บทสวดพระแม่ลักษมีศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแนวทางการบูชาให้ปัง

Temple & Mutelu

บทสวดพระแม่ลักษมีศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแนวทางการบูชาให้ปัง

09 ก.ย. 2025

     พระแม่ลักษมีเป็นเทพีแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย และโชคลาภ ผู้ที่ศรัทธามักสวดบทสวดพระแม่ลักษมีเป็นประจำเพื่อเสริมสิริมงคล และขอพรให้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการเงิน การงาน และความรัก อย่างไรก็ตาม การบูชาพระองค์ให้เกิดผลดีสูงสุดจำเป็นต้องมีแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งการปฏิบัติตนและการหลีกเลี่ยงข้อห้ามต่าง ๆ นอกจากการดูดวงออนไลน์หรือการบูชาเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ แล้ว ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับพระแม่ลักษมี ในแง่มุมต่าง ๆ ตั้งแต่ความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นมา บทสวดที่ถูกต้อง ไปจนถึงแนวทางการบูชาเพื่อเสริมโชคลาภให้ปังที่สุด

พระแม่ลักษมีมีความศักดิ์สิทธิ์ด้านใด

     พระแม่ลักษมี เป็นเทพีในศาสนาฮินดูที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของ ความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรือง และความอุดมสมบูรณ์ ตามตำนานเล่าว่าพระองค์ถือกำเนิดขึ้นจากมหาสมุทรในระหว่างการกวนน้ำอมฤตของเหล่าเทวดาและอสูร เมื่อพระแม่ลักษมีปรากฏ พระองค์เลือกที่จะประทับอยู่กับพระนารายณ์ หรือพระวิษณุ ซึ่งเป็นเทพแห่งการปกป้องรักษา ความศักดิ์สิทธิ์ของพระแม่ลักษมีแบ่งออกเป็นหลายด้าน ได้แก่

  • ด้านโชคลาภและความร่ำรวย – ผู้ที่บูชาพระแม่ลักษมีมักได้รับพรให้มีความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา
  • ด้านความเจริญก้าวหน้าในชีวิต – พระองค์ช่วยเปิดทางให้ผู้ศรัทธาประสบความสำเร็จในการงานและธุรกิจ
  • ด้านความรักและครอบครัว – พระแม่ลักษมีเป็นสัญลักษณ์ของภรรยาที่ดีและความรักที่มั่นคง ผู้ที่ต้องการความรักที่มั่นคงหรือครอบครัวที่อบอุ่นก็มักขอพรจากพระองค์
  • ด้านสุขภาพและความอุดมสมบูรณ์ – พระองค์เป็นตัวแทนของพลังงานที่ดี ช่วยปัดเป่าอุปสรรค และนำความสงบสุขมาสู่ชีวิต
     

ร่างอวตารพระแม่ลักษมี

  1. คชลักษมี – พระแม่ลักษมีในปางนี้มีสองมือด้านหลังถือดอกบัว และสองมือด้านหน้าประทานพรพร้อมโปรยเหรียญทอง เป็นเทพีแห่งความสมปรารถนา ช่วยให้ความต้องการของผู้บูชาเป็นจริง ทั้งในด้านการเงินและความสุขในชีวิต
  2. ธัญญลักษมี – หรือที่รู้จักกันในนามพระแม่โพสพ เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เชื่อกันว่าทรงประทานพรให้พืชผลเจริญงอกงาม ช่วยให้เกษตรกรและชาวไร่ชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดี


     
  3. นลักษมี – เทพีแห่งความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติ ทรงมี 6 หรือ 8 กร ถืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ เช่น หอยสังข์ จักร ธนู ดอกบัว และโถอัญมณี พร้อมโปรยเหรียญทองและประทานพรด้านความร่ำรวยแก่ผู้บูชา
  4. อาทิลักษมี – เทพีแห่งความคิดสร้างสรรค์และการเริ่มต้นใหม่ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นโปรเจกต์หรือแผนงานใหม่ ๆ เชื่อกันว่าหากบูชาพระองค์ จะช่วยให้การดำเนินงานราบรื่นและประสบความสำเร็จ


     
  5. วิทยะลักษมี – เป็นเทพีแห่งปัญญา ศิลปศาสตร์ และวัฒนธรรม นอกจากจะประทานความรู้แล้ว ยังช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ และความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ให้แก่ผู้ที่บูชา
  6. วีระลักษมี – ปางแห่งชัยชนะ พระองค์ประทานพรด้านความกล้าหาญ เกียรติยศ และคุ้มครองจากภัยอันตราย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการแข่งขัน หรือเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ


     
  7. วิชัยยะลักษมี – เป็นเทพีที่ให้พลังแห่งความแข็งแกร่งและความกล้าหาญ ช่วยให้ผู้บูชาสามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิต และขจัดความกลัวในใจ ทำให้เกิดความมั่นใจและความมุ่งมั่นมากขึ้น
  8. สันทนะลักษมี – เทพีแห่งครอบครัว เปรียบเสมือนมารดาผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา เชื่อกันว่าพระองค์ช่วยประทานพรด้านความสุขในครอบครัว การมีบุตร และคุ้มครองสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัย

บทสวดพระแม่ลักษมี สวดยังไง

โอม ชยะ ศรี ลักษมี มาตา (3 จบ)

โอม ศรี ลักษะมิไย นะมะห์ (3 จบ)

โอม มหาลักษะ มิไย นะโม นะมะห์

โอม วิษณุ ปรียาไย นะโม นะมะห์

โอม ธะนะ ประทาไย นะโม นะมะห์

โอม วิศวา จะนันไย นะโม นะมะห์

ยา เทวี สะระวะ ภูเตชุ

ลักษมี รูเปนะ สัม สะถิตา

นะมัส ตัสไย / นะมัส ตัสไย / นะมัส ตัสไย

นะโม นะมะห์
 

บทสวดพระแม่ลักษมี ขอความรัก

     บทสวดพระแม่ลักษมี ขอความรักได้ หากต้องการขอพรความรักจากพระแม่ลักษมีให้สัมฤทธิผล มีเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยดึงดูดเนื้อคู่ นั่นคือ ต้องมีจิตใจที่แน่วแน่และมั่นคง พร้อมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส เช่น สีแดง สีชมพู หรือสีบานเย็น ซึ่งเป็นสีที่ช่วยเสริมพลังแห่งความรัก โดยมีขั้นตอนในการขอพร ดังนี้

  • เตรียมของถวาย – ควรจัดเตรียมเครื่องสักการะให้เรียบร้อยก่อนเริ่มพิธี
  • ท่องบทสวด – เริ่มต้นด้วยการสวด "โอมชัยยะศรี ลักษมี มาตา" จำนวน 8 จบ
  • บอกชื่อ-นามสกุลของตนเอง – เพื่อให้พรที่ขอเจาะจงมาถึงตัวเราโดยตรง
  • แจ้งสิ่งที่นำมาถวาย – แสดงความตั้งใจและความเคารพต่อพระแม่ลักษมี
  • เล่าเรื่องราวของตนเอง – อธิบายสถานะความรักในปัจจุบัน และบอกลักษณะของคู่ครองที่ต้องการ เช่น รูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ หรือคุณสมบัติที่อยากให้มี
  • ปิดท้ายด้วยการสวด – เมื่อขอพรเสร็จ ให้สวด "โอม ศานติ ศานติ ศานติ" เพื่อส่งพลังแห่งความสงบและความสมหวัง
     

แนวทางการปฏิบัติตัว เมื่อมีการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระแม่ลักษมี หรือเทพองค์อื่น ๆ นั้น หากปฏิบัติให้ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยเสริมสิริมงคลให้ชีวิต และช่วยให้คำอธิษฐานสัมฤทธิผลได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม การบูชาไม่ใช่แค่การสวดมนต์หรือถวายของไหว้เท่านั้น แต่ยังต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องทั้งทางกาย วาจา และใจ เพื่อให้เกิดพลังงานบวกที่สอดคล้องกับพรที่ขอ ดังนี้

  • มีศรัทธาและความตั้งใจจริง

     ความศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการบูชา ไม่ว่าจะเป็นการขอพรเรื่องใด จิตใจต้องแน่วแน่และเชื่อมั่นว่าการบูชาจะนำพาสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิต การขอพรด้วยใจที่ไม่มั่นคง อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่หวัง

  • แต่งกายสุภาพและสะอาด

     การแต่งกายที่เหมาะสมช่วยเสริมพลังบวกให้กับการบูชา ควรเลือกเสื้อผ้าที่สุภาพและสะอาด โดยเฉพาะเมื่อไปสักการะในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สีเสื้อผ้าก็มีผลต่อพลังงาน เช่น การบูชาพระแม่ลักษมี ควรใส่สีชมพู สีแดง หรือสีทอง เพื่อเสริมโชคลาภและความรัก

  • ใช้เครื่องบูชาที่เหมาะสม

     การถวายของไหว้ต้องเลือกให้เหมาะกับเทพที่บูชา เช่น พระแม่ลักษมี นิยมถวายดอกบัว ดอกดาวเรือง น้ำผึ้ง น้ำนม และขนมหวาน หลีกเลี่ยงของคาว ของมึนเมา และของที่ไม่สะอาด

  • ปฏิบัติตนด้วยศีลธรรมและความดี

     การบูชาเทพเจ้าไม่ใช่แค่การขอพร แต่ต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรม ซื่อสัตย์และมีเมตตาต่อผู้อื่น ไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบใคร การทำดีจะช่วยเสริมให้พรที่ขอสัมฤทธิผลเร็วขึ้น

  • ขอพรอย่างชัดเจนและสมเหตุสมผล

     การขอพรควรระบุให้ชัดเจนและเป็นไปได้ เช่น แทนที่จะขอให้รวยอย่างเดียว ควรขอให้มีโอกาสทางการเงินหรือความมั่นคงในหน้าที่การงาน และควรแสดงความกตัญญูโดยกล่าวขอบคุณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ

  • หมั่นสวดมนต์และบูชาอย่างสม่ำเสมอ

     การบูชาควรทำเป็นประจำ ไม่ใช่แค่เมื่อมีปัญหา สวดมนต์ทุกวันหรือทุกสัปดาห์ช่วยเสริมพลังบวก เวลาที่เหมาะสมคือช่วงเช้าหรือก่อนนอน

  • ทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่น

     การให้ทานและช่วยเหลือผู้อื่นเป็นวิธีเสริมบุญให้พรที่ขอสำเร็จเร็วขึ้น เช่น บริจาคเงิน สิ่งของ หรือช่วยเหลือสัตว์จรจัด การทำดีจะช่วยเพิ่มพลังบวกให้ชีวิต

  • หลีกเลี่ยงข้อห้ามในการบูชา

     การบนบานแล้วผิดคำสัญญาเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ รวมถึงการบูชาพระแม่ลักษมี ข้อห้ามคือ ไม่ควรขอพรโดยหวังให้ผู้อื่นเดือดร้อน การบูชาควรเป็นไปเพื่อความดีงาม ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง


     การบูชาและสวดบทสวดพระแม่ลักษมี อย่างถูกต้องสามารถช่วยเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความสมหวังในความรักได้ อย่างไรก็ตาม ควรปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงข้อห้ามต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับพรจากพระแม่ลักษมีอย่างเต็มที่ สำหรับใครที่ชื่นชอบการดูดวง สายมู มีความศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ หรือสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น สามารถเข้ามาอ่านบทความดูดวงออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Atime ที่นี่มีทั้งบทความให้ความรู้และแนะนำเกี่ยวกับการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้เลือกอ่าน

จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

related Temple & Mutelu

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

25 ก.ย. 2025

วันไหว้พระจันทร์ 2568 : ประวัติ, บทสวด, ของไหว้ และข้อห้าม

เทศกาลสำคัญที่คนไทยเชื้อสายจีนรอคอยกำลังจะมาถึงแล้ว วันไหว้พระจันทร์ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวจะได้มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนอบอุ่น พร้อมกับขนมไหว้พระจันทร์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลนี้ หากคุณอยากรู้ว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ และมีขั้นตอนการไหว้อย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเพณีโบราณที่เต็มไปด้วยความหมายและความเชื่ออันลึกซึ้งเทศกาลวันไหว้พระจันทร์คืออะไร เทศกาลไหว้พระจันทร์ (Moon Festival) หรือที่รู้จักกันในชื่อเทศกาลจงชิว เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจีนที่มีมานานกว่า 3,000 ปี ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงและส่องสว่างที่สุดในรอบปี ตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเรื่องราวของ "ฉางเอ๋อ" เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความสามัคคี การไหว้พระจันทร์จึงเป็นการแสดงความเคารพต่อเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และเป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผลที่อุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ร่วงความหมายของขนมไหว้พระจันทร์แต่ละไส้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้ใน เทศกาลไหว้พระจันทร์ คือขนมไหว้พระจันทร์ ขนมทรงกลมคล้ายดวงจันทร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมงคล ไส้ขนมแต่ละแบบไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่อร่อย แต่ยังแฝงไว้ด้วยคำอวยพรดี ๆ อีกด้วยไส้เม็ดบัว เป็นไส้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและถือเป็นไส้ดั้งเดิมของขนมไหว้พระจันทร์ ความหมายคือ ความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ และความเจริญรุ่งเรืองไส้ถั่วแดง ถั่วแดงเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความปรารถนาดี หมายถึงความรักที่มั่นคง ความสุข และความสามัคคีไส้ทุเรียน สำหรับชาวจีน ทุเรียนคือ "ราชาแห่งผลไม้" ไส้ทุเรียนจึงเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และความสำเร็จไส้โหงวยิ้ง เป็นไส้ที่ประกอบด้วยธัญพืช 5 ชนิด เช่น เมล็ดฟักทอง งาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ โหงวยิ้งหมายถึงธาตุทั้ง 5 ในจักรวาล (ดิน น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ) เป็นสัญลักษณ์ของความมงคลและพลังชีวิตไส้ไข่เค็ม ไข่แดงกลม ๆ เปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องประกาย แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขและความเป็นสิริมงคลขั้นตอนการไหว้พระจันทร์และของที่ต้องเตรียม การไหว้พระจันทร์จะจัดขึ้นในตอนกลางคืน เมื่อพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่าง โดยมีขั้นตอนและของไหว้ดังนี้ ของที่ต้องเตรียมขนมไหว้พระจันทร์: จำนวน 4 ชิ้น หรือเป็นคู่ (อย่างน้อย 4 ชิ้น) หรือเป็นจำนวนเลขคู่ผลไม้: เช่น ส้มโอ ส้ม แอปเปิล และผลไม้ที่มีความหมายมงคลอื่น ๆ จำนวน 4 อย่างธูป: 3 หรือ 5 ดอกเทียน: 1 คู่น้ำชา: 4 ถ้วยของไหว้ที่เป็นมงคล: เช่น โคมไฟ กระดาษเงินกระดาษทอง กระดาษรูปพระจันทร์ดอกไม้: ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น ดอกไม้จีน, ดอกมะลิ ขั้นตอนการไหว้จัดโต๊ะไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (หรือทิศที่มองเห็นพระจันทร์ชัดเจน)นำของไหว้ทั้งหมดจัดวางบนโต๊ะจุดธูปเทียน กล่าวคำอธิษฐานและขอพรจากเทพธิดาฉางเอ๋อ ขอให้ครอบครัวมีความสุข ความสามัคคี และชีวิตรุ่งเรืองเมื่อธูปหมดดอกแล้ว ให้ลาของไหว้และนำไปรับประทานร่วมกันในครอบครัวบทสวดไหว้พระจันทร์ การสวดมนต์เพื่อขอพรจาก องค์จันทราเทพ หรือเทพธิดาฉางเอ๋อ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบสั้น แบบยาว หรือแบบคัมภีร์ ตามความสะดวกและความศรัทธาบทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบสั้น) เป็นบทสวดที่นิยมใช้กันทั่วไป มีความหมายที่กระชับและครอบคลุมตั้งนะโม 3 จบ"โอม จันทรา ศศิประภา นะมะฮา นะโม ไท้อิม ผู่สัก ม่อ ฮ่อ สัก"(จากนั้นกล่าวคำอธิษฐาน)"ข้าแต่จันทราเทพ จันทราเทวี ขออัญเชิญพระองค์มารับเครื่องสักการะบูชาที่ข้าพเจ้าได้จัดถวายในวันนี้ ขอได้โปรดประทานความสุขสงบในจิตใจ ความรักที่มั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ครอบครัวของข้าพเจ้าด้วยเทอญ"บทสวดไหว้พระจันทร์ (แบบยาว) เป็นบทสวดที่ใช้ในพิธีแบบดั้งเดิม เน้นการกล่าวคำบูชาและขอพรที่ละเอียดมากขึ้นตั้งนะโม 3 จบ"สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สัพเพ สังขารา ทุกขา, สัพเพ สังขารา อะนัตตา""วันเพ็ญเดือนแปด ยามแสงจันทราส่องสว่าง พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงเจิดจ้าเหนือพื้นนภา ข้าพเจ้าขออัญเชิญองค์ไท้อิมหรือเทพธิดาฉางเอ๋อ ซึ่งเป็นเทพแห่งจันทรา ผู้ประทานความสงบสุข ความบริสุทธิ์ และความอุดมสมบูรณ์""ในวันมงคลนี้ ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมเครื่องสักการะอันประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ ผลไม้มงคล น้ำชา และดอกไม้หอม เพื่อเป็นการบูชาและแสดงความเคารพต่อพระองค์ ขอพระองค์โปรดรับเครื่องบูชาเหล่านี้และประทานพรให้แก่ข้าพเจ้าและครอบครัว""ขอให้ความรักในครอบครัวมั่นคงและยืนยาวดุจแสงจันทร์ที่ส่องสว่างตลอดคืน ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา และชีวิตราบรื่นปราศจากอุปสรรคใด ๆ ด้วยเทอญ"บทสวด “ไถ่อิมแชกุงเสี่ยเก็ง” หรือ “พระคัมภีร์แม่พระจันทร์” บทสวดนี้เป็นคัมภีร์ที่ใช้สำหรับสวดบูชาและขอบคุณองค์จันทราเทพ (ไท้อิม) โดยเฉพาะ ซึ่งนิยมใช้ในพิธีที่เน้นการแสดงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อบุญคุณของดวงจันทร์คำกล่าวอัญเชิญ:ขอนอบน้อมอัญเชิญพระคัมภีร์แม่พระจันทร์ เพื่อกล่าวขอบคุณในบุญคุณบทสวด:องค์จันทราเทพผู้ส่องสว่างทั่วทุกสารทิศ แสงแห่งความเมตตาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าประทานพรแก่มนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย นำมาซึ่งความสุขสงบและสันติสุขวันนี้ในเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงที่พระจันทร์เต็มดวง ข้าพเจ้าเหล่าศิษย์ผู้ศรัทธา ขอนอบน้อมกราบไหว้ด้วยใจจริงขอขอบพระคุณในบุญคุณและอานุภาพที่ทรงคุ้มครอง ขอให้กรรมชั่วทั้งหลายหมดไป และขอให้ปัญญาเพิ่มพูนขึ้นขอดลบันดาลให้ครอบครัวอยู่กันอย่างปรองดอง สุขภาพแข็งแรง และหน้าที่การงานราบรื่นขอให้โชคลาภเงินทองไหลมาไม่ขาดสาย ขอให้มีแต่ความสุขยืนยาวและปราศจากโรคภัยขอให้แสงจันทร์ส่องสว่างทั่วทั้งจักรวาล ปัดเป่าภัยพิบัติและอุปสรรคทั้งปวง ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามที่ปรารถนาองค์จันทราเทวี ผู้ทรงเมตตายิ่งใหญ่และมีบุญคุณอันหาประมาณมิได้ข้อห้ามที่ไม่ควรทำในวันไหว้พระจันทร์ แม้ว่าจะเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ก็มีข้อห้ามและความเชื่อบางอย่างที่ควรระมัดระวังห้ามชี้หน้าพระจันทร์ การชี้หน้าพระจันทร์ถือว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพแก่เทพเจ้าห้ามตักน้ำกลางแจ้ง เชื่อกันว่าเป็นการรบกวนเทพธิดาห้ามทำกิจกรรมที่เสียงดัง เช่น การสังสรรค์ส่งเสียงดัง เพราะเชื่อว่าจะรบกวนการทำพิธีห้ามรับประทานขนมไหว้พระจันทร์คนเดียว ควรรับประทานร่วมกับครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความรักและความอบอุ่นห้ามสบประมาทพระจันทร์ ไม่ควรพูดจาที่ไม่สุภาพหรือบ่นเกี่ยวกับพระจันทร์เทศกาลแห่งความสุขและความสามัคคีที่รอคอย เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นมากกว่าแค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความรักความผูกพันในครอบครัว การรำลึกถึงบรรพบุรุษ และการขอพรให้ชีวิตมีแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การไหว้พระจันทร์จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่คุณรักและส่งต่อความเชื่อและธรรมเนียมอันดีงามนี้จากรุ่นสู่รุ่น หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของ วันไหว้พระจันทร์ และสามารถเตรียมตัวสำหรับเทศกาลอันแสนพิเศษนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แล้วอย่าลืมมาเฉลิมฉลองกันใน วันที่ 6 ตุลาคม 2568 นี้ หากคุณชื่นชอบบทความดีๆ ที่ช่วยให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวทางวัฒนธรรมและเทศกาลสำคัญต่าง ๆ อย่าลืมติดตามเรื่องราวอีกมากมายได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ความหมายตำแหน่งไฝ ไฝตำแหน่งไหนดี และ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด

07 ก.ค. 2026

ความหมายตำแหน่งไฝ ไฝตำแหน่งไหนดี และ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด

ความหมาย "ตำแหน่งไฝ" เสริมดวงให้ปัง หรือขัดโชคลาภ?เคยสงสัยไหมว่าจุดเล็กๆ บนร่างกายอย่าง "ไฝ" หรือ "ขี้แมลงวัน" ที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด หรือเพิ่งมาขึ้นในภายหลังนั้น สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราได้บ้าง? ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ศาสตร์แห่งโหงวเฮ้งจากฝั่งตะวันออกให้ความสำคัญกับตำแหน่งไฝเป็นอย่างมาก เพราะมีความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าจุดเล็กๆ บนผิวหนังเหล่านี้เปรียบเสมือนแผนที่บอกลายแทงชีวิต สามารถบ่งบอกได้ถึงพื้นดวง การงาน การเงิน ความรัก ไปจนถึงสุขภาพร่างกายในอนาคตคุณอาจจะเคยสังเกตว่า บางคนมีไฝแล้วชีวิตรุ่งโรจน์ เป็นที่รักใคร่เอ็นดู ทำมาค้าขึ้น หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกว่าชีวิตมักจะติดขัด ทำอะไรก็ไม่ค่อยราบรื่น มีอุปสรรคมาขวางกั้นอยู่เสมอ จนเกิดคำถามยอดฮิตในหมู่สายมูเตลูว่าไฝตำแหน่งไหนดีที่ควรเก็บไว้เพื่อเสริมบารมี หรือมีไฝตำแหน่งไหนที่เป็นกาลกิณี ขัดโชคขัดลาภ และควรเอาออกไปให้พ้นๆ บ้าง?ทำไมคนถึงให้ความสำคัญกับ "ตำแหน่งไฝ" ?การดูโหงวเฮ้งจากไฝไม่ใช่เรื่องงมงายหรือเป็นเพียงความเชื่อลอยๆ เสียทีเดียว แต่เป็นสถิติและการสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ที่ถูกจดบันทึกและสืบทอดกันมานับพันปี ไฝเกิดจากการรวมตัวกันของเซลล์สร้างเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง ในมุมมองของความงามยุคใหม่ ไฝบางจุดถือเป็น "Beauty Mark" หรือจุดมหาเสน่ห์ที่เพิ่มเอกลักษณ์ให้กับใบหน้า ทำให้ดูน่าจดจำมากยิ่งขึ้นแต่ในมุมมองของโหงวเฮ้ง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเท่านั้นที่มีความสำคัญ แต่ลักษณะ สี และความนูนของไฝก็มีความหมายซ่อนอยู่เช่นกันไฝสีดำสนิท มีความนูนสวย: มักหมายถึงความชัดเจน พลังอำนาจ ความเป็นผู้นำ และโชคลาภที่โดดเด่น หากอยู่ในตำแหน่งที่ดีจะยิ่งทวีคูณความปังไฝสีแดง หรือ ปานแดง: ตามตำรามักสื่อถึงความโชคดี โชคลาภแบบฟลุคๆ การได้รับมรดก และความสำเร็จที่คาดไม่ถึงไฝสีเทาขุ่น น้ำตาลอ่อน หรือไฝที่แบนราบ: มักตีความว่าเป็นอุปสรรค ความเหนื่อยยาก หรือปัญหาจุกจิกที่ต้องคอยตามแก้ไข มักไม่ค่อยส่งผลดีนักในทางโหงวเฮ้งเช็กด่วน! ตำแหน่งไฝบนหน้าสื่อความหมายอย่างไร?ใบหน้าคือด่านแรกที่ผู้คนมองเห็นและใช้ในการสร้างความประทับใจแรกพบ ตำแหน่งไฝบนหน้าจึงเป็นจุดที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพ พลังงาน และโหงวเฮ้งโดยรวมมากที่สุด ลองหยิบกระจกขึ้นมาสำรวจใบหน้าของคุณไปพร้อมๆกัน ว่ามีไฝซ่อนอยู่ที่จุดไหนบ้าง1. ไฝที่หน้าผาก (โซนสติปัญญาและผู้ใหญ่)ตรงกลางหน้าผาก: เป็นคนฉลาดหลักแหลม มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มักได้รับความอุปถัมภ์ค้ำชูจากผู้ใหญ่ เจ้านายรักใคร่เอ็นดู หากทำงานราชการหรือองค์กรใหญ่จะมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วซ้ายหรือขวา ของหน้าผาก: เป็นคนมีพรสวรรค์เฉพาะตัว รักความก้าวหน้า มีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง หรือหากทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก ทำงานกับชาวต่างชาติจะประสบความสำเร็จสูง2. ไฝที่คิ้ว (โซนญาติพี่น้องและทรัพย์สิน)ซ่อนอยู่ในขนคิ้ว: ตำแหน่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น "ไฝซ่อนทรัพย์" ถือเป็นโหงวเฮ้งที่ดียิ่ง หาเงินเก่ง หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง มักมีเงินเก็บลับๆ ที่ไม่มีใครรู้ และมักมีคนคอยช่วยเหลือยามลำบากเสมอหางคิ้ว: เป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างรุนแรง มักมีคนมารุมจีบหรือให้ความสนใจเยอะ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายเงินตามอารมณ์ เพราะมักจะหมดเงินไปกับการเปย์คนรักหรือการเข้าสังคม3. ไฝที่ตา (โซนความรักและอารมณ์)หางตา: เป็นคนเจ้าเสน่ห์ มีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม เข้ากับคนง่าย แต่อาจมีเรื่องวุ่นวายใจเกี่ยวกับความรักบ่อยครั้ง มักสับรางไม่ทัน หรือมีความรักที่ซับซ้อนใต้ตา (ร่องน้ำตา): ตำแหน่งนี้ถือว่าต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ มักเป็นคนเจ้าน้ำตา อ่อนไหวง่าย มักเสียใจหรือมีเรื่องให้ต้องร้องไห้เกี่ยวกับความรักหรือคนในครอบครัวอยู่เสมอ4. ไฝที่จมูก (โซนโชคลาภและการเงิน)ปลายจมูก: จมูกคือจุดศูนย์กลางของทรัพย์สิน คนที่มีไฝตรงนี้หาเงินเก่งมาก มีโชคลาภทางการเงินเข้ามาเสมอ แต่ก็ใช้เงินเก่งเป็นพายุหมุนเช่นกัน เรียกว่า "เงินผ่านมือเยอะ" เข้าซ้ายทะลุขวาปีกจมูก: มีพรสวรรค์ด้านการค้าขาย เจรจาต่อรองเก่ง มีไหวพริบในการทำธุรกิจ มักประสบความสำเร็จและตั้งตัวได้จากการทำธุรกิจส่วนตัว5. ไฝที่ปาก (โซนการเจรจาและการกิน)ริมฝีปากบน: พูดจาเป็นทรัพย์ เป็นคนมีวาทศิลป์ โน้มน้าวใจคนเก่ง เหมาะกับอาชีพเซลส์ พิธีกร หรือนักการตลาด นอกจากนี้ยังมีดวงเรื่องของกิน มักมีของอร่อยๆ ตกถึงท้อง หรือมีคนพาไปเลี้ยงอาหารบ่อยๆริมฝีปากล่าง: เป็นคนพูดตรงไปตรงมา รักอิสระ คารมคมคาย แต่ต้องระวังคำพูดที่อาจไปทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจนำภัยมาสู่ตัวเพราะความปากไว6. ไฝที่แก้ม (โซนบริวารและอำนาจ)แก้มขวา: มักมีคนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล ทำงานเป็นทีมเวิร์กได้ดี มีเพื่อนฝูงเยอะ และมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นแก้มซ้าย: เป็นคนเก่ง ชอบพึ่งพาตนเอง มีความเป็นผู้นำสูง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี แต่อาจต้องเหน็ดเหนื่อยกับการแบกรับภาระของผู้อื่น มักต้องเป็นเสาหลักของบ้านไฝตำแหน่งไหนดี เสริมดวงเศรษฐี รับทรัพย์รัวๆหากคุณกำลังตั้งคำถามว่าไฝตำแหน่งไหนดี ที่ถือเป็นไฝมงคล ควรพกติดตัวไว้ ห้ามเอาออกเด็ดขาด เพราะเป็นไฝรับทรัพย์ ไฝมหาเสน่ห์ ที่จะช่วยผลักดันให้ชีวิตก้าวหน้า นี่คือลิสต์ตำแหน่งไฝสุดปังที่คุณควรภูมิใจไฝที่ซ่อนในคิ้ว (ไฝซ่อนทรัพย์):ความหมายมงคล: มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ ฉลาดเฉลียว รู้จักเก็บออม มักมีทรัพย์สินงอกเงยแบบเงียบๆอาชีพที่เหมาะสม: นักลงทุน, ที่ปรึกษาทางการเงิน, นักวางแผนธุรกิจไฝที่ริมฝีปากบน (ไฝเจรจาพารวย):ความหมายมงคล: วาทศิลป์เป็นเลิศ เจรจาพาทีเป็นเงินเป็นทอง ผู้ใหญ่เมตตาและเชื่อถือในคำพูดอาชีพที่เหมาะสม: เซลส์, พนักงานขาย, พิธีกร, พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์, นักประชาสัมพันธ์ไฝที่ติ่งหู (ไฝอายุยืน):ความหมายมงคล: ถือเป็นตำแหน่งที่โชคดีมาก บ่งบอกถึงสุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว และมักมีโชคลาภฟลุคๆ เข้ามาบ่อยครั้งอาชีพที่เหมาะสม: ส่งเสริมดีกับทุกๆ อาชีพไฝที่หลังคอ (ไฝผู้ตามอุปถัมภ์):ความหมายมงคล: มีแบคอัพดี คอยหนุนหลังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะตกต่ำแค่ไหนก็จะมีคนมาช่วยพยุงขึ้นไปอาชีพที่เหมาะสม: ข้าราชการ, พนักงานบริษัท, นักการเมืองไฝที่เนินอก (ไฝมหาเสน่ห์):ความหมายมงคล: ดึงดูดเพศตรงข้าม มีออร่าความเย้ายวน เป็นที่สะดุดตาของผู้คนรอบข้าง ไปไหนก็มีแต่คนอยากเข้าหาอาชีพที่เหมาะสม: ศิลปิน, ดารา, นักแสดง, อินฟลูเอนเซอร์, งานบริการประสานงานสายมูต้องรู้! 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด ตัดสิ่งกาลกิณีออกไปถึงแม้ไฝบางจุดจะนำโชคลาภมาให้ แต่ก็มีไฝบางจุดที่ตามตำราโหงวเฮ้งเชื่อกันว่าเป็น "ไฝกาลกิณี" หรือจุดบอดที่ทำให้ชีวิตติดขัด ทำอะไรก็ไม่ราบรื่น ต้องคอยแก้ปัญหาซ้ำซาก นี่คือ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด เพื่อแก้เคล็ดและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณเองไฝใต้ตา หรือ บริเวณร่องน้ำตา (ไฝเจ้าน้ำตา): เป็นตำแหน่งคลาสสิกที่หลายคนมักเอาออก เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตต้องเผชิญกับความผิดหวังเรื่องความรักบ่อยๆ ต้องร้องไห้เสียใจ หรือมักมีเรื่องให้เครียดกังวลเกี่ยวกับคนในครอบครัวอยู่เสมอไฝที่ดั้งจมูก: ดั้งจมูกคือจุดศูนย์รวมของสุขภาพและการเดินทาง ไฝตรงจุดนี้มักทำให้เจ้าตัวเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ มีโรคประจำตัว หรือมักมีอุปสรรคขัดขวางความเจริญก้าวหน้า ทำอะไรก็มักไปไม่ถึงฝั่งฝันไฝที่ร่องแก้ม: เปรียบเสมือนร่องรอยของความเหนื่อยยาก เป็นคนทำงานหนักแต่ได้ผลตอบแทนน้อย มักถูกเอาเปรียบจากเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือลูกน้องบริวาร ทำดีมักไม่ได้ดีไฝที่ใต้ริมฝีปากล่าง: มักมีปัญหาที่เกิดจากการพูด การสื่อสารผิดพลาด หรือที่เรียกว่า "ปากพาซวย" ทำให้เกิดศัตรูได้ง่าย พูดอะไรคนก็มักเข้าใจผิด หรือตีความไปในทางลบไฝที่ลูกกระเดือก หรือ คอหอย: ตำแหน่งนี้ทำให้ชีวิตต้องเผชิญกับความกดดัน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มักต้องแบกรับภาระหนี้สินที่ไม่ใช่ของตนเอง หรือต้องรับหน้าแทนคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนไฝที่บ่า หรือ หัวไหล่: เหมือนคนที่ต้องแบกโลกไว้ทั้งใบ ภาระหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว การงาน หรือการเงิน หาความสบายใจและเวลาพักผ่อนได้ยากไฝที่หลังมือ: เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหาเงินเก่งแต่เก็บเงินไม่อยู่ เงินมักจะรั่วไหลออกไปทางหลังมือ มีรายจ่ายจุกจิก หรือมีคนมาคอยเบียดเบียนเรื่องเงินทองเข้ามาตลอดเวลาไฝที่หัวเข่า: ชีวิตมักต้องเดินทางบ่อยแบบไม่ได้ตั้งใจ โยกย้ายที่อยู่หรือที่ทำงานบ่อย ขาดความมั่นคงและหลักแหล่งในชีวิต มักต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอมุมมองทางการแพทย์: ไฝแบบไหนที่ควรเอาออกเพื่อสุขภาพนอกจากเรื่องของโหงวเฮ้งและความเชื่อแล้ว ในทางการแพทย์ผิวหนังก็ให้ความสำคัญกับตำแหน่งไฝและลักษณะการเปลี่ยนแปลงของไฝเช่นกัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ไฝธรรมดาเหล่านั้นอาจพัฒนาไปเป็น "มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา" (Melanoma) ซึ่งมีความอันตรายสูง หากคุณพบว่าไฝที่คุณมีตรงตามลักษณะของ Checklist "ABCDE" ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อพิจารณาเอาออกทันทีขอบคุณภาพจาก : katudermatologyA - Asymmetry (ความไม่สมมาตร): เมื่อแบ่งครึ่งไฝแล้ว พบว่าครึ่งซ้ายและครึ่งขวาของไฝมีรูปร่างไม่เหมือนกัน ไม่สมดุลกันB - Border (ขอบเขต): ขอบของไฝมีความขรุขระ หยัก ไม่เรียบเนียน ไม่กลืนไปกับผิวหนัง หรือมีขอบเขตที่ไม่ชัดเจนC - Color (สี): ไฝมีสีไม่สม่ำเสมอในเม็ดเดียวกัน เช่น มีทั้งสีดำ น้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน แดง ขาว หรือน้ำเงินปะปนกันอยู่D - Diameter (ขนาด): ไฝมีขนาดใหญ่ผิดปกติ (โดยทั่วไปคือมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่าง่ายๆ คือใหญ่กว่าหัวยางลบดินสอ)E - Evolving (การเปลี่ยนแปลง): ไฝมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งในเรื่องของขนาด รูปร่าง สี ความนูน หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น อาการเจ็บ คัน มีเลือดออก หรือมีน้ำเหลืองซึมวิธีกำจัดไฝที่ปลอดภัยและเป็นที่นิยมในปัจจุบันหากคุณได้ทำการเช็กแล้วว่าไฝที่คุณมีนั้นตรงกับ 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด หรือมีลักษณะสุ่มเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจุบันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มีวิธีกำจัดไฝที่ปลอดภัย รวดเร็ว และแทบไม่ทิ้งรอยแผลเป็น หากดูแลอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ ได้แก่การเลเซอร์ (CO2 Laser): เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เหมาะสำหรับไฝที่มีขนาดเล็กถึงปานกลาง แผลหายไว ไม่ค่อยทิ้งรอย แพทย์จะใช้เลเซอร์ความร้อนสูงจี้ทำลายเซลล์ไฝออกทีละชั้นอย่างแม่นยำการผ่าตัดเล็ก (Excision): เหมาะสำหรับไฝที่มีขนาดใหญ่ นูนมาก หรือแพทย์สงสัยว่าอาจเป็นเซลล์มะเร็ง แพทย์จะทำการฉีดยาชา ตัดชิ้นเนื้อไฝออก และเย็บแผล ข้อดีคือสามารถนำชิ้นเนื้อนั้นส่งไปตรวจทางพยาธิวิทยาที่ห้องแล็บเพื่อความแน่ใจได้การใช้คลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF): คล้ายกับการทำเลเซอร์ แต่จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุในการทำลายเนื้อเยื่อไฝแทน ข้อดีคือเสียเลือดน้อย แผลเรียบเนียน และระยะเวลาฟื้นตัวค่อนข้างเร็วข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด: ห้ามใช้ครีมแต้มไฝ น้ำยาลอกไฝ หรือกรดกำจัดไฝที่ขายตามอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มี อย. เด็ดขาด เพราะสารเคมีเหล่านั้นมักมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อาจทำให้ผิวหนังไหม้ อักเสบ ติดเชื้อ และลุกลามกลายเป็นแผลเป็นนูนคีลอยด์ (Keloid) ที่รักษายากกว่าการเอาไฝออกหลายเท่าตัววิธีเตรียมตัวก่อนตัดสินใจเอาไฝออกเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด เสริมดวงได้จริงอย่างที่ตั้งใจ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจบนใบหน้า ลองเช็กตามรายการด้านล่างนี้ก่อนเดินเข้าคลินิกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไฝที่จะเอาออก ไม่ใช่ไฝมงคลที่ช่วยส่งเสริมชีวิตปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อประเมินลักษณะของไฝ ความลึก และเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดเลือกคลินิกความงามหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย และมีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลอย่างถูกต้องเตรียมเวลาพักฟื้นแผล (ปกติแผลเลเซอร์จะตกสะเก็ดและลอกออกเองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 7-14 วัน ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด)เตรียมอุปกรณ์ดูแลผิวหลังทำ เช่น ครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง ขี้ผึ้งฆ่าเชื้อ และครีมลดรอยแผลเป็น ไว้ใช้ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดหลังจากแผลแห้งสนิทแล้วสรุปตำแหน่งไฝ ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนร่างกายของเราเท่านั้น แต่ในศาสตร์ของโหงวเฮ้ง มันคือร่องรอยที่สะท้อนถึงตัวตน โชคชะตา และความเป็นไปของชีวิต การได้รู้ว่าไฝตำแหน่งไหนดี จะช่วยให้เรามั่นใจและสามารถดึงเอาศักยภาพหรือจุดเด่นนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนการรู้ถึง 8 ตำแหน่งไฝที่ควรกำจัด ก็เปรียบเสมือนการปิดรอยรั่ว กำจัดจุดอ่อน ลดความกังวลใจ และเตรียมพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่ดีกว่าให้เข้ามาในชีวิตอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของเราไม่ได้ถูกขีดเขียนและกำหนดด้วยไฝบนร่างกายเพียงอย่างเดียว ความขยันหมั่นเพียร ความตั้งใจ การพัฒนาตัวเอง และทัศนคติที่คิดบวก คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสำเร็จ แต่ถ้าหากการเลเซอร์ไฝกาลกิณีออกไป ช่วยปลดล็อกความกังวล เพิ่มความมั่นใจให้คุณกล้าที่จะออกไปลุยกับเป้าหมายตรงหน้าได้มากขึ้น การปรับโหงวเฮ้งใบหน้าสักนิดก็ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสุขของตัวเองที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

16 เม.ย. 2025

งานวันเทวสมภพของเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง

งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง งานวันเทวสมภพเจ้าแม่ทับทิม (อาหมาแซ) ประจำปี 2568 ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 เมษายน 2568 โดยวันเทวสมภพตรงกับวันที่ 20 เมษายนกิจกรรมภายในงาน:พิธีสักการะขอพรด้านการงาน โชคลาภ และบุตรการแสดงงิ้วจีนหาชมยากตลอด 3 คืนชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณของศาลเจ้า ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 จากสมาคมสถาปนิกสยามที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กเพจเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองวิธีขอพร:ท่องบทสวดตามที่ศาลเจ้าจัดเตรียมไว้ตั้งจิตอธิษฐาน บอกชื่อ-สกุล วันเกิด และสิ่งที่ต้องการอย่างละเอียด (แนะนำให้ขอพรหลักเพียงข้อเดียว)สามารถถวายอาหาร (ยกเว้นเนื้อวัว) และผลไม้ตามความศรัทธาที่มาของภาพ : PMCUประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง (อึ่งเกี่ยเทียงโห่วเก็ง) เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่านสามย่านกรุงเทพฯ มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 150 ปี เริ่มต้นจากเพิงไม้เล็ก ๆ ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 โดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในสยามศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวจีนในย่าบรรทัดทอง-สามย่าน และเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมและขอพรจากเจ้าแม่ทับทิมที่มาของภาพ : The Peopleมูอะไรได้บ้างที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิม:ขอพรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางเพราะเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพแห่งทะเล เชื่อกันว่าคุ้มครองผู้เดินทางทั้งทางน้ำและทางบกให้ปลอดภัยขอพรเรื่องสุขภาพและการปลดเคราะห์หลายคนมาไหว้เพื่อให้หายจากโรคภัย หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงขอพรเรื่องการงานและโชคลาภนักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้ามักมาไหว้เพื่อให้กิจการราบรื่น มีลูกค้าเยอะ และค้าขายคล่องขอพรเรื่องความรักและครอบครัวบางคนเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมมีเมตตามาก หากตั้งจิตดี ๆ จะช่วยดลใจเรื่องความสัมพันธ์ ครอบครัว และคู่ครองบนบานหรือแก้บนหากเคยขอพรไว้แล้วสมหวัง ก็นิยมกลับมาแก้บน เช่น นำชุดจีน เครื่องไหว้ หรือจัดแสดงงิ้วถวายรายละเอียดงาน:วันที่จัดงาน: 19–21 เมษายน 2568เวลา: 09:00–21:00 น.สถานที่: ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง ใกล้ MRT สามย่าน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมทำบุญสนับสนุนการจัดงานได้ที่ตู้รับบริจาคภายในศาลเจ้าหรือผ่านบัญชีที่ทางศาลเจ้าแจ้งไว้ในเพจอย่างเป็นทางการผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี