เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่า ไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่า ไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า...

26 ก.ค. 2024

เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

พอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่า

ไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า เราน่าจะมาจากคนละถิ่นกัน

เขาโกรธจนตัวสั่น เสียงดังใส่ หนูผิด?

            “คุณอัย (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาทะเลาะกับเพื่อนของเพื่อนเรื่องที่เราเรียกมอเตอร์เวย์ว่าทางด่วน

            โดย “คุณอัย (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้เราขับรถไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน ก่อนที่จะถึงร้านอาหารเราก็ขึ้นทางด่วน แล้วเราก็คุยกับเพื่อนเราแต่ด้วยความที่งานวันเกิดเพื่อนไม่ได้มีแค่เรา มีเพื่อนของเพื่อนที่เราไม่ได้รู้จัก ชื่อเปรี้ยว (นามสมมติ) น่าจะโตกว่าเรา เราคุยกับเพื่อนว่าตอนขับรถมาเปิด Google map มา มันให้ขึ้นมางด่วน เปรี้ยวก็โพร่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แบบว่าทำไมเราไม่รู้ “ไอที่เรียกว่าทางด่วน มันไม่ใช่” เราคิดว่า ไม่ใช่ได้ไง เราเรียกว่าทางด่วนมาตลอด เลยตอบว่า “ไม่ค่ะ เราก็เรียกทางด่วนมาตลอดนะคะ” เขาก็ยังยืนยันด้วยน้ำเสียงโกรธว่า “ไม่ใช่ ไอที่เราเรียกอยู่มันคือ มอเตอร์เวย์ ทางด่วนคืออันที่ลอยฟ้า” เราเลยตอบว่า “ก็เราไม่ได้เรียกแบบนี้ เราเรียกของเรามาแบบนี้” แล้วเขาก็บอกว่า “สมัยก่อนมันใช้บัตรคนละใบกันด้วยนะ ทางด่วนกับมอเตอร์เวย์” เราก็บอกว่า “แต่สมัยนี้ใช่ Easy Pass ได้ทั่วราชอาณาจักรนะ” เขาก็ยังไม่ยอม เราก็เลยบอกว่า “งั้นไม่เป็นไร พี่จะเรียกแบบนั้นก็เรียกของพี่ หนูก็เรียกแบบนี้ เราอาจจะมาจากคนละจังหวัด ถิ่นหนูอาจจะเรียกแบบนี้ ถิ่นพี่อาจจะเรียกอีกแบบ” เหมือนเขาโกรธมากที่เราพูดแบบนั้น แล้วเขาก็เงียบไปประมาณ 1 นาที

            ตอนนี้ใจเราก็เริ่มอยากกลับบ้านละ เลยหันไปคุยกับเพื่อนว่าเราจะกลับทางไหนดี ระหว่างมอเตอร์เวย์ กับบูรพาวิถี ซึ่ง 2 เส้นนี้เราเรียกว่าทางด่วน แต่รอบนี้เราต้องพูดชื่อ เพราะถ้าไม่พูดชื่อแล้วเรียกแค่ทางด่วน เพื่อนก็จะไม่รู้ว่าทางด่วนไหน แล้วเราก็ดูใน Google map มันให้เราขึ้นมอเตอร์เวย์ แต่เราอยากไปทางบูรพาวิถี เราเลยพูดว่า “Google map มันให้เราไปมอเตอร์เวย์” ทีนี้เปรี้ยวก็หันมาโวย “ทำไมรอบนี้เรียกมอเตอร์เวย์ เมื่อกี้เรียกว่าทางด่วนไม่ใช่หรอ” เราก็บอกว่า “ก็รอบนี้มันมี 2 ทางเราเลยต้องเรียกชื่อทางด่วน จะได้รู้ว่าไปทางไหน” แต่คือเขาเหมือนไม่ฟังเรา แล้วเขาโกรธ โวยวายขึ้นมา “มึงเรียกแบบนี้ทำไมๆ ทำไมมึงไม่เรียกทางด่วน มึงเรียกไม่ได้” เขาเสียงดังมาก แต่ในร้านคือบรรยากาศร้านเหล้า เราก็เสียงดังเหมือนกัน เราก็ไม่พอใจ ทำไมเขามาพูดกับเราแบบนี้ ตอนแรกก็นึกว่าเขาเป็นคนห้าวๆ แล้วเขาก็จับแขนเรา ส่วนแฟนเขาก็ไม่ห้ามนั่งเล่นเกม เพื่อนก็นั่งอึ้งอยู่  แล้วเขาก็พูดว่า “มึงต้องเรียกทางด่วน เรียกมอเตอร์เวย์ไม่ได้ เมื่อกี้มึงเรียกทางด่วน มึงต้องเรียกแบบนี้” คือเขาโกรธมากๆ เราก็เลยสบัดแขนออก คือไม่โอเคเเล้วเราก็จะกลับ พอเราลุกจะกลับ แล้วเราก็ดันเก้าอี้กลับแต่มันดันเสียงดัง เปรี้ยวก็เลยเข้าใจว่า ประชดเขา เขาก็เลยดันเก้าอี้ว่างข้างๆเขาเสียงดังบ้าง แล้วเราก็หนีกลับบ้านเลย แล้วมารู้จากเพื่อนว่า คนที่เป็นเพื่อนของเพื่อนเรา คือแฟนเปรี้ยว ไม่ใช่เปรี้ยว อยากถามพี่ๆดีเจว่า การเรียกทางด่วนคือเราเรียกผิดหรอ กับ จริงๆแล้วเราทำอะไรไม่ดีรึป่าวเขาถึงได้โกรธ หรือเป็นเพราะพูดว่า “เราอาจจะมาจากคนละจังหวัด ถิ่นหนูอาจจะเรียกแบบนี้ ถิ่นพี่อาจจะเรียกอีกแบบ” เขาเลยโกรธ’

            ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ทางมอเตอร์เวย์สำหรับผมคือเรามาจากพระราม 9 ข้ามศรีนครินทร์พอลงแตะพื้นปุ้ป ผมนับว่าเป็น มอเตอร์เวย์ยาวไปสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยาเลย แต่ทางยกระดับที่ไปชลบุรี คือ บูรพาวิถี ส่วนประโยคจุดระเบิดเนี่ย บางทีมันอยู่ที่คนรับสาร ว่ามีวุฒิภาวะ อารมณ์ เราไม่รู้เจอคนแบบไหน ก็เป็นไปได้ที่จะจุดประกายความโกรธ แต่เขาเองก็ควบคุมอารมณ์ได้น้อยไปหน่อย มันใช่เรื่องมั้ยที่จะมาชี้ว่าใครเรียกอะไร ถ้าเรียกต่างกันเเต่ก็ไปเหมือนกันก็ช่างมันไปเถอะ’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘สำหรับพี่ พี่ไม่เรียกมอเตอร์เวย์ว่าทางด่วน บูรพาวิถีก็อาจจะไม่ด่วนนะ เพราะพี่ไว้ใช้ออกจากเมือง ทางด่วนสำหรับพี่คือทางด่วนที่ไม่ต้องลงไปด้านล่าง แบบด่วนวิภาวดี ด่วนบ่อนไก่ บูรพาน่าจะด่วนแหล่ะ แต่มอเตอร์เวย์คนเขาจะไม่ค่อยเรียกว่าด่วนก่อน แล้วประเด็นที่พูดคือด้วยรูปประโยคมันก็เหมือนเราด่าเขานั่นแหล่ะ แต่มันเหมาะสมในกรณีนี้ เพราะว่าเขาเสือก ไม่ใช่เรื่องของมึงเลย 1.มึงไม่ใช่เพื่อนกู 2.คือก็จะขึ้นทางด่วนไหนก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมึงเลย แล้วก็ที่อยู่ๆก็พูดมาแบบนั้นคือมันเสียมารยาท คนเสือกเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ เป็นคนอื่นอาจจะด่าแรงกว่านี้ด้วย’

            และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าอีเปรี้ยวมันแหลมเข้ามาปุ้ป กูเรียกทุกเส้นคือทางด่วน เพราะกูรีบ! นี่คือวิธีตอบ จะไม่มีว่าถิ่นหนูถิ่นใคร แล้วที่ไปพูดกับเขาเรื่องถิ่นเหมาะสมไหม ไม่เหมาะสม อันนี้ไม่เห็นด้วย เพราะหนูพูดเบาไป หลังเขาบ้านมึงตัดถนนเส้นอะไรมาอธิบายซิ้ หลังจากนั้นก็ตบกัน พูดจบอย่าปล่อยให้มือถึงเราก่อน ใครล้มก่อนแพ้ สู้ ใจอย่าไปกลัวมัน อย่างน้อยอีเปรี้ยวจะไม่กล้าพูดแบบนี้กับใครอีก ทั้งสองคำถามสรุปได้ในคำเดียว เสือก!!!’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

09 พ.ค. 2025

ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

“คุณวุ้น (นามสมมติ)”อายุ 34 ปี สายที่สี่ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พฤษภาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม”เกี่ยวกับปัญหาการทำงานว่าจะไปทำงานที่เติบโตแต่ต้องไปเจอแฟนเก่าดีไหม? โดย “คุณวุ้น (นามสมมติ)”ได้เล่าว่า ‘กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สายงานเราเป็นงานที่อาจจะต้องทำได้งานร่วมกัน ถึงแม้จะอยู่กันคนละฝั่ง ดังนั้นตอนนี้ ช้อยส์ในใจจะมีอยู่ 3 ช้อยส์คือ 1.อยู่ที่เดิมไม่ย้ายงาน แต่ไม่เติบโต ทำงานที่เดิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอที่ใหม่ก่อน 2.ย้ายไปทำงานที่ใหม่ที่ตรง JD เราเลย เงินดีด้วย แต่ต้องไปเจอแฟนเก่า 3. Set Zero เริ่มต้นหาที่ใหม่ไปเลย สำหรับแฟนเก่าของเราจบกันไปแบบไม่ดีเลย เค้านอกใจไปคบกับน้องในทีมของเขาเอง’ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำ ‘แบบเล่นๆ ว่า ให้ไปทำงานที่มีแฟนเก่าอยู่ ใกล้ชิดไปเลย ให้แฟนใหม่รู้สึกระแวง ทำให้แฟนใหม่ของแฟนเก่าเราไปกระซิบพูดต่อกันได้ว่า อุ๊ย แฟนเก่ากลับมา ทำงานเก่งด้วย วิธีการนี้ ดีเจเติ้ลบอกว่า ระวังจะงานไม่ก้าวหน้า เพราะมัวแต่ทำเรื่องพวกนี้ ดีเจต้นหอมบอกว่า คน Toxic ในความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นแฟนเก่ามากกว่า’ “ดีเจเผือก” ก็แซวว่า ‘ไม่ใช่ว่าไปทำงานที่นี่แล้ว ปรากฏว่าบทสรุปคือ คุณวุ้น วิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วโทษตัวเองว่า ไม่น่าไปทำงานที่นี่เลย เพราะยังรู้สึกอยู่’ “ดีเจต้นหอม” ถามกลับว่า ไม่ใช่ว่าเขามาง้อแล้วเราจะกลับไปนะ? “คุณวุ้น (นามสมมติ)” ตอบกลับทันทีว่า ‘นี่แหละคือเหตุผลที่หนูจะโทรมาปรึกษาพี่ๆ’ ดีเจทั้งสามคนถึงกับกรี๊ดเลยทีเดียวว่า ถ้าอย่างงั้นให้ตัดช้อยส์ที่มีแฟนเก่าออกไปได้เลย เพราะใจเรายังไม่แข็งแรงพอ แต่ถ้าจะไปจริงๆ ให้ไปแบบว่านางพญา ไปแบบร่างทอง ไปแบบผู้ชนะเลย’ สุดท้าย 3 ดีเจก็ได้เห็นตรงกันว่า ‘ให้ไปสมัครงานใหม่ๆก่อน แล้วทำงานที่เดิมรอเวลาไป ถ้าได้ที่ใหม่ที่มันดีๆก็ค่อยย้ายไป และอยากให้รายการอัปเดตสายนี้ด้วยว่าสรุปแล้ว วุ้นเลือกทางไหน จะไปทำงานกับแฟนเก่า แล้วกลับไปหาแฟนเก่ารึเปล่า? มารอฟังกัน...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้ คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟน ทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่าย เข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจ

02 ต.ค. 2023

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้ คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟน ทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่าย เข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจ

เจตนายังไงกันแน่? สาวโทรปรึกษา อัดอัดใจมากตอนนี้คบกับแฟนมา 2 ปีแล้ว แต่แฟนเก่าเค้ายังเข้าออกบ้านแฟนทุกคนในบ้าน WELCOME ต้อนรับ ทักทายตลอด จนเราเป็นฝ่ายเข้าไปหลบในห้อง เพราะไม่อยากเจอ... ไม่ได้รบกวนกาย แต่มันกวนใจจนเกิดคำถามในหัวว่า ‘จะมาเพื่อ??’ หนูจะรับมือเรื่องนี้ยังไงดี... “คุณโอ (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (27 ก.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่ามาที่บ้านแฟนเรา แต่คนในครอบครัวก็ต้อนรับอย่างดี จนเรารู้สึกอึดอัด โดย “คุณโอ (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘หนูมีปัญหากับแฟนคนเก่าของแฟนหนู เขายังมาบ้านแฟนหนูอยู่เรื่อย ๆแล้วทางบ้านแฟนก็ยังต้อนรับกันเป็นอย่างดี ปกติหนูไม่ได้อยู่ที่บ้านแฟนทุกวัน ตัวหนูจะไปบ้านแฟนช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วเวลาที่เขามาก็มักจะเป็นวันที่หนูอยู่ เขาก็จะเดินเปิดประตูเข้ามา ยิ้มร่าเริง ยกมือไหว้ทุกคน แล้วทุกคนในบ้านก็จะถามไถ่เป็นยังไงบ้าง มาได้ยังไง ตัวหนูเองกับเขาก็เคยเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยทักหรือคุยกัน ส่วนกับแฟนหนู เขาก็ไม่ทัก ไม่คุยกันเพราะแฟนหนูเค้ารู้ว่าหนูไม่โอเค หนูก็อดคิดไม่ได้มันก็เกิดคำถามอยู่ตลอดว่า ‘มาทำไม’ ส่วนความสัมพันธ์ของหนูกับพ่อแม่แฟนก็ดีนะคะ โอเคเลยเหมือนกับว่าลูกเค้ามีแฟนใหม่แล้ว ก็ต้อนรับหนูที่เป็นแฟนใหม่เป็นอย่างดีเลยเหมือนกัน คือถ้าไม่มีเรื่องแฟนเก่าเกิดขึ้น ก็คือปกติไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย หนูก็พยายามเข้าใจนะว่าในมุมผู้ใหญ่เค้าคงมองว่าเป็นลูกหลานอีกคนนึง หนูขอเล่าย้อนไปตอนที่เค้ายังคบกันคือเค้าคบกันมาประมาณ 3 ปี ตอนที่เค้าคบกันแฟนเก่าก็ย้ายมาอยู่บ้านแฟนหนูถาวร บางทีที่เขามาที่บ้าน แฟนหนูก็จะออกไปบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่เวลาออกไปคือไปทำกับข้าว ไม่ได้สนใจ แล้วตัวแฟนหนูก็คุยกับหนูว่า ‘เธอปล่อยให้มันเป็นอากาศไปเลยได้ไหม ไม่ต้องไปสนใจมัน’ แต่หนูพูดตรง ๆนะหนูทำไม่ได้ หนูเป็นแฟนใหม่นะ หนูอยู่ตรงนั้น แล้วหนูเป็นคนที่แสดงสีหน้าชัดเจนมาก พร้อมบวกตลอดเวลา แต่หนูเองก็ไม่ได้อยากทำให้เค้าเสียบรรยากาศกัน พวกน้า ๆ เค้าจะมีนั่งสังสรรค์กัน กลายเป็นว่าต้องมานั่งหยุมหยิมกันเรื่องเด็ก หนูก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ เลยตัดปัญหาที่เวลาเขามาหนูไม่ออกไป นั่งอยู่ในห้องดีกว่า หนูไม่รู้ว่าจะออกไปทำไมด้วย เพราะออกไป เขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น แต่มันก็มีความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอง เหมือนหนูรู้สึกว่าหนูเป็นคนนอกหรือเปล่า ระยะเวลาที่เขามาที่บ้านก็เฉลี่ย ๆ ประมาณ 2 เดือนครั้ง แม้เลิกกันไปแล้ว 2 ปีกว่าแล้วนะ อีกอย่างเขาก็เป็นฝ่ายบอกเลิกแฟนหนูด้วย อย่างในช่วงแรก ๆที่เขามาที่บ้านมันมีเหตุให้ต้องมาอย่างงานบวช งานศพ หนูก็รู้ว่าส่วนนี้หนูห้ามเขาไม่ได้เพราะเขาก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวนี้ไปแล้ว แต่หลัง ๆเวลาที่เขามาด้วยความที่บ้านนี้ มีเด็ก ๆเยอะด้วยอายุก็ไล่ ๆกัน 17-18 พวกเด็ก ๆกับเขาก็จะเล่นเกมด้วยกันสนิทสนมกันมากกว่าหนู หนูรู้นะว่าเขาก็มีบ้านเขา แต่ว่าไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่ ในบางมุมหนูก็เห็นใจเขา แต่บางมุมมันก็อดคิดไม่ได้ว่า ก็เลิกไปแล้วไง วันนี้หนูเลยอยากปรึกษาว่าหนูต้องทำยังไง หรือหนูควรไปพูดกับเขาตรง ๆเลยไหม “ดีเจต้นหอม” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ร้าย เพราะเราดูที่คนของเรา เค้าไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์หรืออะไร คือการที่เขามาบ้านแล้วเราดูแล้วว่าเค้าสนิทกัน แล้วเราก็มาที่หลังด้วย มันมีเหตุการณ์เกิดก่อนที่เราจะมา เราดูแค่คนกลางก็พอ ถ้าคนกลางไม่ไปยุ่ง แปลว่ามันไม่ได้มีอะไรที่ต้องระแวงหรือไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องร้าย แล้วการที่เราจะไปร้ายในบ้านแฟน ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และพี่ว่าเราต้องไม่เอาตัวเองไปเทียบกับเขาอะ เราไม่ได้อยู่ในจุดที่เราต้องแย่งชิง เพราะว่าคนกลางอยู่กับเรา เขาก็มีคนใหม่ แล้วถ้าสวย ๆเลยเดินเจอกันก็ทัก คือให้รู้ไปเลยว่าเขาไม่ใช่สิ่งที่เราต้องกังวล ไม่ต้องไปหาเรื่อง เพราะรู้สึกว่าเราอาจจะได้เพื่อนเพิ่มก็ได้ ซึ่งเขาอาจจะน่ารักก็ได้นะ เพราะส่วนของเขากับแฟนเรามันจบไปแล้ว แต่เข้าใจมันเป็นที่วัยด้วยว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้ มันมีเงื่อนไข แต่เวลาที่เจอกันแล้วเราต้องหลบ มันรู้สึกอึดอัด ใช้ชีวิตสบาย ๆดีกว่าไม่ต้องหลบเพียงแต่แฟนเราห้ามคุยนะ” ต่อมาที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “เอาความจริงก็เข้าใจได้ ถ้าคนที่เป็นแฟนเก่า แล้วรู้สึกไม่อยากมีปัญหาเค้าก็จะไม่ปรากฎตัวหรอก แต่ในเมื่อคนเนี่ยไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ว่าเขามาแบบบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มาระราน ที่มาก็เพราะความเคยชิน และยังคิดไม่ได้ว่าเอ้ยเราเป็นแฟนเก่าไม่ควรไปอยู่ในพื้นที่ของแฟนใหม่ ซึ่งพี่รู้สึกว่าถ้าแฟนเราไม่ได้ไปรู้สึกอะไรกับเขา แสดงว่าแฟนเราไม่ได้อะไรจริง ๆแต่โอก็ต้องเข้าใจว่าเขาสนิทกับคนในพื้นที่นั้นมาก่อนหน้าแล้ว ไม่ต้องไปสนใจ ใช้ชีวิตตามปกติไม่ต้องหลบ เขามาในฐานะแขกคนนึง เราอยู่แบบสันติของเรา ยิ่งเราอยู่ตรงนั้นให้รู้ว่ามีเราอยู่นะเขาเห็นเรา อาจจะทำให้เขามาที่บ้านน้อยลงก็ได้นะ เมื่อเราอยู่กับแฟนเรา ถึงวันนั้นสภาวะความที่เขารู้สึกไม่สบายตัว เขาก็คิดได้เอง ” ปิดจบกันที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “เห็นด้วยกับทั้งสองคนเลย โอฟังพี่เติ้ลพี่หอมแนะนำซ้ำ ๆเลยนะเราเป็นเจ้าถิ่น เจ้าบ้าน นิ่ง สยบความเคลื่อนไหว ให้เอาบารมีความเป็นสะใภ้คนใหม่ ขวัญใจคนใหม่ ผู้ซึ่งน่ารักใจกว้าง ต้อนรับแฟนเก่าอย่างดี จนเขาเกรงใจไปเอง มันต้องอย่างงั้น พี่หอมพูดถูกว่ามันคือชั้นเชิงยิ่งเราดีกับเขามากเท่าไหร่ ในแบบที่ยังรู้สึกได้บาง ๆว่าก็ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่ แล้วเดี๋ยวเขาจะไปเอง แล้วพ่อแม่จะรู้สึกว่าโอมันก็น่ารักเนอะ อย่าไปแบบเป็นตัวร้าย ตื้น ๆเปิดประตูออกมาจ้อง สะบัดหน้าคือชั้นเชิงหนูมันตื้นเขินเกินไป จากนางเอกหนูจะกลายเป็นตัวอิจฉาทันที แล้วเขาจะเป็นนางเอก ตอนนี้มุมนางเอกคือ 2 ปีแล้วแหละคงไม่มีใครคิดอะไรแล้วแหละ โต ๆกันแล้วแหละ เราก็ไปเยี่ยมผู้ใหญ่ได้ เขาอาจจะคิดแบบพี่แอฟ ทักษอรก็ได้นะตอนนี้ด้วยความใสเลย ตัวเขาก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย ใครคิดอะไรก็บ้าแล้ว ไปสวัสดีพ่อแม่หน่อยคงไม่อะไรหรอกมั้ง ตอนนี้กลายเป็นโอเป็นตัวอิจฉาเลยนะ แล้วแฟนเราก็ประพฤติตัวดีด้วย ดังนั้นนิ่งไว้ลูก อย่าไปร้ายมากเก็บมันไว้กดความร้ายมันไว้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

10 ม.ค. 2025

ซื้อลิปมากี่อัน เพื่อนคนเดิมก็ยืมใช้ทุกอัน เค้าไม่ยืมคนอื่นเลยค่ะ รอแต่จะยืมของหนู เช้าก็ทา เที่ยงก็ทา ก่อนกินข้าว หลังกินข้าวก็ทา พีคสุด ปากมันยังไม่เช็ดปากก็หยิบไปทา ตอนนี้กลิ่นลิปหนูเปลี่ยนด้วย ต้องซื้อใหม่ตลอด เจอแบบนี้ทำไงดี?

“คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [8 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนยืมลิปสติกบ่อยมาก แถมใช้แล้วลิปสติกมีกลิ่นแปลกไป! โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูซื้อลิปสติกมาใหม่ เพื่อนขอลอง แล้วก็ทาไปที่ปากเลย ตอนแรกหนูคิดว่าจะใช้นิ้วแตะ ๆ ก่อนแล้วค่อยทา ต่อมาเพื่อนก็ถามว่าซื้อที่ไหน? กี่บาท? หนูก็บอกไป แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มยืมบ่อยขึ้นก่อนเข้าเรียน เลิกเรียน ก่อนกินข้าว หลังกินข้าว ก็มาขอหนูว่า “มึงขอยืมลิปหน่อย” ไปห้องน้ำก็ทา เดินไปไหนก็ทาทั้งวัน ทามากกว่าหนูอีก พอบอกว่าหนูขายต่อ เพื่อนก็บอกกลับมาว่า “บ้าหรอ กูก็ต้องเอาอันใหม่สิ” หนูก็เลยส่งพิกัดอันใหม่ให้เขา เขาก็ไม่ซื้อ แล้วตอบมาแบบเปลี่ยนเรื่องแทน พอวันต่อมาเขาก็ยังยืมหนูเหมือนเดิม ซึ่งเขาก็มีลิปของเขา หนูก็ถามว่าไม่ใช้ลิปตัวเองแล้วเหรอ? เขาก็บอกว่า “ก็ต้องใช้ของมึงด้วย” กลุ่มหนูมีกัน 3 คน อีกคนหนึ่งคือเพื่อนของเขา ที่มาจากประถมด้วยกัน เขาไม่เห็นเคยยืมของเพื่อนคนนั้นเลยสักครั้ง ยืมแต่ของหนูคนเดียว หนูเริ่มไม่โอเคตรงที่กลิ่นลิปของหนูมันเริ่มเปลี่ยน เหมือนมันบูดเพราะหลังกินข้าวปากมัน ๆ เขาก็ยังทา หนูไม่กล้าปฏิเสธแบบตรง ๆ เขานิสัยดีทุกอย่าง แต่ติดแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเลย หนูเคยบอกว่าไม่ให้แล้ว แต่เขาก็บอกกลับมาว่า “โห ขี้งกว่ะ” หนูเลยให้ยืมมาตลอด ไม่ใช่แค่ลิปด้วย กระเป๋า เสื้อ เสื้อกันหนาว เขาจะขอเลย พูดแบบว่าถ้าหนูไม่ใช้ ขอได้ไหมอยากได้ เพื่อนอีกคนก็โดนแบบเดียวกัน เรื่องกิ๊บติดผม เขาบอกว่าขอติดได้ไหม? พอเขาติดแล้วก็เนียน ๆ เอากลับบ้านไปเลย พอทวงเขาก็จะทำเป็นลืม หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเจอสถานการณ์อย่างนี้ หนูควรทำอย่างไรดี?’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ควรบอกไปตรง ๆ เลยว่าของแบบนี้มันใช้ร่วมกันไม่ได้ หนูต้องบอกว่ามันมีเหตุผลของการไม่ให้ยืม มันเป็นสิ่งที่พูดได้ โตแล้วบอกเขาได้ หนูต้องรู้จักปฏิเสธ’ นอกจากนี้ “ดีเจเผือก” ยังพูดเสริมอีกว่า ‘ซื้อให้ไปเลย มึงกูไม่ให้ยืมแล้วนะ ใช้อันนี้ไปเลย ของแบบนี้มันไม่ใช้ร่วมกัน มันเหมือนแปรงสีฟัน ถ้าเพื่อนใหม่พึ่งเจอกันแล้วมันจะคัดกรองกันด้วยเรื่องลิป เรื่องยืมของก็โอเค ‘หาเพื่อนใหม่’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แต่งงานกับสามีต่างชาติ เขาบังคับให้หนูออกจากงาน อยู่บ้านกับเขา 24 ชั่วโมง เขาเริ่มควบคุมหลายๆอย่าง ห้ามเราทาครีม ให้เรากินข้าววันละ 1 มื้อ เจอเพื่อนได้เฉพาะวันสำคัญๆ ตอนนี้เราแยกทางกันเขาให้เงินมาก้อนนึง แล้วกลับประเทศไปแล้ว ยังไม่ทันได้หย่าเลย

10 ม.ค. 2025

แต่งงานกับสามีต่างชาติ เขาบังคับให้หนูออกจากงาน อยู่บ้านกับเขา 24 ชั่วโมง เขาเริ่มควบคุมหลายๆอย่าง ห้ามเราทาครีม ให้เรากินข้าววันละ 1 มื้อ เจอเพื่อนได้เฉพาะวันสำคัญๆ ตอนนี้เราแยกทางกันเขาให้เงินมาก้อนนึง แล้วกลับประเทศไปแล้ว ยังไม่ทันได้หย่าเลย

“คุณมิ้น (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายแรกของ ปี 2025 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [8 มกราคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล -ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิตคู่กับสามี แล้วพฤติกรรมสามีเริ่มเปลี่ยนไป จนแอบน่ากลัว โดย “คุณมิ้น” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมา 3ปี แต่มีปัญหาพึ่งจะเลิกรากันไป แต่ก็ยังไม่เลิกขาด ต้องเกริ่นก่อนว่า สามีเราไม่ใช่คนไทย ก่อนแต่งงานเขาดีมาโดยตลอด แต่พอเราแต่งงานกัน เขาก็ขอให้เราออกจากงาน ไม่ต้องทำงาน มาอยู่ดูแลเขาแทน ซึ่งตอนนั้นเราก็มองว่าก็โอเค ดูแล้วเขาน่าจะดูแลเราได้ เราก็ออกจากงาน หลังจากที่เราแต่งงานกัน จนผ่านมาสักประมาณ 2ปีเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มที่จะควบคุมชีวิตเราเยอะเกิน และพฤติกรรมของเขาก็เริ่มแปลกจนไม่ปกติ เช่น เขาจะไม่ให้เราใช้ในกลิ่นที่เขาไม่ชอบ ทั้งครีมทาผิว และครีมอาบน้ำ แล้วก็หลังๆมาก็คือจะไม่ให้ใช้โลชั่นเลย เขาบอกว่าไม่ชอบเพราะกลิ่นและมันก็เหนียวเหนอะหนะ จนมันก็เริ่มหนักขึ้นถึงขนาดที่ ไม่ให้เรากินข้าวเลย ให้กินข้าวแค่วันละครั้ง เขาบอกว่ามันไม่มีทฤษฎีไหนที่บอกว่ามนุษย์ต้องกินข้าววันละ 3 มื้อเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็รักเขา เราก็เลยลองอดทนดู แต่ก็มีในช่วงแรกที่หิวมาก เราก็โกหกเขาว่าไปร้านสะดวกซื้อ แต่จริงๆ คือแอบไปยืนกินขนม เพราะเวลาปกติเขาก็ไม่กินอะไรเลย เขาจะกินแค่มื้อเย็น และก็เขาเป็นคนแบบเฮลตี้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อันนี้เราก็พอจะโอเค ก็ลองปรับให้เขาได้ แต่หลังๆมามันก็เริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดว่าเข้าห้องน้ำห้ามปิดประตู เพราะเขาแค่ต้องการให้เขามองเห็นว่าเราอยู่ตรงนี้ และถ้าไม่ทำตามเขาก็จะเคาะประตูให้เราเปิด ต่อให้ถ่ายหนักเขาก็จะให้เปิดให้ได้ แต่พอช่วงที่มีปัญหาจนเราเริ่มคิดว่ามันไม่ไหวแล้ว คือตอนที่เขาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆแบบ พูดคนเดียว หรือ นั่งอยู่เฉยๆก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา และก็ยังมีตอนที่เขาเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำ หรือทำอะไรเขาก็จะพูดคนเดียวเป็นเรื่องเป็นราวเลย ส่วนมากเขาจะพูดเรื่องชีวิตตัวเองอะไรแบบนั้น อีกอย่างหนูกับเขาก็อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง เพราะเขาอยู่บ้าน เทรดพวกทองคำ เวลาที่เพื่อนหนูโทรเข้ามาถ้าคุยนานๆ เขาก็จะเริ่มหงุดหงิด เริ่มโมโห ต้องการให้ชีวิตหนูมีแค่เขาคนเดียว ไม่ว่าจะโทรคุยกับแม่ หรือไปเจอกับครอบครัวก็ไม่ยอมให้ไป แต่ก่อนแต่งงานเราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ใช้การไป ๆ มา ๆ มากกว่า เพราะเขาก็ไม่ได้อยู่ไทยตลอด แต่สาเหตุที่ทำให้หนูแยกทางเพราะ เขาเริ่มมีความคิดไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจคนอื่น และก็เริ่มมีพฤติกรรมที่น่ากลัว คือตอนนั้นเหมือนจะมีข่าวที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต แล้วคุณแม่เขาร้องไห้ออกมา สามีที่นั่งดูอยู่มองดูแล้วก็หัวเราะ เขาบอกเหตุผลเพราะผู้หญิงร้องไห้เหมือนคนบ้า เขาเข้าใจข่าว เข้าใจภาษาไทย แต่หนูก็ไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงอยู่? หนูเลยรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจคนอื่นเลย หนูก็เลยตัดสินใจเลิกไป แต่คือที่ติดอยู่ตอนนี้คือเรายังไม่ได้หย่ากัน แล้วตอนนี้เราก็ยังมองว่าเขาก็มีส่วนดีอยู่ หนูกลัวว่าเขาจะกลับมาในช่วงที่เราทำใจไม่ได้ หนูกลัวตัวเองกลับไปหาเขาอีกรอบ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำยังไงทำให้ตัวเองเข้มแข็ง ในวันที่ต้องเจอเขาอีกครั้ง ไม่ให้ตัวเองกลับไปหาเขา’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้เราลองมองดูสิ่งที่เราไม่โอเคกับนิสัยของเขาแล้วจดเอาไว้ พอในวันที่เราเจอเขาอีกครั้งให้เราหยิบขึ้นมา แล้วคิดว่าถ้าเรากลับไปเราจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ไหม? ถ้าเรารับไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แค่การที่เขาบังคับไม่ให้เราทาครีมหรือการที่เขาให้กินข้าววันละมื้อ พี่ก็ไม่กลับไปแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เท่าที่ฟังเหมือน เขาป่วย และ ก็เกี่ยวกับสารเคมีในสมอง สุดท้ายถ้าเรามั่นใจว่าไม่อยากกลับไป เราก็แค่หนักแน่นกับการตัดสินใจแค่นั้นเอง แล้วก็โฟกัสกับการใช้ชีวิตของเราเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-