หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

19 ก.พ. 2026

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป

ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่

หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

        ‘คุณเชอร์รี่’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษากับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นไปต่อขนตามา แต่แฟนไม่ชอบที่ขนตาของเธอนั้นมันจึ้งเกินไป

        ‘คุณเชอร์รี่’ ได้เล่าว่า โดยปกติเธอก็แต่งหน้า ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าไปทำงานเป็นประจำทุกวัน จนเธอเริ่มรู้สึกกังวลใจ ว่าหากต้องล้างเครื่องสำอางทุกวัน จะเสี่ยงทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยขึ้นได้ เธอจึงแก้ไขปัญหาด้วยการไปติดขนตาแม่เหล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต และความสุขของคนรักสวยรักงามอย่างเธอ 

        แต่เมื่อแฟนของเธอได้เห็นว่าเธอนั้นไปติดขนตาแม่เหล็กมา ก็ได้บอกว่า “มันหนาเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ” ซึ่งส่วนตัวคุณเชอร์รี่กลับไม่เห็นด้วย เพราะเธอรู้สึกว่า เวลาที่ถ่ายรูปออกมา ขนตาของเธอมันจึ้งมาก และส่วนตัวเธอนั้นก็ชอบ และมั่นใจกับการที่ติดขนตาแม่เหล็กเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนของเธอเริ่มพูดแซวหนักขึ้น เธอจึงได้เปลี่ยนจากการติดขนตาแม่เหล็ก เป็นการติดขนตาปลอมแบบก้านใสปกติ ซึ่งแฟนของเธอก็ยังไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ และให้เหตุผลว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติอีกเช่นเคย เมื่อคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้น จึงตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตา (Eyelash Lifting) ซึ่งเป็นการดัดและยกโคนขนตาจริงให้งอนและเด้งขึ้น โดยขนตานี้จะอยู่ได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งเมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่เห็นก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี 

        คุณเชอร์รี่เล่าว่า ในตอนแรกที่เธอไปลิฟติ้งขนตามาแล้วลงรูป แฟนของเธอก็ได้บอกว่า “ขนตาจึ้งมาก” ซึ่งเธอก็นึกว่าครั้งนี้เขาจะถูกใจในสิ่งที่เธอไปทำมา แต่เมื่อเธอได้เปิดเฟซไทม์ คุยโทรศัพท์กับแฟน เธอก็เห็นว่าสีหน้าของแฟนของเธอนั้นดูเซอร์ไพรส์มาก แต่แววตาของแฟนของเธอกลับดูจ๋อยลงทันที เหมือนกับว่ากำลังผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ คุณเชอร์รี่ก็แอบเสียใจ เนื่องจากการที่เธอตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตามานั้น ก็เพราะอยากจะให้แฟนรู้สึกชอบมากขึ้น

        ซึ่งแฟนของคุณเชอร์รี่ก็ได้บอกว่า ชอบที่คุณเชอร์รี่แต่งหน้าเบา ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า พร้อมถามต่อว่า ขนตาที่ไปลิฟติ้งมานี้จะมีระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบไปว่า สามารถอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน เมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พร้อมทั้งตั้งตารอที่จะให้ผ่าน 2 เดือนนี้ไป แต่ตัวของคุณเชอร์รี่กลับคิดหนัก เมื่อเธอมาคิดว่า อีก 2 เดือน จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีวันหยุดที่เธอกับแฟนจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งตัวของเธอเองนั้นก็เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามเหมือนอย่างคนปกติ แล้วเธอรู้สึกชื่นชอบในขนตาที่ได้ไปทำมาเป็นอย่างมาก หากถึงวันนั้นที่ขนตาของเธอจะหมดอายุการใช้งาน เธอคงจะรู้สึกไม่ดี และคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เธอคงอยากที่จะทำมันอีกครั้ง

        คุณเชอ์รี่จึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจทั้งสามว่า จะทำอย่างไรกับแฟนของเธอดี เพราะเธอคิดว่า หากถึงเทศกาลสงกรานต์ ที่เธอจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด เธอก็อยากที่จะไปลิฟติ้งขนตาอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกว่าสิ่ง ๆ นี้มันคือความสุขของเธอ

        หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้พูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คุณเชอร์รี่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และมีความสุขต่อไป โดย 'ดีเจเกลือ' ก็ได้พูดเสริมขึ้นว่า “ความสุขของน้องคือการติดขนตาก็จริง แต่ความทุกข์ของน้องคือน้องอยากให้แฟนชอบ ความอยากนี่แหละ มันคือการอยากที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ซึ่งมันยากมาก ความทุกข์ของเราที่เกิดขึ้น คือเรามักพยายามไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้ตามใจเรา” ซึ่งหลังจากที่ดีเจเกลือได้พูดจบ คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบเห็นด้วยในทันที เรียกได้ว่า สร้างเสียงหัวเราะ และความเอ็นดูให้กับเหล่าดีเจทั้งสามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ นิสัยส่วนตัว ชอบผูกมิตร เลยซื้อของกินไปฝากพี่ๆรปภ. แต่เอาให้คนนึง อีกคนก็แซวว่า มีสาวเอาข้าวมาให้ด้วย ทั้งๆที่เราบอกว่า "แบ่งๆกันกินได้เลยนะคะ" หลังจากนั้นโดนแซวทุกครั้งที่เข้าออกคอนโด จนรู้สึกอึดอัด

15 ก.ค. 2024

ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ นิสัยส่วนตัว ชอบผูกมิตร เลยซื้อของกินไปฝากพี่ๆรปภ. แต่เอาให้คนนึง อีกคนก็แซวว่า มีสาวเอาข้าวมาให้ด้วย ทั้งๆที่เราบอกว่า "แบ่งๆกันกินได้เลยนะคะ" หลังจากนั้นโดนแซวทุกครั้งที่เข้าออกคอนโด จนรู้สึกอึดอัด

ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ นิสัยส่วนตัว ชอบผูกมิตร เลยซื้อของกินไปฝากพี่ๆรปภ.แต่เอาให้คนนึง อีกคนก็แซวว่า มีสาวเอาข้าวมาให้ด้วย ทั้งๆที่เราบอกว่า"แบ่งๆกันกินได้เลยนะคะ" หลังจากนั้นโดนแซวทุกครั้งที่เข้าออกคอนโดจนรู้สึกอึดอัด ถ้าแจ้งนิติ จะมีผลอะไรกับเราในอนาคตไหมคะ หนูกลัว “คุณต.น. (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [10 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับที่มีปัญหากับรปภ.ที่คอนโด เพราะเขาชอบแซว โดย “คุณต.น. (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูพึ่งย้ายมาอยู่คอนโดใหม่นี้ได้ 2 เดือน ซึ่งนิสัยส่วนตัวหนูเป็นคนชอบผูกมิตร หนูเลยชอบซื้อของไปฝากพี่รปภ.อยู่บ่อย ๆ เพราะพี่ ๆ เค้าดูแลเรา หนูก็อยากทำดีด้วย ตอนที่เอาของไปฝากก็จะมีพี่รปภ.ประมาณ 2 คน หลัก ๆ จะเป็นพี่รปภ.ตัวเล็ก แต่พักหลัง ๆ จะมีพี่รปภ.ตัวใหญ่ เขาชอบเดินไปแซวพี่รปภ.ตัวเล็กประมาณว่า “มีสาวซื้อของมาฝาก” ซึ่งหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบโดนแซว จนหลัง ๆ มันเริ่มหนักขึ้น คือ หนูแค่เดินผ่านทักทายพี่รปภ.ตัวเล็ก เค้าก็จะเริ่มแซวแล้ว มีครั้งหนึ่งแปลกมาก หนูเอารถไปจอดที่ข้างตึก พี่รปภ.ตัวใหญ่ก็มาโบกรถให้ พอหนูลงจากรถเค้าก็ถามหนูว่าหนูเป็นลูกบ้านรึเปล่า มีสติ๊กเกอร์คอนโดมั้ย ทั้ง ๆ ที่เค้าก็เคยแซวหนู หนักสุดคือตอนหนูลงไปเอาข้าว พี่รปภ.ตัวใหญ่ที่เปิดประตูกระจกให้ลูกบ้านคนอื่นอยู่ พอเห็นหนูเขาก็ปิดใส่ หนูเลย หนูอยากถามพวกพี่ๆดีเจว่า หนูควรจัดปัญหายังไง? ถ้าหนูไปแจ้งนิติมันจะมีผลต่ออนาคตรึเปล่า? หรือหนูควรจัดการความคิดยังไงดี?’ โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่ยังหาเหตุผลไม่เจอเลยว่ารปภ.ตัวใหญ่เขาจะมาวุ่นวายอะไร และไม่ชอบอะไร หรือว่าหนูให้ของฝากไม่ทั่วถึงหรอ แต่พี่ว่ามันต้องมีสาเหตุที่คน ๆ หนึ่งจะไม่ชอบเรา ถ้าสมมติการซื้อของไปฝากให้รปภ.แล้วมีปัญหาขนาดนี้พี่ว่าไม่ต้องให้ และถ้าปัญหานี้มันทำให้หนูหงุดหงิดใจ และไม่ชอบกับการที่ต้องไปแล้ว แล้วไปเผชิญกับคนเหล่านี้ไม่ต้องซื้ออะไรไปฝาก และวางตัวห่าง ถ้าเราทักละมีปัญหาก็ไม่ต้องทัก’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รายงานไปเลยว่าเขาพูดแบบนี้ บอกนิติไปเลย เค้าจะจัดการเอง หนูต้องยุติเรื่องซื้อของฝาก เพราะถ้าเอาจริง ๆ เค้าก็ไม่ทักกันด้วยซ้ำ นอกจากจะมีเรื่องให้ช่วยเหลือ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘บอกนิติว่าให้ดูแลพฤติกรรม เราอยู่เหนือกว่าเค้าเราเป็นลูกบ้าน เค้าต้องดูแลเทคแคร์เรา และหนูต้องวางตัวใหม่’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

08 ส.ค. 2025

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดียังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อนสัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี เพราะถ้าหนูทำตามที่พ่อบอกพ่อหนูก็อายุมากแล้ว สอนอะไรก็หลงๆลืมๆ สอนไม่เป็น ทุกคนคิดว่าควรจะเริ่มพูดกับคุณพ่อยังไงดีคะ? “คุณพี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากไปทำงานหาประสบการณ์ข้างนอก ก่อนที่จะมาบริหารกิจการที่บ้าน แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย โดย “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวหนูเองเป็นนักศึกษาจบใหม่ และที่บ้านก็เป็นครอบครัวคนจีน คุณพ่อมีบริษัทที่อยากจะให้มารับช่วงต่อ ในช่วงเวลาที่ได้เรียนจบใหม่ๆ หนูก็เริ่มทำงานกับที่บ้านเลย แต่ความกดดันหลายๆอย่างทำให้รู้สึกว่า ยังทำได้ไม่ดี รวมกับว่าที่คุณพ่ออายุมากแล้ว มีหลายครั้งที่ท่านเกิดอาการหลงๆลืมๆทำให้สอนงานได้ไม่ต่อเนื่อง หนูเลยตัดสินใจว่า จะไปทำงานที่อื่นก่อน แล้วค่อยเก็บประสบการณ์กลับมาทำงานที่บ้าน พอปรึกษาคุณแม่ ท่านก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หนูจะทำ แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย ท่านอยากให้เราทำที่บ้านเลย เขาบอกว่าสามารถสอนเราได้ แต่ระยะเวลามันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูก็เห็นแล้วว่า หนูควรจะได้ประสบการณ์จากที่อื่นมากกว่า ท่านรู้ตัวถึงอาการหลงๆลืมๆของตัวเอง บางทีที่จะอยากจะสอนงาน ท่านก็ลืมว่าจะสอนอะไร คนในบริษัทคนอื่นก็ไม่สามารถสอนแทนได้ในส่วนของท่าน ประเภทงานที่บ้านของหนูทำ เป็นโรงงาน นำเข้าส่งออก ด้วยความที่หนูเรียนไม่ตรงสาย บางครั้งก็ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรท่าน แล้วหนูก็ได้งานแล้ว ที่ยื่นสมัครไปเป็นโรงงานนิคม ทำหน้าที่ล่าม เอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก โรงงานของคุณพ่อเป็นกิจการเล็ก ยังไม่ค่อยมีระบบ หนูไม่ชอบ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยอยากที่จะมีประสบการณ์ก่อน เพื่อมาพัฒนา ระบบตรงนี้ หนูอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูตัดสินใจแล้วว่าจะไป ควรอธิบายให้คุณพ่อเข้าใจยังไงดี ว่าหนูไม่ได้ทิ้งกิจการที่บ้าน แค่อยากมีประสบการณ์มากพอ ที่จะกลับมาช่วยที่บ้าน’ โดยทั้ง ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘การที่จะออกไปทำข้างนอก ต้องรีบทำให้ไว ครูพักลักจำให้มาก อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย ด้วยความที่เรียนไม่ตรงสาย หวังว่าทางที่พีเลือกไป จะสามารถนำมาปรับใช้กับกิจการที่บ้านได้จริงๆ มีโอกาสเรียนรู้ ควรเรียนรู้ให้มาก แต่เส้นทางที่เลือก เป็นเส้นทางที่ดี ควรตั้งเวลาให้กับคุณพ่อ ทำให้คุณพ่อสบายใจ ว่าเราจะไม่ทิ้งกิจการ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

13 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอเพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใสแต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ เดินออกมา “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราสักลายที่แขน และมีลูกติด ทำให้แฟนไม่อยากเปิดตัวเรากับที่บ้าน! “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอายุ 39 เข้า 40 ปี เขาก็เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปเหมือนกับหนู คบกันประมาณ 4 ปี เขาค่อนข้างที่จะดูแลเราดีในระดับนึง เรื่องไปรับ ไปส่ง เรื่องชีวิตประจำวัน เขาเคยพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าหลังเขาทำงานเกษียณ ก็มีหนูอยู่ด้วยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องแต่งานเราเห็นตรงกันว่า เราจะไม่แต่งกัน และเรื่องลูกก็ยังไม่อยากมีเพิ่ม แต่ว่ามีอยู่ปัญหาหนึ่งคือ หนูไม่เคยไปเจอคนในครอบครัวเขา และไม่เคยเปิดตัวหนูเลยแม้กระทั่งคนที่บ้าน ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนๆ ก็ไม่เคยพาไปเจอเลย เวลาเจอคนอื่นถาม เขาก็จะบอกว่าหนูเป็นน้อง แต่จะมีกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มที่หนูรู้จักกันมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า 1. หนูมีลูกแล้ว เขาค่อนข้างเอ็นดู และดูเแลลูกหนู 2. หนูมีรอยสักนอกร่มผ้า จึงทำให้เขาเปิดตัวหนูยากมาก ซึ่งหนูก็ไม่เปิดตัวเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่เปิดตัวหนู แต่ครอบครัวกับเพื่อนสนิทหนูรู้หมดทุกคน ด้วยความที่เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วมันอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน หนูจึงไม่เคยถาม เขาเคยพูดว่าสเปคของเขาคือ สูง ขาว สวย หุ่นดี หน้าตาดี มันตรงกันข้ามกับหนูเลย แต่เขาก็เป็นคนมาจีบหนู หนูสงสัยว่าทำไมเขาไม่เปิดตัวหนูสักที หนูไม่รู้ว่าเขาอายหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีหนูอยู่ในชีวิตเขา จริงๆหนูก็รักเขา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หนูคงต้องไป หนูก็อยากมีตัวตน โดยที่ไม่ต้องปกปิด อยากให้ภูมิใจที่มีเรา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรถามเขาไปตรงๆ หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดี? ซึ่งทางด้าน “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้ถามนะ ถ้าเอ็มรักตัวเองพอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าไหว ก็ประคองตัวเองไปก่อน เราอย่าปล่อยให้คนคนนึงทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เวลาเราจะถามใครก็แล้วแต่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่ารับได้แค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องถาม รอให้เราพร้อมที่จะล้มได้ ตอนนั้นแหล่ะ ให้ถามเลย และต้องปรับทัศนคติตัวเราเองให้เชื่อว่าการคุยและมีปัญหาไม่ได้เท่ากับการมีปัญหา การมีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเข้าใจ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าเราพูดคุยกันได้ มันอาจจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น น้องเอมต้องเชื่อมั่นในความเท่ของตัวเอง’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะถาม เพราะเหตุผลของเขาคือคำตอบที่พี่ไม่ซื้อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือคุณเลือกเรานะ ถ้าไม่อยากเปิดตัวเพราะเหตุผลนี้คุณจะเลือกเราทำไมตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเป็นประเด็นที่เขาไม่ชอบอีก มันไม่ใช่ว่าคุณชอบฉันเพราะฉันเป็นแบบนี่หรอ พี่ว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ พี่อยากให้ถามเพราะเอ็มบอกว่า ไม่กล้าถามเขาเพราะกลัวเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน แล้วมันยังไง ทำไมคนรักกันจะถามอะไรที่จะทะเลาะกัน เพื่อความเข้าใจกันไม่ได้หรอ มันกลายเป็นว่าเราจะรักก้นดีๆโดยที่ไม่มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันเลยหรอ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ไใ่พอใจ ไม่สมเหตุสมผล เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาเลยหรอ พี่รู้สึกว่าความรักแบบนี้ไม่น่าจะดีนะ มัสต้องคุยกันได้ เพราะสิ่งนี้มันคือสิ่งที่มีเหตุผลพอที่จะถาม ไม่ใช่เรื่องงี่เง่า พี่ว่ามันคือสิ่งที่ควรคุยกัน’ และ “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนส่วนใหญ่คิดว่า ทุกความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่แฟนกัน เราควรคุยกันได้ เพราะการสื่อสารสำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ใดๆก็มีสุขภาพดี คือ Healthy Relationship ถ้าเราอยู่ในความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี แต่เราไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกความรู้สึก พี่ไม่คิดว่าความรักหรือความสัมพันธ์นั้นมันดี และในทุกๆความรัก ทั้งเขาและเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือก อย่าลืมสิทธิ์นี้ของตัวเองแล้วกกลัวว่าอยู่ดีๆเขาจะเปลี่ยนใจไม่เลือกเรา เราต้องเห็นค่าของตัวเองมากกว่านี้ เราอย่าลืมรักตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลเราบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี พี่ก็เคยอยู่ในภาวะไร้ตัวตน ถ้าเรารู้สึกว่าเขารักเรา เราถมเขาเลย ถามด้วยความรู้สึกว่าอยากเข้าใจ รักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ก็ไม่ควรซ่อนฉันจนไร้ตัวตน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คนคุยมีสิทธิ์ไหมคะ? เราคุยกับผู้ชายคนนึงได้ 9 เดือนกว่า ทำทุกอย่างเหมือนแฟนเลย อาทิตย์นึงนอนกับเขา 5 วัน แต่เพิ่งมาเจอว่าห้องเขามีชุดชั้นในผู้หญิงในห้อง แต่ไม่ใช่ของเรา เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขา มีสิทธิ์ถามไหมคะว่าชุดชั้นในปริศนานั้นเป็นของใคร?

08 ก.ค. 2024

คนคุยมีสิทธิ์ไหมคะ? เราคุยกับผู้ชายคนนึงได้ 9 เดือนกว่า ทำทุกอย่างเหมือนแฟนเลย อาทิตย์นึงนอนกับเขา 5 วัน แต่เพิ่งมาเจอว่าห้องเขามีชุดชั้นในผู้หญิงในห้อง แต่ไม่ใช่ของเรา เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขา มีสิทธิ์ถามไหมคะว่าชุดชั้นในปริศนานั้นเป็นของใคร?

“คุณอาย (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ห้าในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอชุดชั้นในในห้องของคนคุย โดย “คุณอาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าหนูคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่เราไม่ได้ให้สถานะแฟนตั้งแต่แรกมา 9 เดือน และอาทิตย์นึงจะเจอกันประมาณ 5 วัน แต่เราทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่ไม่ได้เป็นแฟนกัน มีอยู่วันหนึ่งหนูไปเจอชุดชั้นในของคนอื่นที่ไม่ใช่ของหนูในคอนโดของเค้า และหนูเคยพูดกับเค้าว่าขอให้คุยกับหนูแค่คนเดียว ถ้าวันหนึ่งมีคนคุยคนอื่นแล้วให้บอก ซึ่งเค้าหัวเราะและไม่ได้พูดอะไร หนูก็อยากถามว่าหนูมีสิทธิ์ถามเค้าไหมว่าชุดชั้นในนั้นเป็นของใคร?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ความคิดเห็นพี่พี่คิดว่าหนูควรถามไปเลย หนูมีสิทธิ์ถาม แล้วอยู่กับเค้า 9 เดือน ละอาทิตย์นึง 5 วันสะขนาดนั้นหนูก็ถามเรื่องสถานะไปด้วยเลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าถามได้เพราะเราก็คุยกับเค้ามา 9 เดือน และอยู่คอนโคเค้า 5 วันสะขนาดนั้น แต่ไม่ใช่ถามเชิงหึงหวงนะ แค่ถามว่ามันเป็นของใคร แล้วก็ดูว่าเค้าจะตอบยังไง’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามได้เลย แต่ว่าอย่าคาดหวังคำตอบ เพราะเราไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือไม่จริง แต่มันก็จะได้วัดไปเลยถ้าเราสามารถจับอากัปกิริยาของคนเป็น แต่วิธีถามมันจะละม่อมขนาดไหน จะอ้อม ๆ ก็ได้ เพราะฉะนั้นก็เตรียมใจกับคำตอบไว้นิดนึง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-