หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

19 ก.พ. 2026

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป

ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่

หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

        ‘คุณเชอร์รี่’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษากับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นไปต่อขนตามา แต่แฟนไม่ชอบที่ขนตาของเธอนั้นมันจึ้งเกินไป

        ‘คุณเชอร์รี่’ ได้เล่าว่า โดยปกติเธอก็แต่งหน้า ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าไปทำงานเป็นประจำทุกวัน จนเธอเริ่มรู้สึกกังวลใจ ว่าหากต้องล้างเครื่องสำอางทุกวัน จะเสี่ยงทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยขึ้นได้ เธอจึงแก้ไขปัญหาด้วยการไปติดขนตาแม่เหล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต และความสุขของคนรักสวยรักงามอย่างเธอ 

        แต่เมื่อแฟนของเธอได้เห็นว่าเธอนั้นไปติดขนตาแม่เหล็กมา ก็ได้บอกว่า “มันหนาเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ” ซึ่งส่วนตัวคุณเชอร์รี่กลับไม่เห็นด้วย เพราะเธอรู้สึกว่า เวลาที่ถ่ายรูปออกมา ขนตาของเธอมันจึ้งมาก และส่วนตัวเธอนั้นก็ชอบ และมั่นใจกับการที่ติดขนตาแม่เหล็กเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนของเธอเริ่มพูดแซวหนักขึ้น เธอจึงได้เปลี่ยนจากการติดขนตาแม่เหล็ก เป็นการติดขนตาปลอมแบบก้านใสปกติ ซึ่งแฟนของเธอก็ยังไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ และให้เหตุผลว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติอีกเช่นเคย เมื่อคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้น จึงตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตา (Eyelash Lifting) ซึ่งเป็นการดัดและยกโคนขนตาจริงให้งอนและเด้งขึ้น โดยขนตานี้จะอยู่ได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งเมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่เห็นก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี 

        คุณเชอร์รี่เล่าว่า ในตอนแรกที่เธอไปลิฟติ้งขนตามาแล้วลงรูป แฟนของเธอก็ได้บอกว่า “ขนตาจึ้งมาก” ซึ่งเธอก็นึกว่าครั้งนี้เขาจะถูกใจในสิ่งที่เธอไปทำมา แต่เมื่อเธอได้เปิดเฟซไทม์ คุยโทรศัพท์กับแฟน เธอก็เห็นว่าสีหน้าของแฟนของเธอนั้นดูเซอร์ไพรส์มาก แต่แววตาของแฟนของเธอกลับดูจ๋อยลงทันที เหมือนกับว่ากำลังผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ คุณเชอร์รี่ก็แอบเสียใจ เนื่องจากการที่เธอตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตามานั้น ก็เพราะอยากจะให้แฟนรู้สึกชอบมากขึ้น

        ซึ่งแฟนของคุณเชอร์รี่ก็ได้บอกว่า ชอบที่คุณเชอร์รี่แต่งหน้าเบา ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า พร้อมถามต่อว่า ขนตาที่ไปลิฟติ้งมานี้จะมีระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบไปว่า สามารถอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน เมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พร้อมทั้งตั้งตารอที่จะให้ผ่าน 2 เดือนนี้ไป แต่ตัวของคุณเชอร์รี่กลับคิดหนัก เมื่อเธอมาคิดว่า อีก 2 เดือน จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีวันหยุดที่เธอกับแฟนจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งตัวของเธอเองนั้นก็เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามเหมือนอย่างคนปกติ แล้วเธอรู้สึกชื่นชอบในขนตาที่ได้ไปทำมาเป็นอย่างมาก หากถึงวันนั้นที่ขนตาของเธอจะหมดอายุการใช้งาน เธอคงจะรู้สึกไม่ดี และคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เธอคงอยากที่จะทำมันอีกครั้ง

        คุณเชอ์รี่จึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจทั้งสามว่า จะทำอย่างไรกับแฟนของเธอดี เพราะเธอคิดว่า หากถึงเทศกาลสงกรานต์ ที่เธอจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด เธอก็อยากที่จะไปลิฟติ้งขนตาอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกว่าสิ่ง ๆ นี้มันคือความสุขของเธอ

        หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้พูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คุณเชอร์รี่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และมีความสุขต่อไป โดย 'ดีเจเกลือ' ก็ได้พูดเสริมขึ้นว่า “ความสุขของน้องคือการติดขนตาก็จริง แต่ความทุกข์ของน้องคือน้องอยากให้แฟนชอบ ความอยากนี่แหละ มันคือการอยากที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ซึ่งมันยากมาก ความทุกข์ของเราที่เกิดขึ้น คือเรามักพยายามไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้ตามใจเรา” ซึ่งหลังจากที่ดีเจเกลือได้พูดจบ คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบเห็นด้วยในทันที เรียกได้ว่า สร้างเสียงหัวเราะ และความเอ็นดูให้กับเหล่าดีเจทั้งสามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อยากรู้ว่าทุกวันนี้จะเจอ "รักแท้" ในแอปหาคู่ไหมคะ? เราเจอกับสามีแต่งงานกันแล้วชีวิตราบรื่นดี พอไปสัมภาษณ์งาน HR ที่ใหม่ถามว่า "เจอแฟนที่ไหน?" เราตอบไปว่า "แอปหาคู่ค่ะ" จากนั้น HR คนนั้นก็โทรมาถามหัวหน้าเรา...

19 ก.พ. 2024

อยากรู้ว่าทุกวันนี้จะเจอ "รักแท้" ในแอปหาคู่ไหมคะ? เราเจอกับสามีแต่งงานกันแล้วชีวิตราบรื่นดี พอไปสัมภาษณ์งาน HR ที่ใหม่ถามว่า "เจอแฟนที่ไหน?" เราตอบไปว่า "แอปหาคู่ค่ะ" จากนั้น HR คนนั้นก็โทรมาถามหัวหน้าเรา...

อยากรู้ว่าทุกวันนี้จะเจอ "รักแท้" ในแอปหาคู่ไหมคะ? เราเจอกับสามีแต่งงานกันแล้วชีวิตราบรื่นดีพอไปสัมภาษณ์งาน HR ที่ใหม่ถามว่า "เจอแฟนที่ไหน?" เราตอบไปว่า "แอปหาคู่ค่ะ"จากนั้น HR คนนั้นก็โทรมาถามหัวหน้าเรา"น้องเขาเริ่มต้นแบบนี้ จะยืนยาวหรอ ดูไม่มั่นคง จะเลิกกันรึเปล่า?" “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 ก.พ. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับสามี โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ความรักจากแอปพลิเคชันหาคู่ มันดูไม่มั่นคงหรือป่าว?’ คือหนูเจอคนรักผ่านแอปพลิเคชัน และคบกันได้ปีกว่า ๆ ก็แต่งงานจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว หนูต้องย้ายที่ทำงานตามไปกับสามี หนูทำเรื่องเขียนขอย้าย แล้วที่ทำงานใหม่ก็เรียกหนูไปสัมภาษณ์งาน มีการสอบถามว่าย้ายมาเพราะอะไร หนูบอกไปว่า ย้ายมาตามสามี เพราะสามีหนูไม่สามารถย้ายงานได้ แล้วเขาก็ถามว่าเราเจอกับสามีกันได้ยังไง? หนูก็บอกเขาไปตรงๆว่า เราเจอกันผ่าน Tinderตอนที่เขาได้ยินก็แซวขำ ๆ แต่พอหลังจากที่หนูกลับมา เขาได้มีการโทรไปหาหัวหน้าหนู เพราะว่าเขารู้จักกัน เขาก็พูดกับหัวหน้าหนูประมาณว่า ‘น้องเขาเจอกันแปลก ๆ นะ เจอกันผ่านแอป ดูไม่ค่อยมั่นคงเลยนะ เขาจะเลิกกันหรือป่าว’แล้วเขาก็ถามหนูว่ารู้จักใครที่นี่นอกจากสามีเราไหม เพราะว่าหนูจะย้ายจากที่บ้านเกิดหนู มาทำบ้านสามีที่ต่างจังหวัด ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูแต่งงานและจดทะเบียนสมรสแล้ว หนูอยากรู้ว่าในมุมมองของพี่ๆ ดีเจว่า ‘การที่เจอคนรัก คู่ชีวิต ผ่านแอปพลิเคชัน’ พี่ ๆ คิดว่าดูไม่มั่นคงไหมแล้วพี่ๆมีมุมมองแบบไหน’ โดย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘เจอกันที่ไหน มันก็ไม่มั่นคงได้ทั้งนั้นแหละ บางทีพวกพี่โตกันตั้งแต่ประถม สุดท้ายได้ลงเอยแต่งงานกันเลิกกันก็มี หรือคนที่เจอกันไม่กี่เดือนกี่ปีแต่งงานกันมีลูกมีครอบครัวที่มีความสุขก็มี คนที่เจอกันในแอปพลิเคชันมั่นคงก็มี ไม่มั่นคงก็มีอย่าหวั่นไหวดีกว่า ความมั่นคงในใจเรามีให้กันหรือป่าว แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่เราหรอ น่าจะเป็นที่ HR มากกว่า บางทีคนเราแค่เจอสิ่งที่เขาไม่รู้จักเขาก็คงรู้สึกว่าแปลก แต่ว่าทุกที่มั่นคงหรือไม่มั่นคงได้หมดแหละครับ ความรักเป็นเรื่องไม่แน่นอนอยู่แล้ว’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘ในแอปพลิเคชันนั้นมีทุกแบบ มีทั้งความรักที่เกิดขึ้นในแบบรักที่มั่นคงก็ได้ สามารถจะเจอมิจฉาชีพก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเจอกันยังไง ก็ต้องมาเรียนรู้กันในโลกความเป็นจริงนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นปกติ แต่คนอื่นที่เห็นเขาก็มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ได้ วันนี้คุณหนูเดินหน้ามาถึงการแต่งงานแล้ว จดทะเบียนสมรสแล้ว ไม่ได้บอกนะว่าการแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสการันตีใด ๆ ในเรื่องความมั่นคงแน่นอน เพียงแต่เราเดินมาจากจุดเริ่มต้นตั้งเยอะแล้ว เราเจอกันผ่านแอปพิเคชันและได้มาเรียนรู้ในชีวิตจริงแล้ว จนได้มาใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ถ้าเกิดความเป็นห่วงของเขาก็คือ ถ้าเธอจะย้ายจังหวัด มีคนอื่นที่พอจะรู้จักในจังหวัดนี้ไหม? มันก็เป็นสิ่งที่เราเฉลียวใจได้ว่า ถ้ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันมีทางเลือก ทางรอดขนาดไหนกับที่นี่ แต่บ้านเราก็คือบ้านเรา ประเทศไทยก็คือประเทศไทย ต่อให้จะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังสามารถอยู่ในประเทศของเราได้อยู่ อย่าหวั่นไหวกับปากของใครเพราะที่สุดแล้ว เราเองคือคนที่รู้จักสามีของเราดีที่สุด ไม่ได้บอกว่าความเป็นห่วงของเขาจะผิดเสมอไป หรือเจอกันผ่านแอปพิเคชันต้องมีความสุขมากและเป็นรักที่จริงจังเสมอไป ไม่มีอะไรในโลกนี้จริงจังเสมอไป ดูใจกันมาตั้งนานสุดท้ายคบกัน 2 เดือนเลิกก็มีให้เห็น มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเจอกันตรงไหนแต่มันอยู่ที่เรา 2 คน เข้าใจกัน เรียนรู้กันและต่างคนต่างมีความพอดีซึ่งกันและกันมากแค่ไหนมากกว่า’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘จริงอยู่ที่ว่าแอปมันจะมีความสุ่มเสี่ยง แต่มันแลกกับการที่ได้เจอกันเร็ว ถ้าคุณคบกันอย่างมีสติ มันก็รอด ซึ่งก็มีให้เห็นเยอะมาก คนที่เจอกันผ่านแอป เพื่อนพี่ก็แต่งงานจนไปอยู่เมืองนอก มีสามีดีไปเลย แต่เช่นเดียวกันก็มีพวกโดนฟันแล้วทิ้งหรืออะไรใด ๆ ก็ตาม มันขึ้นอยู่กับสติเราทั้งนั้น ซึ่งคุณหนูมาขนาดนี้แล้ว พี่ว่าคำถามของ HR คนนี้ไม่อยากจะให้คุณหนูคิดว่าเจอกันผ่านแอปมันไม่ดี เพราะเราก็รู้แล้วว่าคนคนนี้เป็นยังไง? เราผ่านการแต่งงานกับเขามาแล้ว จดทะเบียนกับเขาเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องย้ายไปทำงานกับเขา นี้คืออีกสเต็ปนึงของชีวิตด้วยซ้ำ พี่ว่ามันเป็นไปได้แหละ คนที่ทำงานราชการ เขาอาจจะมีความคิดแบบหัวโบราณ พอเขาได้ยินก็คงแปลกสำหรับเขา แบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่ามันจะไม่ทำให้รากฐานความรักของเราที่ดีอยู่แล้วสั่นคลอน เพราะเขาไม่เกี่ยว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

15 พ.ค. 2023

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

“คุณเอ (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหา โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้อยู่กับแฟน คืออยู่คนละที่กัน แฟนก็นอกใจหนู แอบไปคุยกับคนอื่น แล้วผู้หญิงก็มาหาแฟนที่ห้องตลอด แต่แฟนก็ยังคุยกับหนูปกติ มาหาหนูปกติเลย แต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกันแล้ว วันนี้ที่โทรมา อยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเราไปร้านอาหาร แล้วเจอคนที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของแฟน เราจะเดินเข้าไปทานอาหารปกติ หรือจะเดินออกเลย...?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มีเซ้นส์ หรือ แค่บังเอิญ... หนูรู้สึกเป็นตัวแทน ‘แฟนเก่า’ เขา คบกันมา 1 เดือน เพิ่งมารู้ว่าเขาเคยผ่านการแต่งงานมา ไม่บอกเรา ทุกที่ที่เขาพาหนูไป คือที่ที่เขาไปกับผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว พีคสุด วันที่ตกลงเป็นแฟนกับเรา คือ วันครบรอบระหว่างเขากับคนเก่า

07 มิ.ย. 2023

มีเซ้นส์ หรือ แค่บังเอิญ... หนูรู้สึกเป็นตัวแทน ‘แฟนเก่า’ เขา คบกันมา 1 เดือน เพิ่งมารู้ว่าเขาเคยผ่านการแต่งงานมา ไม่บอกเรา ทุกที่ที่เขาพาหนูไป คือที่ที่เขาไปกับผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว พีคสุด วันที่ตกลงเป็นแฟนกับเรา คือ วันครบรอบระหว่างเขากับคนเก่า

“คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเฟี๊ยต - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนโดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้สึกว่าแฟนเห็นเราเป็นตัวแทนแฟนเก่าของเขา จากการกระทำหลายๆอย่าง หนูต้องเกริ่นก่อนว่า เราเพิ่งคบกันมาได้แค่เดือนเดียว หนูกับแฟนทำงานที่เดียวกัน ไม่เคยเจอกันมาก่อน ตัวหนูทำงานมาแล้วประมาณ 2 ปี เขาเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ประมาณ 6 เดือน เนื่องจากทำงานคนละชั้น คนละแผนก ก็เลยไม่เคยเจอกันจนวันที่บริษัทจัดงานเลี้ยง เขาก็ถามพี่ๆในแผนกหนูว่าหนูมีแฟนหรือยัง แล้วเขาก็เดินเข้ามาถามหนูเลยว่า หนูมีแฟนหรือยัง แล้วหนูก็เลยถามเขากลับ เขาก็บอกว่าไม่มี เลิกมาได้แล้ว 2 ปี หลังจากนั้นก็แลกไลน์แลกไอจี ก็คุยจีบกันปกติ ซึ่งพอได้ไอจีเขามาหนูก็เช็คหน้าฟีดเขา ก็เห็นว่าเขามีแฟนเก่า เพราะรูปจากในไอจีมันหายไปช่วงเวลาหนึ่ง ก็คิดว่าเขาน่าจะลบรูป ยังมีรูปแฟนเก่ากับเขาอยู่ แต่เป็นรูปที่เหมือนเขาถ่ายกันหลายๆคนก็เดทกันไปมาเรื่อยๆ เขาก็พาเราไปกินข้าว ดูหนัง เขาชอบกินเนื้อย่าง เขาก็พาเราไปร้านเนื้อที่เขาชอบ จนวันที่ 29-30 เมษายนที่ผ่านมา หนูต้องไปทำงานที่พัทยา หนูบอกเขาว่า ต้องไปทำงานที่นี่นะ เขาก็พูดขึ้นมาว่า เขามีเพื่อนอยู่พัทยาพอดี เขาไปพัทยาด้วยเลยดีกว่า แล้วเขาก็ถามหนูว่า ถ้าเกิดเขาไป เขาขอพาเราไปกินข้าวได้ไหม เขามีร้านลับที่เขาชอบมากๆอยู่ เราก็ตอบ โอเค มาสิ มาถึงก็กินข้าว กินข้าวเสร็จก็ไปกินเหล้าต่อ กินกันจนถึงช่วงประมาณตี 2 เข้าสู่วันที่ 30 เขาก็ขอเป็นแฟน เราก็โอเค ตกลง หลังจากวันนั้นเขาก็ชวนไปนู่นไปนี่มากขึ้น ล่าสุดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ชวนหนูไปวาดรูป มันเป็นเหมือนสตูดิโอวาดรูปที่เขาจะมาสอน พอสอนเสร็จเราก็เอารูปกลับบ้าน พอวาดรูปเสร็จ กินข้าวเสร็จ เขาก็ชวนเราไปบ้านเขา ไปถึงเขาก็พาเดินชมบ้าน แล้วเขาก็บอกว่า เนี่ยมีรูปที่เขาเคยวาดจากสตูดิโอที่เขาพาไปวันนี้อยู่ในห้องนอนเขารูปหนึ่ง เขาก็บอกว่าเขาวาดเองนู่นนี่นั่น ติดไว้ในห้องนอน ก็ไม่มีอะไหลังจากนั้นเมื่อ 2 คืนก่อน นอนไม่หลับก็เลยไถไอจีเล่น ก็รู้สึกว่า เห้ย เราเคยเช็คไอจีเขาแล้วแต่เรายังไม่เคยเช็คหน้าที่มันเป็นเพื่อนแท็กเลย เข้าไปดูเท่านั้นแหละ บันเทิง! มันมีรูปที่เพื่อนเขาแท็กมาเป็นรูปที่เขาแต่งงานแล้ว อันนี้ช็อตแรก แล้วเราก็ใช้ความสามารถพิเศษสืบค้น จนไปเจอเฟซบุ๊กของผู้หญิงที่เขาเคยแต่งงานด้วย หนูก็เข้าไปดู เข้าไปดูแล้วก็คือช็อคกว่า คือ ทุกๆที่ ที่เขาพาเราไป เป็นที่ที่เขาพาผู้หญิงคนนี้ไป ทุกที่เลย แล้วก็ที่พีคกว่านั้นคือ วันครบรอบที่เขาคบกันเป็นวันที่ 30 เมษา ซึ่งเป็นวันที่เขาขอเราเป็นแฟน และยังมีช่วงนึงที่เรายังไม่ได้คบกัน เขาไปเวียดนาม ตอนที่เขาไป เขาไม่ได้ลงรูป แต่เขาเพิ่งมาลงรูปในสตอรี่ เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ เป็นรูปเหมือนเขาถ่ายที่ตรงระเบียงห้องหนึ่งที่แพนไปรู้ว่าเป็นเมืองนอกแต่ไม่รู้ว่าเป็นประเทศอะไร ซึ่งเราก็ดูเฉยๆ เราไม่ได้สนใจอะไร แต่วันนี้เราเห็นว่ารูปนี้อยู่ในเฟสบุ๊กของผู้หญิงคนนี้มุมเดียวกัน แต่เป็นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แล้วหนูก็จำไม่ได้ว่า รูปนั้นที่เขาลงเป็นรูปเมื่อก่อนหรือทริปล่าสุด หนูก็ไม่ได้สนใจอะไร แล้วหนูก็เลยมานั่งย้อนคิดว่า ช่วงเวลา 1 เดือนที่เราคบกัน ตอนก่อนหน้าที่คบ เขาไม่เคยพูดเลย แต่พอคบกันแล้ว เขาก็ชอบพูดว่าแบบ ทำไมไม่ไว้ผมยาว ทำไมชอบใส่กระโปรงสั้นๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งแฟนเก่าเขาผมยาว แต่งตัวเรียบร้อยอะไรแบบนี้ หนูเป็นสายเปรี้ยวไง แต่เขาไม่ได้พูดในเชิงบังคับนะคะ เขาพูดแบบลอยๆ แต่พูดหลายรอบอะไรอย่างเนี้ย คือตอนแรกคิดว่า เอ๊ะ หรือหนูคิดมากไปเอง ก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆก่อนว่า อันนี้ปกติหรือเปล่าหนึ่ง? แล้วเราควรถามไหมแล้วถ้าถามควรถามยังไงดี? ซึ่ง พี่ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษา “คุณหนู (นามสมมติ)” ว่า ‘เรื่องสถานที่ที่ซ้ำกัน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็ไม่ได้มีไม้ตายเยอะ กินข้าวก็คงกินร้านเดิมที่ชอบ ไปเที่ยวที่ที่ชอบ ส่วนเรื่องวันคบที่เป็นวันเดียวกัน มันเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะเพิ่งคุยกันเดือนที่แล้ว มันอาจจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการขอเป็นแฟนก็ได้ ส่วนเรื่องแฟนเก่า มันจะเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเขารำพึงรำพันและยังทำอะไรที่สื่อถึงแฟนเก่าอยู่นอกจากนี้เรื่องที่ผู้ชายเขาแต่งงานแล้วแต่ไม่ได้บอกคุณหนู ดีเจต้นหอมและดีเจเผือกเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรบอกกันตั้งแต่แรก เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพูด แต่ดีเจเฟี๊ยตเห็นต่างว่า ถ้าผู้ชายเขาพร้อมเขาจะบอกเอง อาจจะเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ควรจะค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีเจเฟี๊ยต ได้ให้ความเห็นเรื่องความชอบของผู้ชาย ที่เขาชอบอีกแบบแต่เราเป็นอีกแบบ ก็ให้เราเป็นตัวของเราต่อไป สักวันเราอาจจะรู้สึกอยากเป็นแบบนั้นหรือแบบอื่นๆก็ได้ อย่าตั้งกำแพงกั้นไว้ว่าเราจะไม่มีทางเป็นตัวแทนของแฟนเก่าเขา เพราะจริงๆแล้วมันไม่มีใครแทนใครได้ สุดท้ายยังไงก็คือคนละคนดีเจเผือกเสริมอีกว่า เราจะสามารถหาอีกคนมาแทนอีกคนได้จริงหรอ หรือมันเป็นเพียงความไม่พอใจในอดีตของอีกฝ่ายหรือเปล่า? การเปรียบเทียบมันเกิดขึ้นได้ในหลายๆด้าน แต่ชีวิตคนเราคงไม่เอาอีกคนมาแทนที่อีกคน ในทุกเรื่อง ทุกอย่างได้หรอก สุดท้ายก็อยากจะบอกว่า ไม่ต้องไปตามหาคำตอบ คิดแค่ว่าปัจจุบันอยู่กับเขาแล้วมีความสุขไหม เขายังติดต่ออะไรกับแฟนเก่าไหม เรื่องแบบนี้สามารถคุยและทำความเข้าใจกันได้ ถึงยังไงปมนี้ก็จะอยู่ในความสัมพันธ์ของกันและกันอยู่ดี ถ้ามีเรื่องค้างคาใจก็สามารถถาม พูดคุยกันได้เลยเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเรียน และ ทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำโปรเจ็กต์ส่งเข้าแข่งขัน แต่ก็ได้แค่ Top3 มาตลอด ทั้งๆที่ผลงานเรา คนปรบมือให้ดังมากกว่าคนที่ได้รางวัล มีถึงขั้น E-mail จากบุคคลปริศนา ส่งมาชื่นชมเรา แต่ไม่รู้เพราะอะไรผลถึงออกมาเป็นแบบนี้

13 ธ.ค. 2024

หนูเรียน และ ทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำโปรเจ็กต์ส่งเข้าแข่งขัน แต่ก็ได้แค่ Top3 มาตลอด ทั้งๆที่ผลงานเรา คนปรบมือให้ดังมากกว่าคนที่ได้รางวัล มีถึงขั้น E-mail จากบุคคลปริศนา ส่งมาชื่นชมเรา แต่ไม่รู้เพราะอะไรผลถึงออกมาเป็นแบบนี้

หนูเรียน และ ทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำโปรเจ็กต์ส่งเข้าแข่งขัน แต่ก็ได้แค่ Top3 มาตลอดทั้งๆที่ผลงานเรา คนปรบมือให้ดังมากกว่าคนที่ได้รางวัล มีถึงขั้น E-mail จากบุคคลปริศนาส่งมาชื่นชมเรา แต่ไม่รู้เพราะอะไรผลถึงออกมาเป็นแบบนี้ อยากได้กำลังใจให้ลุกขึ้นสู้ตามความฝันอีกครั้ง “คุณบิลลี่ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากขอกำลังใจในการลุกขึ้นสู้ เวลาที่เจออุปสรรคอะไรสักอย่างหนึ่ง โดย “คุณบิลลี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บิลลี่มีความฝันตั้งแต่เด็ก ที่จะนำเทคโนโยลีมาเปลี่ยนโลกแฟชั่นให้ยั่งยืน ซึ่งตอนอายุ 15 บิลลี่ก็พยายามทำทุกทาง เพื่อที่จะให้ได้ทุนมาเรียนต่อที่ต่างประเทศ จนตอนนี้อายุ 30 แล้วบิลลี่ได้ทุนมาเรียนต่อด้าน AI และกำลังทำ Start Up ที่ผ่านมาบิลลี่แข่งมาหลายเวทีมาก ๆ ในยุโรป แต่การแข่งขันของบิลลี่ มักจะไปจบลงที่รอบไฟนอลคล้าย ๆ กับที่เราไปชวดมงกุฎในรอบสุดท้าย ซึ่งหลายคนก็บอกบิลลี่ว่า อาจเป็นเพราะคู่แข่งเป็นคนที่นี่ เป็นคนผิวขาว และก็กระแสที่เขาต่อต้านต่างชาติในยุโรปตอนนี้ก็ค่อนข้างแรงประมาณหนึ่ง อย่างตอนที่แข่งรอบล่าสุด ตอนที่บิลลี่ Pitching เสร็จ คนทั้งฮอลล์ยืนขึ้นปรบมือ เมื่อเทียบกับคนที่ชนะ เขาไม่ได้มีอะไรใหม่เลย หลังจากที่จบการแข่งขัน ก็มีอีเมลปริศนาจากใครสักคนหนึ่ง เขาส่งมาหาบิลลี่ว่า ‘You Billy I’m a big fan of you นะ you ติ้กถูกทุกข้อเลยใน Check box ที่จะเป็นผู้ชนะ แต่ว่า you อาจจะไม่ชนะในเหตุผลบางอย่าง ที่เราทุกคนก็รู้กัน’ มันก็เลยทำให้บิลลี่เริ่มดาวน์และเหนื่อยที่จะสู้ แต่ว่าตอนนี้บิลลี่นำ Start up ของตัวเองเข้ารอบไฟนอล ในระดับภูมิภาคของประเทศเนเธอร์แลนด์ได้อีกแล้ว บิลลี่เลยอยากถามพี่ดีเจว่า พี่เคยไหม ที่พยายามมาตลอดอีกนิดเดียวเราจะมงแล้ว แต่เราก็ไปชวดในวินาทีสุดท้าย พี่มีวิธีฮีลใจตัวเองที่จะทำให้ลุกขึ้นสู้ต่อยังไงกันบ้าง ในมุมของพี่ ๆ แต่ละคน?’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หอมอยากให้บิลลี่มองอีกมุมหนึ่ง คือผลแพ้-ชนะ มันถูกพ่ายแพ้โดยเหตุผลที่เรา Control ไม่ได้ มันไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งหรือว่าเราไม่ดี ฉะนั้นวันนี้หอมเลยอยากให้บิลลี่ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ บิลลี่เป็นคนเอเชียที่เข้าไปเติบโตที่นั่น การที่เข้าถึงรอบไฟนอลจริง ๆ แปลว่ามันผ่านการตัดสินอย่างยุติธรรม ในการให้คะแนน แต่บิลลี่มาแพ้ แพ้ความอยุติธรรม มันไม่ได้แพ้ในผลงาน ถ้าในมุมมองบิลลี่คือคนที่ชนะแล้ว แต่สิ่งที่มันเป็นเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้ เช่น คุณต้องให้คนพื้นถิ่น อันนั้นมันเกินที่บิลลี่จะควบคุมแล้ว หอมอยากให้บิลลี่มองในแง่ดีมากกว่า สิ่งที่เราทำ ถ้าเป้าหมายของเรา เราสู้กับคนตั้งมากมาย แล้วเราเข้าไปอยู่ในรอบไฟนอล มันคือที่สุดแล้ว มันเก่งมาก ๆ แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าให้ใกล้เคียงกัน ผมก็มีในเรื่องการประกวดที่ได้เข้าชิงรางวัลนั้น รางวัลนี้ หลายต่อหลายครั้ง แทบทั้งหมดก็ไม่เคยได้รางวัลเลย ซึ่งสำหรับผม Finalist ก็คือรางวัลแล้ว มันอยู่ที่ว่าเราตั้งเป้าและความคาดหวังของเราแค่ไหน ทุกวันนี้ตอนผมคุยกับลูก เราจะพยายามเปลี่ยนโฟกัส จากผลลัพธ์ไปเป็นระหว่างทางให้เยอะที่สุด ซึ่งมันจะดีต่อตัวเรา ถ้าเราไปโฟกัสที่ผลลัพธ์ ยังไงแล้วถ้าไม่ได้ที่ 1 มันก็เท่ากับว่าล้มเหลว ผมมองว่าการได้ที่สองจากการประกวด Start Up ทั้งยุโรป สำหรับผมมันเป็นพอร์ตที่ดี ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นความล้มเหลว เขาบอกว่าโลกไม่จำอันดับ 2 ผมว่าไม่จริง ถ้าคุณเป็นอันดับ 2 ที่พยายามมากพอและไม่ยอมแพ้ ผมว่าอันดับ 2 เยอะแยะมากมายที่ประสบความสำเร็จกว่าอันดับ 1 ในหลาย ๆ วงการ ผมที่ฟังอยู่ตอนนี้ ผลงานของบิลลี่ที่ได้อันดับ 2 มามันเป็นพอร์ตที่ดีมาก ลองกลับมาดู Start Up ของเราให้ดี เราคลอดเขามา แน่นอนเขาต้องเป็นลูกที่เราภูมิใจที่สุด ลองเอาตัวเองออกมาแล้วมองกลับไปดูว่า เขาสมบูรณ์แบบจริง ๆ อย่างที่เราหลงใหลเขาหรือเปล่า อะไรที่เป็นผลงานของเรา เราหลงไหลมันอยู่แล้ว แต่ถ้าเราเป็นคนนอกมองเข้ามา Start Up ของเราดีพอหรือยัง ว่าถ้าเราได้อันดับ 2 แล้วตัดเรื่องชาติพันธ์ออกไป อันดับ 1 มันมีอะไรที่ดีกว่าเราบ้างจริง ๆ ในแบบที่ไม่ Bias เลย ถ้าเรามองว่ายังไงแล้วของเราดีกว่าจริง ๆ เรามองมุมไหนของเราก็ดีกว่า เราแพ้ในเรื่องราวที่ควบคุมไม่ได้ งั้นจงมั่นใจในสิ่งที่เรามีอยู่ ถ้ากระถางที่นั่นเราโตไม่ได้ ก็ย้ายกระถางซะ ถ้าเมล็ดพันธุ์ที่คุณมีมันดีมากจริง ๆ เราลองเอาเมล็ดพันธุ์ของเราไปโตที่อื่น เพราะฉะนั้นอย่ามองว่ามันเป็นความล้มเหลวซะทีเดียว ให้มองด้วยว่าการได้ที่สองของเรา เราทำมันดีพอหรือยัง ถ้าดีพอแล้วมันไม่ได้มีอะไรให้ต้องเสียดายเลย’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่าหนูไปได้ขนาดนั้นแล้ว จากที่หนูอยากได้ทุน อยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่ตอนนี้อยู่ไปอยู่เนเธอร์แลนด์แล้วนะ หนูส่งผลงานส่ง Start Up ตัวเองไปอยู่ใน Finalist พี่รู้สึกว่าหนูต้องภูมิใจกับตัวเองระดับหนึ่งแล้วสำหรับพี่ เพราะหนูมาได้ไกลมากนะ ซึ่งการตัดสินการประกวด บางทีเราก็เห็นกันอยู่บิลลี่ สมมติหนูดูนางงามหนูก็จะรู้ มันก็จะใกล้เคียงสุดกี่ปีกี่หนแล้ว ที่เรารู้สึกค้านสายตามาก แต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภูมิใจมาก ๆ มันประจักษ์อยู่ในใจแล้วว่าสิ่งที่เราทำมันหน้าภูมิใจขนาดไหน ถ้าพี่จะแชร์เรื่องพี่นะ พี่เป็นผู้กำกับหนัง พอทำหนังออกมาเรื่องหนึ่ง เราไม่รู้จริง ๆ ว่าทำเสร็จแล้วคนดูเขาซื้อหรือไม่ซื้องานของเรา ถ้าเราจะเอามาตรวัดว่าคนดูไม่ดูหนังเราเลยหรือทำไมไม่ชอบหนังของเรา มันจะทำให้เราเสียใจ หมดความภาคภูมิใจในตัวเอง สำหรับพี่มันไม่ใช่ สำหรับพี่คือพี่ได้ทำหนังที่พี่รู้สึกว่าเต็มที่กับมัน พี่มีความสุขกับมัน สุดท้ายมันจะออกมาเป็นยังไง บางทีมันอยู่ที่ดิน ฟ้า อากาศ โชคชะตาแล้ว เราคุมไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราจะรู้ว่าเราภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้ ซึ่งพี่ว่าบิลลี่รู้สึกกับมัน และบิลลี่ก็รับรู้ว่าคนอื่นเขารู้ว่างานของบิลลี่มันมีคนชอบ มีคนภูมิใจ แม้ว่ามันจะยากสำหรับเรา แต่มันจะสะใจมากนะบิลลี่ตอนที่เราได้มันมา ขอเพียงแค่ว่าเราไม่ยอมแพ้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-