กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

Beauty & Health

กิจกรรมเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย

14 ก.พ. 2025

ในปัจจุบันหนุ่มสาวผู้มีใจรักสุขภาพหันมาให้ความสนใจเรื่องน้ำหนักตัวและออกกำลังกายกันมากขึ้น โดยเฉพาะการวิ่งและการขี่จักรยานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ก็มีปัญหาว่า บางคนออกกำลังกายแล้วรู้สึกปวดเข่าเพราะกล้ามเนื้อหัวเข่ายังแข็งแรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง มาดูกันดีกว่าว่า มีพฤติกรรมหรือกิจกรรมใดบ้างที่ทำให้เสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

สาเหตุความเสื่อมของข้อเข่า

  1. ความเสื่อมแบบปฐมภูมิหรือไม่ทราบสาเหตุ เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสื่อมของข้อเข่า ได้แก่

  • อายุ พบว่า อายุ 40 ปี เริ่มมีข้อเสื่อม อายุ 60 ปี เป็นข้อเข่าเสื่อมได้ถึงร้อยละ 40
  • เพศ ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย 2 – 3 เท่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย
  • น้ำหนักตัวที่เกิน น้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่าเสื่อม พบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระทำต่อข้อเข่า 1 – 1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูกส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น
  • การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ เป็นต้น
  • ความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวม กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง
  • กรรมพันธุ์ โรคข้อเข่าเสื่อมมีหลักฐานการถ่ายทอดทางพันธุกรรมน้อยกว่าที่ข้อนิ้วมือเสื่อม
  1. ความเสื่อมแบบทุติยภูมิ เป็นความเสื่อมที่ทราบสาเหตุ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น การบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข้อเข่าจากการทำงานหรือการเล่นกีฬา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เกาต์ ข้ออักเสบติดเชื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น อ้วน เป็นต้น

อาการโรคข้อเข่าเสื่อม

  • อาการระยะแรก เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัด โดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ
  • อาการเมื่อมีภาวะข้อเสื่อมรุนแรง อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น บางครั้งปวดเวลากลางคืน อาจคลำส่วนกระดูกงอกได้บริเวณด้านข้างข้อ เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้า หากมีการอักเสบจะมีข้อบวม ร้อน และตรวจพบน้ำในช่องข้อ ถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่า เหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุด กล้ามเนื้อต้นขาลีบ ข้อเข่าโก่ง หลวม หรือบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้เดินและใช้ชีวิตประจำวันลำบาก และมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ

เกณฑ์วินิจฉัยโรคข้อเข่าเสื่อม

  1. มีอาการปวดเข่า
  2. ภาพรังสีแสดงกระดูกงอก
  3. มีข้อสนับสนุน 1 ข้อ ดังต่อไปนี้
    – อายุเกิน 50 ปี
    – มีอาการฝืดแข็งในตอนเช้านานน้อยกว่า 30 นาที
    – มีเสียงกรอบแกรบขณะเคลื่อนไหวเข่าจากการเสียดสีของเยื่อบุภายในข้อ

การป้องกันไม่ให้เกิดข้อเข่าเสื่อม

  1. ลดน้ำหนัก : การควบคุมน้ำหนักของตัวเองให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ช่วยลดการแบกรับน้ำหนักที่หัวเข่า และข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้
  2. บริหารกล้ามเนื้อหัวเข่า : การบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าให้แข็งแรง จะช่วยในการแบกรับน้ำหนัก ทำให้กระดูกข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป
  3. ควบคุมรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก : และขอคำแนะนำจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของกระดูก

ขอบคุณข้อมูลจาก www.bangkokinternationalhospital.com

related Beauty & Health

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

21 เม.ย. 2025

ทำความรู้จักกับ โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก โรคยอดฮิตช่วงหน้าร้อน

เดือนเมษายน เดือนแห่งความร้อน ทั้งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจนเป็นที่น่าตกใจ ซึ่งภาคเหนือเองได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากมรสุมลมร้อน ทำให้มีอากาศที่ร้อนสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส นั้นอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้คุณเป็น “โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” โรคที่ใหม่ในยุคปัจจุบันแต่อาจคร่าชีวิตของคุณ และคนใกล้เคียงได้โรคลมแดด คือภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส เกิดจากการที่อยู่ในสถานที่ที่อุณหภูมิร้อนมากๆ และร่างกายไม่สามารถปรับตัวลดอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ส่งผลเสียต่อระบบประสาท หัวใจ และไต เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้สาเหตุการเกิดโรคลมแดดเกิดจากการอยู่ในสถานที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะขณะที่อากาศร้อนชื้น หรือการออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศร้อน อาจมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่กระตุ้นให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายขึ้น เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาเกินไปจะทำให้เหงื่อระบายได้ยาก การดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ ทานน้ำน้อย เป็นต้นกลุ่มคนที่มีโอกาศเป็นโรคลมแดดได้มากกว่ากลุ่มอื่นคือ กลุ่มเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้า และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่ายหรือทหารที่ต้องฝึกหนัก หรือ นักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬาในที่ที่อุณหภูมิร้อนจัด, ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น ต้องเดินทางไปประเทศที่อุณหภูมิอากาศร้อนกว่า หรือเจอมรสุมพายุฤดูร้อน, ผู้ที่ทานยาบางชนิด ได้แก่ ยาลดความดันโลหิตบางประเภท ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคจิตเวช ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาระบาย ยาบ้า โคเคน และผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน หรือเคยเป็นโรคลมแดดมาก่อนอาการของโรคลมแดดอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียสมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติไป เช่น อยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออกคลื่นไส้ อาเจียนผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดงเหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่นชีพจรเต้นเร็วผิดปกติปวดศีรษะไตวาย ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ เอนไซม์ในกล้ามเนื้อสูงผิดปกติวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการควรรีบหลบแดด ย้ายมาอยู่ในที่ร่มถอดเสื้อคลุมที่ไม่จำเป็นออกทำให้ร่างกายเย็นด้วยวิธีต่างๆ เช่น รดตัวด้วยน้ำเย็น เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นโดยเฉพาะที่บริเวณหลังคอ ข้อพับ และขาหนีบ เป่าพัดลมที่มีไอน้ำเย็น เปิดแอร์ดื่มน้ำ และน้ำเกลือแร่ให้มากๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่อีกทั้งยังมีวิธีการป้องกันไม่ให้เป็นโรคลมแดดได้ง่ายๆ อาทิ สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายและบาง เพื่อให้ผิวหนังได้มีการถ่ายเทความร้อนออกไปได้ง่ายขึ้น ใช้อุปกรณ์บังแดด เช่น ร่ม หมวกปีกกว้าง แว่นตากันแดด และทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ไม่ควรอยู่ในรถที่จอดกลางแดด อุณหภูมิในรถสามารถขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วถึง 50 องศาเซลเซียส ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถเด็ดขาด หาเวลาพักมาอยู่ในที่ร่มเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่ร้อนสุดคือช่วงกลางวัน ถ้าต้องการออกกำลังกายควรออกเวลาที่เย็นที่สุดของวัน คือตอนรุ่งเช้า และตอนเย็น ถ้ายังไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน เช่น เพิ่งย้ายมาอยู่ในประเทศที่ร้อนกว่าที่เดิม ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือการออกกำลังกายหนักในระยะแรก จนกว่าร่างกายจะชินกับอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น ถ้าทราบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น มีโรคประจำตัว สูงอายุ ทานยาที่มีความเสี่ยง ควรสังเกตอาการตนเอง ถ้าเริ่มมีอาการที่เข้าได้กับโรคลมแดด ควรรีบปฐมพยาบาลตนเองเบื้องต้น และรีบไปโรงพยาบาลทันทีขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

09 ต.ค. 2026

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่น

พิลาทิส (Pilates) คืออะไร? 7 ประโยชน์ที่ควรรู้ พร้อมข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มเล่นช่วงนี้ใครไถโซเชียลแล้วเจอคนไปเล่น พิลาทิส (Pilates) กันเต็มฟีดบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นคลิปออกกำลังกายบนเครื่อง Reformer หรือภาพสตูดิโอพิลาทิสสวย ๆ จนหลายคนเริ่มสงสัยว่า การออกกำลังกายแบบนี้มันดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็อยากลอง?เห็นท่าออกกำลังกายดูช้า ๆ เหมือนไม่เหนื่อย แต่ความจริงแล้วพิลาทิสไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวต้องอาศัยความแข็งแรง การควบคุมกล้ามเนื้อ และสมาธิไปพร้อมกันวันนี้ Chill ON จะพาไปทำความรู้จักว่า พิลาทิสคืออะไร มีที่มายังไง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง แล้วถ้าอยากหุ่นกระชับหรือเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน พิลาทิสจะเหมาะกับเราหรือเปล่า?พิลาทิส (Pilates) คืออะไร?พิลาทิส (Pilates) คือการออกกำลังกายที่เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ทั้งกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก และเชิงกราน พร้อมฝึกความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายความพิเศษของพิลาทิสคือ ไม่ได้เน้นความเร็วหรือการออกแรงหนักเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง การหายใจ และการใช้กล้ามเนื้ออย่างเหมาะสมเรียกง่าย ๆ ว่า ขยับตัวไม่เยอะ แต่กล้ามเนื้อทำงานจริง!นอกจากนี้ พิลาทิสยังเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low-impact Exercise) และสามารถปรับระดับความยากให้เหมาะกับแต่ละคนได้จุดเริ่มต้นของพิลาทิส มาจากไหน?รู้หรือไม่ว่า พิลาทิสไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตามกระแสโซเชียล แต่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20พิลาทิสถูกพัฒนาโดย โจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates) ชาวเยอรมัน ผู้สนใจการเคลื่อนไหวและการพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการฝึกที่เรียกว่า Contrology ซึ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตใจและร่างกายภาพถ่ายของโจเซฟ พิลาทิส ในวัย 57 ปี และ 82 ปี ขอบคุณภาพจาก : flavoursholidays.co.ukต่อมาเขาได้นำวิธีการฝึกนี้ไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา และได้รับความสนใจจากกลุ่มนักเต้นและนักกีฬา เนื่องจากเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมกล้ามเนื้อก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นการออกกำลังกายยอดนิยมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ในปัจจุบันพิลาทิสมีกี่แบบ? มือใหม่ควรรู้จักก่อนเริ่มเล่นสำหรับใครที่สนใจอยากลองเล่นพิลาทิส แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไร จริง ๆ แล้วพิลาทิสมีรูปแบบการฝึกหลายประเภท โดยสองแบบที่พบได้บ่อย ได้แก่1. Mat Pilates พิลาทิสบนเสื่อเป็นการออกกำลังกายบนเสื่อ โดยใช้น้ำหนักตัวเองเป็นแรงต้าน อาจมีอุปกรณ์เสริมอย่างลูกบอลหรือยางยืดจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องออกกำลังกายขนาดใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มฝึกพื้นฐาน หรืออยากออกกำลังกายที่บ้าน แต่บางท่าก็ต้องใช้ความแข็งแรงไม่น้อยเลย2. Reformer Pilates พิลาทิสบนเครื่องเป็นรูปแบบที่หลายคนคุ้นตาจากโซเชียล โดยใช้เครื่องออกกำลังกายที่เรียกว่า Reformer ซึ่งมีแท่นเลื่อน สปริง และสายสำหรับปรับแรงต้านอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้สามารถฝึกกล้ามเนื้อได้หลากหลายส่วน และปรับระดับความหนักให้เหมาะกับผู้ฝึกได้สำหรับมือใหม่สามารถเริ่มได้ทั้งสองแบบ แต่ควรเลือกคลาสพื้นฐานที่มีครูผู้สอนคอยแนะนำท่าทางอย่างถูกต้อง7 ประโยชน์ของพิลาทิส เล่นแล้วช่วยอะไรกับร่างกายบ้าง?1. ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและแกนกลางลำตัวหนึ่งในจุดเด่นของพิลาทิสคือการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว โดยเฉพาะหน้าท้อง หลังส่วนล่าง และสะโพกเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณนี้แข็งแรงขึ้น ก็จะช่วยให้ร่างกายมีความมั่นคง ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยพยุงลำตัวขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน2. ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพและการจัดท่าทางใครเป็นสายออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมทั้งวัน หรือชอบนั่งหลังค่อมโดยไม่รู้ตัว พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะการฝึกจะช่วยให้เรารับรู้ตำแหน่งของร่างกายมากขึ้น และพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมท่าทางอย่างไรก็ตาม พิลาทิสไม่ได้ทำให้หลังตรงหรือแก้ปัญหาท่าทางทุกประเภทได้ทันที ต้องอาศัยการฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน3. อาจช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่างหลายคนอาจสงสัยว่า พิลาทิสช่วยแก้ปวดหลังได้จริงไหม?จากงานทบทวนการศึกษาของ Cochrane พบว่า พิลาทิสอาจช่วยลดอาการปวดและข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของผู้ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังบางกลุ่มได้ เมื่อเทียบกับการได้รับการดูแลเพียงเล็กน้อยแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพิลาทิสให้ผลดีกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่นทั้งหมดดังนั้น หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มฝึก4. เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายคนที่รู้สึกว่าตัวเองแข็ง ก้มแตะปลายเท้าไม่ถึง หรือขยับตัวแล้วติดขัด อาจลองพิลาทิสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพราะหลายท่าฝึกมีการเคลื่อนไหวและยืดกล้ามเนื้ออย่างควบคุม ซึ่งช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหวของร่างกายได้5. ช่วยให้ทรงตัวและควบคุมร่างกายได้ดีขึ้นพิลาทิสไม่ได้ฝึกแค่ความแข็งแรง แต่ยังเน้นเรื่องความสมดุลและการประสานงานของกล้ามเนื้อการฝึกอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยพัฒนาการทรงตัวและการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาประเภทอื่น6. ช่วยผ่อนคลายความเครียดและฝึกสมาธิระหว่างเล่นพิลาทิส เราต้องจดจ่อกับลมหายใจและการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาการมีสมาธิกับร่างกายในขณะออกกำลังกายอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกของตัวเองได้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้โฟกัสกับตัวเองมากขึ้นอีกนิด7. ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างดูกระชับขึ้นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนสนใจพิลาทิสคือเรื่องรูปร่างการฝึกพิลาทิสสามารถช่วยเสริมความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็อาจช่วยให้รูปร่างดูกระชับขึ้นได้แต่พิลาทิสไม่ได้ทำให้ไขมันหน้าท้องหายไปเฉพาะจุด และไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้น้ำหนักลดลงเสมอไปพิลาทิสเหมาะกับใครบ้าง?ข้อดีของพิลาทิสคือสามารถปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับหลายช่วงวัยและระดับความแข็งแรงของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้คนทำงานออฟฟิศ ที่อยากเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและฝึกการควบคุมท่าทางคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย และต้องการกิจกรรมที่สามารถปรับระดับความหนักได้คนที่อยากมีกล้ามเนื้อแข็งแรงและรูปร่างกระชับ โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายแบบแรงกระแทกสูงผู้สูงอายุ ที่ต้องการฝึกความแข็งแรงและการทรงตัว โดยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสุขภาพคนที่เล่นกีฬาเป็นประจำ และอยากเสริมความมั่นคงของลำตัวและการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างไรก็ตาม ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มฝึกข้อดี-ข้อเสียของพิลาทิส ที่ควรรู้ก่อนสมัครคลาสแม้พิลาทิสจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจข้อดีของพิลาทิสเป็นการออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวช่วยพัฒนาความยืดหยุ่นและการทรงตัวมีระดับความยากให้เลือกตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นสูงสามารถฝึก Mat Pilates ที่บ้านได้เมื่อเรียนรู้ท่าที่ถูกต้องสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนได้ข้อเสียและข้อจำกัดของพิลาทิสคลาส Reformer Pilates อาจมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงผู้เริ่มต้นอาจต้องมีครูช่วยดูท่าเพื่อป้องกันการบาดเจ็บไม่ใช่การออกกำลังกายที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกเป้าหมาย เช่น การเพิ่มสมรรถภาพหัวใจและปอดผลลัพธ์ด้านความแข็งแรงและรูปร่างต้องอาศัยความสม่ำเสมอหากฝืนทำท่าที่ยากเกินความสามารถ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้เล่นพิลาทิสช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?คำถามยอดฮิตที่หลายคนอยากรู้คือ เล่นพิลาทิสแล้วผอมไหม?คำตอบคือ พิลาทิสสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลน้ำหนักได้ เพราะช่วยเพิ่มกิจกรรมทางกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่การลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณพลังงานที่ได้รับและใช้ไป การรับประทานอาหาร การนอนหลับ และการออกกำลังกายโดยรวมหากเป้าหมายคือการลดไขมัน การทำพิลาทิสควบคู่กับการเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเวทเทรนนิ่ง รวมถึงการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม อาจตอบโจทย์ได้มากกว่าการเล่นพิลาทิสเพียงอย่างเดียวพิลาทิสกับโยคะต่างกันยังไง?หลายคนอาจมองว่าพิลาทิสกับโยคะคล้ายกัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และให้ความสำคัญกับลมหายใจแต่ทั้งสองแบบมีจุดเน้นที่แตกต่างกันพิลาทิส (Pilates) เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนไหว และความมั่นคงของแกนกลางลำตัวโยคะ (Yoga) มีรูปแบบหลากหลาย โดยทั่วไปให้ความสำคัญกับท่าทาง การหายใจ ความยืดหยุ่น และสมาธิ บางรูปแบบก็ช่วยเสริมความแข็งแรงได้เช่นกันหากชอบการฝึกที่เน้นกล้ามเนื้อและการควบคุมร่างกาย พิลาทิสอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าอยากผสมผสานการเคลื่อนไหวกับการฝึกสมาธิ โยคะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว เพราะทั้งสองแบบสามารถฝึกควบคู่กันได้มือใหม่อยากเริ่มเล่นพิลาทิส ต้องเตรียมตัวยังไง?ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากลองเล่นพิลาทิส Chill ON มีคำแนะนำง่าย ๆ สำหรับมือใหม่มาฝากเลือกคลาส Beginner เพื่อเรียนรู้ท่าพื้นฐานและการหายใจให้ถูกต้องเลือกผู้สอนที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยเฉพาะหากมีข้อจำกัดด้านสุขภาพเริ่มฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งตามความพร้อมเลือกเสื้อผ้าที่ยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวสะดวก พร้อมสอบถามสตูดิโอว่าต้องเตรียมถุงเท้ากันลื่นหรือไม่อย่าฝืนทำท่ายากเกินตัว เพราะความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็วและจำนวนครั้งสรุป พิลาทิสดีไหม? ทำไมถึงน่าลองสักครั้งพิลาทิสไม่ใช่แค่การออกกำลังกายตามเทรนด์ แต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการควบคุมร่างกายได้ในเวลาเดียวกันสำหรับใครที่รู้สึกอยากเริ่มดูแลตัวเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นออกกำลังกายแบบไหนดี พิลาทิสอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบการเคลื่อนไหวแบบมีสมาธิและไม่เน้นแรงกระแทกสูงสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าจะออกกำลังกายตามเทรนด์ไหน แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองและสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเพราะการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรที่ยิ่งใหญ่ แค่เริ่มขยับร่างกายให้มากขึ้นในแบบที่เราชอบ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว!

ดนตรีบำบัดความเครียด มหัศจรรย์ของเสียงเพลงสู่ร่างกาย

26 ก.พ. 2025

ดนตรีบำบัดความเครียด มหัศจรรย์ของเสียงเพลงสู่ร่างกาย

ดนตรีบำบัด คือ ศาสตร์การบำบัดที่มีประโยชน์ทั้งในด้านความเพลิดเพลิน การศึกษา และการบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่มีความไม่สมดุลทางด้านอารมณ์ จนเกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตดนตรีบำบัดความเครียด, ดนตรีบำบัดจิตใจ คืออะไรดนตรีไม่ใช่แค่สิ่งที่ฟังเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ดนตรีบำบัดเป็นศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับกันมากมายและมีการนำไปใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย ทั้งในด้านจิตเวช กายภาพบำบัด และสุขภาพจิตทั่วไป เนื่องจากมีความเชื่อกันว่าเสียงเพลงมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ช่วยลดความเครียด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย หากคุณเคยรู้สึกสงบเมื่อได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะ หรือสามารถหลับได้ง่ายขึ้นจากเสียงดนตรีเบา ๆ เช่น ทำนองกล่อมนอน หรือเสียงธรรมชาติ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของดนตรีบำบัดจิตใจที่ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง ซึ่งบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า ดนตรีบำบัด คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และใครบ้างที่ควรเข้ารับการทำดนตรีบำบัด รวมถึงแนะนำวิธีการฟังเพลงเพื่อการผ่อนคลายอารมณ์และจิตใจที่คุณสามารถทำได้เองในชีวิตประจำวันดนตรีบำบัด (Music Therapy) เป็นศาสตร์ที่ใช้ดนตรีในการช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้กลับมาสู่สมดุล โดยมีนักดนตรีบำบัดที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ให้คำแนะนำและออกแบบการบำบัดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การใช้เสียงเพลงและจังหวะสามารถกระตุ้นอารมณ์ ความคิด ความจำ และพฤติกรรมของผู้รับการบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการทำงานของดนตรีบำบัด มีดังนี้ส่งผลต่อสมอง - เสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความจำ เช่น ระบบลิมบิก (Limbic System) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ ทำให้สามารถช่วยลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท - ดนตรีสามารถช่วยกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อเสียงเพลงโดยอัตโนมัติ เช่น ลดอัตราการเต้นของหัวใจหรือช่วยให้การหายใจเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอมากขึ้นปรับอารมณ์และช่วยให้ผ่อนคลาย - เสียงเพลงที่มีทำนองช้าและนุ่มนวลสามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) และเพิ่มสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกมีความสุขผู้ที่ควรเข้ารับดนตรีบำบัด มีใครบ้าง?ดนตรีบำบัดไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือร่างกายเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย การบำบัดด้วยดนตรีสามารถช่วยให้บุคคลในกลุ่มต่าง ๆ มีอารมณ์ที่ดีขึ้น ลดภาวะเครียด และเพิ่มสมดุลให้กับจิตใจและร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ที่ควรเข้ารับดนตรีบำบัดมีดังนี้ผู้ที่มีความเครียดและภาวะวิตกกังวลในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความกดดันจากการทำงาน ภาระครอบครัว และปัญหาส่วนตัว ความเครียดกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดนตรีบำบัดความเครียด สามารถช่วยให้จิตใจสงบลง ลดความวิตกกังวล และทำให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น การฟังดนตรีที่มีจังหวะช้าและนุ่มนวล เช่น เพลงบรรเลงแนวคลาสสิกหรือเสียงธรรมชาติ สามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol)ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางอารมณ์มักมีระดับสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความสุข เช่น โดพามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ต่ำกว่าปกติ การบำบัดด้วยดนตรีสามารถช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีเหล่านี้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้การฟังเพลงที่มีเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจ หรือเพลงที่ให้พลังบวก ยังช่วยปรับสภาพจิตใจให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ดนตรีเป็นสิ่งที่สามารถกระตุ้นความทรงจำของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์มักมีปัญหาเรื่องความจำและการรับรู้ การฟังเพลงที่คุ้นเคยจากอดีตสามารถช่วยกระตุ้นสมองให้จดจำเรื่องราวในอดีตได้ดีขึ้น ทำให้พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ลดอาการสับสน และช่วยให้มีอารมณ์ที่ดีขึ้นผู้ที่มีปัญหาด้านพัฒนาการ เช่น เด็กออทิสติก และเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้เด็กที่มีภาวะออทิสติก (Autism Spectrum Disorder) มักมีปัญหาด้านการสื่อสารและการแสดงออกทางอารมณ์ ดนตรีบำบัดสามารถช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารของเด็กเหล่านี้ได้ โดยการใช้จังหวะและเสียงเพลงเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์และพฤติกรรมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคทางระบบประสาทผู้ป่วยที่เผชิญกับโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคพาร์กินสัน มักมีภาวะเจ็บปวดเรื้อรังและความเครียดสูง ดนตรีบำบัดสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกายและช่วยให้จิตใจของผู้ป่วยสงบขึ้นได้ การศึกษาพบว่า การฟังเพลงสามารถช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาติผู้ที่ต้องการพัฒนาสมาธิ และความคิดสร้างสรรค์ดนตรีบำบัดไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยเสริมสร้างสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่ต้องใช้ความคิดในงาน เช่น นักเรียน นักศึกษา นักเขียน ศิลปิน หรือผู้ที่ต้องทำงานที่ต้องใช้จินตนาการการฟังดนตรีคลาสสิกหรือดนตรีที่มีจังหวะสม่ำเสมอ สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้สามารถคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้ดีขึ้นผู้ที่มีปัญหาด้านการนอนหลับดนตรีสามารถช่วยให้ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ (Insomnia) รู้สึกผ่อนคลายและหลับได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการฟังเพลงที่มีจังหวะช้า เช่น เสียงบรรเลงเปียโน หรือเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงฝนตก หรือเสียงคลื่นทะเล งานวิจัยพบว่า ดนตรีสามารถช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะผ่อนคลายและหลับได้สนิทขึ้น นอกจากนี้ ดนตรีบำบัดยังสามารถช่วยลดอาการฝันร้ายและภาวะตื่นกลางดึกได้อีกด้วยประโยชน์ของดนตรีบำบัดลดความเครียดและช่วยให้ผ่อนคลายในยุคที่เต็มไปด้วยความกดดันจากการทำงานและปัญหาส่วนตัว ดนตรีบำบัดความเครียด กลายเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เสียงเพลงสามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ทำให้ร่างกายและจิตใจเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย เพลงที่มีจังหวะช้า ทำนองนุ่มนวล เช่น ดนตรีบรรเลง เสียงธรรมชาติ หรือเพลงแนวอะคูสติก สามารถช่วยให้สมองปล่อยสารเซโรโทนิน (Serotonin) และเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ที่ช่วยสร้างความสุขและความสงบทางอารมณ์ นอกจากนี้ การฟังเพลงยังสามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ระบบหายใจเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายลดอาการตื่นตัวและความกังวลปรับปรุงคุณภาพการนอนปัญหานอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเครียดสะสม ดนตรีบำบัดสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้โดยการทำให้สมองเข้าสู่สภาวะที่สงบลงและพร้อมสำหรับการพักผ่อน เสียงเพลงที่มีจังหวะช้า เช่น เพลงคลาสสิก เสียงบรรเลงเปียโน หรือเสียงธรรมชาติ อย่างเสียงฝนตกหรือเสียงลมพัด สามารถช่วยลดคลื่นสมองที่เกี่ยวข้องกับความตื่นตัว และกระตุ้นคลื่นสมองที่ส่งผลต่อการนอนหลับลึก ทำให้คุณสามารถหลับได้ง่ายขึ้นและตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นมากขึ้นเพิ่มสมาธิและความจำสมองของเราสามารถได้รับการกระตุ้นจากดนตรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฟังดนตรีที่มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น ดนตรีคลาสสิก หรือดนตรีที่มีจังหวะสม่ำเสมอ สามารถช่วยให้สมองจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ได้ดีขึ้น งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ระบุว่า ดนตรีสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้และความจำ ส่งผลให้ผู้ที่ฟังดนตรีสามารถจดจำข้อมูลได้ดีขึ้นกระตุ้นอารมณ์และเสริมสร้างสุขภาพจิตดนตรีมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของมนุษย์อย่างมาก เสียงเพลงที่มีจังหวะเร็วและมีเนื้อหาสดใสสามารถช่วยเพิ่มพลังงานและทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง ในขณะที่ดนตรีที่มีจังหวะช้าและทำนองอ่อนโยนสามารถช่วยให้จิตใจสงบลง สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดสะสมการฟังเพลงเพื่อการผ่อนคลายทั่วไปถึงแม้ว่าบทความนี้จะกล่าวถึงการใช้ดนตรีเพื่อเป็นการบำบัดร่างกายและจิตใจ แต่ในขณะเดียวกันการฟังเพลงทั่วไปนั้นก็สามารถช่วยในการผ่อนคลายจิตใจในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี เพราะเพลงเป็นดนตรีที่มีความหลากหลายทั้งในส่วนของรูปแบบและแนวเพลง แน่นอนว่าแต่ละคนมีความชื่นชอบที่แตกต่างกัน อีกทั้งการฟังเพลงหลายครั้งก็มักจะเลือกแนวเพลงให้เข้ากับสถานการณ์หรือกิจกรรมที่ทำ เช่น เปิดเพลงสบาย ๆ ในตอนทำงาน, เปิดเพลงมันส์ ปลุกใจ เร้าอารมณ์ สำหรับการออกกำลังกาย, เปิดเพลงที่มีทำนองช้า ๆ หรือซาวน์ธรรมชาติเพื่อกล่อมนอน สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือจิตใจ การฟังฟังเพลงผ่านวิทยุออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ Atimeดนตรีบำบัด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด กระตุ้นความจำ หรือช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ซึ่งการฟังเพลงไม่จำเป็นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการทำดนตรีบำบัดเพียงอย่างเดียว เพราะคุณยังสามารถฟังเพลงเพื่อเป็นการผ่อนคลายแบบง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อความเพลิดเพลินระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบายใจมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาสถานีวิทยุที่มีเพลงไพเราะให้ฟังตลอดทั้งวัน ที่เว็บไซต์ Atime ของเรา เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการฟังวิทยุออนไลน์ทั้งสดและย้อนหลังจากคลื่นวิทยุชื่อดัง เช่น EFM, Green Wave และ Chill Online ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่ช่วยบำบัดจิตใจได้ทุกที่ทุกเวลา ที่สำคัญนอกจากจะมีดีเจเปิดเพลงให้ฟังแล้ว ภายในเว็บไซต์ยังมีคอนเทนต์น่าสนใจอื่น ๆ เช่น Club Friday, บทความรีวิวภาพยนตร์, พุธทอร์ค พุธโทร, รายการคุยข่าว, บทความเพื่อสุขภาพ และอีกมากมายให้เลิกรับชมตามความชอบ ไม่ว่าคุณจะต้องการผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรือฟังเพลงก่อนนอนเพื่อให้จิตใจสงบ ดนตรีบำบัดความเครียด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยให้คุณมีความสุขและใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลมากขึ้น

“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

18 มี.ค. 2025

“โรคงูสวัด” อันตรายกว่าที่คิด แพทย์ย้ำ อายุ 50+ และมีโรคร่วมเสี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรง

แพทย์เตือนผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม เสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดเส้นประสาทอย่างรุนแรงและยาวนาน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทั้งการนอน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาทางระบบประสาทได้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำการป้องกันโรคและภาวะแทรกซ้อนนพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีโรคอื่นร่วมด้วยมีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา โดยเฉพาะอาการปวดเส้นประสาทที่อาจจะรุนแรงและยาวนานหลายเดือนหรือเป็นปี ส่งผลกระทบต่อการนอน การทำงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวัน บางรายอาจเป็นภาวะซึมเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยวจากการเก็บตัวจากสังคม นอกจากนี้ โรคงูสวัดยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังเกิดเป็นแผลเป็นถาวร หากเกิดที่ใบหน้าหรือดวงตาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทบนใบหน้าได้ ในบางกรณีอาจนำไปสู่การเป็นโรคเส้นเลือดในสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง“ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายจะลดลง อีกประเด็นหนึ่ง คือ ผู้ที่มีอายุมากส่วนใหญ่จะมีโรคร่วมต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคที่จะต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง เมื่อมี 2 ปัจจัยนี้เข้ามาจึงทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดมากขึ้น” นพ. วีรวัฒน์ กล่าวโรคงูสวัดเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับอีสุกอีใส แม้ว่าจะหายจากอีสุกอีใสแล้ว แต่เชื้อไวรัสไม่ได้หายไปยังคงแฝงตัวอยู่ในปมประสาท และสามารถกลับมาแสดงอาการได้อีกครั้งเมื่ออายุมากขึ้น เชื้อไวรัสตัวนี้จะออกมาใหม่ในรูปแบบของโรคงูสวัด โดยอาการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน ควบคู่กับมีตุ่มน้ำใสขึ้นตามร่างกาย ทำให้เกิดแผล และระยะหลังจากแผลหายจะมีอาการปวดตามปลายประสาท โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเยอะ รวมถึงผู้ที่มีโรคร่วม อาการปวดจะยิ่งรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว“แนวทางป้องกันโรคงูสวัด สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ได้แก่ การออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัย และการรับวัคซีนป้องกัน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดมากกว่าปกติ และวัคซีนชนิดเชื้อเป็นสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป การรับวัคซีนจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคงูสวัด และหากเป็นโรคงูสวัดก็จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและภาวะแทรกซ้อนได้" นพ. วีรวัฒน์ กล่าวสรุปข้อมูลอ้างอิง1. Harpaz, R., et al. (2008). MMWR, 57(RR-5), 1–CE4.2. Marra, F., Parhar, K., Huang, B., Vadlamudi, N. (2020). Open forum infectious diseases, 7(1), ofaa005.3. Erskine, N., et al. (2017). PloS one, 12(7), e0181565.4. Forbes, H. J., et al (2016). Neurology, 87(1), 94–102.