น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก
เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี
หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย?

‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (30 กันยายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม และหมอท็อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center Clinic)’ เรื่องน้องสาวไม่ยอมเลิกเป็นชู้
‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เล่าว่า เธอมีน้องสาวหนึ่งคน อายุ 32 ปี เธอและน้องสาวโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน และปัจจุบันก็ได้อาศัยอยู่กับคุณแม่ โดยปกติความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าครอบครัวเป็น SafeZone ของกันและกันสักเท่าไหร่ ส่วนน้องสาวของเธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี การงานดี แต่เรื่องความรักที่ผ่าน ๆ มาของน้องสาวก็เหมือนจะลงเอยได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะน้องสาวมักเป็นคนที่ต้องมีแฟนใหม่ก่อนถึงจะยอมเลิกกับคนเก่า และแต่ละความสัมพันธ์ก็คบกันได้ไม่นาน จนมาถึงแฟนคนปัจจุบันของน้องสาว ในตอนคบกันช่วงแรกน้องสาวก็ได้บอกว่าผู้ชายคนนี้ตรงสเป็คทุกอย่าง รูปร่างหน้าตาดี ดูแลดีจนรู้สึกเหมือนถูก Love Bomb ทางด้านฝ่ายชายก็พยายามเข้าหาครอบครัวของเธออยู่ตลอดเวลา
กระทั่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา น้องสาวมีอาการเศร้าหนักมาก จนเธอได้รู้ความจริงว่าฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของเขาจับได้ว่าถูกนอกใจ จึงบอกให้ฝ่ายชายมาเลิกกับน้องสาวของเธอ ตอนนั้นเธอจึงทำได้เพียงคอยพูดปลอบใจน้องสาว
เมื่อเวลาผ่านไป คุณฟ้าคิดว่าน้องสาวน่าจะทำใจได้แล้ว แต่กลับมารู้ภายหลังว่าทั้งคู่ยังคงคบกันอยู่ ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม น้องสาวยังคงหาเวลาไปเจอแฟนอยู่ตลอด แม้จะได้เจอกันเพียง 2 ชั่วโมง หรือแม้จะต้องอยู่ในสถานะไหนก็ตาม น้องสาวก็ยอมเหมือนกับปิดหูปิดตาตัวเอง
จนตัวเธอเองทนไม่ไหว เมื่อรู้ว่าน้องสาวยังไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟน เธอจึงต่อว่าน้องไปว่า ‘ทำไมไปเป็นชู้ คิดไม่ได้เหรอ? ทำไมตระกะมันถึงเบี้ยวได้ขนาดนี้ แค่ความถูกต้องทำไมถึงคิดไม่ได้’ น้องสาวของเธอก็ได้ตอบกลับมาว่า ‘แกจะมาเข้าใจอะไรฉัน’ ด้วยความโมโหคุณฟ้าเลยตอบกลับไปว่า ‘ก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะไม่ได้คิดจะไปเป็นชู้ใคร’ ทำให้เธอและน้องสาวทะเลาะกัน

นอกจากนี้น้องสาวของเธอยังเคยบอกอีกด้วยว่าตัวเองขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เพราะในตอนที่เลิกกัน น้องสาวร้องไห้ นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้และหนักสุดคือถึงขั้นคิดจากโลกนี้ไปเพราะไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ คุณฟ้าเองรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่อยากเข้าไปยุ่งอะไร ต่อให้จะเตือนอย่างไรน้องสาวเธอก็ไม่ฟัง เธอคิดว่าหากน้องสาวเลิกกับแฟนได้เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเธอจะกลับไปเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิมได้อีกครั้ง และหลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ เธอกับน้องสาวก็ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยอะไรกันอีก เธอเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าจะทำอย่างไรดีให้น้องสาวออกมาจากความสัมพันธ์นี้
เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า "อยากจะใช้คำว่าชีวิตใครชีวิตมันแต่เข้าใจว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกัน หลังจากที่ทำ Podcast คุยกับหมอสมองมา 2 ตอน หมอเขาก็บอกว่า เวลาเราเจอเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าทำไมตระกะมันบิดเบี้ยวไปหมดเลย มันคือสมองที่มันทำงานกับเรื่อง ๆ หนึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน ผมเชื่อมาตลอดว่ามันเกี่ยวกับสมองคนเราครับ สมองคนเรามันร้ายกาจในมุมหนึ่ง หมายถึงว่ามันทำให้คน ๆ หนึ่งคิดตระกะผิดเพี้ยนไปได้ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ บางทีมันเกินความสามารถของเราที่จะไปปรับเปลี่ยนเขา พอมันมีเรื่องความถูกผิด ซึ่งแต่ละคนจะแปลความหมายมาไม่เท่ากัน น้ำหนักของคำว่าผิดถูกแต่ละคนมันไม่เท่ากัน มันก็คือความแตกต่างของสารเคมีในสมองที่มันหลั่งออกมา ก็เลยคิดว่ายากจังกับการที่เราจะเปลี่ยนเขา ขนาดมันถึงจุดแตกหักแล้ว ผมว่านั่นมันคือจุดพีคของการพยายามที่จะช่วยกันแล้ว ถ้าผ่านการด่าแรง ๆ แล้วมันยังไม่มีจุดหักเหที่ทำให้เขาอาจจะเปลื่ยนหรือปลดล็อคอะไรบางอย่างในสมองเขาได้เนี่ย อาจจะต้องปล่อยแล้วแหละ และก็ให้ประสบการณ์ค่อย ๆ สอนเขา ให้เขาได้เรียนรู้อีกแบบหนึ่งจากประสบการณ์แทน ซึ่งเวลาคนมันไปอยู่ตรงนั้น บางทีเขาจะคิดไม่เหมือนกับเราที่มองจากมุมนอก อาจจะจำเป็นต้องปล่อยไปให้เขาได้เรียนรู้เอง
ถ้าอยากเก็บเขาไว้ใกล้ ๆ ตัวก็ใช้วิธีรับฟังก็พอครับ อย่างน้อยให้เขาได้มีใครให้ทิ้งตัวบ้าง และเราก็เลือกที่จะไม่ออกความคิดเห็น เพราะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ เราก็รับฟังละกัน แล้วก็เมื่อไหร่ที่เธออยากจะเปลี่ยนความคิดก็ค่อยมาว่ากัน มาปรึกษากันแต่ว่ายังเป็นคนหนึ่งที่รับฟังเขาอยู่ ถ้าเรายังเป็นห่วงเขาจริง ๆ ผมว่าลองพยายามติดต่อกันใหม่และเปลี่ยนวิธีการที่เราจะเข้าช่วยเหลือเขา ดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แต่ยังเห็นอยู่ เราจะไม่ตัดสินเขาเพราะว่ามันเป็นเรื่องของความคิดคน แค่ฟังแล้วก็ให้เขารู้ว่าถึงแม้จะอยู่คนละฝั่งแต่เราก็ยังรับฟัง เราให้เขาได้ไปเรียนรู้เองละกัน"

ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "พี่ว่าอายุ 32 ปีแล้วมันเหมือนจะยังไม่โตแต่ก็โตแล้วนะ คล้าย ๆ กับพี่เผือก พี่ว่าบางอย่างต้องให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ในฝั่งคุณฟ้า คุณฟ้าก็ทำดีที่สุดเท่าที่พี่สาวคนหนึ่งจะกล้าที่จะพูดตรง ๆ กับน้องแล้ว เพราะบางบ้านก็ไม่กล้าที่พูดกันแบบนี้เพราะเขากลัวว่าน้องจะเสียใจหรือแตกหัก พี่ว่าคุณฟ้าก็ได้พยายามแล้ว สำหรับพี่ตอนนี้ เราทำได้แค่ให้เขารู้ว่า ในเมื่อถ้าจะเลือกทางนี้แล้ว ผลที่มันจะตามมาอย่างไรก็ต้องอยู่กับมัน แต่ถึงแม้เขาจะเจ็บมา พี่ว่าคุณฟ้าก็จะทำให้เขาเห็นว่ายังไงคุณฟ้าก็ยังอยู่เป็นพี่เขาตรงนี้แหละ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอทำแต่ถ้าเธอซมซานกลับมา ฉันก็อยู่ตรงนี้ พี่ว่ามันก็ดีที่สุดที่คนในครอบครัวจะทำให้กันได้แล้ว
เขาไม่ใช่วัว ไม่ใช่ม้าที่จะเอาเชือกไปจูง ไปบังคับได้อยู่แล้ว แต่พอคุณฟ้าบอกว่าที่บ้านมีปัญหาหย่าร้าง พี่ก็เลยไม่แน่ใจว่ามันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เขาเป็นแบบทุกวันนี้ ซึ่งคุณฟ้าไม่ได้เป็น แต่เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าน้องจะไม่ได้รับผลกระทบกับการที่พ่อแม่หย่าร้างกัน มันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขา พี่ก็เคยเจอคนที่เหมือนน้องสาวคุณฟ้า ที่เขาก็เป็นคนที่หน้าที่การงานดี หน้าตาดี ทุกอย่างดีไปหมดแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเรื่องความรักเลย พอได้ไปคุยกับคุณหมอถึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีปมอะไรบางอย่างที่มันแก้ยากมาก ปมที่ทำไมถึงไปเลือกคนที่มีเจ้าของแล้ว มันฝังอยู่ในจิตใจเขามาด้วย ก็อาจจะแนะนำให้เขาลองไปคุยกับคุณหมอไหม เผื่อว่ามันจะได้เจอปัญหาจริง ๆ ที่มันฝังรากลึกอยู่ในตัวเขา"
ถัดมาด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่เพิ่มเติมจากคำแนะนำของดีเจเติ้ลว่า "ตอนนี้ที่ทุกข์อยู่เพราะน้องไม่เป็นอย่างที่เราคิดใช่ไหม คือศีลธรรม จริยธรรมที่ฟ้ามอง อ้อมว่ามันอยู่ในกรอบสังคมที่ดีแต่ที่เราทุกข์ เพราะคนที่เรารักไม่เป็นไปตามกรอบที่เรามองว่าดี ในเมื่อเขารู้ผิดชอบชั่วดี พี่คิดเหมือนพี่เผือกพี่เติ้ลตรงที่สติปัญญาเขาขนาดนี้ เขาผ่านโลกมาขนาดนี้ คิดว่าใครจะบอกเขาได้ถ้าเขาไม่ได้บอกตัวเอง มันต้องรอให้เขาเบื่อสิ่งที่เกิดกับเขาจนถึงจุดหนึ่ง คนแบบนี้บอกไปเขาก็ไม่เดินออกมาหรอก จนกว่าเขาจะเจอจุดอะไรสักอย่างของเขา ในฐานะที่เราเป็นพี่เราแค่ทำหน้าที่สแตนด์บายไหล่เอาไว้ เขาล้มเมื่อไหร่ และนั่นคือเราจะได้เป็นพี่ที่ทำให้เขาเห็นว่าเรายังอยู่ข้าง ๆ แต่ตอนนี้ก็ทนเอา รักเขาอย่างที่เขาเป็น เตือนเขาทุกข้อที่บอก ทำหน้าที่ให้สุดแล้วฟังเขาบ่นไปเรื่อย ๆ และบอกตัวเองว่าปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เป็น ไม่งั้นเราจะทุกข์ รักเขาแต่เราทุกข์มันก็ไม่ดี เมื่อน้องโตพอ มันก็จะถึงเวลาที่เขาจะจัดการตัวเขาเองได้"

ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘หมอท็อป’ ว่า "ต้องบอกก่อนว่าไม่มีโรคไหนเลยที่มีข้อบ่งชี้ว่าป่วยเป็นโรคนี้คือการเป็นเมียน้อยชาวบ้าน คนที่เป็นเมียน้อยส่วนใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องของการป่วย และส่วนหนึ่งเราอาจจะมีความเห็นใจด้วยเพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเป็นเมียน้อยคนอื่น แรกสุดคือเขาเป็นเหยื่อ กรณีนี้อย่างแรกคือต้องด่าผู้ชายก่อน คุณฟ้าพยายามทำหน้าที่พี่สาวที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ทั้งใช้ตระกะ ใช้เรื่องของข้อเท็จจริง ศีลธรรมอะไรอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวยึดเรา มันพูดกันคนละเรื่อง น้องเขาพูดถึงเรื่องความรู้สึกและอารมณ์ เขาทุกข์ใจมากและเขาก็คงรู้สึกผิดแต่อย่างที่บอกว่าสมองในส่วนของเหตุผลกับสมองในส่วนของอารมณ์มันคนละส่วนกัน เหตุผลเขาอาจจะมีแต่อารมณ์เขารุนแรงกว่ามาก ดังนั้นถ้าจะให้เขาหยุดทันทีมันก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก
การเป็นเมียน้อยชาวบ้านคิดว่าคงไม่ได้ป่วย แต่การเป็นเมียน้อยชาวบ้านแล้วทุกข์ใจมาก ๆ จนป่วยอย่างนี้มีเยอะ ซึ่งหมอจะบอกว่ามีหลายกรณีมากที่เลิกเป็นเมียน้อยไม่ได้เพราะส่วนหนึ่งคือเขาไม่สบายไปแล้ว ซึมเศร้าไปแล้ว จนเขากลัวที่จะเดินออกมาแต่เมื่อเขาได้รักษาอาการเหล่านั้น หลายคนก็สามารถเลิกได้เพราะความเศร้ามันหายไปทำให้เขามีพลัง จากเดิมที่เขาคิดว่าเขาไม่มีผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เขาก็สามารถด่าผู้ชายคนนั้นได้ และคุณฟ้ายังเป็นพี่สาวที่ดีได้แค่อยากแนะนำให้คุณฟ้าลองเปลี่ยนวิธีเข้าหาน้องใหม่ ไปขอโทษที่ก่อนหน้านี้ใช้ไม้แข็งจนทำให้น้องรู้สึกโดดเดี่ยว บอกว่าเรารักเขาและพร้อมจะเคียงข้างเสมอ ไม่ต้องรอให้เขานัดหมอเอง เราลองเป็นฝ่ายจูงมือพาน้องไปปรึกษาจิตแพทย์ดูครับ ไปอยู่เป็นเพื่อนเขา บางครั้งคุณหมอจะได้ช่วยบอกคุณฟ้าอีกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้อง บางทีถ้ามันเศร้ามาก ๆ เขาไม่รู้จะหาความสุขอย่างไร มันเลยออกยาก ดังนั้นถ้ารักษาแล้วตระกะมันทำงานได้ดีขึ้น เขาอาจเดินออกมาเองได้ง่ายขึ้น"
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin