พ่อเป็นคนเจ้าชู้มากและนอกใจแม่บ่อย ล่าสุดพ่อทักแชตไปจีบผู้หญิงที่อายุเท่าเรา เรารู้สึกรับไม่ได้และผิดหวังกับพ่อมาก ๆ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อเป็นคนเจ้าชู้มากและนอกใจแม่บ่อย ล่าสุดพ่อทักแชตไปจีบผู้หญิงที่อายุเท่าเรา เรารู้สึกรับไม่ได้และผิดหวังกับพ่อมาก ๆ

16 ต.ค. 2026

พ่อเป็นคนเจ้าชู้มากและนอกใจแม่บ่อย

ล่าสุดพ่อทักแชตไปจีบผู้หญิงที่อายุเท่าเรา

เรารู้สึกรับไม่ได้และผิดหวังกับพ่อมาก ๆ

        ‘คุณตุ๊กตุ๊ก’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 ตุลาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่พ่อแอบไปจีบผู้หญิงอายุเท่าลูก

        ‘คุณตุ๊กตุ๊ก’ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เล่าว่า คุณพ่อของเธออายุประมาณ 50 ปี เขาเป็นคนเจ้าชู้มาตั้งแต่เด็ก คุณตุ๊กตุ๊กจึงได้เห็นคุณพ่อนอกใจคุณแม่อยู่หลายต่อหลายครั้ง โดยที่คุณแม่ก็ได้เข้ามาปรึกษาหรือบางครั้งก็เป็นตัวเธอเองที่บังเอิญไปเห็นเหตุการณ์พ่อกับแม่ทะเลาะกัน แต่คุณพ่อก็ไม่ได้ทราบว่าเธอรู้เรื่องเหล่านี้มานานแล้ว ทำจึงทำให้เธอรู้สึกชินชากับสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่ง 

        แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอได้รู้ว่าคุณพ่อทักไปจีบพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งในบริษัทของครอบครัว ซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ คุณแม่ที่รับรู้เรื่องนี้ก็ได้เอามาบอกเธอ ที่ผ่านมาเธอเคยเห็นพ่อนอกใจไปจีบผู้หญิงที่มีอายุไล่เลี่ยกับพ่อแม่ แต่ครั้งนี้กลับเป็นผู้หญิงที่อายุรุ่นลูก จึงทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและใจสลายมาก เพียงแค่คิดว่าจะต้องกลับไปเจอหน้าพ่อที่บ้าน เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะยังสามารถมองเขาได้เหมือนเดิมอยู่หรือไม่

        โดยปกติแล้วคุณตุ๊กตุ๊กสนิทกับพ่อมากและมองว่าเขาเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเธอ ซึ่งในบทบาทของการเป็นพ่อ เธอรู้สึกว่าเขาเป็นพ่อที่ดีและเป็นคนที่เธอรักมาก เธอจึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างไร อีกทั้งคุณตุ๊กตุ๊กยังสงสัยว่าพฤติกรรมการนอกใจไปจีบผู้หญิงที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกนั้นเกี่ยวข้องกับภาวะทางจิตใจหรือเปล่าและไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้สามารถมองเขากลับมาเป็นพ่อคนเดิมของเธอได้อีกครั้ง

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า ‘ขั้นแรกก็ต้องยอมรับความจริงก่อน ยอมรับว่าเขามีนิสัยที่เราไม่ชอบ ข้อสองคือค่อย ๆ คิดว่าโลกทั้งใบต้องเป็นตุ๊กตุ๊กเองแล้ว เพราะว่าในเมื่อยิ่งเราโตขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เราก็จะเป็นคนที่ควบคุมโลกของเราเอง ทั้งด้วยอายุและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ พอเรียนจบหางานทำหรือแม้กระทั่งวันที่ตุ๊กตุ๊กเริ่มสร้างครอบครัวของตัวเอง ความคิดที่ว่าโลกทั้งใบเราเป็นของใคร มันก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ ยอมรับว่าพ่อมีข้อเสียด้านนี้ และค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดว่าโลกทั้งใบควรจะเป็นของเราเองแล้ว มันจะได้ไม่ต้องผิดหวังกับใครอีก 

        แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามองย้อนไป ตุ๊กตุ๊กก็น่าจะรู้ตั้งนานแล้วว่าพ่อเขามีข้อเสียด้านนี้ แต่เราแค่หวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปพ่อเขาอาจจะคิดได้ เขาอาจจะไม่ทำและเปลี่ยนนิสัย แต่เราก็ลืมคิดไปว่าบางทีเขาอาจจะทำไม่ได้ ในเมื่อเขาเป็นคนแบบนี้ แล้วเรายอมรับได้แค่ไหน เราอยากคุยเรื่องนี้กับเขาไหม หรือทำไมไม่ลองปรึกษาคุณแม่ก่อนเพราะอย่างน้อยเราก็จับมือกัน แม่ก็มีสิ่งที่แม่ไม่สบายใจเกี่ยวกับพ่อ ตุ๊กตุ๊กเองก็มีมุมไม่สบายใจเหมือนกัน ปรึกษากันก่อนว่าอยากคุยไหม คุยแล้วได้อะไรกลับมาไหม พ่อเขาจะเปลี่ยนไหมหรือคุยแล้วความอัดอั้นตันใจของเราจะหายไป ถ้าคิดว่ามันน่าจะมีผลอะไรบ้างที่เราอยากลุ้นดู ก็ลองคุยและในเมื่อเขายังมีมุมที่ดี

        ก็ได้แต่หวังว่า ถ้าเขารู้ว่าลูกสาวที่มองเขาเป็นโลกทั้งใบรู้สึกผิดหวังในตัวเขา มันจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ก็อย่าคาดหวัง บางทีคนที่เขามีพื้นฐานเจ้าชู้ มันก็จะยังไหลเวียนอยู่ในเลือดเขานั่นแหละ อยู่ที่ว่าเขาจะพ่ายแพ้เสียงในหัวเมื่อไหร่ แต่ถ้าเขาควบคุมทุกอย่างได้ ก็เป็นโชคดีของคนในครอบครัว เพราะฉะนั้นปรึกษากับคุณแม่เยอะ ๆ อย่างน้อยเราก็ต้องดูแลกันและกันในวันที่เราผิดหวังกันทั้งคู่"

         ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "อย่างแรกเลยความคิดของตุ๊กตุ๊กที่ว่าหนูอยากได้พ่อคนเดิมของหนูกลับมา ฟังจากเรื่องเขาก็ไม่ใช่พ่อคนเดิมของหนูตั้งแต่หนูรู้ว่าเขาเจ้าชู้ไปมีคนอื่น แต่ว่าครั้งนี้กลายเป็นว่าเขาไปชอบเด็ก ซึ่งเท่าที่ฟัง พี่รู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นโรคจิตอะไรหรอก ถ้าโรคจิตในที่นี้คือผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กแล้วขาดความยับยั้งชั่งใจ พี่ว่าของพ่อเรามันเป็นตาแก่หัวงูมากกว่า มันเป็นนิสัยแบบนี้ของเขานี่แหละ พอวันนี้มันมาเจอเหตุการณ์แบบนี้พี่เข้าใจว่าคุณตุ๊กตุ๊กก็อาจจะรู้สึกว่า นี่มันรุ่นเดียวกับหนูหนิ ทำไมพ่อถึงไปชอบคนที่อายุเท่าเรา พี่รู้สึกว่าตุ๊กตุ๊กอาจจะต้องตัดและแยกแยะว่าเจ้าชู้ที่เขาทำ เขาทำกับแม่ แต่ตราบใดก็ตามที่เขายังเลี้ยงดูตุ๊กตุ๊กอย่างดี ยังเป็นพ่อที่ตุ๊กตุ๊กยังคงเชื่อใจได้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายหนู ก็ต้องมองว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดในฐานะสามีและก็อาจจะผิดในฐานะพ่อที่แสนดี แต่ในหน้าที่หลักของเขา เขาก็ยังดูแลตุ๊กตุ๊กอยู่ มันก็อาจจะช่วยให้ตุ๊กตุ๊กไปต่อได้  เขาเป็นสามีที่ไม่ดีของแม่แต่เขายังเป็นพ่อที่ดีของตุ๊กตุ๊ก ยอมมองข้ามไปแต่ในกรณีที่มันไม่ไหวจริง ๆ

        สำหรับพี่ก็คือต้องคุยกับคุณแม่ก่อนเพราะเขาคือคนที่ประสบปัญหาที่สุด แล้วถ้าตุ๊กตุ๊กไม่ไหวจริง ๆ กับเรื่องที่เขาชอบเด็ก ก็อาจจะบอกไปว่าต่อให้พ่อจะมีใคร แต่ขอร้องได้ไหมอย่าไปชอบเด็กรุ่นเดียวกับเราเลย พี่ว่าเราอายุ 20 ปีแล้ว เราโตพอที่จะคุยได้แล้วเพราะเราเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว เราก็สามารถบอกสิ่งที่เรารู้สึกได้"

        ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า "ถ้าจะพูดกับพ่อ ทั้งหมดก็ต้องปรึกษาแม่ เพราะมันเป็นปัญหาของคุณแม่และก็ไปสืบมาว่ามันเป็นปัญหาของคุณแม่จริง ๆ ไหมหรือคุณแม่เขาแค่มาบ่น แม่อยากจะเดินออกจากจุดนี้ไหม สื่อสารกับคุณแม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำบอกให้แม่ตระหนักคือแม่ได้ผู้ชายเจ้าชู้มาเป็นแฟน แปลว่าแม่ก็รับรู้มาตลอด ถ้าแม่รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องนี้ทางออกก็มีแค่การเลิกกันเท่านั้นเพราะว่าเท่าที่ฟังมา พี่ว่าพ่อไม่มีทางเปลี่ยนและพี่ก็ไม่ได้มองว่าการชอบเด็กอายุ 20 ปีจะเป็นอาการทางจิตหรือโรคจิต ส่วนเรื่องที่เขามีคนอื่น สิ่งนั้นคือเขาบกพร่องในหน้าที่สามีแต่เขาไม่ได้บกพร่องหน้าที่พ่อ ดูแลความรู้สึกคุณแม่ก็พอ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

02 มิ.ย. 2023

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

“คุณบี (นามสมมติ)”อายุ 30 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาที่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนฆ่าตัวตาย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนนี้มา 15 ปีแล้ว เขาเป็นแฟนคนแรกของหนูด้วย คบกันมานานมาก เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยดี พูดตรงๆ คบกับเขามาสักพักนึง ในช่วงมหาลัยหนูจะติดเที่ยว ติดเพื่อน แล้วก็จะทะเลาะกันบ่อยมาก พอทะเลาะกัน เขาก็พูดมาคำนึงว่า ถ้าเกิดจะเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตาย ด้วยความที่เราเป็นคนปากไม่ดีอยู่แล้ว ก็เลยพูดออกไปว่า หนูยังไม่อยากตาย หนูยังอยากใช้ชีวิต ยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้ ถ้าพี่อยากตาย พี่ไปตายก่อนเลย พอหลังจากนั้น 3 วัน หนูเพิ่งมารู้จากเพื่อนของเขาว่า เขาฆ่าตัวตายจริงๆ จากนั้นหนูก็ช็อคมาหลายปี รักษาซึมเศร้ามาตลอด หลังจากที่เขาตาย ทั้ง พ่อแม่ และญาติเขาก็จะทักมา โทรมา ด่าหนูตลอด บอกว่า หนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย หนูก็รู้สึกผิดมาตลอด จนคิดว่าถ้าหนูเป็นฝ่ายไปแทนได้ หนูก็จะไป หลังจากนั้นหนูก็อยากใช้ชีวิต ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนไปเจอกับผู้ชายอีกคนนึงที่ดีมาก เขามาขอหนูแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นหนูไม่กล้า หนูรู้สึกจมอยู่ตรงนี้นานมาก ก้าวออกไปไม่ได้ ไม่ได้ตอบรับไป หนูฟังรายการมาตลอด หนูรู้สึกว่าอยากจะคุยกับคนนอกบ้าง อยากฟังความคิดเห็น บางครั้งหนูยังคิดที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย เพราะคำพูดที่หนูเคยพูดออกไป มันวนกลับมาในหัวหนูตลอดเลย หนูมีปรึกษาแพทย์ รักษาตามอาการ เขาก็พูดว่า เราต้องปล่อยวาง แต่หนูพยายามแล้วก็ไม่สามารถทำได้ ณ วันนั้นหนูไม่คิดว่าพี่เขาจะตายจริงๆ หนูพูดไปอย่างงั้น หนูพยายามอธิบายทางญาติฝั่งเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย เขาพูดแค่ว่าหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสีย หนูรู้สึกว่าเหมือนบางครั้งหนูก็ดีขึ้น บางครั้งหนูก็รู้สึกแย่ลงมากๆ ยิ่งหนูพยายามหนีจากครอบครัวเขาเท่าไหร่ เหมือนครอบครัวเขาพยายามตอบย้ำตลอดว่าหนูเป็นคนผิด พี่เขาจะพูดเสมอว่า ถ้าเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตายไป พูดตลอด จนหนูถึงพูดคำนั้นไปว่ายังไม่พร้อมที่จะตายจริงๆ ตอนนี้รู้ไม่อยากฟังคำตอกย้ำใดๆแล้ว หนูอยากจะเดินไปข้างหน้าจริงๆ หนูตัดการติดต่อ พยายามหนีมาตลอด เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนเฟซบุ๊กมาเป็นสิบๆรอบ แต่หนูยังไม่เคยสู้กลับใดๆกับญาติฝั่งนั้น มีครั้งนึงที่แม่เค้าเอาสเปรย์มาฉีดที่รถหนู เขียนว่า มึงทำให้ลูกกูต้องตาย ทำถึงขั้นนั้นเลย แต่หนูไม่ได้แจ้งความอะไรเลย แต่หนูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของแม่เค้า ปัจจุบันเขายังมาระราน ตามมาที่ทำงาน จนหนูลาออกจากงานเลย หนูแค่อยากจะบอกว่าหนูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย เรื่องมันเป็นไปแล้ว หนูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย หนูควรจะทำยังไง ควรจะใช้ชีวิตยังไง? หนูจะต้องอยู่ต่อไปยังไง? เหมือนหนูต้องอยู่กับอดีตไปตลอดเวลา ตอนแรกหนูคิดว่าหนูกลัวเรื่องราวในอดีต แต่หนูคิดว่าหนูทำใจได้ระดับนึงแล้ว แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าหนูกลัวครอบครัวของเขามากกว่า นับตั้งแต่วันที่เขาเสียญาติเค้าก็จะทักแชทมาด่า แอดเฟสมาด่าตลอด เพื่อนหนูก็แนะนำให้ด่ากลับไปเลย แต่หนูไม่กล้า พอได้ยินเสียงเขา หนูก็จะรีบกดวางสายไปเลย ตอนนี้หนูควรไปแจ้งความไหมคะ?’ สำหรับความคิดเห็นของ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ควรไปแจ้งความเพราะตอนนี้เราเป็นฝ่ายโดนระราน รังควานมาตลอด ทั้งฉีดสเปรย์รถ ทั้งตามไปที่ทำงาน เราควรไปแจ้งความไว้ “ดีเจเฟี๊ยต” เสริมว่า ควรจะหาคนที่คุยด้วยได้ มีอะไรก็ปรึกษาเขา เช่น เพื่อน หรือ นักจิตวิทยา เพราะถ้าไม่มีใครที่คอยช่วยคิด จะกลายเป็นเราที่อยู่คนเดียว จมอยู่กับเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวว่าเราจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า? ถ้าท้ายที่สุดถ้าเขาเดือนร้อน เขาก็แค่จะไม่ช่วย แต่ถ้าคนที่เราสนิทและไว้ใจ เราขอเขา แล้วเขาช่วย มันจะเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมันแน่นขึ้น ชีวิตเราควรที่จะ Connect กับคนอื่น อยากจะให้ปรับตรงนี้ เพราะชีวิตควรจะมีใครสักคนที่คอยรับฟังเรา “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าต่อว่า “หนูอยากรู้ว่าหนูควรจะสู้กับเขาไหม? แล้วควรจะสู้กับเขายังไง? หนูรู้สึกยอมไม่ไหวแล้ว หนูเปลี่ยนโซเชียลมีเดียมาเยอะแล้ว เปลี่ยนงานมาเป็นสิบงานแล้ว หนูรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ” ด้าน “ดีเจเผือก” ให้ความเห็นว่า ถ้าตอนนี้มีคนใหม่ที่เข้ามาแล้ว เขาควรจะเป็นคนที่มาช่วยซัพพอร์ตเราเรื่องนี้ ช่วยเหลือเรา ลองเปิดใจคุยกับเขาดูไหม? เหมือนเขาจะเป็นหลัก คอยเป็นเซฟโซนให้เรา มันก็จะทำให้เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ไม่เก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพังแบบที่ผ่านมา นอกจากนี้ “ดีเจเฟี๊ยต” ยังกล่าวเสริมว่า ดีเจเฟี๊ยตมองเรื่องนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ก้อนด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่อง ‘สาเหตุการตายของเขา’ มีความรู้สึกว่าการที่คนเราจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองนั้น มักจะมีสาเหตุหลายๆอย่างประกอบกันด้วย บางทีเขาอาจจะมีภาวะซึมเศร้าร่วมอยู่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็น การที่เราใช้คำคำเดียวด่าคนอื่นๆ แต่ละคนก็จะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่เหมือนกันเลย เผอิญว่าส่วนผสมของบีที่มีตอนนั้น กับส่วนผสมของเขาที่มีตอนนั้น มันบังเอิญเหมาะกันพอดี ถ้าถามพี่ว่าสาเหตุเดียวเลยมั้ยที่ทำให้เขาฆ่าตัวตาย คือ บี พี่ว่ายังไม่ใช่ สำหรับข้อที่สองคือ ‘การระรานของครอบครัวเขา’ ถ้าแรกๆ พี่พอเข้าใจว่าเป็นการสูญเสีย คือปกติแล้วมันจะมีระดับของการสูญเสีย หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่ผ่านมาแล้ว เขายังไม่ผ่านตรงนั้นมาได้เลย รู้สึกว่าครอบครัวเขาก็ยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถ้ามองในมุมนี้ บ้านเขาก็ค่อนข้างน่าสงสารทั้งบ้าน เพราะเขาไม่สามารถก้าวต่อไปได้เลย เลยเลือกที่จะเอาเราเป็นสาเหตุว่าทำให้ลูกเขาตาย ณ วันนั้น บีไม่ได้ถือมีดบังคับเขาว่า ต้องตายสิ ตายเลย บีก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นมันก็ค่อนข้างไม่แฟร์สำหรับบีเลย ถ้าผ่านมาขนาดนี้แล้วยังโทษเรา ขอกล่าวเสริมว่าการที่ใครไม่สมหวังในความรัก ไม่ควรจะจดชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะมันส่งผลต่อคนอื่นไปหมด กระทบกันไปหมด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ครอบครัวเขามาระรานเรา ให้เราคิดว่าเรากำลังรับมือกับคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ ควรสงสารเขาด้วยซ้ำ คิดว่าอาจจะต้องไปบำบัดกันทั้งครอบครัวด้วย สำหรับข้อที่สาม คือประเด็นที่บี “โทษตัวเองว่าไม่ดีพอ เลยทำให้ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่กับใคร” ผิดไม่ผิดอยากไร อยากให้ดูที่เจตนา คราวหน้าอยากจะให้บีทบทวนตัวเองในเรื่องของท่าทีในการแสดงออก สุดท้ายก็อยากจะมองว่า หยุดที่จะหนีได้แล้ว อย่างน้อยไปแจ้งความไว้สำหรับกรณีที่ เขามาทำให้ข้าวของเราเสียหาย หรือ เกิดคดีความ การแจ้งความไว้ก็อาจจะมาช่วยตรงนี้ได้ อยากจะให้บีมองว่าที่ผ่านมา เราเป็นฝ่ายเสียหายมาเยอะแล้ว เราควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือ ให้อภัยตัวเองด้วย คนนั้นในอดีต กับเราในปัจจุบันที่อายุเท่านี้แล้ว เราคือคนละคนกันแล้ว ณ วันนี้ เรียนรู้ และ เติบโตไปได้แล้ว ก่อนวางสาย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้บอกว่า หนูจะสู้นะคะ และถ้าหนูทำได้หนูจะติดต่อทีมงานมา หนูจะสู้ต่อไป ขอบคุณมากๆเลยนะคะ...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมแต่งงานกับแฟนมา 10 ปี ล่าสุดแฟนผมเปลี่ยนไป สารภาพ มีผู้ชายอีกคน ผมดูแลเค้าอย่างดีมาตลอด สุดท้ายเค้าเอากระเป๋าแบรนด์เนม ทองคำ ไปจำนำแล้วเอาเงินไปให้ผู้ชายอีกคน ตอนนี้เค้าขอหย่ากับผม อยากลองไปคบผู้ชายอีกคนก่อน แต่ขออยู่บ้านเดิม ให้ผมเลี้ยงดูเค้าเหมือนเดิม

19 ม.ค. 2024

ผมแต่งงานกับแฟนมา 10 ปี ล่าสุดแฟนผมเปลี่ยนไป สารภาพ มีผู้ชายอีกคน ผมดูแลเค้าอย่างดีมาตลอด สุดท้ายเค้าเอากระเป๋าแบรนด์เนม ทองคำ ไปจำนำแล้วเอาเงินไปให้ผู้ชายอีกคน ตอนนี้เค้าขอหย่ากับผม อยากลองไปคบผู้ชายอีกคนก่อน แต่ขออยู่บ้านเดิม ให้ผมเลี้ยงดูเค้าเหมือนเดิม

“คุณโอ (นามสมมติ)” อายุ 36 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 มกราคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ภรรยาขอหย่าไปอยู่กับผู้ชายอื่น แต่ยังอยากเป็นแม่ของลูกอยู่ โดย “คุณโอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ผมแต่งงานกับภรรยามา 10 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ทุกเทศกาลวันหยุดยาว ผมก็จะพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศเสมอ เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาได้พาครอบครัวไปเคาท์ดาวที่ญี่ปุ่น พอกลับจากญี่ปุ่น ผมจับได้ว่าภรรยาแอบไปคุยกับผู้ชายคนอื่น ผมถามถึงสาเหตุ กลับได้คำตอบว่า ‘หมดรักผมแล้ว รักผู้ชายคนใหม่มากกว่า’ เพราะที่ผ่านมาภรรยารู้สึกเจ็บปวดที่อยู่กับผม เพราะเขารู้สึกเหมือนผมไปบงการชีวิต และพูดหักน้ำใจภรรยาอยู่บ่อย ๆ หลังจากที่จับได้ ภรรยาก็บอกอีกว่า ‘ทั้งทองและกระเป๋าแบรนด์เนม เอาไปจำนำเพื่อเอาเงินไปให้ผู้ชายคนใหม่ยืม’ ฝั่งผู้ชายคนใหม่ก็รู้ว่าภรรยามีครอบครัวอยู่แล้ว ผมเป็นห่วง กลัวว่าภรรยาจะโดนหลอก จึงขอประชุมสายกัน 3 คน ผมขอให้ผู้ชายคนใหม่คืนเงิน สิ้นเดือนมกราคมนี้ เพื่อแลกกับการจะไปฟ้องร้อง เป็นสิ่งที่ภรรยาขอไว้ว่าถ้าไม่ฟ้องผู้ชายคนใหม่ ก็อาจกลับไปเป็นครอบครัวเหมือนเดิม พอจบการสนทนา ผมก็แอบโทรศัพท์ไปหาผู้ชายคนใหม่อีกครั้ง เพื่อยื่นข้อเสนออีกว่า ‘เงินที่ยืมไปจะไม่เอาคืน แต่ให้แลกกับการบอกความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น’ ผู้ชายคนใหม่ ก็เล่าให้ฟังว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ วีดิโอคอลกันไปจนถึงเรื่อง Sex แล้ว พอรู้แบบนี้ผมยิ่งกลัวว่าภรรยาตัวเองจะถูกแบล็คเมล์ ผมก็เลยดาวน์โหลดข้อมูลการสนทนาและรูปภาพทางแชทมาเก็บไว้ ตอนแรกยังไม่กล้าเปิดดู จนล่าสุดเปิดดู ก็ปรากฏว่ามีรูปภาพตามที่คิดไว้จริง ซึ่งผมกับภรรยาเคยเดินทางไปที่อำเภอ 1 ครั้งแล้ว เพื่อจดทะเบียนหย่า แต่ผมร้องไห้ ขอร้องว่าไม่อยากหย่า เพราะ พ่อ-แม่ ของผมก็หย่ากัน เลยไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเป็นแบบนั้นอีก ก่อนหน้านี้ 2 วัน ก่อนที่จะโทรมาหาทางรายการ ภรรยาบอกกับผมว่า ‘รักลูก และก็ยังรักผู้ชายคนใหม่ด้วย เราหย่ากัน แต่ยังขออยู่เป็นครอบครัวได้ไหม’ ไม่ได้เป็น สามี-ภรรยา เป็นแค่ พ่อ-แม่ของลูก “คุณโอ” จึงโทรมาปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน จะทำยังไง? งานนี้ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าเป็นพี่คงไม่พยายาม ไม่ฝืน ในสิ่งที่มันจะไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ภรรยาเลือกทุกอย่างไว้แล้ว เหลือแค่คุณโอยอมรับความจริง และปล่อยไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของครอบครัวครั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ หนึ่งลูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สองก็ต้องถามภรรยาให้แน่ว่า ถ้าไปแล้วดีกว่าเรา ยังทำใจได้ แต่ถ้าไปแล้วยังเอาของที่คุณโอซื้อให้ไปจำนำแล้วเอาเงินไปให้ผู้ชายคนนั้น มันเป็นทางเลือกที่ดีกว่าตอนนี้จริง ๆ หรอ’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘สเตปแรก คุณโอต้องยอมรับให้ได้ว่า ภรรยาเขาไม่ได้รักคุณโอแล้ว จะด้วยระหว่างทางที่คุณโอได้ทำผิดพลาดอะไรกับภรรยา หรือที่จริงแล้วเป็นแค่ข้ออ้างที่จะไปรักผู้ชายคนใหม่ คุณโอต้องผ่านสเตปนี้ไปให้ได้ก่อน ถึงจะไปสเตปสอง คือการอยู่ด้วยกันแบบ พ่อ-แม่ ของลูก สิ่งที่คุณโอเคยบอกว่า พ่อ-แม่ เลิกกันและไม่อยากให้ครอบครัวตัวเองเป็นแบบนั้น ถ้าคุณโอยังฝืน รู้ทั้งรู้ว่าภรรยาไม่รัก แต่รั้งไว้เพื่อให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ พี่เติ้ลว่ามันผิด เหมือนว่าหนึ่งการมีเป้าหมายแบบนั้น กระทำแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ครอบครัวดีขึ้น สองเราคิดว่าเราหลอกว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ลูกก็คงรู้ แบบนี้มันแย่กว่าครอบครัวที่แตกซะอีก หรือสเตปต่อไป ถ้าอยากทำให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แต่ พ่อ-แม่ ไม่ได้รักกันแล้วก็ทำได้นะ แต่ไม่อยากให้คุณโอ ส่งเสียหรือดูแลภรรยาแบบเกินไป ในเมื่อภรรยาเลือกคนใหม่แล้ว ภรรยาก็ต้องดูแลตัวเองและเขาก็ต้องทำหน้าที่แม่ของลูก ตามที่เขาอยากจะเป็น จะมาใช้ข้ออ้างว่าเป็นแม่ของลูก แล้วคุณโอต้องมารับผิดชอบทุกอย่าง ให้เงินให้ทอง แบบนี้ไม่ได้’ “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘ความจริงเจ็บปวดเสมอ เวลาเราเลิกกัน มันมีคนบาดเจ็บ คนที่บาดเจ็บคือคนที่ยังไม่มีคนใหม่ ถ้าเขารักลูกมากพอ เขาจะไม่มีคนอื่น เขาจะรักษาครอบครัวไว้มากกว่านี้ การที่ภรรยายังเลือกอยู่กับคุณโอ แล้วอ้างความเป็นแม่ เขายังรักสบายอยู่ ในเมื่อสถานะ สามี-ภรรยา สิ้นสุดแล้ว เราไม่ควรรับผิดชอบภรรยาเก่า คุณโอกับเขาแยกกันอยู่ถึงเวลาก็มาดูแลลูก ถ้าเขาทำหน้าที่แม่ได้ไม่ดี เงินที่เคยให้ภรรยา เอามาจ้างคนดี ๆ เลี้ยงลูกคุณโอ สิ่งที่ไม่ให้ทำคือ เลี้ยงดูปูเสื่อ ถ้าผู้ชายคนใหม่สุภาพบุรุษจริง เขาจะไม่เอาเงินผู้หญิง ถ้าสุภาพบุรุษจริง คุณโอที่เป็นสามีโทรศัพท์ไปหาเขา ผู้ชายดี ๆ เขาเลิกยุ่งไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคุณโอต้องสงสารตัวเอง ทำหน้าที่ พ่อ-แม่ เท่านั้น สามี-ภรรยามันจบแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

21 พ.ค. 2026

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกันเราที่เป็นคนกลางลำบากใจมากไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้ ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนไม่ชอบที่ครอบครัวของเธอ ทำให้เธอที่เป็นคนกลางรู้สึกลำบากใจ ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ได้เล่าว่าความสัมพันธ์กับแฟนตอนนี้กำลังจะเข้าปีที่ 4 แล้ว แฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อายุ 25 ปี แต่ก่อนหน้านั้นช่วงระยะเวลาปีที่ 2 แฟนได้เข้ามาร่วมงานกับที่บ้านของเธอในระยะหนึ่ง โดยที่บ้านก็รู้สึกเข้ากันไม่ได้กับแฟนของคุณฟร๊องส์ เช่น ไม่ชอบนิสัยส่วนตัวของแฟน แฟนไม่รู้จักกาละเทศะ มีพฤติกรรมขณะทำงานที่ทำให้ที่บ้านไม่ค่อยชอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพียงแต่ขอไม่เข้าไปยุ่งด้วย พอแฟนรู้เรื่องนี้ก็เกิดความไม่พอใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่ทะเลาะกันก็จะนำเรื่องนี้มาพูดตลอด ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าจะนำเรื่องของที่บ้านมาพูดทำไม ตัวคุณฟร๊องส์เองได้พูดตรง ๆ กับแฟนไปแล้วว่าการที่นำเรื่องที่บ้านมาพูดมันก็ไม่โอเค แฟนก็รับฟังแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร หลังจากนั้นแฟนก็นำเรื่องที่บ้านมาพูดเรื่อย ๆ และเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น มีการพูดคำหยาบ และเริ่มใช้ความรุนแรง ถึงแม้ว่าจะเกิดเพียงแค่ครั้งเดียวแต่คุณฟร๊องส์ก็รู้สึกว่าการใช้ความรุนแรงมันไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียวในความสัมพันธ์ แม้แฟนรับรู้ว่าครอบครัวของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบตรงไหน แต่แฟนก็มักจะพูดถึงครอบครัวของคุณฟร๊องส์ในทางไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แฟนจะมาหาคุณฟร๊องส์ที่บ้านตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะเป็นบ้านของญาติที่มีปัญหากัน แฟนคุณฟร๊องส์จึงเกิดอาการน้อยใจที่ไม่ได้ทำตามใจตนเอง และพาลพูดถึงครอบครัวในทางไม่ดี คุณฟร๊องส์เองก็พยายามมองอย่างเป็นกลาง และเห็นด้วยกับที่ครอบครัวพูดถึงนิสัยของแฟน เรื่องที่แฟนนิสัยไม่น่ารัก ซึ่งแฟนก็มองว่าทำไมต้องถือสาเขาด้วย ทำให้คุณฟร๊องส์พยายามอยู่ตรงกลางให้ได้มากที่สุด แต่ถ้ามีวันไหนแฟนว่าแรงเกินกว่าเหตุ คุณฟร๊องส์ก็จะห้ามปราม และบอกว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่แฟนก็หาว่าเธอเข้าข้างครอบครัว และยังพูดอีกว่าถ้าเขาเข้ากับที่บ้านไม่ได้แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างไร นับวันปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่จบสิ้น คุณฟร๊องส์เสริมว่าเธอทะเลาะกับแฟนเรื่องนี้เป็นประจำ อย่างน้อย 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แฟนเคยหลุดปากพูดด้วยว่า 'อยากหาคนใหม่' อีกเหตุการณ์คือคุณฟร๊องส์และแฟนทะเลาะกันเรื่องสิ่งของ คุณฟร๊องส์จึงพยายามตีตัวออกหากเพื่อเรียกสติแฟน เมื่อแฟนเห็นว่าไม่ตอบแชตและหายไป แฟนจึงทำการติดต่อไปยังที่บ้านของคุณฟร๊องส์เพื่อที่จะทวงสิ่งของ ทำให้อาของคุณฟร๊องส์งง อาไปเกี่ยวอะไรด้วย และถ้าให้คุณฟร๊องเลือกระหว่างแฟนและครอบครัว เธอเองก็เลือกไม่ได้ เพราะเธอเองก็รักทั้งแฟนและครอบครัว คุณฟร๊องส์จึงพยายามปลอบแฟนว่า อะไรที่เกี่ยวกับที่บ้านจะไม่พูดถึงให้ อย่างน้อยก็ให้นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ ที่เคยทำด้วยกันแทน เธอเลยอยากได้คำแนะนำว่า ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ และยังทะเลาะกันอีก ควรทำอย่างไรต่อดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “ตามพื้นฐานของความสัมพันธ์ ถ้าความสัมพันธ์ไหนไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น หรือถ้าหากไม่ดีขึ้นก็ควรจะเท่าเดิม ถ้าการที่อยู่ในความสัมพันธ์แล้วไม่มีความสุขจะอยู่ด้วยกันต่อทำไม ให้ลองนำข้อดีมาแบ่งและหักล้างกับข้อเสียว่าถ้าในอนาคตจะเป็นคู่คิด คู่ชีวิตกันจะเป็นยังไงบ้าง ให้เอามาพิจารณาคำตอบให้ตัวเองดู” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ถ้าเขารู้ว่าที่บ้านของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบอะไร แล้วเขาอยากให้ชีวิตรักดีขึ้น เขาก็ควรจะปรับตัว แต่นี่เขายืนยันจะเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นคุณฟร๊องส์ต้องตัดสินแล้วว่าอยู่แบบไหนถึงจะมีความสุขมากกว่ากัน ถ้าหากเขาซัพพอร์ตเราดี แต่มีปัญหา toxic เรื่องครอบครัวของเราแล้วไม่เปลี่ยนเราก็ต้องเลือกแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “เคยได้ยินคนเขาพูดว่า 'ก่อนหน้านี้ที่เราใช้ชีวิตผ่านปัญหา 99% แต่พอเราได้เจอเธอทำให้เรามีปัญหา 100%' เธอมาเติมเต็มปัญหาเลยละค่ะ ดังนั้นแฟนคือปัญหา เขาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย ไม่คิดจะปรับตัว อยากเลิก อยากมีคนอื่น พยายามอยู่เหนือเรา ข่มเรา แล้วเราจะเก็บเอาไว้ทำไม ตัดเขาออกแล้วอยู่คนเดียวดีกว่า ไม่ต้องมีภาระทางใจ ตอนนี้คุณฟร๊องส์อยู่เพราะอะไร แล้วเป็นแบบนี้ต่อจะไหวมั้ย จะทะเลาะกับคนรักอาทิตย์ละ 2 ครั้งเลยหรอ แต่ถ้าไม่เลิกก็ต้องทน เพราะเขาตั้งใจไม่ปรับ ยอมรับและอดทนให้ได้ เวลาเขาด่าที่บ้านเราก็นั่งลอย ๆ ไม่ต้องรับทราบอะไร แต่ถ้าได้สติ คนดี ๆ มีเยอะ” หลังจากให้คำปรึกษาเสร็จเรียบร้อย ‘ดีเจเผือก’ ได้เสริมว่า "อีกอย่างที่รับไม่ได้ในความสัมพันธ์คือขู่จะเลิกไปมีคนอื่น แม้จะทะเลาะกันแค่ไหนก็ไม่ควรพูดแบบนี้" จากนั้นคุณฟร๊องก็พูดขึ้นมาว่า "หนูเห็นเขาพูดหลายรอบแล้ว หนูก็เลยไปมีชู้ซะเลย" นั่นทำให้ดีเจทั้งสามถึงกับไปไม่เป็น คดีพลิก เตรียมเบิกตัวพยานอีกปากเพื่อที่จะได้พิจารณาได้อย่างถูกต้องเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

09 ก.ย. 2025

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใครเพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่างเข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน เขาให้เวลาเราไปเคลียร์กับพี่คนนี้แต่ตอนนี้ใจสับสน เพราะพี่เขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และให้นึกถึงความสัมพันธ์10 กว่าปีที่ผ่านอะไรด้วยกันมา หนูสับสน ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี?? “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหามีความสัมพันธ์ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานนับสิบปี แล้วดันมาเจอคนใหม่ที่ดีกว่า โดย “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูมีครอบครัวมาแล้ว มีลูก 1 คน แต่ระหว่างนั้นหนูก็คบกับพี่คนปัจจุบันอยู่ จริง ๆ ระหว่างทางหนูก็คบ ๆ เลิก ๆ กับเขามาบ่อยแล้ว จนในที่สุดหนูก็เลือกที่จะเลิกกับสามีแล้วมาคบกับพี่คนปัจจุบันแทน โดยที่พี่คนนี้เขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อภรรยาเขารู้ ก็เริ่มระแคะระคายและไล่พี่เขาออกจากบ้านไปอยู่หอพักด้านนอก และหนูก็คบกับเขามาได้นาน 13 ปี แบบไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยตัวตน จนกระทั่งปัจจุบันมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้จะเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นแค่ 2 เดือน แต่เขาเข้ามาเติมเต็มความรักในส่วนที่หายไป ทำให้หนูอยากออกมาจากคนเดิม แต่คนแรกก็ไม่ยอมให้หนูไป ด้วยเหตุผลว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้ชายคนใหม่เลย ถ้าจะหมดรักอยากให้หมดรักจากตัวหนูเอง ซึ่งพอเขารับรู้ปัญหานี้ผู้ชายคนใหม่ก็เริ่มถอยห่างออกไป แต่ก็พอจะกั๊กกันอยู่บ้างเหมือนต่างคนต่างรอกันอยู่ แต่ผู้ชายคนแรกก็คือไม่ยอมเลย อะไรที่หนูเคยขอแล้วไม่ได้ ตอนนี้หนูได้ทุกอย่างเลย เขายอมปรับให้หนูทุกอย่าง ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูหมดรักเขาแล้ว อยากจะออกไปจริง ๆ แต่ก็ยังมีความผูกพันธ์กันมากทำให้ตัดกันไม่ขาดสักที เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาศัยการวิดีโอคอลกัน แล้วก็จะมีออกไปกินข้าวกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็หลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิม หนึ่งในสาเหตุที่ตอนนี้ไม่เปิดตัวอาจเป็นเพราะพ่อแม่ของหนูไม่โอเคกับเขาแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนูขอให้เปิดเขาไม่เปิด จนตอนนี้หนูไม่ต้องการเขาแล้ว คนใหม่เขาจริงใจ เขาเดินมาบอกกับพ่อหนูตรง ๆ ว่าคุยกับหนูอยู่ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย ก็เลยรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความรู้สึกของหนูที่มีต่อทั้ง 2 คนคือหนูให้คนปัจจุบัน 80% และคนใหม่ 20% แต่มันดันเป็น 20% ที่หนูตามหาในความรัก หนูเลยอยากรู้ว่า หนูควรอยู่ตรงไหนของความสัมพันธ์นี้ดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากได้แฟนเป็นคนดีให้เลือกคนใหม่ คนเก่าไม่ดีเพราะนอกใจภรรยามาคบกับเรา ถ้าคบกับคนเก่าแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับภรรยา ฉะนั้นเลือกคนใหม่เพราะคนใหม่ไม่รู้กำพืดเราว่าเราทำอะไรมา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ เลือกแต่คนดี ๆ ตัวเราเองก็ต้องดีให้ได้ด้วย ถ้าตั้งใจจะให้ใจใครแล้วก็ต้องให้ทั้งใจและซื่อสัตย์ จะทำตัวเหมือนแต่ก่อนไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่มีความสุขแค่นั้นเลย ตอนนี้ที่คนใหม่เขากลัวเพราะเรายอมเป็นเมียน้อยเขามา 13 ปี พอเจอคนที่ดีและพร้อม เรากลับมูฟออนจากคนเก่าไม่ได้ 13 ปียังไม่พออีกหรอที่จะตามหาสิ่งที่ต้องการ ทำไมไม่มองว่าเราอยู่กับกรรมก้อนนี้มา 13 ปีแล้ว ในเมื่อมีผู้ชายคนใหม่ที่กล้าเข้ามาหาเราแล้วเราจะอาลัยอาวรณ์อะไรอีก เขาคือผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงเลย เขากั๊กไว้ทั้งภรรยาเขาและเรา ขนาดเราเจอคนดี ๆ เข้ามาแล้วยังไม่ปล่อยเราไปเลย’ สุดท้าย “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันมีความสัมพันธ์แบบนี้เยอะ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังลงเพราะมีคนใหม่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป โดยเราก็หลงลืม 80% ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน คุณกิ๊กจะสอนให้ลูกเลือกคนที่รักและเป็นคนดี จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือคนใหม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าอันไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังตัดสินใจไม่ได้คือความเชื่อผิด ๆ ที่บอกว่าเราเลือกไม่ได้เพราะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเราไว้ ความเชื่อเหล่านั้นทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉะนั้นไม่มีใครรั้งเราได้ถ้าเราต้องการที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง จะตัดสินใจอะไรให้นึกถึงลูกเยอะ ๆ ต่อไปลูกจะมองแม่เป็นแบบอย่างเพราะเราเป็นหนึ่งใน Role Model ของลูกเช่นกัน คนใหม่เขาเป็นคนดีมากเลย เขาพยายามที่จะทำให้เราเห็นค่าในตัวเอง สุดท้ายแม้ความรักครั้งนี้จะไม่สมหวังเราก็ยังได้เห็นคุณค่าของตัวเองเพราะฉะนั้นเดินหน้าต่อไปและอย่าตกลงไปในหลุมเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-