น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย?

02 ต.ค. 2026

น้องสาวเพิ่งมารู้ตัวว่าเป็นชู้ชาวบ้าน แต่ทำใจเลิกไม่ได้เพราะรักมาก 

เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เราจะทำยังไงให้น้องเลิกเป็นเมียน้อยเขาดี

หรือจริง ๆ แล้วน้องกำลังป่วย? 

          ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (30 กันยายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม และหมอท็อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center Clinic)’ เรื่องน้องสาวไม่ยอมเลิกเป็นชู้

          ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เล่าว่า เธอมีน้องสาวหนึ่งคน อายุ 32 ปี เธอและน้องสาวโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน และปัจจุบันก็ได้อาศัยอยู่กับคุณแม่ โดยปกติความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าครอบครัวเป็น SafeZone ของกันและกันสักเท่าไหร่ ส่วนน้องสาวของเธอเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี การงานดี แต่เรื่องความรักที่ผ่าน ๆ มาของน้องสาวก็เหมือนจะลงเอยได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะน้องสาวมักเป็นคนที่ต้องมีแฟนใหม่ก่อนถึงจะยอมเลิกกับคนเก่า และแต่ละความสัมพันธ์ก็คบกันได้ไม่นาน จนมาถึงแฟนคนปัจจุบันของน้องสาว ในตอนคบกันช่วงแรกน้องสาวก็ได้บอกว่าผู้ชายคนนี้ตรงสเป็คทุกอย่าง รูปร่างหน้าตาดี ดูแลดีจนรู้สึกเหมือนถูก Love Bomb ทางด้านฝ่ายชายก็พยายามเข้าหาครอบครัวของเธออยู่ตลอดเวลา

          กระทั่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา น้องสาวมีอาการเศร้าหนักมาก จนเธอได้รู้ความจริงว่าฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของเขาจับได้ว่าถูกนอกใจ จึงบอกให้ฝ่ายชายมาเลิกกับน้องสาวของเธอ ตอนนั้นเธอจึงทำได้เพียงคอยพูดปลอบใจน้องสาว

          เมื่อเวลาผ่านไป คุณฟ้าคิดว่าน้องสาวน่าจะทำใจได้แล้ว แต่กลับมารู้ภายหลังว่าทั้งคู่ยังคงคบกันอยู่ ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม น้องสาวยังคงหาเวลาไปเจอแฟนอยู่ตลอด แม้จะได้เจอกันเพียง 2 ชั่วโมง หรือแม้จะต้องอยู่ในสถานะไหนก็ตาม น้องสาวก็ยอมเหมือนกับปิดหูปิดตาตัวเอง

          จนตัวเธอเองทนไม่ไหว เมื่อรู้ว่าน้องสาวยังไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟน เธอจึงต่อว่าน้องไปว่า ‘ทำไมไปเป็นชู้ คิดไม่ได้เหรอ? ทำไมตระกะมันถึงเบี้ยวได้ขนาดนี้ แค่ความถูกต้องทำไมถึงคิดไม่ได้’ น้องสาวของเธอก็ได้ตอบกลับมาว่า ‘แกจะมาเข้าใจอะไรฉัน’ ด้วยความโมโหคุณฟ้าเลยตอบกลับไปว่า ‘ก็ไม่เข้าใจหรอก เพราะไม่ได้คิดจะไปเป็นชู้ใคร’ ทำให้เธอและน้องสาวทะเลาะกัน

          นอกจากนี้น้องสาวของเธอยังเคยบอกอีกด้วยว่าตัวเองขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เพราะในตอนที่เลิกกัน น้องสาวร้องไห้ นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้และหนักสุดคือถึงขั้นคิดจากโลกนี้ไปเพราะไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่มีผู้ชายคนนี้ คุณฟ้าเองรู้สึกรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่อยากเข้าไปยุ่งอะไร ต่อให้จะเตือนอย่างไรน้องสาวเธอก็ไม่ฟัง เธอคิดว่าหากน้องสาวเลิกกับแฟนได้เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นเธอจะกลับไปเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิมได้อีกครั้ง และหลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ เธอกับน้องสาวก็ไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยอะไรกันอีก เธอเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าจะทำอย่างไรดีให้น้องสาวออกมาจากความสัมพันธ์นี้

          เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า "อยากจะใช้คำว่าชีวิตใครชีวิตมันแต่เข้าใจว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกัน หลังจากที่ทำ Podcast คุยกับหมอสมองมา 2 ตอน หมอเขาก็บอกว่า เวลาเราเจอเหตุการณ์ที่เรารู้สึกว่าทำไมตระกะมันบิดเบี้ยวไปหมดเลย มันคือสมองที่มันทำงานกับเรื่อง ๆ หนึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละคน ผมเชื่อมาตลอดว่ามันเกี่ยวกับสมองคนเราครับ สมองคนเรามันร้ายกาจในมุมหนึ่ง หมายถึงว่ามันทำให้คน ๆ หนึ่งคิดตระกะผิดเพี้ยนไปได้ ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้ บางทีมันเกินความสามารถของเราที่จะไปปรับเปลี่ยนเขา พอมันมีเรื่องความถูกผิด ซึ่งแต่ละคนจะแปลความหมายมาไม่เท่ากัน น้ำหนักของคำว่าผิดถูกแต่ละคนมันไม่เท่ากัน มันก็คือความแตกต่างของสารเคมีในสมองที่มันหลั่งออกมา ก็เลยคิดว่ายากจังกับการที่เราจะเปลี่ยนเขา ขนาดมันถึงจุดแตกหักแล้ว ผมว่านั่นมันคือจุดพีคของการพยายามที่จะช่วยกันแล้ว ถ้าผ่านการด่าแรง ๆ แล้วมันยังไม่มีจุดหักเหที่ทำให้เขาอาจจะเปลื่ยนหรือปลดล็อคอะไรบางอย่างในสมองเขาได้เนี่ย อาจจะต้องปล่อยแล้วแหละ และก็ให้ประสบการณ์ค่อย ๆ สอนเขา ให้เขาได้เรียนรู้อีกแบบหนึ่งจากประสบการณ์แทน ซึ่งเวลาคนมันไปอยู่ตรงนั้น บางทีเขาจะคิดไม่เหมือนกับเราที่มองจากมุมนอก อาจจะจำเป็นต้องปล่อยไปให้เขาได้เรียนรู้เอง

          ถ้าอยากเก็บเขาไว้ใกล้ ๆ ตัวก็ใช้วิธีรับฟังก็พอครับ อย่างน้อยให้เขาได้มีใครให้ทิ้งตัวบ้าง และเราก็เลือกที่จะไม่ออกความคิดเห็น เพราะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์ เราก็รับฟังละกัน แล้วก็เมื่อไหร่ที่เธออยากจะเปลี่ยนความคิดก็ค่อยมาว่ากัน มาปรึกษากันแต่ว่ายังเป็นคนหนึ่งที่รับฟังเขาอยู่ ถ้าเรายังเป็นห่วงเขาจริง ๆ ผมว่าลองพยายามติดต่อกันใหม่และเปลี่ยนวิธีการที่เราจะเข้าช่วยเหลือเขา ดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แต่ยังเห็นอยู่ เราจะไม่ตัดสินเขาเพราะว่ามันเป็นเรื่องของความคิดคน แค่ฟังแล้วก็ให้เขารู้ว่าถึงแม้จะอยู่คนละฝั่งแต่เราก็ยังรับฟัง เราให้เขาได้ไปเรียนรู้เองละกัน"

          ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า "พี่ว่าอายุ 32 ปีแล้วมันเหมือนจะยังไม่โตแต่ก็โตแล้วนะ คล้าย ๆ กับพี่เผือก พี่ว่าบางอย่างต้องให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่ในฝั่งคุณฟ้า คุณฟ้าก็ทำดีที่สุดเท่าที่พี่สาวคนหนึ่งจะกล้าที่จะพูดตรง ๆ กับน้องแล้ว เพราะบางบ้านก็ไม่กล้าที่พูดกันแบบนี้เพราะเขากลัวว่าน้องจะเสียใจหรือแตกหัก พี่ว่าคุณฟ้าก็ได้พยายามแล้ว สำหรับพี่ตอนนี้ เราทำได้แค่ให้เขารู้ว่า ในเมื่อถ้าจะเลือกทางนี้แล้ว ผลที่มันจะตามมาอย่างไรก็ต้องอยู่กับมัน แต่ถึงแม้เขาจะเจ็บมา พี่ว่าคุณฟ้าก็จะทำให้เขาเห็นว่ายังไงคุณฟ้าก็ยังอยู่เป็นพี่เขาตรงนี้แหละ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอทำแต่ถ้าเธอซมซานกลับมา ฉันก็อยู่ตรงนี้ พี่ว่ามันก็ดีที่สุดที่คนในครอบครัวจะทำให้กันได้แล้ว

          เขาไม่ใช่วัว ไม่ใช่ม้าที่จะเอาเชือกไปจูง ไปบังคับได้อยู่แล้ว แต่พอคุณฟ้าบอกว่าที่บ้านมีปัญหาหย่าร้าง พี่ก็เลยไม่แน่ใจว่ามันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เขาเป็นแบบทุกวันนี้ ซึ่งคุณฟ้าไม่ได้เป็น แต่เราไม่สามารถฟันธงได้ว่าน้องจะไม่ได้รับผลกระทบกับการที่พ่อแม่หย่าร้างกัน มันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเขา พี่ก็เคยเจอคนที่เหมือนน้องสาวคุณฟ้า ที่เขาก็เป็นคนที่หน้าที่การงานดี หน้าตาดี ทุกอย่างดีไปหมดแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเรื่องความรักเลย พอได้ไปคุยกับคุณหมอถึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามีปมอะไรบางอย่างที่มันแก้ยากมาก ปมที่ทำไมถึงไปเลือกคนที่มีเจ้าของแล้ว มันฝังอยู่ในจิตใจเขามาด้วย ก็อาจจะแนะนำให้เขาลองไปคุยกับคุณหมอไหม เผื่อว่ามันจะได้เจอปัญหาจริง ๆ ที่มันฝังรากลึกอยู่ในตัวเขา"

          ถัดมาด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่เพิ่มเติมจากคำแนะนำของดีเจเติ้ลว่า "ตอนนี้ที่ทุกข์อยู่เพราะน้องไม่เป็นอย่างที่เราคิดใช่ไหม คือศีลธรรม จริยธรรมที่ฟ้ามอง อ้อมว่ามันอยู่ในกรอบสังคมที่ดีแต่ที่เราทุกข์ เพราะคนที่เรารักไม่เป็นไปตามกรอบที่เรามองว่าดี ในเมื่อเขารู้ผิดชอบชั่วดี พี่คิดเหมือนพี่เผือกพี่เติ้ลตรงที่สติปัญญาเขาขนาดนี้ เขาผ่านโลกมาขนาดนี้ คิดว่าใครจะบอกเขาได้ถ้าเขาไม่ได้บอกตัวเอง มันต้องรอให้เขาเบื่อสิ่งที่เกิดกับเขาจนถึงจุดหนึ่ง คนแบบนี้บอกไปเขาก็ไม่เดินออกมาหรอก จนกว่าเขาจะเจอจุดอะไรสักอย่างของเขา ในฐานะที่เราเป็นพี่เราแค่ทำหน้าที่สแตนด์บายไหล่เอาไว้ เขาล้มเมื่อไหร่ และนั่นคือเราจะได้เป็นพี่ที่ทำให้เขาเห็นว่าเรายังอยู่ข้าง ๆ แต่ตอนนี้ก็ทนเอา รักเขาอย่างที่เขาเป็น เตือนเขาทุกข้อที่บอก ทำหน้าที่ให้สุดแล้วฟังเขาบ่นไปเรื่อย ๆ และบอกตัวเองว่าปล่อยให้เขาเป็นอย่างที่เป็น ไม่งั้นเราจะทุกข์ รักเขาแต่เราทุกข์มันก็ไม่ดี เมื่อน้องโตพอ มันก็จะถึงเวลาที่เขาจะจัดการตัวเขาเองได้"

          ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘หมอท็อป’ ว่า "ต้องบอกก่อนว่าไม่มีโรคไหนเลยที่มีข้อบ่งชี้ว่าป่วยเป็นโรคนี้คือการเป็นเมียน้อยชาวบ้าน คนที่เป็นเมียน้อยส่วนใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องของการป่วย และส่วนหนึ่งเราอาจจะมีความเห็นใจด้วยเพราะไม่มีใครหรอกที่อยากเป็นเมียน้อยคนอื่น แรกสุดคือเขาเป็นเหยื่อ กรณีนี้อย่างแรกคือต้องด่าผู้ชายก่อน คุณฟ้าพยายามทำหน้าที่พี่สาวที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง ทั้งใช้ตระกะ ใช้เรื่องของข้อเท็จจริง ศีลธรรมอะไรอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวยึดเรา มันพูดกันคนละเรื่อง น้องเขาพูดถึงเรื่องความรู้สึกและอารมณ์ เขาทุกข์ใจมากและเขาก็คงรู้สึกผิดแต่อย่างที่บอกว่าสมองในส่วนของเหตุผลกับสมองในส่วนของอารมณ์มันคนละส่วนกัน เหตุผลเขาอาจจะมีแต่อารมณ์เขารุนแรงกว่ามาก ดังนั้นถ้าจะให้เขาหยุดทันทีมันก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก

          การเป็นเมียน้อยชาวบ้านคิดว่าคงไม่ได้ป่วย แต่การเป็นเมียน้อยชาวบ้านแล้วทุกข์ใจมาก ๆ จนป่วยอย่างนี้มีเยอะ ซึ่งหมอจะบอกว่ามีหลายกรณีมากที่เลิกเป็นเมียน้อยไม่ได้เพราะส่วนหนึ่งคือเขาไม่สบายไปแล้ว ซึมเศร้าไปแล้ว จนเขากลัวที่จะเดินออกมาแต่เมื่อเขาได้รักษาอาการเหล่านั้น หลายคนก็สามารถเลิกได้เพราะความเศร้ามันหายไปทำให้เขามีพลัง จากเดิมที่เขาคิดว่าเขาไม่มีผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เขาก็สามารถด่าผู้ชายคนนั้นได้ และคุณฟ้ายังเป็นพี่สาวที่ดีได้แค่อยากแนะนำให้คุณฟ้าลองเปลี่ยนวิธีเข้าหาน้องใหม่ ไปขอโทษที่ก่อนหน้านี้ใช้ไม้แข็งจนทำให้น้องรู้สึกโดดเดี่ยว บอกว่าเรารักเขาและพร้อมจะเคียงข้างเสมอ ไม่ต้องรอให้เขานัดหมอเอง เราลองเป็นฝ่ายจูงมือพาน้องไปปรึกษาจิตแพทย์ดูครับ ไปอยู่เป็นเพื่อนเขา บางครั้งคุณหมอจะได้ช่วยบอกคุณฟ้าอีกด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้อง บางทีถ้ามันเศร้ามาก ๆ เขาไม่รู้จะหาความสุขอย่างไร มันเลยออกยาก ดังนั้นถ้ารักษาแล้วตระกะมันทำงานได้ดีขึ้น เขาอาจเดินออกมาเองได้ง่ายขึ้น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างมั้ยยยยยยยย?? สาวคาใจโทรถามรายการ การเอารูปศิลปินที่เรารัก มาติดในห้องทำงานส่วนตัว ทำได้ไหม? เพราะเอามาติดแล้ว เจอคนบอกว่าไม่เหมาะสม เดี๋ยวดูไม่น่าเชื่อถือ ทุกคนคิดว่ายังไงกันคะ... เป็นเรื่องที่ทำได้ไหม ห้องก็ห้องเราเอง

03 พ.ค. 2023

ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างมั้ยยยยยยยย?? สาวคาใจโทรถามรายการ การเอารูปศิลปินที่เรารัก มาติดในห้องทำงานส่วนตัว ทำได้ไหม? เพราะเอามาติดแล้ว เจอคนบอกว่าไม่เหมาะสม เดี๋ยวดูไม่น่าเชื่อถือ ทุกคนคิดว่ายังไงกันคะ... เป็นเรื่องที่ทำได้ไหม ห้องก็ห้องเราเอง

“คุณสอง (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาติดรูปศิลปิน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราชอบศิลปินและได้ถ่ายรูปกับศิลปิน เราก็เลยเอารูปที่ถ่ายกับศิลปินไปติดในห้องทำงานของตัวเอง แต่มีคนบอกว่ามันไม่ควรติดในห้องทำงาน มันควรเอาไปติดที่บ้านหรือห้องนอนของตัวเอง แต่คือเราอยากอวดที่ได้ถ่ายรูปกับศิลปิน ที่ทำงานเป็นบริษัทที่ทำในครอบครัว จะมีพี่น้องอยู่ด้วยกัน และมีพนักงาน ส่วนห้องทำงานของเราเป็นห้องของเราคนเดียว คล้ายๆกับห้องบัญชีที่ไม่ได้มีคนพลุกพล่าน และตอนที่เราทำงานข้างนอก เราก็เคยติดไว้และตอนลาออกเราก็เอาออก วันนี้จึงอยากโทรมาปรึกษาว่าเราควรเอารูปออกดีไหม?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกเรียนอนุบาล ร้องไห้บ่อย ครูประจำชั้นเลยไลน์มารายงานความคืบหน้า คุยไปคุยมา คุณครูขอยืมแม่ 5,000 แม่เกรงใจเพราะลูกอยู่ในความดูแลของครูเลยโอนให้ และขอเพิ่มอีก 10,000 แม่บอกไม่มีแล้ว แต่จะกดบัตรเครดิตรให้

05 เม.ย. 2024

ลูกเรียนอนุบาล ร้องไห้บ่อย ครูประจำชั้นเลยไลน์มารายงานความคืบหน้า คุยไปคุยมา คุณครูขอยืมแม่ 5,000 แม่เกรงใจเพราะลูกอยู่ในความดูแลของครูเลยโอนให้ และขอเพิ่มอีก 10,000 แม่บอกไม่มีแล้ว แต่จะกดบัตรเครดิตรให้

ลูกเรียนอนุบาล ร้องไห้บ่อย ครูประจำชั้นเลยไลน์มารายงานความคืบหน้าคุยไปคุยมา คุณครูขอยืมแม่ 5,000 แม่เกรงใจเพราะลูกอยู่ในความดูแลของครูเลยโอนให้และขอเพิ่มอีก 10,000 แม่บอกไม่มีแล้ว แต่จะกดบัตรเครดิตรให้ ขอผ่อนเดือนละพันครูบอก OK แต่สิ้นเดือนมาเงียบกริบ ทำไงดีคะ? “คุณนุ๊ก(นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 เมษายน 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับคุณครูที่โรงเรียนของลูกมาขอยืมเงิน ด้วยความเป็นห่วงลูกเลยให้ยืมไป... โดย “คุณนุ๊ก(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปี 66 ลูกชายได้เข้าเรียนชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง เปิดเทอมไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ คุณครูประจำชั้นก็ทักมาบอกว่า “ลูกชายงอแง ร้องไห้ อยากกลับบ้าน” เป็นแบบนี้ประมาณ 1 สัปดาห์ นุ๊กก็ได้มีการปรึกษากับคุณครู คุยกันปกติว่าลูกเป็นยังไง ยังร้องไห้อยู่ไหม นุ๊กก็คุยกับคุณครูไปเรื่อย ๆ จนคุณครูจับทางเราได้ว่า เราเป็นคนที่ค่อนข้างอ่อนไหวและใจอ่อน ถ้าเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับลูกก็จะยอมทุกอย่าง อยู่มาวันหนึ่งคุณครูก็ทักมาว่า “คุณครูขอรบกวนหน่อยได้ไหม ครูขอยืมเงินสัก 5,00 บาท พอดีครูต้องกลับต่างจังหวัดไปทำธุระ เดี๋ยวสิ้นเดือนคืนให้” ก่อนที่จะให้ยืม นุ๊กก็มีการไปถามกับแม่ว่าจะให้คุณครูยืมดีไหม เพราะนุ๊กก็ไม่รู้ว่าคุณครูเป็นคนยังไง แม่ก็บอกว่า “คุณครูคงเดือดร้อนจริง ๆ ไม่งั้นเขาคงไม่แบกหน้ามายืมผู้ปกครองหรอก จะมีคุณครูที่ไหนมายืมผู้ปกครองเด็ก” คุณครูก็บอกให้เก็บดอกได้ แต่นุ๊กก็บอกว่าไม่เอา ขอแค่คืนตรงเวลาก็พอ แล้วนุ๊กก็โอนเงินให้ พอถึงสิ้นเดือน คุณครูก็เงียบ แต่ด้วยความที่คุณครูเป็นครูประจำชั้นของลูกชาย นุ๊กก็เกรงใจคุณครูด้วย ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงก็เลยปล่อยผ่าน นุ๊กก็คิดแค่ว่าถ้าคุณครูเขามี เขาคงคืนเอง แต่ทุกครั้งที่นุ๊กไปรับลูก ก็เจอคุณครูทุกวัน เขาก็ทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นผ่านมา 1 เดือน คุณครูก็ทักมาอีกว่า “น้องชายจะโดนยึดรถ คุณแม่ช่วยหน่อยได้ไหม 10,000 บาท” นุ๊กก็บอกว่าเงินเยอะขนาดนี้ไม่มีให้ เพราะนุ๊กรู้ว่าถ้าให้ไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้คืนไหม นุ๊กก็ปฏิเสธแต่คุณครูก็ไม่หยุดทักมา ทักมาทั้งวันบอกว่า คุณครูเครียด ทำไมเขาต้องเป็นแบบนี้ ทำไมเขาต้องมาเจอปัญหาแบบนี้ ซึ่งนุ๊กก็ไม่อยากมานั่งฟังปัญหาของใคร ในแต่ละวันเลี้ยงลูกกับทำงานก็เหนื่อยมากแล้ว นุ๊กก็ได้แต่บอกว่า “ไม่รู้จะช่วยยังไง ไม่รู้จะหาที่ไหน” ซึ่งนุ๊กก็หงุดหงิดตัวเองด้วยที่ต้องมาฟังอะไรแบบนี้ แต่คุณครูก็ยังไม่เลิกทักมา เหมือนกับว่าถ้านุ๊กไม่มีให้ เขาก็จะไม่เลิกทักมา ด้วยความที่เป็นครูประจำชั้นจะบล็อกก็ไม่ได้ เพราะจะต้องส่งความเคลื่อนไหวลูกชายให้เราตลอด นุ๊กก็อยากลองคุยกับคุณแม่ของเด็กร่วมห้องของลูกชาย แต่ก็ได้ไปปรึกษากับแม่ แม่ก็บอกว่าให้นุ๊กคิดดี ๆ ถ้าเอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณแม่ของเด็กคนอื่นจะเป็นยังไง เพราะลูกชายยังอยู่ในความดูแลของคุณครูคนนี้ มันเลยทำให้นุ๊กกลัว กลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง แต่สุดท้ายเราก็โอนเงินให้คุณครูไปเหมือนเดิม นุ๊กก็ยอมรับว่าเป็นการซื้อความสบายใจของเรา เพราะนุ๊กก็ไม่ได้อยากมานั่งเครียดกับปัญหาชีวิตใคร แต่นุ๊กก็ได้มีการยื่นข้อเสนอไปว่า คุณครูต้องผ่อนคืนเดือนละ 1,000 บาท เพราะเงินก้อนนี้กดออกมาจากบัตรเครดิต คุณครูก็รับปาก แต่จนถึงทุกวันนี้นุ๊กก็ยังต้องมารับผิดชอบจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ พอนุ๊กโอนเงินให้คุณครูไปแล้ว คุณครูก็จะมีการไลน์มาบอกพฤติกรรมของลูกชายเป็นการส่วนตัว แต่นุ๊กก็ไม่ต้องการให้คุณครูมาดูแลลูกเราเป็นพิเศษ อยากให้ดูแลเหมือนกับเด็กทุกคน ขอแค่ไม่ละเลยหน้าที่ความเป็นครูจากลูกเราก็พอ ระหว่างนั้นคุณครูก็ไลน์มาขอยืมเงินอยู่เรื่อย ๆ ทีละเล็กละน้อย นุ๊กก็โอนให้ แต่ก็มีที่นุ๊กลองเอาบัญชีที่เป็นชื่อของคนอื่นโอนไป และบอกกับคุณครูว่า “แม่ไม่มีแล้ว แม่หามาให้ครูได้เท่านี้ คุณครูก็ต้องคืน” เพราะยืมมาจากคนอื่น คุณครูก็คืนเงินในส่วนนี้ แต่ก็ยังไม่คืนยอดเก่าที่ยืมไป จนตอนนี้ยอดเงินที่คุณครูยืมไปทั้งหมด 30,000 บาท นุ๊กอยากจะมาระบายและอยากได้คำปรึกษาเพราะเรื่องนี้มีแค่นุ๊กกับแม่ที่รู้อยู่สองคน แต่นุ๊กพูดกับแม่มากไม่ได้เพราะว่านุ๊กรู้ว่าตัวเองเป็นคนให้เขายืมเอง จะบอกใครก็ไม่ได้ ถ้าบอกสามีเขาคงอาละวาด นุ๊กก็กลัวลูกชายมีปัญหา อยากให้ลูกเรียนอย่างมีความสุข อยากขอคำปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า จะคุยกับคุณครูยังไง จะมีวิธียังไงบ้าง? เพราะนุ๊กยังมีความเกรงใจคุณครู เรื่องที่เขาเป็นครูคนแรกที่ทำให้ลูกชายนุ๊กเขียน ก.ไก่ และอ่านออกได้ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต่อให้คุณครูเป็นคนจับมือลูกคุณนุ๊กเขียน ก.ไก่ ได้ ก็เป็นคนละเรื่องกับการยืมเงินผู้ปกครอง ต้องบอกสามีให้ลุยแทน ถ้าเราต่อสู้ไม่ไหวก็ให้สามีไปคุย ถ้าคุยกับคุณครูไม่รู้เรื่องก็บอกว่า “ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ไปถึงคุณครูคนอื่น หรือถึงผู้บริหารโรงเรียนก็เคลียร์หนี้มา แล้วมันก็จะจบอยู่แค่นั้น” เท่าที่คุณนุ๊กบอกว่าถ้าสามีรู้ บ้านแตกแน่นอน สามีคงมีพลังพอที่จะต่อสู้ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณครูโรงเรียนอนุบาลทุกคนประเทศนี้ ในโลกนี้ ทำให้นักเรียนเขียนหนังสือและอ่านอออกได้ มันเป็นหน้าที่ที่คนเป็นคุณครูต้องทำให้นักเรียน เขาถูกจ้างมา เขาไม่ได้ทำฟรีเพื่อคุณธรรมค้ำจุนโลก คุณนุ๊กแคปหลักฐานการยืมเงินไว้แล้วให้ผอ.ดู ให้ผอ.ช่วย คุณนุ๊กยังต้องจ่ายค่าหนี้บัตรเครดิตเองก็ยื่นหลักฐานให้ผอ.ช่วยเคลียร์ เพราะคุณนุ๊กได้มีการคุยกับคุณครูแล้ว แต่ไม่มีท่าทีว่าจะคืน หรือถ้าผอ.ไม่ช่วย คุณนุ๊กก็บอกสามีและบอกกับผอ.ไปว่าถ้าเรื่องนี้ถึงสามีก็คงมาในอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง คุณนุ๊กต้องไม่ยอมเพราะคุณนุ๊กต้องจ่ายดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ซึ่งมันเยอะมาก แล้วทำไมเราต้องมาจ่ายให้เขาไปเรื่อย ๆ ทั้งที่คุณครูเป็นคนยืม แต่ตอนนี้เป็นห่วงทัศนคติของคุณนุ๊กมาก ๆ อยากให้คิดดี ๆ ว่าการช่วยคนอื่น เกรงใจคนอื่น จนตัวเองถูกทำร้ายเอง มันสมควรแล้วจริง ๆ หรอ ที่เราต้องเจอแบบนี้เพียงเพราะเราเป็นใจอ่อน ในสิ่งที่เราไม่ได้ทำผิด เรื่องบางเรื่องเราต้องปรึกษาคนรอบด้าน เรื่องบางเรื่องมันอาจจะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แล้วก็ได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไลน์บอกคุณครูว่าสามีรู้เรื่องแล้ว คุณครูอาจต้องผ่อนจ่ายหรือคุณครูอาจจะต้องหาเงินก้อนมาคืน เพราะถ้าไม่ได้คืน สามีจะเอาเรื่องนี้ไปบอกผอ.ให้จัดการ ต้องเอาเรื่องให้ได้ และที่สำคัญคุณนุ๊กอย่าทำแบบนี้อีก ตรรกะผิดที่มองว่า คนไม่ดีแต่เราฝากลูกไว้กลับคนแบบนี้ ครูคนนี้ไม่ใช่ครูที่ดี ครูไม่ใช่แค่สอนเด็กในตำรา ครูต้องสอนการใช้ชีวิตเด็ก ฉะนั้นครูต้องมี Mindset ที่ดีก่อน ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับพี่ พี่ก็จะให้ลูกย้ายห้อง และจะบอกกับผอ.ว่าครูคนนี้มีพฤติกรรมแบบนี้ ยืมเงินผู้ปกครอง พี่จะไม่มีทางฝากลูกไว้กับครูแบบนี้แน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

02 มิ.ย. 2023

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

“คุณบี (นามสมมติ)”อายุ 30 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาที่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนฆ่าตัวตาย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนนี้มา 15 ปีแล้ว เขาเป็นแฟนคนแรกของหนูด้วย คบกันมานานมาก เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยดี พูดตรงๆ คบกับเขามาสักพักนึง ในช่วงมหาลัยหนูจะติดเที่ยว ติดเพื่อน แล้วก็จะทะเลาะกันบ่อยมาก พอทะเลาะกัน เขาก็พูดมาคำนึงว่า ถ้าเกิดจะเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตาย ด้วยความที่เราเป็นคนปากไม่ดีอยู่แล้ว ก็เลยพูดออกไปว่า หนูยังไม่อยากตาย หนูยังอยากใช้ชีวิต ยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้ ถ้าพี่อยากตาย พี่ไปตายก่อนเลย พอหลังจากนั้น 3 วัน หนูเพิ่งมารู้จากเพื่อนของเขาว่า เขาฆ่าตัวตายจริงๆ จากนั้นหนูก็ช็อคมาหลายปี รักษาซึมเศร้ามาตลอด หลังจากที่เขาตาย ทั้ง พ่อแม่ และญาติเขาก็จะทักมา โทรมา ด่าหนูตลอด บอกว่า หนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย หนูก็รู้สึกผิดมาตลอด จนคิดว่าถ้าหนูเป็นฝ่ายไปแทนได้ หนูก็จะไป หลังจากนั้นหนูก็อยากใช้ชีวิต ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนไปเจอกับผู้ชายอีกคนนึงที่ดีมาก เขามาขอหนูแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นหนูไม่กล้า หนูรู้สึกจมอยู่ตรงนี้นานมาก ก้าวออกไปไม่ได้ ไม่ได้ตอบรับไป หนูฟังรายการมาตลอด หนูรู้สึกว่าอยากจะคุยกับคนนอกบ้าง อยากฟังความคิดเห็น บางครั้งหนูยังคิดที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย เพราะคำพูดที่หนูเคยพูดออกไป มันวนกลับมาในหัวหนูตลอดเลย หนูมีปรึกษาแพทย์ รักษาตามอาการ เขาก็พูดว่า เราต้องปล่อยวาง แต่หนูพยายามแล้วก็ไม่สามารถทำได้ ณ วันนั้นหนูไม่คิดว่าพี่เขาจะตายจริงๆ หนูพูดไปอย่างงั้น หนูพยายามอธิบายทางญาติฝั่งเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย เขาพูดแค่ว่าหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสีย หนูรู้สึกว่าเหมือนบางครั้งหนูก็ดีขึ้น บางครั้งหนูก็รู้สึกแย่ลงมากๆ ยิ่งหนูพยายามหนีจากครอบครัวเขาเท่าไหร่ เหมือนครอบครัวเขาพยายามตอบย้ำตลอดว่าหนูเป็นคนผิด พี่เขาจะพูดเสมอว่า ถ้าเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตายไป พูดตลอด จนหนูถึงพูดคำนั้นไปว่ายังไม่พร้อมที่จะตายจริงๆ ตอนนี้รู้ไม่อยากฟังคำตอกย้ำใดๆแล้ว หนูอยากจะเดินไปข้างหน้าจริงๆ หนูตัดการติดต่อ พยายามหนีมาตลอด เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนเฟซบุ๊กมาเป็นสิบๆรอบ แต่หนูยังไม่เคยสู้กลับใดๆกับญาติฝั่งนั้น มีครั้งนึงที่แม่เค้าเอาสเปรย์มาฉีดที่รถหนู เขียนว่า มึงทำให้ลูกกูต้องตาย ทำถึงขั้นนั้นเลย แต่หนูไม่ได้แจ้งความอะไรเลย แต่หนูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของแม่เค้า ปัจจุบันเขายังมาระราน ตามมาที่ทำงาน จนหนูลาออกจากงานเลย หนูแค่อยากจะบอกว่าหนูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย เรื่องมันเป็นไปแล้ว หนูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย หนูควรจะทำยังไง ควรจะใช้ชีวิตยังไง? หนูจะต้องอยู่ต่อไปยังไง? เหมือนหนูต้องอยู่กับอดีตไปตลอดเวลา ตอนแรกหนูคิดว่าหนูกลัวเรื่องราวในอดีต แต่หนูคิดว่าหนูทำใจได้ระดับนึงแล้ว แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าหนูกลัวครอบครัวของเขามากกว่า นับตั้งแต่วันที่เขาเสียญาติเค้าก็จะทักแชทมาด่า แอดเฟสมาด่าตลอด เพื่อนหนูก็แนะนำให้ด่ากลับไปเลย แต่หนูไม่กล้า พอได้ยินเสียงเขา หนูก็จะรีบกดวางสายไปเลย ตอนนี้หนูควรไปแจ้งความไหมคะ?’ สำหรับความคิดเห็นของ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ควรไปแจ้งความเพราะตอนนี้เราเป็นฝ่ายโดนระราน รังควานมาตลอด ทั้งฉีดสเปรย์รถ ทั้งตามไปที่ทำงาน เราควรไปแจ้งความไว้ “ดีเจเฟี๊ยต” เสริมว่า ควรจะหาคนที่คุยด้วยได้ มีอะไรก็ปรึกษาเขา เช่น เพื่อน หรือ นักจิตวิทยา เพราะถ้าไม่มีใครที่คอยช่วยคิด จะกลายเป็นเราที่อยู่คนเดียว จมอยู่กับเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวว่าเราจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า? ถ้าท้ายที่สุดถ้าเขาเดือนร้อน เขาก็แค่จะไม่ช่วย แต่ถ้าคนที่เราสนิทและไว้ใจ เราขอเขา แล้วเขาช่วย มันจะเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมันแน่นขึ้น ชีวิตเราควรที่จะ Connect กับคนอื่น อยากจะให้ปรับตรงนี้ เพราะชีวิตควรจะมีใครสักคนที่คอยรับฟังเรา “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าต่อว่า “หนูอยากรู้ว่าหนูควรจะสู้กับเขาไหม? แล้วควรจะสู้กับเขายังไง? หนูรู้สึกยอมไม่ไหวแล้ว หนูเปลี่ยนโซเชียลมีเดียมาเยอะแล้ว เปลี่ยนงานมาเป็นสิบงานแล้ว หนูรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ” ด้าน “ดีเจเผือก” ให้ความเห็นว่า ถ้าตอนนี้มีคนใหม่ที่เข้ามาแล้ว เขาควรจะเป็นคนที่มาช่วยซัพพอร์ตเราเรื่องนี้ ช่วยเหลือเรา ลองเปิดใจคุยกับเขาดูไหม? เหมือนเขาจะเป็นหลัก คอยเป็นเซฟโซนให้เรา มันก็จะทำให้เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ไม่เก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพังแบบที่ผ่านมา นอกจากนี้ “ดีเจเฟี๊ยต” ยังกล่าวเสริมว่า ดีเจเฟี๊ยตมองเรื่องนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ก้อนด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่อง ‘สาเหตุการตายของเขา’ มีความรู้สึกว่าการที่คนเราจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองนั้น มักจะมีสาเหตุหลายๆอย่างประกอบกันด้วย บางทีเขาอาจจะมีภาวะซึมเศร้าร่วมอยู่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็น การที่เราใช้คำคำเดียวด่าคนอื่นๆ แต่ละคนก็จะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่เหมือนกันเลย เผอิญว่าส่วนผสมของบีที่มีตอนนั้น กับส่วนผสมของเขาที่มีตอนนั้น มันบังเอิญเหมาะกันพอดี ถ้าถามพี่ว่าสาเหตุเดียวเลยมั้ยที่ทำให้เขาฆ่าตัวตาย คือ บี พี่ว่ายังไม่ใช่ สำหรับข้อที่สองคือ ‘การระรานของครอบครัวเขา’ ถ้าแรกๆ พี่พอเข้าใจว่าเป็นการสูญเสีย คือปกติแล้วมันจะมีระดับของการสูญเสีย หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่ผ่านมาแล้ว เขายังไม่ผ่านตรงนั้นมาได้เลย รู้สึกว่าครอบครัวเขาก็ยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถ้ามองในมุมนี้ บ้านเขาก็ค่อนข้างน่าสงสารทั้งบ้าน เพราะเขาไม่สามารถก้าวต่อไปได้เลย เลยเลือกที่จะเอาเราเป็นสาเหตุว่าทำให้ลูกเขาตาย ณ วันนั้น บีไม่ได้ถือมีดบังคับเขาว่า ต้องตายสิ ตายเลย บีก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นมันก็ค่อนข้างไม่แฟร์สำหรับบีเลย ถ้าผ่านมาขนาดนี้แล้วยังโทษเรา ขอกล่าวเสริมว่าการที่ใครไม่สมหวังในความรัก ไม่ควรจะจดชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะมันส่งผลต่อคนอื่นไปหมด กระทบกันไปหมด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ครอบครัวเขามาระรานเรา ให้เราคิดว่าเรากำลังรับมือกับคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ ควรสงสารเขาด้วยซ้ำ คิดว่าอาจจะต้องไปบำบัดกันทั้งครอบครัวด้วย สำหรับข้อที่สาม คือประเด็นที่บี “โทษตัวเองว่าไม่ดีพอ เลยทำให้ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่กับใคร” ผิดไม่ผิดอยากไร อยากให้ดูที่เจตนา คราวหน้าอยากจะให้บีทบทวนตัวเองในเรื่องของท่าทีในการแสดงออก สุดท้ายก็อยากจะมองว่า หยุดที่จะหนีได้แล้ว อย่างน้อยไปแจ้งความไว้สำหรับกรณีที่ เขามาทำให้ข้าวของเราเสียหาย หรือ เกิดคดีความ การแจ้งความไว้ก็อาจจะมาช่วยตรงนี้ได้ อยากจะให้บีมองว่าที่ผ่านมา เราเป็นฝ่ายเสียหายมาเยอะแล้ว เราควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือ ให้อภัยตัวเองด้วย คนนั้นในอดีต กับเราในปัจจุบันที่อายุเท่านี้แล้ว เราคือคนละคนกันแล้ว ณ วันนี้ เรียนรู้ และ เติบโตไปได้แล้ว ก่อนวางสาย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้บอกว่า หนูจะสู้นะคะ และถ้าหนูทำได้หนูจะติดต่อทีมงานมา หนูจะสู้ต่อไป ขอบคุณมากๆเลยนะคะ...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

09 ส.ค. 2026

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ? ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - และดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนบังเอิญเจอคลิปลับของเธอและแฟนเก่า ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ อายุ 20 ปี’ ได้โทรมาเล่าว่า เธอรู้จักกับแฟนคนปัจจุบันช่วงต้นปี และได้เริ่มคบกันช่วงเดือนเมษายนปีนี้ โดยแฟนอายุ 24 ปี มีอยู่วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่แฟนค้นเจอคลิปลับของคุณอาร์ตกับแฟนเก่าในโทรศัพท์ของเธอ โดยเธอนั้นได้เลิกกับแฟนเก่าก่อนที่จะรู้จักแฟนคนนี้ 5 เดือน โดยคลิปที่แฟนเจออยู่ในอัลบั้มที่เธอซ่อน ในตอนแรกคุณอาร์ตชั่งใจที่จะลบคลิปอยู่แล้วแต่แฟนดันมาเจอก่อน นอกจากนั้นแฟนก็ได้เจอแชตที่เธอคุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่ทั้งคู่คบกันแล้ว แต่เธอย้ำว่าเป็นการพูดคุยทั่วไป มีการหยอกล้อกันเล็กน้อยแต่ไม่ได้สานต่อ ประจวบกับเจอคลิปที่เธอเต๊าะคนที่ร้านกลางคืนในช่วงก่อนคบกัน ทำให้เขาไม่โอเค สาเหตุที่ทำให้คุณอาร์ตชั่งใจว่าจะลบคลิปกับแฟนเก่าหรือไม่นั้น เพราะในช่วงแรกที่คบกันแฟนคนปัจจุบันไม่ชัดเจนว่าจะคบกันจริงจัง เนื่องจากแฟนคนปัจจุบันยังต้องอยู่ในค่าย ความไม่ชัดเจนนั้นทำให้เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป ซึ่งแม้จะยังไม่ลบคลิปแต่เธอไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปคบแฟนเก่าและไม่ได้ย้อนกลับไปดูคลิปนั้น เพียงแค่ยังไม่ได้อยากจะลบในทันที หลังจากที่แฟนออกจากค่าย เขาเห็นว่าคุณอาร์ตยังรออยู่ จึงเริ่มให้ความชัดเจนกับคุณอาร์ต ทุกอย่างกำลังดีขึ้น แต่ดันมาเจอกับเหตุการณ์นี้เสียก่อน ทำให้เขานอย ในเวลาที่คุยกันเขามักจะถามว่า “ทำไมต้องทำอย่างนี้” / “ทำไมต้องเป็นเขาที่เจอเรื่องเหล่านี้” / “ทุกอย่างกำลังจะดีมากทำไมต้องเจอเรื่องเหล่านี้” ซึ่งคุณอาร์ตไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ และตัวเธอเองก็รู้สึกเสียใจ ทำได้เพียงกล่าวคำขอโทษกับเขา ปัจจุบันความสัมพันธ์ยังกันดีอยู่ คลิปทั้งหมดก็ลบทิ้งแล้ว แต่แฟนยังมีความรู้สึกนอยอยู่ ซึ่งคุณอาร์ตเข้าใจดี เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แฟนคงไม่อยากให้ใครทราบ จึงไม่สามารถปรึกษาใคร คุณอาร์ตต้องการปรึกษาว่าในช่วงเวลาที่พูดคุยกันแล้วพอแฟนนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา เขาจะรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที เธอควรจะทำอย่างไร ควรรอให้เขาดีขึ้น หรือควรทำตัวอย่างไร และอยากรู้ในมุมมองของดีเจเผือกที่เป็นผู้ชายว่า รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ควรซัพพอร์ตความรู้สึกเขาอย่างไรให้ดีขึ้น เพราะเธอเองก็รู้สึกผิด หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า หากเจอเรื่องแบบนี้ต้องช็อกอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณอาร์ตได้นั่นคือ ‘ไทม์ไลน์’ ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการมีอยู่ของเขา ต้องยืนยันให้ได้ แต่สุดท้ายดีเจเผือกมองว่าสำหรับบางคนก่อนหลังไม่สำคัญ เพราะต่อให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนจะคบกัน แต่พอได้เห็นบางคนก็รับไม่ได้อยู่ดี ความรับได้ของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องในอดีตไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันและเขารับได้มันก็มี แต่คนที่ไม่เข้าใจไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เขาก็รับไม่ได้อยู่ดี ต้องยอมรับว่าแผลนี้มันเกิดขึ้นกับแฟนไปแล้ว แม้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่เรื่องราวจะเกิดขึ้นในอดีต และแม้ว่าเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันจะมีเพียงแชตกับคุณคุยเก่า ต้องยอมรับว่าไม่ได้บริสุทธิ์ใจกันเสียทีเดียว เพราะมีการพูดคุยหยอกล้อกันเล็กน้อย ดีเจเผือกจึงมองว่าไม่แปลกที่แฟนจะไม่โอเค สิ่งที่คุณอาร์ตทำได้คือ ‘ทน‘ เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากฝั่งคุณอาร์ตเอง ทนจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ไหวแล้วค่อยแยกย้ายกัน หรือในสักวันหนึ่งเขาอาจก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ได้ อยู่ที่ว่าคุณอาร์ตจะเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้มากน้อยเพียงไหน จากที่ผ่านมาเคยเต๊าะผู้ชายในร้านกลางคืน หรือการเก็บคลิปไว้ในโทรศัพท์และไม่เก็บไว้ให้ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้แล้วว่าจะส่งผลอย่างไร ต่อจากนี้อยู่ที่ต่อจากนี้คุณอาร์ตจะทำอย่างไร จะเปลี่ยนตัวเอง หรือจะลบให้รอบคอบขึ้น แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือมันมีเหตุผลให้แฟนนอย ต้องเข้าใจเขา ถ้าไม่นอยคงแปลก สิ่งที่เกิดขึ้นมันปกติ และเขามีทั้งช่วงที่ดี ช่วงที่หาย นั่นแปลว่าเขายังคงอยากคบกับคุณอาร์ตต่อ ในช่วงที่เขาดิ่งเนื่องจากนึกถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะสมองเขาจำไปแล้ว สำหรับดีเจเผือกมองว่าขึ้นอยู่กับคุณอาร์ต อยู่ที่ว่าหลังจากนี้เราจะชี้แจงความผิดของเราอย่างไรให้แฟนสบายใจที่สุด ในมุมมองเราอาจมองว่าความผิดเดียวคือที่คุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่คบกับเขา แต่ในมุมแฟนอาจมองว่าในช่วงก่อนคบเราก็เหมือนจะมีความรู้สึกที่ต่อกันทำไมถึงไปเต๊าะผู้ชายคนอื่น และกลับกันเขาอาจคุยกับแค่คุณอาร์ตคนเดียวไม่ได้เต๊าะใคร ในขณะที่คุณอาร์ตมีเวลาคุยเล่นกับคนอื่น จึงเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงเป็นอย่างนี้ ต้องทนเท่านั้น เพราะคุณอาร์ตเป็นคนผิดชัดเจน ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว และหวังว่าแฟนจะทนได้เช่นกัน อาจต้องใช้เวลา และเป็นไปได้ที่แฟนอาจนอยเรื่องนี้ทั้งชีวิตไม่ว่าจะพูดขึ้นมาตอนไหนก็ตาม สิ่งที่ทำได้คือ ’ทำใจ’ หากไม่ไหวก็เลิก ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า เห็นด้วยกับดีเจเผือกว่าอย่างแรกคือคุณอาร์ตต้องทน ต้องพยายามเข้าใจเขา หากมองในมุมของแฟนในเรื่องการเซฟคลิป หากจะให้เชื่อว่าคุณอาร์ตว่ามีคลิปเพียงเพราะไม่ได้เข้าไปลบก็เชื่อได้ยาก และในมุมแฟนเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณอาร์ตพูดเป็นเรื่องจริง 100% ไม่ใช่เพียงการพูดเพราะแฟนจับได้แล้วโกรธ แต่ในด้านดีเจเติ้ลเชื่อว่าคุณอาร์ตพูดความจริง เพราะฉะนั้นจากนี้คุณอาร์ตจะต้องทน และพิสูจน์ตนเองว่าจะไม่ทำอย่างที่เคยผิดพลาดอีก ในกรณีที่คุณอาร์ตคุยกับคนคุยเก่า ดีเจเติ้ลมองว่าดีที่เขาแค่ดิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น เพราะบางคนจะงี่เง่ายิ่งกว่าที่คุณอาร์ตเจอ เราเพียงต้องอยู่ข้าง ๆ เขาให้เขารู้ว่าเราจะไม่เป็นเหมือนที่ผ่านมา หากโชคดีก็อยู่กันต่อไป แต่หากเขามีอาการมากขึ้นก็ต้องดูว่าคุณอาร์ตทนไหวแค่ไหน หากรักเขาจริงต้องทนให้ได้ ปิดท้ายที่ ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า ให้เปิดใจคุยกัน หากเขาดิ่งให้ยอมรับทุกสิ่งว่า เหตุการณ์ทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว ผิดพลาดไปแล้ว โชคดีที่ความผิดพลาดนั้นเรารู้ตัวเร็ว อย่างน้อยไม่ได้ผิดพลาดเมื่อคบกันไปหลายปีแล้ว วันนี้คุณอาร์ตได้เรียนรู้ว่าไม่ควรทำอะไร ต่อจากนี้จะทำทุกอย่างให้ดี และจะไม่ผิดซ้ำอีก ขอโอกาสได้ไหม ขอโอกาสให้เราได้ดูแลเขาอย่างดี ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่เราพูดก็ได้ ให้โอกาสให้เราได้ทำ ให้เราได้แสดงความมั่นใจว่าจะมีเขาเพียงคนเดียว เอาสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ยากจะรับ แต่ต่อจากนี้จะทำให้ดี จะไม่ทำให้คิดมากอีกแล้ว จะทำให้ภูมิใจเลยที่มีเราเป็นแฟนที่ซื่อสัตย์ ต้องเคลียร์ให้เขายกสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ ซึ่งจะยกออกได้ไหมก็ไม่สามารถบอกได้ แต่คุณอาร์ตทำได้เพียงเท่านั้น หากรับปากสัญญาไว้แล้วต้องทำให้ได้ ถ้ามั่นใจว่าคนนี้ใช่แล้ว ให้บอกกับเขาว่า “เราโอเคกับเขามาก รู้สึกดี อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมาก จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ไม่ให้เสียมันไปอีก” แต่อย่าแก้ตัวเด็ดขาดเพราะเราผิดจริง ให้ยอมรับว่าผิดพลาดมาก สุดท้ายคุณอาร์ตอยากให้ดีเจทั้งสามให้กำลังใจคุณแฟน ด้าน ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “พี่จะไม่ใจให้กำลังใจเขา เพราะพี่เข้าใจเขา จะงอน จะโกรธอะไรเต็มที่เลย นี่คือสิทธิของเราเพราะสิ่งที่เจอก็โหดจริง เข้าใจแฟนคุณอาร์ตสุด ๆ ” ถัดมา ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า “ถ้าแฟนคุณอาร์ตอยากอยู่ก็ดูไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องทน ส่วนคุณอาร์ตต้องเหนื่อยกว่าคู่แฟนทั่วไป อยู่ที่คุณอาร์ตจะทำได้ไหม” ‘ดีเจเผือก’ เสริมว่า “เอาเท่าที่แฟนคุณอาร์ตไหว เหตุการณ์นี้จะไม่มีวันหายไปจากคู่เราจะติดไปจนกว่าจะจากกัน อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไร ต่อจากนี้ให้ดูคุณอาร์ตในปัจจุบันพิสูจน์ตัว ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น ก็ให้ดูว่าคุณอาร์ตในปัจจุบัน”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-