พี่สะใภ้ส่งเสียงดัง ตอนทำกิจกรรมเข้าจังหวะเป็นระยะเวลานานเกือบชั่วโมง! จะแก้ปัญหาอย่างไรดีคะ หนูนอนไม่หลับเลย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พี่สะใภ้ส่งเสียงดัง ตอนทำกิจกรรมเข้าจังหวะเป็นระยะเวลานานเกือบชั่วโมง! จะแก้ปัญหาอย่างไรดีคะ หนูนอนไม่หลับเลย

14 ส.ค. 2026

พี่สะใภ้ส่งเสียงดัง

ตอนทำกิจกรรมเข้าจังหวะเป็นระยะเวลานานเกือบชั่วโมง!

จะแก้ปัญหาอย่างไรดีคะ หนูนอนไม่หลับเลย


         ‘คุณมะลิ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่พี่สะใภ้ส่งเสียงดังขณะทำกิจกรรมเข้าจังหวะ เสียงนี้เองทำให้เธอนอนไม่หลับ 

         ‘คุณมะลิ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี ได้โทรมาเล่าว่า เธอได้ย้ายเข้ามาอยู่กับแฟนเข้าปีที่ 4 แล้ว โดยสมาชิกในบ้านจะมี คุณมะลิ แฟน และคุณย่าของแฟนอาศัยอยู่ แต่ปัจจุบันนี้พี่ชายของแฟนเพิ่งกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับพาแฟนสาวมาอยู่ด้วย รวมแล้วตอนนี้จะมีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 5 คน 

         ปัญหาก็คือว่าพี่ชายและแฟนสาวชอบมีอะไรกันเสียงดังมาก โดยปกติจะเป็นช่วงเวลาประมาณตี 2-3 แต่ล่าสุดเขามีอะไรกันช่วง 9-10 โมงเช้า ซึ่งเสียงค่อนข้างจะดังลั่น ได้ยินกันทั้งบ้าน มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงที่คุณมะลิกำลังเตรียมตัวไปทำงาน เขามีอะไรกันเสียงดังจนทำให้คุณย่าและคุณมะลิถึงกับต้องหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ

         ตัวคุณมะลิเองก็เคยบอกแฟนให้ไปคุยกับพี่ชายว่า “ช่วยลดเสียงตอนทำกิจกรรมได้ไหม เสียงค่อนข้างดังมาก และระยะเวลาที่นานเกือบชั่วโมงทำให้เธอนอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าจะไม่เกรงใจเธอ อย่างน้อยก็อยากให้เกรงใจคุณย่าบ้าง ท่านมีอายุแล้ว” แต่แฟนก็ไม่ได้ไปคุยให้ เพราะทั้งคู่เป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยพูดคุยกัน ไม่สนิทกัน และคุณมะลิก็มองว่าตนนั้นไม่สามารถไปพูดด้วยตนเองได้เพราะเธอก็เป็นเพียงผู้อาศัย ในส่วนของแฟนพี่ชายก็ไม่ค่อยออกจากห้องมาพูดคุยกันเลย

         คุณมะลิคาดว่าข้างบ้านคงได้ยินเสียงด้วยเพราะเป็นบ้านติดกัน และชั้นบนก็เป็นบ้านไม้เพียงแค่เดินก็ได้ยินเสียงแล้ว ด้านคุณมะลิก็เจอกับข้างบ้านบ่อย คิดว่าเขาอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเธอกับแฟนก็ได้

         ‘ดีเจเผือก’ จึงบอกว่าหากมีเสียงกิจกรรมดังขึ้นให้ออกไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านให้ข้างบ้านรู้ว่าไม่ใช่เสียงของเรา ซึ่งคุณมะลิเคยมีความคิดที่ว่า หรือเธอจะร้องสวนไปเลยดี แข่งกันไปเลย นอกจากนี้ ‘ดีเจทั้งสามท่าน’ แนะนำให้ส่งสัญญาณโดยการเคาะพื้นให้เขาเบาเสียงลง แต่ดีเจทั้งสามก็มองว่า เขาต้องรู้ตัวอยู่แล้วว่ากิจกกรมของพวกเขาส่งเสียงดังคนอื่นได้ยิน คุณมะลิจึงอยากขอคำแนะนำว่ามีวิธีแก้อย่างไรบ้าง เพราะเหตุการณ์นี้เกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และเธอไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร

         หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า "ต้องทำให้เขาหมดอารมณ์ เพื่อให้เขารู้ว่าควรจะต้องทำกิจกรรมกันเงียบ ๆ เพราะมันรบกวนเรา" และ ‘ดีเจทั้งสามท่าน’ เห็นตรงกันว่าคุณมะลิสามารถทำได้สองวิธีคือ

         ลองอ้างว่าเพื่อนบ้านแจ้งมาว่าเสียงดังให้เบาเสียงลง หากพี่ชายถามกลับว่าหลังไหนให้ตอบว่ากลับว่าไม่ทราบเพราะเขาเดินมาแจ้ง หรือหากไม่อยากพูดให้พิมพ์เป็นจดหมายไปยื่นให้พี่ชาย โดยต้องขอความร่วมมือจากแฟนหรือคุณย่าเป็นคนพูดเท่านั้น เพราะคุณมะลิเป็นผู้อาศัยไม่ควรเข้าไปพูดเองเด็ดขาด หรือไม่ก็ลองเปิดคลิปคอนเทนต์ตลก หรือบทสวดมนต์สวนขึ้นไปทุกครั้งที่เขาส่งเสียง เขาจะได้รู้ตัว

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นครูมา 10 ปี เพิ่งเคยเจอ ผมเสียใจร้องไห้มา 2 อาทิตย์แล้วครับ ได้มาสอนชั้นอนุบาล เจอผู้ปกครองไปขอผอ. ย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เหตุผลเพราะเขาเห็นผมเป็น LGBTQ+ เขากลัวว่าลูกจะโตมาเป็นแบบผม แล้วการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมผิดอะไร?

09 ส.ค. 2024

ผมเป็นครูมา 10 ปี เพิ่งเคยเจอ ผมเสียใจร้องไห้มา 2 อาทิตย์แล้วครับ ได้มาสอนชั้นอนุบาล เจอผู้ปกครองไปขอผอ. ย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เหตุผลเพราะเขาเห็นผมเป็น LGBTQ+ เขากลัวว่าลูกจะโตมาเป็นแบบผม แล้วการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมผิดอะไร?

ผมเป็นครูมา 10 ปี เพิ่งเคยเจอ ผมเสียใจร้องไห้มา 2 อาทิตย์แล้วครับ ได้มาสอนชั้นอนุบาลเจอผู้ปกครองไปขอผอ. ย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เหตุผลเพราะเขาเห็นผมเป็น LGBTQ+เขากลัวว่าลูกจะโตมาเป็นแบบผม แล้วการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมผิดอะไร? ลูกเขายังร้องไห้ อยากเรียนกับผมอยู่เลย “คุณคิม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [7 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาสอนชั้นอนุบาล แต่ผู้ปกครองอยากย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เพราะเราเป็น LGBTQ โดย “คุณคิม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ผมเป็นครูกำลังจะเข้าปีที่ 10 ผมเป็น LGBTQ+ ผมก็มีแฟนและใช้ชีวิตปกติ ปีนี้ผมลงไปสอนชั้นอนุบาล แล้วผมก็เจอผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างมีฐานะ พอเปิดเทอมได้เดือนเศษ ๆ ผู้ปกครองกลุ่มนี้ก็เข้าพบผู้อำนวยการ และจะขอย้ายลูก 2 คนไปเรียนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเค้าให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ลูกเป็นเกย์ เป็นกะเทย ผมเลยถูกผู้อำนวยการเรียกไปคุยแต่ท่านไม่ได้บอกเหตุผลเพราะกลัวผมเสียใจ แต่ผมทราบจากผู้ปกครองคนอื่นที่เค้าคุยกันในกลุ่มไลน์ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าแล้วเราผิดอะไรที่เราเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมตั้งใจสอนเด็กทุกคน ตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นครูมา ผมก็ไม่เคยทำอะไรที่เสียหายหรือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเด็ก แล้วทุกวันนี้เด็ก 2 คนนี้ก็ถูกย้ายไปอยู่อีกห้องนึง แต่ผมก็เจอทุกวัน ล่าสุดผมเจอเหตุการณ์ที่ผมไม่ไหว คือ เด็ก 2 คนนี้ลงรถมาจากผู้ปกครอง แล้วเค้าวิ่งมาหาผมแล้วบอกว่า “อยากไปเรียนห้องครูคิม” แล้วผู้ปกครองก็เอาลูกเค้าไป แล้วเค้าตีลูกและบอกว่า “ให้เรียนอีกห้อง วิ่งไปห้องนั้นทำไม” นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมก็ไม่อยากเกิดเป็นแบบนี้ ผมเลยคิดว่าเดือนตุลาคมนี้ผมจะลาออก เพราะเหตุการณ์นี้ ผมก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าผมจะมูฟออนจากเหตุการณ์นี้ยังไง และจะดำเนินชีวิตต่อยังไง? ควรไปต่อหรือพอแค่นี้’ ซึ่ง “ดีเจอั๋น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่าถ้าเราอยากไปต่อเราไป ถ้าเรายังมีความสุขกับการเป็นครู แล้วมันยังเป็นความฝันความตั้งใจ เรายังรู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์ตรงนั้น เราเห็นคูณค่าของตัวเองตรงนั้น “ทำ” แค่นั้นเอง อย่างแรกเลยพี่ไม่คิดว่าเราควรเอาคุณค่าของเราไปแขวนกับความคิดเห็นหรือความรู้สึกของคนอื่น เราไม่จำเป็นต้องให้ค่ากับทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ในชีวิตที่จะทำให้ทุก ๆ คนรักเรา ชอบเรา แม้แต่เราทำถูกต้องทุกอย่าง ก็ยังสามารถมีคนบอกว่าเราผิดได้ แม้เราทำทุกอย่างเหมาะสม ก็มีคนบอกว่าเราไม่มีมารยาทได้ เพราะฉะนั้นมันคือเรื่องปกติของโลกที่เราจะต้องเจอกับความผิดปกติ รวมถึงเราอาจจะเจอกับความผิดปกติของทัศนคติของคนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ และบางทีไม่ต้องหาเหตุผล พี่อั๋นก็ยังยืนยันว่ามันคือส่วนน้อย และเราควรมีภูมิคุ้มกันเพราะเราต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกเยอะ และเราควรเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่าเราจะต้องเจอกับเรื่องอะไรได้อีกเยอะมากในโลกที่มันไม่มีเหตุผลเลย โดยไม่จำเป็นจะต้องเสรยเวลาอธิบายอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่อง LGBTQ+ กันอีกต่อไป เพราะ ณ วันนี้อย่างแรกเลย คิมเองต้องไม่รู้สึกว่าสิ่งนี้ผิดปกติ ไม่มีใครด่าเราว่าเราผิกปกติได้ ถ้าเราไม่รู้สึกว่ามันผิดปกติเอง เราต้องไม่ทำร้ายตัวเองในสิ่งที่เราไม่ได้ผิด อย่าหยิบมีดมาแทงตัวเอง โลกมันเดินไปแล้ว แต่เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนเดินไปกับเราได้ ถ้าเค้าทุกข์ปล่อยเค้าทุกข์ เราแค่เอาใจช่วยว่าลูกเค้าหวังว่าลูกเค้าจะเติบโตมาดีกว่าพ่อแม่เค้า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่พึ่งไปงานไพรด์ที่สวีเดน เค้าจะมีขบวนที่เป็นตัวแทนของครูและอาชีพต่าง ๆ สิ่งที่พี่รู้สึกคือเค้าทำให้เห็นว่ามันคือเรื่องธรรมดาและปกติ เพราะฉะนั้นเราไม่รู้สึกว่ามันคือสิ่งผิดปกติเลย เพราะว่าคิมเจอเหตุการณ์นี้และรู้สึกกับมัน พี่เป็นห่วงไม่อยากให้คิมคิดแบบนี้ เพราะพี่รู้สึกว่าสิ่งที่คิมเจอ คนอื่นก็เจอในแง่มุมอื่นเหมือนกัน พี่รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคิม ส่วนผู้ปกครองเราต้องเมตตาเค้าที่เค้าไม่รู้ว่าครู LGBTQ+ ไม่ได้ทำให้ลูกเป็น LGBTQ+ เท่ากับครูพละหล่อ ๆ พี่เสียดายถ้าคิมจะยุติอาชีพที่ทำมา 10 ปีและมีความสุขกับตรงนั้น เพราะฉะนั้นอยากให้คิมมีกำลังใจ และมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นใจคิมนะ แต่ว่านั่นคือปัญหาของแม่เด็กนักเรียน ไม่ใช่ปัญหาเรา เพราะถ้าเป็นพี่ พี่แค่รู้สึกว่าคำว่าครูคิมมั่นใจว่าคิมทำได้ดี ขนาดที่เด็กโดนย้ายร้องไห้และอยากมาเรียนกับคิม แสดงว่าคิมต้องเป็นครูที่สอนเราได้ดี เราดีพอและเด็กรัก อวยพรให้แม่เค้าต้องย้ายลูกไปเรื่อย ๆ เพราะนั่นคือความรักของแม่ แม่ไม่ได้ผิด แต่ถ้าแม่เค้าเลือกที่จะย้ายลูกไปเรื่อย ๆ และไม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นก็ต้องเอาใจช่วยแม่เค้าจนกว่าจะพอใจ ปัญหาหลักคือเค้าไม่สามารถสอนลูกได้ด้วยตัวเอง จึงไปจัดการสิ่งแวดล้อมอื่น และคิดหรอว่าคนเราจะจัดการสิ่งแวดล้อมไปตลอดได้ เพราะฉะนั้นในหน้าที่การงานคิมไม่ได้บกพร่อง จงภูมิใจในสิ่งที่เราเคยทำและทำมันต่อไป แล้วปล่อยให้ปัญหานี้เป็นของมารดาเค้า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

17 มิ.ย. 2026

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำหนูคิดว่ามันไม่สะอาดเวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วยเลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ? ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนที่ไม่ใช้ทิชชู่เช็ดอวัยวะเพศหลังทำธุระเบาเสร็จ ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เธอเปิดมาด้วยคำถามสำหรับคุณผู้ชายว่า “หลังปัสสาวะเสร็จ จำเป็นต้องใช้ทิชชู่เช็ดตรงอวัยวะนั้นไหม?” เธอตั้งคำถามนี้เพราะว่าส่วนตัวเข้าใจมาตลอดว่าทุกคนต้องเช็ด แต่เพิ่งได้รู้ความจริงว่าแฟนเธอไม่เช็ด คุณบิวตี้รู้เข้าก็ตกใจ และขอให้แฟนเช็ดเป็นพิเศษเพราะกังวลเรื่องความสะอาด แต่แฟนกลับต่อต้านมาก ๆ และบอกว่า “ไม่มีทางเช็ดเด็ดขาด ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาเช็ดหลังปัสสาวะ เขาสะบัด ๆ แล้วเก็บกันทั้งนั้น” ด้าน ‘ดีเจเผือก‘ บอกว่า “ส่วนใหญ่เขาก็ไม่เช็ดกัน เพราะโถไม่มีทิชชู่ให้ จะเช็ดอย่างไร แค่สะบัด ๆ” ’ดีเจเติ้ล’ ก็ตอบว่า “เห็นด้วยว่าส่วนใหญ่ไม่เช็ด เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้เช็ดตั้งแต่แรก แต่เช็ดเพราะเคยมีอาการคัน และคิดว่าเกิดจากอาการหมักหมมจึงเช็ด” ‘ดีเจต้นหอม’ ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า “ทำไมคุณบิวตี้ถึงรับไม่ได้กับการใช้ไม่ใช้ทิชชู่เช็ด” เธอได้ตอบว่าเพราะหากมีอะไรกับมันจะสกปรก และมักมีอะไรกันก่อนอาบน้ำ แต่เขาจะล้างเฉพาะตอนอาบน้ำเท่านั้น ดีเจทั้งสามจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องล้างก่อนมีอะไรกันทั้งสองฝ่าย ต่อให้เช็ดหลังเข้าห้องน้ำก็ต้องทำความสะอาดก่อนจะมีอะไรกัน” สุดท้าย ดีเจเผือกและดีเจต้นหอมเสริมทริกเล็ก ๆ ว่า หลังเขาอาบน้ำตอนที่เขาหอมแล้ว ให้เข้าไปชมว่าหอมและจัดชุดใหญ่เลย เขาจะได้รู้ว่าเมื่อหอมแล้วจะได้รางวัลเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

13 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอเพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใสแต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ เดินออกมา “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราสักลายที่แขน และมีลูกติด ทำให้แฟนไม่อยากเปิดตัวเรากับที่บ้าน! “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอายุ 39 เข้า 40 ปี เขาก็เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปเหมือนกับหนู คบกันประมาณ 4 ปี เขาค่อนข้างที่จะดูแลเราดีในระดับนึง เรื่องไปรับ ไปส่ง เรื่องชีวิตประจำวัน เขาเคยพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าหลังเขาทำงานเกษียณ ก็มีหนูอยู่ด้วยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องแต่งานเราเห็นตรงกันว่า เราจะไม่แต่งกัน และเรื่องลูกก็ยังไม่อยากมีเพิ่ม แต่ว่ามีอยู่ปัญหาหนึ่งคือ หนูไม่เคยไปเจอคนในครอบครัวเขา และไม่เคยเปิดตัวหนูเลยแม้กระทั่งคนที่บ้าน ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนๆ ก็ไม่เคยพาไปเจอเลย เวลาเจอคนอื่นถาม เขาก็จะบอกว่าหนูเป็นน้อง แต่จะมีกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มที่หนูรู้จักกันมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า 1. หนูมีลูกแล้ว เขาค่อนข้างเอ็นดู และดูเแลลูกหนู 2. หนูมีรอยสักนอกร่มผ้า จึงทำให้เขาเปิดตัวหนูยากมาก ซึ่งหนูก็ไม่เปิดตัวเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่เปิดตัวหนู แต่ครอบครัวกับเพื่อนสนิทหนูรู้หมดทุกคน ด้วยความที่เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วมันอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน หนูจึงไม่เคยถาม เขาเคยพูดว่าสเปคของเขาคือ สูง ขาว สวย หุ่นดี หน้าตาดี มันตรงกันข้ามกับหนูเลย แต่เขาก็เป็นคนมาจีบหนู หนูสงสัยว่าทำไมเขาไม่เปิดตัวหนูสักที หนูไม่รู้ว่าเขาอายหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีหนูอยู่ในชีวิตเขา จริงๆหนูก็รักเขา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หนูคงต้องไป หนูก็อยากมีตัวตน โดยที่ไม่ต้องปกปิด อยากให้ภูมิใจที่มีเรา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรถามเขาไปตรงๆ หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดี? ซึ่งทางด้าน “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้ถามนะ ถ้าเอ็มรักตัวเองพอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าไหว ก็ประคองตัวเองไปก่อน เราอย่าปล่อยให้คนคนนึงทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เวลาเราจะถามใครก็แล้วแต่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่ารับได้แค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องถาม รอให้เราพร้อมที่จะล้มได้ ตอนนั้นแหล่ะ ให้ถามเลย และต้องปรับทัศนคติตัวเราเองให้เชื่อว่าการคุยและมีปัญหาไม่ได้เท่ากับการมีปัญหา การมีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเข้าใจ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าเราพูดคุยกันได้ มันอาจจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น น้องเอมต้องเชื่อมั่นในความเท่ของตัวเอง’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะถาม เพราะเหตุผลของเขาคือคำตอบที่พี่ไม่ซื้อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือคุณเลือกเรานะ ถ้าไม่อยากเปิดตัวเพราะเหตุผลนี้คุณจะเลือกเราทำไมตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเป็นประเด็นที่เขาไม่ชอบอีก มันไม่ใช่ว่าคุณชอบฉันเพราะฉันเป็นแบบนี่หรอ พี่ว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ พี่อยากให้ถามเพราะเอ็มบอกว่า ไม่กล้าถามเขาเพราะกลัวเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน แล้วมันยังไง ทำไมคนรักกันจะถามอะไรที่จะทะเลาะกัน เพื่อความเข้าใจกันไม่ได้หรอ มันกลายเป็นว่าเราจะรักก้นดีๆโดยที่ไม่มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันเลยหรอ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ไใ่พอใจ ไม่สมเหตุสมผล เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาเลยหรอ พี่รู้สึกว่าความรักแบบนี้ไม่น่าจะดีนะ มัสต้องคุยกันได้ เพราะสิ่งนี้มันคือสิ่งที่มีเหตุผลพอที่จะถาม ไม่ใช่เรื่องงี่เง่า พี่ว่ามันคือสิ่งที่ควรคุยกัน’ และ “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนส่วนใหญ่คิดว่า ทุกความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่แฟนกัน เราควรคุยกันได้ เพราะการสื่อสารสำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ใดๆก็มีสุขภาพดี คือ Healthy Relationship ถ้าเราอยู่ในความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี แต่เราไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกความรู้สึก พี่ไม่คิดว่าความรักหรือความสัมพันธ์นั้นมันดี และในทุกๆความรัก ทั้งเขาและเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือก อย่าลืมสิทธิ์นี้ของตัวเองแล้วกกลัวว่าอยู่ดีๆเขาจะเปลี่ยนใจไม่เลือกเรา เราต้องเห็นค่าของตัวเองมากกว่านี้ เราอย่าลืมรักตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลเราบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี พี่ก็เคยอยู่ในภาวะไร้ตัวตน ถ้าเรารู้สึกว่าเขารักเรา เราถมเขาเลย ถามด้วยความรู้สึกว่าอยากเข้าใจ รักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ก็ไม่ควรซ่อนฉันจนไร้ตัวตน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขา ไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำ บางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่

25 ก.ค. 2025

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขา ไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำ บางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขาไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำบางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่ ทำเป็นซื้อของมาฝากอ้างว่ามาเพราะมีแมวที่เลี้ยงด้วยกัน มาหาแมวด้วย ตอนที่เรามีแฟนใหม่ แฟนใหม่เราก็เป็นคนใจเย็นไม่ได้ว่าอะไรแฟนเก่าเราคนนี้ ตอนนี้เรากลับมาโสดอีกครั้ง แฟนเก่าเราคนนี้ยิ่งเข้ามาวนเวียนในชีวิตบ่อยเกินรู้สึกไม่โอเคเลย หนูควรจะทำยังไงดีคะ? “คุณนิว (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าที่ตามง้อไม่เลิกแถมยังมาคุกคามถึงบ้าน อยากรู้ว่าเราควรจะรับมือกับเขายังไงดี? โดย “คุณนิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเก่ายังตามง้อไม่เลิกและไม่ให้เกียรติเราเลย เราเลิกกันได้ 3 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่เลิกกันเขาก็จะตามมาหาเราที่หอบ้าง ที่บ้านบ้าง โดยอ้างว่าซื้อของมาให้คุณแม่ คือเราคบกันแบบเปิดเผย ตอนเลิกกันก็บอกแม่ว่าเลิกกัน แต่แม่เอ็นดูเขา ช่วงเทศกาลเขาก็มาหาคุณแม่ เราก็เคยเลี้ยงแมวด้วยกัน เขาอ้างว่ามาหาแมว และก่อนหน้าที่เราจะกลับมาอยู่บ้าน ตอนนั้นเขาก็มายืนรอหน้าหอพักหลังเลิกงาน แล้วก็บอกว่า ขอเข้าไปในห้องด้วยได้ไหม เขาขอร้องเราแต่เราก็ปฏิเสธไป เหตุผลที่เราเลิกกันเพราะความ TOXIC มีปัญหาทะเลาะกัน แล้วเขาก็ขู่จะทำร้ายเราด้วย ปีแรกที่เลิกกันไป เราก็มีแฟนใหม่ แต่เขาก็ยังตามเราอยู่ แฟนใหม่เราก็ไม่โอเค แต่แฟนใหม่เราเป็นคนใจเย็น เวลาเราออกไปดื่มก็เจอแฟนเก่า ออกกี่รอบก็เจอตลอด ไม่ว่าจะกี่ร้าน บางทีเราไม่ได้เจอกับเขาโดยตรง แต่เราดันไปเจอคนรู้จักของเขา คนนั้นก็เขาก็เอาไปบอกแฟนเก่าว่าหนูอยู่ที่นี่ ในโซเชียลเขาก็จะชอบแชร์เหมือนเรายังคบกันอยู่ ทำตัวเป็นเจ้าของ หนูเลยมองว่าเขาไม่ให้เกียรติเรา แม่เราก็ไม่กล้าบอกให้เขาออกไปจากเรา เพราะเขาดีต่อกันและไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ตอนไปเที่ยวสงกรานต์เจอคนรู้จักของเขาก็ถามถึงแฟนเก่าหนู เหมือนเขาไม่รู้ว่าเราเลิกกันแล้ว เราเจอแฟนเก่าที่ร้านเหล้าประมาณอาทิตย์ละครั้ง พอเจอกันเขาก็เดินเข้ามาในร้าน แล้วมานั่งจ้อง เพื่อนในกลุ่มก็ไม่รู้จะทำยังไงกัน เพราะเขาก็เป็นรุ่นพี่ เคยลงสตอรี่ว่าเราจบกันไปแล้วด้วย แต่เขาก็ยังชอบลงอะไรเกี่ยวกับหนู พฤติกรรมก็แปลกขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์ล่าสุด คือ ตอนเราไปดื่มกับเพื่อน เขาก็มาช่วงร้านจะปิด เขามานั่งข้างเราแล้วพยายามจะจับมือ จับแขนเรา เราก็แสดงอาการขัดขืนแต่ไม่อยากพูดหักหน้าเขา เราเลยลุกหนีแล้วเข้าห้องน้ำ ซึ่งเวลาหนูเข้าห้องน้ำ เขาก็จะตามไปยืนรอหน้าห้องน้ำ แล้วบอกว่าให้เคลียร์กันก่อน แรก ๆ เขาเคยขู่ว่าจะทำร้ายตัวเองด้วยถ้าเราไม่คืนดี เพื่อน ๆ ก็แนะนำว่าให้ลองไปบอกที่บ้านของแฟนเก่าดู เราอยากขอวิธีรับมือจากพี่ๆดีเจว่า เราควรทำยังไงอีกดี?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าลองคุยกับที่บ้านเขาก่อนได้ ถ้าที่บ้านเขารับฟังเขาก็จะรู้ว่ามันเป็นปัญหา แต่ถ้าที่บ้านเขาบอกว่าจะไม่ยุ่ง สิ่งที่ต้องทำคือต้องเก็บหลักฐานการตามของเขาให้ตำรวจไว้ก่อน หรือบอกกับที่บ้านเลยว่าไม่ต้องให้เขามาแล้ว ถ้ายังเข้ามาในบ้านเราอีกก็แจ้งความ แต่ต้องเป็นช่วงที่มีคนในบ้านเยอะหน่อย เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเราบ้าง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกน้องผู้ชายว่ามันไม่ใช่ที่ของเราอีกแล้ว จงเป็นผู้แพ้ที่และจงเป็นอดีตที่ดีของใครสักคน ดีกว่าเราฝืนทำอะไรไม่รู้ที่ไปทำลายช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยคบกันทำไมถึงดิ้นรนที่จะทำลายช่วงเวลาดี ๆ เหล่านั้น แล้วเราจะกลายเป็นใครสักคนที่นิวไม่อยากจะจำ บางครั้งการรออยู่เงียบ ๆ มันดีกว่า และถ้าชีวิตมันจะพัดพาให้มาเจอกันอีกก็ค่อยว่ากัน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘คำว่าตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะ ถ้าคนที่มันเลิกแล้วผู้หญิงจะไม่ชอบผู้ชายที่ทำอะไรแบบนี้ เหมือนเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกันแล้วผู้หญิงจะรู้สึกว่าอยากผลักผู้ชายออกไป ถ้านิวไม่รู้จะทำยังไงให้หาใครสักคนมาเป็นแฟนใหม่ แล้วลงรูปให้รู้ว่าเรามีแฟนแล้ว ถ้าเขายังตามอีกก็แจ้งความเลย เก็บหลักฐานให้เยอะพอที่ตำรวจจะเห็นว่าเราโดนคุกคาม ไม่งั้นเขาจะไม่ตามเรื่องให้เรา หรือลองคุยกับเขาตรง ๆ เลยว่าถ้ายังไม่หยุดจะแจ้งความแล้วนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจต้นหอม #EFM94

album
efm
-

-