ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

11 ส.ค. 2023

        ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ...

ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน

มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 

เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่

เพราะกลัวแม่จะเครียด ผมควรทำยังไง จะบอกหรือไม่บอกแม่ดี?

         “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (2 ส.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาชีวิตว่าคิดถูกไหมที่ไม่ได้บอกแม่ว่าพี่สาวป่วยติดเตียง

        โดย “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี เล่าว่า ‘ผมมีพี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมา 10 ปีแล้ว จนมีมูลนิธิผู้ยากไร้ได้ติดต่อมาหาผม แล้วบอกว่าพี่สาวเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็แจ้งกลับมาว่าพี่สาวผมเป็นมะเร็งตับอยู่ในระยะสุดท้าย ไม่สามารถที่จะรักษาได้เเเล้ว

        ซึ่งพี่สาวคนนี้เป็นพี่สาวคนละพ่อกัน ก่อนหน้านี้แม่กับพี่สาวก็เจอกัน พี่สาวเป็นคนมาหา ปกติแม่ไม่เคยมีการพูดถึงพี่สาวเลย นอกจากจะหลุดพูดมาจริงๆ แต่นานๆที เขาจะหลุดมาสักครั้งสองครั้ง ทางพี่สาวก็ไม่มีญาตินอกจากลูกของเขาที่อยู่สถานกำพร้า

        ผมได้เจอกันครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ก็ปี 2550 ล่าสุดผมก็ไปเยี่ยมเขามาแต่ตอนนั้นเขาพึ่งได้รับยานอนหลับไป ได้เจอตอนเขานอนหลับอยู่ก็เลยไม่ได้คุยกัน สำหรับสติของพี่สาวการรับรู้ไม่ได้ 100% เดี๋ยวผมจะลองหาเวลาไปเจอเขาในช่วงที่เขาไม่ได้หลับ อาจจะลองพูดคุยดูถ้าเขาพอที่จะพูดคุยได้

        ณ ตอนนี้ทางมูลนิธิเหมือนเขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนจะถึงวาระสุดท้าย แต่ทีนี้ผมตัดสินใจว่า จะยังไม่บอกคุณแม่จนกว่าไฟนอลหรือแย่สุดคือตอนเขาไม่อยู่เเล้ว ใจผมคือ...ไม่อยากบอกแม่ เลยตัดสินใจที่จะไม่บอก ผมประเมินสภาพจิตใจของแม่น่าจะรับไม่ไหว เพราะเขาก็อายุเยอะ เดี๋ยจะมีรักษาดวงตาด้วย แล้วแม่ก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ช่วงนี้ก็ใกล้ผ่าตัดผม ผมก็กลัวว่าแม่จะเครียด

        ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ‘ถ้าผมตัดสินใจในวันนี้มันโอเคไหมหรือว่ามันมีทางอื่นที่พวกพี่ๆคิดว่ามันดีกว่านี้มั้ย?’

        ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นหอมจะแกล้งๆถามแม่แบบสมมติเหตุการณ์ ถามว่า พี่คนนี้เป็นไงบ้าง แม่ได้ติดต่อมั้ย แม่คิดถึงมั้ย? แล้วถ้าเขาไม่อยู่แม่จะว่าไง ค่อยๆประเมินไป ถ้าเเม่บอกว่าถ้าเขาจะไปก็อยากเจอนะ ก็ต้องทำให้ตามนั้น เพราะว่ามันก็เป็นสิทธิของคุณแม่เหมือนกันที่จะได้บอกลาลูกสาวของเขา เเต่ถ้าเเม่คิดว่าก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไม่สนใจมันจะตายก็ชั่งมันอะไรแบบนี้ เราก็ไม่ต้องบอก เคน่าจะรู้ว่าจะแกล้งถามยังไงเพราะเเม่ของเค เคน่าจะรู้ดีสุด’

        ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าระหว่างรู้กับไม่รู้ คุณแม่จะเจ็บปวดอันไหนมากกว่ากัน ณ ตอนนี้ทำไมเราถึงไปคิดแทนเขา ในมุมที่ถ้าเขามีอะไรกันจริงๆนะ ถ้าคุณแม่ได้กลับเพื่อไปอโหสิกรรมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้อววิตกกังวล การที่เขาจะได้รู้ว่าลูกสาวเขากำลังจะเสียชีวิตแล้วเขาอยากจะมีอะไรที่พูดกัน พี่คิดว่าการที่หลานเอาเบอร์คุณเคให้ทางเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าจะให้เคลียร์ใจกัน มันก็น่าจะมาจากฝั่งพี่สาวว่าเขาอยากจะเจอคุณแม่ของเขานะ เข้าใจในความหวังดีของคุณเค แต่สำหรับคุณแม่มันจะโอเคไหม ถ้าสุดท้ายเขารู้ว่าลูกจะเสียชีวิตเเล้ว เขาอยากจะไปส่งเเล้วการที่คุณเคไปตัดตรงนี้ออกบางทีอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการ’

        ส่วน “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้สึกว่าพี่สาวคุณเคชีวิตเขาน่าสงสาร ทั้งโรคภัยหรือแม้กระทั่งญาติใกล้ชิดก็ไม่มี ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเคอยู่ในระดับหนึ่ง อยากให้ลองทบทวนดูอีกสักที อย่างน้อยคุณเคไปอยู่กับเขาในวาระสุดท้ายในสถานะลูกพี่ลูกน้องก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวนะ ไม่ช้าหรือเร็วคุณแม่ก็อาจจะรู้เรื่องนี้ คุณเคลองคิดดูว่าเวลาไหนที่เหมาะกับการบอก อย่าปล่อยให้พี่สาวโดดเดี่ยวไปมากกว่านี้เลย’

        สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจยังบอกอีกว่า ‘พี่สาวเขายังมีแม่อยู่นะ เขาเป็นสายเลือดเดียวกัน แม่คุณเคมีคุณเค แต่พี่สาวไม่มีใครเลยนะ เขาอาจจะเหลือแม่แค่คนเดียว เเล้วก็เป็นกำลังใจให้กับคุณเคและขอให้ทุกการตัดสินใจส่งผลดีกับคุณเคด้วย’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

30 พ.ค. 2025

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่...ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่ครอบครัวแฟนก็ค่อนข้างหัวโบราณและเข้มงวด ซึ่งเราไม่อยากทิ้งอาชีพที่รักด้วย จะปรับที่ตัวเราหรือถอยออกมาดี? “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ครอบครัวของผู้ชายบอกให้ลาออกจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นแม่บ้านแทน โดย “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘จิ๊บคบกับแฟนมา 3 ปี เราก็มีการงานที่มั่นคงกันทั้งคู่ มีแพลนที่จะแต่งงานกันแล้วในปีนี้ แต่ดันเป็นปีชงของแฟน ต้องเลื่อนการแต่งงานออกไปเป็นต้นปีหน้าแทน เลยปรึกษาแฟนว่าอยากให้ทางผู้ใหญ่คุยกัน เพราะจะได้วางแผนจัดการเรื่องงานแต่ง ปรากฏว่าพอจิ๊บไปคุยกับที่บ้านของแฟน เขาบอกว่า “เราเนี่ยใช่แล้วหรอ ดีรึยัง” ด้วยความที่จิ๊บไม่ได้คลุกคลีกับที่บ้านของแฟน เหมือนเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเราดี แล้วที่บ้านเขาก็บอกมาว่า ถ้าแต่งไปก็อยากให้จิ๊บช่วยดูแลลูกชายเขาด้วยความเป็นห่วง แต่จิ๊บไม่อยากทำอาหาร แม่เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ ขนาดเขายังต้องตื่นขึ้นมาทำกับข้าวอยู่เลย เราใช้ชีวิตเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่บ้านของเรา เราคิดว่าทำงานแล้วค่อยเอาเงินมาจ้างเชฟไว้ทำอาหารดีกว่า ถ้าแต่งงานไปก็ควรจะทำได้ และจิ๊บต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวเขา แต่เรารู้สึกว่าอยากสร้างครอบครัวเองมากกว่า เพราะครอบครัวของแฟนเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ขนาดพวกเขากันเองยังมีปัญหาภายในกันเยอะ เลยเป็นความกลัวว่าจะถูกเพ่งเล็ง เวลาทะเลาะกับแฟนก็กลัวจะโดนว่า และสุดท้ายเขาอยากให้เราลาออกจากงานของเรา ซึ่งเรารู้สึกงานของเรามั่นคงดี รายได้ก็โอเค เลยไม่เข้าใจว่าทำไม่เราต้องทำแบบนั้น แฟนก็อยากให้เราเข้าไปอยู่กับครอบครัวเขา ซึ่งเขาทำงานเยอะมาก เขาเลยอยากได้เพื่อนคู่คิด หรือ คนที่จะสามารถไว้ใจเรื่องเงินได้ จิ๊บแค่รู้สึกว่าถ้าไปทำงานกับแฟน เขาก็น่าจะให้เราเป็นเงินเดือนเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่ามั้ย เพราะเราก็เก่งในอาชีพของเราด้วย แฟนรู้สึกว่าอาชีพของเราก็ดี แต่เขารู้สึกว่าถ้าเราช่วยกันเราจะไปไกลกัน มากกว่านี้ ให้ค่อย ๆ ปรับ ถ้าเบื่องานของเราเมื่อไหร่ก็ค่อยมาช่วยงานเขาแทน จิ๊บก็สร้างบ้านของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เลือกที่จะไปอยู่กัยเขาเนื่องจากเขาขอไว้ แต่เราก็รู้สึกว่าช่วงแรกที่คบกันเรื่องแต่งงานมันดูง่าย คนรอบตัวที่แต่งงานก็บอกจิ๊บว่าปัญหาพวกนี้มันละเอียดอ่อน วันที่เราแต่งงานกันแล้วมันจะเป็นอีกเรื่อง เราคิดว่าหรือเราจะลองสักตั้ง แต่ทุกคนรอบตัวก็บอกว่าให้คิดดี ๆ พ่อแม่เขาก็มีเหตุผลแต่มันก็เป็นเหมือนผลของคนจีนที่โบราณหน่อย ส่วนเราเป็นเด็กยุคใหม่ที่เราเข้าใจเหตุผลขอลทุกคน จนบางทีเราก็คิดว่าหรือเราเองที่เป็นคนผิด ที่บ้านเขาบอกว่าถ้าแต่งกันแล้วก็ไม่มีวันเลิกกัน แต่จิ๊บมองความเป็นจริงมากกว่า แต่สุดท้ายจิ๊บกับแฟนก็รักกันมาก ระหว่างที่เราคบกันก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องใหญ่ อยากถามว่าพี่ ๆ ดีเจว่า มีความคิดเห็นยังไง ถ้าสมมติว่าจิ๊บเป็นน้องสาวของพี่ ๆ’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองข้าไปอยู่ในบ้านเขาก่อน ถ้ามันไม่เวิร์คก็แค่เลิก ลองไปเทสว่าจะอยู่กับพ่อแม่เขาได้มั้ย หรือ ลองแต่งงานไปเลยแล้วถ้าไม่ใช่ก็แค่หย่า ไม่ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เพราะอย่างน้อยถ้าวันนึงเลิกกัน อาชีพนี้จะทำให้จิ๊บมีรายได้ และเรื่องการอาหารมันไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้ามีเงินก็จ้างแม่บ้านเอา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะบอกว่าให้ลองแต่งงานเข้าบ้านเขาไปอยู่ให้แน่ใจ แล้วให้ลองทำงานบ้านให้เขาเห็นว่าเราพยายาม แต่อย่าเพิ่งลาออกจากงาน อย่าไปฟังคำที่เขาพูดว่า มันจะไม่มีการหย่า’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมีใครสักคนที่ต้องยอม เช่น พ่อแม่แฟนอาจจะต้องยอมปล่อยลูกชายออกไป หรือ คุณจิ๊บต้องยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแทน แฟนคุณจิ๊บเลยสำคัญมากในการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วคุณจิ๊บพร้อมที่จะชีวิตของตัวเองเพื่อไปเป็นสะใภ้ของครอบครัวนี้ได้มั้ย ถ้ายังไม่พร้อมก็ยากที่จะไปกันรอด’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้คุณจิ๊บลองเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของแฟนดูก่อน แต่อย่าเพิ่งมีลูกและห้ามออกจากงานเด็ดขาด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

11 ก.ค. 2025

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมากหมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่าเพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า หนูเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบอยู่มีคนที่เขาคบมาอยู่แล้ว 6-7 ปี เราเลยกลายเป็นคนที่มาทีหลัง ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีมันช็อคไปทุกเรื่อง จะบอกแฟนดีไหมว่าเรามีเชื้อ HIV หรือเราต้องจัดการแฟนเรื่องที่โกหกเราเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน สับสนไปหมดทุกอย่างเลย... “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย” เกี่ยวกับปัญหาตรวจเจอว่าตัวเองติดเชื้อ HIV แต่ดันไปจับได้ว่าแฟนที่คบอยู่ เขามีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนที่แล้วหนูได้รับการผ่าตัด เพราะว่ามีอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ยอมหาย ฉีดยาก็ไม่หาย และน้ำหนักลดเร็วมาก หลังจากนั้นเลยได้ตรวจเลือด ซึ่งผลเลือดของหนูได้ออกมาและพบว่าตัวหนูมีเชื้อ HIV อยู่ จริง ๆ หนูเคยตรวจไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าผลออกมาเป็นปกติ จึงได้เข้ารับการผ่าตัด และได้ทำการเจาะเลือดอีกรอบเพื่อนำไปตรวจเชิงลึกอีกหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนแต่ว่าได้เลิกรากันไปประมาณสองปีแล้ว และได้มามีแฟนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และในเรื่องการติดเชื้อนี้หนูยังไม่ได้นำไปบอกเขา ซึ่งตอนนี้หนูยังไม่ได้คุยกับใครสักคน เก็บไว้คนเดียวเลยตอนนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยไปตรวจโรคนี้เลย เพิ่งจะมาตรวจครั้งนี้ครั้งแรก ตอนแรกหนูคิดว่าตัวเองจะมาติดกับคนปัจจุบันนี้ แต่พอได้ไปพบหมอเมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา หนูเลยถามหมอไปว่า “บอกได้ไหมคะ ว่าหนูมีเชื้อมานานแค่ไหน มันพอจะบอกได้ไหม” หมอเขาก็ดูอาการ ดูค่าเลือดของเรา ซึ่งมันจะสามารถดูได้ว่าค่ำต่ำประมาณนี้คือเราติดมานานแค่ไหนแล้ว หากต่ำไม่เยอะ แสดงว่าเราพึ่งติด จนหมอได้นำผลมาบอกกับเราว่า “น่าจะประมาณ 1-2 ปีแล้ว” หนูเลยคิดว่าอาจจะติดมาจากคนเก่า เพราะมันเป็นคาบเกี่ยวที่หนูเลิกกับคนเก่าพอดี ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่ากับคนเก่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไหม แต่ถ้าถามเรื่องป้องกัน หนูยอมรับว่ามีบ้าง ไม่มีบ้าง เพราะตอนนั้นเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีคุยเรื่องแต่งงาน ที่บ้านเขารับรู้ทั้งหมด แต่ก็ดันมามีปัญหาจนเลิกกันก่อน และเลิกกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนคนปัจจุบันก็มีป้องกันบ้างบางครั้ง เพราะส่วนมากหนูจะทานยาคุม ช่วงที่ตรวจเจอหนูยังคงพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เหมือนพอเรารู้เรื่องเลยทำให้ตัวเองเครียด ไม่ติดต่อใครเลย รวมถึงเขาด้วย จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก็ทำให้ได้กลับมาเจอกัน แต่พอกลับมาเจอกัน ดันไปจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แค่เขากับแฟนเขาคนนั้นอยู่กันคนละที่ แต่หนูกับเขาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งหนูคิดว่าเขาน่าจะนอกใจแฟนมาคบกับหนู และหนูเป็นคนที่มาทีหลังเพราะว่าเขาบอกกับหนูว่าเขาคบกันมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เขารับทราบแล้วด้วยว่าหนูรู้เรื่องนี้ จริง ๆ ที่ผ่านมามันไม่มีกลิ่นเรื่องนี้เลย พอได้รู้ ถ้าถามว่าหนูรับได้ไหม เอาจริง ๆ หนูรับไม่ได้ มันช็อคเหมือนกัน แล้วยิ่งมาช็อคเรื่องเชื้อ HIV อีก และหลังจากที่จับได้ ทำให้หนูยังไม่ได้คุยอะไรกันสักเรื่องเลย เรื่องที่หนูจะบอกก็ยังไม่ได้บอก เรื่องเขาตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง คือตอนนี้ยังไม่ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเงียบ หนูเลยอยากมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้จะไปต่อเรื่องไหนก่อนดี รู้สึกตันไปหมดเลยตอนนี้ แล้วไหน ๆ หนูก็จับได้แล้วว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หนูควรจะบอกเรื่องเชื้อ HIV ไปเลยดีไหม หรือหนูควรจะออกมาเงียบ ๆ ไม่บอก ไม่อะไรไปเลย แต่หนูเองมีแอบคิดในใจว่าถ้าเขาไม่มีแฟนอยู่ แล้วคบกันแค่สองคนกับหนู หากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะรับได้ไหม’ ซึ่ง ดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องคิดอะไรที่เราไม่รู้คำตอบ เราไม่มีทางหาคำตอบนั้นได้ เพราะมันไม่ได้ขึ้นจริง อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตอนนี้เขานอกใจ คือตอนนี้คุณจีมีหลายเรื่อง ฉะนั้นทุกอย่างมันจะมาปะมาปนกันหมดเลย ทำให้มันแคบที่สุด หนึ่งคือฉันจะทำสิ่งนี้ สองฉันจะทำอันนี้ เพื่อให้จีอยู่ในแกนที่ไม่ฟุ้งซ่าน ที่สำคัญสุดคือสุขภาพและสภาพจิตใจของคุณจี’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อย่างแรกเคลียร์เรื่องนอกใจก่อน แล้วอันดับสองจึงมาคุยเรื่องเชื้อ HIV กัน สำหรับพี่ไม่ว่าคำตอบของเรื่องนอกใจจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกับเขา อยู่ดี เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลต่อชีวิตเขาและไปต่อถึงภรรยา ถึงลูกของเขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นเลย แน่นอนคุณจีไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ และก็ไม่รู้ว่ามันมาจากแฟนเก่าหรือแฟนคนนี้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณจีมีเชื้อนี้อยู่แล้วในตัว แล้วเชื้อนี้มันสามารถส่งผ่านกันได้เลย พี่ว่ามันควรต้องบอกกันในฐานะคนรัก หรือไม่ใช่คนที่รักกันแล้ว แต่เป็นในฐานะคนที่เคยรักกันก็ได้ คุณจีบอกเพื่อที่ต้องการจะควบคุมความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเขาไม่รู้ พูดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนแฟนคนเก่า ไม่ต้องพูดอะไร จัดการเรื่องแฟนคนปัจจุบันให้ชัดเจน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ไม่ต้องตกใจกับ HIV เพราะโรคมะเร็งน่าตกใจที่สุดแล้วตอนนี้หรือกับเชื้อไวรัสอื่น ๆ HIV สามารถกินยาได้ มียารักษาแล้ว มันสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เราต้องรู้จักป้องกันและระวังให้คนอื่นด้วย พี่แนะนำอย่างนี้ โอเคเรื่องนอกใจให้ไปเคลียร์กัน ส่วนเรื่องผู้ชายให้ลองอย่างเชิงว่าเธอก่อนจากกันหน่ะ ไปตรวจเลือดให้หน่อยได้ไหม เพราะบางทีเขาอาจไม่ติด มันเป็นไปได้ที่เขาจะมีโอกาสไม่ติดก็ได้ และเพื่อไม่ให้ความลับของเรามันรั่วไหล กรณีที่เขาไม่ติดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้เขารู้เรื่องของเราว่าติดหรือไม่ติด แค่บอกเพื่อความสบายใจก่อนแยกกัน ทำให้หน่อยได้ไหม ถ้าที่ผ่านมาเคยทำผิดต่อกัน ขอครั้งนี้ได้ไหม และถ้าเกิดเขาไปตรวจแล้วพบเชื้อ HIV เขาจะกลับมาพูดคุยกับเรา อย่างน้อยทั้งสองคนจะได้ช่วยกันในการรักษาตัว มีที่พึ่ง ที่คุย ที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และมันจะเป็นการป้องกันผู้หญิงอีกคนนึงด้วยเพราะพี่รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงอีกคนนึงต้องติดเชื้ออีก โคตรน่าสงสารเพราะเขาไม่รู้เรื่องเลย แถมติดมาจากการที่แฟนนอกใจอีก จริง ๆ คุณจีไม่ผิดนะ แต่ในสามคนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเลย’ สุดท้าย “ดีเจเสนาหอย” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ในตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมแล้วกัน มันไม่มีใครผิดใครถูกเพราะเราก็ไม่รู้ อีกคนอาจจะคบซ้อนหรืออะไร แต่ที่สำคัญตอนนี้คือผมว่าเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นพี่พี่ก็ยังอยากให้คุยกับคนแรกด้วยถ้าสมมติยังสามารถติดต่อได้ คือเราต้องบอกความจริงกับเขา เพราะระยะห่างมันดูใกล้เคียงเหมือนกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนอีกคนนึงก็พูดกันไปตามตรงเหมือนที่พี่หอมบอกว่าให้ตรวจเถอะ เพราะเราได้รับเชื้อมา แล้วในส่วนของเรื่องแฟนคบซ้อนก็ให้แยกไปเลย แต่ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ชัวร์ว่า โอเค เราจะจากกันด้วยดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

22 มี.ค. 2024

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

“คุณปาล์ม (นามสมมติ)” อายุ 33 ปีสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และ ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับแม่แฟนชอบเรียกชื่อเราเป็นแฟนเก่าตลอด โดย “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 5 ปี ทุกครั้งที่ต้องไปเจอแม่แฟนหรือพูดคุยกัน เขาจะชอบเรียกชื่อหนูเป็นชื่อแฟนเก่าของลูกชายเขาตลอด ปกติหนูแทนตัวเองว่าหนูตลอด แต่แฟนจะเรียกชื่อของหนู แล้วคุณแม่เขาก็ชอบไปแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนเราด้วย เพราะเป็นรูปที่แฟนเก่าถ่ายกับหลานเขา หลานเป็นลูกของน้องชายแฟนที่แม่เคยเลี้ยง แต่หนูก็พยายามที่จะทำดีด้วย พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอด ตอนนี้หนูกับแฟนมีลูกด้วยกันแล้ว และก็แยกบ้านอยู่กับแม่แฟน แต่ก่อนที่จะแยกบ้านแม่เขาเคยพูดว่า ไม่ชอบเด็ก เกลียดเด็ก ไม่อยากได้ยินเสียงเด็ก หนูเลยแยกออกมาอยู่ที่อื่น เพราะหนูคิดว่า 5 ปีแล้วทำไมถึงยังเรียกผิดอยู่ แล้วหนูก็รู้สึกในใจว่าแม่เขาคิดอะไรเพราะแม่ก็อายุแค่ 55 เอง หนูอยากถามพี่ ๆ คิดว่าแม่เขาคิดอะไรไหมแล้วมีวิธีรับมือยังไงบ้าง คำแนะนำจากดีเจเผือก : มันแก้ไม่ได้หรอกกับคนที่ใช้ชีวิตมา 55 ปี มันมีแหละเวลาที่ผ่านไปแล้วจะชนะใจแม่ผัวได้ แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นแบบที่จะต้องรักกันเอ็นดูกัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนเขาไม่ได้เราก็ต้องเปลี่ยนที่ความรู้สึกของตัวเองว่าเราอย่าเอาความสุขของเราไปผูกกับปฏิกิริยาของเขามาก แล้วยิ่งได้แยกกันอยู่คิดว่าความปวดหัวมันลดไปเยอะเลยนะ คือจินตนาการว่าถ้ายังอยู่บ้านเดียวกันพวกคำพูดอะไรเหล่านี้คงจะทำร้ายเราแทบจะทุกวัน ซึ่งคำว่าทำร้ายเราต้องเข้าใจก่อนว่าบางทีเขาก็พูดไปเรื่อยนะ มันอาจจะไม่ถูกต้องถูกใจเราแต่บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเจตนาเขาเป็นแบบไหน เราฟังก็ไม่รู้หรอกว่าคาแรคเตอร์แม่สามีคุณปาล์มเขาเป็นแนวไหนกันแน่ พูดไปเรื่อย ปากร้ายใจดีหรือไม่ชอบหน้ากันจริง ๆ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณปาล์มอยากเอาชนะใจก็เป็นตัวของตัวเองแหละ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราเชื่อมั่นว่าตัวเราไม่ได้มาร้ายอะไร แล้วเราก็เป็นแม่ของหลานเขา เป็นเมียของลูกเขาวันนึงก็อาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่คุณปาล์มไม่ต้องไปหวังว่าจะดีขึ้นอะไรมากมายเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปอยู่ใกล้อะไรมากมีความสุขกับสามีกับลูกของตัวเอง เดี๋ยวพอเขาอายุสัก 3-4 ขวบ คุณปาล์มก็จะมีความสุขกับลูกมาก เพราะเดี๋ยวเขาเริ่มพูดเอง มีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น อะไร ๆ ที่ออกมาจากปากเขามันจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ก็อยู่กับสิ่งที่สร้างความสุขให้เราอะไรที่มันทำให้เรารบกวนจิตใจมากก็เลี่ยง ๆ ไม่ต้องไปเจอ ส่วนเรื่องเรียกชื่อผิด ๆ ถูก ๆ อยู่ก็แทนชื่อตัวเองไปเลย ถ้ายังผิดอีกก็หายใจลึก ๆ และคิดว่าเขาเป็นแม่ผัวเราแค่นั้นเอง คำแนะนำจากดีเจเติ้ล : พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกว่าต้องไม่คาดหวังว่าเขาเรียกเราถูก ทำตัวให้ชินไปเลยว่าถ้าฉันไปบ้านเมื่อไรฉันจะมีอีกชื่อนึง เพราะว่าตอนนี้เราไม่รู้ว่าที่เขาเรียกเพราะเขาหลงลืม เขาติดปากหรือเขาตั้งใจซึ่งคิดไปก็ปวดหัว แต่ตอนนี้หนูออกมาอยู่กับครอบครัวแล้วอะพี่ว่าก็แฮปปี้และที่เขายอมปล่อยออกมา แล้วยิ่งไปคาดหวังก็จะยิ่งเฮิร์ทป่าว ๆ สำหรับพี่ก็แค่คนคนนึงที่เราไม่ได้สนิทอะไรกับชีวิตมากก็ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะมาจำอะไรเราหรอกสำหรับพี่นะ ถ้ามันจะทำให้พี่ะบายใจอันนี้ตอบแบบจริงใจ ถ้าตอบแบบขำ ๆ ปาล์มลองแทนตัวเองเป็นชื่อที่เขาเรียกไปเลย สมมติเขาเรียกหนูว่ากิ๊ฟ อ๋อค่ะกิ๊ฟก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูสิว่าเขาจะเอ๊ะไหม ถ้าเขาแกล้งจริง ๆ เขาก็คงแบบ อ้าวไม่ได้ชื่อกิ๊ฟแล้วทำไมแทนตัวเองว่ากิ๊ฟอะ ก็ลองดูว่าจะเอายังไง และ คำแนะนำจากดีเจต้นหอม : พี่ว่าแม่ผัวยังไม่ได้ร้ายอะไรมาก มันแค่มีปัญหาเล็กน้อยสำหรับการได้แม่ผัวอย่างนี้ แล้วเขาไม่ยุ่งกับเราคือเป็นบุญที่สุดแล้ว การที่เรามีครอบครัวและแม่ผัวไม่มาวุ่นวายกับเรานี่คือข้อดีที่ใหญ่มากมาทดแทน แต่ถ้าเรื่องนี้มันกวนใจ อันดับที่ 1 คือแทนชื่อตัวเองทุกครั้งแบบที่พี่เผือกบอก แทนตัวเองว่าปาล์มอย่างนู้น ปาล์มอย่างนี้ และอย่างที่ 2 ก็คือพี่เติ้ล ก็เป็นคนนั้นไปเลยไม่ต้องไปคิดว่ามันคือแฟนเก่า แต่มันชื่อซ้ำกันได้ไม่เป็นไรฉันชื่อนี้ได้ กับ 3 แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ไปเลยที่เกี่ยวกับชื่อคุณ ถ้าสุดท้ายแล้วไม่รอดจริง ๆ ก็เปลี่ยนที่ความคิดเราเพราะว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ชั่งน้ำหนักแล้วมันมากกว่าสิ่งเล็กน้อยนี้มาก แล้วให้ลูกเราเรียกว่า แม่ปาล์ม ๆๆ ทุกครั้ง หรือจริง ๆ เขาอาจจะลืมจริง ๆ ก็ได้เพราะเราก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยขนาดนั้นเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-