เป็นโรคสะเก็ดเงินมา 8 ปี รักษายังไงก็ไม่หาย จนไม่มั่นใจและกลัวไม่มีใครรับเข้าทำงาน หนูควรทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นโรคสะเก็ดเงินมา 8 ปี รักษายังไงก็ไม่หาย จนไม่มั่นใจและกลัวไม่มีใครรับเข้าทำงาน หนูควรทำยังไงดีคะ?

26 ก.ค. 2026

เป็นโรคสะเก็ดเงินมา 8 ปี รักษายังไงก็ไม่หาย

จนไม่มั่นใจและกลัวไม่มีใครรับเข้าทำงาน

หนูควรทำยังไงดีคะ?

         ‘คุณนาที’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินมานานกว่า 8 ปี จนสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตและกังวลว่ารอยบนร่างกายอาจส่งผลต่อโอกาสในการสมัครงานหลังเรียนจบ

         ‘คุณนาที’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ได้เล่าว่าเธอป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงินมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จนถึงตอนนี้ก็รวมเวลาประมาณ 8 ปีแล้ว ปัจจุบันอาการเป็นทั่วร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทำให้ขาดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คนภายนอก นอกจากนี้ แพทย์ยังแจ้งว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และจะเป็นโรคประจำตัวตลอดชีวิต จำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในบางช่วงเธอลืมรับประทานยา ทำให้อาการและรอยโรคยังไม่ยุบลงตามที่ควรจะเป็น ที่ผ่านมาแพทย์ได้ให้ข้อมูลว่า หากรับประทานยาตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ต้องมีการหยุดยาเป็นระยะ เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลให้ไตทำงานหนักเกินไป จึงถือเป็นโรคที่มีข้อจำกัดในการรักษา

         นอกจากนี้ เธอยังเคยเข้ารับการรักษาที่สถาบันผิวหนังแห่งหนึ่ง ซึ่งแพทย์แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้วิธีการฉีดยา เนื่องจากได้รับยารับประทานมาเป็นจำนวนมากแล้ว จนกระทั่งปัจจุบัน คุณนาทียังคงรักษาอยู่กับแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง แต่สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือเรื่องการสมัครงานหลังเรียนจบ เพราะเกรงว่าสภาพผิวและรอยโรคที่เป็นอยู่ อาจส่งผลต่อการได้รับโอกาสในการทำงาน ทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นใจและกังวลกับการก้าวเข้าสู่วัยทำงานในอนาคต

         ‘หมอท็อป’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เข้าใจและเห็นใจน้องนาทีมาก เพราะตอนนี้อายุ 22 ปี แล้วเป็นมา 8 ปี เป็นวัยที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยงาม ถ้าเกิดว่าตอนเจอคุณหมอผิวหนัง จริง ๆ มันจะมีวิธีอื่นที่ใช้ เช่น แสงบำบัด รวมถึงการฉีดยา แนะนำว่าอาจจะปรึกษาคุณหมอเพิ่มว่านอกจากยาที่กินมันมีวิธีอื่นไหม โรงพยาบาลที่เราไปเขามีเครื่องมือไหม เพราะบางทีอาจจะไม่มีเครื่องมือ ก็อาจจะไปที่อื่น เช่นสถาบันผิวหนัง หรืออาจจะไปโรงเรียนแพทย์ เขาจะมีอุปกรณ์เครื่องมือครบ ก็อาจจะช่วยทำให้การรักษาดีขึ้นได้ รวมถึงการใช้ยาอย่างอื่น ซึ่งอันนี้ก็คิดว่าต้องให้คุณหมอผิวหนังดูให้ละเอียดจะดีที่สุด แต่ระหว่างนั้นที่เราจะดูแลตัวเองยังไง ก็ต้องไปตามที่คุณหมอแนะนำแบบละเอียดเลย ถ้าคุณหมอบอกว่าห้ามทำอะไร ดูแลตัวเองยังไง พักผ่อนยังไง ต้องทำตามนั้น 

         ถ้าเรารู้สึกว่าไม่สบายใจหรือกังวล อันนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะครับ บางคนอาจจะใส่เสื้อแขนยาวขายาว เราก็อาจจะหลีกเลี่ยงสถานที่มีอากาศร้อนจัด บางทีมันเหงื่อออก ยิ่งเกาก็ยิ่งทำให้อักเสบไปกันใหญ่ ดังนั้นก็อยู่ในที่ที่เราโอเค แล้วก็ลดความเครียดก่อน อาจจะเจอปัญหาบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ คือลืมกินยาไม่ครบ หรือบางทีเราดีขึ้นแล้วแต่เราประมาท ทำให้ไม่ได้รักษาต่อเนื่อง ก็ทำให้มันกำเริบขึ้นมาใหม่

         ขอเป็นกำลังใจให้เลยครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครอยากเป็น แต่ว่ามันก็เป็นแต่ละบุคคล ซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อด้วย และแนะนำว่าปรึกษาใหม่ว่าตอนนี้อาการเป็นยังไง เพราะการรักษาปัจจุบันอาจจะมีอัปเดตกว่าเมื่อก่อน ซึ่งอาจจะมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นไปปรึกษาใหม่อีกทีดีกว่านะครับ ให้ดูประเมินก่อน เพราะมันมีการรักษาแบบอื่น มันอาจจะดีขึ้นก่อนหนูจะจบก็ได้นะ”

         ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ให้กำลังใจว่า “อยากให้กำลังใจน้องนาทีนะคะ เพราะน้องนาทีบอกว่ารักษามานานแล้วแต่มันยังไม่หาย แต่ว่าพี่อยากให้รักษาต่อไป เพราะถ้าเราไปเจอการรักษาที่ถูกกับเรา มันจะดีขึ้นได้ ผิวอาจกลับมาเป็นปกติได้

         เหมือนมีข้อมูลว่าพี่โอ๊คกับคุณโอปอลไปบริจาคเครื่องฉายแสงที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงินให้กับศูนย์ผิวหนังที่ มศว น้องนาทีลองเข้าไปติดต่อสอบถามดูไหมคะ 

         สำหรับพี่ ด้วยตัวของแผล ถ้าเราเดินไปไหนมาไหนมันเป็นสิ่งที่เตะตาคน และมันเลี่ยงไม่ได้ที่คนจะมีปฏิกิริยามองแผลเรา หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่ออย่างที่คุณหมอบอก เพราะมันเป็นโรคของคนคนนั้น สายตาเหล่านั้นอาจทำให้น้องนาทีตั้งคำถามกับตัวเอง แต่น้องนาทีต้องบอกกับตัวเองว่าฉันก็เป็นโรคเหมือนคนที่เป็นไข้ เหมือนคนที่เป็นมะเร็ง เขาก็เป็นโรคเหมือนกัน แต่เขาก็ยังมีชีวิตปกติได้ เพียงแต่น้องนาทีอาจจะต้องมองและเข้าใจก่อนว่ามันเป็นปฏิกิริยาปกติของคนที่ไม่เคยเห็น เขาก็จะแสดงออกมาต่าง ๆ กัน แต่เราเองต้องมั่นใจในตัวเรา ว่าเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราเป็นโรคนี้เพราะมันมีหลากหลายสาเหตุ และเราก็กำลังพยายามรักษามันอยู่”

         ทางด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ แนะนำว่า “สมมติว่ามันรักษาหาย-ไม่หายเราไม่รู้หรอก มันต้องอยู่ในขั้นตอนการรักษา แต่พี่หอมก็ไม่อยากให้นาทีด้อยค่าตัวเอง โดยการให้โรคนี้มาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของเรา เริ่มจากลองออกไปข้างนอกกับคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ออกไปเที่ยว ออกไปหัวเราะกับคนเหล่านั้นก่อน แล้วก็ไม่อยากให้รู้สึกว่าการที่เราเป็นอย่างเงี้ยต้องด้อยค่าตัวเอง อยากให้นาทีคิดว่า เฮ้ย เราเกิดมาชีวิตครั้งนึง เรามีอะไรที่เราอยากใช้ในชีวิตนี้อีก อย่าให้ข้อจำกัดของโรคมันทำให้เราไม่ได้ออกไปใช้ชีวิต ไม่ได้ไปเที่ยว เล่นกับเพื่อนไม่ได้ หัวเราะไม่ได้ แค่ค่อย ๆ เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกไปทำสิ่งนั้น แล้วก็อยู่กับคนที่เราสบายใจ พอเรามีความรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น เราอาจจะไม่ต้องแคร์สายตาคนข้างนอก

         บางทีเดี๋ยวนี้ Gen Z เขาไม่ค่อยยุ่งเรื่องของใครแล้วด้วยนะ เด็กยุคใหม่ ต่อให้คุณจะเป็นยังไง บางคนทำคีโมมาหัวล้าน ปล่อยไม่ใส่หมวก คนเขาก็ไม่ได้สนใจแล้ว เพราะคนสนใจเรื่องของคนอื่นน้อยลง และถ้าอยากให้เขารับเราเข้าทำงาน จงเป็นพนักงานที่เก่งที่สุด ผู้ประกอบการถ้าเราทำงานให้เขาคุ้มที่สุด เก่งที่สุด เป็นโรคสะเก็ดเงินที่ไม่ใช่โรคติดต่อ ก็มีโอกาสรับสูงค่ะ สุดท้ายเอาที่ฝีมือ ถ้าเราทำประโยชน์ให้เขาสูงสุด มาเหนือไปเลยนาที”

         ในด้านของ ‘ดีเจเกรท’ ให้กำลังใจว่า “สำหรับพี่นะครับน้องนาที พี่อยากเป็นกำลังใจให้สุด ๆ เลยนะ คืออันนี้พี่พูดในฐานะที่เราเข้าใจผิวเผิน หมายถึงว่าเข้าใจในสิ่งที่น้องเป็น แต่พวกพี่ไม่มีทางเข้าใจจิตใจน้องได้แน่นอน แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือ พี่รู้สึกว่าตั้งแต่นาทีพูดเรื่องนี้มา กำลังใจเยอะแยะมากมาย อย่างน้อยพวกพี่ 4 คนเนี่ยคือเป็นคนที่ไม่ตัดสิน แล้วก็อยากเป็นกำลังใจให้ แล้วตอนที่พี่อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ โอ้โห คนหลายคนแนะนำดีมากนะ

         อย่างแรกเลยน้องนาทีลองดูนะครับ เช่น เรื่องการอัปเดตการรักษา เพราะรู้สึกว่าอาจจะมีการรักษาใหม่ที่จะทำให้เราดีขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม แล้วก็พี่ขอซื้ออนาคตแล้วกัน พี่คิดว่าอยากให้น้องนาทีมองไปถึงในอนาคต ถ้าทุกวันนี้เราดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่แน่หรอกว่าในอนาคตมันอาจจะมียา หรือมีอะไรดี ๆ ที่เข้ามาถึงตัวเราได้ง่ายขึ้นกว่าทุกวันนี้ 

         แล้วก็การออกไปเจอคน ถ้าไม่มั่นใจ พี่มองว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เรารู้สึกว่าจะปกปิด หรืออะไรก็ตามที่มันทำให้เรารู้สึกดีที่สุด ไปกับคนที่เรารู้สึกสบายใจที่สุด พี่ว่าอันนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ พัฒนาด้านอื่น ๆ ของเรา ที่ทำให้คนปฏิเสธเราได้ไม่ลงครับ”

         ทางรายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอส่งกำลังใจให้คุณนาที และหวังว่าการรักษาจะค่อย ๆ ดีขึ้นในเร็ววัน พร้อมอยู่ข้าง ๆ และซัพพอร์ตเสมอ ไว้กลับมาอัปเดตข่าวดีกับทางรายการได้นะคะ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

08 ส.ค. 2023

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไป แต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมอง ตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี...

หนักใจกับทุกทางเลือก... สาวโทรปรึกษา คบแฟนมา 2 ปี ก่อนหน้านี้ดีมาตลอด จนมาจับได้ว่าเขานอกใจ ก็เลยเลิกกันไปแต่หลังจากนั้นแฟนก็เกิดอุบัติเหตุจนป่วยติดเตียง ต้องผ่าตัดสมองตอนนี้สับสนไปหมด ควรทำยังไงดี จะ “ทิ้งเขาไปเลยแล้วเริ่มใหม่” หรือ “ดูแลทั้งๆที่รู้ว่าเขานอกใจ” ตัดสินใจไม่ได้เลย... “คุณปลา (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (26 ก.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่แฟนนอกใจเลยเลิกกันไป พอหลังจากนั้นเขาต้องผ่าตัดสมองเราทำถูกไหมที่อยู่ดูเเลเขาทั้งๆที่เขานอกใจเรา โดย “คุณปลา (นามสมมุติ)” เล่าว่า ‘คบกับแฟนมาได้ 2 ปี ตอนนี้แฟนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ต้องผ่าตัดสมอง ซึ่งตอนนี้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เขานอกใจแล้วก็โกหกหนู ที่ผ่านมาหนูโดนเขาหลอกเพราะเขาโกหกหนูมาตลอด จนล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา แฟนหนูเขาล้มอยู่ในห้อง มีคนที่ทำงานของเขาที่เป็นผู้หญิง ไปเจอและพาไปส่งโรงพยาบาล เเล้วก็โทรมาหาหนูว่าใช่แฟนพี่เขาหรือเปล่า รู้รหัสโทรศัพท์พี่เขาไหม... ช่วงนั้นเราไม่ได้เจอกันประมาณเดือนนึง พอหนูรู้เรื่อง หนูก็มาหาเขาที่โรงพยาบาล มาถึงเขาก็อยู่ในห้องฉุกเฉินเเล้ว สักพักเขาเข็นรถเข็นมา หนูก็อึ้งที่ได้เห็นเขาเเล้วมานึกในใจว่าเขานอกใจเรา หนูได้เจอกับญาติเขา ญาติเขาก็มาถามว่าหนูรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม ก็คือผู้หญิงคนใหม่ที่เขาไปคุยกัน ส่วนตัวหนูกับผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เคยเจอกัน ตัวเขาเองก็สื่อสารไม่ได้ ตอนนี้หนูก็เฝ้าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล สำหรับหนูก็อยากดูเเลเขา เเต่ลึกๆในใจก็ยังเจ็บที่โดนหลอก... วันนี้ที่คุณปลาโทรมา อยากจะถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูทำถูกแล้วใช่ไหมตอนนี้ ที่หนูมาอยู่ข้างๆเขา เฝ้าเขา’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าใจเราอยากดูเเลเราก็ดูแล การอยากอยู่ตรงมีทางเดียวคือต้องอดทนลืมเรื่องในอดีต แล้วก็ดูเเลต่อไปก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเพราะความต้องการของคุณปลาชัดเจน’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คบกันมา 2 ปี มันก็ยังมีความผูกพันกัน คุณปลาอยากดูแลก็ได้นะ ข้างในคุณปลายังโกรธยังเสียใจหรืออะไรก็ตาม ถ้าไม่อยากให้มีอะไรติดใจให้คิดเราก็ดูแลในฐานะที่เป็นคนรักกัน เเล้วพอเขาฟื้นขึ้นมาก็ค่อยคุยกัยว่าจะยังไงต่อ เราเลือกที่จะมาดูเเลเขาเพราะเห็นแกความรักที่เรามีให้กัน ถ้ามันจะทำให้คุณปลาไม่แค้นนะให้นึกในใจว่านี่คือผลกรรมที่เขาทำ สมมุติเขาฟื้นมาเขาสำนึกได้เเล้วมีการคุยกันมันก็อยู่ที่คุณปลาว่าจะดำเนินความรักนี้ไปต่อหรือหยุดลงมันเป็นที่ตัวคุณปลาเลือกได้เลย’ ส่วน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าทำโดยความรู้สึกที่อยากทำจะมาเรื่องราวดีๆที่ผ่านกันมา ก็ทำไปด้วยไม่มีปัญหา เเต่ถ้าทำด้วยความรู้สึกผิดหรืออยากจะชดเชยอะไรเนี่ย อันนี้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอยู่ ความแค้นหรือเรื่องที่เขาทำกับเราเเล้วยังเจ็บอยู่ในใจเเสดงว่าฝั่งดีมีน้ำหนักมาพอที่ทำให้ปลาอยู่ดูเเลเขา ก็ทำเท่าที่เราไหวครับ สุดท้ายเเล้วเราต้องไม่ทำจนทำร้ายใจเราเองแค่นั้นเอง เป็นกำลังใจให้ครับ’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจก็ขอให้แฟนคุณปลาหายเร็วๆด้วย เพราะถ้ายิ่งหายเร็วคุณปลาก็จะสบายขึ้นมได้บทสรุปที่เร็วขึ้นเคลียร์ให้รู้เรื่องรู้ราว เเละเป็นกำลังใจให้กับคุณปลาด้วยนะคะเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนู พีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร? แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีก

07 ก.พ. 2025

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนู พีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร? แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีก

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนูพีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร?แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีกจนตอนนี้มีข่าวดีอะไร หนูต้องแอบไปฉลองเงียบๆกันเอง “คุณหนู(นามสมมุติ)” อายุ 33 ปี สายสุดท้ายของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติหาทุกโอกาส ทุกเทศกาลในการกินฟรี โดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีญาติคนนึงที่เขาอยากให้หนูเลี้ยงอาหารทุกมื้อ ทุกงานเทศกาล เเละทุกโอกาสที่สามารถเลี้ยงหรือจัดปาร์ตี้ได้ เขาเป็นญาติทางฝั่งของคุณเเม่ ซึ่งเขาเป็นน้าของหนู อายุประมาณ 60 กว่าๆ มีอยู่ครั้งนึงหนูโพสต์ว่า หลานของหนูได้เกรด 3.5 เขาก็โทรมาเลยว่า อุ้ย! วันนี้กินที่ไหน เลี้ยงที่ไหนดี หรือบางโอกาสอย่าง หมาที่บ้านหนูคลอดลูก เขาก็จะขับรถมาที่บ้านเเล้วถามเลยว่า อุ้ย ฉลองที่ไหนดีวันนี้ กินอะไรดี ร้านไหนดีวันนี้ ตอนเเรกหนูก็ยังโอเค ไปกินชาบู หมูกะทะ หนูก็ชวนเขาไปด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ครั้งแรกๆเขาจะไปคนเดียว แต่พอชวนบ่อยๆ เขาก็จะเอา พ่อเขา , แม่เขา , ลูกชาย , หลาน , ลูกสะใภ้มากินด้วย หนักสุดคือเขาชวนคนข้างบ้านของเขา มาด้วยโดยที่ไม่ได้บอกหนูก่อนเลย เพราะหนูก็ต้องตั้งงบไว้ด้วยว่าใช้เท่าไหร่ หัวละเท่าไหร่ และทุกครั้งเขาก็จะคิดว่าหนูเป็นเจ้ามือ เป็นเจ้าภาพทุกครั้ง ไม่ว่าหนูจะโพสต์อะไรที่เป็นการแสดงความยินดีกับคนในครอบครัว เขาก็จะโทรมา หรือไม่ก็ขับรถมาหาที่บ้านเลย เเล้วก็จะถามว่าวันนี้กินที่ไหนดี ที่เขาทำแบบนี้ได้เพราะเขาค่อนข้างสนิทกับเเม่ของหนู แต่ก็ไม่ได้มีความสนิทกับหนูขนาดนั้น ก็เป็นเเค่ญาติคนนึง แล้วพอหนูปฎิเสธเขาไป เขาก็ไปคุยกับคนอื่นว่าบ้านหนูจะไปจัดกินเลี้ยงกันยิ่งใหญ่ เเล้วคนที่ได้ฟังก็จะโทรมาหาหนู เเล้วก็ถามว่าจริงหรอ ทำให้หนูรู้สึกว่าเขาพยายามที่จะกดดันให้หนูจัดเเละก็เลี้ยงเขาด้วย ก่อนหน้านี้หนูจัดงานวันเกิดคุณเเม่ของหนู หนูก็ต้องขับรถไปกินร้านไกลๆ ขนาดจะถ่ายรูปโพสต์ลงFacebook หนูยังไม่กล้าเลย หนูกลัวเขาจะทักมาว่าทำไมไม่ชวนเขา กลายเป็นตอนนี้หนูเริ่มรู้สึกอึดอัดมากเลย เพราะทุกครั้งที่ไปกินข้าวกับเขา เขาไม่เคยออกเงินเลยสักบาท คนข้างบ้านที่เขาชวนมา หนูก็ต้องเป็นคนจ่ายเงินให้ เเล้วถ้าหนูไปมีปัญหากับเขา เขาจะเอาเราไปพูดกับคนอื่นทำให้ญาติคนอื่นก็จะไม่คุยกับเราด้วย แล้วหนูก็จะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกลัวพ่อเเม่หนูจะมีปัญหาอะไรกับเขาอีก เเละล่าสุดหนูกับเเฟน ก็พึ่งไปจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมด้วยกัน เขาก็ถามหนูตั้งแต่วันที่หนูจดว่า ครั้งนี้จะไปกินเลี้ยงอะไรดีล่ะ? แต่พอกลับกันเวลาบ้านเขามีงานปาร์ตี้หรือจัดฉลองอะไร เขาไม่เคยคิดที่จะชวนเราไปด้วยเลย ซึ่งที่หนูไม่ค่อยพูดอะไร เพราะพยายามรักษาน้ำใจเอาไว้อยู่ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูควรทำยังไงดีกับญาติคนนี้ หรือมีวิธีพูดยังไงไม่ให้เสียน้ำใจไหมคะ?’ โดย “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ญาติเเบบนี้เราไม่จำเป็นต้องไปเเคร์หรอก ไม่ต้องรักษาน้ำใจ ถ้าเขามาถามเราอีกรอบเรื่องที่หนูไปจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับแฟนมา แล้วจะเลี้ยงอะไร? ถามเขากลับไปเลยว่า รอบนี้น้าต้องใส่ซองให้หนูด้วยนะ เพราะเลี้ยงข้าวน้า ไปเยอะเเล้วเหมือนกัน หรือก็ไม่ต้องชวนเขาไปด้วย เพราะทีเขาจัดปาร์ตี้อะไร เขาก็ไม่เคยชวนเราไปด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากปฎิเสธเเบบดีๆหน่อยก็บอกไปว่า ไม่เลี้ยง ไม่มีเงินเเล้ว เพราะงั้นอย่าไปยอม ให้พูดตรงๆกลับไปบ้าง สวนเขาไปเลยสักนึงเเมตช์’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ? หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลย

02 ก.พ. 2024

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ? หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลย

อยากผ่านช่วงเวลาอ่อนแอและเสียใจนี้ไปไวๆ ทุกคนมีวิธีการ หรือ วิธีคิดยังไงในการฮีลตัวเองคะ ?หนูเลี้ยงน้องหมา โตมาด้วยกัน อยู่ด้วยกันมา 15 ปี เค้าเหมือนสมาชิกคนนึงในครอบครัวเลยแต่อาทิตย์ก่อนน้องเพิ่งจากไปด้วยอุบัติเหตุที่มาจากความประมาทของคนอื่น เสียใจที่สุดเลยค่ะ “คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค. 67] ได้โทรมาขอกำลังใจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับน้องหมาที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูเพิ่งสูญเสียน้องหมาที่อยู่ด้วยกันมา 15 ปีจากอุบัติเหตุ น้องหมาอยู่กับหนูมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งผ่านมาอาทิตย์นึงเอง ครั้งนี้เหมือนหนูสูญเสียคนสำคัญของหนูครั้งแรกในชีวิตเลย หนูอยากจะขอกำลังใจจากพี่ทั้ง 3 คน นอกจากกำลังใจที่หนูอยากได้ ความเสียใจมันมีอยู่แล้วเพราะด้วยความที่น้องอยู่กับหนูมานาน น้องจากไปด้วยอุบัติเหตุ เลยทำให้อีกความรู้สึกนึงที่มันเกิดขึ้นในใจหนูคือ ความโกรธ ความโมโห คนที่มันทำ มันทำให้หนูย้ำคิดย้ำทำ ปล่อยว่างไม่ได้ ว่าเราจะโกรธเขาตลอดเวลาเลย’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘การจากไปด้วยอุบัติเหตุ เป็นอะไรที่สถานการณ์ยากลำบากที่สุด เพราะว่าเราไม่มีเวลาเตรียมตัว ให้นึกถึงว่า ไม่ช้าก็เร็ว เราทุกคนก็ต้องจากกัน จะจากเป็นหรือจากตายมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ถึงเวลานั้นเราต้องเข้มแข็ง เวลาของความเสียใจมันใช้เวลา ยิ่งผูกพันมาก ๆ พี่ก็ใช้เวลาเป็นปี เป็นเรื่องที่ทำใจค่อนข้างยาก ให้เวลาเยียวยา จะไม่บอกว่าอย่าเสียใจนะ ยังไงมันก็เสียใจอยู่แล้ว ถือว่าที่โทรมาในพุธทอล์ควันนี้ พวกพี่กำลังกอดอยู่แล้วกัน เป็นกำลังใจให้นะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘พี่อยากบอกน้องบีว่า น่าอิจฉามากเลย หนูเหมือนมีพี่ชายที่รักหนูมากแล้วอยู่กับหนูมา 15 ปี บางคนเขาอาจจะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในชีวิตเลยก็ได้ เขาแค่นำไปอยู่ดาวหมาก่อน เดี๋ยววันนึงมันก็เป็นคิวของพวกเราเอง แล้ววันนั้นเราก็จะไปเจอกับเขาบนดาวดวงนั้น แต่ว่าถ้าคิดถึง พี่ว่ามองอะไรที่นึกถึงแล้วทำให้ยิ้ม นึกถึงภาพที่อยู่กับเขา โตมากับเขาหรืออื่น ๆ ให้มีความสุขแล้วก็คิดว่าสักวันหนึ่งเราก็จะไปเจอกับเขาบนนั้น เป็นกำลังใจให้นะ... สำหรับพี่ ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันหมด มันเหมือนถูกวางไว้แล้ว เหมือนว่าการที่เราต้องซวยเจอเรื่องแบบนี้ เพราะว่าถ้าคนนี้ไม่มาจังหวะนี้ มันก็จะไม่มาชนน้องหมาของเรา แต่พี่รู้สึกว่าทุกอย่างเหมือนเราเลี่ยงไม่ได้เลย โดยเฉพาะมันเป็นอุบัติเหตุ เราไม่ใช่คนบนฟ้าที่มองลงมาแล้วเห็นว่า ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ เราจะเจอใครอะไรแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุตามชื่อของมัน เราไม่สามารถควบคุมมันได้ พี่ว่าต้องยอมรับแล้วก็เข้าใจมัน การที่เราไปผูกใจเจ็บ มันจะทำให้ตัวเราเองนั่นแหละจะเจ็บไปต่อเรื่อย ๆ และก็ไม่รู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่ ถ้าพี่ตอบเร็ว ๆ แบบนี้นะ น้องหมาเขาเสียไปแล้ว เสียเพราะคนใจร้าย แต่สุดท้ายเขาโชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอคุณ ก่อนที่เขาจะจากไป การผูกใจเจ็บมันทำให้หนูไม่มีความสุข และถ้าน้องหมาเขามองลงมา เขาเห็นบีไม่มีความสุขเขาก็ไม่มีความสุข เพราะตอนนี้เขาอยู่กับหนูไม่ได้อีกแล้ว นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ ไว้ดีกว่า สำหรับพี่นะ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้กำลังใจว่า ‘ยอมรับก่อนว่าพี่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงแบบอยู่ด้วยกันยาว ๆ แต่ 15 ปี ที่อยู่ด้วยกันพี่ว่าก็คงไม่ต่างอะไรกับเราเสียคนในครอบครัวคนนึงไป สิ่งนึงที่พี่คุยกับลูกชายของพี่ 4 ขวบ เมื่อมีการศูนย์เสียเกิดขึ้นคือ เขาจะย้ายไปอยู่ในสมองของเรานะ คนที่จากไปเราจะเจอกับเขาได้แค่เราหลับตา เขาจะมาอยู่ในสมองของเรา จดจำเขาไว้ในความทรงจำของเรา อย่าลืมเขาแค่นั้น เขาจะอยู่กับเราไปตลอด พี่รู้สึกว่า คนเรามันมีอายุไข ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้วันนึงเราก็ต้องจากกัน พอวันนี้มันเกิดเหตุนี้ขึ้นมา มันกะทันหัน มันทำใจยาก มันทำให้บีเกิดความโกรธ ซึ่งถ้าเป็นพี่ก็คงโกรธมาก ๆ แต่มันเป็นเรื่องปกติที่เราโกรธ ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนที่เรารัก ความประมาทจากบุคคลที่ 3 มันยิ่งทำให้เราโกรธ แต่หลังจากความโกรธนั้นสิ่งที่จะทำร้ายจริง ๆ คือทำร้ายเรา น้องไปแล้วคนที่เขาทำเขาอาจจะแคร์หรือไม่แคร์ก็ไม่รู้ แต่คนที่ยังรับความโกรธ ความโมโหอยู่ข้างใน คนที่โดนทำร้ายแน่ๆ คือเรา สุขภาพจิตเสีย พอเราอยู่กับความเครียด ความโกรธ ความเศร้ามาก ๆ เคมีในสมองก็จะหลั่งออกมาอีกแบบนึง สุดท้ายแล้วมันจะกระทบกับร่างกายเรา คนที่รับผลกระทบคือเรา เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะไปจมกับความโกรธ พี่ก็เลยเลือกที่จะให้อภัย ถ้าวันนั้นคนนั้นเลือกที่จะหยุดเวลาสั้น ๆ ได้ก็คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น สุดท้ายมันก็กลับมาที่ประโยคที่ว่าต้องใช้เวลา จนกว่าเราจะเห็นด้วยกับประโยคนี้ได้จริง ๆ ว่า เขาคงไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก’ พี่ ๆ ดีเจทั้ง3 คนเพิ่มเติมว่า ‘15 ปี คิดถึงช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา 15 ปี บีคิดว่า 15 ปี มันต้องใช้เวลาทำใจเท่าไหร่ อาจจะต้องให้เวลามันหน่อย ช่วงนี้ก็เศร้าได้แค่เรารู้ตัวว่าก็เศร้า ไม่เป็นไรหรอกให้เวลา ให้ร่างกาย ให้ชีวิตเราเจอกับความเศร้า ในมุมของผู้ใหญ่ที่อายุ 40 กว่า คิดว่า อันนี้ก็ฝึกบีนะ เพราะเดี๋ยวบีก็ต้องเจอการศูนย์เสียอีกเต็มไปหมด อันนี้เหมือนเป็นเคสนึง ว่าบีจะผ่านไปได้เท่าไหร่ ต้องยอมรับว่า ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ จะช้าจะเร็วเดี๋ยวมันต้องมาแน่ ๆ บีต้องเจอพวกพี่ทุกคนก็ต้องเจอหมด แต่เราจะอยู่อย่างไรให้มีชีวิตอยู่ต่อได้จากการศูนย์เสียคนที่รักไป ให้เวลาเยียวยา’ ก่อนวางสายไป “คุณบี(นามสมมุติ)” ขอฝากถึงแฟนๆ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร ว่า ‘บางคนอาจจะบอกว่า แค่หมาตัวนึง ทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่หนูอยากบอกว่า ทุกชีวิตมันมีค่าเท่ากัน แค่หมาตัวนึงของคุณแต่ว่าเขาคือโลกทั้งใบหรือคนในครอบครัวของเราเลย หนูอยากให้ทุกคนเลิกมองว่าชีวิตคนกับชีวิตสัตว์มันมีค่าไม่เท่ากันสักที’ สุดท้ายนี้พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ให้กำลังใจกอด “คุณบี(นามสมมุติ)” แน่น ๆ น้าาาเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/watch?v=SZ-XdtFvSHUt=646sใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

19 พ.ค. 2023

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

“คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่งมา 5 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่หนูอายุยังไม่ถึง 20 เลย อายุเราสองคนห่างกัน 18 ปี แต่หนูมารู้ตัวอีกทีก็เป็นเมียที่ 4 ของเขาแล้ว ซึ่งช่วงปีแรกๆ หนูไม่รู้อะไรเลย มารู้ก็ช่วงคบกันได้ประมาณ 2 ปีกว่า ตอนที่คบกัน หนูอยู่บ้านเขา เราอยู่ด้วยกันจนไม่มีอะไรให้เอะใจเลย แต่หนูรู้ว่าเขามีลูก เขาบอกเลิกกันแล้ว แต่ต้องติดต่อกับแม่ของลูกตลอด ซึ่งเวลาคุยกันเขาจะคุยต่อหน้าหนู และจะคุยกันแต่เรื่องลูก ในระหว่างที่เขาอยู่กับหนู เขาไม่เคยไปหาลูกเลย วันนั้นหนูทำงานร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แล้วก็ไปเจอแฟนคนที่ 3 ของเขา เดินมาคุยกับหนู แล้วถามหนูว่าคุยกับคนนี้อยู่หรอ? หนูก็บอกว่าคุย พอกลับมาถึงบ้านหนูก็ไปถามแฟนหนูว่าคนนี้เขาเป็นใคร ยังไง เขาก็ยอมรับมาว่าเขามีแม่ของลูก 2 คน แล้วลูกอายุเท่ากันด้วย ห่างกันไม่กี่เดือน ก่อนที่เขาจะเอาหนูมาอยู่บ้านด้วย เขาก็เคยอยู่กับคนที่ 3 เหมือนกัน แต่อีก 2 บ้านแรกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนที่ 3 ของเขาอยู่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ หนูก็ไม่เคยรู้ว่ามีคนนี้อยู่ ซึ่งช่วงที่แฟนมาเจอหนู คนที่ 3 เขาไปอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างที่อยู่กับหนูหลายๆเดือน แฟนหนูไม่มีการบินไปหาหรือติดต่อกันเลย จนผู้หญิงคนที่ 3 เขากลับมาแล้วมาเจอหนูว่าหนูไปเฝ้าผู้ชายคนนี้ ซึ่งแฟนหนูเขาก็ทำงานสถานบันเทิงเหมือนกัน เขาไม่เคยเลิกกันเลย เขาบอกกับหนูว่าจะเคลียร์กับทุกบ้านให้ เขาขอรับผิดชอบแค่ลูกของบ้านแรกกับบ้าน 2 แล้วเขาก็ไปเคลียร์กับคนที่ 3 ให้จริงๆ เพราะคนที่ 3 เขามาโวยวายใส่หนู แต่ 2 บ้านแรก หนูก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ติดต่อกัน เพราะหนูอยู่บ้านกับเขาตลอด แทบจะ 24 ชั่วโมง ตอนแรกหนูก็ไปๆมาๆ บ้านหนูกับบ้านเขา แต่ครอบครัวหนูค่อนข้างท็อกซิกนิดนึง หนูก็เลยไม่อยากอยู่บ้าน ส่วนมากก็ใช้ชีวิตที่บ้านเขา หลังจากที่รู้ได้ไม่นาน หนูเข้าโทรศัพท์เขาได้ตลอด แต่เขาไม่รู้ แล้วมีช่วงนึงที่เขาขอไปนอนบ้านแรก เขาบอกเหมือนลูกอยากอยู่กับเขา ซึ่งหนูก็มารู้ทีหลังเหมือนกันว่า บ้านแรกเขาจดทะเบียนและก็ยังไม่ได้หย่ากันด้วย เหมือนบ้านแรกเขาก็รู้ว่าผู้ชายอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึง แต่เขาไม่รู้ว่าหนูคือใคร หนูก็โอเค ให้เขาไปได้ หนูเชื่อใจเขา เพราะลูกเขามาอยู่กับหนูก็ไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาก็ไปนอนบ้านแรกทุกสัปดาห์ จนมีอยู่วันนึง หนูเข้าไปเช็คโทรศัพท์เขา หนูเห็นว่าบ้านแรกส่งที่ตรวจครรภ์มาให้เขาดูว่าท้องอีกรอบนึง หลังจากที่หนูรู้ หนูก็นิ่งมาตลอด ไม่เคยถามอะไรเขา หนูนั่งนับเดือนตลอดว่าจะคลอดเดือนไหน จนถึงเดือนที่ใกล้จะคลอด หนูก็คุยกับเขาว่าสรุปจะเอายังไง จะคลอดวันไหน เขาก็อึ้งไปเลย คือ เขาไม่รู้ว่าหนูรู้เรื่องนี้ เขาคิดว่ามีคนมาบอกหนู แล้วเขาก็ยอมรับและบอกว่าเดี๋ยวจะคลอดเร็วๆนี้แล้ว หนูก็เลยถามไปว่าแล้วจะเอายังไง จะให้หนูอยู่ต่อยังไง หนูอยู่ต่อไม่ได้... เขาก็บอกว่าเขาเคลียร์กันแล้ว ผู้ชายจะเอาลูกคนเล็กมาเลี้ยง แล้วให้ผู้หญิงเอาลูกคนโตไป หนูก็เชื่อเขาอีก ถ้าเขาจะเอาลูกมาเลี้ยง หนูก็ยินดีและเต็มใจ เขาบอกว่าเขาขอโทษ เขาพลาด ไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้ว พลาดครั้งเดียว มันก็ดันติดเลย ตอนนี้หนูก็เลยคุยกับเขา แล้วก็โอเคกัน จนถึงวันที่ผู้หญิงคนนั้นคลอด เขาก็พาไปส่งและจนถึงตอนนี้ 2 ปี จะ 3 ปีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับมาอยู่บ้านกับหนูอีกเลย แต่ก็ยังคุยกัน เขาแค่ไม่กลับมานอนบ้านด้วยกัน หนูก็ยังอยู่บ้านเขา ตอนนี้ชีวิตหนูเหมือนมีจุดเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ทุกวันนี้หนูตื่นมาไม่มีความสุขเลย แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วย เราได้เจอกันแค่ตอนเขาเลิกงานวันละ 1 ชั่วโมงเอง บางวันก็ไม่ได้เจอ แค่เวลากินข้าวด้วยกันยังไม่มีเลย เขาให้เหตุผลว่าเขาต้องช่วยดูลูกฝั่งนู้น เพราะผู้หญิงไม่ให้ลูกมาเลี้ยง ในระหว่าง 2 ปีนี้เราก็ยังมีอะไรกับเขา เขาก็ยังวาดฝันให้หนูว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกัน จะสร้างนั่น สร้างนี้ด้วยกัน จนสุดท้ายมาถึงทุกวันนี้ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้หนูเก็บเสื้อผ้ากลับออกมาอยู่บ้านหนูแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่าถ้าหนูเจอคนใหม่ที่ดีกว่า หนูไปได้เลยนะ แต่พอทุกครั้งที่หนูจะไปจริงๆ เขาจะมาดึงหนูกลับไปตลอด แล้วหนูก็กลับไปกับเขา ล่าสุดเขาโทรมาแต่หนูไม่ได้รับ ส่งข้อความมาหนูก็ไม่ได้อ่าน หนูพยายามใจแข็งมากจริงๆ แต่หนูกลัวว่าถ้าวันนึงเขาจะมาหาหนู แล้วเจอหน้ากัน หนูกลัวจะใจอ่อน... 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก “ดีเจเติ้ล” : สมมุติถ้าเราดิ่งแล้วเค้ากลับมาวิธีแรกเลย คือ เอ็มต้องคิดว่าโหตั้งแต่จับได้จนถึงตอนนี้ มันคือชีวิตของเอ็มที่เสียเวลาไปโดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จากความทุกข์ใจที่เอ็มต้องรอคนคนนึงอยู่ ไม่มีคำตอบ ไม่มีอะไรให้เราทั้งสิ้น เอาเราไปแขวนไว้ตรงนั้น เหมือนกับเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะมาก็มา จะไปก็ไป ตอนนี้คำสัญญาของเขา มันคือคำโกหกหลอกลวง เขาไม่ทำจริงหรอก เค้าเคลียร์ก็คงเคลียร์ไปตั้งแต่ตอนนู้นแล้ว มันชัดเจนตั้งแต่ที่บอกเอ็มว่าจะไปดูแลลูกแต่ก็ไปเผลอมีอะไรกันกับเมียคนแรก จนมีลูกอีกรอบ เค้าคงเห็นหนูเป็นแค่ชู้ทางใจ เค้าให้ค่าหนูเท่านี้แหละ เพราะฉะนั้นถ้าเค้าจะดึงให้หนูกลับมาอีกหนูต้องคิดแล้วนะ ว่าถ้าหนูกลับไปหนูก็จะต้องกลับไปเป็นแบบเดิม เวลาที่เหลือในชีวิตหนูอ่ะ หนูอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงเมื่อไหร่ ตอนเนี่ยไม่มีใครที่จะพาตัวหนูออกมาได้เลย เพราะถ้าหนูกลับไปมันก็เป็นตัวหนูที่เลือกกลับไปเอง ซึ่งมันก็จะไม่มีจุดสิ้นสุดเลย เพราะยังไงเค้าดูก็เป็นคนที่ไม่ปล่อยหนูอยู่แล้ว อย่างที่สอง คือ อยากให้หนูคิดในมุมที่ว่า ตอนนี้มีพ่อกับแม่ที่ต้องการหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อดูแลเขา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับชีวิตเราแล้วแหละ แต่ถ้าหนูยังจะมีผู้ชายคนนี้อีก มันก็จะเป็นสามเด้งเลยนะ หนูจะเอาเวลาไหนไปเติบโตในชีวิตอ่ะ หรือไปมีชีวิตที่มันดีขึ้นกว่านี้และระหว่างทางที่หนูมีคนมารู้จัก หนูลองเปิดใจดูก็ได้นะ เผื่อมันจะมีคนดีๆที่เขาเข้ามาแล้ว เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วทำไมเราจะต้องเสียดายคนดีๆที่มีโอกาสรู้จักไป เพราะผู้ชายแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเค้าลากหนูไปไม่ได้นะ ถ้าหนูไม่กลับไปเอง สุดท้ายมันเป็นขาของหนูสองขาที่เดินตามเขากลับไปเอง เพราะฉะนั้นถ้าหนูรู้ตัวแล้วมันก็เป็นขาของหนูเองที่จะอยู่กับบ้านไม่ออกไปกับเขา... “ดีเจต้นหอม” : เอ็มต้องยอมรับความจริงก่อนว่านี่มันไม่ใช่ความรัก ที่ได้อยู่ มันเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน คนรักกันไม่ทำกันอย่างนี้อยู่แล้ว ดูจากพฤติกรรมที่เรามาผู้ชายคนเนี้ยไข่ไปทั่ว แล้วก็เอาไปทั่ว ในจังหวะที่เมียกำลังท้องก็ไปมีอะไรกับอีกคนนึง เอ็มก็บอกเองว่าในขณะที่อยู่กับเอ็มเค้าไม่เคยไปดูลูกเลย แสดงว่าความรับผิดชอบของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดีเลย แต่ในวันนี้คงไปตกลงไปดิวอะไรกับเมียซักอย่างนึง เมียถึงต้องยื่นคำขาดมาว่าต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก เค้าก็เลยให้เอ็มได้แค่นี้ และการได้อยู่บ้านเขามันไม่ใช่สิทธิพิเศษนะ มันแค่ผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้มาอยู่เพื่อเฝ้ารออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เอ็มอยู่รอ ในวันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะที่เอ็มตัดสินใจว่า จะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว มีทางไป ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเอ็มไม่ใช่เรื่องผู้ชายแต่คือเรื่องเงิน แนะนำให้เปลี่ยนโฟกัสเลย ผู้ชายเอาปัญหาเค้ามาถ่วงอีก เขาก็ไม่ได้เข้ามาให้ความรัก ไม่ได้เข้ามาเป็นแบตเตอรี่ ไม่ได้เข้ามาชาร์จแบตให้ที่ทำให้มี energy หรือรู้สึกดีขึ้น แถมยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้าอีก เขาคือภาระ เขาคือมะเร็ง เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตเราไม่ได้แล้ว บล็อกทุกอย่าง แล้วเวลาดิ่งเขาไม่ได้อยู่ช่วยแก้ปัญหา เพราะคนนี้คือคนที่ทำให้เราดิ่งลงไปอีก มันไม่มีทางแบบเติมน้ำให้เต็มในทะเลทราย ซึ่งผู้ชายคนนี้ไม่ใช่โลกทั้งใบของเอ็ม แต่เป็นถังขยะ เอาตัวเราไปอยู่ในที่ที่ถูกต้องดีกว่า โฟกัสวันนี้คือเรื่องงาน เรื่องเงิน คิดว่าวันนี้เราจะทำยังไงให้ได้เงิน ทำยังไงให้สภาพ การเป็นอยู่ของเรามันดีกว่านี้ แล้วมันอาจจะมีคนเข้ามาในชีวิตเอ็มอีกแหละ ให้ระวังในวันที่เราเป็นโรคซึมเศร้า คนที่เข้ามาอาจจะทำให้เราดิ่งอีก วิธีการ คือ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้กับคนอื่น เราจะเริ่มมีใครซักคนนึงอาจจะแบบใจเย็นๆ คือ รอดูว่าให้เขามาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ละ แนะนำให้เช็คบิลเลย เราไม่เอา ถ้าวันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะออกมา ขั้นแรกคือบล็อก เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นข้อความเขาขึ้นอยู่ จนรู้สึกว่าเนี่ยเค้ามาตามง้อละ มันเป็นการหลอกตัวเองเข้าข้างตัวเองว่าตัวเองสำคัญ ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยสำคัญเลย แต่เราแค่ปิดประตูความจริงอยู่ เพราะการกระทำเค้ามันชัดมาก คนเป็นแฟนกันหายหัวไปเดือนนึง คนเป็นแฟนกัน มันต้องรู้แล้ว เราต้องรู้แล้วว่าเราไม่ได้สำคัญ แต่นี่หายหัวไปสองเกือบสามปี หล่อเลี้ยงด้วยการมาเจอกันวันละ 1 ชั่วโมง คนรักกันไม่ห่างกันขนาดนั้นอยู่แล้ว ให้มันเจ็บแล้วมันจบ เพราะไม่งั้นมันมูฟออนหรือเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ การที่เราเป็นโรคซึมเศร้าเพราะใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเรามันสุดมากแล้วนะ จะป่วยทั้งที ก็ป่วยกับคนที่มันสมควรที่ทำให้เราเจ็บหน่อยดิ เพราะเท่าที่ฟังมาไม่มีอะไรดีเลย แต่วันนี้เริ่มต้นใหม่ได้อ่ะ ถ้าลุกขึ้นได้เร็ว ก็วิ่งได้เร็ว คิดซะว่าถึงแล้วต้องวิ่งละ จะไม่ย่ำอยู่กับที่ หมดเวลาละ ปาดน้ำตา ปัดมาสคาร่าออกไปหาแขกเราต้องการเงินค่ะ... “ดีเจเผือก” : พี่ไม่รู้สึกถึง ความมั่นคง ความมั่นใจ ความเด็ดเดี่ยว ที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้เลย มันชัดเจนไปหมดเนอะ คนๆหนึ่งที่ผ่านความรักมา 4 เมีย มันไม่น่าจะใช่คนที่เราเห็นได้บ่อยๆ อันนี้เค้าพาตัวเองมาถึงจุดที่มี 4 เมียได้ ปัญหาของเมียแต่ละคนก็เยอะแยะไปอีก ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงพยายามถามหาข้อดีว่าอะไรที่ทำให้เราทนอยู่กับคนๆนี้ได้ เสียทั้งเวลา เสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และวันนี้ที่เอ็มโทรมา เอ็มไม่ได้มีพลังพอที่จะพาตัวเองออกมาจากจุดนั้นได้ มันเพราะอะไร คงจะไม่ใช่เรื่องของเหตุผลแล้ว เพราะถ้าวันนี้เราคุยกันด้วยเหตุผล มันไม่มีข้อดีเลยนะ เพราะถ้ามันเป็นเรื่องของเหตุและผล เอ็มทำความเข้าใจกับมันได้ เอ็มคงเดินออกไปนานแล้ว ถ้าการอยู่ใกล้แล้วมันห้ามใจตัวเองไม่ได้ การพาตัวเองไปอยู่อีกที่ก็เป็นทางออกที่ดี ซึ่งพี่ก็เห็นด้วยว่าชีวิตของเอ็มปัญหามันรุมเร้าเหลือเกิน ชีวิตคนเรามันจะมีปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้ และเราก็ต้องเผชิญมันในทุกๆวัน แต่มันมีปัญหาที่เอ็มเลี่ยงได้ กับการพอสักทีกับผู้ชายคนนี้ เอ็มหยุดมันได้ แต่เหมือนกับเอ็มไม่ยอมให้ตัวเองออกจากปัญหานี้ คนเราต้องหัดเอาปัญหาออกจากตัวเอง และเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าเราสามารถหยุดมันได้ และไม่มีใครมาดึงใครทั้งนั้น เห็นแค่ว่าเค้ากวักมือเรียกเราก็พร้อมที่จะกลับไปหาเขาแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นกำลังใจให้ในสิ่งที่ตั้งใจทำให้มันสำเร็จ ไปตั้งหลักที่อื่นยังไงก็ลองดูสักตั้ง ถ้าใจเรามันอ่อนก็ให้เทคโนโลยีช่วย โดยการบล็อกเขาซะ ถ้าวันไหนที่ไม่มีสติก็ย้อนกลับมาฟังสิ่งที่ตัวเองพูดกับพวกพี่ในวันนี้แหละ....เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-