“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

Beauty & Health

“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

18 มี.ค. 2025

แพทย์เตือนผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม เสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรงและยาวนาน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทั้งการนอน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาทางระบบประสาทได้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำการป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อน

นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีโรคอื่นร่วมด้วยมีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา โดยเฉพาะอาการปวดเส้นประสาทที่อาจจะรุนแรงและยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี ส่งผลกระทบต่อการนอน การทำงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน บางรายอาจเป็นภาวะซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวจากการเก็บตัวจากสังคม นอกจากนี้ โรคงูสวัดยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเกิดเป็นแผลเป็นถาวร หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทบนใบหน้าได้ ในบางกรณีอาจนำไปสู่การเป็นโรคเส้นเลือดในสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

 

“ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายจะลดลง อีกประเด็นหนึ่ง คือ ผู้ที่มีอายุมากส่วนใหญ่จะมีโรคร่วมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคที่จะต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง เมื่อมี 2 ปัจจัยนี้เข้ามาจึงทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดมากขึ้น”  นพ. วีรวัฒน์ กล่าว

 

โรคงูสวัดเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับอีสุกอีใส แม้ว่าจะหายจากอีสุกอีใสแล้ว แต่เชื้อไวรัสไม่ได้หายไปยังคงแฝงตัวอยู่ในปมประสาท และสามารถกลับมาแสดงอาการได้อีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้น เชื้อไวรัสตัวนี้จะออกมาใหม่ในรูปแบบของโรคงูสวัด โดยอาการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ควบคู่กับมีตุ่มน้ำใสขึ้นตามร่างกาย ทำให้เกิดแผล และระยะหลังจากแผลหายจะมีอาการปวดตามปลายประสาท โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเยอะ รวมถึงผู้ที่มีโรคร่วม อาการปวดจะยิ่งรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

 

“แนวทางป้องกันโรคงูสวัด สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ได้แก่ การออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัย และการรับวัคซีนป้องกัน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดมากกว่าปกติ และวัคซีนชนิดเชื้อเป็นสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การรับวัคซีนจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคงูสวัด และหากเป็นโรคงูสวัดก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและภาวะแทรกซ้อนได้" นพ. วีรวัฒน์ กล่าวสรุป

 

ข้อมูลอ้างอิง

1.       Harpaz, R., et al. (2008). MMWR, 57(RR-5), 1–CE4.

2.       Marra, F., Parhar, K., Huang, B., & Vadlamudi, N. (2020). Open forum infectious diseases, 7(1), ofaa005.

3.       Erskine, N., et al. (2017). PloS one, 12(7), e0181565.

4.       Forbes, H. J., et al (2016). Neurology, 87(1), 94–102.

related Beauty & Health

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

09 ต.ค. 2026

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่นช่วงนี้ใครไถโซเชียลแล้วเจอคนไปเล่น พิลาทิส (Pilates) กันเต็มฟีดบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นคลิปออกกำลังกายบนเครื่อง Reformer หรือภาพสตูดิโอพิลาทิสสวย ๆ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า การออกกำลังกายแบบนี้มันดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็อยากลอง?เห็นท่าออกกำลังกายดูช้า ๆ เหมือนไม่เหนื่อย แต่ความจริงแล้วพิลาทิสไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวต้องอาศัยความแข็งแรง การควบคุมกล้ามเนื้อ และสมาธิไปพร้อมกันวันนี้ Chill ON จะพาไปทำความรู้จักว่า พิลาทิสคืออะไร มีที่มายังไง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง แล้วถ้าอยากหุ่นกระชับหรือเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน พิลาทิสจะเหมาะกับเราหรือเปล่า?พิลาทิส (Pilates) คืออะไร?พิลาทิส (Pilates) คือการออกกำลังกายที่เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และเชิงกราน พร้อมฝึกความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายความพิเศษของพิลาทิสคือ ไม่ได้เน้นความเร็วหรือการออกแรงหนักเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การหายใจ และการใช้กล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมเรียกง่าย ๆ ว่า ขยับตัวไม่เยอะ แต่กล้ามเนื้อทำงานจริง!นอกจากนี้ พิลาทิสยังเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low-impact Exercise) และสามารถปรับระดับความยากให้เหมาะกับแต่ละคนได้จุดเริ่มต้นของพิลาทิส มาจากไหน?รู้หรือไม่ว่า พิลาทิสไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตามกระแสโซเชียล แต่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20พิลาทิสถูกพัฒนาโดย โจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates) ชาวเยอรมัน ผู้สนใจการเคลื่อนไหวและการพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการฝึกที่เรียกว่า Contrology ซึ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตใจและร่างกายภาพถ่ายของโจเซฟ พิลาทิส ในวัย 57 ปี และ 82 ปี ขอบคุณภาพจาก : flavoursholidays.co.ukต่อมาเขาได้นำวิธีการฝึกนี้ไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา และได้รับความสนใจจากกลุ่มนักเต้นและนักกีฬา เนื่องจากเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมกล้ามเนื้อก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นการออกกำลังกายยอดนิยมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบันพิลาทิสมีกี่แบบ? มือใหม่ควรรู้จักก่อนเริ่มเล่นสำหรับใครที่สนใจอยากลองเล่นพิลาทิส แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไร จริง ๆ แล้วพิลาทิสมีรูปแบบการฝึกหลายประเภท โดยสองแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่1. Mat Pilates พิลาทิสบนเสื่อเป็นการออกกำลังกายบนเสื่อ โดยใช้น้ำหนักตัวเองเป็นแรงต้าน อาจมีอุปกรณ์เสริมอย่างลูกบอลหรือยางยืดจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องออกกำลังกายขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มฝึกพื้นฐาน หรืออยากออกกำลังกายที่บ้าน แต่บางท่าก็ต้องใช้ความแข็งแรงไม่น้อยเลย2. Reformer Pilates พิลาทิสบนเครื่องเป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นตาจากโซเชียล โดยใช้เครื่องออกกำลังกายที่เรียกว่า Reformer ซึ่งมีแท่นเลื่อน สปริง และสายสำหรับปรับแรงต้านอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้สามารถฝึกกล้ามเนื้อได้หลากหลายส่วน และปรับระดับความหนักให้เหมาะกับผู้ฝึกได้สำหรับมือใหม่สามารถเริ่มได้ทั้งสองแบบ แต่ควรเลือกคลาสพื้นฐานที่มีครูผู้สอนคอยแนะนำท่าทางอย่างถูกต้อง7 ประโยชน์ของพิลาทิส เล่นแล้วช่วยอะไรกับร่างกายบ้าง?1. ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวหนึ่งในจุดเด่นของพิลาทิสคือการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยเฉพาะหน้าท้อง หลังส่วนล่าง และสะโพกเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งแรงขึ้น ก็จะช่วยให้ร่างกายมีความมั่นคง ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยพยุงลำตัวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน2. ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพและการจัดท่าทางใครเป็นสายออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมทั้งวัน หรือชอบนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัว พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะการฝึกจะช่วยให้เรารับรู้ตำแหน่งของร่างกายมากขึ้น และพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมท่าทางอย่างไรก็ตาม พิลาทิสไม่ได้ทำให้หลังตรงหรือแก้ปัญหาท่าทางทุกประเภทได้ทันที ต้องอาศัยการฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน3. อาจช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างหลายคนอาจสงสัยว่า พิลาทิสช่วยแก้ปวดหลังได้จริงไหม?จากงานทบทวนการศึกษาของ Cochrane พบว่า พิลาทิสอาจช่วยลดอาการปวดและข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังบางกลุ่มได้ เมื่อเทียบกับการได้รับการดูแลเพียงเล็กน้อยแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพิลาทิสให้ผลดีกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นทั้งหมดดังนั้น หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มฝึก4. เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายคนที่รู้สึกว่าตัวเองแข็ง ก้มแตะปลายเท้าไม่ถึง หรือขยับตัวแล้วติดขัด อาจลองพิลาทิสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะหลายท่าฝึกมีการเคลื่อนไหวและยืดกล้ามเนื้ออย่างควบคุม ซึ่งช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหวของร่างกายได้5. ช่วยให้ทรงตัวและควบคุมร่างกายได้ดีขึ้นพิลาทิสไม่ได้ฝึกแค่ความแข็งแรง แต่ยังเน้นเรื่องความสมดุลและการประสานงานของกล้ามเนื้อการฝึกอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยพัฒนาการทรงตัวและการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาประเภทอื่น6. ช่วยผ่อนคลายความเครียดและฝึกสมาธิระหว่างเล่นพิลาทิส เราต้องจดจ่อกับลมหายใจและการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาการมีสมาธิกับร่างกายในขณะออกกำลังกายอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองได้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้โฟกัสกับตัวเองมากขึ้นอีกนิด7. ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างดูกระชับขึ้นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนสนใจพิลาทิสคือเรื่องรูปร่างการฝึกพิลาทิสสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็อาจช่วยให้รูปร่างดูกระชับขึ้นได้แต่พิลาทิสไม่ได้ทำให้ไขมันหน้าท้องหายไปเฉพาะจุด และไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงเสมอไปพิลาทิสเหมาะกับใครบ้าง?ข้อดีของพิลาทิสคือสามารถปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับหลายช่วงวัยและระดับความแข็งแรงของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้คนทำงานออฟฟิศ ที่อยากเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกการควบคุมท่าทางคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย และต้องการกิจกรรมที่สามารถปรับระดับความหนักได้คนที่อยากมีกล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายแบบแรงกระแทกสูงผู้สูงอายุ ที่ต้องการฝึกความแข็งแรงและการทรงตัว โดยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสุขภาพคนที่เล่นกีฬาเป็นประจำ และอยากเสริมความมั่นคงของลำตัวและการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างไรก็ตาม ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มฝึกข้อดี-ข้อเสียของพิลาทิส ที่ควรรู้ก่อนสมัครคลาสแม้พิลาทิสจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจข้อดีของพิลาทิสเป็นการออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและการทรงตัวมีระดับความยากให้เลือกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงสามารถฝึก Mat Pilates ที่บ้านได้เมื่อเรียนรู้ท่าที่ถูกต้องสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนได้ข้อเสียและข้อจำกัดของพิลาทิสคลาส Reformer Pilates อาจมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงผู้เริ่มต้นอาจต้องมีครูช่วยดูท่าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกเป้าหมาย เช่น การเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและปอดผลลัพธ์ด้านความแข็งแรงและรูปร่างต้องอาศัยความสม่ำเสมอหากฝืนทำท่าที่ยากเกินความสามารถ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้เล่นพิลาทิสช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้คือ เล่นพิลาทิสแล้วผอมไหม?คำตอบคือ พิลาทิสสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลน้ำหนักได้ เพราะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่การลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณพลังงานที่ได้รับและใช้ไป การรับประทานอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายโดยรวมหากเป้าหมายคือการลดไขมัน การทำพิลาทิสควบคู่กับการเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเวทเทรนนิ่ง รวมถึงการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม อาจตอบโจทย์ได้มากกว่าการเล่นพิลาทิสเพียงอย่างเดียวพิลาทิสกับโยคะต่างกันยังไง?หลายคนอาจมองว่าพิลาทิสกับโยคะคล้ายกัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และให้ความสำคัญกับลมหายใจแต่ทั้งสองแบบมีจุดเน้นที่แตกต่างกันพิลาทิส (Pilates) เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนไหว และความมั่นคงของแกนกลางลำตัวโยคะ (Yoga) มีรูปแบบหลากหลาย โดยทั่วไปให้ความสำคัญกับท่าทาง การหายใจ ความยืดหยุ่น และสมาธิ บางรูปแบบก็ช่วยเสริมความแข็งแรงได้เช่นกันหากชอบการฝึกที่เน้นกล้ามเนื้อและการควบคุมร่างกาย พิลาทิสอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าอยากผสมผสานการเคลื่อนไหวกับการฝึกสมาธิ โยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งสองแบบสามารถฝึกควบคู่กันได้มือใหม่อยากเริ่มเล่นพิลาทิส ต้องเตรียมตัวยังไง?ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากลองเล่นพิลาทิส Chill ON มีคำแนะนำง่าย ๆ สำหรับมือใหม่มาฝากเลือกคลาส Beginner เพื่อเรียนรู้ท่าพื้นฐานและการหายใจให้ถูกต้องเลือกผู้สอนที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยเฉพาะหากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพเริ่มฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งตามความพร้อมเลือกเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวสะดวก พร้อมสอบถามสตูดิโอว่าต้องเตรียมถุงเท้ากันลื่นหรือไม่อย่าฝืนทำท่ายากเกินตัว เพราะความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็วและจำนวนครั้งสรุป พิลาทิสดีไหม? ทำไมถึงน่าลองสักครั้งพิลาทิสไม่ใช่แค่การออกกำลังกายตามเทรนด์ แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมร่างกายได้ในเวลาเดียวกันสำหรับใครที่รู้สึกอยากเริ่มดูแลตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นออกกำลังกายแบบไหนดี พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบการเคลื่อนไหวแบบมีสมาธิและไม่เน้นแรงกระแทกสูงสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะออกกำลังกายตามเทรนด์ไหน แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเพราะการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่เริ่มขยับร่างกายให้มากขึ้นในแบบที่เราชอบ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว!

ฝุ่น PM 2.5 กระตุ้นภูมิแพ้กำเริบ

14 ม.ค. 2025

ฝุ่น PM 2.5 กระตุ้นภูมิแพ้กำเริบ

ฝุ่น PM 2.5 เป็นสารพิษในชั้นบรรยากาศที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อร่างกายของเราได้รับฝุ่นชนิดนี้เข้าไปจึงลงไปถึงหลอดลม ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณหลอดลมและถุงลม ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่อาจมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิมฝุ่น PM 2.5 มีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้อย่างมาก เพราะกลไกการอักเสบที่ลงลึกไปที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนและระบบทางเดินหายใจส่วนล่างส่งผลต่อภูมิแพ้ทางเดินหายใจ และภูมิแพ้ผิวหนัง เวลาที่สูดเข้าไปจะเกิดการอักเสบทั้งทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ภูมิแพ้โพรงจมูก จาม น้ำมูก คัดจมูก ลามไปถึงโพรงไซนัสอักเสบ ส่วนการอักเสบทางเดินหายใจส่วนล่างคือ บริเวณหลอดลมกับถุงลม เมื่อร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้เดิมได้ไวขึ้น และเกิดการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดใหม่เพิ่มขึ้นได้วิธีป้องกันมลพิษฝุ่น PM 2.5เช็กดัชนีคุณภาพอากาศ ก่อนออกจากบ้าน หากอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพควรเลี่ยงการออกนอกบ้านและทำกิจกรรมกลางแจ้งสวมใส่หน้ากากอนามัย ที่ได้มาตรฐานช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ดีที่สุดและควรสวมใส่ให้ถูกต้องล้างจมูกทุกวันอย่างถูกวิธี เพื่อให้โพรงจมูกสะอาด ลดโอกาสการติดเชื้อและการเกิดโรครณรงค์เรื่องลดการเผาไหม้ ทั้งในชีวิตประจำวันอย่างการใช้รถให้น้อยลง การทำอาหารแบบครัวปิด การลดหรืองดการจุดธูป ไปจนถึงการทำการเกษตรและอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อย่างไรก็ตามไม่ควรมองว่าโรคภูมิแพ้เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะอาการแพ้ที่เกิดจากฝุ่น PM 2.5 ควรต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดและปฏิบัติตามคำแนะนำ เพราะหากปล่อยไว้จนเรื้อรังนอกจากยากต่อการรักษา ยังอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกายมากกว่าที่คิดขอขอบคุณข้อมูลจาก Bangkok Hospital โรงพยาบาลกรุงเทพ

ทฤษฎีโชคดี (Luck Theory) – โชคดีสร้างได้!

03 มี.ค. 2025

ทฤษฎีโชคดี (Luck Theory) – โชคดีสร้างได้!

ทฤษฎีโชคดี (Luck Theory) – โชคดีสร้างได้! หลายคนคิดว่า "โชคดี" เป็นเรื่องของดวงล้วนๆ แต่จริงๆ แล้ว มีหลายทฤษฎีที่อธิบายว่า โชคดีสามารถสร้างขึ้นได้ ผ่านวิธีคิดและพฤติกรรมของเราเอง1. The Four Factors Theory – 4 ปัจจัยแห่งโชคดี ดร. ริชาร์ด ไวส์แมน (Richard Wiseman) ศึกษาเรื่อง "โชค" และพบว่า คนโชคดีมีพฤติกรรมและวิธีคิดที่แตกต่างจากคนอื่นโดยเขาสรุปออกมาเป็น 4 ปัจจัยหลักขอบคุณภาพจาก the professional creative1. มีทัศนคติเปิดกว้างต่อโอกาสคนโชคดีมักเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และไม่ปิดกั้นโอกาสลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือคุยกับคนใหม่ๆ เสมอ2. ใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง และกล้าตัดสินใจฝึกฟังเสียงภายในและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสมดุล3. คิดบวกและคาดหวังสิ่งดีๆคนที่เชื่อว่าตัวเองโชคดี มักเจอเรื่องดีๆ จริงความคิดบวกช่วยดึงดูดโอกาสเข้ามา4. เปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นโอกาสเมื่อเจอปัญหา จะหาทางออกมากกว่าตำหนิตัวเองคนโชคดีมองว่าอุปสรรคคือบทเรียน ไม่ใช่จุดจบ2. ทฤษฎี "สร้างโชคเอง" (Planned Serendipity) โชคดีหลายครั้งไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นผลจาก การวางแผนและสร้างสถานการณ์ ให้โอกาสเกิดขึ้นวิธีนำไปใช้:ออกไปพบปะผู้คนใหม่ๆ เพราะโชคดีมักมาพร้อมกับ "เครือข่าย"ลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อาจนำไปสู่โอกาสโดยไม่คาดคิดสร้างนิสัยที่ช่วยดึงดูดโชค เช่น การเป็นมิตร ใจกว้าง และพร้อมเรียนรู้3. "Luck Surface Area" – พื้นที่โชคดียิ่งคุณเปิดโอกาสให้ตัวเองมากเท่าไหร่ "พื้นที่โชคดี" ของคุณก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นทำยังไงให้โชควิ่งเข้าหาเรา?เพิ่มทักษะและความสามารถของตัวเอง (ยิ่งรู้เยอะ โอกาสยิ่งเยอะ)พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยโอกาสกล้าลงมือทำมากกว่าคิดอย่างเดียวสรุป: โชคดีสร้างได้จากกระบวนการคิดดังนี้คิดบวกและเปิดรับโอกาสใหม่ๆฟังสัญชาตญาณและเชื่อมั่นในตัวเองพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเสมอออกไปพบปะผู้คนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆลงมือทำมากขึ้น เพื่อขยาย "พื้นที่โชคดี""โชคดีไม่ได้เป็นแค่เรื่องของดวง แต่เป็นผลลัพธ์ของวิธีคิดและการกระทำของเราเอง!"ผู้เขียน : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

Overnight oat อาหารยอดฮิตสำหรับคนคุมอาหาร มีสูตรการทำอย่างไร

10 ก.ย. 2025

Overnight oat อาหารยอดฮิตสำหรับคนคุมอาหาร มีสูตรการทำอย่างไร

วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาพูดถึงเทรนด์รักสุขภาพมาแรงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน อาหารแนวคลีน หรืออาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน กำลังกลายเป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้คนทุกเพศทุกวัย และหนึ่งในเมนูที่ติดเทรนด์มากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือ Overnight Oat อาหารเช้าสุดเฮลธ์ตี้ที่กลายเป็นขวัญใจของสายคลีน คนลดน้ำหนัก และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันด้วยความที่สามารถเตรียมไว้ล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ ไม่ต้องเสียเวลาปรุงตอนเช้า และยังดัดแปลงรสชาติได้หลากหลายตามใจชอบ ทำให้ Overnight Oat กลายเป็น “อาหารเช้ายุคใหม่” สำหรับคนยุคใหม่ที่อยากเริ่มต้นวันดี ๆ ด้วยอาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณประโยชน์ครบถ้วนOvernight Oat คืออะไร Overnight Oat คือเมนูข้าวโอ๊ตที่ไม่ต้องต้ม แต่ใช้วิธีแช่ในของเหลว เช่น นมสด นมพืช หรือน้ำเปล่าผสมโยเกิร์ต ทิ้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน โดยข้าวโอ๊ตจะค่อย ๆ ซึมซับของเหลวจนกลายเป็นเนื้อเนียนนุ่มพร้อมรับประทานในตอนเช้า รูปแบบของ Overnight Oat แตกต่างจากโจ๊กหรือโอ๊ตต้มทั่วไป เพราะไม่ผ่านความร้อน ทำให้คงคุณค่าสารอาหารไว้ได้เต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเติมผลไม้สด ถั่ว เมล็ดเจีย น้ำผึ้ง หรือเครื่องเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมรสชาติและประโยชน์เพิ่มเติม จุดเด่นอีกประการคือความพกพาสะดวก และเหมาะสำหรับคนยุคเร่งรีบ เพียงแค่เตรียมไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วแช่ไว้ในตู้เย็น เมื่อเช้าถึงก็สามารถหยิบขึ้นมากินได้ทันที ไม่ว่าจะทานบนรถหรือพกไปทานที่ทำงานก็สามารถทำได้ ที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นรบกวนคนรอบข้าง เนื่องจากส่วนผสมมีเพียงแค่ข้าวโอ๊ต นม โยเกิร์ต ผลไม้ และเมล็ดเจียเท่านั้นส่วนประกอบและวิธีการทำ Overnight Oat แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของ Overnight Oat จะดูเหมือนซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเมนูนี้ทำได้ง่ายมาก และดัดแปลงได้ตามวัตถุดิบในตู้เย็นของคุณ เราสามารถเริ่มต้นจาก Overnight Oats สูตรพื้นฐาน ดังนี้ 1. ส่วนประกอบหลัก (สูตรมาตรฐาน)ข้าวโอ๊ตชนิด Rolled Oats (ไม่ใช่ quick oats) ½ ถ้วย หรือตามความต้องการนม (นมสด, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง ฯลฯ) ½ - 1 ถ้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2-3 ช้อนโต๊ะ (ไม่ใส่ก็ได้ หรือเลือกใช้เป็นกรีกโยเกิร์ต)เมล็ดเจีย / เมล็ดแฟลกซ์ 1 ช้อนชาน้ำผึ้ง / อินทผลัมบด / กล้วยสุกบด (ใช้เพิ่มความหวานจากธรรมชาติ) 2. วิธีทําเมนู Overnight Oatเทข้าวโอ๊ตลงในภาชนะ เช่น ขวดแก้วหรือกล่องมีฝาปิดเติมนมและโยเกิร์ต คนให้เข้ากันใส่เมล็ดเจียและส่วนผสมที่ให้รสหวานตามชอบปิดฝาแล้วนำไปแช่เย็นข้ามคืน (อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง)ตอนเช้าสามารถใส่ผลไม้สด ถั่ว หรือ topping อื่น ๆ ก่อนเสิร์ฟได้* หากต้องการเปลี่ยนรสชาติ ให้เติมผงโกโก้ ผงอบเชย กลิ่นวานิลลา หรือผลไม้แช่แข็งลงไปก่อนแช่เย็น เพื่อให้อาหารมีรสชาติที่น่าสนใจมากขึ้นประโยชน์ของการทาน Overnight Oat นอกจากความอร่อยและสะดวกสบายแล้ว Overnight Oat ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ และคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น - ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารสูง โดยเฉพาะ “เบต้ากลูแคน” ที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล และกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้นควบคุมน้ำหนักและคอเลสเตอรอล - ใยอาหารที่อยู่ในข้าวโอ๊ตช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดการกินจุกจิกในระหว่างวัน และช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง - หลายการศึกษาระบุว่าการบริโภคข้าวโอ๊ตเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูงเป็นมิตรกับผู้แพ้แลคโตส - สามารถปรับเปลี่ยนสูตรโดยใช้ “นมพืช” แทนได้ เช่น นมอัลมอนด์ หรือนมข้าวโอ๊ต ซึ่งยังคงให้รสชาติเข้มข้นเหมือนเดิมประหยัดเวลาและพลังงาน - เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เพราะไม่ต้องปรุง ไม่ต้องล้างหม้อ และไม่ต้องรอร้อน ทานได้ทันทีที่ตื่น หากพูดถึง Overnight Oats ประโยชน์นั้นมีมากมาย นี่คือเมนูที่ไม่เพียงแต่อร่อยและอยู่ท้อง แต่ยังสนับสนุนให้เรารักษาสุขภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาวแนะนำเมนูอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากข้าวโอ๊ต แม้ว่า Overnight Oat จะเป็นเมนูยอดฮิต แต่จริง ๆ แล้วข้าวโอ๊ตยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นเมนูอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทั้งคาวและหวาน เช่นOatmeal ต้มร้อน - เมนูนี้เป็นอาหารเช้าแบบคลาสสิกที่เราคุ้นเคยกันดี เพียงแค่นำข้าวโอ๊ตไปต้มกับน้ำหรือนมจนได้ความข้นและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ก็สามารถเติมความอร่อยเพิ่มเติมด้วยผลไม้สดอย่างกล้วยหอมหั่นบาง เบอร์รี หรือผลไม้แห้ง และหากต้องการรับประทานในแบบคาว ก็อาจเพิ่มไข่ต้ม ไข่ดาว หรือแม้แต่เนื้อไก่ฉีกเล็กน้อย พร้อมโรยพริกไทยดำเพื่อตัดรสก็อร่อยได้ในอีกสไตล์คุกกี้ข้าวโอ๊ต - เมนูนี้ใช้ข้าวโอ๊ตแทนแป้งขัดขาว ทำให้ลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวได้ดี พร้อมทั้งเพิ่มใยอาหารที่ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ส่วนผสมหลักที่นิยมใช้มีทั้งกล้วยสุกบดที่ช่วยให้เนื้อคุกกี้นุ่มและให้ความหวานจากธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาล ลูกเกดหรือดาร์กช็อกโกแลตชิ้นเล็กที่ช่วยเติมรสสัมผัส และกลิ่นหอมของผงอบเชยที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแพนเค้กข้าวโอ๊ต - แพนเค้กข้าวโอ๊ตก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะสามารถใช้ข้าวโอ๊ตบดละเอียดแทนแป้ง ทำให้ได้แพนเค้กที่ไฟเบอร์แน่น โปรตีนสูง และมีรสสัมผัสที่เหนียวนุ่มไม่แพ้แป้งธรรมดา สูตรพื้นฐานเพียงแค่ผสมไข่ไก่และกล้วยหอมบดเข้ากับข้าวโอ๊ต เติมผงฟูเล็กน้อยให้แพนเค้กฟูสวย เมื่อสุกก็สามารถทานได้ทันทีข้าวโอ๊ตปั่น (Oat Smoothie) - เหมาะมากกับเช้าที่เร่งรีบหรือวันที่ไม่มีเวลาทำอาหาร เพียงแค่ใส่ข้าวโอ๊ตลงในเครื่องปั่นร่วมกับนมหรือโยเกิร์ต และผลไม้ที่ชอบ เช่น กล้วยหอม สตรอว์เบอร์รี่ หรือเบอร์รีรวม เติมน้ำแข็งเล็กน้อย แล้วปั่นให้เข้ากัน ก็จะได้สมูทตี้ที่เนื้อข้นและนุ่มลื่นจากข้าวโอ๊ต แถมยังอยู่ท้องได้นานโดยไม่ต้องเพิ่มแป้งหรือน้ำตาลสรุป Overnight Oat คือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนยุคใหม่ ที่ต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างมีคุณภาพและไม่ยุ่งยาก ด้วยคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน ความสะดวกสบายในการเตรียม และรสชาติที่ปรับได้ตามใจ ทำให้เมนูนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่คนลดน้ำหนักและผู้รักสุขภาพ หากคุณสนใจบทความด้านอาหารคลีนไลฟ์สไตล์ หรือท่องเที่ยวผสมสุขภาพ สามารถเลือกอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนเว็บไซต์ Atime ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแนวในแบบที่อ่านง่ายและได้แรงบันดาลใจในทุกบทความจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี