รู้หรือไม่ กินผิด ปวดกระเพาะ

HEALTHY LIFESTYLE

รู้หรือไม่ กินผิด ปวดกระเพาะ

07 พ.ค. 2024

กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่เชื่อมกับปากของเรา และเป็นส่วนกลางระหว่างปากกับก้น จึงมีความสำคัญมากกับระบบย่อยอาหาร การรับประทานอาหารเข้าไป แบบเดิมๆ อาจจะทำให้กระเพาะอาหารของคุณมีปัญหาได้ มาดูกันว่าอะไรบ้างที่ทำให้กระเพาะของคุณมีปัญหาค่ะ

 

1.ทานอาหารเร็วเกินไป 

การรับประทานอาหารนั้นควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยกลืน อย่างน้อยควรเคี้ยว 20 ครั้งนะคะ 

 

2.ทานอาหารไม่ตรงเวลา 

เมื่อทานอาหารเข้าไปถุงน้ำดีจะหลั่งน้ำดีเผื่อที่จะมาย่อยอาหารที่เรารับประทาน เวลาหิวน้ำดีก็จะหลั่งออกมาเหมือนกัน แต่เมื่อเราทานไม่ตรงเวลาน้ำดีจะหลั่งออกตามเวลา แต่พอไม่มีอาหารย่อย น้ำดีจะค่อยๆกัดกระเพาะ ทำให้กระเพาะเป็นแผลค่ะ 

 

3.เดี๋ยวกินอาหารที่ร้อน เดี๋ยวกินอาหารที่เย็นสลับกันไป 

กระเพาะอาหารปรับสภาพไม่ทัน ทำให้ปวดท้องได้ง่าย 

 

4.ทานขัาวแล้วดื่มน้ำตาม 

ทำให้การย่อยของกระเพาะอาหารทำได้ยากขึ้น ควรดื่มน้ำหลังอาหาร 30 นาทีนะคะ 

 

5.ชอบทานอาหารที่เผ็ดร้อน 

ความเผ็ดร้อนจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหารทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองได้ค่ะ

 

6.ทานอาหารเวลากลางคืน 

กระเพาะอาหารทำงานหนักกว่าปกติ แทนที่จะได้พักผ่อน และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนด้วยนะคะ 

 

รู้แบบนี้แล้วเราควรปฏิบัติตัวให้ถูกสุขอนามัยนะคะ เพื่อป้องกันรักษาไม่ให้กระเพาะอาหารของเราทำงานหนัก เพราะปกติเขาก็ทำงานหนักอยู่แล้วน๊า > <

 

ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม

Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music & Travel Lover

related HEALTHY LIFESTYLE

ความคิดผิดๆ เกี่ยวกับการนอน

10 พ.ค. 2022

ความคิดผิดๆ เกี่ยวกับการนอน

วันนี้มีเคล็ดลับการนอนเพื่อสุขภาพดีดีจากศาสตร์แพทย์แผนจีนมาฝากค่ะเพราะช่วงเวลานอนเป็นช่วงเวลาสุดมหัศจรรย์ที่ร่างกายเราใช้ปรับสมดุลหลังจากเผชิญการทำงานหนักและอารมณ์ที่หลากหลายมาทั้งวันถ้านอนดี นอนได้มีคุณภาพ ก็ถือเป็นการรีเซ็ตในแต่ละวัน และเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีเยี่ยมเลยค่ะแต่ยังมีความเข้าใจผิดๆ เรื่องการนอนอยู่มากส่วนใหญ่เข้าใจผิดเรื่องอะไรกันบ้าง ตามไปดูกันค่ะ 1.ดื่มเหล้าหรือของมึนเมาแล้วทำให้นอนหลับ สำหรับบางคนอาจเชื่อว่า เมื่อเราดื่มจนเมามายแล้ว จะช่วยให้หลับได้ง่ายเพราะเมื่อร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ อาจรู้สึกมึนหัวง่วงนอนแต่ในความเป็นจริง พอตื่นนอนก็จะรู้สึกปวดหัว และไม่กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ตับซึ่งทำหน้าที่ล้างพิษในร่างกายถ้าแอลกอฮอล์เข้าสู่ตับจำนวนมาก จะทำให้ตับเกิดภาวะอักเสบอาจจะทำให้เป็นโรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ คนไข้จะมีอาการหงุดหงิดง่ายอารมณ์แปรปรวน ปวดท้องได้ง่ายอีกด้วยค่ะ 2.นอนวันละ 8 ชั่วโมงยังรู้สึกไม่พอ ความต้องการในการนอนหลับขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ไม่จำเป็นต้องนอนครบ8ชม.ขอให้ตื่นแล้วสดชื่นก็เพียงพอ บางคนนอนไป8 - 10ชม.ตื่นมาก็ยังไม่กระปรี้กระเปร่า ทางแพทย์แผนจีนเรียกว่า "นอนมาก"เกิดจากหลายสาเหตุหลักๆมาจากม้ามอ่อนแอ ทำให้กักเก็บพลังในร่างกายได้น้อยลงไปด้วยเหมือนแบตเตอรี่ที่ใกล้เสื่อมสภาพ ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรอยากนอนตลอดเวลา 3.นอนก่อน 5ทุ่ม แต่ยังคิดโน้นคิดนี่ ตื่นเป็นเวลาดีกว่านอนเป็นเวลานะคะบางคนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่ได้หลับตอนตี2คนที่เป็นโรคนอนไม่หลับแม้เข้านอนเร็ว ก็อาจไม่หลับจนถึงเช้า ซึ่งมาจากปัจจัยหลายสาเหตุ เช่นใจสั่นง่าย ใจร้อนง่าย กังวล เครียด จนทำให้นอนไม่หลับ อันนี้ไม่ไหวนะคะตื่นขึ้นมาก็ไม่สดชื่น ซึ่งแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับการนอนมากโดยเฉพาะการหลับก่อน5ทุ่มที่ตับต้องดึงเลือดมาเก็บไว้ เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนแล้วนอนหลับมากไปกว่านี้ ช่วงเวลานั้นร่างกายของเรายังผลิตสารและฮอร์โมนต่างๆรวมทั้งโกรทฮอร์โมนสำหรับเด็กๆ ที่ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต (และทำให้สูง)อีกด้วยค่ะ 4.ออกกำลังกายก่อนนอน บางครั้งความเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังอาจทำให้เรารู้สึกง่วงจึงคิดว่าการออกกำลังกายก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น ในทางแพทย์แผนจีนเวลานอนหลับนั้นเลือดจะไหลกลับไปและเก็บไว้ที่ตับแต่กลับกันการออกกำลังกายเลือดจะออกมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและผิวหนังทำให้ร่างกายเกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจจะทำให้นอนไม่หลับนะคะ 5.วันทำงานนอนไม่อิ่ม มานอนชดเฉยในวันหยุด ในวันหยุดหลายคนอาจจะนอนถึงเที่ยงแล้วค่อยตื่นการนอนชดเชยในหลักแพทย์แผนจีนนั้นไม่มีนะคะเพราะตื่นมาอาจจะเหนื่อยกว่าเดิม และก็ปวดตามเนื้อตามตัวแนะนำให้ตื่นเป็นเวลาแม้ในวันหยุดก็ตาม เพราะช่วงเวลากลางวันพลังหยางมากส่วนช่วงเวลากลางคืนพลังหยินมาก พลังหยินใช้เวลานอน พลังหยางใช้เวลาตื่นการนอนในช่วงเวลาที่พลังหยางมากจึงทำให้เมื่อเราตื่นเที่ยง จึงไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนตอนตื่นเช้านั่นเองค่ะ นอนน้อยก็ไม่ดี นอนมากไปก็ไม่ดี นอนพักผ่อนให้เพียงพอน่าจะดีที่สุด แต่ถ้าใครนอนไม่หลับ Green Wave อยู่เป็นเพื่อนคุณตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ ^^ ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

23 ธ.ค. 2025

เมื่อร่างกาย กำลังขอความช่วยเหลือ

เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่าร่างกายของเรากำลังร้องขอความช่วยเหลือแพทย์แผนจีนมีคำอธิบายอาการใกล้ตัวที่คนวัยทำงานหลายคนอาจเคยสัมผัส แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาร้ายแรงหรือไม่ วันนี้ขอรวบรวมลักษณะสำคัญๆ ที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า "อย่าลืมดูแลฉันนะ"1. หัวใจเมื่อหัวใจมีปัญหา อาการทั่วไปที่อาจพบได้ เช่น เจ็บบริเวณหน้าอกเหมือนมีเข็มแทง ปวดเป็นระยะๆ แขนข้างซ้ายปวดและชาไปด้วย หายใจไม่สะดวก ครั้นไปโรงพยาบาล คุณหมอกลับไม่พบอาการผิดปกติ กลับกันตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อหัวใจมีปัญหา ยังจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เป็นแผลในปากบ่อย ปัสสาวะออกสีเหลืองเข้มนอนไม่หลับแม้หลับก็ฝัน รู้สึกใจสั่นซึ่งหมายถึงอาการหัวใจร้อนนั่นเองค่ะ2. ตับตามหลักแพทย์แผนจีนเมื่อเรามีอารมณ์หงุดหงิด แปรปรวน ฉุนเฉียว หรือก็คือลักษณะของคนใจร้อน อาจส่งผลร้ายต่อตับเวลาที่ตับผิดปกติ จะรู้สึกปวดบริเวณท้องหรือเอวด้านบนขวา ไหล่ขวาจะปวดชา หรือเป็นตะคริวที่บริเวณน่อง ปวดหัวบ่อย เครียดลงกระเพาะ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือน เจ็บเต้านมเวลาที่ประจำเดือนมา หากใครมีอาการเหล่านี้ลองหาเวลาไปพบหมอแมะดูอาการก่อนก็ดีนะคะ3. ปอดหลายคนอาจสงสัยว่าการเจ็บป่วยไม่สบายบ่อยครั้งมาจากสาเหตุอะไร บางคนอาจมีอาการไอเรื้อรังมานาน กินยาหลายขนานก็ไม่หายสักที บางคนผื่นขึ้นตามตัวเป็นประจำ หลายครั้งอาการเหล่านี้แพทย์แผนปัจจุบันเองอาจหาสาเหตุไม่ได้ แต่สำหรับแพทย์แผนจีนแล้ว ปอดของเรานั้นทำหน้าที่เชื่อมร่างกายกับอากาศภายนอก และป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นอาจสืบเนื่องมาจากปอดอ่อนแอการบำรุงปอดจึงจะช่วยให้เรามีภูมิต้านทานที่ดีขึ้นค่ะ4. ไตไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ บางคนคิดว่าโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบัน กับโรคไตของแพทย์แผนจีนนั้นเหมือนกัน อันที่จริงแตกต่างกันนะคะ เพราะโรคไตของแพทย์แผนปัจจุบันเกิดจากการที่อวัยวะมีประสิทธิภาพลดลง เป็นผลให้ค่าของเลือดหรือปัสสาวะที่ตรวจเจอมีค่าของเสียเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน สำหรับแพทย์แผนจีนจะพูดถึงโรคไตอันเนื่องมาจากการเสียสมดุล เมื่อไตเสียสมดุล อาการแรกเริ่มคือเมื่อยเอว ปัสสาวะไม่สุดหรือเป็นเลือดนกเขาไม่ขัน นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ(หลั่งเร็ว) ซึ่งแสดงว่าไตกำลังมีปัญหา ต้องการการบำรุงด่วนเลยค่ะ5. ม้ามตามหลักแพทย์แผนจีนแล้ว ม้ามจัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางของร่างกาย เมื่อม้ามพร่องร่างกายจะเหนื่อยง่ายอ่อนเพลียอยากอาหารลดลง มีลมในกระเพาะมาก ท้องเสียง่ายปวดหัว หรือมึนหัวเนื่องจากพลังส่งไปไม่ถึงสมอง แสดงว่าร่างกายเราต้องการการบำรุงแล้วครับอวัยวะภายในทั้งห้า ใช้วิธีดูแลตามแบบฉบับแพทย์แผนจีนที่หลากหลาย ทั้งทานยา ฝังเข็ม นวดกดจุด และอื่นๆ หากใครมีอาการตามที่ระบุข้างต้น แสดงว่าร่างกายกำลังต้องการความเอาใจใส่จากเราแล้วนะคะ อย่าลืมว่าสุขภาพที่แข็งแรง ย่อมมาจากการเอาใจใส่ของตัวเราเองนะคะขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

17 ก.ค. 2025

3 โรคเป็นง่าย ในวันที่อากาศเปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ

1. ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อที่อยู่ในน้ำมูกน้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอจาม หรือสัมผัสกับสิ่งที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มักมีอาการไข้สูงตัวร้อนกลัวหนาวปวดตามกล้ามเนื้อเบื่ออาหารอ่อนเพลียปวดศีรษะ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆไอแห้งจะมีอาการขมคอและจุกแน่นท้องวิธีป้องกัน ให้ล้างมือเป็นประจำ หลีกเลี่ยงเอามือเข้าปากแล้วขยี้ตาไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่นสวมผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามถ้าหากมีอาการให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรที่จะออกกำลังกายควร ดื่มน้ำเปล่าให้มากควรดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพื่อป้องกันหวัดดื่มน้ำซุปที่ร้อนๆน้ำขิงจะช่วยปรับสมดุลของกระเพาะอาหารและช่วยไล่หวัดได้ดี2. อุจจาระร่วงเกิดจากการกินการดื่มอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน หรือมีเชื้อโรคที่มือ แล้วเอามือไปหยิบอาหารเข้าปากหลังจากนั้น 3 - 4ชั่วโมง จะเกิดอาการถ่ายบ่อยมีไข้หรือมีมูกในอุจจาระบางคนจะมีอาการไข้ขึ้นสูงถ้าหากทานไม่ถูกสุขลักษณะมีแมลงวันมาตอมก็จะสามารถแพร่ให้กับผู้อื่นทำให้เกิดการระบาดได้ค่ะวิธีป้องกันให้ล้างมือเป็นประจำถ้าหากมีอาการถ่ายไม่ควรซื้อยาประเภทหยุดถ่ายมากินเองควรดื่มน้ำเกลือแร่ดื่มบ่อๆให้เพียงพอกับของเสียที่ออกไป ถ้าหากไม่ดื่มเกือแร่จะทำให้ร่างกายขาดสมดุลของเกลือแร่ จะทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้เนื่องจากขาดน้ำควรดื่มน้ำให้สะอาดปรุงอาหารให้สุกล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำทุกครั้ง藿香(ฮั่วเซียง)เป็นยาจีนที่ช่วยเรื่องการปรับสมดุลย์ของลำไส้ช่วยหยุดคลื่นไส้อาเจียนและช่วยหยุดถ่ายแพทย์แผนจีนจะใช้ในการไล่ลมให้ความร้อนแก่กระเพาะอาหาร และลำไส้และช่วยลดไข้ได้ด้วย3.ปอดบวมเกิดจากการติดเชื้อของปอดเพราะการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ตามอากาศเข้ามาในลำคอจากปากพูดลงไปในปอด หรือคนที่มีเสมหะเป็นประจำ ก็ทำให้ปัญหาได้อาการจะมีไข้สูงไอเป็นประจำเจ็บหน้าอกหายใจหอบมีเสมหะมาก ถ้าเป็นเด็กจะมีอาการตัวร้อนหายใจจนชายโครงบุ๋มถ้ามีลักษณะแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะวิธีป้องกันควรหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอกินอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายเป็นประจำพักผ่อนให้เพียงพอหลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงไปในที่แออัดมันล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ“เพราะฝนที่ตกอยู่ทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” ฝนตกเกือบทุกวัน ดูแลสุขภาพร่างกายกันเยอะๆนะคะ ส่วนเรื่องใจให้พี่อ้อยพี่ฉอดและ GREEN WAVE ช่วยดูแลค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

สูตรลับความงามดั่งไทเฮา

17 เม.ย. 2023

สูตรลับความงามดั่งไทเฮา

ช่วงนี้แอดมินดูซีรี่จีนเห็นไทเฮาสวย ผิวดี จริงๆมีสูตรลับค่ะ ประวัติอันยาวนานกว่า 2000 ปี ของการแพทย์แผนจีนมีบันทึกถึงการรับประทานอาหารเพื่อความงาม ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในวังหลวง และแพร่กระจายมาสู่สามัญชนวันนี้ขอนำเคล็ดลับความงามสองพันปีมาบอกต่อ เพื่อให้สาวไทยได้งามสะพรั่งดั่งไทเฮา ฮองเฮา แห่งพระราชวังต้องห้ามกันเลยค่ะอาหารที่ช่วยเรื่องความสวยความงามประกอบด้วย1.พุทราแดง พุทราแดงมีรสหวาน ฤทธิ์อุ่น สรรพคุณบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร บำรุงเลือด ช่วยเรื่องการนอน ในทางวิทยาศาสตร์พุทราแดงยังประกอบไปด้วยวิตามินมากมาย เช่น วิตามินเอ บำรุงสายตา วิตามินซีช่วยให้ผิวขาว มีแคลเซียมป้องกันโรคกระดุกพรุน และธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด ตามสุภาษิตจีนที่ว่า "พุทรา3 ลูก หน้าอ่อนลง 3 ปี" พุทราจีน ยังเหมาะกับผู้หญิงที่กลัวหนาว และเหนื่อยง่ายด้วยนะคะ2.ลำไยแห้ง ลำไยแห้งมีรสหวาน ฤทธิ์อุ่น ช่วยเรื่องหัวใจและบำรุงม้ามรักษาโรคเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ลืมง่าย ใจสั่นลำไยแห้งยังช่วยชะลอความแก่ มากไปกว่านั้นยังอุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน น้ำตาล และสารต่อต้านเซลล์มะเร็งในมดลูก เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทอง ใจร้อน หงุดหงิดง่าย เหงื่อออกง่าย หรือผู้หญิงที่คลอดบุตร/อยู่ไฟค่ะ3.เก๋ากี้ เก๋ากี้มีรสหวาน สรรพคุณรักษาตับทำให้ปอดชุ่มชื้น บำรุงร่างกาย ลดความร้อนและทำให้ตาสว่าง ผลจากการวิจัยพบว่าน้ำตาลในเก๋ากี้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ชะลอความแก่ ต่อต้านเซลล์มะเร็ง ขจัดอนุมูลอิสระ และลดความอ่อนเพลียของร่างกายได้เช่นกัน4.แครอท แครอทมีรสหวาน มีฤทธิ์อุ่น สรรพคุณบำรุงตับทำให้ตาสว่าง ลดความร้อน และแก้พิษ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "โสมดิน" ทั้งอุดมไปด้วยวิตามินเอและสารแคโรทีนบำรุงสายตา แครอทยังช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค มีฤทธิ์ขับเหงื่อได้เล็กน้อย ทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึมให้ร่างกายและการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น มีผลทำให้ผิวนุ่มลื่น แลดูสุขภาพดี นอกจากนี้แครอทยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง5.รากบัว รากบัวมีรสหวาน ฤทธิ์เย็น สรรพคุณลดความร้อน เพิ่มน้ำให้ร่างกาย ทำให้เลือดเย็น ช่วยหยุดเลือด ขับพิษ แต่หากทำสุกจะช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย รากบัวอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดต วิตามินซี และบีหนึ่ง ยังมีโพแทสเซียม แคลเซียม และธาติเหล็ก เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน หากทานรากบัวบ่อยๆ ยังช่วยให้ใบหน้าและสีผิวดูมีน้ำมีนวล ขาวอมชมพู และลดสิวที่อยู่บนใบหน้าได้ด้วยนะคะ6.ว่านหางจระเข้ (ใช้พอกหน้า) ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณทางยามากมาย ในทางวิทยาศาสตร์ ตัวว่านอุดมไปด้วย วิตามิน อี ช่วยบำรุงผิว วิตามินซี ทำให้ผิวขาว วิตามินเอ และวิตามินบี ที่ทำให้ผิวดูสดใสอ่อนต่อวัย สาร Polysaccharide ในว่านหางจระเข้ ยังช่วยเพิ่มให้ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ขจัดจุดด่างดำป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต ชะลอความแก่ และทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ของใกลัตัวหลายอย่าง ช่วยให้สาวๆ 'เป๊ะ' ได้ไม่ยาก แถมราคาไม่แพง ใครสนใจลองเอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ เราจะสวย สุขภาพดีไปด้วยกันค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

album
greenwave
-

-