีเขียว, สีชมพู, สีม่วงสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีเทาเข้ม, สีกรมท่าวันเสาร์สีที่ควรใช้ : สีกรมท่า, สีแดง, สีม่วงเข้มสีที่ควรหลีกเลี่ยง : สีเขียวอ่อน, สีส้มพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

24 ม.ค. 2025

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

ตรุษจีนกำลังจะมาถึงอีกครั้ง เทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันของโคมแดง กลิ่นธูปหอม และเสียงประทัดที่สร้างความคึกคักไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างเริ่มเตรียมของไหว้ ทำความสะอาดบ้าน และวางแผนไปไหว้พระเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และสุขภาพดีตลอดปีถ้าปีนี้ใครกำลังมองหาวัดจีนสวย ๆ เพื่อกราบไหว้เทพเจ้าและสัมผัสบรรยากาศตรุษจีนแบบเต็มอิ่ม เราได้รวบรวม วัดจีนที่โดดเด่นใน 4 ภาคของประเทศไทย มาให้แล้ว ทั้งวัดดังในเมืองใหญ่และวัดที่อบอวลไปด้วยธรรมชาติ จะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันภาคกลางวัดมังกร หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพวัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส เป็นวัดจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใจกลางย่านเยาวราช โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม และความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าจีนถึง 58 องค์ ภายในวัดประกอบด้วยวิหารท้าวจตุโลกบาล พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน และวิหารเทพเจ้าพิกัด : 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานีวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา มีพระพุทธรัตนมหาพรหม พระประธานอายุกว่า 230 ปี และ “เซียนแปะโรงสี” ที่ผู้คนนิยมบูชาขอพร ด้านการงาน การเงิน และโชคลาภ วัดตกแต่งแบบจีน มีรูปปั้นสิงห์ให้ลูบขอพร เพิ่มพลังใจและความสำเร็จในชีวิตพิกัด: 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ จังหวัดนนทบุรีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ เป็นวัดจีนในนิกายรังสรรค์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม โดยประตูทางเข้าวัดแกะสลักด้วยหินจากประเทศจีน ภายในวัดมีวิหารจตุโลกบาล ประดิษฐานพระโพธิสัตว์และธรรมบาล เช่น พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ท้าวจตุโลกบาล และเทพเจ้าอีก 8 องค์ อาทิ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพแห่งโชคลาภ) และเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย (เทพแห่งดวงชะตา) ซึ่งล้วนได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงพิกัด: 959 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู จังหวัดสมุทรปราการศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู เป็นศาลเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมจีนโบราณ โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินอันปราณีต อีกทั้งยังประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวันจำนวน 5 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าตระกูลหลี่, เทพเจ้าตระกูลฉือ, เทพเจ้าตระกูลอู่, เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" หรือ "โหวงหวังเอี้ย"พิกัด: 5 ซอยมูลนิธิธรรมกตัญญู ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม จังหวัดนครนายกพุทธสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" หรือ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย" ในปางมหาเศรษฐีชัมภล ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ภายในพุทธสถานยังมีเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อของชาวจีนอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮ่งเจีย, เจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเสือ, พระโพธิสัตว์กวนอิม, พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พิกัด: ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายกศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ โดยเชื่อกันว่าการมากราบไหว้ที่นี่จะนำพาโชคลาภ ความร่ำรวย และความสำเร็จมาสู่ผู้สักการะ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์คู่สององค์อย่างสง่างาม อีกทั้งบริเวณภายในศาลทั้งสามด้านยังประดับด้วยภาพเขียนศิลปะจีนที่วิจิตรบรรจงให้รับชมด้วยพิกัด 491/1 หมู่ 1 ถนนมาลัยแมน ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรีอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ จังหวัดนครปฐมอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ เป็นวัดจีนที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศอันเงียบสงบ ริมแม่น้ำท่าจีน ภายในวัดมีจุดเด่นที่สำคัญคือ องค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตและมีความสูงถึง 13.99 เมตร นำเข้าจากประเทศจีนพิกัด 88 หมู่ที่ 1 บ้านพริก ถ.ปื่นเกล้า-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย6 ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมวัดทิพยาวารีวิหาร กรุงเทพวัดนี้มีความสวยงามตามแบบฉบับศิลปะจีน โดยผู้คนนิยมไปขอโชคลาภจากเทพเจ้ามังกรเขียว ภายในโบสถ์อันงดงามนั้นมีเทพเจ้าให้เราได้ขอพรหลายองค์ เช่น พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปสามองค์ตามคติความเชื่อของมหายาน, เจ้าแม่กวนอิมพันกร, ศาลเทพมังกรเขียวที่ถือเป็นเทพเจ้าประจำวัดนี้, พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่พร้อมมอบพรและความสุขให้แก่ผู้ศรัทธาพิกัด 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขต พระนคร, กรุงเทพมหานครภาคเหนือศาลเจ้าปุงเถ่ากง จังหวัดเชียงใหม่"ศาลเจ้าปุงเถ่ากง" เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม ภายในศาลเจ้าขึ้นชื่อเรื่องการแก้ชงและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีพิธีแก้ชงที่ครบถ้วน ตั้งแต่การไหว้เทพเจ้า, การขอพร ไปจนถึงการสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมความโชคดีและความเป็นสิริมงคลในชีวิตพิกัด : 45 ถ. ไปรษณีย์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม จังหวัดเชียงรายวัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในวัดมีสิ่งสำคัญหลายประการ เช่น พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระสหัสสหัตถสหัสสเนตร, พระศรีอาริยเมตไตรยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, ธรรมศาลา, และศาลากตัญญู ทำให้วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธาพิกัด ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดอยสุเทพ 2 โดยมีจุดชมวิวมุมสูงที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าจีนเกือบทุกองค์ให้สักการะบูชาตามความเชื่อ เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากขอพรจะได้รับตามที่หวัง โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายและโชคลาภพิกัด : 699 หมู่ 11 ตำบล วังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตรศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพิจิตรให้ความเคารพนับถือ และยังเป็นสถานที่สอนหนังสือให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้าน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาของศาลเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ส่วนด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่าพิกัด : 299 หมู่ 5 ถนนพิจิตร-บางกระทุ่ม เมืองพิจิตร, พิจิตรวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดสันช้างหิน จังหวัดพะเยาวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นวัดเก่าแก่โบราณที่มีอายุ 178 ปี ภายในวิหารประดิษฐานรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมจากไม้สักท่อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่นี่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายมังกร สร้างบรรยากาศแบบจีนโบราณและมีเครื่องเซ่นกราบไหว้บูชา ผู้คนเข้ามากราบไหว้ขอพรที่นี่ทุกวันพิกัด : 103 หมู่ 7 อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยาศาลเจ้ากวนอู(บู้เบี้ย) จังหวัดเชียงใหม่ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าของความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความกล้าหาญ เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนในเชียงใหม่ได้สักการะบูชาในความศักดิ์สิทธิ์มานาน ภายในศาลเจ้านอกจากมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) แล้ว ยังมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกหลายมุมที่ผู้คนสามารถสักการะได้พิกัด : เลขที่ 95 ตรอกข่วงเมรุหรือตรอกเหล่าโจ๊ว ทางทิศตะวันตกของตลาดวโรรสมูลนิธิวิหารเซียน จังหวัดกำแพงเพชรวิหารเซียนกำแพงเพชรมีลักษณะคล้ายกับวิหารหรือพระอารามแบบวัดจีนมหายานโบราณ มีความสวยงามโดดเด่น ภายในวิหารออกแบบโดยใช้ตำราฮวงจุ้ยและประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ประดิษฐานของพระสังกัจจายน์ เทพจตุรบาล และรูปแกะสลักของเทพเจ้าหลายองค์พิกัด : ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชรวัดห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่“วัดห้วยบง” เป็นวัดที่มีความงดงามด้วยการผสมผสานวิหารแบบไทยและจีน ภายในบริเวณวัดมีการสร้างวิหารสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ผู้คนสามารถกราบไหว้ สักการะ และขอพร ทั้งในแบบไทยและจีน เช่น พระศรีอริยเมตตไตรย์ พระโพธิสัตว์ พระพรหม และเทพเจ้าเซียนต่าง ๆพิกัด : 399/4-6 ถนน เชียงใหม่-แม่โจ้ ตำบล แม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย เชียงใหม่ภาคใต้ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋งเป็นศาลเจ้าที่ชาวเหนือคลองให้ความเคารพศรัทธาและเป็นสถานที่ประกอบพิธีในเทศกาลกินเจ ภายในศาลเจ้านี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ และรวมไปถึงยังมีการแสดงต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจอีกด้วยพิกัด : ตำบล เหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าบางยี่โร จังหวัดชุมพรเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ อายุ 100 กว่าปี เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในศาลเจ้ามีเทพเจ้าให้มาสักการะบูชาขอพรกัน และยิ่งในช่วงเทศกาลกินเจ ทางศาลเจ้าบางยี่โรจะมีการจัดกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมายอีกด้วยพิกัด : ตำบล หลังสวน อำเภอ หลังสวน จังหวัด ชุมพรศาลเจ้าฮกเกี้ยน จังหวัดสุราษฎร์ธานีศาลเจ้าฮกเกี้ยนเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น องค์เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกงจากมณฑลฮกเกี้ยน จำนวน 3 องค์ ซึ่งเป็นเจ้าองค์ประธานของศาลเจ้าฮกเกี้ยน และเจ้าแม่กวนอิมกับเจ้าแม่ทับทิม นอกจากเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของศาลคือ มังกรหน้าศาลที่สามารถพ่นน้ำได้ ซึ่งถือกันว่าน้ำที่มังกรพ่นออกมาคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากราบไหว้พิกัด : 512 ถนน ต้นโพธิ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานีศาลเจ้าแสงธรรม อ๊ามเต่งก้อง จังหวัดภูเก็ตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ตมีการออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบจีน โดยการนำเอารูปปูนปั้นมังกรและตุ๊กตาประดับบนหลังคาศาลเจ้า ด้านในศาลเจ้ามีเทวรูปขององค์เทพเจ้าจีนให้ผู้เข้าชมได้สักการะบูชาหลายองค์ ได้แก่ องค์พระอ๋องซุนต่ายสาย ซึ่งเป็นประธานศาลเจ้าแห่งนี้ และพระตันเซ่งอ๋อง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่สายตระกูลแซ่ตันพิกัด : ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตวัดฉื่อฉาง จังหวัดสงขลาวัดฉื่อฉางเป็นวัดที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทย จีน และทิเบตผสมผสานกันอย่างลงตัว ลวดลายบริเวณผนังกระเบื้องสวยงามและมีเอกลักษณ์อย่างมาก ภายในวัดมีการประดิษฐานเทพเจ้าต่างๆ เช่น เทพกวนอู เจ้าแม่กวนอิมพันกร และพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลพิกัด : ถนนศุภสารรังสรรค์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่กลางเมืองปัตตานีและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในศาลมีรูปปั้นเจ้าแม่และเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน พร้อมทั้งกำหนดจุดสำหรับการไหว้เจ้าแม่และบูชาเทพเจ้าอีกด้วยพิกัด : 63 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู เมืองปัตตานีศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้าโก้วเล้งจี่เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองนราธิวาส ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์พระยูไลเป็นพระประธาน และพ่อปูมังกรดำเป็นเจ้าศาล มีผนังปูนปั้นนูนแสดงภาพขององค์ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ส่วนภายนอกตกแต่งผนังด้วยปูนปั้นวิจิตรสวยงามที่บอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมจีนพิกัด : ถนนพิพิธคีรี ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส บางนาค เมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้ากิวอ่องเอีย จังหวัดตรังศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ศาลเจ้าที่ใหญ่ ชและเก่าแก่ที่สุดแห่งเมืองตรัง ซึ่งในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จะเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมกินเจ รวมถึงที่นี่ยังสามารถมาขอพรจากองค์ท่ามกงเฮี้ยได้ ส่วนใหญ่ที่คนจะมาในเรื่องของกิจการค้าขายประสบความสำเร็จ ขอบุตร ขอหน้าที่การงาน เป็นต้นพิกัด : 169 ถนนท่ากลาง ตำบลทับเที่ยง อำเภออำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังภาคอีสานศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า จ.ขอนแก่นที่นี่ถือว่าเป็นศาลเจ้าหลักที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลในการค้าขาย และช่วยปกป้องให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่ามีสถาปัตยกรรมที่คล้ายเมืองอยู่ในเมืองจีน มีเทพหลายองค์ให้คนที่ผ่านไปมาได้แวะสักการะบูชา อย่าง องค์ปึงเถ่ากงม่า และเจ้าแม่ทับทิมพิกัด : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดนครราชสีมาศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในอีสาน มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำทั่วโลก โดยคำว่า ‘จุยบ่วยเนี่ยว’ แปลว่า เจ้าแม่ชายน้ำ เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ จึงเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ชาวเรือชาวประมง สามารถไปขอพร ขอโชค เงินทอง สุขภาพ เสริมดวง กันได้พิกัด : 333 ถนนโพธิ์กลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานีศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่มีขนาดใหญ่และสถาปัยกรรมที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าเก็บรักษามังกรยาวถึง 99 เมตร นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ เช่น ทีตีแป่บ้อ (ศาลเทพยดาฟ้าดิน), ปึงเถ่ากงม่า (เจ้าปู่เจ้าย่า), ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ตี่จู่เอี้ย (เจ้าที่เจ้าทาง), พระสังกัจจายน์ และฉั่งง่วนส่วย (องค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์) เป็นต้นพิกัด : 888 ถนน 39 ศาลเจ้าเนรมิต ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีศาลเจ้าพุทธก๋ง จ.อุบลราชธานีศาลเจ้าพุทธก๋งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามและโดดเด่น ด้วยหลังคาทรงจั่วประดับด้วยลวดลายมังกรและสัตว์มงคลต่างๆ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าให้สักการะบูชา เช่น องค์พระพุทธก๋งที่เป็นพระประธานของศาลเจ้า รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าแห่งความเมตตา เจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ และเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกด้วยพิกัด : 122 ถนนพรหมเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวักอุบลราชธานีศาลเจ้าตังสี่ จังหวัดสุรินทร์ศาลเจ้าตังสี่เป็นศาลเจ้าที่ชุมชนชาวจีนที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษใช้กราบไหว้บูชาขอพร ที่เรียกว่าตังสี่เพราะเป็นย่านการค้า ที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องการขอพรในด้านการค้าขาย ใครทำมาค้าขายก็อย่าลืมแวะมาขอพรกันได้นะพิกัด : ซอย ศรีหลักเมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ สุรินทร์วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ จังหวัดศรีษะเกษวิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือถูกตั้งขึ้นโดยชาวไทยเชื้อสายจีน ภายในวิหารประดิษฐานพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่นำมาจากประเทศจีน เป็นที่เคารพสักการะของชาวขุขันธ์ และวิหารยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามพิกัด : อ. ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลยมูลนิธิสว่างคีรีธรรมเป็นสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย ภายในบริเวณมีสถาปัตยกรรมจีนหลากหลาย อย่าง มหาวิหารพุทธชยันตี เทวสถานแปดเซียน ตำหนักพระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร และมีไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือวิหารมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ซึ่งด้านหน้าประดิษฐานเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมพันกรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ในการขจัดเหตุเภทภัยอันตรายต่างๆพิกัด : 80/14 ถ.เลยด่านซ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลยศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม จังหวัดนครพนมศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม ตั้งอยู่ภายในวัดโอกาสหรือวัดศรีบัวบาน เป็นศาลคู่อยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ชาวจีนเคารพนับถือและเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองนครพนม ซึ่งที่นี่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าจีนปุงเถ่ากง-ม่า ที่เชื่อว่าขอพรอะไรก็จะได้พิกัด : ถนนศรีเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม