ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

21 พ.ค. 2026

ทั้งแฟนและครอบครัวของเราต่างไม่พอใจกัน

เราที่เป็นคนกลางลำบากใจมาก

ไม่รู้จะว่าไปต่อหรือพอกับรักครั้งนี้

        ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) สายแรกในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนไม่ชอบที่ครอบครัวของเธอ ทำให้เธอที่เป็นคนกลางรู้สึกลำบากใจ

        ‘คุณฟร๊องส์’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ได้เล่าว่าความสัมพันธ์กับแฟนตอนนี้กำลังจะเข้าปีที่ 4 แล้ว แฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อายุ 25 ปี แต่ก่อนหน้านั้นช่วงระยะเวลาปีที่ 2 แฟนได้เข้ามาร่วมงานกับที่บ้านของเธอในระยะหนึ่ง โดยที่บ้านก็รู้สึกเข้ากันไม่ได้กับแฟนของคุณฟร๊องส์ เช่น ไม่ชอบนิสัยส่วนตัวของแฟน แฟนไม่รู้จักกาละเทศะ มีพฤติกรรมขณะทำงานที่ทำให้ที่บ้านไม่ค่อยชอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพียงแต่ขอไม่เข้าไปยุ่งด้วย พอแฟนรู้เรื่องนี้ก็เกิดความไม่พอใจ

        เมื่อไหร่ก็ตามที่ทะเลาะกันก็จะนำเรื่องนี้มาพูดตลอด ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าจะนำเรื่องของที่บ้านมาพูดทำไม ตัวคุณฟร๊องส์เองได้พูดตรง ๆ กับแฟนไปแล้วว่าการที่นำเรื่องที่บ้านมาพูดมันก็ไม่โอเค แฟนก็รับฟังแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร หลังจากนั้นแฟนก็นำเรื่องที่บ้านมาพูดเรื่อย ๆ และเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น มีการพูดคำหยาบ และเริ่มใช้ความรุนแรง ถึงแม้ว่าจะเกิดเพียงแค่ครั้งเดียวแต่คุณฟร๊องส์ก็รู้สึกว่าการใช้ความรุนแรงมันไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียวในความสัมพันธ์

        แม้แฟนรับรู้ว่าครอบครัวของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบตรงไหน แต่แฟนก็มักจะพูดถึงครอบครัวของคุณฟร๊องส์ในทางไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์เช่น แฟนจะมาหาคุณฟร๊องส์ที่บ้านตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะเป็นบ้านของญาติที่มีปัญหากัน แฟนคุณฟร๊องส์จึงเกิดอาการน้อยใจที่ไม่ได้ทำตามใจตนเอง และพาลพูดถึงครอบครัวในทางไม่ดี 

        คุณฟร๊องส์เองก็พยายามมองอย่างเป็นกลาง และเห็นด้วยกับที่ครอบครัวพูดถึงนิสัยของแฟน เรื่องที่แฟนนิสัยไม่น่ารัก ซึ่งแฟนก็มองว่าทำไมต้องถือสาเขาด้วย ทำให้คุณฟร๊องส์พยายามอยู่ตรงกลางให้ได้มากที่สุด แต่ถ้ามีวันไหนแฟนว่าแรงเกินกว่าเหตุ คุณฟร๊องส์ก็จะห้ามปราม และบอกว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่แฟนก็หาว่าเธอเข้าข้างครอบครัว และยังพูดอีกว่าถ้าเขาเข้ากับที่บ้านไม่ได้แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างไร นับวันปัญหาก็ดูเหมือนจะไม่จบสิ้น คุณฟร๊องส์เสริมว่าเธอทะเลาะกับแฟนเรื่องนี้เป็นประจำ อย่างน้อย 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แฟนเคยหลุดปากพูดด้วยว่า 'อยากหาคนใหม่' 

        อีกเหตุการณ์คือคุณฟร๊องส์และแฟนทะเลาะกันเรื่องสิ่งของ คุณฟร๊องส์จึงพยายามตีตัวออกหากเพื่อเรียกสติแฟน เมื่อแฟนเห็นว่าไม่ตอบแชตและหายไป แฟนจึงทำการติดต่อไปยังที่บ้านของคุณฟร๊องส์เพื่อที่จะทวงสิ่งของ ทำให้อาของคุณฟร๊องส์งง อาไปเกี่ยวอะไรด้วย 

        และถ้าให้คุณฟร๊องเลือกระหว่างแฟนและครอบครัว เธอเองก็เลือกไม่ได้ เพราะเธอเองก็รักทั้งแฟนและครอบครัว คุณฟร๊องส์จึงพยายามปลอบแฟนว่า อะไรที่เกี่ยวกับที่บ้านจะไม่พูดถึงให้ อย่างน้อยก็ให้นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ ที่เคยทำด้วยกันแทน เธอเลยอยากได้คำแนะนำว่า ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ และยังทะเลาะกันอีก ควรทำอย่างไรต่อดี

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “ตามพื้นฐานของความสัมพันธ์ ถ้าความสัมพันธ์ไหนไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น หรือถ้าหากไม่ดีขึ้นก็ควรจะเท่าเดิม ถ้าการที่อยู่ในความสัมพันธ์แล้วไม่มีความสุขจะอยู่ด้วยกันต่อทำไม ให้ลองนำข้อดีมาแบ่งและหักล้างกับข้อเสียว่าถ้าในอนาคตจะเป็นคู่คิด คู่ชีวิตกันจะเป็นยังไงบ้าง ให้เอามาพิจารณาคำตอบให้ตัวเองดู”

        ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ถ้าเขารู้ว่าที่บ้านของคุณฟร๊องส์ไม่ชอบอะไร แล้วเขาอยากให้ชีวิตรักดีขึ้น เขาก็ควรจะปรับตัว แต่นี่เขายืนยันจะเป็นเหมือนเดิม ดังนั้นคุณฟร๊องส์ต้องตัดสินแล้วว่าอยู่แบบไหนถึงจะมีความสุขมากกว่ากัน ถ้าหากเขาซัพพอร์ตเราดี แต่มีปัญหา toxic เรื่องครอบครัวของเราแล้วไม่เปลี่ยนเราก็ต้องเลือกแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้”

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “เคยได้ยินคนเขาพูดว่า 'ก่อนหน้านี้ที่เราใช้ชีวิตผ่านปัญหา 99% แต่พอเราได้เจอเธอทำให้เรามีปัญหา 100%' เธอมาเติมเต็มปัญหาเลยละค่ะ ดังนั้นแฟนคือปัญหา เขาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย ไม่คิดจะปรับตัว อยากเลิก อยากมีคนอื่น พยายามอยู่เหนือเรา ข่มเรา แล้วเราจะเก็บเอาไว้ทำไม ตัดเขาออกแล้วอยู่คนเดียวดีกว่า ไม่ต้องมีภาระทางใจ ตอนนี้คุณฟร๊องส์อยู่เพราะอะไร แล้วเป็นแบบนี้ต่อจะไหวมั้ย จะทะเลาะกับคนรักอาทิตย์ละ 2 ครั้งเลยหรอ แต่ถ้าไม่เลิกก็ต้องทน เพราะเขาตั้งใจไม่ปรับ ยอมรับและอดทนให้ได้ เวลาเขาด่าที่บ้านเราก็นั่งลอย ๆ ไม่ต้องรับทราบอะไร แต่ถ้าได้สติ คนดี ๆ มีเยอะ”

        หลังจากให้คำปรึกษาเสร็จเรียบร้อย ‘ดีเจเผือก’ ได้เสริมว่า "อีกอย่างที่รับไม่ได้ในความสัมพันธ์คือขู่จะเลิกไปมีคนอื่น แม้จะทะเลาะกันแค่ไหนก็ไม่ควรพูดแบบนี้" จากนั้นคุณฟร๊องก็พูดขึ้นมาว่า "หนูเห็นเขาพูดหลายรอบแล้ว หนูก็เลยไปมีชู้ซะเลย" นั่นทำให้ดีเจทั้งสามถึงกับไปไม่เป็น คดีพลิก เตรียมเบิกตัวพยานอีกปากเพื่อที่จะได้พิจารณาได้อย่างถูกต้อง 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กินข้าวกับเพื่อน จะโอนเงินให้เพื่อน ตั้งรายการโปรดไว้ ปรากฎโอนเสร็จ เพื่อนบอกเงินไม่เข้า อ้าว แล้วโอนไปให้ใคร สรุป เราโอนไปให้คนคุยเก่า ที่เลิกคุยกันไปแล้ว คนคุยคนนี้เราเป็นคนเทเขาด้วย ตอนนี้ยังลังเลอยู่ว่าจะทักไปทวงเงินตรงนี้ดีไหม? เพราะเสียดาย 139 บาท

22 ก.ค. 2025

กินข้าวกับเพื่อน จะโอนเงินให้เพื่อน ตั้งรายการโปรดไว้ ปรากฎโอนเสร็จ เพื่อนบอกเงินไม่เข้า อ้าว แล้วโอนไปให้ใคร สรุป เราโอนไปให้คนคุยเก่า ที่เลิกคุยกันไปแล้ว คนคุยคนนี้เราเป็นคนเทเขาด้วย ตอนนี้ยังลังเลอยู่ว่าจะทักไปทวงเงินตรงนี้ดีไหม? เพราะเสียดาย 139 บาท

กินข้าวกับเพื่อน จะโอนเงินให้เพื่อน ตั้งรายการโปรดไว้ ปรากฎโอนเสร็จ เพื่อนบอกเงินไม่เข้าอ้าว แล้วโอนไปให้ใคร สรุป เราโอนไปให้คนคุยเก่า ที่เลิกคุยกันไปแล้ว คนคุยคนนี้เราเป็นคนเทเขาด้วยหายไปจากเลย ตอนนี้ยังลังเลอยู่ว่าจะทักไปทวงเงินตรงนี้ดีไหม? เพราะเสียดาย 139 บาทที่โอนผิดไปแต่เขาก็มีแฟนของเขาอยู่แล้วกลัวจะมีปัญหา หรือให้คิดซะว่า เป็นค่าเวรกรรมที่เราเคยทำกับเขาไว้ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงกันคะ? “คุณเจน (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจตู่ ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาที่ตัวเองโอนเงินผิดไปหาคนคุยเก่าที่เราไปเทเขาเอง โดย “คุณเจน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อวันพฤหัสที่แล้วหนูไปเที่ยวกับเพื่อน ไปกินข้าวกัน ตอนนั้นรีบมากเพราะห้างกำลังจะปิดแล้ว เลยรวมบิลให้เพื่อนจ่ายไปก่อนเพราะหนูจะรีบไปซื้อไอติม กำลังจะโอนเงินให้เพื่อน ตอนนั้นหนูงงไม่ทันได้ดูมือถือ ตั้งชื่อเพื่อนในแอพธนาคารเอาไว้เป็นตัว M เลยกดโอนไป 139 บาท แต่พอโอนไปแล้วสรุปไม่ใช่ชื่อเพื่อนหนู เลยมานั่งระลึกชาติว่าคนนี้คือใคร สรุปคนนั้นคือคนคุยเก่า แล้วคนคุยคนนี้เราเป็นคนหายไปจากเขาเอง เราไปเขาก่อนไม่กี่วันที่จะไปเที่ยวกัน แล้วตอนนี้เขาก็มีแฟนแล้ว แต่เพื่อนหนูบอกว่ายังไงมันก็คือเงินหนู เลยอยากรู้ว่าถ้าทักไปทวงเงินเขาจะดูน่าเกลียดไหม?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จ่ายค่าโง่ตัวเอง การไปทวงเขาพี่รู้สึกว่ามันเสียศักดิ์ศรี ถ้าทักไปหาเขาเดี๋ยวก็มีปัญหากับแฟนเขาอีก หนูก็ได้บทเรียนแล้ว เวลาจะตั้งชื่อบัญชีใครก็ตั้งเป็นชื่ออย่าตั้งเป็นตัวย่อ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูเป็นคนที่เทเขา แล้วหนูจะกล้าโทรไปทวงเงิน 139 บาทอีกไหม พี่ว่าการไปทวงเขามันมีค่ามากกว่า 139 บาท มีสติเวลาจะกดโอน ถ้ามันเยอะกว่านี้มันจะยุ่งยากกว่านี้’ ต่อมา “ดีเจตู่ ภพธร” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เจนปล่อยเขาไปเถอะ เจนเทเขาแล้วเจนยังไปทวง 139 บาทที่เจนโอนพลาดไป เดี๋ยวเจนนั่งแท็กซี่มาเอาที่พี่เลย แต่มันมีวิธีที่เราติดต่อกับธนาคารได้ แล้วธนาคารเขาก็จะพยายามติดต่อเจ้าของบัญชีนั้น’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจตู่ภพธร) ก็ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘ไม่ต้องไปทวงเงินคนคุยเก่า ถือว่าเป็นบทเรียน และมีสติให้มากขึ้นก่อนจะโอนเงินออกจากบัญชี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

08 ธ.ค. 2023

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

“คุณเมย์ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล กับปัญหาที่น้องที่รู้จักกันไปมีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็เลิกติดต่อกัน แต่ผู้ชายดันมาบอกเราว่าเขาติดเชื้อ HIV เพื่อให้เราไปบอกน้อง โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่ามีผู้ชายคนนึง เขาติดเชื้อ HIV แล้วเขาทักมาหาหนู คือเขามาบอกว่าเขาไปมีอะไรกับน้องน้องคนนึงที่หนูรู้จัก แต่เราไม่ได้สนิทกัน แล้วต้องการให้หนูไปบอกน้องคนนั้นให้หน่อยว่าเขาเป็นโรค แต่คือหนูไม่กล้าบอกน้อง หนูอึดอัดมาก กลัวน้องเขาคิดมาก และจะทำอะไรไม่ดี เพราะน้องเขาทำงานกลางคืนเป็นพีอาร์อะไรแบบนี้ เหมือนประมาณว่าน้องเขาไม่อยากติดต่อไม่อยากยุ่งด้วย เพราะน้องเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่เหมือนกับผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกค้า และมาติดพันน้อง แล้วอยากให้น้องเขามาติดต่อด้วย แต่น้องเขาบล็อกทุกช่องทางเลยไม่ให้ติดต่อด้วย น้องเขาไม่อยากจะคุยต่อแล้วอะไรแบบนี้ ส่วนน้องผู้หญิงหนูก็ไม่ค่อยสนิทขนาดนั้น ไม่เคยไปยุ่งกับครอบครัวน้องเขา แต่รู้ว่าน้องเขามีลูก แล้วยังเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วย ถ้าหนูไม่บอกเขาผลข้างหน้าจะเป็นยังไงก็พอเดาออก แต่ถ้าตัดสินใจบอกแล้วน้องเขาคิดสั้นหนูก็แย่ อีกทั้งหนูไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าน้องเขาจะคิดว่าหนูไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขา น้องเขาก็จะมองหนูไม่ดีอีก หนูไม่เคยรับรู้ความสัมพันธ์ของน้องกับผู้ชายคนนี้มาก่อน เพียงแต่ว่าตอนที่หนูเคยไปบ้านน้อง ไปหาลูกเขา หนูเคยเห็นผู้ชายคนนี้นั่งอยู่ แต่ก็คิดว่าคงรู้จักกันเพราะผู้ชายคนนี้อายุเยอะแล้วน่าจะประมาณ 50 ได้ หนูก็เลยคิดว่าที่ผู้ชายคนนี้ทักมาหาหนูเพราะเห็นหนูไปหาน้องเขาที่บ้าน เขาเลยทักมาถามสารทุกข์สุขดิบของน้อง แล้วก็มาระบายเรื่องต่าง ๆ ให้เราฟัง แต่ข้อความสุดท้ายที่หนูช๊อคที่สุดก็คือเขาบอกว่า “รู้มั้ยเนี่ยว่าน้องเขาติดโรคนะ” เหมือนผู้ชายเขามั่นใจว่าเขาทำให้น้องติดเชื้อ HIV หนูคิดว่าเหมือนผู้ชายคนนี้ตั้งใจทำให้น้องติดเพราะน้องจะได้ไม่ไปจากเขา คือผู้ชายอายุมากกว่าน้อง แล้วน้องอายุแค่ 20 ต้น ๆ น้องเขาก็อยากทำงานอยากมีแฟนอะไรของเขาไป จึงอยากจะถามว่า “ตอนนี้หนูต้องทำยังไง ควรบอกน้องมั้ย เพราะถ้าหนูไม่บอกหนูก็อึดอัด เพราะว่าก็รู้อยู่แก่ใจ” ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่คิดว่าควรบอก มันเป็นเรื่องสำคัญต่อตัวเขา เขาจะต้องดูแลตัวเอง ดูแลลูก และสามีเขา มันสำคัญที่วิธีการบอก คือถ้าเมย์รับรู้ว่าเขาติดเชื้อเขาอาจจะเครียด ในมุมมองของพี่เมย์ต้องเนียนเหมือนเมย์ไม่ได้รับรู้เรื่องอะไร บอกไปว่าพี่คนนั้นเขาติดต่อไม่ได้ แต่เขาบอกว่าให้ไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพอะไรแบบนี้ แล้วก็ตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร พี่ว่าการที่น้องเขาไม่รู้ และเขาไม่ได้รับยา น้องเขาก็ตายเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดเขาไม่รู้ เขาอาจมีโอกาสแพร่เชื้อให้ลูกเขาหรือสามีเขาก็ได้ ลูกอาจจะยากหน่อยแต่สามีอะ มันจะกลายเป็นว่าทั้งพ่อทั้งแม่ก็เป็น เหลือแค่ลูก คือการติดเชื้อ HIV เอาจริง ๆ มะเร็งน่ากลัวกว่า แต่ทีนี้มันเป็นโรคที่เหมือนสังคม ใครเป็นเขาอาจจจะรู้สึกว่าเขาอาย’ ต่อมาเป็น “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ทั้งหมดเลย เพราะพี่ว่ามันยากอยู่แล้ว ความจริงง่ายที่สุด จะไปบอกเขาด้วยเจตนาที่ดี บอกไปว่าพี่ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเขานะ และหนูก็ไม่จำเป็นต้องเล่าด้วย แต่ว่าพี่คิดว่าด้วยเจตนาที่ดีทั้งปวงในฐานะของพี่ พี่คิดว่าหนูควรไปตรวจ และถ้าหนูอยากให้พี่ไปเป็นเพื่อนบอกพี่ได้ พี่ยินดี พี่ไม่ได้พูดกับใครทั้งสิ้น และก็คิดเรื่องนี้อยู่นานมากว่าควรจะทำยังไง พูดความจริงทั้งหมดที่คิดอยู่ในใจง่ายที่สุด และไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นไม่ต้องตกใจ สำคัญคือต้องรู้สถานการณ์ และเราควบคุมมันได้ ณ วันนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าเรารู้ตัว เราแค่รู้ว่าเราจะรับมือกับมันยังไงแค่นั้นเอง เพราะทุกวันนี้มันก็มียาที่เราสามารถกินได้ตลอดชีวิต เราก็ให้ข้อมูลเขาไป ตอนบอกก็แถมความรู้นี้ให้เขาไปด้วย’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ต้องบอกว่าเราเป็นห่วงจริง ๆ เราถึงพูด จริง ๆ จะเงียบไปเลยก็ได้นะ แต่ในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ๆ คนที่จะได้รับผลกระทบคือ บ้านของหนูทั้งบ้านนะ ทุกวันนี้คนที่มีเชื้อ HIV อยู่ได้ปกติมาก บางคนกินยาไปเรื่อย ๆ แล้วเชื้อมันต่ำลงจนหมดไปเลยก็มี แล้วถ้าน้องคนนั้นจะมองคุณเมย์ว่าทำไมคุณเมย์มาพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว อย่างน้อยคุณเมย์ก็ได้ช่วยชีวิตคน เมย์ลองคิดสภาพนะถ้าไม่บอกแล้วเขาติดทั้งบ้านอันไหนนรกกว่ากันสำหรับหนู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

17 พ.ค. 2024

ผู้บริหารที่ต่างประเทศ เห็นรูปหนูแล้วชอบ เลยขอเสนอตัวมาดูงานที่ไทย เขาบอกชอบหนู อยากให้หนูกลับไปพร้อมเขาจะให้เงิน 7 หลัก แต่หนูปฏิเสธไป เพราะหนูก็มีสามีแล้ว แต่พอสามีรู้เรื่องนี้ เห็นเพื่อนมาแซว สามีก็เศร้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมเลย...

“คุณออ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (16 พ.ค. 67) ได้โทรเข้มาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่ผู้บริหารเคยขอซื้อตัว 7 หลัก แต่เราปฏิเสธจนเพื่อนแซว แล้วสามีมาเห็น ทำให้ความสัมพันธ์เราเปลี่ยนไป โดย “คุณออ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานมาแล้ว 7 - 8 ปี ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่บริษัทต่างชาติ มีผู้บริหาร 2 แบบ คือ แบบที่อยู่ประจำสาขาที่ไทย และประจำอยู่สาขาต่างประเทศที่บริษัทแม่ ซึ่งมีผู้บริหารท่านหนึ่งจากบริษัทแม่บินมาดูงานที่ไทย ท่านเห็นรูปหนูจากรูป Outing ของบริษัท แล้วท่านชอบ พอบินมาวันแรกก็เสนอเงินก้อนหนึ่งประมาณ 7 หลัก ให้หนูเลิกกับสามี แล้วบินไปอยู่กับท่านที่ต่างประเทศเลย แต่หนูปฏิเสธไป ท่านก็เคารพการตัดสินใจของหนู ทีนี้ประเด็นมันมาอยู่ที่สามีของหนูมาเห็นแชทที่คุยเรื่องผู้บริหารคนนี้เล่นกับพี่ๆในออฟฟิศ ประมาณว่าแซวกันเล่นๆ แล้วสามีของหนูเขานอยมาก หลังจากวันนั้นครอบครัวที่มีความสุขก็เปลี่ยนไป ทั้งที่หนูบอกอธิบายไปแล้วว่าหนูปฏิเสธ แล้วท่านก็เข้าใจ เขาคงคิดว่า หนูอาจจะไปสักวัน หรือไม่ก็อาจจะมีผู้บริหารคนอื่นติดต่อหนูมาอีก ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือนแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม บางครั้งที่อยู่ด้วยกันแล้วมีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ เขาก็จะถามว่า ใครไลน์มา หรือไม่ก็เวลาเขาดื่มแล้วเมาเขาก็จะชอบเอาเรื่องนี้กลับมาพูด บางครั้งพูดต่อหน้าผู้ใหญ่ ต่อหน้าพ่อแม่เขา และพ่อแม่เรา ทำนองว่า มีคนมาติดต่อขอเลี้ยงดู แรกๆหนูก็แกล้งตลกกลบเกลื่อนไป แต่หลังๆมันไม่ตลกแล้ว พอมันบ่อยเข้า จนหนูเองก็เริ่มรำคาญ หนูเคยเรียกเขามาคุยตอนเขาไม่เมาประมาณว่า พูดแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่มันไม่ดี พ่อแม่คุณจะมองเรายังไง หลังจากนั้นก็เงียบไป สักพักก็จะกลับมาพูดอีก บางครั้งผู้บริหารมาไทยต้องมีกินเลี้ยงต้อนรับกับบริษัท พอเราถ่ายรูปลง สามีก็จะมาเม้นต์ว่า จะไปเอาเงินล้านหรอ ไม่ใช่ในเชิงล้อเล่น จริงๆแล้วสามีหนูเขาไม่ใช่คนขี้ระแวง ไม่เคยหึงเลย แต่ว่ามีครั้งนึงที่เขาไปคุยกับคนอื่นแล้วหนูจับได้ หนูว่าเขาน่าจะฝังใจจากคราวนั้น คงกลัวว่าหนูจะเอาคืน ทั้งที่เรื่องนี้มันผ่านมาแล้ว ตั้งแต่คบกันก่อนแต่ง ที่ผ่านมาก็อยู่ด้วยกันได้ดีตลอด เขาดูเเลเราได้ดีทุกอย่าง อาจจะมีเรื่องเงินเดือนที่น้อยกว่า ประมาณสองเท่าตัว หรือว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้ที่เขาไม่ค่อยมั่นใจ สามีกับหนูมีลูกด้วยกันคนเดียว อายุ 6 ขวบ เคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงไปเที่ยวด้วยกันต่างจังหวัด ในตอนที่เรามีความสุขกันอยู่ ถึงไม่เมาเขาก็จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หนูพยายามชมเขาต่อหน้ากันเอง และต่อหน้าคนอื่น แล้วลงโซเชียล จนทุกวันนี้หนูแทบจะโพสแต่เรื่องผัวหนูแล้ว หนูจะทำยังไงกับปัญหานี้ดี?’ โดย “ดีเจทั้ง 3 ท่าน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องแรก เราอาจจะให้ลูกเป็นตัวเชื่อม โดยทำกิจกรรมร่วมกัน หรือไม่ก็อาจจะลงชื่นชมกับเขาในโซเชียล ครบรอบ Anniversary รักที่สุดเลยนะ อะไรแบบนี้ หรือเวลาที่บรรยากาศดีๆ แล้วเขาพูดปัญหานี้ ให้หนูลองกรี๊ดใส่หน้าเขา ให้เขารู้ว่าเราแปลงร่างได้ แล้วเขาจะงง หรือเมื่อไหร่ถ้าพูดเรื่องนี้ปรับ 1,000 บาท หรือพูดกับเขาตรงๆว่า อย่าทำให้เสียบรรยากาศ หรือว่าถ้าเกิดหนักๆเลย เขาพูดเรื่องนี้ เราก็เอาเรื่องที่เขานอกใจมาพูดบาง เอาคืนมันไปเลย และสุดท้ายแนะนำให้ทั้งคู่ชวนกันไปพบจิตบำบัด ไปปรึกษา ซึ่งการปรึกษาไม่จำเป็นต้องมีปัญหาถึงจะไปได้ แค่พูดคุยเพื่ออัพเดตชีวิตซึ่งกันและกันโดยมีคนกลาง ก็พูดกับสามีไปตรงๆเลยว่า เธอมีปัญหาเรื่องนี้ แต่ต้องพูดกันดีๆ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เตรียมปัญหาไป แบบ เธอมีปัญหาอะไร ฉันมีปัญหาอะไร? แล้วไปคุยกันตรงนั้นโดยที่ไม่ต้องทะเลาะกัน เขาอาจจะยังทำใจไม่ได้ ก็ให้เวลาเขา ชมเขาบ่อยๆให้เขามั่นใจเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุย ค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมา ภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ

25 เม.ย. 2025

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุย ค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมา ภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุยค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมาภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ หนูควรบอกใครก่อนดี “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘มีพี่ในทีมคนหนึ่งเป็นผู้หญิง นามสมมุติว่า “พี่ฟ้า” เป็นคนสวย ตัวเล็ก น่ารัก และจะมีพี่อีกคนที่อยู่ต่างแผนก เป็นผู้ชาย นามสมมุติว่า “พี่เอ็ม” ดูเป็นคนเฟรนลี่ คุยกับทุกคนในบริษัทได้หมด เขามักจะเดินมาคุยเล่นกับพวกหนูในทีม โดยส่วนตัวหนูเป็นคนไม่ค่อยพูด อยู่เงียบ ๆ ทำงานของตัวเอง และเพิ่งเริ่มทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปี วันหนึ่งพี่ฟ้าใส่กระโปรง แล้วลุกขึ้นยืนเม้ามอยกับพี่อีกคนในทีม ขณะนั้นพวกเขากำลังดูหน้าจอคอมพิวเตอร์และคุยกันอยู่ ซักพักพี่เอ็มเดินมานั่งตรงเก้าอี้พี่ฟ้า แล้วก็สไลด์ตัวเข้าไปใกล้ ๆ พี่ฟ้า ซึ่งปกติเขาก็ทำแบบนี้เป็นประจำ ถ้าไม่สังเกตุก็จะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของเขา แต่วันนั้นสายตาหนูบังเอิญเหลือบไปเห็นพอดี เขาถือโทรศัพท์ด้วยมือขวา โดยคว่ำหน้าจอลง และกล้องโทรศัพท์ก็โผล่ออกมา ตอนแรกหนูก็คิดว่าเขาจับโทรศัพท์ปกติ ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่เพราะหนูเป็นคนขี้ระแวง เวลามีคนเดินมาก็จะชอบสังเกต ทีนี้ เขาค่อย ๆ เลื่อนโทรศัพท์เข้าไปใกล้ ๆ ใต้กระโปรง และมีจังหวะหนึ่งที่เขาเหลือบตามองโทรศัพท์ตัวเอง จากนั้นก็เขยิบเข้าไปใกล้พี่ฟ้ามากขึ้น ตรงนั้นไม่ได้มีแค่พี่ฟ้าคนเดียว แต่มีคนอื่นยืนอยู่ด้วยหลายคน ไม่มีใครหันมาสังเกตข้างหลังตัวเองเลย ส่วนหนูนั่งอยู่ด้านหลังเขา ถึงจะหันหลังให้ แต่ก็หันไปมองเป็นระยะ ๆ ว่าเขาคุยอะไรกัน ตอนที่หนูเห็นครั้งแรก หนูก็ใจเต้น เพราะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า หลังจากวันนั้นหนูก็เริ่มสังเกตเรื่อย ๆ ว่าเวลาที่เขาเดินมา เขายังทำพฤติกรรมแบบนี้อีกไหม หนูสังเกตว่าถ้าพี่ฟ้าใส่กางเกง เขาก็ไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น แต่ถ้าใส่กระโปรง เขาก็ยังคงเดินมาแล้วสไลด์ตัวเข้าไปใกล้เหมือนเดิม มีวันหนึ่งที่พี่ฟ้ายืนแล้วเลื่อนตัวไปด้านข้าง เขาก็เลื่อนตัวตามไปด้วย ทำให้หนูเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นมาอีกขั้น และทุกครั้งที่เขาทำ เขาจะตั้งโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าขาเสมอ แม้หนูจะไม่เห็นหน้าจอว่าเปิดกล้องหรือเปล่า แต่ก็สังเกตพฤติกรรมไว้ ปกติหนูไม่ค่อยคุยกับพี่ ๆ เพราะเป็นเด็กสุดในทีม เลยไม่กล้าบอกใคร หนูสนิทกับหัวหน้าทีมที่สุด เวลามีอะไรก็จะปรึกษาเขา หัวหน้าทีมเป็นทอม และหนูก็ไม่แน่ใจว่าเขากับพี่ฟ้ากุ๊กกิ๊กกันรึเปล่า แต่เพราะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน หนูเลยรู้สึกกลัวและไม่กล้าเล่า อีกอย่างพี่เอ็มดูมีภาพลักษณ์เฟรนลี่ ไม่ดูเป็นคนมีพิษมีภัย ก่อนหน้านี้พี่เอ็มก็มีพฤติกรรมกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ คล้าย ๆ กัน เช่น ขยี้ผมแบบเอ็นดู ตอนนั้นหนูก็คิดว่าเขาเอ็นดูจริง ๆ แต่หลังเหตุการณ์วันนั้น หนูก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และสังเกตว่าเขาไม่ได้ทำแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ได้มีลักษณะตรงสเปกเขา พี่เอ็มน่าจะอายุสามสิบกว่าปีแล้ว เขามีลูกสาว และเคยพาลูกมาที่ออฟฟิศ ให้พวกหนูช่วยกันเลี้ยง เด็กน่ารักดี แค่อายุประมาณอนุบาล หนูเลยยิ่งรู้สึกกลัวว่า ถ้าเราไปเล่า จะมีใครเชื่อหรือเปล่า เหตุการณ์ที่หนูเห็นแบบชัด ๆ มี 4 วัน แต่ละวันก็เกิดขึ้นมากกว่า 2 ครั้ง พี่เอ็มชอบเดินมาแถวนี้บ่อยมาก ส่วนพี่ฟ้าก็ชอบคุยเม้ามอยโดยไม่ทันระวังตัว ตอนแรกหนูก็ตั้งใจจะถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้หัวหน้าทีมช่วยดู ถ้าพี่เขารู้สึกเหมือนกัน หนูก็อยากให้เขาช่วยสังเกตเพิ่มเติมด้วย หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูควรเริ่มเล่าเรื่องนี้กับใครก่อนดี? และควรพูดยังไง? เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าน้ำสนิทกับหัวหน้า ก็ต้องเข้าทางหัวหน้านะ ถ้าเรายังไม่แน่ใจ พี่ว่าเราก็ต้องหาคนที่เราไว้ใจว่าคุยกับเขาได้ เพื่อที่จะเป็นพยานร่วมกัน สมมติว่าเขาชื่อพี่ดิน พี่ก็จะบอกว่า “เออ พี่ดิน คือหนูบังเอิญไปเห็นสิ่งที่พี่เอ็มทำ แต่หนูไม่แน่ใจว่าหนูคิดมากไปเองรึเปล่า เลยอยากให้พี่ดินช่วยมาดูหน่อยว่าทำไมเวลาพี่เอ็มเขามาคุยกับพี่ฟ้า หนูเห็นว่าเขาเอามือถือไปไว้ใต้กระโปรงพี่ฟ้า แต่หนูก็ไม่แน่ใจ เลยอยากให้พี่ดินช่วยดูหน่อยว่าสิ่งที่หนูคิดมันจริงรึเปล่า” จริง ๆ คนเฟรนลี่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำแบบนี้ เพราะบางทีคนเฟรนลี่ทำแบบนี้ คนเลยไม่รู้ไง ถ้าน้ำลองประมวลสถานการณ์ทั้งหมดดี ๆ แล้วน้ำรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นอย่างที่น้ำคิดจริง ๆ พี่ว่ามันควรต้องบอกนะ เพราะว่าเขาก็คือภัยของคนในออฟฟิศ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แอบถ่ายเขาสัก 2–3 คลิป ถ้าเขาทำบ่อย แล้วลองเอาไปให้หัวหน้าทีมดู แล้วเข้าหาแบบตลก ๆ หน่อย เผื่อเขาบอกว่าไม่ใช่ เราก็ยังสามารถพลิกแพลงได้ เพื่อปกป้องตัวเราเอง สิ่งที่เราทำอยู่คือการเป็นพลเมืองดี พอหัวหน้าทีมเห็นภาพในกล้องของหนูแล้ว เขาจะประเมินเอง ถ้ามันใช่ เขาอาจจะดำเนินเรื่องขอดูกล้องวงจรปิด แล้วเอามาใช้ประกอบกัน’สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ เห็นด้วยกับการที่จะไปบอกหัวหน้า ถ้าเราอยากจะทำอะไรสักอย่าง แต่การจะแอบถ่ายก็ไม่ง่าย อาจจะเริ่มต้นจับตาดูกันแค่ 2 คนก่อน แต่ถ้าน้ำเชื่อในสกิลนักสืบของน้ำ น้ำถ่ายได้ก็เอาเลย แต่ถ้าจะพิสูจน์เรื่องนี้ ต้องค่อย ๆ ให้มันชัดเจนจริง ๆ ความมั่นใจมันสำคัญมากกับเรื่องนี้ เพราะมันต้องมีคนเสียหายแน่ ๆ แต่ว่าจะเป็นฝั่งไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-