“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

Beauty & Health

“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

18 มี.ค. 2025

แพทย์เตือนผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม เสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรงและยาวนาน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทั้งการนอน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาทางระบบประสาทได้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำการป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อน

นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีโรคอื่นร่วมด้วยมีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา โดยเฉพาะอาการปวดเส้นประสาทที่อาจจะรุนแรงและยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี ส่งผลกระทบต่อการนอน การทำงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน บางรายอาจเป็นภาวะซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวจากการเก็บตัวจากสังคม นอกจากนี้ โรคงูสวัดยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเกิดเป็นแผลเป็นถาวร หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทบนใบหน้าได้ ในบางกรณีอาจนำไปสู่การเป็นโรคเส้นเลือดในสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

 

“ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายจะลดลง อีกประเด็นหนึ่ง คือ ผู้ที่มีอายุมากส่วนใหญ่จะมีโรคร่วมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคที่จะต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง เมื่อมี 2 ปัจจัยนี้เข้ามาจึงทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดมากขึ้น”  นพ. วีรวัฒน์ กล่าว

 

โรคงูสวัดเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับอีสุกอีใส แม้ว่าจะหายจากอีสุกอีใสแล้ว แต่เชื้อไวรัสไม่ได้หายไปยังคงแฝงตัวอยู่ในปมประสาท และสามารถกลับมาแสดงอาการได้อีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้น เชื้อไวรัสตัวนี้จะออกมาใหม่ในรูปแบบของโรคงูสวัด โดยอาการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ควบคู่กับมีตุ่มน้ำใสขึ้นตามร่างกาย ทำให้เกิดแผล และระยะหลังจากแผลหายจะมีอาการปวดตามปลายประสาท โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเยอะ รวมถึงผู้ที่มีโรคร่วม อาการปวดจะยิ่งรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

 

“แนวทางป้องกันโรคงูสวัด สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ได้แก่ การออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัย และการรับวัคซีนป้องกัน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดมากกว่าปกติ และวัคซีนชนิดเชื้อเป็นสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การรับวัคซีนจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคงูสวัด และหากเป็นโรคงูสวัดก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและภาวะแทรกซ้อนได้" นพ. วีรวัฒน์ กล่าวสรุป

 

ข้อมูลอ้างอิง

1.       Harpaz, R., et al. (2008). MMWR, 57(RR-5), 1–CE4.

2.       Marra, F., Parhar, K., Huang, B., & Vadlamudi, N. (2020). Open forum infectious diseases, 7(1), ofaa005.

3.       Erskine, N., et al. (2017). PloS one, 12(7), e0181565.

4.       Forbes, H. J., et al (2016). Neurology, 87(1), 94–102.

related Beauty & Health

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

15 ก.ย. 2025

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

Chill on กินเที่ยว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นต้นเหตุของ “อาการปวดหลัง” ที่สร้างความไม่สบาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับสรีระ เช่น เก้าอี้ทั่วไปที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายไอที งานบัญชี งานเขียน หรืองานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ถึงแม้ว่าการนั่งจะดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การนั่งที่ผิดท่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยเฉพาะ อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม หากเราไม่ใส่ใจในท่านั่งหรือไม่ใช้เก้าอี้สุขภาพ ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับสรีระร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้ ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ส่งเสริมการนั่งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเก้าอี้ Ergonomic หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทางเลือกออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิต Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลังปวดศีรษะจากความเครียดของกล้ามเนื้อชาปลายมือหรือแขนจากการกดทับเส้นประสาทการหายใจตื้นเนื่องจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง การใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการนั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และปรับท่าทางให้นั่งได้ในระยะเวลานานอย่างปลอดภัยแนะนำเก้าอี้สุขภาพหรือ เก้าอี้ ergonomic สำหรับการนั่งทำงาน เก้าอี้สุขภาพหรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้ Ergonomic เป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ถูกออกแบบมาด้วยหลักการทางสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนท่าทางการนั่งที่เหมาะสม ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งนาน ๆ คุณสมบัติสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic ที่ควรมองหาพนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลัง - ควรมีพนักพิงที่โค้งเว้าตามแนวกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะช่วงเอว เพื่อช่วยพยุงหลังส่วนล่าง ลดอาการปวดหลังเบาะนั่งปรับระดับได้ - สามารถปรับความสูงของเบาะให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน และความสูงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มที่พนักพิงศีรษะและที่รองแขน - ช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และต้นแขน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือพิมพ์งานต่อเนื่องวัสดุระบายอากาศ - เบาะและพนักพิงควรผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมความร้อนล้อเลื่อนและระบบหมุนรอบตัว - เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ลดแรงบิดของร่างกายขณะเอื้อมของหรือหันซ้ายขวาข้อดีของเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ การลงทุนในเก้าอี้ทำงานสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างแท้จริง ซึ่งข้อดีหลักของเก้าอี้สุขภาพ มีดังนี้ลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันออฟฟิศซินโดรม - เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบให้รองรับโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลัง ช่วยลดแรงกดทับจากการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรือเมื่อยล้าเกินไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวันเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน - เมื่อร่างกายรู้สึกสบายและไม่ต้องเผชิญกับความปวดเมื่อย สมองก็สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะถูกลดทอนลง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ใช้งานจะมีสมาธินานขึ้น ทำงานได้ต่อเนื่อง และมีพลังงานเหลือเฟือในช่วงท้ายของวันปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง - หลายคนไม่รู้ว่าท่านั่งที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การนั่งหลังงอ การห่อตัว หรือการนั่งเอียงตัวซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะสะสมจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียในระยะยาว เก้าอี้สุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้งานนั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดการโค้งงอผิดธรรมชาติของหลัง และส่งเสริมโครงสร้างร่างกายที่สมดุลมากยิ่งขึ้นปรับระดับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน - ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างเล็กหรือใหญ่เก้าอี้ทำงานสุขภาพก็สามารถปรับระดับความสูง ความลึกของเบาะ ที่วางแขน พนักพิงหลัง หรือแม้แต่พนักพิงศีรษะให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว ความยืดหยุ่นในการปรับใช้นี้ ทำให้เก้าอี้สามารถรองรับผู้ใช้งานทุกประเภท และช่วยให้การนั่งทำงานในแต่ละวันรู้สึกพอดีอย่างแท้จริงช้งานได้นาน คุ้มค่าการลงทุน - แม้ว่าเก้าอี้สุขภาพจะมีราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไป แต่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบการปรับที่ซับซ้อน และดีไซน์ที่ผ่านการวิจัยด้านสรีรศาสตร์มาอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก้าอี้ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาอาการปวดหลัง ค่ากายภาพบำบัด หรือค่าเวชภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อนำมาคำนวณในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุดสรุป การดูแลสุขภาพจากการทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ “การนั่งให้ถูกวิธี” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกเก้าอี้สุขภาพ หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ ที่ดีสามารถช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ยั่งยืน โดยสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพได้ตามโชว์รูม หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำที่สนใจ ด้วยราคาของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในยุคนี้ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่อยากอ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การกินเที่ยว หรือรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ Atime มีบทความหลากหลายให้คุณได้ติดตาม รับรองว่าได้ทั้งความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกันจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

Agnos Health ใช้ AI คัดกรองอาการป่วยและรับยาฟรี!

22 มี.ค. 2024

Agnos Health ใช้ AI คัดกรองอาการป่วยและรับยาฟรี!

Agnos ร่วมมือกับสำนักการแพทย์ กรุงเทพฯ ใช้ AI คัดกรองอาการป่วยและรับยาฟรี!Agnos Health ร่วมมือกับ สำนักการแพทย์ กทม. ให้บริการคัดกรองโรคด้วย AI เพื่อลดความแออัดให้โรงพยาบาล โดยคนไข้สิทธิบัตรทอง ที่มีการการเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถรับยาได้ฟรี ที่ร้านขายยาที่ร่วมโครงการสำหรับผู้ที่สนใจสามารถใช้งานฟรี ผ่าน LINE OA ของ Agnos ได้ที่ https://bit.ly/49YoUaH หรือผ่าน LINE OA ของโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ราชพิพัฒน์ รพ.กลาง และรพ.สิรินธรขั้นตอนการใช้บริการ1.เพิ่มเพื่อนใน Line Official ของ Agnos หรือโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อใช้บริการ- Agnos https://bit.ly/49YoUaH (LINE ID: @agnos)- โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ (LINE ID: @1rpp)- โรงพยาบาลกลาง (LINE ID: @klang)- โรงพยาบาลสิรินธร (LINE ID: @1srt)2.เลือกเมนู เช็กอาการป่วยและนัดหมายแพทย์3.เข้าสู่ระบบ และกรอกข้อมูลส่วนตัว4.ตอบคำถาม AI และดูผลวิเคราะห์ที่หน้าแชท Line5.ได้รับรหัส เพื่อไปรับยาฟรี สำหรับผู้มีสิทธิบัตรทอง ผ่านช่องทาง Lineระบบ AI ของ Agnos ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ โดยผ่านการทดสอบมามากกว่า 1 แสนครั้ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 26 สาขาวิชา มีความแม่นยำสูง และมีการใช้งานจริงไปแล้วมากกว่า 2 แสนครั้ง โดย AI จะทำการคัดกรองอาการป่วยออกมาเป็น 3 ระดับ ได้แก่สีเขียว หากผลวิเคราะห์ออกมาเป็นสีเขียว เป็นอาการที่สามารถรับยาที่ร้านยาได้เพื่อดูแลเบื้องต้นได้สิทธิพิเศษ ผู้ที่มีสิทธิบัตรทองหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ตรวจสอบสิทธิ ด้วยตนเองได้ที่ https://eservices.nhso.go.th/eServices/mobile/login.xhtml )สามารถรับยาฟรี! ที่ร้านขายยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมในโครงการ (ตรวจสอบได้ผ่านระบบ Agnos)สีเหลือง อาการรุนแรงปานกลาง สามารถรับยาบรรเทาอาการเบื้องต้นที่ร้านยาใกล้บ้าน หรือทำนัดหมายแพทย์ผ่านทาง agnos หากใช้งานบน Line โรงพยาบาลก็สามารถติดต่อนัดหมายแพทย์ต่อกับทางเจ้าหน้าที่บน Line OA ของโรงพยาบาลได้เลยสีแดง หากอาการรุนแรงมากควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ตามคำแนะนำของเรา โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในอีกหลายโครงการ ที่ Agnos health พัฒนา ร่วมกับ โรงพยาบาลรัฐเพื่อนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพให้กับคนไทย และในอนาคตยังมีโอกาสที่จะขยาย ไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่นต่อไป เพื่อขยายการเข้าถึงอีกบริการในวงกว้างขึ้นโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในอีกหลายโครงการ ที่ Agnos health พัฒนา ร่วมกับ โรงพยาบาลรัฐเพื่อนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพให้กับคนไทย และในอนาคตยังมีโอกาสที่จะขยาย ไปยังโรงพยาบาลแห่งอื่นต่อไป เพื่อขยายการเข้าถึงอีกบริการในวงกว้างขึ้นวิดีโอตัวอย่างการใช้งานบริการ https://www.youtube.com/watch?v=oTc92uCw3S8สำหรับผู้ที่สนใจสามารถใช้งานฟรี ผ่าน LINE OA ของ Agnos ได้ที่ https://bit.ly/49YoUaHโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ Accelerate Impact with Pruksaสอบถามบริการเพิ่มเติมได้ที่ Agnos business contact form (clickup.com)Email: agnoshealth.sales@gmail.comTel: 098-851-7952

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

21 เม.ย. 2025

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

เดือนเมษายน เดือนแห่งความร้อน ทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจนเป็นที่น่าตกใจ ซึ่งภาคเหนือเองได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากมรสุมลมร้อน ทำให้มีอากาศที่ร้อนสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้คุณเป็น “โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” โรคที่ใหม่ในยุคปัจจุบันแต่อาจคร่าชีวิตของคุณ และคนใกล้เคียงได้โรคลมแดด คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส เกิดจากการที่อยู่ในสถานที่ที่อุณหภูมิร้อนมากๆ และร่างกายไม่สามารถปรับตัวลดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท หัวใจ และไต เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้สาเหตุการเกิดโรคลมแดดเกิดจากการอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะขณะที่อากาศร้อนชื้น หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศร้อน อาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายขึ้น เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปจะทำให้เหงื่อระบายได้ยาก การดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ทานน้ำน้อย เป็นต้นกลุ่มคนที่มีโอกาศเป็นโรคลมแดดได้มากกว่ากลุ่มอื่นคือ กลุ่มเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้า และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่ายหรือทหารที่ต้องฝึกหนัก หรือ นักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬาในที่ที่อุณหภูมิร้อนจัด, ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น ต้องเดินทางไปประเทศที่อุณหภูมิอากาศร้อนกว่า หรือเจอมรสุมพายุฤดูร้อน, ผู้ที่ทานยาบางชนิด ได้แก่ ยาลดความดันโลหิตบางประเภท ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคจิตเวช ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาระบาย ยาบ้า โคเคน และผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน หรือเคยเป็นโรคลมแดดมาก่อนอาการของโรคลมแดดอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียสมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติไป เช่น อยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออกคลื่นไส้ อาเจียนผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดงเหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่นชีพจรเต้นเร็วผิดปกติปวดศีรษะไตวาย ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ เอนไซม์ในกล้ามเนื้อสูงผิดปกติวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการควรรีบหลบแดด ย้ายมาอยู่ในที่ร่มถอดเสื้อคลุมที่ไม่จำเป็นออกทำให้ร่างกายเย็นด้วยวิธีต่างๆ เช่น รดตัวด้วยน้ำเย็น เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นโดยเฉพาะที่บริเวณหลังคอ ข้อพับ และขาหนีบ เป่าพัดลมที่มีไอน้ำเย็น เปิดแอร์ดื่มน้ำ และน้ำเกลือแร่ให้มากๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่อีกทั้งยังมีวิธีการป้องกันไม่ให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายๆ อาทิ สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและบาง เพื่อให้ผิวหนังได้มีการถ่ายเทความร้อนออกไปได้ง่ายขึ้น ใช้อุปกรณ์บังแดด เช่น ร่ม หมวกปีกกว้าง แว่นตากันแดด และทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ไม่ควรอยู่ในรถที่จอดกลางแดด อุณหภูมิในรถสามารถขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึง 50 องศาเซลเซียส ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถเด็ดขาด หาเวลาพักมาอยู่ในที่ร่มเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่ร้อนสุดคือช่วงกลางวัน ถ้าต้องการออกกำลังกายควรออกเวลาที่เย็นที่สุดของวัน คือตอนรุ่งเช้า และตอนเย็น ถ้ายังไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น เพิ่งย้ายมาอยู่ในประเทศที่ร้อนกว่าที่เดิม ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการออกกำลังกายหนักในระยะแรก จนกว่าร่างกายจะชินกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น ถ้าทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น มีโรคประจำตัว สูงอายุ ทานยาที่มีความเสี่ยง ควรสังเกตอาการตนเอง ถ้าเริ่มมีอาการที่เข้าได้กับโรคลมแดด ควรรีบปฐมพยาบาลตนเองเบื้องต้น และรีบไปโรงพยาบาลทันทีขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ

เสริมบุคลิกภาพกับคลาสพิลาทิส ที่ POP Pilates Thailand

05 มี.ค. 2025

เสริมบุคลิกภาพกับคลาสพิลาทิส ที่ POP Pilates Thailand

เนื่องจากปัญหาทางมลภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งเรื่องการกิน และการออกกำลังกาย วันนี้ Atime จึงอยากพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับ “พิลาทิส” กันว่าการออกกำลังกายประเภทนี้ดีกับตัวเราอย่างไรพิลาทิส การออกกำลังกายที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยการออกกำลังกายเป็นการทำกิจกรรมที่ส่งเสริมความเเข็งเเรง เเละสุขภาพของร่างกาย เเละควรออกเป็นประจำอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ การเล่นพิลาทิสเป็นทางเลือกหนึ่งในการออกกำลังกายที่เน้นการพัฒนากล้ามเนื้อให้เเข็งเเรง เป็นการออกกำลังกายที่เเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยพิลาทิส (Pilates)คือ การออกกำลังกายที่่มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงเล็กน้อย โดยเน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การเคลื่อนไหว และควบคุมความแข็งแรง การเล่นพิลาทิสช่วยเสริมสร้างความเเข็งเเรงเเละความยืดหยุ่นของร่างกาย และช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพอีกด้วย การเล่นพิลาทิสสามารถเล่นเพียงคนเดียวที่บ้านหรือเล่นโดยมีผู้ฝึกสอนที่ฟิตเนสก็ได้ประเภทของพิลาทิส1. การเล่นโดยไม่ใช้อุปกรณ์:เป็นการใช้เพียงเเค่ “เสื่อ”เท่านั้น ซึ่งเสื่อพิลาทิสเเตกต่างจากเสื่อโยคะตรงที่มีความหนาเเละนุ่มกว่า เเละมีขนาดใหญ่กว่าเสื่อโยคะ ประโยชน์ของการเล่นพิลาทิสเเบบไม่ใช้อุปกรณ์คือสามารถเล่นได้เองที่บ้านเพียงเเค่มีเสื่อพิลาทิสเท่านั้น2. การเล่นโดยใช้อุปกรณ์:อุปกรณ์เล่นพิลาทิสมีขนาดใหญ่ เเละราคาสูง มักพบในฟิตเนส อุปกรณ์เล่นพิลาทิสหลักมี 3 ชนิด คือ Reformer, Cadillac เเละ Wunda Chairประโยชน์ของพิลาทิสต่อสุขภาพ• ปรับปรุงความยืดหยุ่น : ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ: เสริมสร้างความแข็ งแรงของแกนกลางร่างกาย ช่วยให้รูปร่างดีขึ้น• บุคลิกท่าทางที่ดีขึ้น : พิลาทิสช่วยปรับปรุงท่าทางและลดปัญหาการปวดหลัง• ประโยชน์ด้านจิตใจ : ช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิข้อควรรู้ก่อนเล่นพิลาทิสก่อนเริ่มเล่นพิลาทิส ควรทราบข้อมูลดังนี้หากเพิ่งหายจากโรคหรือการผ่าตัดเพียงไม่นาน ควรพบเเพทยผู้ชำนาญการก่อนเริ่มเล่นพิลาทิสเพื่อป้องกันการบาดเจ็บการเริ่มเล่นพิลาทิสในครั้งแรก ควรมีผู้สอนที่สามารถให้คำเเนะนำเรื่องวิธีการเล่น การหายใจ รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บการออกกำลังกายพิลาทิสมีตั้งเเต่ระดับง่ายไปถึงจนถึงยาก ดังนั้นควรศึกษาวิธีการเล่นอย่างละเอียด เพราะการเร่งให้เล่นเป็นเเบบเชี่ยวชาญในระยะเวลาอันสั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้การเล่นพิลาทิสทั้งเเบบใช้เสื่อเเละเเบบอุปกรณ์ มีข้อดีเเละข้อเสียที่เเตกต่างกัน ควรศึกษาเเละปรึกษากับผู้สอนให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเเละครบถ้วนสำหรับใครที่สนใจใน พิลาทิส ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยเสริมบุคคลิกภาพที่ดี Atime ขอแนะนำคลาส “Free Trial 1 Group Class” จาก POP Pilates Thailand เพราะลูกเพจ Atime จะได้รับสิทธิพิเศษในการทดลองเล่นแบบกลุ่ม โดยมีครูสอน และดูแลอย่างทั่วถึง เพียงแลกพ้อยท์ในแอปพลิเคชัน Atime Fungfin 3,000 พ้อยท์ มีจำนวนจำกัดนะหมายเหตุการกด Redeem Point*เงื่อนไขต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้*สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยเป็นสมาชิก POP Pilates มาก่อน*บัตรประชาชน 1 ใบ ต่อ 1 สิทธิ์ เท่านั้น*ต้องนำสำเนาบัตรประชนของตนเอง และผลการแลกแต้มยื่นสิทธิ์ที่หน้าร้าน• พิกัด : POP Pilates ทุกสาขาo สาขาสีลมตรง Silom Connecto สาขาอโศก ตั้งอยู่ตึก BB Building ชั้น 4o สาขาใหม่เมืองทองธานี BEEHIVE ชั้น 2• ติดต่อทางร้าน ID : @poppilatesbangkokผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียนภาพ : เบญญาภา แนบเนียน