เป็นประธานนักเรียน แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นประธานนักเรียน แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

03 ก.ค. 2026

เป็นประธานนักเรียน

แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน

ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

       ‘คุณลูซี่’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนนั้นเป็นประธานนักเรียนแต่กังวลว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเป็นคนตด หลังเผลอปล่อยกลางกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง จนเพื่อนเริ่มตามหาเจ้าของกลิ่น

       ‘คุณลูซี่’ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับวิธีรับมือกับปัญหาการเผลอผายลมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อน เนื่องจากกังวลว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเป็นคนที่ปล่อยกลิ่นอยู่เป็นประจำ

       คุณลูซี่ เล่าว่า ด้วยความที่ตนเองมีภาพลักษณ์เป็นประธานนักเรียน จึงรู้สึกไม่อายหากเพื่อนจะรู้ว่าเป็นคนผายลม โดยเหตุการณ์มักเกิดขึ้นในช่วงที่นั่งอยู่กับเพื่อนบริเวณโรงอาหาร หลังรับประทานอาหารเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนจะนั่งเล่นหรือทำการบ้านต่อ เธอมักจะแอบผายลมไม่ให้ได้ยินเสียง แต่กลิ่นเป็นเรื่องที่เธอควบคุมไม่ได้ จึงทำให้เพื่อนได้กลิ่น และตามหาเจ้าของกลิ่นอยู่บ่อยครั้ง โดยที่ผ่านมาเธอสามารถทำได้อย่างแนบเนียน เพราะขณะนั้นกำลังนั่งตั้งใจทำการบ้าน ทำให้คนอื่นไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนผายลม เธอบอกว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่จะเกิดขึ้นเป็นระยะ และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นช่วงเวลาเดิมคือหลังรับประทานอาหารเสร็จ 

       อย่างไรก็ตาม ช่วงหลัง ๆ เพื่อนในกลุ่มเริ่มสงสัยมากขึ้นว่า คนที่ผายลมอาจเป็นคนในกลุ่ม เพื่อนเริ่มก้มดมและพากันถามว่า “ใครตด พูดมา ในกลุ่มเรา” คุณลูซี่ ยอมรับว่ารู้สึกกังวล เพราะกลัวเพื่อนจะจับได้ อีกทั้งเวลาจะลุกเดินออกไปจากบริเวณนั้นก็ทำได้ยาก เนื่องจากเพื่อนมักรั้งตัวไว้ เพราะเธอเป็นคนที่ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนอยู่เสมอ โดยเพื่อนมักจะพูดว่า “เอ้ย ไปไหน ไปทำงานด้วยกันก่อน” ทำให้เธอไม่สามารถเดินหลบออกไปได้ตามที่ต้องการ เธอจึงอยากปรึกษาดีเจว่าควรจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ดี 

       ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำแนะนำที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูว่า “เเนะนำให้กลั้นใจรอบเดียวเเล้วอัดเต็ม ๆ เลย เเล้วบอก กูเอง ถ้าประธานนักเรียนทำอะไรในเเบบที่ไม่คิดว่าประธานนักเรียนจะทำ มันจะเป็นการซื้อใจเพื่อน ๆ นอกกลุ่มเราอีกเยอะเลย เอ้ย ประธานนักเรียนก็ทำอะไรพิเรนทร์ได้นี่หว่า อย่างงี้เราไปไหนไปกันกับประธาน สั่งอะไรไปด้วย คือถ้าพี่ค้นพบว่าประธานนักเรียนเป็นคนประมาณนี้ พี่รู้พี่ก็จะ เอ้อออ ใจว่ะ ประธานนักเรียนก็ตดได้ค่ะ แก๊สอ่ะค่ะ เเล้วหลังจากนั้นการตดของหนูจะกลายเป็นอิสระเสรีไปตลอด ไม่ต้องปิดบัง ก็เลือกเอาว่าลูซี่จะรักษาปัญหาที่ต้นเหตุ หรือจะปลดปล่อยอิสระให้ตัวเอง หรืออยากจะข่มด้วยอินเนอร์ที่บอกฉันไม่ได้ตด”

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้มุมมองว่า “ตอนนี้ปัญหามันอยู่ที่กลิ่น มันคุมไม่ได้กลิ่นอ่ะ ไม่งั้นต้องพกสเปรย์ พี่เชียร์ให้ทานโพรไบโอติกเยอะ ๆ เเบบพวกโยเกิร์ต” 

       ขณะที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้มุมมองว่า “ พี่มีเทคนิค พี่จะตดอัดใส่โซฟา มันจะซับกลิ่น อันนี้เรื่องจริง แต่ถ้ามันไม่ใช่โซฟา สำหรับพี่คือไม่รับ ตราบใดที่จมูกเพื่อนไม่ได้อยู่ตรงก้นเราเนี่ย ไม่มีวันยอมรับเเน่นอน ใครจะไปตดโอ๊ย….อย่างเงี้ย” 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้ แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัว พีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!”

02 พ.ค. 2025

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้ แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัว พีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!”

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัวพีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!” HR ทำแบบนี้ควรปรึกษาใครแทนคะ? “คุณหนู(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหารุ่นพี่ที่ทำงานไม่ให้เกียรติกัน โดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอายุ 23 ปี งานนี้เป็นงานเเรกที่หนูได้ทำหลังจากเรียนจบ เเต่ก็ได้มีปัญหากับพี่ฝ่าย HR ที่บริษัท เขาค่อนข้างที่จะพูดจา Sexual Harassment กับหนูตลอดเวลา ในตอนเเรกๆเขาก็ทักทายกับหนูดี ครั้งเเรกที่เขาพูดจาเเบบนั้นคือตอนที่หนูต้องไปรับเงินจากเขา พอรับเงิน เขาก็พูดกับหนูว่า เมื่อคืนทำดีมาก อะ ป๋าให้ค่าตัว เขาพูดเเบบนี้ในที่สาธารณะ เเล้วอีก 2 วันต่อมาหนูก็เอาเงินทอนไปให้เขา เเล้วเขาก็พูดอีกครั้งว่า เอาไปเถอะ ค่าตัวหนู ในเหตุการณ์ต่อมา คือ เขาพูดเรื่องเงินเดือนของหนูต่อหน้าทุกคน เพราะว่าหนูก็ได้ค่าคอม ค่าทำ OT ค่อนข้างพอสมควร เเล้วเขาก็พูดว่า ทำไมไม่เเบ่งให้คนอื่นบ้าง เอามาเเบ่งให้พี่บ้างสิ อีกครั้งนึงก็คื อ ตอนที่หนูต้องขึ้นไปเอาเอกสารกับเขา เขาก็พูดเเซวเล่นว่า เออนี่เอาใบลาออกให้มันหน่อยสิ อยากให้มันลาออกละ มันไม่สวย หนูก็เลยตอบไปว่า อ้าวพี่อย่าพูดเเบบนี้นะ หนูต่อยเป็นนะ เขาก็ตอบว่า มึงมาต่อยสิ เดี๋ยวกูต่อยท้อง หนูก็ตอบไปอีกว่า อ้าวพี่ นี่มันข่มขู่พนักงานเเล้ว เเต่หนูก็ตกใจกับสิ่งที่เขาตอบมาอีกว่า กูไม่ได้ข่มขู่ กูจะข่มขืนด้วย เเละหนูไม่เคยได้ยินว่าคนอื่นโดนเเบบนี้เหมือนกับหนูบ้างไหม เเต่อีกเหตุการณ์นึงที่ทำให้หนูรู้สึกว่าทนไม่ไหวเเล้ว คือ ตอนที่หนูได้รับรางวัลนึง ที่เป็นเหมือนกับความภาคภูมิใจของหนู ตอนที่หัวหน้ากำลังชมหนูอยู่บนเวที HR คนนั้นก็ตะโกนขึ้นมาว่า โห่ๆ ไม่จริง ซึ่งครั้งนี้หนูก็ได้เเสดงสีหน้าออกไปชัดเจนเลยว่าไม่พอใจ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ เเละพอหนูลงจากเวทีมา เขาก็เดินเข้ามาพูดอีกว่า โห่ไม่จริงเลย โกหกทั้งนั้น หนูเลยถามเขากลับไปเลยว่า พี่พูดว่ายังไงนะ เขาก็ตอบว่า ป่าว ไม่มีอะไร พี่พูดกับคนอื่น เเต่ก็มีเเบบยิบย่อยอีก ประมาณว่าอีกครั้งที่หนูขึ้นไปเอาเอกสาร เขาก็ทักหนูว่า อุ้ย สิวขึ้นหรอ เเฟนไม่พาไปเที่ยวหรอ หรือบางครั้งที่หนูต้องรบกวนให้พี่เขาส่งเอกสารให้ เขาก็จะพูดว่า พี่ไม่ส่งให้คนมีผัวหรอกนะ เป็นเเบบนี้ตลอดที่หนูต้องเจอเขา ซึ่งหนูก็ได้เเจ้งหัวหน้าของหนูไปเเล้ว เเต่หัวหน้าหนูบอกว่า เพราะหนูเป็นคนน่ารัก น่าเอ็นดู เขาเลยเเซว เเกล้งเล่น หัวหน้าหนูเขาเป็นคนต่างชาติ เลยคิดว่าอาจจะสื่อสารไม่ตรงกันรึป่าว จนอีกครั้งนึงที่หนูไม่ไหวจริงๆ หนูเลยร้องไห้ บอกหัวหน้าไปเลย พอหัวหน้าได้ไปคุย เขาก็เดินมาหาหนู เเล้วเขาก็พูดว่า ไหนใครทำน้องสาวพี่ร้องไห้เนี่ย หลังจากครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยที่จะเเซวหนูอีกเลย เเต่กับตัวหนู มันทำให้บรรยากาศในการทำงานของหนูเสียไปเลย หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ถ้าหนูต้องเจอกับเหตุการณ์เเบบนี้อีก หนูควรที่จะปกป้องตัวเองยังไงคะ? หรือเป็นเพราะหนูยังเด็กหนู เลยยังไม่กล้าที่จะพูดรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวพี่ก็ไม่ได้รู้จักกับเขาเนอะ เเต่การที่เขาเเสดงออกเเบบนี้ เขาเหมือนกับเเบบโลกยุคเก่าเขาอยากที่จะเล่นกับใคร เขาก็ใช้วิธีที่คนยุคใหม่ไม่ทำกัน ก็ถ้าหนูคิดว่าอยากจะออกจากที่นี้ หนูก็ควรสร้างอะไรบางอย่างทิ้งไว้ก่อนออกก็ได้ เพื่อจะทำให้เขารู้ว่า เขาไม่ควรที่จะเล่นเเบบนี้ บางทีเราอาจจะไม่ต้องรักษาน้ำใจกับคนที่ไม่มีมารยาท เช่นบางทีมีคนมาทำเเบบนี้ พี่ก็จะยิ้มน้อยๆให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ตลกกับเขาด้วยนะ หรือบางทีเขาก็อาจจะมาง้อหนูเเล้ว ด้วยการมาคุยเเบบนั้นเเต่เขาอาจจะสื่อสารไม่เก่ง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือกนะตรงเรื่องการเเสดงออก เเต่ว่าการที่หนูจะออกเพราะ อีตาลุงนี้คนเดียวพี่ว่าก็ไม่ควร ควรจะให้หัวหน้าได้รับรู้ดีกว่าว่า ระหว่างที่จะต้องเสียพนักงานดีเด่นไป กับเพราะHr คนเดียว เเต่รู้สึกว่าการที่คุณหนูจัดการกับปัญหานี้ ถือว่าถูกต้องเเล้ว เเล้วพี่ก็คิดว่าเขาก็รู้เเล้วในตอนนี้ว่าเขาไม่สามารถเล่นเเบบนี้ได้ ถ้าบริษัทจัดการเเล้วด้วย พี่ว่าตอนนี้ทุกอย่างก็โอเคเเล้ว’ สุดท้าย “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ ที่ทำงานเลือกได้ เเต่เพื่อนร่วมงานเลือกยากมาก เเละพี่ก็รู้สึกว่าหนูให้ค่ากับคนๆนี้มากเกินไป หรือถ้าหนูย้ายออกจากที่นี้ หนูมั่นใจได้ไงว่าหนูจะไม่เจอกับเพื่อนร่วมงานเเบบนี้อีก พี่เลยไม่อยากให้หนูต้องหนีไปตลอดชีวิต เเละพี่ก็เคยเจอประโยคนึงมาว่า เราเลือกคนที่เข้ามาในชีวิตไม่ได้ เเต่เราเลือกวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้ เหมือนกับว่าการที่เขา ทำเเบบนี้กับเรา ก็เหมือนกับเขาประจานตัวเองในที่สาธารณเหมือนกัน หรือหนูก็สามารถเเอบอัดเสียง เพื่อไปฟ้องกับหัวหน้าได้ เเละ อย่าให้ปากของใครมีค่า จนมาทำร้ายความรู้สึกของเราได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เธอจะมีใจรึเปล่า... 8 ปีที่แล้ว ผมสนิทกับเพื่อนคนนึงมากๆ มาวันนี้ผมเปิดตัวว่าเป็น LGBTQ+ หน้าเค้าแวบมาในหัวผมตลอด จะกลับไปบอกความรู้สึกเพื่อนดีไหมว่า "เราชอบเขา"

03 พ.ย. 2023

เธอจะมีใจรึเปล่า... 8 ปีที่แล้ว ผมสนิทกับเพื่อนคนนึงมากๆ มาวันนี้ผมเปิดตัวว่าเป็น LGBTQ+ หน้าเค้าแวบมาในหัวผมตลอด จะกลับไปบอกความรู้สึกเพื่อนดีไหมว่า "เราชอบเขา"

“คุณเอ็ม (นามสมมุติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อยเกี่ยวกับปัญหาเคยมีเพื่อนสนิทชาย แต่พอโตมาเราก็เปิดตัวเป็น LGBTQ+ ตอนนี้ลังเลใจว่าจะบอกเขาดีมั้ยว่าเมื่อก่อนเราเคยรู้สึกดีกับเขา โดย “คุณเอ็ม (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘จริง ๆแล้วขอเท้าความไปตอนสมัยมัธยม ตอนนั้นมีเพื่อนคนนึง ที่อยู่คนละกลุ่ม แต่เราก็สนิทกันพอสมควร ไปเรียนพิเศษด้วยกัน หรือไปไหนมาไหนด้วยกัน ในช่วงเวลานั้นมันก็เกิดบางโมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า เค้าแหย่เรา เล่นกับเรา แต่ในตอนนั้นด้วยบริบทของสังคมด้วย เราเลยไม่ยอมรับกับตัวเองว่าเป็น LGBTQ+ หลังจากจบมัธยมไปเราก็แยกย้ายกัน จะมีช่วงปีหนึ่งที่เรายังพอได้ติดต่อกันบ้าง พอเวลาผ่านไปประมาณปี3 - ปี4 เราก็ขาดการติดต่อกันไป ทีนี้พอหลังจากเรียนจบได้สักระยะนึง เราเองก็เริ่มยอมรับตัวเองแล้วว่าเราเป็น LGBTQ+ แล้วมันก็เกิดความรู้สึกค่อนข้างที่จะคิดถึงเพื่อนคนนี้ จริง ๆที่ผ่านมาเราไม่ได้เจอกันประมาณ 8 ปีและไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลย เพิ่งมีช่วงหลัง ๆเห็นเค้าอัปเดตโซเชียล ก็เลยมีทักไปคุยเล่นบ้าง ทีนี้พอเรามาตกตะกอนความคิดตัวเองดูแล้ว มันรู้สึกว่าตอนนั้นที่เรารู้สึกสนิทกับเค้า รู้สึกดีกับเค้า หรือจริง ๆแล้วมันเป็นเพราะว่าเราชอบเค้าในวันนั้น แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเค้าไป เราเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ซึ่งสถานะเขาที่เรารู้ตลอดช่วงที่รู้จักกันมาค่อนข้างมั่นใจว่าเค้าไม่ใช่ LGBTQ+ แต่ในตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ตอนนี้เรื่องที่เก็บเอาไว้มันทำให้รู้สึกคาใจ ติดอยู่ในใจอยู่ตลอด เลยคิดอยู่หลายครั้งว่าหรือเราจะบอกเค้าไปดีว่า ณ วันนั้นเรารู้สึกดีกับเค้า ในตอนนี้เราก็ไม่ได้มีใครที่จะศึกษาด้วย ถ้าเค้ารู้สึกโอเคกับเรา เราก็โอเคเหมือนกันที่จะลองคุย แต่ถ้าเกิดไม่โอเค เราเองก็ไม่ได้อะไร มันเหมือนเป็นความรู้สึกดีมาโดยตลอด ทีนี้เมื่อสักกลางเดือนตุลาที่ได้คุยเล่นกัน เราก็มีแพลนว่าจะนัดไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อนึง จริง ๆก็ได้พูดคุยกับเพื่อนมาบ้างแล้วว่าควรพูดหรือไม่พูดดี ซึ่งเราเองก็มีคำตอบในใจคิดไว้ว่าจะไม่พูด เพราะเหมือนตามตรรกะแล้วมันดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดไป วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า อยากรู้ว่าในวันที่เรากลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งนึง มันคาใจอยู่ มันจะมีวิธีไหนไหมที่ทำให้เราไม่คาใจ และกลับมาตั้งคำถามว่าเราจะไปบอกเค้าดีไหม มันก็มีความแอบหวังนิดนึง แต่เราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆตอนนี้เค้ารู้สึกหรือเป็นยังไงบ้าง’ “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ามันรู้สึกคาใจขนาดนั้นพี่ว่าเอ็มพูดก็ได้นะ แต่เอ็มต้องพูดโดยที่เอ็มไม่คาดหวังว่าเค้าจะมารู้สึกดีกับเอ็ม และต้องยอมรับให้ได้ว่าถ้าพูดแล้ว แล้วเค้ามีปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปเลย หรือมึนใส่ หรืออะไรไม่รู้ ที่ไม่ใช่ทางที่ดี เอ็มต้องยอมรับอันนี้ให้ได้ว่าเอ็มจะไม่เสียใจ ถ้าพูดออกไปเพราะว่าความรู้สึกของเอ็มที่ความทรงจำอันนั้นมันนานมาก พี่ก็เคยเป็นเหมือนเอ็ม เหมือนมีเพื่อนมัธยมบางคนที่เรารู้สึกว่า เค้าคิดอะไรกับเราหรือเปล่า หรืออะไรอย่างเนี่ย แต่พอมันโตมาจนถึงตอนนี้ถึงรู้ว่า มันเป็นแบบนี้ นิสัยผู้ชาย หมายถึงว่า ณ ตอนนั้นเค้าอาจจะมาอยู่ใกล้ชิดกับเรา เพราะสังคมชาย ความวัยรุ่น ความฮอร์โมน ที่พอโตมาแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่ตอนนั้น พอโตขึ้นมันก็ไปมีเมียมีลูกอะไรของมัน ไม่ได้เหมือนเราที่พอค้นพบทางแล้วเราก็เดินตรงสายนี้อย่างแน่วแน่มมั่นคงเลย พี่ก็เลยแค่ความทรงจำของเอ็มตอนนั้นมันนานจนว่าเราไม่สามารถไปมั่นใจได้ว่าในตอนนั้นที่เค้ารู้สึก ซึ่งเรายังรู้สึกมาถึงทุกวันนี้ แล้วถ้าตอนนั้นเค้ารู้สึก เค้าจะยังรู้สึกมาจนถึงทุกวันนี้หรือเปล่า หรือจริง ๆตอนนั้นเค้าไม่ได้รู้สึกแต่เราเข้าใจไปเองว่าเค้ารู้สึก มันเป็นไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคุณเอ็มรู้สึกมันคาใจจริง ๆ สมมุติถ้าเป็นพี่นะพี่ก็คงไม่ใช่กินข้าวกันก็มาบอกแบบ ‘เออเรามีไรจะบอกอะ เราชอบเธอนะแต่ตอนนั้นเรารับตัวเองไม่ได้’ พี่ว่าอย่างนี้อีกฝ่านนึงถ้าตามละครก็อาจจะ ‘เอ็มเราก็ชอบเธอเหมือนกัน’ หรือ ‘เดี๋ยวมานะไปห้องน้ำก่อนนะ’ สถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปเลย เพราะฉะนั้นพี่จะทำให้มันผ่อนคลาย ดูจังหวะดีดี ไม่เอาเรื่องนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการเจอเค้า พี่จะแบบคุยไปเรื่อย คุยเรื่องขำ ๆตลก ๆ นั่นนู้นนี่แล้วมันจะมีจังหวะเหมือนคุณเอ็มต้องดูจังหวะดีดี ‘แบบตอนนั้นกูชอบมึง คือตลกตัวเองมากขำมาก’ ให้มันดูว่าเราไม่ได้คาดหวังจากประโยชน์ที่พูดออกไป แต่ว่าแค่ทำให้เค้ารู้ว่าเรื่องในอดีต มันตลกนะ แล้วหลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะมีมาเองขึ้นอยู่ที่ปฏิกิริยาของเค้า’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนแรกคือประเมินความเสี่ยงก่อน สถานการณ์ที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ กับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราบอก ดีที่สุดก็คือทุกอย่างเหมือนเดิม ความสัมพันธ์เหมือนเดิม ผมไม่มองว่าดีที่สุดคือการได้คบกันด้วยนะ ดีที่สุดคือบอกออกไปแล้วไม่มีอะไรเสียหาย เรายังคงความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปได้จะมากขึ้นหรืออะไรแล้วแต่ แย่ที่สุดคือความสัมพันธ์นี้เปลี่ยน ที่เรามีกันอยู่ 8 ปีครั้งเนี่ยหาย อันนี้คือสิ่งที่เอ็มต้องประเมิน บอกแล้วเหมือนเดิม หรือบอกแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปอะนี้ประเมินก่อนอย่างแรก แต่เห็นด้วยกับเติ้ลด้วยว่า วิธีการบอกมีผลสำคัญมากต่อผลลัพธ์ เราสามารถประโยคเดียวกัน แต่ด้วยวิธีการพูดด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย แบบที่เติ้ลพยายามแสดงให้ดูคือถูกต้องมาก ๆถ้าเราไปมองต้าเค้า หรืออะไรก็แล้วแต่มันจะให้ผลแบบนึง ถ้าเราพูดในเชิงตลกติดตลกก็อาจจะให้ผลอีกแบบนึง แต่ว่าเท่าที่ฟังดูเอ็มดูไม่ได้เป็นคนมีมุกเฮฮา ดูนิ่ง ๆเพราะฉะนั้นถ้าเราจะเช็คลมฟ้าอากาศว่าบอกเราได้ไหม สถานการณ์เป็นยังไง ก็ทำทุกอย่างให้มันปกติแล้วพี่ว่า Point แรกที่เราอาจจะอยากลองเช็คดูก่อนก็คือการบอกเค้าอย่างเป็นทางการว่าเราเป็น LGBTQ+ อันนี้คือขั้นแรกแล้วเราจะดูท่าทางว่าเค้าว่ารู้แล้ว แล้วยังไงต่อ เราควรจะไปสเต็ปสองไหมว่า เมื่อเราเป็นแล้ว‘แล้วรู้มั๊ย อีกอย่างนึงนะสมัยมัธยมกูคิดย้อนไปกูชอบมึงแน่เลยวะ’ อะนี่จะตามมาถ้าจากคำชี้แจงแรก แล้วเค้าแบบ ‘รู้แล่ว รู้ตั้งแต่ตอนนู้นแล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย’ หรือถ้าเค้าแบบ ‘เอ่าหรอ หรืออะไรเราค่อยเตรียมแผนกันอีกที มันอาจจะเริ่มต้นจากการ ‘ทุกวันนี้เป็นยังไง มีลูกมีเต้าหรือยัง’ เช็คก่อนตามมารยาทเค้าก็อาจจะถามกลับ เราก็มีสิทธิ์ที่จะบอกของเรา ‘โอ้ย ของเราไม่มีหรอก’ มันอาจจะเป็นช่องให้เราได้บอกก่อนอย่างแรก ถ้า Point เคลียร์ได้ค่อยคิดสเต็ปสอง ทีนี้ถ้าไม่บอกเลยได้มั๊ย พี่ว่ามันก็ได้นะ หมายถึงว่าคนเรามันจะมีร้อยแปดพันเรื่อง สิ่งที่ไม่เคยบอกแล้วมันก็คงไม่มีวันบอกออกไปเยอะแยะมากมาย แล้วมันก็จะเป็นความทรงจำอีกแบบนึงที่จะอยู่กับเราไป บางคนก็เลือกที่จะให้มันเป็นตอนจบที่ไม่มีตอนจบแบบนี้แหละ เพราะว่าอย่างที่บอก worst cases หรือ best case scenario ที่มันจะเกิดขึ้นเราไม่รู้หนิ บางคนเค้าก็ไม่อยากเสี่ยง เค้าก็ปล่อยให้มันเป็นหนังอินดี้ที่ไม่มีตอนจบไปเรื่อย ปลายเปิดดีกว่า เค้าสุขใจกว่าในแบบนั้น มันก็ได้’ ปิดจบกันที่ “ดีเจพี่อ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อ้อยว่าก่อนจะคุยกับเค้า เอ็มคุยกับตัวเองก่อน เอ็มคิดถึงเค้าเมื่อตอน 8ปีก่อนนะ เอ็มคิดถึงภาพที่ตอนนั้นเราอยู่ใกล้ ๆกันใช้เวลาด้วยกัน แต่วันนี้เราห่างหายกันไปตั้งกี่ปีแล้ว เพราะฉะนั้นเรายังติดภาพเค้าในอดีตอยู่เลย แต่ภาพในปัจจุบันเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันเลย เอ็มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้สถานะภาพเขาเป็นยังไง มีแฟนหรือเปล่านะ เอ๊ะ ตอนนั้นก็เป็นชายแท้ ตอนนี้หรือตอนนั้นเค้ายังไม่เปิดตัวเรายังไม่รู้อะไรเลย เพราะฉะนั้นพี่ยังไม่ค่อยได้ไปที่การคาดหวังว่าการไปเจอกันครั้งนี้จะบอกหรือไม่บอก เพราะการเจอกันครั้งนี้ มันอาจจะเป็นแค่การตัดริบบิ้นว่าความสัมพันธ์ที่หายไปตั้งนาน กลับมาเจออีกครั้งนึงภาพเก่า ๆกลับมาทั้งคู่ พี่ว่ามันไปที่ละขั้นก่อนนะน้อง ฝันให้ใกล้แล้วไปให้ได้ก่อน เพราะรับรู้มันไม่ได้แปลว่ารับรักนะ แล้วถ้าเกิดบังเอิญเค้าแค่อยากมากินข้าวกับเพื่อน แบบคิดถึงจังเลยวะ แล้วอยู่ ๆเข้าสู่โหมดแห่งการสารภาพรัก พี่รู้สึกว่ามันมีความตกใจ อย่าลืมนะว่าความรู้สึกของเรานั้นไม่เท่ากันอยู่ และอันนึงนะเอ็มถ้าเกิดคนสองคนดันมีความรู้สึกเดียวกันจริง ๆเค้าจะไม่ทุลนทุลายอยากบอกเราบ้างหรอ ทำไม่ถึงเรารู้ว่าสึกว่าเป็นเราฝ่ายเดียวต้องมีหน้าที่บอกรัก หรือไม่บอกรัก ถ้าบังเอิญความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้นนะตอนนี้ แล้วเป็นความสัมพันธ์ที่เราถูกใจกันทั้งคู่ คนรักมาก ๆอยากบอกทั้งนั้นแหละ เราชอบเรายังอยากบอกเลย เพียงแค่พี่รู้สึกว่า ณ วันเวลานี้เรารู้จักกันน้อยจังเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

16 ม.ค. 2026

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรมเราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมาจนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปีเรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมาแล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ? ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจก๊อตจิ-ดีเจต้อนหอม’ เรื่องที่ตนนั้นรู้สึกกังวลใจ จะบอกแฟนดีหรือไม่ ว่าเราทำศัลยกรรมมา กลัวว่าเขาจะไม่ชอบเรา ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า ตอนอายุ 23-24 ปี ได้ตัดสินใจทำศัลยกรรมจมูก หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เวลามีคนคุยหรือมีแฟน ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ยกประเด็นขึ้นมาพูด เช่น หากพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรม ตนก็จะบอกไปว่า “รู้มั้ยว่าเราก็เคยทำศัลยกรรมมา” ซึ่งทุก ๆ คนก็ไม่ได้มีปัญหา หรือมีท่าทีเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี แต่ปัจจุบันคุณพิ้งค์มีแฟนที่คบกันมา 2 ปี เป็นชาวต่างชาติจากทางยุโรป ซึ่งเขาก็เป็นคนดี ดูแล เทคแคร์ สม่ำเสมอดีมาตลอด แต่ตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนของคุณพิ้งค์ยังไม่เคยรู้ว่าเธอทำศัลยกรรมจมูก เหตุที่เธอไม่กล้าบอกและไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเพราะตั้งแต่วันแรกที่ไปเดตกัน โต๊ะข้าง ๆ คือโต๊ะของผู้หญิงชาวต่างชาติที่ดูออกได้เลยว่าน่าจะทำศัลยกรรมมาเยอะ และแฟนของคุณพิงค์ก็พูดขึ้นมาว่า “เห็นผู้หญิงโต๊ะนั้นมั้ย ผมน่ะ ไม่ค่อยชอบคนที่ทำศัลยกรรมเท่าไหร่เลย” นั่นทำให้คุณพิ้งค์พูดกับตัวเองในใจว่า ‘เอ๊ะ เราเองก็ทำศัลยกรรมาเหมือนกันนี่’ แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อ เพราะเป็นการเดตครั้งแรก และยังไม่ได้คิดว่าต้องสานสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็เข้ากันได้ และระหว่างนั้นก็มีประเด็นเกี่ยวกับศัลยกรรมเข้ามาให้ได้พูดถึงบ้าง และทุกครั้งคุณพิ้งค์จะพยายามปัดออก ไม่อยากพูดถึง กลัวแฟนจะถามว่าเธอเคยทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า หรืออยากทำมั้ย และกลัวว่าจะโกหก เพราะไม่อยากให้เขาผิดหวัง แต่การที่ปิดบังแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าไม่ซื่อสัตย์กับแฟน รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ควรจะบอกแฟน คือสิ่งที่คนเป็นแฟนควรรู้ แต่ถ้าบอกความจริงไป ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป ทำให้เรื่องนี้ยังติดอยู่ในใจคุณพิ้งค์มาตลอด เธอจึงอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ดีเจว่า “มีมุมมองอย่างไรกับเรื่องนี้ จะทำอย่างไรต่อไปดี จะบอกแฟนดีมั้ย? ควรบอกในจังหวะไหนดี? หรือไม่ควรบอก จนกว่าเขาจะถามดีคะ” เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากเหตุการณ์ของคุณพิ้งค์ ที่มี Trigger ในตอนที่แฟนพูดว่า ไม่ชอบคนทำศัลยกรรมตั้งแต่เดตแรกจนทำให้ไม่กล้าบอก ก็สามารถเข้าใจได้ แต่ถ้ามาบอกความจริงตรง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันคือการหักหลังหรือไม่ซื่อสัตย์ แต่กลับกันถ้าเกิดว่าผู้ชายเคยถามว่าพิ้งค์ทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า แล้วพิ้งค์ตอบว่าไม่เคย แต่มาบอกทีหลังว่าเคยทำ อันนี้อาจจะมีนิดนึงที่ “เอ๊ะ ทำไมต้องโกหกกันล่ะ” แต่สุดท้ายพี่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ พี่ไม่เลิกกับแฟนด้วยเหตุผลนี้ มันเข้าใจได้ แต่ถ้าพี่ชอบพิ้งค์ในแบบที่เป็นหน้านี้ ไม่อยากให้เปลี่ยน เมื่อพิ้งค์มาสารภาพ พี่ก็อาจจะถามต่อว่า พิ้งค์จะทำต่ออีกมั้ย พี่ไม่อยากให้ทำแล้ว พิ้งค์โอเคมั้ยเท่านั้น ฉนั้นพี่คิดว่าพิ้งค์สามารถบอกแฟนได้นะ” ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ พูดว่า “จากเหตุการณ์เดตแรกวันนั้น พิ้งค์บอกว่าผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ เป็นคนที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าทำศัลยกรรมาเยอะ มันก็อาจจะแปลว่า ผู้ชายเขาหมายถึง เขาไม่ชอบคนที่ทำศัลยกรรมจนเว่อร์เกินไปหรือเปล่า สำหรับพี่ หนูคบกันมาตั้ง 2 ปี เขาน่าจะรักหนู เราน่าจะคุยกันได้นะ เพราะหนูทำศัลยกรรมมาแล้วหนูสวย หนูดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าคนรักกัน คบกันมาดีทุกอย่าง แต่จะเลิกกับหนูเพราะแค่หนูทำจมูก หนูเลิกไปเถอะ’ สุดท้ายต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมไปว่า “พิ้งค์อย่ากังวลเลย ชาวต่างชาติไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอก พี่ว่าเขาซีเรียสกับคนที่ทำเยอะเกินไปจริง ๆ มากกว่า ถ้าเกิดเขามองว่ามันคือเรื่องใหญ่ เขาไม่ชอบการศัลยกรรมจริง ๆ เขาต้องถามพิ้งค์ตั้งแต่วันแรกที่เจอกับพิ้งค์แล้วว่าทำมาหรือเปล่า แต่วันนี้เขาอยู่กับพิ้งค์ในวันที่พิ้งค์เป็นแบบนี้ แปลว่า เขาชอบพิ้งค์ไปแล้ว ชอบที่เป็นแบบนี้ ชอบที่เราเป็นเราแล้ว แต่ว่าจะหาจังหวะบอกเขายังไง อาจจะต้องหาจังหวะประมาณว่า “อุ้ย…เธอ จมูกผู้หญิงคนนี้สวยจัง” แต่ถ้าเขาตอบมาว่า “ไม่เอา ไม่ชอบคนทำจมูก” เราก็ค่อยใช้จังหวะนั้นบอกไปว่า “แต่ฉันมีอะไรจะบอก จริง ๆ แล้วจมูกฉันก็ทำนะ” ใช้วิธีนี้ก็ได้ อย่างที่ก๊อตจิบอกเลยว่า ถ้าผู้ชายไม่มีเหตุผลขนาดที่จะเลิกกับหนูเพราะแค่เรื่องทำจมูก ก็เลิกไปเถอะ แล้วช่วงนี้กำลังข้าวใหม่ปลามัน พี่ว่าเขาจะเข้าใจ รับได้ทุกอย่างแหละ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

07 พ.ย. 2025

รู้สึกว่าแฟนมีแฟนเก่าคนโปรดมาตลอด แต่เรื่องที่ทำให้รับไม่ได้ คือเห็นแฟนเปิดคลิปแล้วช่วยตัวเอง พอไปเปิดดูก็เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าตอนมีอะไรกัน

คบกับแฟนได้ 5-6 เดือน รู้สึกว่าแฟนมี แฟนเก่าคนโปรด มาตลอดแฟนยังไม่ Move on กับรักครั้งเก่า ยังทักแชทไปหาแฟนเก่าก่อนทุกวันแต่แฟนเก่าของแฟนก็ตอบแบบเพื่อน ขีดสถานะชัดเจนเพราะเขาก็มีแฟนใหม่ไปแล้ว แต่เรื่องที่ทำให้หนูรับไม่ได้เห็นแฟนตัวเอง แอบเปิดคลิปวิดีโอที่เซฟไว้ แล้วช่วยตัวเองพอเราแอบไปเปิดดูในไดร์ฟ เจอว่าเป็นคลิปที่แฟนแอบตั้งกล้องถ่ายแฟนเก่าไว้ตอนมีอะไรกัน ซึ่งไม่รู้ว่าผู้หญิงรู้ตัวไหม?ตอนนี้สับสนไปหมด จะบอกผู้หญิงคนนั้นดีไหมว่าโดนแอบถ่ายจะบอกแฟนดีไหมว่ารู้แล้ว หรือ ทำเป็นไม่รับรู้อะไรเลย แล้วเลิกไปเลย “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต - ดีเจอ้อม” เรื่องจับได้ว่าแฟนแอบช่วยตัวเองกับคลิปแฟนเก่า “คุณเกี๊ยว” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘เกี๊ยวเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทเมื่อประมาณต้นปี และก็ได้ไปอยู่ทีมเดียวกับพี่คนหนึ่ง เราก็สนใจเขาและเขาก็โสด แต่เหมือนเขาจะมีแฟนเก่าคนโปรด ระหว่างนั้นความสัมพันธ์เรากับเขาก็ดีขึ้น เขาคุยกับเรามากขึ้น จนได้คบกันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว แต่พอคบกันแล้วเราอยู่กับเขามากขึ้น เราก็เห็นเขาคุยกับใครสักคนอยู่ตลอดเวลา เราก็ไปส่องเฟซบุ๊กเขาและก็ไปเจอแฟนเก่าเขา เราก็ไม่สบายใจเพราะเห็นว่าเขาแชทคุยกันเยอะ มีอยู่วันหนึ่ง เขาต้องไปไซต์งานข้างนอก เราก็เลยไปแอบอ่านแชทที่เขาคุยกันเพราะรู้สึกคาใจ ปรากฎว่าเขาคุยกันเยอะก็จริงแต่ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องทั่วไป เช่น เรื่องดารา การเมือง ฟุตบอล หรือไม่ก็ส่งมีมตลกให้กัน ซึ่งเรารู้สึกไม่โอเคตรงที่ว่าทำไมเขาไม่คุยกับเรา เราคาใจมากเลยโทรไปหาพี่ผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่า เขาก็ตกใจและก็ขอโทษ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าแฟนเรามีแฟนแล้ว เรื่องนั้นเราก็เข้าใจเพราะเราก็คุยกับแฟนแล้วว่าไม่อยากให้ใครรู้ ฝั่งผู้หญิงก็บอกว่าเขาเข้าใจเรา เขาจะเลิกคุย และจะบล็อกผู้ชายให้ แต่เราบอกไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวแฟนจะรู้ว่าเราแอบอ่านแชทแล้วจะทะเลาะกัน และเขาก็บอกว่าต่อจากนี้จะคุยให้น้อยที่สุด ให้เราสบายใจได้เพราะแฟนเก่าคนนั้นก็แต่งงานแล้ว ประเด็นคือพอคบกันมาเรื่อย ๆ เราก็รู้สึกจริง ๆ ว่าเขาดูไม่ค่อยอินกับเรา มันอาจจะสะสมมาหลายอย่าง เหมือนกับว่าเขาคงลืมแฟนเก่าไม่ได้จริง ๆ แต่มันมาพีคตรงที่มีอยู่คืนหนึ่ง เมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา เราไม่สบายเลยนอนไปตั้งแต่หัวค่ำ ทีนี้เรารู้สึกตัวขึ้นมากลางดึกและเราเห็นเขากำลังช่วยตัวเองอยู่ ตอนแรกเราคิดว่าเขาน่าจะดูหนังโป๊จนเราได้ยินเสียงหมาที่เราคุ้นหูออกมาจากคลิป ก็คือหมาของเขา เราก็ช็อคเพราะกลัวว่าจะเป็นคลิปที่เขาถ่ายเรา จนเขาเสร็จธุระ เขาก็เก็บ External Harddisk ที่มีคลิปของแฟนเก่าไว้ในลิ้นชักแล้วก็ล็อคเอาไว้ เราก็แอบมองว่าเขาเก็บกุญแจไว้ที่ไหน วันรุ่งขึ้นเขาไปทำงาน เราก็แอบไปหากุญแจมาเปิด พอเปิดดูก็เจอว่ามันเป็นคลิปที่เขามีอะไรกันกับแฟนเก่า ซึ่งมันเป็นคลิปที่เขาไม่ได้ถ่ายกันแบบรู้ตัว เพราะเดาจากระยะคิดว่าเขาน่าจะแอบถ่ายและมันก็มีคลิปเยอะพอสมควร ใจเราตอนนี้อยากเลิกกับเขา เราเลยอยากปรึกษาว่าเราควรบอกพี่ผู้หญิงเรื่องที่เราไปเจอคลิปนี้ดีไหม? เรามองว่าเขาก็เป็นผู้เสียหาย หรือเลิกกับฝ่ายชายแล้วจบไป ทำเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่คือพี่ห่วงเกี๊ยวก่อน การที่เราเห็นคนอื่นมีโอกาสที่อยู่ในกล้องนั้นได้ ถ้าเกี๊ยวเป็นน้องพี่ พี่จะบอกให้เกี๊ยวเช็คให้เรียบร้อยก่อน ในบริเวณบ้านทั้งหมดมันมีกล้องอะไรแอบอยู่รึเปล่า พี่เอาความชัวร์เรื่องพวกนี้ก่อน ยังไม่จำเป็นต้องรีบบอกเขา เอาความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเองก่อน เพราะถ้าทำได้หนึ่งครั้ง มันอาจจะมีครั้งที่สองหรือสามเกิดขึ้นอีกก็ได้ พี่ห่วงความปลอดภัยมากกว่า อยากให้จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องบอกหรือไม่บอกเดี๋ยวระหว่างทางที่เราจัดการมันจะบอกได้เองว่าเกี๊ยวรู้สึกยังไง’ ต่อมา “ดีเจเฟี๊ยต” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ถ้ามีโอกาสสืบหาเรื่องคลิปจนถึงที่สุดแล้วเราคิดว่าไม่มีของเรา ก็สามารถหยุดจบได้ แต่ระหว่างนี้ถ้ามีโอกาสอยู่ก็อยากให้ลองหาดู แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความสบายใจเรา ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อยู่ไม่ได้แล้วกับผู้ชายคนนี้ เราก็จำเป็นจะต้องถอย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกทางเลือกของเรา ถ้าตัดสินใจแล้วมันออกอีกแบบหนึ่ง แล้วมาคิดโทษตัวเองทีหลังว่าวันนั้นเราไม่น่าทำอย่างนี้เลย ไม่ต้องคิดแบบนั้น เพราะการตัดสินใจเราตอนนั้นมันดีที่สุดแล้ว แต่ก็คืออยากแนะนำว่าให้ลองค้นหาดู แล้วถ้าเกิดว่ามันมีแนวโน้มที่จะคุกคามเราต่อไปในอนาคต เราอาจจะต้องหาความรู้ด้านกฎหมายเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตัวเองด้วย เพราะขนาดคนเก่าที่เขาบอกว่านั่นเป็นความรักของเขามาก ๆ เขายังสามารถคุกคามความรักของเขาได้ เราก็ไม่รู้เลยว่าในอนาคตต่อไปถ้าเรายังอยู่กับคนนี้ แล้วเราจะเป็นยังไง ดูแล้วไม่ค่อยน่าปลอดภัยเท่าไหร่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘อย่างแรกเพื่อความชัวร์เกี๊ยวลองไปหาอุปกรณ์ที่ช่วยเช็คพวกกล้องแอบถ่าย ถ้าเป็นไปได้ให้ Back up คลิปนั้นไว้ด้วยเพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต และเกี๊ยวก็ไปพูดคุยกับเขาว่าเราไปเจอคลิปนี้มา เธอมีคลิปเราบ้างไหมเพราะเราหวาดระแวงและกังวล ถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็ต้องขอโทรศัพท์เขามาเช็คแล้วก็ถามว่าที่เธอถ่ายกับแฟนเก่า ผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวไหม? ถามเพื่อเอาคำตอบจากเขา ถ้าเขาตอบว่าผู้หญิงคนนั้นไม่รู้ บอกเขาว่าให้ลบโฟลเดอร์นั้น ไม่งั้นเราจะเป็นคนบอกเขาเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นรู้ เราก็แยกกันตรงนั้น เราแค่ต้องการจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขารู้ตัวไหม แค่นั้น แต่เพื่อความปลอดภัยอาจจะมีเพื่อนไปคอยสแตนบายไว้ช่วยเหลือเราสักคน เผื่อถ้ามันเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-