หนุ่มจากแอป ชอบทดสอบสังคม ความคิดสุดเหยียด แถมมั่นหน้าไม่ไหว
แบบนี้หนูควรรับมือยังไงดีคะ?!

‘คุณเกลือ’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ตุลาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม‘ เกี่ยวกับประสบการณ์เดตสุดพีคของเธอ!
‘คุณเกลือ’ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี โทรเข้ามาเล่าประสบการณ์เดตสุดแปลก หลังได้พูดคุยกับชายวัย 3X ปี ที่ทำเอาเธอต้องตั้งคำถามกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายตั้งแต่ยังไม่เคยเจอหน้ากัน โดยเธอยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกชอบฝ่ายชายในเชิงชู้สาว เพียงแต่รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนอยากรู้ว่า “เห้ย เป็นใครวะ อยากรู้” พร้อมเปรียบเทียบความรู้สึกของตัวเองขำ ๆ ว่าเหมือนวัยรุ่นที่อยากลองอะไรท้าทายสักครั้ง
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคุณเกลือได้ปัดแอปหาคู่จนได้เจอผู้ชายคนหนึ่ง ฝ่ายชายเป็นคนขออินสตาแกรมของคุณเกลือไป แต่กลับทักข้อความมาหาโดยไม่ได้กดติดตาม ต่อมาเขาก็กดติดตามและยกเลิกการติดตามซ้ำไปซ้ำมา จนเธอรู้สึกสงสัยกับพฤติกรรมดังกล่าว ต่อมา คุณเกลือเห็นเพื่อนลงสตอรี่อินสตาแกรมเกี่ยวกับการไปออกกำลังกาย และสังเกตเห็นฝ่ายชายอยู่ในสตอรี่ จึงทักไปถามเพื่อนว่า “แกอะรู้จักผู้ชายคนนี้ไหม” ซึ่งเพื่อนตอบว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เป็นเพียงเพื่อนร่วมคลาสกันเท่านั้น หลังจากนั้นฝ่ายชายก็ลงสตอรี่ในลักษณะเดียวกัน (รูปจบคลาสออกกำลังกายที่ถ่ายร่วมกันหลายคน) คุณเกลือจึงกดเข้าไปดู ก่อนที่ฝ่ายชายจะทักมาบอกว่า “เนี่ยเธอดูสนใจเรานะ พี่รู้สึกว่าเธอมีความพยายามจะติดต่อพี่มา พี่ก็เลยจะมาคุยกับเธอ” ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเพียงแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะมองว่าพฤติกรรมการฟอลโลว์และอันฟอลโลว์ซ้ำไปซ้ำมานั้นแปลกดี ทั้งยังย้ำว่าไม่ได้มีความรู้สึกชอบเชิงชู้สาวแต่อย่างใด
คุณเกลืออยากรู้อยากเห็นว่าการคุยกับผู้ชายคนนี้จะเป็นอย่างไร จึงได้เริ่มพูดคุยสานต่อความสัมพันธ์กัน ฝ่ายชายบอกว่าไม่ชอบพิมพ์แชต แต่ชอบโทรศัพท์คุยมากกว่า คุณเกลือจึงคิดในใจประมาณว่า “อะ ๆ ๆ อยากคุยก็มา!” ระหว่างการพูดคุย ฝ่ายชายมักถามคำถามในลักษณะทดสอบสังคม เช่น “ถ้าเราเป็นแฟนกัน…” ทำให้คุณเกลือรู้สึกว่าอีกฝ่ายรีบร้อนเกินไป เพราะทั้งคู่ยังไม่เคยพบหน้ากันด้วยซ้ำ เธอจึงคิดในใจว่า “เห้ย ใจเย็นพี่ชาย เรายังไม่เคยเจอหน้ากันเลย จะมาแบบถ้าเราเป็นแฟนกันอะไร ยังไม่รู้จักกันเลย”
ในช่วงที่ทั้งคู่เริ่มพูดคุยกัน เป็นช่วงก่อนเกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยคุณเกลืออยู่บริเวณชานเมืองนนทบุรี ส่วนฝ่ายชายอยู่ย่านสุขุมวิท–ปุณณวิถี โดยฝ่ายชายมักพยายามชวนให้เธอเดินทางไปหา โดยบอกว่า “เธอมาหาเราได้ป่าว พี่น้ำท่วม” แต่ในความเป็นจริง เส้นทางที่คุณเกลือต้องใช้เดินทางเข้าเมือง โดยเฉพาะบริเวณถนนงามวงศ์วาน มีน้ำท่วมขังอย่างหนัก เธอจึงระบายอารมณ์กับตนเองออกมาว่า “หนูไม่ได้ขี่ออฟโรด หนูแบบรถเก๋งชาวบ้าน” แต่ฝ่ายชายยังคงยืนยันว่าต้องการให้เธอมาหาโดยใช้คำพูดว่า “พรุ่งนี้น้ำลดแล้ว” ทั้งที่ระดับน้ำยังคงท่วมสูงเกือบมิดล้อรถ พร้อมเสนอให้เธอนั่ง BTS มาแทน โดยถามว่า “หน้าบ้านเธอมี BTS ปะ เธอก็นั่ง BTS มาดิ” แม้คุณเกลือจะพยายามอธิบายถึงความลำบากในการเดินทาง แต่ฝ่ายชายก็ยังเซ้าซี้ไม่หยุด ตั้งแต่วันจันทร์ วันอังคาร ไปจนถึงวันพุธ เมื่อเธอบอกว่าไม่สะดวก เขาก็ถามต่อว่า “เห้ย พฤหัสฯ-ศุกร์อะ มาได้เปล่า" เมื่อคุณเกลือลังเล ฝ่ายชายก็พูดกดดันว่า “ถ้าเธอไม่มา เราจะไม่คุยแล้วนะ เรารู้สึกว่าแบบมันเริ่มนานเกินไปละ” เธอจึงลองขอให้อีกฝ่ายเป็นคนเดินทางมาหาบ้าง แต่ฝ่ายชายอ้างว่าต้องเฝ้าธุรกิจหน้าร้าน ไม่สามารถออกไปไหนไกล ๆ ได้ พร้อมทิ้งท้ายว่า “พี่ชอบคนที่มาหาพี่ได้” ท้ายที่สุด คุณเกลือตัดสินใจตอบตกลงว่าจะไปพบ เพราะยังอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไรกันแน่ โดยฝ่ายชายบอกว่าจะพาไปคาเฟ่บรรยากาศดีแห่งหนึ่ง แต่ย้ำหลายครั้งว่า “แพงมาก!” จนเธอได้แต่คิดในใจว่า “อ๋อ ๆ ค่ะ”

ทั้งคู่ตกลงนัดเจอกันในวันพฤหัสบดี เวลาเที่ยงวัน โดยคุณเกลือวางแผนขับรถไปจอดที่หมอชิต แล้วนั่ง BTS ต่อไปยังปุณณวิถี แต่คืนวันพุธก่อนที่จะเจอกัน ฝ่ายชายโทรมาถามว่า “เออเธอ วันนั้นอะ ที่เธอแบบ Reply Story เพื่อนเธอไปถามเรื่องเราหรอ เธอถามว่าอะไร” คุณเกลือตอบกลับไปในเชิงหยอกล้อว่า “ก็ถามว่า รู้จักผู้ชายคนนี้ไหม เจอเขาในแอป แอบแปลก ๆ นะ” แต่ฝ่ายชายกลับระเบิดอารมณ์ใส่ทันที พร้อมต่อว่า “เห้ย เธอพูดอย่างงี้ได้ไงวะ เธอแม่งขี้นินทาว่ะ” ก่อนจะด่าทอเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายอีกหลายคำ คุณเกลือเลือกที่จะไม่เถียงกลับ ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดอยู่ฝ่ายเดียว จนฝ่ายชายสังเกตว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ จึงพูดว่า “เออเอาเถอะ เราวางก่อนแล้วนะ” จากนั้นก็วางสายไป แต่ไม่นานฝ่ายชายก็โทรมาอีกครั้ง พร้อมกล่าวขอโทษว่า “เนี่ยเธอ เราขอโทษนะ เธอยังอยากเจอเราอยู่ไหม” คุณเกลือตอบกลับไปตรง ๆ ว่า “เฮ้ยเธอ เราไม่อยากเจอแล้วว่ะ” เพราะรู้สึกหมดอารมณ์ที่จะพบกัน หลังถูกด่าทออย่างรุนแรงทั้งที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ ฝ่ายชายจึงกล่าวว่า “เฮ้ยเธอ เราขอโทษเว้ย เราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ แต่เธอก็ไม่ควรนินทาเราแบบนั้นปะ” คำพูดดังกล่าวยิ่งทำให้คุณเกลือไม่พอใจ เธอจึงอธิบายว่า “ไม่ได้นินทา แค่บอกว่าแปลก แล้วที่เธอทำมันแปลกจริงไหม มาอันฟอล-ฟอลอะไรก็ไม่รู้อะ สังคมประเทศนี้ไม่เคยเจอคนแบบเธอ” แม้จะอธิบายเหตุผลไปแล้ว ฝ่ายชายก็ยังพยายามชักชวนให้เธอไปตามนัด โดยเสนอว่าจะเลี้ยงไก่ทอดแฟรนไชส์ชื่อดังชุดใหญ่ให้ รวมถึงบอกว่าจะจัดอาหารคลีนให้รับประทานที่บ้านของตนด้วย คุณเกลือยอมรับว่าในตอนนั้นเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะการไปพบคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ตามลำพังอาจเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากมีเรื่องราวไปเล่าให้เพื่อนฟัง เธอจึงตัดสินใจไปตามนัดในที่สุด
วันนัดหมาย คุณเกลือเดินทางจากนนทบุรีไปถึงหมอชิตประมาณ 11.00 น. ก่อนจะนั่ง BTS ต่อไปยังปุณณวิถี ระหว่างนั้นฝ่ายชายโทรมาถามว่าตื่นหรือยัง เมื่อเธอบอกว่ากำลังเดินทาง เขากลับมีน้ำเสียงลนลานว่า “เห้ย ๆ เดี๋ยวพี่อาบน้ำแป๊บนึง” เมื่อคุณเกลือเดินทางถึงปุณณวิถี ฝ่ายชายก็ยังไม่พร้อม และรีบพูดว่า “เห้ย ๆ เร็วมากเลย เดี๋ยวพี่รีบแป๊บนึง” แม้เธอจะรู้สึกไม่ชอบใจที่ต้องมารอทั้งที่นัดเวลากันชัดเจนแล้ว แต่เธอก็ให้อภัยและนั่งรออยู่ที่ห้างบริเวณนั้น ไม่นานฝ่ายชายก็โทรมาอีกครั้ง พร้อมถามว่า “เห้ยเธอ ๆ เธอรีดเสื้อเป็นปะ เสื้อเชิ้ตอะ” คุณเกลือตอบว่ารีดเสื้อไม่เป็น เพราะปกติไม่ค่อยรีดเสื้อผ้า แม้แต่ชุดนักศึกษาก็ไม่เคยรีด แต่ฝ่ายชายกลับขอว่า “เห้ยเธอ มารีดเสื้อให้เราหน่อยได้ไหมอะ คือเราอยากใส่เสื้อเชิ้ตไปเจอเธออะ” จากนั้นเขายังลังเลอีกว่าจะใส่เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อคอกลมไปดี จนคุณเกลือเริ่มหมดความอดทนและตอบกลับว่า “จะใส่อะไรก็ใส่มาเถอะ”สุดท้ายฝ่ายชายเลือกใส่เสื้อเชิ้ตออกมา แต่ก็ยังมาสาย ทำให้คุณเกลือหงุดหงิดอย่างมาก เพราะเธอเดินทางมาจากนนทบุรีและมาถึงก่อนเวลา ขณะที่ฝ่ายชายอยู่ใกล้สถานที่นัดหมายมากกว่า แต่กลับไม่เตรียมตัวให้พร้อมเมื่อฝ่ายชายมาถึง
ทั้งคู่ขึ้นรถของฝ่ายชายเพื่อเดินทางไปหาอะไรกิน ฝ่ายชายเสนอให้แวะคาเฟ่ที่เคยพูดถึง พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “เฮ้ย คาเฟ่นั้นที่เราบอกเธอว่าแบบอยากพาเธอไปอะ เฮ้ย แต่มันแพงมากเลยอะ มันแพงมากเลย” คุณเกลือรู้สึกว่าถ้าร้านแพงขนาดนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพาไป เพราะเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องรับประทานอาหารหรูหรา ฝ่ายชายจึงเสนอว่า ไปกินข้าวที่บ้านเขา แต่คุณเกลือยืนยันว่าอยากรับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้ามากกว่า ทว่าอีกฝ่ายยังชวนให้ไปบ้าน พร้อมบอกว่า “เห้ย ทำไมอะเธอ ไปบ้านเราก็ได้ ถ้าเธอกลัว เธอก็ส่งโลบ้านเราให้เพื่อนเธอดิ เธอกลัวเราจะทำอะไรหรอ” คุณเกลือยอมรับว่าคำพูดดังกล่าวไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้น เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริง กว่าเพื่อนจะเดินทางมาถึง เธออาจตกอยู่ในอันตรายไปแล้ว
ก่อนที่เธอจะเล่าต่อ 'ดีเจเผือก' ได้อ่านคอมเมนต์จากพุธโทรเรี่ยนที่พิมพ์เข้ามาเพราะสงสัยกันมากว่า 'ผู้ชายคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร' คุณเกลือจึงกล่าวว่า หากดูจากรูปในอินสตาแกรม ฝ่ายชายก็ถือว่าหน้าตาดี แต่เมื่อเจอตัวจริง เธอให้คะแนนเพียง 3 เต็ม 10 เพราะอีกฝ่ายใส่คอนแทคเลนส์ตาแป๋ว(ตาโต)หรือบิ๊กอายมาพบ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบไม่กล้าสบตา เพราะกลัวว่าจะหลุดขำ
แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจมากที่สุด คือคำพูดของฝ่ายชายที่บอกว่า “เฮ้ยเธอ เราอ่ะนับถือมากเลยนะเว้ย ที่เธออ่ะเป็นแค่เด็กต่างจังหวัด แต่เธอได้ไต่เต้าจนได้เป็นหมอ” คุณเกลือรู้สึกว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการเหยียด เธอจึงตอบกลับไปว่า "แม่เราเป็นคนเอกมัยนะเว้ย" จากนั้นเมื่อฝ่ายชายชวนคุย เธอก็เงียบตลอดการเดินทาง

เมื่อเดินทางถึงคาเฟ่ ทั้งคู่พบว่าเมนูอาหารมีราคาตั้งแต่ประมาณ 300–900 บาท ซึ่งคุณเกลือเข้าใจว่าราคาค่อนข้างสูง แต่เธอมองว่าหากฝ่ายชายรู้สึกว่าราคาแพงเกินไปตั้งแต่แรก ก็ควรเลือกร้านอื่นที่เหมาะสมกับงบประมาณมากกว่า เพราะสำหรับเธอ การเดตไม่จำเป็นต้องไปร้านหรูหรือมีราคาแพง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายชายเสนอว่าให้สั่งเพียงเครื่องดื่มเท่านั้น
จุดพีกอยู่ตรงนี้ หลังจากสั่งเครื่องดื่มเสร็จ ทั้งคู่ก็เข้าไปนั่งในคาเฟ่ คุณเกลือจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ ว่า “เฮ้ยเธอ เรารู้สึกว่าเราไม่ได้คิดกับเธอแบบนั้น” แต่คำพูดดังกล่าวกลับทำให้ฝ่ายชายโมโหอย่างมาก ก่อนจะต่อว่าเธอว่า “เธอแม่งทำให้เราเสียเวลามากเลย เธอรู้ป่ะ เสียเวลาเราแม่งโคตรเสียเวลาเลย” โดยพูดประโยคนี้ซ้ำประมาณ 5 รอบ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “เออ ก็ดี เราก็ไม่ได้ชอบอะไรเธอขนาดนั้นหรอก” คุณเกลือจึงเสนอว่า “หรือเราสองคนจะแยกกันตรงนี้เลยก็ได้” ฝ่ายชายตอบกลับอย่างประชดประชันว่า “เออ ก็ได้” พร้อมกัดฟันและดูดน้ำเสียงดัง ก่อนจะลุกออกจากร้านไป ทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง แล้วขับรถกลับบ้านทันที ก่อนจากไป ฝ่ายชายยังพูดว่า “เธอแม่งขี้นินทา อย่าเอาเราไปนินทากับใครนะเว้ย” คุณเกลือจึงคิดในใจว่า แม้จะไม่ได้นำเรื่องนี้ไปนินทากับเพื่อน แต่เธอจะนำประสบการณ์ทั้งหมดมาเล่าในรายการพุธทอล์คพุธโทรแทน หลังจากนั้น เธอต้องเรียกรถและนั่ง BTS กลับบ้านด้วยตัวเอง ส่วนฝ่ายชายก็เลิกติดตามอินสตราแกรมของเธอ ขณะที่คุณเกลือตัดสินใจบล็อคอินสตาแกรมและช่องทางการติดต่อทั้งหมด เพื่อยุติเรื่องราวนี้อย่างเด็ดขาด
ท้ายที่สุด คุณเกลือยอมรับว่าประสบการณ์ครั้งนี้ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเจอ ทั้งเสียเวลาเดินทางและต้องเผชิญกับพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัย แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ชีวิตเหมือนได้ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะอย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาดและคาดเดาได้ยากอยู่จริง สิ่งที่คุณเกลืออยากฝากถึงฝ่ายชายคือ เธอจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของชีวิตเธอ และเธอสามารถไปพบคนที่ยอมรับตัวตนของเธอได้ดีกว่า แต่หากมีเรื่องหนึ่งที่อยากขอจากฝ่ายชายจริง ๆ ก็คือ “เลิกใส่คอนแทคเลนส์ตาแป๋วได้ป่ะ”
ตลอดการเล่าเรื่อง ดีเจทั้งสามต่างเอ็นดูคุณเกลือและร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์สุดพีกที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่าเราควรฟังความจากคุณตาแป๋วด้วย(ฝ่ายชาย) เพราะบางทีเรื่องนี้อาจมีหลายมุมมองก็เป็นได้
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin