“น้ำตาล” ต้องกินแบบนี้ถึงจะไม่เป็นโรค!

HEALTHY LIFESTYLE

“น้ำตาล” ต้องกินแบบนี้ถึงจะไม่เป็นโรค!

22 ก.ย. 2022

ภาพจาก : siamchemi.com 

ระหว่างที่หูฟังกรีนเวฟ มือไถหน้าฟีดเฟซบุ๊ก ปากก็ดูดชานมไข่มุก ดื่มกาแฟลาเต้ กินเค้กไปด้วยเพลิน ๆ ใช่มั้ยคะ รู้นะ!

แหม่…ใครจะไปอดใจไหว ก็อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล

มันอร่อยไปซะทุกอย่างเลยนี่นา…

ภาพจาก : board.postjung.com

จริง ๆ แล้ว สามารถทานได้ค่ะ แต่ต้องควบคุมปริมาณให้พอดีต่อวัน เพราะว่า “ น้ำตาลคือยาพิษ ”

  ถ้าทานเข้าไปมากๆจะมีแต่โทษและไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากสร้างความสุขชั่วคราวแต่จะทิ้งโรคไว้ในร่างกายของเราตลอดไปค่ะ พูดไปก็คงไม่เห็นภาพ เดี๋ยวจะแจงรายละเอียด “โทษของน้ำตาล” ให้ทราบคร่าว ๆ นะคะ

1.น้ำตาลเป็นสารเร่งผิวหนังเหี่ยวย่นและริ้วรอย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ การรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้ผิวเสีย หน้าแก่

2.น้ำตาลทำให้อ้วน แน่นอนเรื่องนี้เรารู้กันดีค่ะ เพราะ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับมากเกินความต้องการ

   ไปสะสมกลายเป็นไขมันนั้นเอง

3.น้ำตาลทำให้สมดุลของเลือดเสียไป เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งเพิ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดต่าง ๆ ด้วย

4.น้ำตาลทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง น้ำตาลมีส่วนผสมของซูโครส ถือว่าเป็นอาหารชั้นดีให้กับเหล่าแบคทีเรียที่อยู่  

  ในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ และคราบต่าง ๆ

5.น้ำตาลทำให้ร่างกายเซื่องซึม การกินน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำแทนที่จะสดชื่น กลับทำให้กรดอะมิโน ที่ชื่อว่า ทริปโตฟานเข้าสู่สมองมาเกินไป ทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมองมีผลทำให้เกิดอาการเหนื่อย เซื่องซึมได้

ภาพจาก : sukkaphap-d.com 

นี้แค่คร่าว ๆ นะทุกคน…โทษของน้ำตาล เยอะมากจริงๆค่ะ 

แล้วแบบนี้ ต้องห้ามกินน้ำตาลเลยหรอ จะทำไหวมั้ยนะ? 

ไม่ต้องห่วงค่ะ หากกินน้ำตาลในปริมาณที่พอดี แค่เท่าที่ร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงานได้ ก็ไม่เกิดอันตรายกับร่างกาย โดยปริมาณที่ควรกินต่อวัน มีดังนี้ค่ะ

-เด็ก และ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรกินไม่เกิน 16 กรัม หรือ 4 ช้อนชา / วัน

-วัยรุ่นหญิงชาย และ วัยทำงาน ควรกินไม่เกิน 24 กรัม หรือ 6 ช้อนชา / วัน

แต่อย่างไรก็ตาม การไม่กินน้ำตาลเลย หรือกินให้น้อยกว่าปริมาณข้างต้น ก็ถือว่าปลอดภัยที่สุดค่ะ

เพราะ “น้ำตาลคือยาพิษ” ท่องไว้ให้ขึ้นใจ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงของเราค่ะ

ข้อมูลจาก : https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/5-โทษของน้ำตาล/

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข กรมอนามัย และ กระทรวงสาธารณะสุข 

ข้อมูลจาก : รายการเพื่อนเป็นหมอ

related HEALTHY LIFESTYLE

สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

01 พ.ย. 2023

สวยจากภายใน ไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

เราทุกคนอยากดูเด็ก ชอบให้คนอื่นทักยิ่งมองยิ่งสวยนะทำอะไรมา? ทำอย่างไรให้สวยแบบธรรมชาติที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ฉะนั้นเราควรรู้ว่าอวัยวะภายในของเราทำงานอย่างไร มันทำให้เราสวยได้ยังไง สวยอยู่แล้วต้องบำรุงแบบไหน ตรงจุดไหม แล้วความสวยของเรานั้นมันเกี่ยวอะไรกับอวัยวะของเรา วันนี้แพทย์แผนจีน มีคำตอบค่ะ1. ใบหน้างามด้วยหัวใจที่สดใส หน้าที่ของหัวใจจะเกี่ยวข้องกับการสูบฉีดเลือดโดยตรง คือพลังของหัวใจนั้นจะผลักดันให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ใบหน้านั้นเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงมาก ถ้าหากระบบการทำงานของหัวใจไม่ดีจะแสดงออกมาในรูปสีบนใบหน้า เช่นพลังหัวใจแข็งแกร่งเลือดลมไหลเวียนดี ก็จะทำให้ใบหน้าผิวแดง ดูสดใส หากพลังของหัวใจไม่เพียงพอ เลือดลมไหลเวียนไม่ดี ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าดูหมองคล้ำ ไม่สดใสหัวใจพลังไม่พอ อาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ ใจสั่น ใจหวิว ฝันบ่อย ปัสสาวะเหลืองมาก แนะนำให้ทาน ลำใยแห้ง เมล็ดบัว อย่างละ30g ข้าวเหนียว 100g ต้มรวมกัน ทำเป็นโจ๊ก แล้วรับประทานบ่อยๆ จะช่วยในการบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ให้ความชุ่มชื่นกับผิว ทำให้ผิวแดงดูสดใส2. สวยได้ถ้าตับไม่ร้อน ในแพทย์แผนจีนตับมีหน้าที่เก็บเลือด ช่วยในเรื่องการขับเคลื่อนของชี่(气机คือพลังของร่างกายที่ เคลื่อนที่ ขึ้น ลง เข้า ออก ในร่างกาย) รักษาสมดุลของอารมณ์ ใบหน้าของเราเลือดลมไหลเวียนดี จะทำให้ใบหน้าแดงเรืองๆ ดูมีชีวิตชีวา หากตับมีปัญหา การขับเคลื่อนของชี่หยุดชงักเลือดลมไม่เดินเลือดคลั่งอยู่บริเวณใบหน้า ทำให้หน้าดูหมองเขียว เป็นสาเหตุให้เกิดฝ้าที่ใบหน้าได้ เลือดในตับพร่องทำให้ใบหน้าดูซีดเหมือนขาดเลือด ผิวแลดูไม่ชุมชื้น ผิวไม่มีประกาย อาจจะมีอาการของตาแห้งง่าย มองวัตถุไม่ค่อยเห็นอาการที่เกี่ยวกับตับ เช่น อารมณ์หงุดหงิดง่าย ปวดด้านข้าง เรอบ่อย พายลมบ่อย ตาแห้ง แนะนำให้ทาน เห็ดหูหนูขาว ดอกเก๊กฮวย อย่างละ 10g ต้มน้ำรับประทานบ่อยๆ หรือใส่น้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวาน จะสามารถช่วย รักษาตับบำรุงเลือดแก้ปวดหัวที่มาจากความร้อนในตับสูงทำให้ดวงตาสว่าง บำรุงผิว และยังรักษาฝ้าได้อีกด้วยค่ะ3. บำรุงม้ามทำให้ผิวสวย หน้าไม่เหลือง สิ่งที่เป็นคุณค่า สารอาหาร ต่างๆ ที่รับประทานและส่งไปทั่วร่างกาย ล้วนมาจากพลังม้ามทั้งสิ้นม้ามจะเป็นที่ผลิตพลังและเลือดให้กับร่างกายด้วย(ม้ามในหลักของแพทย์จีน)จะเห็นได้ว่าเมื่อเลือดลมไหลเวียนได้ดีแล้ว จะทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง ความยืดหยุ่นของผิวจะดี ผิวไม่แห้งกร้านและไม่เหี่ยวง่าย ถ้าหากม้ามไม่แข็งแรง การส่งอาหารให้กับร่างกายก็จะช้าลง เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่อาจจะไปหล่อเลี้ยงผิวหนังบนใบหน้าได้อาการที่เกี่ยวข้องกับม้ามพร่อง เช่น หน้าดูซีดเหลือง ไม่มีชีวิตชีวา เหนื่อยง่าย อาหารไม่ย่อย มีเสียงดังในลำไส้บ่อยๆ แนะนำให้ทาน พุทราแดง วันละ 10 เม็ด เพราะพุทราแดง จะช่วยบำรุงม้ามบำรุงเลือดจะทำให้ผิวพรรณดูแดงสดใส4. บำรุงปอดหน่อย ผิวจะได้ไม่แห้งกร้าน หน้าที่ของปอดคือหายใจ แต่ในทางแพทย์แผนจีนปอดจะช่วยนำพลังชี่(พลังจากสารอาหาร น้ำ)ส่งลงล่างเพื่อให้ เลือดลม น้ำ สารอาหารต่างๆกระจายสู่ร่างกาย ถ้าหากปอดทำงานผิดปกติ จะทำให้ผิวหนังของเราแห้งง่าย กระด้าง ใบหน้าดูหมองหม่น และขาวซีดผิดปกติอาการที่ร่วมกับปอดเช่น หายใจสั่น ติดขัด ผิวหนังแห้ง ไอ บ่อย เป็นภูมิแพ้ แนะนำให้ทาน ดอกแปะฮะหรือดอกลินลี่(百合หาได้ตามร้านยาจีนทั่วไป) 15g เห็ดหูหนูขาว30g ใบเตย 2 ใบ น้ำตาลกรวด 1 ก้อน พอให้หวาน ต้มรวมกัน ทานแทนน้ำ สรรพคุณจะทำให้ร่างกายเย็นบำรุงปอดทำให้ผิวชุ่มชื้นขับเสมหะ แก้ไอได้5. ถั่วดำต้มบำรุงไต ตามหลักแพทย์จีนไตทำหน้าที่เก็บสารจิง(精คือ สารจำเป็นพื้นฐาน ช่วยพยุงร่างกายให้ดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ และยังหมายถึงสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์) ถ้าหากไตมีสารจิงเพียงพอ อวัยวะในร่างกายก็จะสมบูรณ์ไปด้วย เลือดลมก็จะไหลเวียนดี หน้าจะไม่แก่ง่าย ผมก็จะไม่ขาวเร็ว ฟันจะไม่ร่วงง่าย และไม่แก่ก่อนวัยถ้าหากไตพร่องสามารถทาน ข้าวเหนียวถั่วดำ เพราะ ข้าวเหนียว จะช่วยบำรุงเลือดลมช่วยกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดีขึ้น ถั่วดำมีฤทธิ์ช่วยบำรุงไตเสริมหลังอินในไต ในกะทิจะมีไขมันดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และใบหน้าของคุณได้ค่ะ หลายคนที่มองตัวเองแล้วรู้สึกใบหน้าดูแล้วไม่เปล่งประกาย ไม่บริ้ง รู้สึกว่าตัวเองหน้าแก่ ขาวซีด หรือใบหน้าคล้ำลง ผิวหนังไม่รื่นเรียบเหมือนสมัยก่อน ใบหน้ามีทั้งฝ้าทั้งกระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากอวัยวะต่างในร่างกายที่ขาดสมดุลทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าอยากจะสวย ต้องเพิ่มพลังให้กับอวัยวะนั้นๆ จะได้สวยโดยที่ไม่ต้องพึ่งมีดหมอนะคะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

เรื่องสิวสิวจากนมวัว

07 ก.พ. 2024

เรื่องสิวสิวจากนมวัว

ใคร ๆ ก็บอกว่าการดื่มนมทุกวันมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แล้วมันดีต่อสุขภาพจริงไหม ทำไมดื่มแล้วสิวถึงขึ้นล่ะ แล้วนมทำให้สิวขึ้นจริงหรือเปล่า วันนี้เรามาตอบข้อสงสัยกันนมวัวมีประโยชน์จริงหรือเปล่า ?นมวัวมีประโยชน์จริง เพราะอุดมไปด้วยสารยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์หลายชนิด หลัก ๆ ก็คือแคลเซียมที่ช่วยดูแลกระดูก และช่วยให้ฟันแข็งแรง มีโพแทสเซียมช่วยป้องกันโรคหัวใจ รวมถึงวิตามินบี แร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยป้องกันโรคเบาหวานการดื่มนมวัวทำให้สิวขึ้นจริงเหรอ ?จากการวิจัยของแพทย์ผิวหนังที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า “นมวัว” มีส่วนทำให้ผู้ที่เป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เป็นสิวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากกระบวนการในการย่อยนมของร่างกายนั้นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตขึ้นมา ทำให้ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวอย่าง แอนโดรเจน ก็ถูกผลิตขึ้นมาเพิ่มด้วย นอกจากนั้นในนมวัวที่รีดออกมาจากแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก ก็จะมีฮอร์โมนสูง ทำให้เวลาที่คนเราดื่มนมเข้าไป ฮอร์โมนในนมวัวเหล่านี้กลับไปกระตุ้นต่อมไขมันของเราให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน และเป็นสิวตามมา สำหรับคนที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน ควรจะเปลี่ยนมาดื่มนมที่เป็นสารสกัดจากพืชแทน เช่น นมถั่วเหลือง หรือนมข้าว เป็นต้นตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าผลข้างเคียงจากนมวัวสามารถทำให้สิวเราขึ้นได้เหมือนกัน แต่เราไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องงดการดื่มนมไปเลย ซึ่งเราสามารถเลี่ยงไปดื่มนมแพะ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ หรือน้ำนมข้าวแทนได้ เพราะคุณค่าทางสารอาหารมีประโยชน์ วิตามิน ที่สามารถทดแทนนมวัวได้เหมือนกันที่มา https://www.wongnai.com/articles/6-acne-treatment-doubthttps://www.sanook.com/health/31693/Author : DODOMILK

ถ้าตับเริ่มพัง จะมีอาการแบบนี้

04 เม.ย. 2025

ถ้าตับเริ่มพัง จะมีอาการแบบนี้

ชี่ตับ ติดขัด ทำให้เกิดโรคหลายโรค หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับชี่ติดขัด แพทย์แผนจีนกล่าวว่า สิ่งที่ติดขัดในร่างกายมักจะทำให้เกิดโรค วันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า ชี่ติดขัด มักจะมีอาการอะไรบ้างค่ะ1.อารมณ์เสียบ่อย หงุดหงิดง่าย2.มีอาการท้องอืดเป็นประจำ3.ปวดชายโครง4.ชอบถอนหายใจบ่อยๆ5.ถ้าหากเป็นผู้หญิงประจำเดือนมักจะไม่มีตามปกติคนส่วนใหญ่ที่มีอาการของชี่ติดขัด ถ้าหากเป็นเวลานานๆมักจะเป็นโรคความดัน ไทรอยด์ กระเพาะอักเสบ กรดไหลย้อน โรคที่เกี่ยวกับตับ เข้ามาเกี่ยวข้องกลุ่มอาการเหล่านี้รักษาได้ไม่ยากค่ะ อาจจะใช้ 柴胡疏肝散 逍遥散 小柴胡汤 ซึ่งเป็นยาในทางแพทย์แผนจีนแพทย์แผนจีนแนะนำคนที่มีอาการแบบนี้บ่อยๆ ควรนอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายแบบแรงๆได้ เพราะต้องได้ปล่อยพลัง การกินจะเน้นกินเกี่ยวกับส้ม เปลือกส้ม ส้มโอ ส้มเช้ง ชากุหลาบ ชามินต์ ชาเก๊กฮวย ชามะลิ ทานบ่อยๆ จะช่วยบำรุงตับ ช่วยลดความเครียดได้ค่ะตับร้อน พลังตับสูงขึ้นจนปวดหัวหลายคนมีปัญหาเรื่องตับร้อน ส่วนใหญ่จะมีอาการแบนี้ค่ะ1.อารมณ์เสียง่าย2.ปวดเบ้าตา ปวดหัว3.นอนไม่หลับฝันบ่อย4.ใจสั่น5.ขี้ลืม6.หนักหัวเหมือนจะวูบ ซึ่งคนที่มีอาการตับร้อน มักจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับความดันสูง ไทรอยด์ ไมเกรนเมื่อมีอาการเครียดบ่อยๆ ความร้อนในตับจะสูงขึ้น และทำให้ปวดหัวอยู่เป็นประจำ จะปวดปริเวณเบ้าตา ขมับ ตาจะพร่า บางคนเป็นจนเส้นเลือดในสมองแตกได้ ถ้าหากมีอาการของความดันสูงแพทย์แผนจีนแนะนำสมุนไพรหาง่ายกินป้องกันตับร้อนได้ เช่น เก้ากี้ เก๊กฮวย ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ใบหม่อน ลูกหม่อน ยาที่กินในตับหรับยาจีน จะเป็น 天麻钩藤汤 桑菊饮 逍遥散 ต้องอยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์แผนจีนด้วยนะคะแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า ตับช่วยกักเก็บเลือด ถ้าหากตับไม่กักเก็บเลือด จะมีอาการ1.เวียนศีรษะบ่อยๆ2.มีเสียงในหู(เสียงเบา)3.ตับเป็นทวารของตา มักจะมองไม่ชัด ตาพร่ามัว4.ตับเป็นธาตุไม้ มักจะทำให้เกิดลม มือเท้าชอบสั่น5.มือชา เท้าชา6.กล้ามเนื้อชอบกระตุก เนื่องจากลมในร่างกายเยอะ ใครที่มีอาการแบบนี้ แนะนำพบแพทย์แผนจีนเพื่อบำรุงตับนะคะอาหารที่บำรุงเลือดตับได้ดีมาก คือ เลือดเป็ด เพราะมีฤทธิ์เย็น ช่วยลดร้อนในตับได้ คนที่อ่อนเพลียเป็นประจำ หรือแขนขาไม่มีแรง ลองทานได้นะคะ อย่างอื่นก็มี เก๋ากี้ บ๊วย พุทราจีน อาหารเหล่านี้ช่วยบำรุงเลือดในตับได้ด้วยค่ะแต่ถ้าคุณ1.ปวดหัวบ่อยๆ2.หน้าแดงเป็นประจำ3.ปากขม4.โมโหง่าย5.มีเสียงดังในหู6.นอนไม่หลับแสดงว่ากำลังเข้าขั้นของตับร้อน ที่เรียกว่าไฟในตับลุกโชน จึงทำให้ปวดหัวค่ะปวดหัวจะเป็นด้านข้างขมับ และตรงกลางกระหม่อม ความร้อนของเลือดขึ้นสูง ทำให้หน้าดูแดงกล่ำ ส่วนใหญ่ กระเพาะอาหารจะไม่แข็งแรง เพราะกระเพราะอาหารโดนพลังไฟของตับเผาไปด้วย จะทำให้เกิดปากขมในตอนเช้า การที่ตับร้อนมาจากอารมณ์ที่แปรปรวน โมโหง่าย นอนไม่หลับ เป็นประจำ หรือฝันบ่อย ตื่นง่าย มีเสียงดังในหู ดังเหมือนมีจิงหรีด ทั้งหมดนี้คืออาการไฟตับลุกโชน ปัญหามาจากตับที่ไม่แข็งแรงคนที่มีอาการแบบนี้ จะเป็นโรคความดันสูง อัมพาต โรคหัวใจ กรดไหลย้อนได้ง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำ มะระ ความขมของมะระจะช่วยลดพลังไฟตับได้ เราอาจจะเอามะระไปทำอาหาร ต้มน้ำแกง ยัดไส้หมู ผัดไข่ ได้หมด อย่างอื่น อาจจะทานดอกเก๊กฮวย ถั่วเขียว ซาลารี่ ซานจายาจีนที่สามารถรักษาได้ดี คือ 柴胡疏肝散,逍遥散,天麻钩藤饮,天王补心丹ไม่ควรดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือทานของเผ็ดมันบ่อยๆ จะทำให้การพัฒนาของโรคเป็นมากขึ้นค่ะไหนใครมีอาการอะไร กี่ข้อกันบ้างคะ แอดเป็นหลายข้อเลย ขอตัวไปกินมะระก่อนนะคะ ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะ Facebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็มCollector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้

27 ม.ค. 2022

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้

ปัญหาสุขภาพหัวใจ ที่คุณไม่รู้หลายคนมีปัญหาใจสั่น อ่อนเพลียง่าย นอนไม่หลับ หรือว่าเราเครียดนะ แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไร แสดงว่าหัวใจคุณมีปัญหา แต่ไปตรวจก็ไม่ได้เจออะไร?แพทย์แผนจีนรวบรวม กลุ่มอาการของหัวใจมาให้ เผื่อใครมีอาการ ไปดูกันเลยค่ะ5 อาการ หัวใจไม่มีแรง (ชีพร่อง)1.อ่อนเพลียง่าย2.ใจสั่นบ่อย3.หายใจไม่สุด4.ปวดบริเวณหน้าอก5.เหงื่อออกง่าย5 อาการนี้ คือ หัวใจไม่มีแรง มักจะมีอาการ อ่อนเพลียง่าย หายใจไม่สุด ใจสั่นบ่อย ปวดตึงบริเวณหน้าอก และมีเหงื่อออกง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำ โสม โสมอเมริกา แปะฮัก เม็ดบัว พุทราจีน จะช่วยบำรุงหัวใจ ให้หัวใจกลับมาแข็งแรงได้ค่ะ5 อาการ หัวใจหยางพร่อง1.เหงื่อออกง่าย (กลางวัน)2.ขี้หนาว มือเท้าเย็น3.อ่อนเพลีย4.ปวดบริเวณหน้าอก5.ขาบวมน้ำใครที่มีอาการมือเท้าเย็น เหงือออกง่าย ชอบอ่อนเพลียเสมอๆ แถมยังมีอาการ เท้าชอบบวม ๆ นิด ๆ นั่นคืออาการของหัวใจหยางพร่อง(ไม่มีไฟ) ธาตุไฟในหัวใจน้อย จนทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ทำให้เกิดน้ำคลั่งที่เท้า มือเท้าเย็นง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำสำหรับคนที่หัวใจหยางพร่อง สามารถทาน สมุนไพรจีน โสมคน โสมเกาหลี อบเชย ขิงแก่ ที่ช่วยบำรุงพลังหยางในหัวใจได้6 อาการ หัวใจอินพร่อง1.เหงื่อออกง่าย (กลางคืน)2.นอนไม่หลับ3.อ่อนเพลียง่าย4.ปวดบริเวณหน้าอก5.ใจสั่นบ่อย6.คอแห้ง ปากแห้ง6 อาการนี้ คุณอาจเป็นหัวใจไม่แข็งแรง ตรวจแล้วไม่เจออะไรคุณอาจจะมีอาการหัวใจอินพร่อง เหงือออกง่ายในตอนกลางคืน นอนไม่ค่อยหลับ กระสับกระส่าย ใจสั่นบ่อย อ่อนเพลียง่าย ปากแห้งคอแห้งบางครั้งปวดบริเวณกลางอก หลายคนมีอาการแบบนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องไทรอยด์ โรคหัวใจ วัณโรค และโลหิตจางแพทย์แผนจีนแนะนำ เนื้อเป็ด หนังหมู ไข่ไก่ สาลี เก๋ากี้ เห็ดหูหนูขาว นม รังนก ที่ช่วยบำรุงอิน ให้หัวใจได้ลดความร้อน บำรุงสารน้ำ ช่วยให้หัวใจแข็งแรงค่ะ6 อาการ หัวใจขาดเลือด1.นอนหลับไม่สนิท2.เวียนศีรษะบ่อย3.อ่อนเพลียง่าย4.ขี้ลืม5.ริมฝีปากซีด6.ตื่นง่ายอาการแบบนี้ อาจจะเป็นได้ว่า หัวใจขาดเลือด หัวใจขาดเลือดหมายถึง เลือดส่งไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดเข้าไปทั่วร่างกายอาการของหัวใจขาดเลือดในแพทย์แผนจีน มักจะนอนหลับไม่สนิท เวียนศีรษะบ่อย ๆ อ่อนเพลียง่าย ปวดบริเวณกลางอก บางคนริมฝีปากซีด ขี้ลืม และชอบตื่นง่ายแพทย์แผนจีนแนะนำ พุทราจีน 10 ลูก เห็ดหูหนูดำ 30 กรัม น้ำตาลกรวด เล็กน้อย ต้มรวมกัน ทานเป็นประจำ จะช่วยบำรุงเลือด ขับเลือดลม ทำให้เลือดไหลเวียนดีค่ะ6 อาการ หัวใจมีเลือดคั่ง1.ปวดบริเวณหน้าอก2.เจ็บเหมือนเข็มแทง3.อ่อนเพลียง่าย4.ใจสั่น5.มือเท้าเย็น6.ชอบปวดแขนซ้ายภาวะเลือดคั่งในหัวใจ 6 อาการนี้ คุณมีหรือไม่ ส่วนใหญ่คนที่มีอาการพวกนี้มักจะเป็นโรคหัวใจแพทย์แผนจีนแนะนำ ดอกคําฝอย พุทราจีนแดง วันละ 10 เม็ด เมล็ดลำไย 10 เม็ดจะช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ถ้าหากมีอาการหนักแนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะปัญหาหัวใจให้คุณหมอตี้ดูแล แต่ถ้าปัญหาความรักปรึกษาพี่อ้อยพี่ฉอดได้ทุกวันศุกร์ใน Club Friday ส่งเรื่องราวมาก่อนได้ที่ clubfriday@atimemedia.com หรือ Club Friday Fanpage นะคะ พี่อ้อยพี่ฉอดพร้อมดูแลค่ะ ^^ขอบคุณข้อมูลและความรู้ดีดีจากคุณหมอตี้ค่ะFacebook : ดร เยาวเกียรติ แพทย์จีน ฝังเข็ม- Collector by รุ่งโนรี ’Girl Music Travel Lover -

album
greenwave
-

-