วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

Temple & Mutelu

วัดเล่งเน่ยยี่ (Wat Leng Noei Yi / 龍蓮寺)

16 ธ.ค. 2025

วัดเล่งเน่ยยี่ จุดเริ่มต้นปีใหม่ของสายมู ที่ไม่ได้แค่ “ขอ” แต่คือการตั้งต้นชีวิต

การเริ่มต้นปีใหม่สำหรับสายมู ไม่ใช่เพียงการไหว้พระขอพรให้โชคดี แต่คือการ “ตั้งหลักชีวิตใหม่” และหนึ่งในวัดที่ผู้คนศรัทธาเลือกไปเป็นอันดับต้นๆ คือ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาส 

วัดจีนเก่าแก่ใจกลางเยาวราช ที่เชื่อกันว่าเป็นศูนย์รวมพลังมงคลสำหรับการเปิดดวง เปิดทาง และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในชีวิต

ชื่อ “เล่งเน่ยยี่” มีความหมายว่า วัดมังกร ซึ่งตามความเชื่อจีน มังกรคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความสำเร็จ และการเปลี่ยนผ่าน การเข้าวัดมังกรในช่วงต้นปีจึงเปรียบเหมือนการก้าวผ่านปีเก่า เปิดรับพลังใหม่ และตั้งเจตนาให้ชีวิตเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น

วัดเล่งเน่ยยี่ถือเป็นวัดที่มีเทพเจ้าจีนประดิษฐานอยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ศรัทธาสามารถขอพรได้รอบด้านในที่เดียว เริ่มตั้งแต่ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพสูงสุดแห่งสวรรค์ ผู้คุมกฎแห่งจักรวาล เหมาะสำหรับการขอพรภาพรวมชีวิต ความมั่นคง และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในปีใหม่

ถัดมาคือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภและเงินทอง ผู้คนมักมาขอพรด้านการค้าขาย รายได้ และโอกาสทางการเงิน เชื่อกันว่าหากขอด้วยความตั้งใจและพร้อมลงมือทำ เงินจะหมุนไม่ขาดมือ



สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องปีชงหรืออุปสรรคชีวิต เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย คือองค์สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเทพผู้ดูแลดวงชะตาตามปีนักษัตร การไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยในช่วงต้นปีเปรียบเสมือนการฝากดวง ขอคุ้มครองให้ปีนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น


ด้านความเมตตา ความรัก และความสงบใจ ผู้คนจะมากราบ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ เจ้าแม่กวนอิม เทพที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับฟังความทุกข์ของมนุษย์ เหมาะกับการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ สุขภาพ และปัญหาชีวิตที่ต้องการกำลังใจ

นอกจากนี้ยังมี เทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความน่าเชื่อถือ และการเป็นผู้นำ รวมถึง เทพเจ้าแพทย์ สำหรับผู้ที่ขอพรด้านสุขภาพและการเยียวยาโรคภัย


ตามความเชื่อจีน ช่วงปีใหม่และตรุษจีนคือช่วงเวลาที่พลังฟ้า ดิน และมนุษย์เปิดรับกันมากที่สุด การมาไหว้พระในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การขอพร แต่เป็นการ “ล้างพลังเก่า” และตั้งเจตนาใหม่ให้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเหนื่อย หนัก หรือสะดุด การเริ่มต้นปีที่วัดเล่งเน่ยยี่จึงเหมือนการรีเซ็ตใจและดวงไปพร้อมกัน

การขอพรที่วัดเล่งเน่ยยี่ เชื่อกันว่าไม่ใช่แค่ไหว้ครบ แต่ต้องขอให้ถูกวิธี เริ่มจากการตั้งจิตให้ชัดก่อนจุดธูป รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และพร้อมจะลงมือทำอะไรเพื่อให้พรนั้นเกิดผล
โดยก่อนจุดธูป อย่ารีบ ให้ถามตัวเอง 3 อย่าง

ปีนี้อยาก “ได้อะไร” มากที่สุด

สิ่งนั้นต้อง “ทำอะไรแลก”

ขอเพื่อพัฒนาชีวิต ไม่เบียดเบียนใครหรือไม่

ลำดับการไหว้ก็สำคัญโดยส่วนมากจะเริ่มจากองค์ใหญ่และปิดท้ายด้วยเทพเฉพาะด้านอย่าง
ลำดับที่นิยมและเชื่อว่าพลังไหลลื่นที่สุด

ไหว้ฟ้าดิน / เง็กเซียนฮ่องเต้ – ตั้งหลักชีวิต

ไท้ส่วยเอี๊ย – แก้ชง ตัดอุปสรรค

ไฉ่ซิงเอี๊ย – เปิดทางเงินทอง

กวนอู – ความก้าวหน้า บารมี

เจ้าแม่กวนอิม – ปิดท้ายด้วยความเมตตา

วิธีอธิษฐานที่ได้คนส่วนใหญ่ทำแล้วได้ผล 

“ข้าพเจ้า (ชื่อ–นามสกุล)

เกิดวันที่…

ขอพรเรื่อง…

เพื่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตและผู้อื่น

ข้าพเจ้าพร้อมลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ”

หมายเหตุ : หลีกเลี่ยงคำว่า “ขอรวยเร็ว” , “ขอให้ได้ของคนอื่น”, “ขอให้คนอื่นแพ้” การขอพรเทพควรคิดดีทำดี ไม่ควรคิดร้ายหรือมุ่งร้ายต่อคนอื่น

ของไหว้ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรเป็นของมงคล เช่น ผลไม้ ขนมหวาน และดอกไม้สด หลังไหว้แล้วควรรักษาคำพูดและความคิดให้เป็นบวก เพราะเชื่อกันว่าคำพูดของตัวเองคือพลังที่แรงที่สุด


สำหรับสายมูแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้เราหยุดทบทวนชีวิต ตั้งเป้าหมาย และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลัง ความหวัง และทิศทางที่ชัดขึ้น การขอพรที่นี่จึงไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการบอกตัวเองว่า “ปีนี้ เราจะจริงจังกับชีวิตมากขึ้น”

ที่ตั้ง: ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

  • เปิดทุกวัน: ประมาณ 08.00 – 17.00 น.

ช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น ตรุษจีน / ปีใหม่จีน วัดอาจเปิดเร็วขึ้น และมีผู้คนค่อนข้างหนาแน่น

วิธีการเดินทาง

  • รถไฟฟ้า MRT

ลงสถานี วัดมังกร (ทางออก 1)

เดินออกมาก็ถึงวัดทันที สะดวกมากสำหรับสายมูเมือง

  • รถเมล์

มีหลายสายผ่านถนนเจริญกรุงและเยาวราช

  • รถยนต์ส่วนตัว

พื้นที่หน้าวัดจอดจำกัดแนะนำจอดอาคารจอดรถหรือพื้นที่เอกชนใกล้เคียง แล้วเดินต่อ

 

related Temple & Mutelu

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

25 ก.ย. 2025

เช็คลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเอง เข้าใจราศีและลัคนาอย่างถูกต้อง

เช็คลัคนาราศีเกิดง่ายๆ ด้วยตัวเอง เรียนรู้วิธีดูราศีที่ถูกต้อง พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลัคนาราศีตะวันตกกับแบบไทยเพื่อให้คุณดูดวงได้แม่นยำยิ่งขึ้นหลายคนคงเคยสงสัยว่า ราศี กับ ลัคนา ต่างกันยังไง? แล้วที่เคย เช็คลัคนาราศีเกิด กันมาตลอดนี่มันคือแบบไหนกันแน่? ความสับสนเรื่องราศีดูยังไงนี้มักเกิดขึ้นเพราะมีหลายตำรา หลายศาสตร์ และหลายวิธี ดูราศี หรือ ดูดวง มากมายจนบางครั้งก็ทำให้งงไปหมด ในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับวิธีดูราศีทั้งหมด เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการที่ถูกต้องและสามารถ ดูราศี หรือ เช็คลัคนา ได้อย่างแม่นยำราศีคืออะไร แล้วราศีดูยังไง มาไขข้อข้องใจกันก่อนก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า "ราศี" กันก่อน ราศี คือกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่อยู่ตามแนวเส้นสุริยวิถี หรือเส้นที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่าน กลุ่มดาวเหล่านี้แบ่งออกเป็น 12 กลุ่มใหญ่ ๆ และแต่ละกลุ่มก็ใช้ชื่อสัตว์หรือสิ่งของต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ ได้แก่ ราศีเมษ, ราศีพฤษภ, ราศีเมถุน, ราศีกรกฎ, ราศีสิงห์, ราศีกันย์, ราศีตุลย์, ราศีพิจิก, ราศีธนู, ราศีมังกร, ราศีกุมภ์ และราศีมีนวิธีดูราศี โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากวันที่เราเกิด โดยวันที่ที่ระบุว่าเราเกิดในราศีอะไรนั้น เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเกิดในช่วงวันที่ 15 เมษายน - 14 พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในกลุ่มดาวราศีเมษพอดี ดังนั้นคุณจึงเป็นคนราศีเมษ ตามวิธีดูราศีแบบไทย อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิดแบบตะวันตก ช่วงวันเกิดจะแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยลัคนาราศีตะวันตก ต่างจากแบบปกติอย่างไรเมื่อพูดถึง ลัคนาราศีตะวันตก หลายคนมักจะสับสนกับ วิธีดูราศี แบบไทยที่คุ้นเคยกันดี ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่การนับช่วงเวลาของราศีและวิธีการคำนวณราศีแบบไทย (โหราศาสตร์ไทย)จะใช้ระบบการคำนวณที่อิงจากตำแหน่งดาวในแต่ละช่วงเวลาที่แน่นอน ซึ่งบางครั้งอาจมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งดาวจริง ๆ ทำให้ช่วงวันเกิดในแต่ละราศีอาจเลื่อนไปจากที่เคยท่องจำกันราศีแบบตะวันตก (โหราศาสตร์สากล)จะใช้ระบบการแบ่งช่วงเวลาที่ตายตัว โดยแต่ละราศีจะมีช่วงวันเกิดที่แน่นอนและไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ชาวราศีเมษแบบตะวันตกจะเกิดในช่วงวันที่ 21 มีนาคม - 19 เมษายน ซึ่งหากลองเปรียบเทียบกับ วิธีดูราศี แบบไทยจะเห็นได้ว่าวันเกิดของคนราศีเมษจะอยู่ในช่วงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบางคน เช็คลัคนาราศีเกิด แล้วถึงได้ราศีที่ไม่ตรงกับที่ตัวเองเคยรู้มาลัคนา ต่างกับราศีหรือไม่?คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ลัคนา" กับ "ราศี" เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ ลัคนา และ ราศี นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราศี คือกลุ่มดาวที่เราเป็นเจ้าของตามวันเกิดของเรา ซึ่งเป็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในวันที่เราเกิดลัคนา คือตำแหน่งของกลุ่มดาวที่อยู่ตรงขอบฟ้าทิศตะวันออกใน เวลาที่เราเกิด หรือเรียกว่า "ลัคนาสถิตราศี" นั่นเอง การเช็คลัคนา จึงต้องใช้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการ ดูราศี เพียงแค่วันเกิด เพราะต้องรู้ทั้งวันเกิด, เดือนเกิด, ปีเกิด, และที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเกิด และ สถานที่เกิดการดูดวงที่แม่นยำส่วนใหญ่จะเน้นที่การดูดวงจากลัคนาเป็นหลัก เนื่องจากลัคนาคือตัวตนที่แท้จริงของเรา เป็นเหมือนบ้านที่เราเกิดและเป็นพลังงานพื้นฐานที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา ส่วนราศีคือพลังงานของดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่ามีอิทธิพลน้อยกว่าลัคนาช็คลัคนาราศีเกิดทั้ง 12 ง่ายๆ ด้วยตนเองเช็กลัคนาราศีเกิดด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยแบบเบื้องต้น จากตารางด้านล่างได้เลยช่องที่ตัดกันระหว่างวันเกิดและเวลาเกิดคือ ลัคนา ของคุณวิธีใช้งาน:มองหาช่วง วันเดือนเกิด ที่ช่องซ้ายสุด (แถว)เลื่อนไปทางขวาเพื่อหาช่วง เวลาเกิด ที่ช่องด้านบน (คอลัมน์)วิธีการดูดวงให้ปลอดภัยการดูดวงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่คู่กับสังคมมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การดูดวงควรเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือเป็นเพียงแนวทางในการใช้ชีวิต ไม่ควรนำมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งหมด เพราะชีวิตของเรายังคงขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของเราเองเป็นหลักสำหรับผู้ที่สนใจอยากเช็คลัคนาราศีเกิดหรือดูดวงให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ควรหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลให้ดีก่อนเสมอ นอกจากนี้การดูดวงที่ดีควรมาพร้อมกับการเตือนสติ ไม่ใช่การชี้นำให้หลงทางอ่านดวงรายเดือนได้ที่ Chill Onหากคุณกำลังมองหาคอนเทนต์ดูดวงที่น่าสนใจและแม่นยำ คุณสามารถติดตามดวงรายเดือน ได้ที่ Chill on กินเที่ยว เรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับ ดวง และ โหราศาสตร์ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คลัคนาราศีเกิด การทำนาย ดวงรายวัน หรือการวิเคราะห์ดวงแบบเจาะลึก พร้อมกับคำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีสติและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหากสนใจ ดูดวง ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ดวงไพ่ยิปซี หรือ ดวงจีน เราก็มีคอนเทนต์ที่น่าสนใจให้คุณได้ติดตามอีกมากมาย เพื่อให้คุณได้ค้นหาแนวทางชีวิตที่ใช่และสร้างความสุขให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริง

สายมูห้ามพลาด! ขอพรเสริมความปัง “พระพิฆเนศ”

31 ม.ค. 2025

สายมูห้ามพลาด! ขอพรเสริมความปัง “พระพิฆเนศ”

ใครเป็นสายมูกันบ้าง วันนี้ Atime จะพาทุกคนไปไหว้ขอพร พระพิฆเนศ เนื่องในวันคเณศชยันตี ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยวัน คเณศชยันตี ถือเป็นวันประสูติขององค์พระคเณศ ทำให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาจึงเชื่อว่าในวันนี้องค์พระพิฆเนศจะแผ่บารมีมายังโลกมนุษย์ให้พรอันยิ่งใหญ่ หากใครกำลังต้องการขอพรให้สมปรารถนา หรือกำลังต้องการเสริมความสิริมงคล เพิ่มบุญบารมี วันนี้เราจะพาทุกคนไปเตรียมตัวขอพรไหว้พระพิฆเนศกันขั้นตอนแรก เราไปรู้จักวิธีขอพรจากองค์พระพิฆเนศกัน โดยการขอพรสามารถทำได้ทั้งที่บ้าน หรือที่เทวรูป ถ้าใครไม่มีเทวรูปที่บ้าน แนะนำให้เปิดรูปพระองค์แทน เพื่อตั้งจิตอธิษฐาน และที่สำคัญคือ ระยะเวลาในการไหว้ขอพรก่อนสวดคาถาบูชา ควรไปเวลาที่เงียบ เช่น ตอนเช้าตรู่ ก่อนนอน หรือในที่ ๆ ไร้เสียงรบกวนจะเหมาะสมที่สุดส่วนสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวก่อนไปไหว้ขอพรในวันคเณศชยันตีนั้น มีจำนวน 5 ข้อหลัก ๆ คือ 1.ชำระร่างกายให้สะอาด 2.ใส่เสื้อผ้าเน้นโทนสีสดใสเป็นหลัก เช่น ชมพู ส้ม แดง 3.บูชาด้วยธูปหรือกำยานที่มีกลิ่นหอม 4.ถวายผลไม้ ดอกไม้หอม ดอกชบา ปัญจเมวา (ของถวาย 5 อย่าง ได้แก่ อินทผลัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเกดสีทอง อัลมอนด์ และน้ำตาลกรวด) ธัญพืช และเมล็ดงา 5.การสวดมนต์เพื่อขอพร บริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ นอกจากนี้ผู้ไปไหว้ขอพรและนำสิ่งของไปถวายไม่ควรที่จะนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดไปถวายต่อองค์พระพิฆเนศต่อมาเป็นการท่องบทสวดเพื่อบูชาองค์พระพิฆเนศ เริ่มว่า “โอม เจ มหา กาเนชา เดวา นะมะฮา” จำนวน 108 จบ ตามด้วยบทคเณศคายตรี ซึ่งท่องว่า “โอม กัง คณปัตเย นะโม นะมะหะ ศรี สิทธิวินายักกา นะโม นะ มะหะ อัสถะวินายักกา นะโม นะมะหะ คณปติ บับปา โมรยา มังกามูรติ โมรยา”เมื่อทำการสวดมนต์เพื่อบูชาองค์พระพิฆเนศเสร็จสิ้นแล้ว จึงเริ่มขอพรตามศรัทธาของแต่ละบุคคล ซึ่งการขอพรกับองค์พระพิฆเนศดีอย่างไร วันนี้แอดมินจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับองค์พระพิฆเนศกันสักเล็กน้อย โดย พระพิฆเนศ เป็นองค์เทพแห่งความสำเร็จ ใครที่มีจิตใจศรัทธาต่อพระองค์ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี การสวดคาถาบูชาพระพิฆเนศนั้นจะช่วยให้ชีวิตดียิ่งขึ้น เพิ่มบุญบารมี และสมหวังดั่งใจปรารถนาอย่างแน่นอน แต่ข้อสำคัญคือจะต้องทำจิตใจให้ปราศจากกิเลส ละทิ้งความโลภ โกรธ หลง หากตัวของเราทำสิ่งเหล่านี้ได้ การขอพรและกราบไหว้บูชาองค์พระพิฆเนศจะส่งผลดีต่อผู้มีจิตใจศรัทธาอย่างแท้จริงแบบนี้ใครเป็นสายมู กำลังต้องการที่พึ่งทางใจ วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมไปกราบไหว้ ขอพรองค์พระพิฆเนศ เพื่อเสริมสร้างความสิริมงคลต้อนรับปีใหม่กันนะคะขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก ไทยรัฐออนไลน์

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

09 ม.ค. 2024

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

สายมูทั้งหลายบอกเลย อยากมูให้สุด อยากมูให้ปัง ต้องมากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณแห่ง "วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม แหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพ"วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตั้งอยู่ในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ภายในวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่เหล่าบรรดาผู้ที่นับถือ เดินทางกันมากราบไหว้ ขอพร กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งช่วงเวลากลางวัน และเวลากลางคืนภายในวัดจะมีชุดไหว้กันให้เลือกหลายราคา"ท้าวเวสสุวรรณ" ของที่วัดแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และเข้มขลัง ประทานพรให้สมหวังมากนักต่อนัก จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่นิยมมากราบไหว้จนถึงปัจจุบันนี้นอกจาก "ท้าวเวสสุวรรณ" ที่ขึ้นชื่อของวัดนี้แล้ว ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ได้มากราบสักการะขอพรกันได้อีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวครบเลยหากใครได้ผ่านมาแถวย่านมีนุบรี แล้วกำลังมองหาสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบไหว้ขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองมาที่ "วัดบางชัน" แห่งนี้ แล้วคุณอาจจะได้รับสิ่งดี ๆ กลับไป

"วัดปราสาท" มรดกทางวัฒนธรรมริมคลองบางกร่าง อายุที่ยาวนานกว่า 400 ปี

18 พ.ย. 2024

"วัดปราสาท" มรดกทางวัฒนธรรมริมคลองบางกร่าง อายุที่ยาวนานกว่า 400 ปี

วันนี้ Atime พาทุกคนมาไหว้พระเก่าแก่กันที่ จังหวัดนนทบุรี ณ วัดปราสาท เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดนนทบุรี วัดนี้เคยเป็นค่ายทหารในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ริมคลองบางกร่างเช่นเดียวกับวัดบางกร่าง ด้วยอายุที่ยาวนานกว่า 400 ปีในปัจจุบันนี้ วัดปราสาทกำลังบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยกรมศิลปากร เพื่ออนุรักษ์จิตรกรรม และประติมากรรมวัดปราสาท ทั้งนี้กรมศิลปากรยังขึ้นทะเบียน วัดปราสาท เป็นโบราณสถานแห่งชาติอีกด้วยจุดเด่นที่ของวัดปราสาท คือ อุโบสถของวัด ซึ่งเป็น โบสถ์มหาอุด โดยลักษณะจะมีผนังด้านข้างทั้งสองไม่มีหน้าต่าง ด้านหน้ามีประตูทรงปราสาทประดับลวดลายปูนปั้น ด้านหลังมีเพียงช่องแสงเล็กๆ หลังพระประธานเท่านั้นนอกจากนี้ ลักษณะเด่นของโบสถ์อีกอย่างก็คือ มีลักษณะเป็น อุโบสถทรงท้องเรือสำเภา หรือที่เรียกว่า ตกท้องช้าง ที่ฐานของโบสถ์จะแอ่นคล้ายโค้งของเรือสำเภา เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์สมัยอยุธยาภายในโบสถ์ประดิษฐาน พระพุทธรูป พระประธาน นามว่า หลวงพ่อใหญ่ หรือ พระพุทธรูปปราสาททอง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ ประดิษฐานพร้อมพระสาวกและหมู่พระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิและปางมารวิชัยอีกกว่า 25 องค์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกทั้งที่วัดปราสาทยังมีโซนสะพานอายุยืน ให้คนที่มาไหว้พระ ทำบุญ ได้อธิษฐานกัน หรือจะแวะถ่ายรูปกับสะพาน หรือโคมยี่เป็ง ที่ทางวัดได้ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเพื่อน ๆ คนไหน ที่ชื่นชอบในจิตรกรรม ประติมากรรมของสมัยอยุธยา ต้องห้ามพลาด วัดปราสาท จังหวัดนนทบุรีที่อยู่ : 18 หมู่ 4 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีพิกัด : https://goo.gl/maps/dFYymssKqj33z3fM9เปิดให้เข้าชม : 07.00-18.00 น.ผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน