น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย?

02 ต.ค. 2026

น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก 

เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี

หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย? 

          ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (30 กันยายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม และหมอท็อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center Clinic)’ เรื่องน้องสาวไม่ยอมเลิกเป็นชู้

          ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เล่าว่า เธอมีน้องสาวหนึ่งคน อายุ 32 ปี เธอและน้องสาวโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน และปัจจุบันก็ได้อาศัยอยู่กับคุณแม่ โดยปกติความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าครอบครัวเป็น SafeZone ของกันและกันสักเท่าไหร่ ส่วนน้องสาวของเธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี การงานดี แต่เรื่องความรักที่ผ่าน ๆ มาของน้องสาวก็เหมือนจะลงเอยได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะน้องสาวมักเป็นคนที่ต้องมีแฟนใหม่ก่อนถึงจะยอมเลิกกับคนเก่า และแต่ละความสัมพันธ์ก็คบกันได้ไม่นาน จนมาถึงแฟนคนปัจจุบันของน้องสาว ในตอนคบกันช่วงแรกน้องสาวก็ได้บอกว่าผู้ชายคนนี้ตรงสเป็คทุกอย่าง รูปร่างหน้าตาดี ดูแลดีจนรู้สึกเหมือนถูก Love Bomb ทางด้านฝ่ายชายก็พยายามเข้าหาครอบครัวของเธออยู่ตลอดเวลา

          กระทั่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา น้องสาวมีอาการเศร้าหนักมาก จนเธอได้รู้ความจริงว่าฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของเขาจับได้ว่าถูกนอกใจ จึงบอกให้ฝ่ายชายมาเลิกกับน้องสาวของเธอ ตอนนั้นเธอจึงทำได้เพียงคอยพูดปลอบใจน้องสาว

          เมื่อเวลาผ่านไป คุณฟ้าคิดว่าน้องสาวน่าจะทำใจได้แล้ว แต่กลับมารู้ภายหลังว่าทั้งคู่ยังคงคบกันอยู่ ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม น้องสาวยังคงหาเวลาไปเจอแฟนอยู่ตลอด แม้จะได้เจอกันเพียง 2 ชั่วโมง หรือแม้จะต้องอยู่ในสถานะไหนก็ตาม น้องสาวก็ยอมเหมือนกับปิดหูปิดตาตัวเอง

          จนตัวเธอเองทนไม่ไหว เมื่อรู้ว่าน้องสาวยังไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟน เธอจึงต่อว่าน้องไปว่า ‘ทำไมไปเป็นชู้ คิดไม่ได้เหรอ? ทำไมตระกะมันถึงเบี้ยวได้ขนาดนี้ แค่ความถูกต้องทำไมถึงคิดไม่ได้’ น้องสาวของเธอก็ได้ตอบกลับมาว่า ‘แกจะมาเข้าใจอะไรฉัน’ ด้วยความโมโหคุณฟ้าเลยตอบกลับไปว่า ‘ก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะไม่ได้คิดจะไปเป็นชู้ใคร’ ทำให้เธอและน้องสาวทะเลาะกัน

          นอกจากนี้น้องสาวของเธอยังเคยบอกอีกด้วยว่าตัวเองขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เพราะในตอนที่เลิกกัน น้องสาวร้องไห้ นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้และหนักสุดคือถึงขั้นคิดจากโลกนี้ไปเพราะไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ คุณฟ้าเองรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่อยากเข้าไปยุ่งอะไร ต่อให้จะเตือนอย่างไรน้องสาวเธอก็ไม่ฟัง เธอคิดว่าหากน้องสาวเลิกกับแฟนได้เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเธอจะกลับไปเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิมได้อีกครั้ง และหลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ เธอกับน้องสาวก็ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยอะไรกันอีก เธอเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าจะทำอย่างไรดีให้น้องสาวออกมาจากความสัมพันธ์นี้

          เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า "อยากจะใช้คำว่าชีวิตใครชีวิตมันแต่เข้าใจว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกัน หลังจากที่ทำ Podcast คุยกับหมอสมองมา 2 ตอน หมอเขาก็บอกว่า เวลาเราเจอเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าทำไมตระกะมันบิดเบี้ยวไปหมดเลย มันคือสมองที่มันทำงานกับเรื่อง ๆ หนึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน ผมเชื่อมาตลอดว่ามันเกี่ยวกับสมองคนเราครับ สมองคนเรามันร้ายกาจในมุมหนึ่ง หมายถึงว่ามันทำให้คน ๆ หนึ่งคิดตระกะผิดเพี้ยนไปได้ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ บางทีมันเกินความสามารถของเราที่จะไปปรับเปลี่ยนเขา พอมันมีเรื่องความถูกผิด ซึ่งแต่ละคนจะแปลความหมายมาไม่เท่ากัน น้ำหนักของคำว่าผิดถูกแต่ละคนมันไม่เท่ากัน มันก็คือความแตกต่างของสารเคมีในสมองที่มันหลั่งออกมา ก็เลยคิดว่ายากจังกับการที่เราจะเปลี่ยนเขา ขนาดมันถึงจุดแตกหักแล้ว ผมว่านั่นมันคือจุดพีคของการพยายามที่จะช่วยกันแล้ว ถ้าผ่านการด่าแรง ๆ แล้วมันยังไม่มีจุดหักเหที่ทำให้เขาอาจจะเปลื่ยนหรือปลดล็อคอะไรบางอย่างในสมองเขาได้เนี่ย อาจจะต้องปล่อยแล้วแหละ และก็ให้ประสบการณ์ค่อย ๆ สอนเขา ให้เขาได้เรียนรู้อีกแบบหนึ่งจากประสบการณ์แทน ซึ่งเวลาคนมันไปอยู่ตรงนั้น บางทีเขาจะคิดไม่เหมือนกับเราที่มองจากมุมนอก อาจจะจำเป็นต้องปล่อยไปให้เขาได้เรียนรู้เอง

          ถ้าอยากเก็บเขาไว้ใกล้ ๆ ตัวก็ใช้วิธีรับฟังก็พอครับ อย่างน้อยให้เขาได้มีใครให้ทิ้งตัวบ้าง และเราก็เลือกที่จะไม่ออกความคิดเห็น เพราะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ เราก็รับฟังละกัน แล้วก็เมื่อไหร่ที่เธออยากจะเปลี่ยนความคิดก็ค่อยมาว่ากัน มาปรึกษากันแต่ว่ายังเป็นคนหนึ่งที่รับฟังเขาอยู่ ถ้าเรายังเป็นห่วงเขาจริง ๆ ผมว่าลองพยายามติดต่อกันใหม่และเปลี่ยนวิธีการที่เราจะเข้าช่วยเหลือเขา ดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แต่ยังเห็นอยู่ เราจะไม่ตัดสินเขาเพราะว่ามันเป็นเรื่องของความคิดคน แค่ฟังแล้วก็ให้เขารู้ว่าถึงแม้จะอยู่คนละฝั่งแต่เราก็ยังรับฟัง เราให้เขาได้ไปเรียนรู้เองละกัน"

          ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "พี่ว่าอายุ 32 ปีแล้วมันเหมือนจะยังไม่โตแต่ก็โตแล้วนะ คล้าย ๆ กับพี่เผือก พี่ว่าบางอย่างต้องให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ในฝั่งคุณฟ้า คุณฟ้าก็ทำดีที่สุดเท่าที่พี่สาวคนหนึ่งจะกล้าที่จะพูดตรง ๆ กับน้องแล้ว เพราะบางบ้านก็ไม่กล้าที่พูดกันแบบนี้เพราะเขากลัวว่าน้องจะเสียใจหรือแตกหัก พี่ว่าคุณฟ้าก็ได้พยายามแล้ว สำหรับพี่ตอนนี้ เราทำได้แค่ให้เขารู้ว่า ในเมื่อถ้าจะเลือกทางนี้แล้ว ผลที่มันจะตามมาอย่างไรก็ต้องอยู่กับมัน แต่ถึงแม้เขาจะเจ็บมา พี่ว่าคุณฟ้าก็จะทำให้เขาเห็นว่ายังไงคุณฟ้าก็ยังอยู่เป็นพี่เขาตรงนี้แหละ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอทำแต่ถ้าเธอซมซานกลับมา ฉันก็อยู่ตรงนี้ พี่ว่ามันก็ดีที่สุดที่คนในครอบครัวจะทำให้กันได้แล้ว

          เขาไม่ใช่วัว ไม่ใช่ม้าที่จะเอาเชือกไปจูง ไปบังคับได้อยู่แล้ว แต่พอคุณฟ้าบอกว่าที่บ้านมีปัญหาหย่าร้าง พี่ก็เลยไม่แน่ใจว่ามันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เขาเป็นแบบทุกวันนี้ ซึ่งคุณฟ้าไม่ได้เป็น แต่เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าน้องจะไม่ได้รับผลกระทบกับการที่พ่อแม่หย่าร้างกัน มันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขา พี่ก็เคยเจอคนที่เหมือนน้องสาวคุณฟ้า ที่เขาก็เป็นคนที่หน้าที่การงานดี หน้าตาดี ทุกอย่างดีไปหมดแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเรื่องความรักเลย พอได้ไปคุยกับคุณหมอถึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีปมอะไรบางอย่างที่มันแก้ยากมาก ปมที่ทำไมถึงไปเลือกคนที่มีเจ้าของแล้ว มันฝังอยู่ในจิตใจเขามาด้วย ก็อาจจะแนะนำให้เขาลองไปคุยกับคุณหมอไหม เผื่อว่ามันจะได้เจอปัญหาจริง ๆ ที่มันฝังรากลึกอยู่ในตัวเขา"

          ถัดมาด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่เพิ่มเติมจากคำแนะนำของดีเจเติ้ลว่า "ตอนนี้ที่ทุกข์อยู่เพราะน้องไม่เป็นอย่างที่เราคิดใช่ไหม คือศีลธรรม จริยธรรมที่ฟ้ามอง อ้อมว่ามันอยู่ในกรอบสังคมที่ดีแต่ที่เราทุกข์ เพราะคนที่เรารักไม่เป็นไปตามกรอบที่เรามองว่าดี ในเมื่อเขารู้ผิดชอบชั่วดี พี่คิดเหมือนพี่เผือกพี่เติ้ลตรงที่สติปัญญาเขาขนาดนี้ เขาผ่านโลกมาขนาดนี้ คิดว่าใครจะบอกเขาได้ถ้าเขาไม่ได้บอกตัวเอง มันต้องรอให้เขาเบื่อสิ่งที่เกิดกับเขาจนถึงจุดหนึ่ง คนแบบนี้บอกไปเขาก็ไม่เดินออกมาหรอก จนกว่าเขาจะเจอจุดอะไรสักอย่างของเขา ในฐานะที่เราเป็นพี่เราแค่ทำหน้าที่สแตนด์บายไหล่เอาไว้ เขาล้มเมื่อไหร่ และนั่นคือเราจะได้เป็นพี่ที่ทำให้เขาเห็นว่าเรายังอยู่ข้าง ๆ แต่ตอนนี้ก็ทนเอา รักเขาอย่างที่เขาเป็น เตือนเขาทุกข้อที่บอก ทำหน้าที่ให้สุดแล้วฟังเขาบ่นไปเรื่อย ๆ และบอกตัวเองว่าปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เป็น ไม่งั้นเราจะทุกข์ รักเขาแต่เราทุกข์มันก็ไม่ดี เมื่อน้องโตพอ มันก็จะถึงเวลาที่เขาจะจัดการตัวเขาเองได้"

          ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘หมอท็อป’ ว่า "ต้องบอกก่อนว่าไม่มีโรคไหนเลยที่มีข้อบ่งชี้ว่าป่วยเป็นโรคนี้คือการเป็นเมียน้อยชาวบ้าน คนที่เป็นเมียน้อยส่วนใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องของการป่วย และส่วนหนึ่งเราอาจจะมีความเห็นใจด้วยเพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเป็นเมียน้อยคนอื่น แรกสุดคือเขาเป็นเหยื่อ กรณีนี้อย่างแรกคือต้องด่าผู้ชายก่อน คุณฟ้าพยายามทำหน้าที่พี่สาวที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ทั้งใช้ตระกะ ใช้เรื่องของข้อเท็จจริง ศีลธรรมอะไรอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวยึดเรา มันพูดกันคนละเรื่อง น้องเขาพูดถึงเรื่องความรู้สึกและอารมณ์ เขาทุกข์ใจมากและเขาก็คงรู้สึกผิดแต่อย่างที่บอกว่าสมองในส่วนของเหตุผลกับสมองในส่วนของอารมณ์มันคนละส่วนกัน เหตุผลเขาอาจจะมีแต่อารมณ์เขารุนแรงกว่ามาก ดังนั้นถ้าจะให้เขาหยุดทันทีมันก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก

          การเป็นเมียน้อยชาวบ้านคิดว่าคงไม่ได้ป่วย แต่การเป็นเมียน้อยชาวบ้านแล้วทุกข์ใจมาก ๆ จนป่วยอย่างนี้มีเยอะ ซึ่งหมอจะบอกว่ามีหลายกรณีมากที่เลิกเป็นเมียน้อยไม่ได้เพราะส่วนหนึ่งคือเขาไม่สบายไปแล้ว ซึมเศร้าไปแล้ว จนเขากลัวที่จะเดินออกมาแต่เมื่อเขาได้รักษาอาการเหล่านั้น หลายคนก็สามารถเลิกได้เพราะความเศร้ามันหายไปทำให้เขามีพลัง จากเดิมที่เขาคิดว่าเขาไม่มีผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เขาก็สามารถด่าผู้ชายคนนั้นได้ และคุณฟ้ายังเป็นพี่สาวที่ดีได้แค่อยากแนะนำให้คุณฟ้าลองเปลี่ยนวิธีเข้าหาน้องใหม่ ไปขอโทษที่ก่อนหน้านี้ใช้ไม้แข็งจนทำให้น้องรู้สึกโดดเดี่ยว บอกว่าเรารักเขาและพร้อมจะเคียงข้างเสมอ ไม่ต้องรอให้เขานัดหมอเอง เราลองเป็นฝ่ายจูงมือพาน้องไปปรึกษาจิตแพทย์ดูครับ ไปอยู่เป็นเพื่อนเขา บางครั้งคุณหมอจะได้ช่วยบอกคุณฟ้าอีกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้อง บางทีถ้ามันเศร้ามาก ๆ เขาไม่รู้จะหาความสุขอย่างไร มันเลยออกยาก ดังนั้นถ้ารักษาแล้วตระกะมันทำงานได้ดีขึ้น เขาอาจเดินออกมาเองได้ง่ายขึ้น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

31 ม.ค. 2025

การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

“คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาทักไปอวยพรวันเกิดแฟนเก่าหรือคนคุยเก่า โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันเรามีเเฟนอยู่เเล้ว แต่เราก็เล่นโซเชียล เเล้วเราไปเห็นแฟนเก่าหรือคนคุยเก่าลงวันเกิดเขาเอง เราก็เลยตอบกลับสตอรี่เขาไปว่า Happy Birthday เเค่นั้นเลย เเต่ปกติเราก็ไม่ได้คุยกับเขาในเเชทเป็นการส่วนตัวอยุู่เเล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคือตอนนั้นเเฟนปัจจุบันของเรา เข้าไปดูในเเชทพอดี อาจจะเพราะเหมือนเขาตะหงิดใจเลยกดเข้าไปดู เเล้วเขาก็เห็นเเชทว่าเราไป เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ คนคุยเก่า เลยมีปัญหากันแบบบ้านเเตกเลย ส่วนที่เราทักไปเเฮปปี้เบิร์ดเดย์เขาเพราะว่าเราเห็นถึงความเป็นมิตรภาพที่จบกันไปเเล้ว เพราะคนที่เรายังติดตามกันอยู่ ส่วนมากก็จบกันด้วยดี เลยเป็นเเบบพี่น้องกัน สำหรับเรา เราก็ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ หลังจากเราทักไปอวยพรวันเกิด ก็ไม่ได้มีประโยคสนทนาอะไรกันต่อ ก็เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า เราควรทักไป Happy new year หรือ Happy birthday กับเเฟนเก่าหรือคนคุยเก่าไหม แล้วถ้าทำผิดไหม? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับมุมผมเลยนะ มันก็มีความสุ่มเสี่ยงกับการทัก เเต่เคสของเเฟนเก่าเนี่ยถ้าเเบบยังรู้สึกว่าโอเค สายสัมพันธ์ยังมีอยู่ กับการ Happy birthday หรือเหตุการณ์วันสำคัญของปีอันนี้โอเค เเต่กับคนคุยอันนี้รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เพราะว่ามันมีความสำคัญขนาดที่เราจะต้องเเฮปปี้เบิร์ดเดย์หรอ? ซึ่งในมุมของพี่ ในเรื่องของคนคุยเก่า พี่ก็ไม่โอเค เเต่ถ้าเป็นเเฟนเก่าที่จบกันไปแล้วจริงๆ อันนี้ก็ยังพอสามารถเข้าใจได้อยู่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘อันนี้คือฟางหาเรื่องให้ตัวเองเพราะฝั่งนั้น เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากฟางเลย เเละมันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยนอกจากคำว่าหาเรื่องให้ตัวเอง ซึ่งการที่เเฟนของฟางจะโกรธก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เเละหนูก็ควรรู้ไว้ว่าไม่ต้องทำ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับทุกฝ่ายเลย เพราะฉะนั้นถ้าอยากอยู่อย่างสงบๆก็เลิกทำ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับหอมเองไม่ใช่เเค่คนคุยเก่าอย่างเดียว เเฟนเก่าก็ไม่ได้ ถ้าเป็นเเฟนเก่าต้องเป็นคนที่รู้ว่าเราคือเเฟนใหม่ของคนปัจจุบัน เเละเราก็ต้องเคยเจอ ตอนนี้ฟางเหมือนอยู่ในภาวะบุคคลสุ่มเสี่ยง ซึ่งถ้ารู้ว่ามันสุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรไปหาเรื่อง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าทำเเล้ว มันได้ประโยชน์อะไร เพราะความสุ่มเสี่ยงมันสูงกว่าเยอะ เพราะบางเรื่องมันทำไม่ได้ก็ไม่ควรทำ ชีวิตอยู่กับเเฟนดีๆอยู่เเล้ว ไปหาเรื่องให้ตัวเองทำไม ถ้าบอกว่าเราเเค่เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ มันก็จะมีคำถามในหัวว่าทำไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าทำเรื่องเเบบนี้ให้มันกระทบกับความสัมพันธ์ของฟางอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

21 พ.ย. 2025

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้าทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย?ตอนนี้หนูอายุ 21 อยู่กับตา และ ยายที่บ้าน ตั้งแต่ที่น้าสาวย้ายมาในบ้านน้าไม่ทำงานอะไรเลย ยายหนูจากที่เคยให้เงินหนูกับน้อง 4-500ก็จะเหลือ 200 300 บาท เพราะต้องแบ่งไปให้น้ากับหลานหนูเคยเกลียดน้าถึงขั้นว่า ตอนที่น้าท้องแล้วทะเลาะกันหนูถีบท้องน้า เพราะอยากให้แท้งลูก แต่ลูกน้าก็คลอดมา แข็งแรงปกติตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้านแต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี? “คุณสปาย (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องรู้สึกเกลียดน้าและลูกของน้าเพราะว่าเขาเข้ามาแย่งความรักของยายกับเรา “คุณสปาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราอยู่บ้านกับตายายและก็น้องชาย น้าและลูกของน้าย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเราตั้งแต่เขาตั้งท้อง รวม ๆ ระยะเวลาก็ประมาณ 2 ปีแล้ว เขาจะชอบพูดถึงเราในด้านลบ แขวะเราตลอดเวลา เช่น ตอนทำอาหารก็จะมาพูดใส่เราว่า กินไม่ได้เลย หมาไม่แxก หรือเวลาเราใส่เสื้อผ้าเขาก็จะมาพูดว่า เธอใส่แล้วอ้วนนะ ดูไม่ได้เลย เราไม่เคยได้รับคำพูดเชิงบวกเลยตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาทั้งเมื่อก่อนและตอนนี้ พ่อกับแม่เราก็เคยบอกไปแล้วว่าเราไม่โอเค แต่เขาก็ยังพูดเหมือนเดิม แต่กับน้องชายเราก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดจาแบบนั้น เราก็สงสัยว่าทำไมถึงเป็นแค่เราที่โดน เรากับน้าทะเลาะกันบ่อย มีปากเสียงกัน จนครั้งหนึ่งเราเคยเตะท้องน้าตอนเขาตั้งท้อง คือเราก็รู้ว่าลูกของน้าไม่ได้ผิดอะไร แต่ที่บ้านก็จะพูดว่า บ้านเราต้องจนลงนะ เพราะมีอีก 2 คนเข้ามาอยู่ เราต้องประหยัดขึ้นนะ ความรู้สึกเหมือนเราไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะมีใครคนใหม่เข้ามาในบ้าน เงินจากยายที่ปกติได้วันละ 400-500 บาท ก็ต้องเหลือ 200 บาท แล้วก็รู้สึกว่าทำไมเราต้องได้ลดลงเพราะให้เด็กคนนั้นด้วย พ่อกับแม่เราก็ส่งเงินให้แค่บางครั้ง ครั้งละเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้ส่งมาให้เป็นรายเดือน ตอนที่น้องเกิดมาเราก็ไม่ได้ไปเรียนมหาลัยฯ เพราะถ้าเราไปเรียนก็จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่งที่บ้านมีหลายคน มันก็เลยกลายเป็นปมของเราที่เราไม่ได้ไปเรียน หรืออย่างเวลาเราไปทำงานได้เงินมา ยายก็จะขอเงินในส่วนนั้นครั้งละ 500-1,000 บาท มาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่ตัวของน้าเขาไม่ทำงานอะไรเลย ทุกวันนี้กิจวัตรของเขาคืออยู่กับลูก ดูหนัง เล่นโทรศัพท์ ถ้าน้าเขาคิดอยากจะมีรายได้ อยากทำงาน ไปขายของออนไลน์หรือทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาอยากเอาเงินมาจุนเจือลูกของเขาบ้าง เราคงไม่ได้รู้สึกเกลียดเขา แต่เราก็สงสัยว่าทำไมเราถึงเกลียดน้าได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พอไปเปรียบเทียบกับสมัยมัธยมที่เราโดน Bully จนถึงขั้นต้องกินยา เรากลับไม่ได้เกลียดเด็กพวกนั้นเท่าที่เราเกลียดน้าเลย มันเลยเป็นปัญหาที่ทำให้เราไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเจอหน้าทั้งสองคน’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะเรียกคนที่บ้านทั้งหมดมาคุยกันว่า โดยฐานะบ้านเราแล้วไม่ได้มีเงินขนาดนั้น น้าก็สามารถทำงานได้ ถ้าจะให้หนูมาช่วยที่บ้านแต่น้ายังไม่ทำงาน หนูก็รู้สึกว่าเหนื่อย งั้นน้าลองมาช่วยอีกคนหนึ่งไหม ช่วยกันหาเงิน บ้านเราจะได้มีเงิน ยายก็จะได้เหนื่อยน้อยลงเพราะอย่างน้อยยายก็เป็นแม่เขา เราเรียกเขามาคุยไม่ได้มาชวนทะเลาะ คุยกันเรื่องการวางแผนชีวิต เราจะได้ช่วยกัน ถ้าเกิดเขาไม่ได้มีการวางแผนอะไรเลย หนูก็บอกยายเลยว่าวันหนึ่งที่หนูมีเงิน หนูอาจจะแยกไปอยู่ด้านนอกนะ เพราะว่าเราก็ไม่อยากรับภาระที่บ้านทั้งหมด หนูแค่ส่งเงินให้ยายเท่าที่หนูทำได้ ส่วนเรื่องของน้า มันเป็นหน้าที่ของยาย เพราะยายเป็นแม่เขาก็ให้เขาจัดการเอง แต่ถ้าเรายังรักยายอยู่ เราอาจจะหยิบเรื่องนี้เข้ามาคุยกับคนในบ้าน มาวางแผนการเงินกันดู เผื่อเป็นการกระตุ้นน้าได้ แต่เด็กเขาไม่รู้เรื่อง น้องไม่มีความผิด ถ้าเป็นไปได้น้องก็คือลูกพี่ลูกน้องของเรา พี่อยากให้สปายใส่คำว่าเมตตาลงไปในจิตใจหน่อย เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่บ้านเดียวกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘มันยังทำอะไรมากไม่ได้ เพราะสุดท้ายเรายังอาศัยบ้านยายอยู่ ยายจะให้ลูกบ้านคนไหนมาอยู่ก็ได้ และน้าเขาก็เป็นลูกยาย ณ เวลานี้มันก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนในสิ่งที่เราไม่ชอบ ส่วนเรื่องน้า มันเป็นธรรมชาติมนุษย์นะ รัก โลภ โกรธ หลง พี่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีสติและเรารู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร แต่พี่ก็ใจชื้นที่สปายก็ยังเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น สปายยังถ่ายทอดออกมาได้ว่าหนูเกลียดเขา และก็ยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงเกลียดน้ามากกว่าพวกคนที่เคยมา Bully หนูอีก แสดงว่าหนูยังสังเกตเห็นถึงอาการนี้ของตัวเอง หนูก็รู้ว่าทำไมหนูถึงต้องไปเกลียดลูกของเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เด็กก็ไม่ได้ผิดอะไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สปายยังเป็นคนที่มีตรรกะในชีวิตที่มันไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร เพราะฉะนั้นจงเข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึกก็แล้วกัน เราไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แค่นี้ และก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่จะเลี้ยงดูตัวเองให้ได้โดยเร็ว เมื่อไหร่ก็ตามที่สปายรับผิดชอบตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ สามารถจะออกไปอยู่ข้างนอกได้ เมื่อนั้นแหละสปายจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ส่วนเรื่องแบ่งเงิน พี่ยังรู้สึกเข้าข้างสปายอย่างหนึ่งว่านี่คือเงินที่เราหามานะ ถ้ายายจะเอาไปให้คนอื่น สปายก็มีสิทธิ์ที่จะบอก ใช่ว่าเราจะต้องฝืนทนยอมอยู่ฝ่ายเดียว เราก็มีสิทธิ์เลือกว่าเงินของเราจะเอาไปดูแลใคร ก็ลองเอาความคับข้องใจนี้ไปบอกยายดูสักตั้ง ความเกลียดเรามันมีเหตุผล มันมีถูกมีผิดอยู่ในนั้น มันไม่ได้ไร้เหตุผล เพราะฉะนั้นก็ลองบอกดู’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘เพราะมันไม่ได้มีผลกับชีวิตสปายแหละมั้ง มันไม่ได้ถึงขั้นทำให้สปายไม่ได้เรียนมหาลัยฯที่สปายติด เหมือนสปายถูกแย่งพื้นที่ที่เคยเป็นของตัวเอง พี่ว่าวิธีคุยกันแบบสันติวิธีอย่างที่พี่หอมบอกก็ดี มันก็ควรจะทำ แต่ดูแล้วน้าก็ไม่น่าจะยอมหางานทำง่าย ๆ พี่ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าสุดท้ายแล้วการพูดกันมันไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจเราและก็ยังคงที่จะหาเรื่องเรา พี่ว่าสปายก็มีสิทธิ์พูดได้นะว่าให้เขาหยุด เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้สามารถเอามาเป็นข้ออ้างได้ว่า เงินทุกวันนี้ที่น้าได้ ส่วนหนึ่งคือเงินที่สปายทำงาน ละถ้าน้ายังไม่หยุดทำอย่างนี้ สปายจะไม่ให้เงินยายนะ ซึ่งแน่นอนมันก็จะกระทบกับเงินที่ยายจะให้น้าด้วยนะ ลองเอาเรื่องนี้ทำให้เขาตาสว่าง พี่ว่ามันเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ กับอีกอย่างหนึ่งพี่ว่าสปายก็ต้องพูดกับยาย ถ้ายายเลี้ยงลูกอย่างนี้ มันก็ไม่ได้ดีกับทุกคน หรือยายจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเขาก็พูดจาไม่ดีกับหนูด้วย แต่สุดท้ายแล้วถ้าเงินมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง ก็คิดซะว่ามันก็คือค่าที่ยายเลี้ยงดูเรามา มันก็เหมือนตอบแทนยาย สุดท้ายสปายต้องเข้าใจว่าตอนนี้มันคือเงื่อนไขของชีวิตที่สปายเลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับและพยายามอยู่กับมันให้ได้ เอาที่สปายมีความสุขที่สุดเท่าที่จะมีได้ และมันก็จะมีวันที่สปายพร้อม ออกไปทำงาน ไปใช้ชีวิตของตัวเอง หรือถ้าในอนาคตมันไม่เปลี่ยนไปแต่ก็อย่าไปทำร้ายเด็กเพราะเขาไม่รู้เรื่อง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปี ทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่น ถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ?

11 ก.ย. 2026

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปี ทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่น ถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ?

ผมโดนภรรยาที่แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมา 7 ปีทักแชทมาบอกเลิก เพราะผมเปิดประตูคอนโดให้ผู้หญิงคนอื่นถึงตอนนี้จะดีกันแล้ว แต่ผมก็ระแวงและทำตัวไม่ถูกเลย ทำยังไงดีครับ? ‘คุณหมูยอ’ (นามสมมติ) สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 กันยายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับเรื่องที่เขาโดนภรรยาบอกเลิกเพราะเรื่องที่เขาเองดันไปเปิดประตูให้ผู้หญิงคนอื่น ‘คุณหมูยอ’ อายุ 37 ปี ได้เล่าว่าคบกับแฟนมา 3 ปี และแต่งงานกันมาเกือบ 7 ปี มีลูกวัย 3 ขวบกว่าด้วยกันหนึ่งคน ปัจจุบันคุณหมูยอทำงานอยู่ต่างจังหวัด ส่วนภรรยาเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ดูแลลูกอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำให้จะได้เจอกันแค่ช่วงวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์จนถึงเช้าวันจันทร์เท่านั้น พอมีลูก คุณหมูยอก็ไปโฟกัสที่ลูกเยอะจนบกพร่องเรื่องความเอาใจใส่ภรรยา ซึ่งที่ผ่าน ๆ มาก็มีบ้างที่ภรรยางอน แต่คุณหมูยอก็เล่าว่าพยายามรับฟัง และคอยปรับตัวมาตลอด จนกระทั่งวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระหว่างที่คุณหมูยอกำลังวุ่นวายกับการหอบกระเป๋า และจูงมือลูกเพื่อไปโรงเรียน ในตอนนั้นเองที่ยืนรอลิฟต์อยู่ ก็ได้เอื้อมไปแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินตามมาพอดี ตอนนั้นคุณหมูยอก็ยังไม่ทันสังเกตว่าภรรยาไม่พอใจ จนช่วงเย็นที่คุณหมูยอกำลังเดินทางกลับต่างจังหวัด ภรรยาก็แชทมาบอกว่าไม่โอเคที่ไปเปิดประตูให้ผู้หญิงคนอื่น มันเหมือนกับว่าไปเทคแคร์ผู้หญิงคนอื่น เพราะกับตัวเธอเองคุณหมูยอยังไม่เทคแคร์ขนาดนั้นเลย และยังพิมพ์ต่อว่า ‘งั้นเลิกกันเถอะ’ คำนี้ทำให้คุณหมูยอรู้สึกเสียใจมาก ๆ จึงได้แต่พิมพ์ขอโทษซ้ำ ๆ โดยไม่เถียงกลับไปเพื่อให้ภรรยารับรู้ว่าเขาเสียใจจริง ๆ แต่คุณหมูยอก็ยอมรับว่าอาจจะผิดที่โฟกัสแต่ลูกจนลืมเทคแคร์ภรรยาไปตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เช่น เดินนำหน้าโดยไม่ช่วยถือของ หรือไม่ได้จับมือกันเวลาเดินไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อก่อน เพราะต้องคอยอุ้มและวิ่งตามจับลูก ถึงแม้ว่าตอนนี้คุณหมูยอและภรรยาจะกลับมาคุยกันเป็นปกติแล้ว แต่ความสัมพันธ์และความรู้สึกของคุณหมูยอก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะกลายเป็นคอยระแวง กังวล และกลัวว่าจะทำอะไรพลาดจนภรรยาไม่โอเคและขอเลิกอีก จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่าจะจัดการกับความรู้สึกระแวงนี้อย่างไรดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า “สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาฟิวส์ขาด เพราะการเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ดูแลลูกวัย 3 ขวบที่กำลังปั่นป่วน มันเป็นภาระที่หนักมาก ประกอบกับพฤติกรรมความเอาใจใส่ของคุณหมูยอที่เคยมีให้กันมันหายไป พอมาเจอเรื่องเปิดประตูก็เลยทำให้เขาระเบิดออกมา ภรรยาต้องเสียสละร่างกายตั้งแต่ตอนตั้งท้อง ดังนั้นคุณหมูยอต้องทำให้เขารู้สึกว่ายังได้รับความรักอยู่เสมอ ต้องสื่อสารให้เขาฟังบ่อย ๆ ว่าต่อให้มีลูกก็จะยังแบ่งความรักให้ภรรยาเท่าเดิม ให้เขาเป็นเบอร์หนึ่งทั้งกับลูกและกับสามี เพื่อให้เขามีแรงใจในการเป็นแม่ และรับมือกับลูกต่อไป แม้ในทางปฏิบัติเราอาจจะดูแลได้ไม่เท่าเดิม เพราะต้องคอยช่วยดูแลลูกที่ยังเล็ก แต่ถ้าเราสื่อสารให้มากขึ้น ปัญหาแบบนี้ก็จะไม่เกิด พยายามปรับความเข้าใจกันและเตือนตัวเองว่าอย่าลืมเอาใจภรรยาบ้าง” ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “ในมุมของภรรยา เขาไม่ได้มองแค่เรื่องเปิดประตูให้คนอื่น แต่เขามองว่าการที่คุณหมูยอทำแบบนี้คือไม่ได้คิดถึงและไม่ได้แคร์เขาเลย ความรู้สึกมันคงสะสมมาเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกทนไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจบอกเลิก ซึ่งก็ยังดีที่เขาเลือกวิธีนี้ดีกว่าการไปมีคนอื่น เพราะเขาแค่อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้คุณหมูยอรู้ตัวสักที สิ่งที่คุณหมูยอต้องทำคือทำให้เขาเห็นว่าเรารู้สึกอย่างไร และให้เขารู้ว่าในโฟกัสของเรายังมีเขาอยู่ด้วย พยายามบาลานซ์ความรักให้ทั้งคู่เท่า ๆ กันเหมือนกับที่พี่เผือกพูดไปก่อนหน้านั้น พร้อมทั้งรับฟังและถามภรรยาตรง ๆ ว่าเขาต้องการอะไร” ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจพี่อ้อย’ ว่า “ด้วยความที่ความรักนี้เป็นรักทางไกล มันอาจจะทำให้มีความหวั่นไหวและเปราะบางมากกว่าปกติ ผู้หญิงเองบางทีก็ไม่ได้ชอบความงี่เง่าของตัวเองหรอก แต่ความเหนื่อยล้ามันทำให้รู้สึกไปแบบนั้น ยังดีที่คุณหมูยอเป็นคนที่พยายามจะใส่ใจเขา แต่อยากให้พยายามทำให้ออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ เขาไม่ใช่แค่คนเลี้ยงลูก แต่เขาคือภรรยา อยากให้กลับมาเติมเต็มภาษาทางกาย เช่น กอดกัน จุ๊บกัน หรือบอกคิดถึงกันให้มากขึ้น รวมถึงคำว่าขอบคุณก็สำคัญมาก ลองขอบคุณที่เขาดูแลลูกอย่างดีจนเราไม่ต้องกังวล การที่ภรรยาคอยเป็นลมใต้ปีกให้แบบนี้ อย่างน้อยก็ควรทำให้วันธรรมดาที่เจอกันกลายเป็นวันพิเศษ เติมพลังใจให้เขารู้สึกว่าเขายังเป็นคนสำคัญในใจเราเสมอ ไม่ใช่แค่ลูก”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นแม่บ้านเต็มตัว อยู่บ้านเลี้ยงลูก สามีหนูออกไปทำงาน เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน เจอหัวหน้าด่าทุกวัน ด่าโง่ ไม่มีสมอง หัวหน้าเอางานสามีไปเป็นงานตัวเองเพื่อเอาหน้า สามีทนไม่พูดมาตลอด หนูสงสารสามีสุดๆ แต่จะย้ายงานก็ไม่ได้

20 ธ.ค. 2024

หนูเป็นแม่บ้านเต็มตัว อยู่บ้านเลี้ยงลูก สามีหนูออกไปทำงาน เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน เจอหัวหน้าด่าทุกวัน ด่าโง่ ไม่มีสมอง หัวหน้าเอางานสามีไปเป็นงานตัวเองเพื่อเอาหน้า สามีทนไม่พูดมาตลอด หนูสงสารสามีสุดๆ แต่จะย้ายงานก็ไม่ได้

หนูเป็นแม่บ้านเต็มตัว อยู่บ้านเลี้ยงลูก สามีหนูออกไปทำงาน เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นานเจอหัวหน้าด่าทุกวัน ด่าโง่ ไม่มีสมอง หัวหน้าเอางานสามีไปเป็นงานตัวเองเพื่อเอาหน้า สามีทนไม่พูดมาตลอดหนูสงสารสามีสุดๆ แต่จะย้ายงานก็ไม่ได้ เพราะ สวัสดิการที่นี่ดีมากๆ จะทำยังไงต่อไปดีคะ? “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากขอวิธีให้กำลังใจแฟนเวลาโดนคำพูด Toxic จากที่ทำงาน โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวบีเองเป็นคุณแม่ เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ส่วนแฟนจะทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ทีนี้เขาเริ่มงานใหม่ แต่สภาพที่เขากลับจากทำงานมาบ้านทุกวัน จะเป็นสีหน้าที่เหนื่อย มันไม่ใช่เหนื่อยกาย แต่เหมือนมันเหนื่อยใจ มันห่อเหี่ยว และเราก็คุยกัน เขาบอกว่า ‘เขาโดนที่ทำงานพูดไม่ดีใส่ ด้อยค่า ทั้งคำหยาบสารพัดมาหมด’ แฟนหนูเป็นคนทำงาน หัวหน้าของเขาโยนงานมาให้ทำ เออเนี่ยทำไปนะ พอทำเสร็จเขาก็เอาผลงานที่แฟนหนูทำไปเป็นของตัวเอง แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดแฟนหนูจะโดนด่าทันที เพราะแฟนหนูตำแหน่งรองลงมาจากเขา เพราะฉะนั้นมันจะต้องคุยกันบ่อย หนูบอกตรง ๆ ไม่ได้จะชื่นชมหรือยอแฟน แต่เขามีความสามารถ หนูอยู่กับเขามา 10 กว่าปีแล้ว เขามีความสามารถ เคยทำงานด้วยกัน เขาพูดภาษาอังกฤษได้ เวลาเขาติดต่อประสานงานกับสายต่างประเทศ หัวหน้าจะพูดอย่างนี้ “มึงก็พูดได้หนิ กูนึกว่ามึงโง่” หรือเวลาทำงานแฟนหนูเสนออะไรไป แต่เขาเหมือนอยากเอาอย่างที่เขาคิด แล้วเขาก็มาด่าแฟนหนู “โง่ปะเนี้ย คิดไม่ได้เหรอ สมองไม่มีเหรอ” ซึ่งบริษัทนี้แฟนหนูพึ่งเริ่มทำมาได้ 2 - 3 เดือนเอง ที่ตัดสินใจเลือกเพราะสวัสดิการและเงินเดือน เลยเลือกที่นี่ มันตอบโจทย์ทุกอย่าง สวัสดิการเขาครอบคลุมถึงครอบครัว เราฟังปัญหาจากเขาแล้วเราก็เครียดนะ แต่เราบอกกับเขาเลยว่าเราอยากให้เขาระบายกับเราให้ได้มากที่สุด ทั้งกอด ทั้งปลอบ ทั้งคุยกับเขา เขาเป็นคนเก่ง เก่งมาก ๆ หนูเชื่อเลยว่างานทุกอย่างที่หนักเขาทำได้ แต่ถ้าอยู่กับคนแบบนี้ทุกวัน หนูกลัวว่าเขาจะเครียดสะสม บางทีเวลาเขากลับมาบ้านนั่งเหม่อและพูดว่า “อะไรวะเนี่ย ทำไมถึงเป็นแบบนี้” บางทีเราก็น้อยใจ สามีกลับมาเห็นหน้าเราแล้วก็ลูกมันผิดหวังขนาดนี้เลยเหรอ มันเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เขาก็บอกว่าไม่ใช่ แล้วตอนเช้าตอนที่กำลังจะไปทำงาน หน้าเขาลอย ลอยแบบไร้จุดหมายประมาณว่า กูต้องไปทำงานหรือกูต้องไปโดนด่า ถามว่ามันมีผลกระทบกับครอบครัวไหม เวลาเรามองมันรู้สึกสะเทือนใจ เราพยายามปลอบเขาแต่เหมือนมันส่งไปไม่ถึง หนูเคยพยายามบอกเขาว่าถ้าพี่ไม่ไหว พี่ย้ายงานนะ ขอเถอะหนูไม่อยากให้พี่เป็นแบบนี้ แต่พี่เขาตอบกลับมาว่า ‘ลาออกไม่ได้ หาสวัสดิการกับครอบครัวมันยาก’ เพราะหลัก ๆ เขานึกถึงเราแล้วก็ลูก เด็กเนาะยังไงก็ต้องมีประกัน ทั้งครอบครัวแสนนึง มันครอบคลุมกับการรักษาพยายามทุกอย่างเลย ซึ่งบริษัทนี้เขาทำให้ เพราะลูกคนหนึ่งอายุ 5 ขวบ อีกคนก็ 2 ขวบกว่า ๆ เลยอยากขอกำลังใจจากพี่ ๆ และอยากถามพี่ ๆ ว่า มันจะมีวิธีไหนบ้างที่เราจะส่งกำลังใจไปให้ถึงเขา เพื่อให้เขาได้รู้สึกว่าได้ชาร์จแบตให้เขามีพลังไปสู้ต่อและปล่อยวางเรื่องที่ทำงานให้ได้ หนูก็เข้าใจว่า เราพูดว่าให้วางมันอยู่ที่นั่น มันพูดง่าย แต่คนที่รับมันยากมากเลย’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มองในมุมดีสิ่งที่เราได้รับ สิ่งที่เราอดทน ราคาที่ต้องจ่ายมันแพงมากในเมื่อคุณบีอยากได้สวัสดิการ อยากได้เงินเดือนทุกอย่างมันดีๆๆ แต่มันแลกมากับบางเรื่องในการ Toxic อย่างน้อยในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มันทำให้ครอบครัวเราสบาย มันอาจจะเหนื่อยใจไปบ้าง ตรงนี้อาจจะต้องแลกเพราะที่อื่นให้เราแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเหนื่อยให้มาระบายกับเรานะ ให้เราเป็นที่พักเลย ไปเหนื่อยอยู่ตรงนั้น แต่พอก้าวเข้าบ้านเราดูแลเขา บีบนวดดูแลเขาอย่างดีให้เขาสบายใจ ให้เขารู้สึกว่ามาอยู่บ้านแล้วผ่อนคลาย ทำที่บ้านอย่าให้ตกหล่น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณบีต้องไม่เอาความเครียดของเขามาเป็นเรื่องของเราเลย เพราะตอนคุณบีเล่ามา คุณบียังเอามารบกวนจิตใจอยู่ ที่บอกว่าทำไมเห็นหน้าลูก หน้าเมียแล้วยังซีเรียส ทำไมถึงไม่มีความสุข คุณบีต้องเข้าใจเลยว่า เขาจะต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอด เรามีหน้าที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากหน้าเครียดเป็นหน้ายิ้มให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ทำให้เขารู้สึกว่า เมื่อใดที่กลับมาบ้าน ที่นี่คือสวรรค์ของคุณ คุณไปนรกมาแค่ 12 ชั่วโมงทำงาน คุณกลับบ้านนี่คือสวรรค์แล้ว ที่นี่จะมีทุกอย่างให้คุณ ต้องซัปพอร์ตเบอร์นั้นเลย เพื่อให้เขารู้จุดหมายของเขา ‘โอเคอันนั้นกูเอาวิญญาณไปแลก แต่ที่นี่คือที่ของกู’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใช้ลูกเป็นแหล่งเติมพลังครับ ผมเชื่อว่าทุกคนปัญหาจะเบาลงเมื่อเห็นหน้าลูกเวลามีความสุข ให้เขาโฟกัสที่ลูก ถ้าเราทำเพื่อเงินก็ต้องคิดแต่เรื่องเงิน เราทำเพื่อสวัสดิการก็ต้องคิดแต่เรื่องสวัสดิการ ผมแนะนำว่าให้เขาไปคุยกับ HR เท่าที่ผมได้ไปสัมภาษณ์กับองค์กรใหญ่ ๆ มา HR มีผลอย่างมากในการจัดการคนในออฟฟิศของเขา และถ้าเป็น HR ที่ดีพอ บริษัทใหญ่จริง สวัสดิการดีอย่างนี้จริง ๆ HR ต้องมีพาวเวอร์พอที่จะจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กร หัวหน้าที่ Toxic ขนาดนี้แฟนคุณบีไม่ได้เป็นคนแรกที่โดนหรอกครับ HR มีไว้เพื่อช่วยพนักงานในประเด็นแบบนี้นี่แหละครับ สุดท้ายความอดทนคนเรามีจำกัด ต้องบอกกับแฟนเสมอว่าถ้าเธอไหวฉันเชื่อว่าเธอไหว แต่ว่าอย่าบอกตัวเองว่าไหวทั้ง ๆ ที่ลึก ๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองไหวหรือเปล่า คนบางคนสะกดจิตตัวเองว่าไหว แต่จริง ๆ ข้างในไม่ไหวแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-