เป็นคนร้อนในง่าย ควรปฏิบัติตัวยังไง

HEALTHY LIFESTYLE

เป็นคนร้อนในง่าย ควรปฏิบัติตัวยังไง

01 พ.ย. 2024

คนอินพร่อง (ร้อนในบ่อย คอแห้ง มือเท้าร้อน)

อินพร่อง คือ ระดับเลือดและน้ำในร่างกายที่ต่ำลง แต่พลังหยางนั้น(ความร้อนในร่างกาย)เท่าเดิม ทำให้เกิดไฟน้อยๆที่เผาพลานร่างกายตลอดเวลา เสมือนเปิดแก๊สไฟวงในเพื่อที่จะต้มน้ำซุป และทำให้น้ำในร่างกายเหือดแห้งไป ร่างกายมีแต่ความร้อน สภาพเหมือนทะเลทราย น้ำน้อย แต่ร้อนมาก ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เสมือนร่างกายเรา ถ้าหากว่าร้อนแบบนี้เป็นเวลานานๆ เราจะกลายเป็นโรคได้ค่ะ


คนที่มีลักษณะอินพร่อง จะเป็นคนที่มีรูปร่างผอมสูง คอแห้งบ่อย รู้สึกแก้มร้อนบ่อย ใจร้อนง่าย อุ้งมือเท้าจะร้อน นอนไม่หลับ ฝันบ่อย ร้อนในบ่อย นิสัยของคนที่อินพร่อง จะเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย ชอบคิดในเรื่องไม่สบายใจ เป็นคนช่างพูด ลักษณะแบบนี้ในทางแพทย์แผนจีนจำเป็นที่จะต้องบำรุงเหมือนกัน แต่เป็นเพราะว่าการบำรุงที่ต่างกันออกไป ในส่วนที่อินพร่อง ก็ต้องบำรุงอิน เหมือนกับบำรุงน้ำเข้าไปในร่างกาย แต่อินในร่างกายไม่ได้หมายถึงน้ำเท่านั้นนะคะ แต่จะหมายถึงน้ำ และเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของคนเรา และจะต้องบำรุงไต บำรุงกระเพาะ ม้ามให้แข็งแรงด้วย เสมือนการปลูกต้นไม่ให้เยอะๆ และเสริมน้ำให้ด้วย ถ้าต้นไม่เยอะเกินไปก็จะดูดแต่น้ำ เราก็กลับมาสู่สภาวะเดิมคือไม่มีน้ำ 

ฉะนั้น ยาที่บำรุงอินที่เหมาะกับคนอินพร่องนั้นคือ 六味地黄丸(ลิ้วเว้ยตี้หวงหวาน) 大补阴煎(ต้าปู่หยินเจียน)ยาสองตัวนี้หาได้ตามร้านยาทั่วไปค่ะ

อาหารที่เหมาะสม จะมีฤทธิ์บำรุงอิน เช่น ข้าวเหนียว งา เต่า ตะพาบ เนื้อปู หอย เนื้อเป็ด นม หนังหมู เห็ดหูหนูขาว สาลี่ ปลาหมึก ไข่ นม เนื้อปลา หอย ปลิงทะเล รังนก ที่สำคัญไม่ควรทานอาหารที่มีรสเผ็ด หรืออาหารที่มีรสจัดค่ะ

คนอินพร่องจำเป็นต้องเข้านอนให้เร็วกว่าคนที่มีลักษณะอื่น ไม่ควรเล่นกีฬาหนักกลางแจ้ง และซาวน่า ที่ทำให้เหงื่อออกเยอะๆค่ะ เพราะจะทำให้น้ำในร่างกายลดน้อยลง เพราะคนอินพร่อง น้ำในร่างกายจะน้อยกว่าปกติอยู่แล้ว กีฬาที่เหมาะสมกับคนอินพร่อง คือ ว่ายน้ำ แต่อย่าว่ายนานเกินไปนะคะ แค่ 30 นาที ก็เพียงพอ เพราะจะทำให้เราขาดน้ำได้เช่นกันค่ะ

โรคที่พบมากสำหรับคนอินพร่องคือ โรคแห้งทั้งตัว ตาแห้ง เบาหวาน โรคกระเพาะ เพลียง่าย นอนไม่หลับ โรคไต หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาการคอแห้งปากแห้งเป็นประจำ 

สำหรับใครที่กำลังมีอาการแบบนี้อยู่ ให้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำได้นะคะ อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ละเลยร่างกายของเราค่ะ 

ปล. การช่วยตัวเองบ่อยๆ ทำให้สารอินในร่างกายลดน้อยลง ไม่ควรถี่เกินไป เพราะจะทำให้ไตอ่อนแอได้นะคะ ^^

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?

27 ม.ค. 2022

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?

ไอแบบนี้ ปอดเป็นอะไร?ปอดไม่แข็งแรง หลายคนมีปัญหาแบบนี้ หลายคนมีอาการไอ แต่หาสาเหตุไม่เจอ วันนี้มีคำแนะนำจากแพทย์แผนจีนเรื่องของปอด ทำยังไงให้ปอดแข็งแรง ลองมาดูกันเลยค่ะปอดเย็น1.ไอเป็นประจำ2.มีน้ำมูกตอนเช้า3.เสมหะในลำคอมาก4.อ่อนเพลียง่าย5.คันตามผิวหนัง6.ไม่สบายบ่อยมารู้จักปอดเย็น หลายคนมีปัญหานี้ ส่วนใหญ่จะมีอาการภูมิแพ้ง่าย ไม่สบายบ่อยแพทย์แผนจีนแนะนำ น้ำขิงตอนเช้าทุกวัน บำรุงปอด ให้ปอดแข็งแรงค่ะปอดร้อน1.ไอเป็นประจำ2.เจ็บคอเป็นประจำ3.เสมหะเหลือง4.เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว5.สิงที่หน้าและหลัง6.ขับถ่ายยากคนที่ปอดร้อน มักจะมีโรคของต่อมทอมซินอักเสบเป็นประจำ อาการติดโควิด มักมีอาการ เจ็บคอง่าย เสมหะเหลือง มีสิวขึ้นที่หลัง และที่หน้า ขับถ่ายยาก คอแห้งปากแห้งแพทย์แผนจีนแนะนำ เก๊กฮวย ดอกสายน้ำผึ้ง แบะตงหล่อฮังก๊วย จับเลี้ยง จะทำให้ชุมคอ ลดการอักเสบ ลดการเจ็บคอได้ค่ะปอดแห้ง1.ไอแห้ง2.คอแห้ง ดื่มน้ำมาก3.เสมหะเหลือง มีเลือด4.ผิวหนังแห้งกร้าน5.เลือดกำเดา6.ขับถ่ายยากเลือดกำเดาไหล มีแต่คนคิดว่าร้อนใน ปอดแห้ง หรือปอดร้อนก็มีโอกาสทำให้เลือดกำเดาไหลง่าย เพราะความแห้งไม่มีความชุ่มชื้น จึงทำให้เส้นเลือดฝอยในจมูกแตก หลายคนจะมีอาการไอแห้ง ๆ ชอบดื่มน้ำ เสมหะเหนียว มีเลือดบ้าง ผิวหนังแห้งกร้าน ขับถ่ายยากแพทย์แผนจีนแนะนำ สมุนไพรจีน เก๊กฮวย หล่อฮังก้วย จับเลี้ยง แปะตง ใบย่านาง สามารถลดความร้อน ทำให้ปอดเย็น ลดการเกิดของเลือดกำเดาได้ค่ะปอดชื้น1.ไอมีเสมหะ2.ท้องอืด3.อ่อนเพลียง่าย4.ขับถ่ายเหลว5.มีเสมหะในลำคอ6.จุกแน่นหน้าอกมารู้จักปอดชื้นกันค่ะ หลายคนไม่รู้จัก แต่หลายคนมีอาการเช่นนี้ ไอแบบมีเสมหะ เสมหะค่อนข้างมาก มีอาการอ่อนเพลียง่าย ขับถ่ายเหลวบ้างเสหมะจุกในลำคอ จุกแน่นหน้าอก คนที่มีอาการแบบนี้ อาจจะมีโรคกรดไหลย้อน ผสมด้วย คนที่อายุมาก จะเป็นแบบนี้บ่อยค่ะแพทย์แผนจีนแนะนำ แปะฮะ ลูกเดือย ขมิ้นชัน จะช่วยแก้ไอ และขับความชื้นทั้งในปอด ช่วยขับความชื้นของกระเพาะอาหารได้ด้วยไอจากเสมหะร้อน1.ไอมีเสมหะเหนียว2.หายใจแรง มีเสียงดังวี๊ดๆ3.ไอแล้วเจ็บหน้าอก4.ใบหน้าแดงกล่ำ5.คอแห้ง ปากแห้ง6.จุกแน่นหน้าอก7.สีเสมหะ เหลือง ๆ เหนียว ๆปัญหาจากเสมหะร้อนในปอด คนป่วยมักจะมีอาการไอเสมหะเหนียว บางคนมีเสียงเสมหะในปอด ไอแล้วชอบเจ็บหน้าอก หน้าแดงเป็นประจำจุกคอ ปากแห้งแน่นหน้าอกแพทย์แผนจีนแนะนำ ยาสมุนไพรจีนที่ช่วยขับเสมหะร้อน เข่น เก๊กฮวย ใบสาระแหน่ ลูกสำรอง เพิ่มความชุ่มชื้นในปอด ลดอาการไอได้ดีค่ะไอเพราะไฟในตับเผาน้ำในปอด1.ไอโครก ไอเสียงดัง2.มีเลือดปน3.โมโหง่าย4.ปวดเสียดสีข้าง5.คอแห้งปากขม6.มีความดันสูง7.ถอนหายใจบ่อย ๆไอโครก ไอเสียงดีง มาจากน้ำในปอดแห้ง เพราะไฟในตับเผา ส่วนใหญ่ จะเป็นคนขี้โมโห ความดันสูง ปากแห้ง ปากขม และถอนหายใจบ่อย ๆ ค่ะแพทย์แผนจีนแนะนำ แปะฮะ ชาใบหม่อน ชาเก๊กฮวย ลดอาการไอ ลดความดันนอกจาก ไอ เลิฟ ยู ที่บอกอาการรัก การไอแบบอื่น ๆ ก็ยังบอกอาการโรคได้เหมือนกัน อย่าลืมสังเกตอาการ ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักด้วยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก Green Wave ค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม- Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover -

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง

21 ม.ค. 2022

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง

รู้หรือไม่? น้ำเย็นทำให้ร่างกายไม่แข็งแรงอากาศร้อนๆอย่างนี้จะไม่ให้ดื่มน้ำเย็นได้อย่างไร?คนไทยชอบมากกับการดื่มน้ำเย็นไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบน้ำเปล่า น้ำอัดลมไอศกรีม ที่สำคัญชอบใส่น้ำแข็งเสริมให้เย็นเร็วขึ้นน้ำเย็นไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายถ้าเรารู้ว่าน้ำเย็นมีผลเสียกับร่างกายอาจจะไม่อยากดื่มสังเกตุได้จากคนอายุมากจะชอบดื่มน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็นเพราะอะไรเราไปหาคำตอบกันค่ะเมื่อเราดื่มน้ำเย็นจัดในเวลาอันรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการBrain freezeหรืออาการเย็นจี๊ดขึ้นสมองปวดศีรษะไปชั่วขณะได้(คนที่เป็นโรคไมเกรนจะมีโอกาสเกิดอาการนี้ง่ายกว่าคนปกติ)โดยเป็นกระบวนการของสมองที่สั่งการส่งเลือดมาไหลเวียนที่หลอดเลือดบริเวณที่เย็นจัดอย่างเฉียบพลันเพื่อทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นอุ่นขึ้นและขยายหลอดเลือดให้ใหญ่ขึ้นจนไปกระตุ้นประสาทส่วนที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปด้วยจึงเกิดเป็นอาการปวดศีรษะโดยฉับพลันนั่นเอง แต่ไม่ต้องห่วงค่ะอาการนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีและไม่ส่งผลระยะยาวต่อร่างกายใดๆทั้งสิ้นแต่หากจะพูดถึงอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวในแพทย์แผนจีนพบว่าการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำทำให้ไตกระเพาะปัสสาวะม้ามกระเพาะอาหารทำงานหนักและขาดสมดุลค่ะการดื่มน้ำเย็นเป็นประจำในผู้สูงอายุอาจจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะแพทย์แผนจีนจะกล่าวถึงความเย็นกระทบไตหยางทำให้ปัสสาวะบ่อยและอั้นปัสสาวะไว้ได้ไม่นานปัสสาวะจะเยอะกว่าคนปกติปวดหลังปวดเอวบ่อยๆ เมื่อไตหยางอ่อนแอไตตั้งอยู่บริเวณเอวจะทำให้เมื่อยหลังเมื่อยเอวตลอดเวลาเข่าอ่อนขาไม่มีเรียวแรงปวดเมื่อยตามร่างกายโดยเฉพาะตามข้อต่างๆเช่นเข่าศอกข้อนิ้ว เพราะความเย็นในน้ำเย็นทำให้กระเพาะอาหารและม้ามอ่อนแอม้ามคุมกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายถ้าหากม้ามอ่อนแอลง จะมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อแนะนำให้ประคบร้อนทำให้กล้ามเนื้ออุ่นขึ้นจะช่วยลดปวดได้ค่ะท้องอืดท้องเฟ้อย่อยอาหารได้ช้าลง ไขมันในอาหารจับตัวเป็นไขกระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้นใช้เวลาย่อยนานขึ้นในแพทย์แผนจีนจะพูดถึงเรื่องม้ามและกระเพาะอาหาร มีความอ่อนแอลงทำให้การย่อยได้ช้าเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้ออาหารไม่ย่อยหลักแพทย์แผนจีนการดื่มน้ำเย็นจะทำให้พลังหยางในร่างกายลดลงจะทำให้หนาวง่ายปัสสาวะบ่อยมือเท้าเย็นด้วยนะคะแนะนำให้หลีกเลี่ยง ไม่ควรดื่มมากเกินไปควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทนการดื่มน้ำเย็นจัดและควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อปรับการทำงานของอวัยวะภายในช่วยให้ไตม้ามกระเพาะแข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่ออวัยวะในร่างกายแข็งแรงจะช่วยให้เราสู้กับโรคที่เข้ามาโจมตีเราได้ค่ะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’GirlMusic Travel Lover

ฝันร้าย ผลเสียของร่างกาย

22 ธ.ค. 2022

ฝันร้าย ผลเสียของร่างกาย

ใครฝันร้ายบ่อยๆ แสดงถึงสุขภาพไม่ดีฝันร้ายเป็นภาวะที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ คนที่ฝันร้ายเรื้อรังจะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆได้ด้วย เช่น โรคซึมเศร้า โรคหัวใจ โรคปวดหัวไมเกรน หลายคนถึงขนาดมีภาวะอ้วนดังนั้นผู้ที่ประสบภาวะวิตกกังวล หรือเป็นโรคซึมเศร้าด้วย อาจจะชอบฝันเป็นประจำ ถ้าหากผู้ที่ฝันร้ายอันเป็นผลจากการเป็นโรคไม่ได้รับการรักษา ป่วยเป็นโรคเครียดหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ อาจจะมีปัญหาของภาวะหยุดหายใจในขณะหลับได้ มีผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อคุณภาพการใช้ชีวิตทำไมถึงชอบฝันร้ายฝันร้ายจัดเป็นภาวะของการนอนหลับที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน อาจจะมีปัจจัยดังนี้ค่ะคนที่ชอบรับประทานอาหารก่อนเข้านอนผู้ที่รับประทานอาหารหรือขนมก่อนเข้านอนอาจหลับฝันร้ายได้ เนื่องจากการรับประทานอาหารก่อนนอนส่งผลให้การทำงานของระบบเมตาบอลิซึมเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งสัญญาณให้สมองตื่นตัวมากกว่าเดิม ในแพทย์แผนจีนจะพูดถึงม้ามไม่แข็งแรง ถ้าหากรับประทานอาหารจะทำให้ท้องอืด ลมตีขึ้นกระทบหัวใจ ทำให้นอนไม่หลับ และฝันร้ายเสมอๆค่ะเจ็บป่วย ผู้ที่ล้มป่วยและมีไข้ร่วมด้วยอาจฝันร้ายได้คนที่นอนบ่อยๆเป็นประจำ จะทำให้หัวใจพร่อง ก็จะทำให้ฝันร้ายได้เช่นกันนอนน้อย การนอนหลับไม่เพียงพอก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝันร้ายได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าการนอนน้อยจะทำให้เกิดการฝันร้ายจนส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ การนอนน้อยในแพทย์แผนจีนจะทำให้หัวใจร้อน และทำให้ฝันร้ายบ่อยๆดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไป นับเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะฝันร้ายแพทย์แผนจีนพูดถึงการนอนหลับฝันว่าอย่างไร?ความฝันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ฝันร้ายเป็นประจำ อาจจะกลายเป็นความผิดปกติ ซึ่งอาจจะบ่งบอกถึงสภาวะการทำงานต่างๆของอวัยวะภายในร่างกาย เกี่ยวกับ หัวใจ ม้าม ไต และตับ ซึ่งในทางการแพทย์แผนจีน ให้มุมมองเกี่ยวกับการนอนหลับว่าเป็นการสร้างสมดุลให้กับร่างกายของเราให้แข็งแรง เป็นการพักผ่อนของวัน แต่ถ้าหากเราเกิดอาการนอนไม่หลับหรือฝันเป็นประจำ หรือฝันร้ายทุกคืน ก็อาจจะเป็นอาการที่สามารถบ่งบอกความผิดปกติของอวัยวะภายในเหล่านี้ได้ค่ะและถึงแม้ว่าเรื่องของการนอน และการหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่สามารถสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเราสดชื่น มีพลังงาน สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับบางคน สิ่งนี้กลับกลายเป็นปัญหา เนื่องจากบางคนอาจจะเกิดอาการเหนื่อยล้าจากการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งถึงแม้ว่าจะนอนหลับมาแล้ว 8 - 10 ชั่วโมง มีความฝัน และทำให้นอนไปรู้สึกไม่เพียงพอ หรือว่าบางคนอาจจะนอนมากจนเกินไปแต่สุดท้ายแล้ว ก็ยังคงรู้สึกง่วง อยากนอนอยู่ตลอดเวลา บางคนเกิดอาการนอนไม่หลับ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุหลักมาจากเป็นปัญหาที่ตับการถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์โกรธหรือโมโห ทำให้สภาวะสมองแปรปรวนแสดงว่าเป็นปัญหาที่ตับเป็นปัญหาที่ม้ามกระเพาะอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ระบบย่อยทำงานมากขึ้นในระหว่างที่เรากำลังนอน รวมไปถึงการกินดึกจนเกินไป จนทำให้ระบบย่อย ซึ่งทางการแพทย์แผนจีนจะเรียกการนอนไม่หลับจากสาเหตุที่อาหารไม่ย่อย มีการตกค้างของอาหารเป็นต้นเหตุเป็นปัญหาที่หัวใจเกิดจากความวิตกกังวลหรือจิตใจหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนเกินไปจนกระทบกระเทือน ต่อม้าม ซึ่งเป็นอวัยวะที่ควบคุมระบบการย่อย ทำให้พลังและเลือดจะลดลงจนไม่สามารถย่อยอาหาร หรือดูดซึมได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถส่งพลังไปยังหัวใจ ทำให้หัวใจอ่อนแอเป็นปัญหาที่ถุงน้ำดีและหัวใจในแพทย์แผนจีน หัวใจและถุงน้ำดี ซึ่งจะส่งผลต่อการควบคุมความฝันโดยตรง ซึ่งอาจจะทำให้เราฝันร้ายบ่อยๆ จนทำให้เกิดอาการหวาดกลัวในการหลับ เช่น ไม่กล้านอนคนเดียว หรือมีภาวะจิตประสาท เป็นสภาวะที่จะทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน บางคืนอาจจะมีอาการป่วยทางจิต มีอาการร้องไห้สลับกับหัวเราะ ซึ่งอาจจะมีปัจจัยแวดล้อม หรือเกิดมาจากสาเหตุต่างๆจนทำให้เกิดโรคจิตประสาทได้เช่นกันแล้วเราจะป้องกันภาวะฝันร้ายแบบนี้ได้อย่างไรสร้างสุขลักษณะการนอนการสร้างสุขลักษณะที่ดีในการนอนหลับ จะช่วยให้ไม่หลับฝันร้าย ควรเริ่มเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรงีบหลับระหว่างวัน ในกรณีที่ไม่ได้ป่วยหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ไม่ควรรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายตอนช่วงใกล้เข้านอน และเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาน่ากลัวออกกำลังกายผู้ที่ฝันร้ายจากอาการวิตกกังวล หรือความเครียดควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบรรเทาภาวะฝันร้าย โดยอาจเลือกเล่นโยคะหรือทำสมาธิ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบขึ้นจัดสภาพแวดล้อมสำหรับการนอนให้หน้านอนควรจัดห้องนอน และเตียงนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนเลี่ยงและจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เนื่องจากสารกระตุ้นทั้งสองอย่างอาจตกค้างอยู่ในร่างกายมากกว่า 12 ชั่วโมง ส่งผลให้รบกวนการนอนได้ฝันดี ฝันร้าย บ่งบอกถึงสุขภาพได้อย่างไรแพทย์แผนจีนกล่าวถึงความฝันของคนเราเอาไว้ว่า ความฝันสัมพันธ์กับหัวใจ กำกับสติและความรู้สึกนึกคิด ถ้าหัวใจพร่อง เลือดไม่พอ อินพร่อง หยางพร่องก็ทำให้หัวใจ ขาดพลัง ทำให้หัวใจมีปัญหา และทำให้สติและความรู้สึกนึกคิดของเรามีปัญหาด้วย ฉะนั้นการรักษาฝันต้องพึ่งการนอนหลับให้ดี ลดความกังวล บำรุงเลือด และลดไฟในหัวใจ แต่ถ้าเรามีภาวะจิตใจว้าวุ่นแปรปรวนมาก ทำให้สติและความรู้สึกนึกคิดทำให้เกิดความฝัน ทำให้ระบบประสาทตื่นตัวจนมีความฝันเกิดขึ้น ขาดความสดชื่น ขาดพลังสติปัญญา ทำให้รู้สึกอ่อนล้า อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะของความฝันเป็นประจำ ทำให้หัวใจอ่อนล้า และอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะภายในต่างๆได้อีกด้วยค่ะใครฝันร้ายบ่อยๆ อาจจะไม่ได้น่ากลัวแค่ในฝันแล้วนะคะ เพราะแสดงถึงสุขภาพที่ไม่ดี ต้องรีบดูและเรื่องการนอนพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ถ้านอนไม่หลับเปิดฟัง Green Wave ฟังก่อนนอนได้นะคะ Zzzขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้

09 ม.ค. 2025

สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้

ท้องอืด ท้องเฟ้อ ถ่ายแข็งสัญญาณมะเร็งถามหามะเร็งลำไส้คร่าชีวิตคนหลายคน อาจจะเพียงแค่ติ่งเนื้อเล็กๆที่อยู่ในลำไส้ก็อาจจะพัฒนาเป็นมะเร็งได้ ซึ่งถ้าไม่รีบรักษา จะลามไปยังตับปอด ช่องท้อง หรือกระดูกได้อาการที่ฟ้องว่าเป็นมะเร็งลำไส้ง่ายๆถ่ายบ่อย ท้องผูก ถ่ายไม่สุด ปวดเบ่งบางคนมีปัญหาเรื่องท้องผูกมาตั้งแต่เด็กๆ อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการกินที่ไม่กินผักผลไม้ ร่างกายไม่ได้รับไฟเบอร์เพียงพอ และดื่มน้ำน้อย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ดี แต่ในบางคนอาจมีอาการท้องผูกเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตในวัยทำงาน และปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังจนมองว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิต พฤติกรรมนี้ล่ะค่ะคือสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคตมีอาการท้องเสีย และสลับท้องผูกคือการอุจจาระแข็งและเหลวสลับกัน เป็นติดต่อกันแบบมีอาการเรื้อรัง ถึงแม้ว่าจะกินอาหารที่เหมาะสมไม่ได้เป็นสาเหตุให้ท้องเสียก็ยังมีอาการนี้อยู่ นี่อาจเป็นความผิดปกติที่เกิดจากภายในลำไส้ถ่ายออกมาเป็นเลือดสดๆ หรือเลือดแดงคล้ำออกมาจากอุจจาระอาจเกิดจากอุจจาระที่แข็ง เมื่อเบียดกับติ่งเนื้อที่ขึ้นผิดปกติภายในลำไส้เกิดเป็นแผลทำให้มีเลือดออกและปนออกมาในบางครั้งที่ขับถ่ายท้องอืด ปวดท้องแน่นท้องจุกเสียด มีลมมากน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุเหนื่อย และ อ่อนเพลียง่ายอาจเกิดจากการที่มีเลือดออกในลำไส้ ปนออกมากับอุจจาระ หากเสียเลือดจากการขับถ่ายมาก อาจมีภาวะซีด และโลหิตจางร่วมด้วย และยิ่งทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียอ่อนแรงต่อเนื่องมากขึ้นอีก ถึงแม้โรคมะเร็งลำไส้ จะเป็นมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆในปัจจุบันนี้ แต่หากเราระวังในพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต และหมั่นสังเกตตัวเองได้ทันการ จะได้รีบทำการรักษาได้ทันท่วงที โอกาสรอดชีวิตก็ยิ่งสูงขึ้นนะคะระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่แบ่งเป็น 4 ระยะได้แก่ระยะที่ 1 โรคมะเร็งยังอยู่ในเยื่อบุลำไส้ระยะที่ 2 โรคมะเร็งทะลุเข้ามาในชั้นกล้ามเนื้อของลำไส้และ/หรือทะลุถึงเยื่อหุ้มลำไส้ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียงระยะที่ 3 มะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลออกไป หรือลุกลามตามกระแสโลหิตไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด หรือกระดูกเป็นต้นมะเร็งลำไส้ป้องกันได้ ง่ายๆมีอะไรบ้างหลีกเลี่ยงอาหารไหม้เกรียมหมูกระทะ ปิ้งย่างอาหารทอดหรือปิ้งย่างโดยเฉพาะอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหรือปิ้งย่างจนไหม้เกรียมหากจะกินควรตัดส่วนที่ไหม้เกรียมทิ้ง จะช่วยลดสารพิษได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรรับประทานบ่อยจนเกินไปนะคะอาหารที่ขึ้นราง่ายเช่น พริกแห้ง กระเทียม และถั่วลิสง ก่อนกินควรดูให้แน่ใจว่าไม่ได้ทิ้งไว้นานจนเกิดเชื้อราค่ะอาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ใส่สี รมควัน หรือใส่ดินประสิวเช่น ไส้กรอก แหนม ปลาร้า ขนม หรือเนื้อแดงที่สีสดมากๆอาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงไม่สุกอาจทำให้เกิดการติดเชื้อพยาธิ ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นมะเร็งได้ค่ะกินผักหลากสีต้านมะเร็งสีแดง อุดมด้วยไลโคปีน (Lycopene) พบมากในมะเขือเทศ พริกแดง บีทรูท และแอปเปิ้ลสีแดงสีเหลืองและส้มอุดมด้วยวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน (Betacarotene) พบมากใน ฟักทอง แครอท และส้มสีเขียว อุดมด้วยอัลฟ่าแคโรทีน (Alpha Carotene)และคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) พบมากใน ผักโขม คะน้า บล็อคโคลี่สีม่วงอุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน(Anthocyanin) พบมากในกะหล่ำม่วง ดอกอัญชัน บลูเบอร์รี่ ลูกพรุน และข้าวเหนียวดำสีขาว อุดมด้วยสารแซนโทน (Xanthone) พบมากในกระเทียม กล้วย ขิง หัวไชเท้า กะหล่ำ รวมถึงเห็ดต่างๆเพิ่มถั่วและธัญพืชธัญพืชเต็มเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสีและถั่วต่างๆ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งวิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ และโปรตีน รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ธัญพืชและถั่วที่แนะนำ ได้แก่ ข้าวกล้อง ลูกเดือย อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พิสตาชิโอ ถั่วขาว นอกจากช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้สมดุลแล้ว กากใยในธัญพืชและถั่วยังช่วยในการขับถ่าย ช่วยลดอาการท้องผูก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หมั่นเสริมเครื่องเทศในอาหารเครื่องเทศส่วนใหญ่นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมให้อาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณลดการอักเสบ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง เช่นพริก ขมิ้น กระเทียม และขิงเลี่ยงอาหารรสจัด ไขมันสูง เนื้อแดงอาหารรสจัดโดยเฉพาะเค็มจัดและอาหารหมักดองที่ใช้เกลือจำนวนมาก ส่งผลให้ความดันเลือดสูงอาหารที่มีไขมันสูงจะส่งผลให้น้ำหนักตัวเกิน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เช่น เนื้อติดมัน ไขมันสัตว์ เนย และกะทิการบริโภคเนื้อแดงปริมาณมากเป็นประจำส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และอาจกลายเป็นมะเร็งลำใส้ใหญ่ได้ หากต้องการโปรตีนควรรับประทานอาหารประเภทปลา“You are what you eat” “กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น” ยังใช้ได้เสมอนะคะ เพราะส่วนหนึ่งของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็มาจากการกินอาหารรสจัด ไขมันสูง เนื้อแดง ในปริมาณที่มากเกินไป มาเริ่มลด ละ ดูแลสุขภาพไปด้วยกันนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-