แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี กลับมาตามสตอล์กเกอร์ กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา ทำอย่างไรดีคะ?

17 มิ.ย. 2026

แฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว 5 ปี

กลับมาตามสตอล์กเกอร์

กลัวว่าสักวันเขาจะขับรถมาชนเรา

ทำอย่างไรดีคะ?


       'คุณเอริน' (นามสมมุติ) สายที่ 1  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569)ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเก่ากลับมาสตอล์กเกอร์หลังจากเลิกกันไปแล้ว ซึ่งมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ในอนาคต

        'คุณเอริน' (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ได้เล่าเรื่องว่า ตนนั้นมีแฟนเก่าที่เลิกกันไปประมาณ 5 ปี แต่เขากลับมาตามไม่เลิก และเริ่มมีพฤติกรรมการเข้าประชิดตัวช่วงปีนี้ เหตุการณ์ล่าสุดคือ คุณเอรินกำลังให้อาหารปลาที่วัดแถวบ้าน แฟนเก่าก็เข้ามากอดจากด้านหลัง พยายามดึงแขนและชวนไปที่ห้อง เธอจึงกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ แฟนเก่าจึงตกใจและหนีไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาประชิดตัวคุณเอริน และมีอีกเหตุการณ์ที่เขามาดักระหว่างทางกลับบ้าน เพราะรู้ที่อยู่บ้าน อีกทั้งบ้านยังอยู่ในละแวกเดียวกันด้วย

        ในตอนที่คบกันนั้น แม้คุณเอรินจะรู้ว่าแฟนเก่าเจ้าชู้แต่ก็ยังหลับหูหลับตาหลอกตัวเอง ไม่ว่าเขาพูดอะไรก็เชื่อ แต่ครั้งสุดท้ายที่ทำให้คุณเอรินรับไม่ได้จริง ๆ คือเขานอกใจไปกับคุณแม่ของรุ่นพี่เธอ และในตอนนั้นคุณแม่มีสถานะเป็นหัวหน้างานของแฟนเก่า นอกจากนั้นยังเคยพูดกับเธอว่า “ถ้าเขาเจ้าชู้เดี๋ยวแม่จัดการให้” เธอจึงเชื่อใจแม่รุ่นพี่มาก ในตอนที่ไปเที่ยวกับแฟนเก่า คุณแม่รุ่นพี่โทรเข้ามาก็ไม่เคยเอะใจคิดว่าเขาคงคุยกันเรื่องงาน พอจับได้ครั้งนี้คุณเอรินก็บอกเลิก และบอกว่า “เรารับไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็หลอกตัวเองมาเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้มันเกินไป” 

        เลิกกันแรก ๆ เขาก็มาวอแวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวของเธอ ทั้งตัวเขาเองและให้ผู้หญิงของเขาตามมาวอแวเราด้วย เธอไม่รู้ว่าเขาไปพูดอะไรกับผู้หญิงของเขา แต่เมื่อบล็อกไป ผู้หญิงเหล่านั้นก็จะเพิ่มเพื่อนคุณเอรินมา หากไม่รับ และไม่ตอบ เขาก็จะส่งข้อความไปหาเพื่อนของเธอแทน โดยจะเป็นข้อความประมาณว่า “น้องคะฝากบอกเพื่อนด้วยนะว่าให้เลิกยุ่งกับผัวพี่” ทั้งที่เธอไม่ได้ยุ่งกับเขาเลย และยังเป็นคนที่ออกมาจากผู้ชายคนนั้นเองด้วย

        คุณเอรินเล่าว่า แฟนเก่าเพิ่งเริ่มจะมาเข้าประชิดตัวตอนกำลังจะเข้าปีที่ 5 ที่เลิกกัน ซึ่งคือตอนนี้ อยู่ดี ๆ เขาก็กลับมา เริ่มแรกเขาทักมาว่า “อยากกลับมาคืนดี” แต่คุณเอรินเองก็มีแฟนใหม่แล้ว มีชีวิตที่ไม่ท็อกซิกแล้ว และยังไม่อยากเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเป็นคนจริง เธอจึงอยากแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน 

        ก่อนหน้านี้เธอเคยลงบันทึกประจำวันไปแล้ว เพราะเขาส่งรูปโป๊เปลือยมา และเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุดคือ ครั้งหนึ่งตอนที่เธอกำลังขับมอเตอร์ไซค์ผ่านเส้นทางหนึ่งเพื่อจะกลับบ้าน ก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับปาดออกมา และเปิดกระจกบอกว่า “ถ้าไม่โอนเงินมา เดี๋ยวจอมากกว่านี้แน่!” ซึ่งคนในรถคันนั้นก็เป็นแฟนเก่าเธอ

        นอกจากคุกคามคุณเอรินแล้ว เขาก็ยังมาทวงของมีค่าที่เคยซื้อให้ช่วงที่คบกันอีกด้วย ในตอนนั้นเวลาทำผิดเขาก็จะซื้อของมาง้อ และเขารู้อยู่แล้วว่าเธอรักศักดิ์ศรีมาก ตอนเลิกกันเขาจะใช้คำพูดประมาณว่า “เราอยากได้ของเขาหรอถึงไม่คืนของ” คุณเอรินก็ได้คืนของเขาไปหมด เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเรายังไม่คืน นอกจากนั้นยังเคยมาขู่ให้โอนเงินจำนวน 1,000 บาท ให้เขา ไม่อย่างนั้นจะบอกแฟนคนปัจจุบันของคุณเอรินว่าตอนที่คบกันเป็นอย่างไร ในตอนนั้นเอง คุณเอรินก็รู้สึกตกใจเพราะเขาเคยขู่ว่าแอบถ่ายรูปเธอไว้ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ จึงได้ทำการโอนเงินให้เขาไปหนึ่งครั้ง เหมือนเขาจะได้ใจ และพยายามติดต่อมา

        บางครั้งเขาก็ส่งข้อความมาคุยดี ๆ บอกว่าขอโทษสำหรับเรื่องที่ผ่านมา แต่พอเธอกดอ่าน เขาก็จะเปลี่ยนเป็นทวงเงิน จะคิดค่าน้ำมันรถที่เคยรับส่งเธอย้อนหลัง เคยทวงผ่านทางเพื่อนเธอ และผู้หญิงของเขาก็เคยมาทวงจากเธอ เขาเคยบอกว่าที่ชีวิตเขาเป็นอย่างนี้เพราะคุณเอรินเลิกกับเขา ในตอนที่คบกับเธอทำกับข้าวให้ทุกวัน และเวลาไม่มีเงินก็จะพูดจากดดันเพื่อยืมทองเธอไปจำนำ บางครั้งก็ไม่ไถ่มาคืนเธอ 

        คุณเอรินเสริมว่าเรื่องที่เลิกกันเคยบอกคุณพ่อแล้ว แต่พักหลังที่เขามาคุกคามยังไม่ได้บอกเพราะคิดว่ามันจะไม่กลับมาเกิดขึ้นอีกแล้ว โดยปกติเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นตอนเลิกกันใหม่ ๆ แต่อันนี้เกิดขึ้นหลังเลิกกันไปนานแล้ว แฟนเก่าคนนี้ก็รู้ว่าเธอมีแฟนใหม่แล้วแต่เขาไม่กลัวเลย

        คุณเอรินกลัวว่าถ้าแจ้งความไปแล้วเรื่องเงียบ เธอกลัวว่าเขาจะขับรถมาเฉี่ยวเธอในสักวันหนึ่ง เพราะเธอเองก็ขับมอเตอร์ไซค์ และยังขับไม่แข็งอีกด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะไปดักทางไหน และจนตอนนี้คุณเอรินก็ยังไม่กล้าเล่าให้แฟนฟัง เพราะแฟนเธอเป็นคนจริง จึงอยากจัดการด้วยตัวเองก่อน ไม่อยากให้แฟนต้องมาปวดหัวกับเรื่องราวในอดีตของเธอ คุณเอรินจึงขอคำปรึกษาจากดีเจทั้งสามว่า “หนูควรบอกแฟนดีไหม หรือจะทำอย่างไรดี?”

        ดีเจทั้งสามเริ่มให้คำปรึกษาโดยเริ่มจาก ‘ดีเจต้นหอม' ที่บอกว่า “อันนี้เราควรบอกคนรอบข้าง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เราถูกคุมคาม และเป็นเรื่องความปลอดภัยของเรา"

        คุณเอรินเล่าเพิ่มเติมว่า เขาชอบทวงบุญคุณบางครั้งก็มีการส่งรูปกระบอกปืนมาขู่ ด้วยความกลัวเธอจึงไม่ได้ตอบกลับ แต่แคปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และถามคำถามเพิ่มว่า หากแจ้งความแล้วเรื่องเงียบ สามารถส่งเรื่องไปให้ HR บริษัทเขาได้หรือไม่ เพราะบริษัทเขาค่อนข้างห่วงเรื่องภาพลักษณ์ แต่ตำแหน่งของแฟนเก่าไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่อะไร

        สำหรับเรื่องที่โดนขู่ ‘ดีเจต้นหอม’ มองว่าควรแจ้งความ และให้เก็บหลักฐานว่าเขาคุกคามเราอย่างไร

        ‘ดีเจเผือก’ ให้คำปรึกษาว่า “เรื่อง HR แล้วแต่ว่าเขารับเรื่องแล้วจะจัดการอย่างไรหรือเปล่า และมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานด้วย คิดว่าน่าจะบอกแฟนตามพี่เอรินบอกว่าเขาเป็นคนจริง เขาอาจจะจัดการได้”

        ’ดีเจเติ้ล‘ แนะนำว่า “นำหลักฐานที่มีให้ตำรวจทั้งหมด และเขาเองก็เคยฉุดเราแล้วด้วย จริง ๆ ถ้าวันนั้นเราแจ้งความตำรวจน่าจะทำอะไรแล้ว เพราะเขาก่อเรื่องในที่สาธารณะเลย เรื่องแบบนี้ควรป้องกันไว้ก่อน“

        ดีเจทั้งสามให้คำแนะนำรวม ๆ กันว่า ”ให้บอกแฟน และให้แฟนพาไปแจ้งความเพื่อความปลอดภัยของคุณเอริน อีกทั้งเรื่องที่เขาขู่เธอมันเข้าข่าย Blackmail เก็บรวบรวมหลักฐานไว้ ไม่ต้องถึง HR แค่ให้คนรอบตัวรู้ก่อน และคอยตามเรื่องกับตำรวจว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรต่อ อย่าไปคิดว่าอดีตของเราเป็นปัญหา เพราะตอนนี้เราคือเหยื่อ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

24 ม.ค. 2025

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

“คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาความรัก แอบคบกับเด็กฝึกงานทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ปัจจุบันคบกับแฟนมาได้ 4 ปีแล้ว แฟนอายุน้อยกว่าหนู เรื่องราวเกิดขึ้นประมาณตอนที่เราคบกันได้ 3 ปี ตอนคบกันก็ดี หนูอยู่บ้านเขามาตั้งแต่ปีแรก หนูก็ทำตัวดีมาตลอด แฟนเราเขาก็นิสัยดี ทำงานก็โอเค มีความรับผิดชอบ ดีทุกอย่าง ที่บ้านเขาก็รับหนูได้ แต่ว่าเขาก็คือเขา ทำงานอย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยเทคแคร์เท่าไหร่ตั้งแต่แรกเลย เหมือนหนูเป็นคนติด skinship แต่ว่าเขาเป็นคนนิ่งๆ โดยส่วนตัวหนูเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาตลอด 3 ปี หนูก็เจอพฤติกรรมที่เขาไม่ค่อยสนใจเราเท่าไหร่ น้อยมากที่เขาจะถามว่ากินข้าวหรือยัง ไม่ได้ถามเลยว่าเราเหนื่อยมั้ย เป็นหนูมากกว่าที่ถามแบบนั้น จนวันหนึ่งมีเด็กฝึกงานเข้ามาที่บริษัท เขาก็น่ารักดีและหนูเป็นคนขี้เล่นชอบหยอดเขา ซึ่งเราก็รู้จักในฐานะที่หนูดูแลเขาแล้วก็มี LINE ส่วนตัวกัน พอเขาเข้ามาฝึกงานก็เห็นว่าน่ารักดีเลยหยอดกันไปมาจนเขาทักมาจีบหนูก็เลยได้คุยกัน คุยกันไปคุยกันมา ก็เริ่มบ่อยขึ้น มีนัดไปกินข้าวด้วยกัน สานสัมพันธ์กันมาพักใหญ่ๆ หนูกับแฟนก็เริ่มมีปัญหากันหลายเรื่อง เรื่องไม่สนใจก็สะสมมา ยังมีปัญหากับเรื่องครอบครัวเขา คือครอบครัวเขาดีทั้งหมด แต่มันจะมีอยู่คนหนึ่งที่เขาไม่ดีกับหนู หนูเลยไม่ดีกับเขามันเลยทำให้มีปัญหากัน ทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น แล้วหนูก็ออกไปเจอเพื่อนบ่อยขึ้น หาเพื่อนไปเที่ยว ซึ่งในนั้นก็มีเด็กฝึกงานอยู่ด้วย แล้วหนูก็เริ่มห่างกับแฟน ไปกินข้าวกับเพื่อนบ่อยก็เริ่มถลำลึกจนไม่กลับบ้าน ถึงขั้นที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กฝึกงาน แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีแฟนอยู่แล้ว และหนูก็ตั้งใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้เพราะไม่ได้คิดจะเลือกเขาตั้งแต่แรก และมันก็ถลำลึกไปเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ หนูกับแฟนก็ทะเลาะกันหนักเข้าไปใหญ่ จนวันหนึ่งเหมือนเขาจับได้ จากที่แฟนไม่เคยพูดจาไม่เพราะก็เริ่มขึ้นมึง-กู โยนเสื้อผ้าหนูออกจากตู้ ถึงขั้นไล่หนูออกจากบ้าน หนูเลยพูดขอโอกาสว่า “จะไม่ทำอย่างงี้อีก” ซึ่งหนูตั้งใจพูดไปแบบนั้นเพื่อให้เขาอยู่ต่อเพราะว่าหนูไม่มีครอบครัวที่กรุงเทพ แล้วหนูไม่อยากเริ่มต้นใหม่ หลังจากนั้นก็ง้อเขาอยู่เรื่อยๆ ช่วงที่ทะเลาะกับเขา หนูก็พยายามกลับบ้านเร็ว ทำกับข้าวไว้ให้เขา แต่มันก็เหมือนเป็นผลของการกระทำ เพราะเขาก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน กลับดึก กลับมาบ้านก็เดินหนี เหมือนเขาทำแบบที่หนูทำเพื่อประชดหนู ซึ่งหนูก็รู้อยู่แล้วว่าเขาก็ไม่ได้มีคนอื่น มันเป็นแบบนั้นอยู่ 2 เดือน แต่ในช่วงนั้นหนูก็ไม่ได้หยุดคุยกับเด็กฝึกงาน มีเวลาเจอกันก็ยังได้เจอ บางทีเลิกงานก็ยังไปเจอกัน ที่หนูยังไม่หยุดคุยกับเด็กฝึกงานเพราะหนูคิดว่าหนูยังไม่ได้แต่งงานก็ยังมีสิทธิ์เลือก กับแฟนก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ หนูก็ยอมให้เขาทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนมันเกิดเหตุการณ์ที่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล แต่วันนั้นแฟนหนูเลือกที่จะตัดหนู ทิ้งให้หนูเผชิญปัญหาตรงนั้นคนเดียว ซึ่งมันหนักมาก หนูก็คิดว่าไม่เป็นอะไร ต้องผ่านไปให้ได้ แต่เด็กฝึกงานคอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆ หนู เขาบอกกับหนูว่า “มันไม่เป็นอะไร มันไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก” แต่หนูอยากได้คำพูดแบบนี้จากแฟนหนูมากกว่า และตอนนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูก็ยังคบซ้อนทั้ง 2 คนอยู่ อยู่กับคนนี้ 3 วัน กับอีกคนหนึ่ง 4 วัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ และหนูก็คิดว่าแฟนรักหนูจนไม่คิดจะตามหาว่าหนูไปทำอะไร อยู่ที่ไหน แค่หนูกลับไปบ้านเขาก็ดูมีความสุขแล้ว เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราทะเลาะกันหนักมาก จนหนูย้ายออกมาอยู่หอ เขาปล่อยให้หนูขับรถ 590 กิโล กลับบ้านคนเดียวช่วงปีใหม่ หนูเลยบอกกับแม่ว่าหนูจะย้ายออกมาจากบ้านเขา แต่สุดท้ายเขาก็นั่งรถทัวร์ตามมา ในช่วงปีใหม่ก็ยังตึงใส่กันจนไม่มีความสุข ซึ่งช่วงที่หนูย้ายมา เด็กฝึกงานก็ไม่ได้ฝึกที่บริษัทต่อแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ปัจจุบันเด็กฝึกงานคนนั้นก็กลับมาทำงานที่บริษัท หนูกับแฟนก็ยังอยู่และตกลงซื้อบ้านด้วยกัน ตอนนี้เป็นรักสามเศร้าแต่ทั้ง 2 คนก็ยังไม่รู้ กับแฟน เขาดีพร้อมทุกอย่างที่หนูต้องการ 90% แต่อีก 10% ที่แฟนไม่ได้มีให้หนู แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขามีให้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มีวิธีไหนที่เราจะปล่อยเด็กฝึกงานไปไหม?” เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูบอกว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไรแต่หนูไม่กล้าบอกเลิก มันแปลกตรงที่หนูไม่กล้าบอกเลิก แต่ดันกล้านอกใจ กับเด็กฝึกงานคนนั้นหนูก็ตั้งใจหลอกเขา หนูจะบอกว่าหนูยังไม่รู้จะเลือกใครดี แต่หนูยังไม่ได้เปิดโอกาสให้ใครสักคนเลือกหนูเลย เพราะหนูดันปิดบังทั้งคู่ วิธีการปล่อยเด็กฝึกงานง่ายจะตายไป หนูแค่บอกความจริงเขาไปว่า พี่ทรยศแฟนมามีหนู แล้วหนูไม่จำเป็นต้องคิดเลยว่าจะทำยังไงดีถึงจะตัดเขาได้ อยากได้ความจริงใจ แต่ทำไมหนูเอาความหลายใจเข้าไปแลกล่ะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนที่หนูบอกว่ามีดี 90% ทุกวันนี้เขายังรักผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวแบบหนู 100% ได้เลย ทำไมหนูถึงคิดว่าหนูต้องการ 10% จากคนอื่น’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องถามคนไปทั่วว่าตัดคนหนึ่งยังไง เราทำได้แค่ไม่ทำเท่านั้นเอง เด็กฝึกงานมี 10% พี่ไม่รู้ว่าต้องหาผู้ชายคนไหนที่ให้เราได้ 90% อีก แล้วเราถามตัวเองหรือยังว่าให้คนๆ นั้นกี่เปอร์เซ็นต์ เราเอา 10% มาเทียบกับคนที่ให้เรา 90% มันแทบจะไม่ต้องเป็นช้อยส์เลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่เราจะทำหรือไม่ หรือทำเมื่อไหร่แค่นั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

25 มิ.ย. 2025

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือนตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่างตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว แฟนเคยบอกเพื่อนว่า...“พี่สาวจะย้ายมาอยู่ด้วย ทำไมยังไม่ออก” เพื่อนตอบ “นี่มึงไล่กูหรอ??”ตอนนี้กลายเป็นปัญหาของคู่เรามากๆเลยค่ะจะทำยังไงดี? “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนแฟนมาอยู่ในห้องแฟน แต่ไม่ช่วยออกเงินอะไรเลย โดย “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน พวกหนูกำลังเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ หนูกับแฟนอยู่หอนอก แต่ไม่ได้อยู่หอเดียวกัน ทีนี้เพื่อนของแฟนมาขออยู่หอกับแฟนหนู มาอยู่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนตอนนี้ 3 เดือนแล้ว เขาให้เหตุผลว่า ทางบ้านเขามีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเขาพยายามจะให้ตัวเองไปอยู่หอในให้ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะปี 1 เขาอยู่กันหมดแล้ว และอีกเรื่องเขาดูเหมือนไม่ยอมหาหอเอง เพราะหอดีๆ ราคาถูกมันก็เริ่มเต็มหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องมาอยู่กับแฟนหนู แล้วแฟนเขาก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฎิเสธ แฟนเขาพูดว่า ก็คงต้องรับกรรม ด้วยความที่แฟนหนูเป็น Introvert แต่พอเพื่อนเขามาอยู่ ความเป็นส่วนตัวเขาหายไปหมดเลย ส่วนเรื่องการล้างจาน หรือทำความสะอาด ทางเพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้รักสะอาดขนาดนั้น ถามว่าช่วยค่าหอมั้ย เขาก็ช่วย แต่เรื่องค่าน้ำค่าไฟมันแพงขึ้น ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเขาใช้ค่าไฟเป็นพันเลย แล้วมันไม่ใช่ว่าเพื่อนมีปัญหาการเงินคนเดียว แต่ทางแฟนหนูก็มี เขาก็ต้องจัดการชีวิตของเขา แต่พอทุกอย่างมันเพิ่มขึ้น มันบั่นทอนความเป็นส่วนตัวของเขามากขึ้น แฟนหนูเลยรู้สึกไม่ดี เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟนก็น้อยลงมาก และเราก็ทะเลาะกันมากขึ้น แฟนหนูเคยอ้างไปแล้วว่า เดี๋ยวเดือนหน้าพี่สาวของกูจะมาแล้วนะเพื่อน ทำไมยังไม่ออก เพื่อนก็เลยคิดว่า อ้าว มึงไล่กูหรอ จริงๆหนูก็บอกผ่านแฟนไปแล้วว่า หาหอใหม่ได้แล้ว เพราะว่าหอดีๆแถวนี้จะไม่มีแล้วนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คือมันจะอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่แฟนหนูจะต้องมาคอยเช็ดตามเก็บกวาดทุกเรื่องในห้อง ล่าสุดเพื่อนอีกคนของแฟนมาอยู่ในห้องแฟนด้วย จริงๆเพิ่งมาอยู่ด้วย 1 - 2 วันก่อน ทั้งสามคนเขาสนิทกัน แต่คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ เขาหอบข้าวหอบของเข้ามา เพราะว่าเขาเช่าหอกับ roommate ที่เป็นผู้หญิง แล้วครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นมาหา เขาเลยต้องออกมาอยู่ชั่วคราว เพื่อให้ครอบครัวเขาเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่หอคนเดียว ก็เลยสร้างความลำบากใจกับแฟนหนูเวลานอน เหมือนมาเลี้ยงลูก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า จะทำยังไงให้เพื่อนคนนี้ออกไปดีคะ? หนูอยากได้ความเป็นส่วนตัวของหนูกับแฟนกลับมาด้วย แล้วก็ไม่อยากให้แฟนต้องมาคอยลำบากใจ เดี๋ยวเพื่อนจะมาดึก เดี๋ยวเพื่อนต้องเล่นเกมแล้วเขาต้องรีบนอนไว ไม่อยากให้เพื่อนคนนี้อยู่นานกว่านี้อีกแล้ว’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ห้องของพี่ก็เคยเป็นห้องประมาณนี้ แต่บางทีอยู่เป็น 10 คน กับเพื่อนๆก็โอเค แต่มันจะเริ่มมีปัญหาตอนที่เรามีแฟน บางทีแฟนก็มาหา แรกๆก็อยู่ร่วมกันได้ สักพักก็เริ่มไม่ได้ ซึ่งพี่ใช้วิธีพูดกับเพื่อน พี่ว่ามันอยู่ที่ความเด็ดขาดและการจัดการของเจ้าของห้อง สุดท้ายแฟนเราต้องเป็นคนที่จัดการเรื่องนี้ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูอยากให้ปัญหานี้จบ หนูอาจจะต้องรับบทนางวีน ไปนั่งๆหน้าคว่ำอยู่ในห้อง มองมันให้มันรู้ว่าเราไม่แฮปปี้ที่มีมันอยู่ ก็ต้องชัดเจนว่าเราจะอยู่กับแฟน หรือไม่ก็พูดเลยว่าทำยังไงดีเราอยู่ด้วยกัน 3 คนไม่ได้ เราต้องการเวลาส่วนตัวกับแฟน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มให้เห็นถึงความไม่สะดวก ให้เขาพูดกับเพื่อนเป็นกิจลักษณะว่า มันจะต้องมีวันที่ยังไงมึงก็ต้องย้ายออกนะ เพราะตอนนี้แฟนกูมาที่ห้องไม่ได้เลย แล้วเขาก็ถามกูตลอดว่ามึงจะอยู่ถึงเมื่อไร แล้วไหนจะพี่กูมาอีก เขาก็ไม่โอเคที่มาแล้วเจอคนอื่น มันไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้นะนอกจากตัวเราเอง เพื่อนบางคนถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

04 เม.ย. 2025

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวันขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทนจนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ? ถ้าปล่อยไว้ในอนาคต จะมีปัญหาระยะยาวไหม “คุณหอย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาญาติๆพากันเเย่งเลี้ยงลูกของตัวเอง โดย “คุณหอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกับเเฟนเรามีอายุเท่าๆกัน ประมาณ 30 ปี ผมกับเเฟนเราทั้งคู่ก็ได้มีลูกกัน ตอนนี้ลูกอายุ 5 เดือน ปัญหานี้ไม่ได้มาจากผมหรือเเฟน เเต่มาจาก เเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟนผม ทั้งคู่พากันเเย่งลูกของผมไปเลี้ยง แต่จะสลับกันเลี้ยง เเม่ยายจะเลี้ยงลูกผมตอนเช้า เเล้วพี่สาวเเฟนผมเขาทำธุรกิจก็จะปิดร้านประมาณ 2 - 3 ทุ่ม พอทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็จะมารับลูกผมไปเลี้ยง สรุปก็คือทั้งวัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับลูกเลย กลายเป็นเกิดปัญหาทะเลาะกันเกี่ยวกับการเเย่งกันเลี้ยงของเเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟน บางครั้งเเฟนผมก็ต้องพูดเพื่อขอให้เขาเอาลูกของผมเอง กลับมาหาเลี้ยงเองบ้าง มีวันหนึ่งที่ลูกผมร้องตอนประมาณตี 1 เพราะถึงเวลาที่ต้องให้นม พี่สาวเเฟนเขาได้ยิน เขาก็รีบวิ่งมาเเล้วเอาตัวลูกผมไป หรือบางวันลูกผมร้องหนักๆ เเม่ยายที่อยู่ชั้น 2 ก็เดินลงมาเเล้วเอาตัวลูกผมไปเเทน จนตอนนี้เเฟนผมเหมือนมีหน้าที่เเค่ปั้มนม เพื่อให้ลูกกิน ส่วนผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เเล้วก็มีเรื่องของการที่พี่สาวเเฟน เเละเเม่ยายตามใจหลานมากๆด้วย เพราะก่อนที่ลูกผมจะคลอด พี่สาวเเฟนก็ซื้อของเตรียมกันไว้เหยียบเเสนอยู่ เเล้วเขาก็ไม่ไว้ใจใครเลี้ยง เลี้ยงเหมือนไข่ในหิน จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าเริ่มอึดอัด เพราะลูกผมเขาก็เอาไปเลี้ยง เเล้วผมก็เป็นคนนอกที่เข้าไปอยู่ในบ้านของเเฟน จะให้ผมมานอนดูทีวีเฉยๆมันก็อาจจะดูเเปลกๆ ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่เเค่ชงนม ส่วนภรรยาผม เขาก็มีการบ่นๆกับผมเรื่องนี้ เเล้วเขาก็เป็นลูกคนเล็กเลยอาจจะโดนพี่สาวเเละเเม่กดๆอยู่ ในตอนเเรกเเฟนผมก็ได้เลี้ยงลูกบ้างเพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ เเต่พอเขามีงานเวลาที่ได้เจอกับลูกก็น้อยลง เพราะตอนเช้าเเม่ก็เอาไปเลี้ยงตอนมืดพี่สาวเขาก็เอาไป หรือบางครั้งที่เเฟนผมไปขอลูกมาเลี้ยงเองบ้าง เขาก็เหมือนไม่อยากให้ เพราะเขาก็รักของเขา ผมก็พูดอะไรไม่ได้หรือบางครั้งเราก็ไม่เเย่งคืนมาเลยได้ไหม ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรที่จะปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกเลยดีไหม ให้เขาเป็นตัวหลักเเล้วเราเป็นตัวรอง หรือ เราควรที่จะไปคุยกับเขาเลยดีไหม กลัวว่าอนาคตเราปล่อยลูกให้คนอื่นเลี้ยงจะมีปัญหาในอนาคตรึป่าว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลูกคุณหอยเป็นเด็กที่น่าอิจฉานะ เพราะตอนนี้ลูกคุณหอยได้รับความรักจากคนทั้งบ้านเเบบสุดๆไปเลย เเละตอนนี้พี่ว่ายังไม่มีปัญหาเพราะเขายังเด็กอยู่ เเต่ในอนาคตตอนที่เขาโตขึ้นเเล้วเขาไม่ได้ถูกเลี้ยงจากพ่อเเละเเม่พี่ว่ามันก็ไม่ถูก ซึ่งถ้าถึงเวลานั้นตัวคุณหอยกับเเฟนก็อาจจะต้องมีการพูดคุยกับพวกเขาบ้าง อย่างเช่นตอนส่งเขาเข้านอน ควรจะเป็นพ่อกับเเม่ดีกว่า เพราะงั้นตอนนี้ก็อาจจะเอนจอยไปก่อนก็ได้ในตอนที่เขายังเด็กอยู่ สุดท้ายพี่ก็มั่นใจว่าถ้าคุณหอยเเฟน มอบความรักให้เขาอย่างเต็มที่ พี่ว่าเขาก็น่าจะรู้เเหละว่าใครคือพ่อเเละเเม่ของเขา’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ตอนนี้คุณหอยกำลังห่วงอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน เเละพี่มองว่า เด็กที่อายุ 0 - 3 ขวบ คือในช่วงที่เด็กกำลังเรียนรู้เรื่องความผูกพันธ์อยู่ เเม้ว่าพ่อเเม่ไม่ได้เลี้ยงแต่สายใยความผูกพันพ์ของคนเป็นเเม่ที่อุ้มท้องมา 9 เดือนมันก็ต้องมีอยู่เเล้ว เเต่ก็อย่าพึ่งถึงขั้น อคติว่า ฉันไม่ได้เลี้ยงลูกต้องไม่รักฉันเเน่เลย เพราะตัวคุณหอยที่เป็นพ่อ ก็ยังอยู่ที่บ้านกับลูกเสมอเลย เพราะงั้นวิธีการในการสื่อสารว่าเราก็อยากที่จะเลี้ยงลูกเหมือนกันนะ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่งั้นอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ เช่นบอกคุณเเม่เเฟนว่า คุณเเม่ก็ต้องดูแลสุขภาพเหมือนกันนะ ให้เราช่วยเลี้ยงดีกว่า จะได้เเข็งเเรงเเละเห็นหลานเติบโตไปพร้อมๆกันทุกคน’ เเละสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่อ้อยนะครับ ว่าช่วง 0 - 3 ขวบเป็นช่วงที่สำคัญในเรื่องการเรียนรู้ความผูกพันธ์ เเละที่สำคัญการที่คุณหอย อยากที่จะให้ลูกตัวเองเติบโตมาเป็นเเบบไหน คนที่ใกล้ชิดก็สำคัญ เพราะเด็กจะมีการเรียนรู้ หรือการเรียนแบบบุคลิกของคนที่ใกล้ชิดกับเขา เช่นลูกของผม บางครั้งก็เคยพูดคำที่ผมสอนเขา กลับมาใส่ผมเหมือนกัน ผมยังอึ้งว่า นี่คือการ Copy ชัดๆ เเละผมก็ไม่เคยให้มีใครมาก้าวก่าย การเลี้ยงลูกของผมเลย เพราะงั้นการที่ คุณเเม่ของเเฟน กับ พี่สาวเเฟน เขาได้เลี้ยงลูกคุณหอย ในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม เเละก็ไม่ได้มีใครคาดเดาได้ว่าลูกคุณหอย จะเติบโตมาในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม ที่สำคัญอย่าคิดว่าโตเเล้วค่อยเลี้ยง ผมเชื่อว่าในเวลานั้นมันจะทันเเล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

15 พ.ค. 2026

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทยเลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้านมีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นอาศัยอยู่ที่อิตาลี และมีธุรกิจตู้หยอดเหรียญที่ไทย โดยให้พ่อแม่ดูแลกิจการ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึเสียใจคือเห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านไป ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองอยู่ต่างประเทศ สามีได้ลงทุนเปิดธุรกิจตู้หยอดเหรียญประเภทหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจครั้งแรก มีเพียงสาขาเดียว เปิดกิจการเข้าเดือนที่สามแล้ว โดยให้พ่อกับแม่ของคุณเมล่าคอยดูแลเครื่อง ดูแลลูกค้า เก็บเงิน และเธอเองก็จ่ายเงินให้เป็นค่าแรงค่าเสียเวลาให้กับพ่อแม่ สำหรับระบบการดูแลร้าน คุณเมล่าจะให้พ่อแม่โอนยอดเงินให้เธอทุกวันอาทิตย์ โดยไม่มีการตรวจสอบยอด แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้เช็คกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าแม่ได้หยิบเงินสดในตู้หยอดเหรียญเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งแม่ก็รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด คุณเมล่าบอกเรื่องนี้แค่กับน้องชาย และไม่อยากพูดเรื่องนี้กับสามี เพราะสามีเป็นคนลงทุนร้านให้ กลัวสามีจะมองแม่ไม่ดี นอกจากนี้ก็พบว่ายอดเงินของสัปดาห์นั้นหายไปประมาณหลักพัน เธอได้เล่าต่อว่าพ่อแม่ช่วยกันดูแลร้านให้ พ่อดูแลทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเมล่ากังวลและเช็คกล้องวงจรปิดถี่มากขึ้น คุณเมล่าไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่อยากพูด ไม่อยากจะมีปัญหากับแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ไม่ได้ดีนัก คุณเมล่าเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าแม่เป็นเซฟโซนของเธอ เธอจึงอยากได้คำแนะนำและวิธีการแก้ไขไม่ให้แม่ทำแบบนี้อีก เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการคุย ไม่ว่าจะคุยกับพ่อหรือแม่ก็ต้องคุยเพราะมันเป็นปัญหาของร้าน ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเกี่ยว เป็นเรื่องของครอบครัว ต้องค่อย ๆ แก้กันทีละคน หรือถ้าหากคุยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเก็บเงิน เปลี่ยนระบบร้าน หรือเปลี่ยนคนคุมเงิน ซึ่งคุณเมล่าเองต้องเลือกว่าจะคุยหรือจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าไม่อยากคุยจริง ๆ ก็ต้องสร้างระบบร้านที่ปลอดภัยแทน” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ จากระบบของร้านมันควรรู้ว่าต่อวันมีคนเข้าใช้บริการเท่าไหร่ และใช้อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นระยะยาวมันจะพัง เพราะตอนนี้ไว้ใจคุณแม่ไม่ได้ จะให้เขาโอนให้เป็นรายอาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งต่อให้จ้างคนนอกเข้ามาคุมมันก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะระบบมันหลวม แนะนำให้ลองดูสถานการณ์ ถ้าหากคุยได้ก็ให้คุย หรือลองอ้างว่าสามีเป็นคนเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้วเห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วเขาไม่โอเค และขอไม่ให้แม่ทำอีก และถ้าหากแม่ไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว แม่จะมีเงินจากตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้จ้างงานแม่ เลยทำให้แม่รู้สึกว่าต้องได้เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ลองเปลี่ยนระบบใหม่ ลองให้เงินเดือนแม่เขา และถ้ายังมีอีกเราก็มีหลักฐาน สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าไม่สื่อสารก็คงจะไม่มีการเปลี่ยน" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พี่หอมคิดเหมือนกัน หนึ่งคุยกับแม่ สองเปลี่ยนระบบเป็นโอนเงินหรือสแกนก็จะสะดวกกว่าด้วย สามให้เงินเดือนเป็นกิจจะลักษณะ ต้องเลือกว่าสะดวกวิธีไหน ถ้าหากเปลี่ยนระบบยากเกินไป ลองให้เงินเดือน โดยพ่อจะเป็นคนจัดการให้เงินเดือน หรือจะแก้โดยใช้ข้อหนึ่งกับข้อสามไปพร้อมกัน ลองดูนะคะ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-