มีงานทำแล้วแต่พ่อและแม่ก็ยังไม่ให้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ทุกวันนี้ต้องรีบกลับบ้านให้ทันก่อน 5 โมงเย็นทุกครั้ง อยากมีอิสระเป็นของตัวเอง จะเริ่มคุยกับพ่อแม่ยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มีงานทำแล้วแต่พ่อและแม่ก็ยังไม่ให้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ทุกวันนี้ต้องรีบกลับบ้านให้ทันก่อน 5 โมงเย็นทุกครั้ง อยากมีอิสระเป็นของตัวเอง จะเริ่มคุยกับพ่อแม่ยังไงดีคะ?

30 ต.ค. 2026

มีงานทำแล้วแต่พ่อและแม่ก็ยังไม่ให้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน

ทุกวันนี้ต้องรีบกลับบ้านให้ทันก่อน 5 โมงเย็นทุกครั้ง 

อยากมีอิสระเป็นของตัวเอง จะเริ่มคุยกับพ่อแม่ยังไงดีคะ?

         ‘คุณฟันนี่’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 ตุลาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เรื่องที่พ่อแม่ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปเที่ยวนอกบ้านเลยตั้งแต่เด็กจนโต

         ‘คุณฟันนี่’ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เล่าว่า ตั้งแต่เด็กจนโต ครอบครัวไม่เคยอนุญาตให้เธอออกไปเที่ยวกับเพื่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน แม้แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย หลังเลิกเรียนเธอก็ต้องกลับบ้านก่อน 5 โมงเย็นทุกวัน จนถึงตอนนี้ที่เรียนจบและเริ่มทำงานแล้วก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม 

         เธอมีพี่สาว 1 คนและ พี่สาวก็ไม่สามารถให้คำปรึกษาในเรื่องนี้ได้เพราะต้องเผชิญปัญหาเดียวกัน อีกทั้งยังคอยห้ามเธอเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย

         มีหลายครั้งที่เธอแอบหนีครอบครัวออกไปเที่ยวโดยอ้างว่าไปเรียนที่มหาลัยฯ ครั้งหนึ่งที่เธอกลับบ้านช้าหลังเวลา 5 โมง คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีท่าทีจึงเครียดและนิ่งเฉยใส่เธอ พวกเขาบอกเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้เธอออกไปข้างนอกว่าเป็นเพราะไม่ไว้ใจเพื่อนของเธอ แต่เมื่อมีโอกาสพบเจอกัน ทั้งสองคนก็ไม่เคยตำหนิหรือแสดงท่าทีไม่ดีกับเพื่อนของเธอแต่อย่างใด

         นอกจากนี้โดยปกติคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ค่อยออกไปเที่ยวหรือสังสรรค์กับเพื่อนนอกบ้านอยู่แล้ว จะมีเพียงแต่ออกไปข้างนอกพร้อมกันทั้งครอบครัวเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่ได้บ่อยนัก ที่ผ่านมาเธอจึงต้องขออนุญาตทุกครั้งเมื่อต้องการออกไปไหน แต่เมื่อถูกปฏิเสธอยู่หลายครั้ง ในช่วงหลังเธอจึงเลือกที่จะไม่ขออนุญาตอีก

         ปัจจุบันเธอมีแฟนหนุ่ม แต่ต้องปิดบังความสัมพันธ์ไว้เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่อนุญาตให้มีแฟน แม้จะได้ใช้เวลาด้วยกัน เธอก็ยังต้องกลับบ้านก่อน 5 โมงเย็นเหมือนเดิม และไม่สามารถออกไปเที่ยวกับแฟนตามลำพังในช่วงวันหยุดได้ นอกจากนี้ เธอยังเคยแอบไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแต่ท้ายที่สุดเธอก็ต้องรีบกลับมาให้ทัน 5 โมงเย็นในวันนั้นเช่นเดิม

         คุณพ่อคุณแม่ของเธอเป็นคนดุและเข้มงวดมาก เวลาเธอขอออกไปเที่ยวข้างนอกเขามักจะพูดให้เธอหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุบัติเหตุหรือการไปเจอคนไม่ดี ซึ่งหลาย ๆ อย่างเป็นความกังวลที่มาจากการรับข่าวสารของพ่อแม่ เธอจึงอยากจะขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ดีเจว่าควรทำอย่างไรให้พ่อแม่รับฟังและปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นกับเพื่อนได้

         เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่ว่า "พี่อยู่ในบ้านที่ถ้ากลับบ้านเกินบ่ายสาม พี่จะโดนตีและพี่ก็คิดว่าบ้านนี้มันไม่ใช่ แต่พี่เป็นคนเงียบ พี่ไม่เคยเถียงพ่อแม้แต่นิดเดียว พี่เลยหนีออกจากบ้าน แต่ถ้าเป็นฟันนี่ พี่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบที่พี่ทำ

         ถ้าวันนี้หนูจะออกไปเที่ยวที่ไหน หนูแค่ไปบอกเขาและถ้าเขาตอบกลับมาว่ามันจะเกิดอันตราย ก็ให้บอกไปว่าทุกอย่างมันคือชีวิตที่ต้องผจญภัย ปล่อยให้มันเป็นไปตามนั้น และต้องบอกไปว่าหนูไม่ได้มาขออนุญาตเพราะหนูโตแล้ว หนูแค่มาบอกว่าหนูจะไป และกลับมาตอนกี่โมง ถ้าเขายังพูดหรือมีปฏิกริยาที่ไม่ให้เราไปบ่อย ๆ เราก็ต้องเรียกคุยไปเลยว่าตอนนี้หนูก็ต้องมีชีวิตของหนูเองแล้ว หนูเกิดมาชีวิตหนึ่ง หนูก็ต้องใช้ชีวิต เพราะถ้าวันหนึ่งเกิดอันตรายกับหนู หนูจะได้เรียนรู้การเอาตัวรอด หากในวันหนึ่งที่โจรเข้าบ้านแล้วหนูทำอะไรไม่ถูก มันเป็นเพราะหนูไม่เคยเรียนรู้อะไรข้างนอกเลย และนี่คือสิ่งที่เขากลัว เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว ปล่อยให้หนูเรียนรู้และประสบการณ์จะสอนหนูเอง อย่าได้กังวลใจไป เราจะต้องดื้อ ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม เราต้องแสดงจุดยืนวันนี้เลยว่าเราจะทำสิ่งนี้ เพราะชีวิตมันจะยังคงเป็นของเรา"

         ต่อด้วยคำแนะนำเพิ่มเติมของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "พี่เห็นด้วยกับพี่ต้นหอม หนูอายุ 23 ปีแล้ว หนูทำงานและมีเงินเดือน หนูดูแลตัวเองได้ มันคือวัยทำงานแล้ว พี่ว่าหนูพูดกับเขาได้ว่าหนูโตแล้วที่จะออกไปข้างนอกได้ด้วยตัวเอง และก็คงต้องยืนหยัดแบบที่พี่หอมบอก หนูต้องบอกเขาว่าจะไปไหนหรืออาจจะบอกเพิ่มเติมว่าไปกับใคร ไปที่ไหนให้เขาสบายใจ แต่อย่าเพิ่งสุดโต่งแบบที่ว่าไปแล้วไม่กลับเลย ให้เขาชินก่อนเช่น วันนี้กลับ 1 ทุ่มนะ เราก็กลับมาให้เขาเห็น ทำให้เขารู้ว่าเราก็ไปข้างนอกและกลับมาได้โดยสวัสดิภาพ แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่หนูจะมีปฏิกริยาแบบไหนเพราะก่อนหน้านี้หนูฟังเขามาโดยตลอด คิดในแง่ดีเขาอาจจะแค่บ่น แต่เมื่อผ่านไปสักพักถ้าเขาเห็นหนูโอเค เขาก็จะเลิกบ่นเอง

         แต่ถ้าเขาลงโทษหนู ไม่ให้หนูออกไปเหมือนเดิม หนูก็อาจจะบอกไปว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ หนูจะไปอยู่หอนะ เพราะว่าสำหรับเขา การอยู่หออาจจะเป็นภัยอันตรายที่เขากังวลที่สุด ถ้าหนูยังต้องการอิสระ หนูก็ต้องบอกเขาไป เพื่อให้เขาเห็นว่าเขาอาจจะต้องอะลุ่มอล่วยกับสิ่งนี้บ้าง แต่พี่ก็ยังแนะนำให้คุยกันแบบตรงไปตรงมามากกว่า"

         ถัดมาที่คำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ เสริมว่า "ข้อแรกคือแนะนำเพื่อนให้พ่อแม่รู้จัก มันอาจจะต้องมีสักคนที่พ่อแม่เห็นว่าสามารถฝากฝังหนูได้ อาจจะเป็นการพามาที่บ้านบ่อย ๆ หรือว่าถ้าจะให้ดีก็พาเขาไปต่างจังหวัดด้วย ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้สามารถฝากฝังด้วยได้ และอีกหน่อยถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนคนนี้ก็อาจจะของ่ายขึ้น

         ข้อสองคือทำให้พ่อแม่รู้ว่าเราโตแล้ว เช่น เรียกพ่อแม่คุยก็อาจจะเป็นหนึ่งอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าฟันนี่โตแล้วนะ ถ้าการพูดจาหรือเหตุผลที่เอามาคุยด้วย มันเป็นเหตุผลของผู้ใหญ่ โดยให้เขาคิดว่าไม่ช้าก็เร็ว วันหนึ่งฟันนี่ก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองหรือในวันหนึ่งที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว แต่ฟันนี่เพิ่งออกจากบ้านในวันนั้น แล้วไปเจออะไรไม่ดีขึ้นมา ฟันนี่จะจัดการยังไง เพราะฉะนั้นสู้ให้เราออกไปตอนนี้ แล้วมีคุณพ่อคุณแม่รอรับอยู่ที่บ้านดีกว่าไหม

         และวิธีการออกจากบ้านไปไม่รู้ว่าฟันนี่เคยเสนอเขาไหม มันคือวิธีการที่ให้เขาออกไปด้วยแต่เป็นการไปรอ เมื่อเสร็จธุระก็มาเจอกันตรงที่นัดหมาย และอีกอย่างคือด้วยน้ำเสียง ด้วยน้ำหนักการพูดคุยของหนูแบบนี้ ด้วยความแข็งแกร่งของหนูที่มีเท่านี้ พี่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมพ่อแม่ถึงเป็นห่วง แต่ถ้าวันหนึ่งเสียงหนูเปลี่ยน หนูเข้มแข็งขึ้น หนูมั่นใจใจตัวเองขึ้น ถ้าพ่อแม่รู้สึกได้ว่าฟันนี่โตแล้ว วันนั้นเขาก็อาจจะปล่อย อย่าไปคิดว่าการพูดกับเขาเป็นการเถียง ให้คิดว่าเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่าเราโตแล้วดีกว่า เราพูดเหตุผลของเรา ใช้การสื่อสาร บอกความคับข้องใจของเราออกไป ถ้าเขาอยากให้เราคุยกันตรง ๆ แบบไม่จำเป็นต้องมาคอยโกหกทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก งั้นลองไว้ใจกันดูไหม ก่อนหน้านี้พ่อแม่ไม่รู้เลยนะว่าฟันนี่ไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าวันนี้เราคุยกันแบบแฟร์ ๆ วันหนึ่งพ่อแม่จะรู้ทุกอย่างเลยนะว่าตอนนี้ฟันนี่อยู่ไหน ฟันนี่เที่ยวกับใคร ฟันนี่จะกลับบ้านกี่โมง เอาแบบนี้มันจะดีกว่าการที่เรามีความลับต่อกันไหม"

         ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘หมอท็อป’ ว่า "สิ่งที่ฟันนี่เจอมันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เป็นปัญหาที่มีอยู่จริงในสังคม พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะมองลูกเป็นเด็กเสมอ เพราะฉะนั้นความห่วงใยก็จะเป็นตามสัญชาตญาณไปเรื่อย ๆ มักจะมีสาเหตุจากการที่เคยมีประสบการณ์ในอดีตมาก่อน หรืออาจจะเกิดความรู้สึกไม่ไว้วางใจ

         หมออยากจะแนะนำอย่างแรกเลยคือให้เราไปชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ก่อน ขอบคุณเขาที่ในวันที่ผ่านมายังคอยเป็นห่วงหนูและรักหนู เราต้องเปิดด้วยเรื่องราวดี ๆ ก่อนเพราะถ้าเราไปเปิดด้วยเรื่องแย่หรือการต่อต้านเขาก็จะต้านเราทันที เราต้องเปิดใจเขาด้วยการใช้ Sandwich Technic พูดเรื่องดีก่อนและโฆษณาตัวเองว่าตอนนี้เราก็ภูมิใจในตัวเองนะ เราโตขึ้นแล้ว เราเรียนจบแล้ว เราทำให้พ่อแม่ภูมิใจได้ เราดูแลตัวเองยังไง ให้เขารู้ว่าเราไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ แล้ว แต่เราไม่ต้องพูดตรง ๆ ค่อย ๆ เล่าว่าเราทำอะไรได้ดีให้เขารู้สึกมั่นใจ แทรกเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามข่าวสารให้เขารู้จากคำเล่าของเรา อย่าปล่อยให้เขาคิดไปเองจนมันกลายเป็นเรื่องที่อันตราย บางทีเขาอาจจะมองในมุมเดียว ให้ลองบอกไปว่าเรามีวิธีจัดการตัวเองยังไงเมื่อสถานการณ์นั้นเกิดขึ้น ให้เขารู้ว่าเรารู้เท่าทันทุกอย่างนะ ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็จะเริ่มซึมซับ และเรื่องการปล่อยเราออกไปเที่ยวข้างนอกบ้านก็จะง่ายขึ้นโดยที่เราไม่ต้องพูดตรง ๆ พอทำขั้นตอนแบบนี้ต่อเนื่องไป 2-3 เดือน พ่อแม่ก็อาจจะเริ่มไว้วางใจ แต่หมอก็เห็นด้วยกับพี่เผือกว่า บางทีตัวเราอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วงอยู่ ถ้าเราไปต้านเลยทันที สุดท้ายความเป็นห่วงมันก็ยังไม่หายไป ดังนั้นทำให้เขารู้ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทุกคนเคยเจอไหม? มีไลน์กลุ่มที่อยู่หลายสิบคน มีไว้คุยเรื่องเรียน คุยเรื่องงาน แต่จะมีอยู่ 2-3 คน ที่คุยแต่เรื่องตัวเอง เรื่องส่วนตัวในกลุ่ม ถ้าไม่มีใครตอบ ก็กด @ALL แท็กทุกคนในกลุ่ม รู้สึกรำคาญมาก ถ้าปิดแจ้งเตือนก็กลัวพลาดข่าวสารอัปเดตในกลุ่ม ทำยังไงดี?

10 ต.ค. 2023

ทุกคนเคยเจอไหม? มีไลน์กลุ่มที่อยู่หลายสิบคน มีไว้คุยเรื่องเรียน คุยเรื่องงาน แต่จะมีอยู่ 2-3 คน ที่คุยแต่เรื่องตัวเอง เรื่องส่วนตัวในกลุ่ม ถ้าไม่มีใครตอบ ก็กด @ALL แท็กทุกคนในกลุ่ม รู้สึกรำคาญมาก ถ้าปิดแจ้งเตือนก็กลัวพลาดข่าวสารอัปเดตในกลุ่ม ทำยังไงดี?

“คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม กับปัญหาคนในกรุ๊ปเรียนกรุ๊ปทำงานชอบเข้ามาคุยเรื่องส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวกับกรุ๊ป โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตอนนี้ตัวคุณนัทเองจะทั้งเรียนและทำงานด้วย โดยเรื่องนี้จะเกิดทั้งใน Line กลุ่มทำงานและเรียน แต่ส่วนมากจะเจอใน Line ของกลุ่มเรียน… โดยจะมีคนคนนึงในกลุ่ม ชอบโผล่เข้ามาว่า ‘เหงา หิวข้าว กลางวันกินอะไรดี วันนี้กินเหล้า กินเหล้าร้านนี้ กินเหล้ากับเราไหม’ อะไรแบบนี้ ถ้าไม่มีใครตอบเขาก็จะแท็ก All หาทุกคน แล้วมันก็จะเด้งเตือนทุกคน ก็จะกดเข้าไปดูว่ามีอะไรหรือเปล่า พอเข้าไปดูก็ไม่มีอะไร ก็จะเป็นพฤติกรรมอย่างนี้เรื่อยๆ มี ถ่ายรูปบ้านมาว่า เสร็จแล้วเหลืออีก 2% ถ่ายรูปอันนั้นมา อันนี้มา แล้วเขาก็มีคู่ขาเขา รับส่งกันว่า ”พี่กินเหล้าไหน พี่ทำอะไร“ เขาก็จะเฮฮากันอยู่ 2 - 3 คน ในกลุ่ม เขาไม่ตั้งกลุ่มไลน์แยก แต่เขามาใช้ไลน์กลุ่มที่สำหรับคุยเรื่องเรียน บางครั้งถ้าเราไม่เปิดดูเลย บางคนก็จะแบบ ปิดแจ้งเตือนไปเลยไม่ต้องรับรู้ ปิด แต่พอเปิดมาอีกทีร้อยกว่าข้อความ แล้วบางครั้งก็มีแท็กด้วยเราก็ต้องเปิดเข้าไปดู ว่ามีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนมั้ย แต่ก็ไม่เจออะไร ในไลน์กลุ่มทำงานก็จะมีคนที่ “พี่อยู่คอนเสิร์ตนี้ ใครมาที่นี่มาแจมกับพี่หน่อย พี่กินเหล้าอยู่ตรงนี้ ใครมาแจมกับพี่หน่อย เงาะอร่อยไปกินกับพี่ไหม” มันจะเป็นบุคคลซ้ำๆในแต่ละกลุ่ม กลุ่มเรียนก็จะเป็นคนเดิมซ้ำๆ มันก็เลยรู้สึกรำคาญ พอเราเริ่มรู้สึกรำคาญ เราไปเจอหน้าเขาก็จะรู้สึกแบบเบื่อหน้าเขา… ปัญหาที่จะถามวันนี้คือ หนูเป็นคนที่ขี้หงุดหงิด จุกจิกเรื่องพวกนี้เกินไปหรือเปล่า แล้วมีวิธีจัดการ Mindset หรือจัดการตัวเองยังไง ถ้าจะให้หนูเดินไปบอกเขา เห้ยพี่…พี่เลิกพิมพ์อย่างนี้ในไลน์กลุ่ม มันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ถ้ามีวิธีแก้หรือแนะนำเพิ่มเติมได้ งานนี้ คำแนะนำจาก “ดีเจต้นหอม” คือ ‘สำหรับหอมไม่มี ถ้าเราจะบอกว่า พี่ หยุดพูดในกลุ่มแชท มันเป็นการสร้างบรรยากาศในกรุ๊ปให้มีปัญหา หอมก็จะเลือกปล่อยผ่าน แล้วก็อาจจะ สมมุติเจอร้อยกว่าข้อความแล้วแท็ก All มา ก็จะแบบ “อุ้ย…เปิดมาเจอร้อยหว่าข้อความ ตกใจเลย เอางี้ ถ้าเกิดมีอะไรเรื่องเรียนหรือสำคัญ ยังไงแท็กนัดมาต่างหากให้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่าา555555” แต่มันจะมีปัญหา… ก็อดทน สำหรับหอม ไม่อยากทำให้บัวช้ำน้ำขุ่น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘พี่เข้าใจน้องนัท พี่ไม่รู้สึกน้องนัทมากไป เพราะพี่ก็เป็น เราก็อยากอ่านแต่เรื่องที่มันเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ซึ่งพี่ว่ามันไม่ได้แปลก พี่ว่าคนอื่นในนั้นก็อาจจะรู้สึกเหมือนน้องนัทแหละ เพียงแต่เขาเลือกที่จะไม่เสียเวลากับเรื่องพวกนี้ ก็เหมือนกับบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นพี่ว่า เพราะเขาก็ไม่รู้ถ้าพูดไปมันจะยังไง แล้วก็ มันอาจจะดูว่าใครพูดก่อนใครเปิดก่อน คนนั้นมันก็อาจจะดูแบบไม่ค่อยดีในสายตาคนอื่นก็ได้ แต่ว่าถ้าจะให้แนะน ก็คือ… น้องนัทต้องทำใจจริงๆ แล้ว อันไหนข้ามได้ก็ข้าม แต่พี่ก็มีวิธีขำๆนะที่พี่เคยคิดว่าพี่จะทำ… ก็คือพี่จะเปลี่ยนชื่อไลน์ตัวเองแล้วพี่ก็จะไปเตะนางออก แล้วพี่ก็จะเปลี่ยนกลับ อันนี้คือกรณีที่แบบไม่ไหวแล้วโว้ยย แล้วมันจะจับไม่ได้ว่าใครเตะนางออกเผื่อนางจะรู้ว่า… ต้องมีอะไรแล้วแน่ๆเลย เผื่อนางจะได้พิจารณาตัวเอง แต่ถ้าจะให้ร้ายกว่านั้น ให้เปลี่ยนชื่อเป็นเพื่อนมันอ่ะ ให้มันด่ากันเองว่าเตะออกทำไม’ ปิดท้ายกันด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำว่า ‘การที่เราจะรู้สึกรำคาญไม่ผิด แต่ว่าถ้ามันรำคาญถึงขนาดที่ว่าโพสต์เลยเนี่ย… ผมว่ามันจะทำให้ชีวิตคุณนัทอ่ะ มันทุกข์ไปนิดนึง ก็คือตอนนี้ผมเนี่ย จะรู้สึกใช้หลักการดำเนินชีวิตที่อย่าไปสร้างความเครียดอะไรให้กับชีวิตมันมากมาย เก็บความเครียดนั้นไว้ปล่อยสำหรับเรื่องราวที่มันควรจะเครียด เวลาที่เราเครียดหรือเกิดรู้สึกทางลบ ทั้งสารเคมีในสมองเอย ทั้งระบบการเต้นของหัวใจ คือมันหงุดหงิดอ่ะ เมื่อไหร่ที่เราหงุดหงิดหรือรำคาญ มันก็จะทำให้วันนั้นมันเป็น Bad day แล้วโลกทุกวันนี้มันก็เลวร้ายมากพออยู่แล้ว มันมีเรื่องราวร้ายๆ อะไรมาทำให้เรารู้สึก Bad day อยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อะไรที่มันไม่มีคุณค่าพอที่จะทำให้ผมหงุดหงิดได้ ผมก็จะไม่สนใจมัน ผมจะพยายามเก็บความหงุดหงิดไว้ใช้กับเรื่องที่มันเหมาะสม แล้วก็ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกว่าเรื่องราวที่คุณนัทเจอมันเบา ก็ปิด Notification ก็ได้ แล้วค่อยๆมาไล่ๆดูก็ได้ ซึ่งสำหรับคุณนัทอาจจะมองปัญหานี้รุนแรงกว่าคนอื่น ก็อยากให้ค่อยๆปรับลง ถ้าคุณนัทยังมีเรื่องอื่นๆในชีวิต ที่ยังซีเรียสกว่านี้หรือน่าจะเครียดกว่านี้ แล้วคุ้มค่ากับการที่เราจะเสียเซลล์สมองกับการรับมือมากกว่านี้ ก็เปลี่ยนไปโฟกัสกับเรื่องนั้น แล้วผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมีกรุ๊ปไลน์ที่ปิด Notification ไว้อยู่แล้ว เราไม่เปิดของทุกกรุ๊ปอยู่แล้ว ผมก็ปิดนะ แล้วเมื่อไหร่ที่เราเปิดกรุ๊ปไลน์เราก็มาไล่ดูว่าเราพลาดอะไรไปหรือเปล่า มันก็จะทำให้เราหลีกเลี่ยงความวุ่นวายไปได้เยอะเลยครับ ก็ลองปิด Notification ลองเอาใจออกมาจากกรุ๊ปไลน์ดู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนคนนึงได้ไม่นาน หนูเป็นคนติดสกินชิพมาก แต่แฟนหนูคนนี้ ไม่แตะเนื้อต้องตัวหนูเลย หนูลองใจหลายวิธี ล่าสุด จะข้ามถนน เตรียมมือรอแล้ว เขาไม่จับ ไม่จูงมือหนูเลย แต่ก็กันรถให้หนูเดินข้ามอยู่

04 ส.ค. 2025

หนูคบกับแฟนคนนึงได้ไม่นาน หนูเป็นคนติดสกินชิพมาก แต่แฟนหนูคนนี้ ไม่แตะเนื้อต้องตัวหนูเลย หนูลองใจหลายวิธี ล่าสุด จะข้ามถนน เตรียมมือรอแล้ว เขาไม่จับ ไม่จูงมือหนูเลย แต่ก็กันรถให้หนูเดินข้ามอยู่

“คุณรัน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมาได้ประมาณ 4 เดือน ไปดูหนังด้วยกันก็แล้ว แต่ยังไม่เคยจับมือกันเลย โดย “คุณรัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุยกับเขามาตั้งแต่เดือนเมษาผ่านแอพหาคู่ แล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน แต่ปัญหาคือทุกวันนี้หนูกับเขายังไม่ได้จับมือกันเลย ไปเดทเดือนละสองสามครั้ง เวลาไปห้างก็เดินชิดกันแค่นิดเดียว แต่เขาบอกเราเลยว่าเขาเป็นคนไม่ชอบดูหนัง เขาเข้าไปดูแล้วชอบหลับ แต่เขาก็ไปดูเพราะรันอยากดูก็เลยมาดูด้วย แม้ว่าหนูจะเลือกที่นั่งท้ายแถวเลย เวลาที่ข้ามถนน หนูคิดว่าจะมีโมเมนต์เดินจูงมือข้ามถนน หนูก็เตรียมมือเอาไว้เลย หันมาอีกที อ้าว! เขาเดินข้ามไปแล้ว มีการดันเราเข้าไปข้างใน เวลาจุ๊บก็ส่งแค่ในแชท คือหนูไม่กล้าจับมือเขาก่อน หนูกลัวเขาจะตกใจ เขาเคยมีแฟนมาแค่คนเดียว หนูก็เคยมีแฟนแค่คนเดียว แต่แฟนเก่าหนูเขาจะเข้ามาจับก่อน อย่างตอนล่าสุดที่ไปกินข้าวด้วยกัน หนูก็อยากมีโมเมนต์ขอกำลังใจ แต่หนูก็ไม่กล้า เขาก็เหมือนจะเข้าหาหนูนะ แต่ก็ยึก ๆ ยัก ๆ ก็เลยเกิดคำถามว่า คบกันมาหลายเดือนแล้ว แต่แม้แต่มือก็ยังไม่กล้าจับควรจะทำยังไง?” โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเขินผมสนับสนุนให้จับมือกันในโรงหนังนะ เพราะมันมืด เกิดอะไรขึ้นก็มีแค่เราตรงนั้น’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นแฟนแล้วก็ขอจับมือเลยไม่ว่าจะเป็น มือ ไหล่ แขน เล่นได้หมดให้ หรือเริ่มจากการเดิน ให้ดูว่าเวลาเดินเขากุมมือเราไหม ใช้เสียงอ้อนได้เลย ผู้หญิงก็ทำแบบนี้ได้เป็นเรื่องปกติ บางทีผู้ชายเขาอาจจะไม่กล้าเริ่มก่อน’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเวลาไปกินข้าว แล้วเขาลุกขึ้นไปก่อน ให้ลองยื่นมือให้เขาคว้าดู เพราะถ้าเราเขินก็ไม่มีวันได้จับมือนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

04 เม.ย. 2025

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวันขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทนจนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ? ถ้าปล่อยไว้ในอนาคต จะมีปัญหาระยะยาวไหม “คุณหอย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาญาติๆพากันเเย่งเลี้ยงลูกของตัวเอง โดย “คุณหอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกับเเฟนเรามีอายุเท่าๆกัน ประมาณ 30 ปี ผมกับเเฟนเราทั้งคู่ก็ได้มีลูกกัน ตอนนี้ลูกอายุ 5 เดือน ปัญหานี้ไม่ได้มาจากผมหรือเเฟน เเต่มาจาก เเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟนผม ทั้งคู่พากันเเย่งลูกของผมไปเลี้ยง แต่จะสลับกันเลี้ยง เเม่ยายจะเลี้ยงลูกผมตอนเช้า เเล้วพี่สาวเเฟนผมเขาทำธุรกิจก็จะปิดร้านประมาณ 2 - 3 ทุ่ม พอทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็จะมารับลูกผมไปเลี้ยง สรุปก็คือทั้งวัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับลูกเลย กลายเป็นเกิดปัญหาทะเลาะกันเกี่ยวกับการเเย่งกันเลี้ยงของเเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟน บางครั้งเเฟนผมก็ต้องพูดเพื่อขอให้เขาเอาลูกของผมเอง กลับมาหาเลี้ยงเองบ้าง มีวันหนึ่งที่ลูกผมร้องตอนประมาณตี 1 เพราะถึงเวลาที่ต้องให้นม พี่สาวเเฟนเขาได้ยิน เขาก็รีบวิ่งมาเเล้วเอาตัวลูกผมไป หรือบางวันลูกผมร้องหนักๆ เเม่ยายที่อยู่ชั้น 2 ก็เดินลงมาเเล้วเอาตัวลูกผมไปเเทน จนตอนนี้เเฟนผมเหมือนมีหน้าที่เเค่ปั้มนม เพื่อให้ลูกกิน ส่วนผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เเล้วก็มีเรื่องของการที่พี่สาวเเฟน เเละเเม่ยายตามใจหลานมากๆด้วย เพราะก่อนที่ลูกผมจะคลอด พี่สาวเเฟนก็ซื้อของเตรียมกันไว้เหยียบเเสนอยู่ เเล้วเขาก็ไม่ไว้ใจใครเลี้ยง เลี้ยงเหมือนไข่ในหิน จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าเริ่มอึดอัด เพราะลูกผมเขาก็เอาไปเลี้ยง เเล้วผมก็เป็นคนนอกที่เข้าไปอยู่ในบ้านของเเฟน จะให้ผมมานอนดูทีวีเฉยๆมันก็อาจจะดูเเปลกๆ ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่เเค่ชงนม ส่วนภรรยาผม เขาก็มีการบ่นๆกับผมเรื่องนี้ เเล้วเขาก็เป็นลูกคนเล็กเลยอาจจะโดนพี่สาวเเละเเม่กดๆอยู่ ในตอนเเรกเเฟนผมก็ได้เลี้ยงลูกบ้างเพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ เเต่พอเขามีงานเวลาที่ได้เจอกับลูกก็น้อยลง เพราะตอนเช้าเเม่ก็เอาไปเลี้ยงตอนมืดพี่สาวเขาก็เอาไป หรือบางครั้งที่เเฟนผมไปขอลูกมาเลี้ยงเองบ้าง เขาก็เหมือนไม่อยากให้ เพราะเขาก็รักของเขา ผมก็พูดอะไรไม่ได้หรือบางครั้งเราก็ไม่เเย่งคืนมาเลยได้ไหม ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรที่จะปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกเลยดีไหม ให้เขาเป็นตัวหลักเเล้วเราเป็นตัวรอง หรือ เราควรที่จะไปคุยกับเขาเลยดีไหม กลัวว่าอนาคตเราปล่อยลูกให้คนอื่นเลี้ยงจะมีปัญหาในอนาคตรึป่าว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลูกคุณหอยเป็นเด็กที่น่าอิจฉานะ เพราะตอนนี้ลูกคุณหอยได้รับความรักจากคนทั้งบ้านเเบบสุดๆไปเลย เเละตอนนี้พี่ว่ายังไม่มีปัญหาเพราะเขายังเด็กอยู่ เเต่ในอนาคตตอนที่เขาโตขึ้นเเล้วเขาไม่ได้ถูกเลี้ยงจากพ่อเเละเเม่พี่ว่ามันก็ไม่ถูก ซึ่งถ้าถึงเวลานั้นตัวคุณหอยกับเเฟนก็อาจจะต้องมีการพูดคุยกับพวกเขาบ้าง อย่างเช่นตอนส่งเขาเข้านอน ควรจะเป็นพ่อกับเเม่ดีกว่า เพราะงั้นตอนนี้ก็อาจจะเอนจอยไปก่อนก็ได้ในตอนที่เขายังเด็กอยู่ สุดท้ายพี่ก็มั่นใจว่าถ้าคุณหอยเเฟน มอบความรักให้เขาอย่างเต็มที่ พี่ว่าเขาก็น่าจะรู้เเหละว่าใครคือพ่อเเละเเม่ของเขา’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ตอนนี้คุณหอยกำลังห่วงอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน เเละพี่มองว่า เด็กที่อายุ 0 - 3 ขวบ คือในช่วงที่เด็กกำลังเรียนรู้เรื่องความผูกพันธ์อยู่ เเม้ว่าพ่อเเม่ไม่ได้เลี้ยงแต่สายใยความผูกพันพ์ของคนเป็นเเม่ที่อุ้มท้องมา 9 เดือนมันก็ต้องมีอยู่เเล้ว เเต่ก็อย่าพึ่งถึงขั้น อคติว่า ฉันไม่ได้เลี้ยงลูกต้องไม่รักฉันเเน่เลย เพราะตัวคุณหอยที่เป็นพ่อ ก็ยังอยู่ที่บ้านกับลูกเสมอเลย เพราะงั้นวิธีการในการสื่อสารว่าเราก็อยากที่จะเลี้ยงลูกเหมือนกันนะ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่งั้นอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ เช่นบอกคุณเเม่เเฟนว่า คุณเเม่ก็ต้องดูแลสุขภาพเหมือนกันนะ ให้เราช่วยเลี้ยงดีกว่า จะได้เเข็งเเรงเเละเห็นหลานเติบโตไปพร้อมๆกันทุกคน’ เเละสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่อ้อยนะครับ ว่าช่วง 0 - 3 ขวบเป็นช่วงที่สำคัญในเรื่องการเรียนรู้ความผูกพันธ์ เเละที่สำคัญการที่คุณหอย อยากที่จะให้ลูกตัวเองเติบโตมาเป็นเเบบไหน คนที่ใกล้ชิดก็สำคัญ เพราะเด็กจะมีการเรียนรู้ หรือการเรียนแบบบุคลิกของคนที่ใกล้ชิดกับเขา เช่นลูกของผม บางครั้งก็เคยพูดคำที่ผมสอนเขา กลับมาใส่ผมเหมือนกัน ผมยังอึ้งว่า นี่คือการ Copy ชัดๆ เเละผมก็ไม่เคยให้มีใครมาก้าวก่าย การเลี้ยงลูกของผมเลย เพราะงั้นการที่ คุณเเม่ของเเฟน กับ พี่สาวเเฟน เขาได้เลี้ยงลูกคุณหอย ในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม เเละก็ไม่ได้มีใครคาดเดาได้ว่าลูกคุณหอย จะเติบโตมาในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม ที่สำคัญอย่าคิดว่าโตเเล้วค่อยเลี้ยง ผมเชื่อว่าในเวลานั้นมันจะทันเเล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

30 มิ.ย. 2025

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่าคู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออกเขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ หนูเฮิร์ทมากตอนนี้ ต้องทนเห็นเขาไปกินข้าวกันทุกวันมีความสุขกันต่อหน้าหนู ล่าสุดหนูบอกกับผู้ชายคนนี้ไปว่า “หลังจากนี้ชีวิตนี้ไม่ต้องมาเจอกันอีก”เขาก็เหมือนจะรับรู้แล้ว หนูจะวางตัวยังไงต่อไปดีหลังจากนี้... “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแอบชอบรุ่นพี่ในที่ทำงาน โดนเล่นกับใจสุดท้ายเปิดตัวกับคนอื่น โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหนูได้งานใหม่ เป็นงานในห้างสรรพสินค้า หนูเพิ่งขึ้นมาอยู่กรุงเทพได้ไม่นาน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แล้วได้มาเจอกับพี่คนนึง เขาสุภาพมาก ตรงสเปคเรา คำพูดคำจาจะเรียกเราว่าหนู ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มสนิทกัน ดูแลกันมากขึ้น ถึงขั้นที่สามารถคุยกันเรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องแฟนเก่าได้ คุยกันได้ยิ่งกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก มีการเล่นถึงเนื้อถึงตัวกัน เช่น วิ่งไปกอด เกาะแขนในบริบทที่อ้อน ๆ ได้ บางครั้งเหมือนจะปัดป้องแต่ก็ยังเล่นด้วยได้ วันนึงหนูก็ลองแกล้งเขาโดยการบอกว่า ‘สงกรานต์นี้เดี๋ยวไปเล่นน้ำกับผู้ชายดีกว่า นัดผู้ชายเอาไว้’ เขาก็นิ่งไปเลย หนูเลยคิดว่าเขาก็คงชอบเราเหมือนกันมั้ง พี่ผู้จัดการเขาก็ดูออก ทุกคนคิดแบบนี้กันหมดเลยว่าหนูกับพี่เขาต้องชอบกันแน่ ๆ ต้องเป็นแฟนกันแน่ เราก็เล่นกันปกติ หลังจากนั้นหนูก็เฉลยว่าที่พูดไปหนูแกล้งเล่น พี่เขาก็ดูดีใจ แล้ววันนั้นเราเจอลูกค้าแล้วรู้สึกนอย พี่เขาก็ชวนไปกินข้าวเลย เหมือนปลอบใจ จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็บอกกับหนูว่าเขาชอบน้องร้านข้าง ๆ นะ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยบอกว่าเขาชอบสาวหมวย ตัวเล็ก ซึ่งก็ตรงกับหนูเหมือนกัน สรุปแล้วเมื่อสองวันก่อนเขาชวนน้องร้านข้าง ๆ เข้ามาในร้านของเราและขอคอนแทคกันต่อหน้า ต่อตาหนูเลย หนูยืนอึ้งว่าที่ผ่านมาหนูคิดไปเองหรอ ? ทั้ง ๆ ที่หนูเคยเกริ่นไปแล้วว่าชอบเขานะ หนูก็พยายามทำใจ เขาอาจจะเทสระบบเรา จากที่เล่นกันถึงเนื้อถึงตัว พูดคุยเรื่องเซ็กซ์กัน ก็ไม่ทำอีกเลยเพราะหนูมองว่าเขากำลังจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว แต่ในใจก็เจ็บ วันนี้หนูบอกกับพี่หัวหน้างานว่าปวดท้อง จะขอลาไปหาหมอ กลับมาเขาก็ดูเป็นห่วงเรา หนูนั่งพักอยู่ในห้องก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่เขาชวนกันไปกินข้าวอีก จริง ๆ หนูยอมตั้งแต่เขาขอไลน์แล้ว แต่พี่เขาก็ยังพยายามทำตัวเหมือนเดิม แตะเนื้อต้องตัวพูดคุยเหมือนเดิม แต่เราคือทำไม่ได้แล้ว เราไม่โอเค ตอนเย็นหนูก็ถามว่า ‘วันนี้พี่กลับยังไง’ เขาก็ชี้ไปที่ร้านข้าง ๆ แต่หนูเห็นว่าไฟปิดแล้วเลยงง สรุปคือเขาเดินกลับไปรับน้องร้านข้าง ๆ มาต่อหน้าต่อตาหนูอีกแล้ว หนูก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เสียใจ หนูก็พลั้งปากพูดไปว่า ‘พี่ หลังจากนี้เราไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ เราตัดขาดกันไปเลย แพรไม่อยากเจอพี่’ พี่เขาก็ตอบกลับแบบติดตลก แซว ๆ อีก หนูเลยอยากขอคำปรึกษาว่าหนูต้องทำงานที่นี่อีก 5 วันต้องเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะต้องจัดการความรู้สึกยังไง กับวันที่ 29 นี้จะมีงานเลี้ยงส่งหนู หนูควรบอกเขาอีกรอบมั๊ยว่าชอบ” ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่คือบทเรียนของการทำที่อะไรตามใจและตามอารมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ดี “เราไม่ต้องมาเจอกันอีก” เป็นประโยคที่แรงมากทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เขาคงคิดว่าแพรเป็นอะไร อันนี้เป็นสิ่งที่พลาดมาก ๆ แค่คุยกับเขาน้อยลงพี่ว่าก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารู้สึกยังไง แพรก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะเดี๋ยวก็แยกกันใช้ชีวิตอยู่แล้ว ส่วนวันงานเลี้ยงส่งก็วางตัวดี ๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงให้เราเห็นผ่านการกระทำของเขาแล้วว่าไม่ได้คิดอะไร ขั้นสุดท้ายของการเป็นเพื่อนสนิทแล้วมีคนนึงอยากข้ามขั้นไป เขาก็คงพยายามบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะ ในเมื่อทั้งคู่ชัดเจนกันอยู่แล้ว ก็เป็นเพื่อนกันให้ได้อย่างที่พูดไว้ เด็ดขาดเลยก็ดี ถ้าเขาชวนคุย อยากคุยกับตอบไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ขอให้โชคดีกับวันเลี้ยงส่ง และอย่าถือสากับคำพูดของคนเมา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำตัวปกติได้เลยถ้าลาไม่ได้ แต่ถ้าลาได้ก็แนะนำให้ลาแล้วเก็บของไปตั้งตัวที่บริษัทใหม่เลย กับเขาก็ไม่ต้องไปยุ่งอีกแล้ว วันเลี้ยงส่งถ้าเขาไม่ไปก็ไม่ต้องเสียใจด้วย เพราะเราลั่นไปแล้วว่าอย่าเจอกันอีก ต้องทำตามที่พูดไว้ให้ได้ 5 วันที่เหลืออยู่ไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไปที่ใหม่ก็อย่าทำแบบนี้อีก ให้มันจบแค่ตรงนี้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนอยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้ก็สนุกสนาน แพรเป็นคนสนุก เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจแต่เขาให้สถานะเราได้แค่ “เพื่อน” และเขาวางสถานะนี้มีนานแล้ว เท่าที่พี่ฟังผู้ชายไม่ได้มีใจเลย แพรคิดไปเองแล้วก็สร้างโมเมนต์เองโดยการทำให้เค้าหึง เขาเงียบก็บอกว่าเขาหึง แถมมีเพื่อนยุยงอีก เรื่องราวเลยไปไกลจนเขาสนิทใจกับแพรและพร้อมที่จะเปิดใจเล่าว่าชอบน้องร้านข้าง ๆ เพราะเขามองว่าแพรคือเพื่อนที่สนิทที่สุด หารู้ไม่ว่าแพรหึง งอน ไปแล้ว แถมแพรก็ทำอะไรที่เป็นผีบ้าออกไป โดยการพูดใส่อารมณ์อีก แพรสำคัญตัวผิดสถานะ อย่าทำอะไรแบบนี้อีก สำหรับพี่ถ้าเขามางานเลี้ยงส่งก็ทำตัวปกติเลยแบบเพื่อนกัน พี่มีให้ 3 ทางเลือก 1.งอนให้ถึงที่สุด ไม่คุยด้วยเลย 2.ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนวันนั้นโดนของมาแล้วไม่ได้พูดอะไร 3.บอกตรง ๆ ว่าที่พูดว่าไม่ต้องมาเจอกันแล้ว ยอมรับว่าหึง หนูชอบพี่ แต่จำไว้ว่าการสารภาพว่าชอบเขาอย่าคาดหวังว่าชอบเขากลับ พูดติดตลกไปได้เลย ให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ของบางอย่างต้องรอเมคชัวร์ก่อนจะได้ไม่เจ็บหัวใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-