พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นครูมา 10 ปี เพิ่งเคยเจอ ผมเสียใจร้องไห้มา 2 อาทิตย์แล้วครับ ได้มาสอนชั้นอนุบาล เจอผู้ปกครองไปขอผอ. ย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เหตุผลเพราะเขาเห็นผมเป็น LGBTQ+ เขากลัวว่าลูกจะโตมาเป็นแบบผม แล้วการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมผิดอะไร?

09 ส.ค. 2024

ผมเป็นครูมา 10 ปี เพิ่งเคยเจอ ผมเสียใจร้องไห้มา 2 อาทิตย์แล้วครับ ได้มาสอนชั้นอนุบาล

เจอผู้ปกครองไปขอผอ. ย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เหตุผลเพราะเขาเห็นผมเป็น LGBTQ+

เขากลัวว่าลูกจะโตมาเป็นแบบผม แล้วการที่ผมเป็นแบบนี้ ผมผิดอะไร? ลูกเขายังร้องไห้ อยากเรียนกับผมอยู่เลย

            “คุณคิม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [7 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาสอนชั้นอนุบาล แต่ผู้ปกครองอยากย้ายลูกไปเรียนห้องอื่น เพราะเราเป็น LGBTQ

            โดย “คุณคิม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ผมเป็นครูกำลังจะเข้าปีที่ 10 ผมเป็น LGBTQ+ ผมก็มีแฟนและใช้ชีวิตปกติ ปีนี้ผมลงไปสอนชั้นอนุบาล แล้วผมก็เจอผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างมีฐานะ พอเปิดเทอมได้เดือนเศษ ๆ ผู้ปกครองกลุ่มนี้ก็เข้าพบผู้อำนวยการ และจะขอย้ายลูก 2 คนไปเรียนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเค้าให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ลูกเป็นเกย์ เป็นกะเทย ผมเลยถูกผู้อำนวยการเรียกไปคุยแต่ท่านไม่ได้บอกเหตุผลเพราะกลัวผมเสียใจ แต่ผมทราบจากผู้ปกครองคนอื่นที่เค้าคุยกันในกลุ่มไลน์ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าแล้วเราผิดอะไรที่เราเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมตั้งใจสอนเด็กทุกคน ตลอดระยะเวลาที่ผมเป็นครูมา ผมก็ไม่เคยทำอะไรที่เสียหายหรือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับเด็ก แล้วทุกวันนี้เด็ก 2 คนนี้ก็ถูกย้ายไปอยู่อีกห้องนึง แต่ผมก็เจอทุกวัน

            ล่าสุดผมเจอเหตุการณ์ที่ผมไม่ไหว คือ เด็ก 2 คนนี้ลงรถมาจากผู้ปกครอง แล้วเค้าวิ่งมาหาผมแล้วบอกว่า “อยากไปเรียนห้องครูคิม” แล้วผู้ปกครองก็เอาลูกเค้าไป แล้วเค้าตีลูกและบอกว่า “ให้เรียนอีกห้อง วิ่งไปห้องนั้นทำไม” นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมก็ไม่อยากเกิดเป็นแบบนี้ ผมเลยคิดว่าเดือนตุลาคมนี้ผมจะลาออก เพราะเหตุการณ์นี้ ผมก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าผมจะมูฟออนจากเหตุการณ์นี้ยังไง และจะดำเนินชีวิตต่อยังไง? ควรไปต่อหรือพอแค่นี้’

            ซึ่ง “ดีเจอั๋น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่าถ้าเราอยากไปต่อเราไป ถ้าเรายังมีความสุขกับการเป็นครู แล้วมันยังเป็นความฝันความตั้งใจ เรายังรู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์ตรงนั้น เราเห็นคูณค่าของตัวเองตรงนั้น “ทำ” แค่นั้นเอง อย่างแรกเลยพี่ไม่คิดว่าเราควรเอาคุณค่าของเราไปแขวนกับความคิดเห็นหรือความรู้สึกของคนอื่น เราไม่จำเป็นต้องให้ค่ากับทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ในชีวิตที่จะทำให้ทุก ๆ คนรักเรา ชอบเรา แม้แต่เราทำถูกต้องทุกอย่าง ก็ยังสามารถมีคนบอกว่าเราผิดได้ แม้เราทำทุกอย่างเหมาะสม ก็มีคนบอกว่าเราไม่มีมารยาทได้ เพราะฉะนั้นมันคือเรื่องปกติของโลกที่เราจะต้องเจอกับความผิดปกติ รวมถึงเราอาจจะเจอกับความผิดปกติของทัศนคติของคนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ และบางทีไม่ต้องหาเหตุผล พี่อั๋นก็ยังยืนยันว่ามันคือส่วนน้อย และเราควรมีภูมิคุ้มกันเพราะเราต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกเยอะ

            และเราควรเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่าเราจะต้องเจอกับเรื่องอะไรได้อีกเยอะมากในโลกที่มันไม่มีเหตุผลเลย โดยไม่จำเป็นจะต้องเสรยเวลาอธิบายอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่อง LGBTQ+ กันอีกต่อไป เพราะ ณ วันนี้อย่างแรกเลย คิมเองต้องไม่รู้สึกว่าสิ่งนี้ผิดปกติ ไม่มีใครด่าเราว่าเราผิกปกติได้ ถ้าเราไม่รู้สึกว่ามันผิดปกติเอง เราต้องไม่ทำร้ายตัวเองในสิ่งที่เราไม่ได้ผิด อย่าหยิบมีดมาแทงตัวเอง โลกมันเดินไปแล้ว แต่เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนเดินไปกับเราได้ ถ้าเค้าทุกข์ปล่อยเค้าทุกข์ เราแค่เอาใจช่วยว่าลูกเค้าหวังว่าลูกเค้าจะเติบโตมาดีกว่าพ่อแม่เค้า’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่พึ่งไปงานไพรด์ที่สวีเดน เค้าจะมีขบวนที่เป็นตัวแทนของครูและอาชีพต่าง ๆ สิ่งที่พี่รู้สึกคือเค้าทำให้เห็นว่ามันคือเรื่องธรรมดาและปกติ เพราะฉะนั้นเราไม่รู้สึกว่ามันคือสิ่งผิดปกติเลย เพราะว่าคิมเจอเหตุการณ์นี้และรู้สึกกับมัน พี่เป็นห่วงไม่อยากให้คิมคิดแบบนี้ เพราะพี่รู้สึกว่าสิ่งที่คิมเจอ คนอื่นก็เจอในแง่มุมอื่นเหมือนกัน พี่รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับคิม ส่วนผู้ปกครองเราต้องเมตตาเค้าที่เค้าไม่รู้ว่าครู LGBTQ+  ไม่ได้ทำให้ลูกเป็น LGBTQ+  เท่ากับครูพละหล่อ ๆ พี่เสียดายถ้าคิมจะยุติอาชีพที่ทำมา 10 ปีและมีความสุขกับตรงนั้น เพราะฉะนั้นอยากให้คิมมีกำลังใจ และมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ’

            และสุดท้าย “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นใจคิมนะ แต่ว่านั่นคือปัญหาของแม่เด็กนักเรียน ไม่ใช่ปัญหาเรา เพราะถ้าเป็นพี่ พี่แค่รู้สึกว่าคำว่าครูคิมมั่นใจว่าคิมทำได้ดี ขนาดที่เด็กโดนย้ายร้องไห้และอยากมาเรียนกับคิม แสดงว่าคิมต้องเป็นครูที่สอนเราได้ดี เราดีพอและเด็กรัก อวยพรให้แม่เค้าต้องย้ายลูกไปเรื่อย ๆ เพราะนั่นคือความรักของแม่ แม่ไม่ได้ผิด แต่ถ้าแม่เค้าเลือกที่จะย้ายลูกไปเรื่อย ๆ และไม่ยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นก็ต้องเอาใจช่วยแม่เค้าจนกว่าจะพอใจ ปัญหาหลักคือเค้าไม่สามารถสอนลูกได้ด้วยตัวเอง จึงไปจัดการสิ่งแวดล้อมอื่น และคิดหรอว่าคนเราจะจัดการสิ่งแวดล้อมไปตลอดได้ เพราะฉะนั้นในหน้าที่การงานคิมไม่ได้บกพร่อง จงภูมิใจในสิ่งที่เราเคยทำและทำมันต่อไป แล้วปล่อยให้ปัญหานี้เป็นของมารดาเค้า’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มีน้องที่ทำงานคนนึง ไปต่อขนตากับร้านที่รู้จักหนู พี่ที่ต่อขนตาโทรมาเล่าให้หนูฟังว่า ระหว่างต่อขนตา เหาเดินออกจากหัว ไม่ได้บอกน้องตอนนั้น เลยโทรมาฝากให้หนูเตือนน้อง หลังๆมา น้องมาทำงาน รักสวยรักงาม แต่ตัวเหม็นมาก

09 ส.ค. 2024

มีน้องที่ทำงานคนนึง ไปต่อขนตากับร้านที่รู้จักหนู พี่ที่ต่อขนตาโทรมาเล่าให้หนูฟังว่า ระหว่างต่อขนตา เหาเดินออกจากหัว ไม่ได้บอกน้องตอนนั้น เลยโทรมาฝากให้หนูเตือนน้อง หลังๆมา น้องมาทำงาน รักสวยรักงาม แต่ตัวเหม็นมาก

มีน้องที่ทำงานคนนึง ไปต่อขนตากับร้านที่รู้จักหนู พี่ที่ต่อขนตาโทรมาเล่าให้หนูฟังว่าระหว่างต่อขนตา เหาเดินออกจากหัว ไม่ได้บอกน้องตอนนั้น เลยโทรมาฝากให้หนูเตือนน้องหลังๆมา น้องมาทำงาน รักสวยรักงาม แต่ตัวเหม็นมากทุกคนพยายามช่วยรักษา แต่น้องเหมือนไม่รู้ตัวเลย “คุณนะ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องน้องที่ทำงานไปต่อขนตา เเล้วเหาเดินออกมาจากหัว โดย “คุณนะ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีน้องที่ทำงานคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุ 18 ปี มีกลิ่นตัวกับมีเหา ทุกคนในที่ทำงานก็ช่วยหาทางรักษาน้อง เเต่น้องก็ไม่ทำตาม ตอนแรกเป็นพนักงานฝึกงานเเล้วน้องก็ขอเป็นพนักงานประจำ เเล้วงานก็เป็นงานบริการ ซึ่งหนูเป็นหัวหน้างานเขา หนูก็หาทุกวิถีทางเเล้วน้องเขาก็เหมือนเดิม มีวันหนึ่งน้องไปทำผม ทำเล็บ ทำขนตากับร้านที่หนูรู้จัก เเล้วร้านเขาสนิทกับหนู เขาก็โทรมาถามหนูว่า “นะ น้องมีเหาใช่มั้ย” นะเลยบอกว่า “ทำไมอะพี่ เล่าให้หนูฟังได้นะ หนูเป็นหัวหน้างานหนูจะได้บอกน้องเขาได้” ร้านก็ตอบว่า “น้องต่อขนตา เเล้วช่างที่ต่อขนตาเห็นเหาเดินมาจากหัวน้อง” ซึ่งการต่อขนตามันต้องใกล้มาก ๆ เเล้วช่างก็ตกใจ ไม่กล้าพูดกับน้องตรง ๆ เเต่สุดท้ายช่างก็ต่อจนเสร็จ ช่างกับหนูสนิทกันเขาก็โทรมาเล่าให้หนูฟัง เเล้วบอกว่า “ต้องบอกน้องนะว่าต้องรักษา” ซึ่งก่อนหน้านั้นหนูก็พยายามเเนะนำหาน้ำหอม หาโลชั่น ครีมอาบน้ำดี ๆ มาให้น้องใช้ตลอด ดีได้อยู่ประมาณ 2-3 วันเเล้วน้องก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม หนูไม่อยากไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องเขามาก เเต่เราก็พยายามหาทุกวิถีทางเพราะในที่ทำงานมีเเต่ผู้หญิง เรื่องเหาหนูก็บอกว่าให้ไปตัดผม ซอยผมออกมั้ยให้ผมมันบาง หาหวีมาหวี หาครีมกำจัดเหามาให้น้องใช้ น้องก็ดีได้อยู่ช่วงที่พวกหนูช่วยกันดูแล สักพักก็เป็นเหมือนเดิม บางครั้งหนูต้องยืนทำงานคู่กับน้องเขา หนูปล่อยผมน้องเขาก็ปล่อยตาม หนูก็กลัว หนูเคยไปคุยกับเเม่ของน้อง เเม่น้องเขาก็ไม่เป็นเหา สะอาด รักษาเนื้อรักษาตัวดีมาก เขาก็อยู่บ้านด้วยกันกับเเม่เเล้วก็น้องสาวด้วย น้องสาวเขาก็ไม่มีเหาเพราะหนูก็เคยไปเล่นผมน้องเขา ในบ้านมีเขาคนเดียวที่เป็นเหา หนูเคยคุยกับเเม่น้องเขา แม่น้องก็บอกว่า “กลางคืนก็จะออกไปหาเพื่อน พอกลับมาก็บอกว่านอนไม่พอ” ผู้จัดการก็เคยคุยกับน้องเเล้วก็ปรับปรุงได้ 2-3 วัน ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จนพวกหนูไม่อยากคุยด้วยเเล้ว หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่าหนูอยากขอคำปรึกษาว่าทำยังไงให้น้องกลับมารักษาตัวเอง’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” ก็ให้ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ให้ HR เขาเป็นคนคุย ถ้าคำว่าบริการพี่ว่าเราสามารถวางกฏของการทำงานได้ เพราะมันคือความสะอาดที่เราต้องให้ลูกค้า ถ้าทำผิดกฎก็ต้องพักงาน เจตนาคือไม่ได้ให้เขาออก เเต่เจตนาเพื่อให้ปรับปรุงเเละพัฒนา ให้ HR จัดการเรื่องนี้ มันคือ 1 ในกฎของที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องกดดันเขาเเต่เเค่ให้ไปบอก HR ให้จัดการ ถ้าไม่จัดการเราจะไม่มาทำงาน เเละก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่เราออก เพราะมันคือสุขอนามัยของบริษัท เขาควรจะอยู่ในระบบเเละระเบียบของบริษัท’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

13 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอเพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใสแต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ เดินออกมา “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราสักลายที่แขน และมีลูกติด ทำให้แฟนไม่อยากเปิดตัวเรากับที่บ้าน! “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอายุ 39 เข้า 40 ปี เขาก็เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปเหมือนกับหนู คบกันประมาณ 4 ปี เขาค่อนข้างที่จะดูแลเราดีในระดับนึง เรื่องไปรับ ไปส่ง เรื่องชีวิตประจำวัน เขาเคยพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าหลังเขาทำงานเกษียณ ก็มีหนูอยู่ด้วยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องแต่งานเราเห็นตรงกันว่า เราจะไม่แต่งกัน และเรื่องลูกก็ยังไม่อยากมีเพิ่ม แต่ว่ามีอยู่ปัญหาหนึ่งคือ หนูไม่เคยไปเจอคนในครอบครัวเขา และไม่เคยเปิดตัวหนูเลยแม้กระทั่งคนที่บ้าน ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนๆ ก็ไม่เคยพาไปเจอเลย เวลาเจอคนอื่นถาม เขาก็จะบอกว่าหนูเป็นน้อง แต่จะมีกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มที่หนูรู้จักกันมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า 1. หนูมีลูกแล้ว เขาค่อนข้างเอ็นดู และดูเแลลูกหนู 2. หนูมีรอยสักนอกร่มผ้า จึงทำให้เขาเปิดตัวหนูยากมาก ซึ่งหนูก็ไม่เปิดตัวเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่เปิดตัวหนู แต่ครอบครัวกับเพื่อนสนิทหนูรู้หมดทุกคน ด้วยความที่เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วมันอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน หนูจึงไม่เคยถาม เขาเคยพูดว่าสเปคของเขาคือ สูง ขาว สวย หุ่นดี หน้าตาดี มันตรงกันข้ามกับหนูเลย แต่เขาก็เป็นคนมาจีบหนู หนูสงสัยว่าทำไมเขาไม่เปิดตัวหนูสักที หนูไม่รู้ว่าเขาอายหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีหนูอยู่ในชีวิตเขา จริงๆหนูก็รักเขา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หนูคงต้องไป หนูก็อยากมีตัวตน โดยที่ไม่ต้องปกปิด อยากให้ภูมิใจที่มีเรา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรถามเขาไปตรงๆ หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดี? ซึ่งทางด้าน “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้ถามนะ ถ้าเอ็มรักตัวเองพอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าไหว ก็ประคองตัวเองไปก่อน เราอย่าปล่อยให้คนคนนึงทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เวลาเราจะถามใครก็แล้วแต่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่ารับได้แค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องถาม รอให้เราพร้อมที่จะล้มได้ ตอนนั้นแหล่ะ ให้ถามเลย และต้องปรับทัศนคติตัวเราเองให้เชื่อว่าการคุยและมีปัญหาไม่ได้เท่ากับการมีปัญหา การมีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเข้าใจ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าเราพูดคุยกันได้ มันอาจจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น น้องเอมต้องเชื่อมั่นในความเท่ของตัวเอง’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะถาม เพราะเหตุผลของเขาคือคำตอบที่พี่ไม่ซื้อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือคุณเลือกเรานะ ถ้าไม่อยากเปิดตัวเพราะเหตุผลนี้คุณจะเลือกเราทำไมตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเป็นประเด็นที่เขาไม่ชอบอีก มันไม่ใช่ว่าคุณชอบฉันเพราะฉันเป็นแบบนี่หรอ พี่ว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ พี่อยากให้ถามเพราะเอ็มบอกว่า ไม่กล้าถามเขาเพราะกลัวเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน แล้วมันยังไง ทำไมคนรักกันจะถามอะไรที่จะทะเลาะกัน เพื่อความเข้าใจกันไม่ได้หรอ มันกลายเป็นว่าเราจะรักก้นดีๆโดยที่ไม่มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันเลยหรอ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ไใ่พอใจ ไม่สมเหตุสมผล เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาเลยหรอ พี่รู้สึกว่าความรักแบบนี้ไม่น่าจะดีนะ มัสต้องคุยกันได้ เพราะสิ่งนี้มันคือสิ่งที่มีเหตุผลพอที่จะถาม ไม่ใช่เรื่องงี่เง่า พี่ว่ามันคือสิ่งที่ควรคุยกัน’ และ “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนส่วนใหญ่คิดว่า ทุกความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่แฟนกัน เราควรคุยกันได้ เพราะการสื่อสารสำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ใดๆก็มีสุขภาพดี คือ Healthy Relationship ถ้าเราอยู่ในความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี แต่เราไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกความรู้สึก พี่ไม่คิดว่าความรักหรือความสัมพันธ์นั้นมันดี และในทุกๆความรัก ทั้งเขาและเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือก อย่าลืมสิทธิ์นี้ของตัวเองแล้วกกลัวว่าอยู่ดีๆเขาจะเปลี่ยนใจไม่เลือกเรา เราต้องเห็นค่าของตัวเองมากกว่านี้ เราอย่าลืมรักตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลเราบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี พี่ก็เคยอยู่ในภาวะไร้ตัวตน ถ้าเรารู้สึกว่าเขารักเรา เราถมเขาเลย ถามด้วยความรู้สึกว่าอยากเข้าใจ รักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ก็ไม่ควรซ่อนฉันจนไร้ตัวตน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album

0
0.8
1
Contact usGreenwave02-665-8377EFM02-665-8373
Advertise with usมัลลิกา ปราบอริพ่าย (กบ)(Atime Showbiz, Online Content)063-282-6915จุฑา วนศานติ (บี) (EFM)02-669-9512, 081-923-9823
อังคณา พองาม (นุก) (Greenwave)02-669-9444-7
ดาวน์โหลด Application ได้แล้ววันนี้ที่atime online application download from app storeatime online application download from play storeติดต่อสอบถาม / แจ้งปัญหาการใช้งานatimeplatform@atimemedia.com
บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน)เลขที่ 50 อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ถนนสุขุมวิท21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพ 10110