เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

Beauty & Health

เก้าอี้สุขภาพ (Ergonomic) อุปกรณ์เสริม สร้างการนั่งที่ดี

15 ก.ย. 2025

     Chill on กินเที่ยว วันนี้จะมาพูดถึงการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นต้นเหตุของ “อาการปวดหลัง” ที่สร้างความไม่สบาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้อุปกรณ์ที่ไม่รองรับสรีระ เช่น เก้าอี้ทั่วไปที่ไม่ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

ปัญหาสุขภาพจากการนั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง

     ในยุคที่การทำงานส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ การนั่งทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชาวออฟฟิศจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายไอที งานบัญชี งานเขียน หรืองานบริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ถึงแม้ว่าการนั่งจะดูเหมือนไม่ใช่พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริง การนั่งที่ผิดท่าติดต่อกันเป็นระยะเวลานานสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังโดยเฉพาะ อาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า ออฟฟิศซินโดรม หากเราไม่ใส่ใจในท่านั่งหรือไม่ใช้เก้าอี้สุขภาพ ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับสรีระร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม เส้นประสาทถูกกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้ ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ส่งเสริมการนั่งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเก้าอี้ Ergonomic หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าทางเลือก

ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิต

     Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม คือกลุ่มอาการที่เกิดจากพฤติกรรมซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีการขยับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งสาเหตุหลักมักเกิดจากการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง หรือใช้อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่รองรับสรีระของผู้ใช้งาน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และหลัง
  • ปวดศีรษะจากความเครียดของกล้ามเนื้อ
  • ชาปลายมือหรือแขนจากการกดทับเส้นประสาท
  • การหายใจตื้นเนื่องจากกล้ามเนื้อทรวงอกเกร็ง

     การใช้เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการนั่งที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดแรงกดทับ และปรับท่าทางให้นั่งได้ในระยะเวลานานอย่างปลอดภัย

แนะนำเก้าอี้สุขภาพหรือ เก้าอี้ ergonomic สำหรับการนั่งทำงาน

     เก้าอี้สุขภาพหรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้ Ergonomic เป็นเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่ถูกออกแบบมาด้วยหลักการทางสรีรศาสตร์ (Ergonomics) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนท่าทางการนั่งที่เหมาะสม ช่วยลดภาระของกระดูกสันหลัง และป้องกันการบาดเจ็บจากการนั่งนาน ๆ คุณสมบัติสำคัญของเก้าอี้ Ergonomic ที่ควรมองหา

  • พนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลัง - ควรมีพนักพิงที่โค้งเว้าตามแนวกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะช่วงเอว เพื่อช่วยพยุงหลังส่วนล่าง ลดอาการปวดหลัง
  • เบาะนั่งปรับระดับได้ - สามารถปรับความสูงของเบาะให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน และความสูงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเต็มที่
  • พนักพิงศีรษะและที่รองแขน - ช่วยลดแรงตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอ ไหล่ และต้นแขน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งประชุมหรือพิมพ์งานต่อเนื่อง
  • วัสดุระบายอากาศ - เบาะและพนักพิงควรผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมความร้อน
  • ล้อเลื่อนและระบบหมุนรอบตัว - เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนไหว ลดแรงบิดของร่างกายขณะเอื้อมของหรือหันซ้ายขวา

ข้อดีของเก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ

     การลงทุนในเก้าอี้ทำงานสุขภาพ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างแท้จริง ซึ่งข้อดีหลักของเก้าอี้สุขภาพ มีดังนี้

  • ลดอาการปวดเมื่อยและป้องกันออฟฟิศซินโดรม - เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบให้รองรับโครงสร้างร่างกายของมนุษย์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลัง ช่วยลดแรงกดทับจากการนั่งในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งหรือเมื่อยล้าเกินไป จึงลดความเสี่ยงในการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนที่ต้องนั่งทำงานตลอดวัน
  • เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน - เมื่อร่างกายรู้สึกสบายและไม่ต้องเผชิญกับความปวดเมื่อย สมองก็สามารถจดจ่อกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะถูกลดทอนลง ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้ใช้งานจะมีสมาธินานขึ้น ทำงานได้ต่อเนื่อง และมีพลังงานเหลือเฟือในช่วงท้ายของวัน
  • ปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง - หลายคนไม่รู้ว่าท่านั่งที่ผิดเพียงเล็กน้อย เช่น การนั่งหลังงอ การห่อตัว หรือการนั่งเอียงตัวซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน จะสะสมจนกลายเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียในระยะยาว เก้าอี้สุขภาพจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบังคับทางอ้อมให้ผู้ใช้งานนั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดการโค้งงอผิดธรรมชาติของหลัง และส่งเสริมโครงสร้างร่างกายที่สมดุลมากยิ่งขึ้น
  • ปรับระดับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคน - ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรูปร่างเล็กหรือใหญ่เก้าอี้ทำงานสุขภาพก็สามารถปรับระดับความสูง ความลึกของเบาะ ที่วางแขน พนักพิงหลัง หรือแม้แต่พนักพิงศีรษะให้เหมาะสมกับสรีระเฉพาะบุคคลได้อย่างลงตัว ความยืดหยุ่นในการปรับใช้นี้ ทำให้เก้าอี้สามารถรองรับผู้ใช้งานทุกประเภท และช่วยให้การนั่งทำงานในแต่ละวันรู้สึกพอดีอย่างแท้จริง
  • ช้งานได้นาน คุ้มค่าการลงทุน - แม้ว่าเก้าอี้สุขภาพจะมีราคาสูงกว่าเก้าอี้สำนักงานทั่วไป แต่ด้วยวัสดุคุณภาพสูง ระบบการปรับที่ซับซ้อน และดีไซน์ที่ผ่านการวิจัยด้านสรีรศาสตร์มาอย่างดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าเก้าอี้ทั่วไปหลายเท่า อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาอาการปวดหลัง ค่ากายภาพบำบัด หรือค่าเวชภัณฑ์อื่น ๆ เมื่อนำมาคำนวณในระยะยาวแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่เห็นผลจริงและคุ้มค่าที่สุด

สรุป

     การดูแลสุขภาพจากการทำงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้น แต่ “การนั่งให้ถูกวิธี” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกเก้าอี้สุขภาพ หรือ เก้าอี้ทำงานสุขภาพ ที่ดีสามารถช่วยป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ได้อย่างเห็นผล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ยั่งยืน โดยสามารถเลือกซื้อเก้าอี้สุขภาพได้ตามโชว์รูม หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำที่สนใจ ด้วยราคาของเก้าอี้เพื่อสุขภาพในยุคนี้ที่เข้าถึงได้ง่ายมากกว่าเดิม ทำให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่อยากอ่านบทความไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน การกินเที่ยว หรือรีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Chill on กินเที่ยว บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ Atime มีบทความหลากหลายให้คุณได้ติดตาม รับรองว่าได้ทั้งความรู้และความบันเทิงในเวลาเดียวกัน

จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

related Beauty & Health

ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม?

18 เม.ย. 2026

ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม?

เหตุผลที่เราชอบฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ(Why We Repeat Songs จิตวิทยาของเพลงที่ฟังไม่เบื่อ)ฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน เป็นเรื่องปกติไหม? หลายคนอาจเคยเปิดเพลงเดิมวนซ้ำทั้งวัน ทั้งที่มีเพลงใหม่ออกมาเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ยังเลือกกลับมาฟังเพลงเดิมอยู่ดี จนเริ่มสงสัยว่าพฤติกรรมแบบนี้มีอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ในมุมของจิตวิทยา การ “ฟังเพลงซ้ำ” ไม่ได้แปลว่าเราน่าเบื่อ แต่เป็นเพราะสมองของเราชอบความคุ้นเคย เมื่อเราได้ยินเพลงเดิมซ้ำ ๆ สมองจะสามารถคาดเดาทำนอง จังหวะ และเนื้อเพลงได้ล่วงหน้า ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เกิดความสบายใจ และลดความเครียดได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ เพลงบางเพลงยังทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตัวแทนของความรู้สึก” ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีความสุข เสียใจ หรือกำลังคิดถึงใครบางคน การกลับไปฟังเพลงเดิมจึงไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่เป็นการกลับไปสัมผัสความรู้สึกเดิมอีกครั้ง อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ สมองจะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุข ในช่วงที่เพลงดำเนินไปถึงท่อนที่เราชอบ เช่น ท่อนฮุคหรือท่อนพีค ยิ่งเราฟังซ้ำมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้สัมผัสความรู้สึกดีแบบเดิมซ้ำ ๆ จนกลายเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึง “หยุดฟังเพลงเดิมไม่ได้” และในบางครั้ง เพลงก็อาจผูกโยงกับ “ใครบางคน” โดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้ทุกครั้งที่เพลงนั้นเล่นขึ้นมา ความทรงจำบางอย่างก็กลับมาพร้อมกันเสมอ สุดท้ายแล้ว การฟังเพลงเดิมซ้ำ ๆ อาจไม่ได้หมายความว่าเราติดเพลง แต่เราแค่กำลังยึดโยงกับความรู้สึกบางอย่างที่เพลงนั้นให้เราเท่านั้นเองจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก

17 เม.ย. 2026

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก

ทำไมเราถึงคิดถึงคนบางคนตอนฝนตก(Rainy Day Psychology ทำไมฝนถึงพาเราย้อนความทรงจำ) ทำไมเวลาฝนตกเราถึงคิดถึงใครบางคนโดยไม่รู้ตัว? เจาะลึกจิตวิทยาความทรงจำและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่ายเคยไหม…อยู่ดี ๆ ฝนก็ตก แล้วคนบางคนก็ลอยเข้ามาในหัวแบบไม่ได้ตั้งใจ ในหลายช่วงของชีวิต เราอาจไม่ได้คิดถึงใครคนนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่พอฝนเริ่มตก เสียงเม็ดฝนกระทบพื้น กลิ่นดินลอยขึ้นมาเบา ๆ ความทรงจำบางอย่างกลับชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมฝนถึงทำให้ “คิดถึงแฟนเก่า” หรือ “คิดถึงใครบางคน” ได้ง่ายขนาดนี้ ในทางจิตวิทยา สิ่งนี้เรียกว่า “การเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์กับความทรงจำ” (Emotional Memory) สมองของเรามักจะจดจำช่วงเวลาที่มีความรู้สึกชัดเจนเอาไว้ได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความเหงา หรือความผูกพัน และบรรยากาศอย่าง “วันฝนตก” ก็มักจะเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของความทรงจำเหล่านั้น เมื่อวันหนึ่งเราได้ยินเสียงฝน หรือเห็นท้องฟ้าหม่น ๆ สมองจึงดึงภาพเก่า ๆ กลับมาโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะถ้าในช่วงเวลานั้นเคยมี “ใครบางคน” อยู่ด้วย ความรู้สึกคิดถึงก็จะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ อีกเหตุผลหนึ่งคือ ฝนทำให้เรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น วันที่อากาศครึ้ม คนเรามักจะช้าลง เงียบลง และเปิดรับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเหงาเล็ก ๆ ที่อาจซ่อนอยู่ลึก ๆ จึงถูกขยายให้ชัดขึ้น และเมื่อความเหงานั้นเกิดขึ้น สมองก็มักจะพาเราไปนึกถึงคนที่เคยทำให้เรารู้สึกดี ดังนั้น ถ้าคุณเคยสงสัยว่า “ทำไมฝนตกแล้วคิดถึงใครบางคน” คำตอบอาจไม่ใช่เพราะฝน แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างในตัวคุณยังคงอยู่ตรงนั้นเสมอแล้วคุณล่ะ…มีใครบางคนที่คุณจะนึกถึงทุกครั้งเวลาฝนตกไหม?จัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

08 พ.ค. 2026

ไวรัสฮันตา จะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม?

ไวรัสฮันตา (Hantavirus) คืออะไร? อาการ การติดต่อ สายพันธุ์ และความเสี่ยงแพร่จากคนสู่คน “ฮันตาไวรัส” (Hantavirus) คือกลุ่มไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ “หนู” เป็นแหล่งรังโรคหลัก สามารถก่อโรครุนแรงในมนุษย์ได้ทั้งระบบทางเดินหายใจและไต โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย หรือฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อจากหนู ปัจจุบันไวรัสชนิดนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางร่วมกันบนเรือสำราญ และการจับตาสายพันธุ์ Andes virus ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ฮันตาไวรัสทำให้เกิดโรคอะไร?โรคจากฮันตาไวรัสแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่1. Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) หรือ HCPSโรคที่ส่งผลต่อปอดและระบบทางเดินหายใจ พบมากในทวีปอเมริกา อาการรุนแรงอาจทำให้ปอดล้มเหลวและเสียชีวิตได้2. Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS)โรคไข้เลือดออกร่วมกับไตวาย พบมากในเอเชียและยุโรป ผู้ป่วยอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติและไตทำงานล้มเหลวฮันตาไวรัสติดต่ออย่างไร?ช่องทางการติดเชื้อหลักของฮันตาไวรัส ได้แก่สูดดมฝุ่นหรืออากาศที่ปนเปื้อนปัสสาวะและมูลหนูสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อแล้วจับตา จมูก หรือปากถูกหนูกัดรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อการติดเชื้อส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับ “สัตว์ฟันแทะ” มากกว่าการแพร่ระหว่างมนุษย์ฮันตาไวรัสแพร่จากคนสู่คนได้ไหม?ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน CDC ระบุว่า ฮันตาไวรัสส่วนใหญ่ “ไม่แพร่จากคนสู่คน” โดยการติดเชื้อหลักยังมาจากหนูและสัตว์ฟันแทะ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญคือ Andes virus (ANDV) ซึ่งพบในอเมริกาใต้ และเป็นสายพันธุ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แม้จะพบไม่บ่อยก็ตามการแพร่เชื้อมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยการอยู่ในพื้นที่ปิดร่วมกันเป็นเวลานานการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อWHO ยังคงเฝ้าติดตามสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีพฤติกรรมแตกต่างจากฮันตาไวรัสสายพันธุ์อื่นอาการของฮันตาไวรัสอาการช่วงแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่นไข้สูงปวดกล้ามเนื้อปวดศีรษะหนาวสั่นคลื่นไส้อาเจียนหากอาการรุนแรงขึ้น อาจเกิดภาวะต่อไปนี้หายใจลำบากน้ำท่วมปอดความดันโลหิตต่ำไตวายเลือดออกผิดปกติผู้ป่วยบางรายอาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันอัตราการเสียชีวิตของฮันตาไวรัส ความรุนแรงขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของไวรัสAndes virus และ Sin Nombre virus มีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงHantaan virus และ Dobrava virus มีอัตราเสียชีวิตประมาณ 5–15%Seoul virus และ Puumala virus มักมีอาการรุนแรงน้อยกว่าCDC ระบุว่า โรค HPS มีอัตราเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 30–40% หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วปัจจุบันมีวัคซีนฮันตาไวรัสหรือไม่? ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนฮันตาไวรัสที่ใช้แพร่หลายทั่วโลก การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ฟันแทะทำไม “เรือสำราญ” จึงถูกจับตาเรื่องฮันตาไวรัส? หนึ่งในประเด็นที่ทำให้ฮันตาไวรัสกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง คือรายงานคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางบนเรือสำราญ ซึ่ง WHO กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดปัจจัยเสี่ยงบนเรือสำราญเป็นพื้นที่ปิดมีผู้โดยสารจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นเวลานานมีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้โดยสาร แม้ยังไม่มีหลักฐานว่าฮันตาไวรัสระบาดแบบเดียวกับโควิด-19 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคลัสเตอร์ที่เกิดในพื้นที่ปิดยังคงต้องเฝ้าระวังฮันตาไวรัสจะกลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไหม? ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังประเมินว่า “โอกาสเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลกยังต่ำ” เนื่องจากฮันตาไวรัสไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิด-19การแพร่จากคนสู่คนพบได้จำกัดมากส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม WHO และ CDC ยังคงติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสและพฤติกรรมของสายพันธุ์ Andes virus อย่างต่อเนื่องสรุป ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสจากสัตว์ฟันแทะที่อาจก่อโรครุนแรงต่อปอดและไต แม้ส่วนใหญ่จะไม่แพร่จากคนสู่คน แต่สายพันธุ์ Andes virus ยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตา โดยเฉพาะกรณีคลัสเตอร์ในพื้นที่ปิดอย่างเรือสำราญ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้แพร่หลาย การป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสิ่งคัดหลั่งที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

02 ก.ย. 2025

ออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ กระตุ้นระบบเผาผลาญ

หากพูดถึงการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง มีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ ด้วยคำนิยามที่เป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่หลายคนมักจะพูดด้วยคำว่าออกกำลังกายเพิ่มกล้าม ทำให้ตัวใหญ่ ตัวบวม หรือกล้ามใหญ่ จนผู้หญิงหลายคนอาจกลัวการออกกำลังกายประเภทนี้ แต่ความจริงแล้วการออกกำลังการเวทเทรนนิ่ง หากเลือกออกอย่างถูกต้องและพอดี ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับรูปร่างที่สวยงามมากขึ้น วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายประเภทนี้ให้ละเอียดมากขึ้น และไขข้อเข้าใจผิดที่หลายคนยังไม่รู้ให้ถูกต้องการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง คืออะไร ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คอนเทนต์หรือเทรนด์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและรูปร่างได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตง่าย ๆ ได้จากโซเชียลมีเดีย โดยหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้หญิงและผู้ชายทุกช่วงวัยก็คือ การเวทเทรนนิ่ง”หรือการฝึกกล้ามเนื้อด้วยแรงต้าน ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้อยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเวทเทรนนิ่ง คือ อะไร และมีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) คือ การออกกำลังกายที่เน้นการใช้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ดัมเบล บาร์เบล หรือเครื่องออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มแรงต้านให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้น การออกแรงซ้ำ ๆ และสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากรูปร่างที่ดูดีขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยเวทเทรนนิ่ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง ไม่ได้มีข้อดีแค่การทำให้รูปร่างผอมเพรียวหรือทำให้เห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจนเพียงเท่านั้น แต่การเวทเทรนนิ่งยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ: เมื่อเราอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง การทำเวทเทรนนิ่งเป็นประจำจะช่วยชะลอการสูญเสียกล้ามเนื้อ และยังสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้การไม่มีกล้ามเนื้อยังส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของกระดูก เมื่อแก่ตัวขึ้นอาจทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงเท่าที่ควรกระตุ้นระบบเผาผลาญ: กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญพลังงาน การมีกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ออกกำลังกายก็ตาม สำหรับใครที่มีปัญหาด้านการเผาผลาญหรือกินน้อยแต่ยังอ้วน สามารถเลือกใช้วิธีออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก: การฝึกเวทเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูก ลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน ควรฝึกการออกกำลังกายให้เป็นนิสัยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อลดปัญหาสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นช่วยควบคุมน้ำหนัก: การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง: เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ฯลฯเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง: เมื่อรูปร่างกระชับ ดูดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองและภาพลักษณ์ในสังคมเวทเทรนนิ่งจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไปหรือไม่ คำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายแรก ๆ คือ การออกกำลังกายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือไม่, เวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์สามารถทำได้ เพราะการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่ได้หมายถึงการใช้อุปกรณ์เป็นตัวช่วยเสมอไป การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ เรียกกันว่า Bodyweight คือการเอาน้ำหนักตัวมาเป็นแรงต้าน ตัวอย่างของ Bodyweight เช่นSquat เพื่อฝึกต้นขาและก้นPush-up เพื่อฝึกกล้ามเนื้ออก แขน และไหล่Plank สำหรับเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวLunges สำหรับเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของขาแนะนำตารางการออกกำลังกายให้ Balance ระหว่าง Cardio and Weight Trainingข้อควรระวังในการออกกำลังกาย แม้ว่าการเวทเทรนนิ่งจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากทำผิดวิธี ก็อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงควรระมัดระวังดังนี้อย่าฝืนมากเกินไป: สำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังในช่วงแรก ควรเริ่มใช้ดัมเบลน้ำหนักเบา หรือเลือกจำนวนครั้งที่พอเหมาะแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นทีละน้อย อย่าหักโหมเพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบหรือเกิดการบาดเจ็บวอร์มอัพก่อนและหลังเสมอ: การอุ่นร่างกายช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเตรียมพร้อม ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายศึกษาท่าทางที่ถูกต้อง: ท่าทางที่ผิดอาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่เหมาะสม เช่น อาการปวดหลังจากการ Squat ผิดวิธีฟังร่างกายตัวเอง: หากรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ควรหยุดทันที ไม่ควรอย่าฝืนออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้ร่างกายบาดเจ็บเรื้อรังพักผ่อนและรับประทานอาหารให้เหมาะสม: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เนื่องจากกล้ามเนื้อต้องการโปรตีนและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อการฟื้นตัวและเจริญเติบโตสรุป เวทเทรนนิ่ง ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายสำหรับนักเพาะกาย แต่เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะต้องการรูปร่างที่ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือกระตุ้นระบบเผาผลาญ การออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง คือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผสมผสานกับคาร์ดิโออย่างสมดุล จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ฟิต และดูดีจากภายในสู่ภายนอก ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสมอไป ผู้เริ่มต้นสามารถเริ่มจากการเวทเทรนนิ่งไม่มีอุปกรณ์ได้เลย และเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยขยับไปใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม การดูแลสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็สามารถมีสุขภาพดี และรูปร่างที่แข็งแรงได้ไม่ยากเลย ติดตามอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติมหรืออ่านบทความเกี่ยวกับการคาร์ดิโอได้ที่ Chill on กินเที่ยวจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี