เป็นประธานนักเรียน แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็นประธานนักเรียน แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

03 ก.ค. 2026

เป็นประธานนักเรียน

แต่ดันมีปัญหาคือชอบเผลอตดกลางกลุ่มเพื่อน

ขอวิธีเนียนยังไงไม่ให้ใครรู้หน่อยค่ะ!

       ‘คุณลูซี่’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนนั้นเป็นประธานนักเรียนแต่กังวลว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเป็นคนตด หลังเผลอปล่อยกลางกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง จนเพื่อนเริ่มตามหาเจ้าของกลิ่น

       ‘คุณลูซี่’ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับวิธีรับมือกับปัญหาการเผลอผายลมในที่สาธารณะ โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อน เนื่องจากกังวลว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเป็นคนที่ปล่อยกลิ่นอยู่เป็นประจำ

       คุณลูซี่ เล่าว่า ด้วยความที่ตนเองมีภาพลักษณ์เป็นประธานนักเรียน จึงรู้สึกไม่อายหากเพื่อนจะรู้ว่าเป็นคนผายลม โดยเหตุการณ์มักเกิดขึ้นในช่วงที่นั่งอยู่กับเพื่อนบริเวณโรงอาหาร หลังรับประทานอาหารเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนจะนั่งเล่นหรือทำการบ้านต่อ เธอมักจะแอบผายลมไม่ให้ได้ยินเสียง แต่กลิ่นเป็นเรื่องที่เธอควบคุมไม่ได้ จึงทำให้เพื่อนได้กลิ่น และตามหาเจ้าของกลิ่นอยู่บ่อยครั้ง โดยที่ผ่านมาเธอสามารถทำได้อย่างแนบเนียน เพราะขณะนั้นกำลังนั่งตั้งใจทำการบ้าน ทำให้คนอื่นไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนผายลม เธอบอกว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน แต่จะเกิดขึ้นเป็นระยะ และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นช่วงเวลาเดิมคือหลังรับประทานอาหารเสร็จ 

       อย่างไรก็ตาม ช่วงหลัง ๆ เพื่อนในกลุ่มเริ่มสงสัยมากขึ้นว่า คนที่ผายลมอาจเป็นคนในกลุ่ม เพื่อนเริ่มก้มดมและพากันถามว่า “ใครตด พูดมา ในกลุ่มเรา” คุณลูซี่ ยอมรับว่ารู้สึกกังวล เพราะกลัวเพื่อนจะจับได้ อีกทั้งเวลาจะลุกเดินออกไปจากบริเวณนั้นก็ทำได้ยาก เนื่องจากเพื่อนมักรั้งตัวไว้ เพราะเธอเป็นคนที่ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนอยู่เสมอ โดยเพื่อนมักจะพูดว่า “เอ้ย ไปไหน ไปทำงานด้วยกันก่อน” ทำให้เธอไม่สามารถเดินหลบออกไปได้ตามที่ต้องการ เธอจึงอยากปรึกษาดีเจว่าควรจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ดี 

       ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำแนะนำที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูว่า “เเนะนำให้กลั้นใจรอบเดียวเเล้วอัดเต็ม ๆ เลย เเล้วบอก กูเอง ถ้าประธานนักเรียนทำอะไรในเเบบที่ไม่คิดว่าประธานนักเรียนจะทำ มันจะเป็นการซื้อใจเพื่อน ๆ นอกกลุ่มเราอีกเยอะเลย เอ้ย ประธานนักเรียนก็ทำอะไรพิเรนทร์ได้นี่หว่า อย่างงี้เราไปไหนไปกันกับประธาน สั่งอะไรไปด้วย คือถ้าพี่ค้นพบว่าประธานนักเรียนเป็นคนประมาณนี้ พี่รู้พี่ก็จะ เอ้อออ ใจว่ะ ประธานนักเรียนก็ตดได้ค่ะ แก๊สอ่ะค่ะ เเล้วหลังจากนั้นการตดของหนูจะกลายเป็นอิสระเสรีไปตลอด ไม่ต้องปิดบัง ก็เลือกเอาว่าลูซี่จะรักษาปัญหาที่ต้นเหตุ หรือจะปลดปล่อยอิสระให้ตัวเอง หรืออยากจะข่มด้วยอินเนอร์ที่บอกฉันไม่ได้ตด”

       ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้มุมมองว่า “ตอนนี้ปัญหามันอยู่ที่กลิ่น มันคุมไม่ได้กลิ่นอ่ะ ไม่งั้นต้องพกสเปรย์ พี่เชียร์ให้ทานโพรไบโอติกเยอะ ๆ เเบบพวกโยเกิร์ต” 

       ขณะที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้มุมมองว่า “ พี่มีเทคนิค พี่จะตดอัดใส่โซฟา มันจะซับกลิ่น อันนี้เรื่องจริง แต่ถ้ามันไม่ใช่โซฟา สำหรับพี่คือไม่รับ ตราบใดที่จมูกเพื่อนไม่ได้อยู่ตรงก้นเราเนี่ย ไม่มีวันยอมรับเเน่นอน ใครจะไปตดโอ๊ย….อย่างเงี้ย” 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาว สุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกัน และต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้

08 ก.ย. 2023

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาว สุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกัน และต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการคุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาวสุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกันและต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้ตอนนี้พ่อเสียใจมาก อยากจะออกจากบ้าน แต่ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน... “คุณกิ๊ฟ (นามสมมุติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ก.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแม่ไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนที่เป็นผู้หญิง โดย “คุณกิ๊ฟ (นามสมมุติ)” เล่าว่า ‘เมื่อก่อนพ่อกับแม่เคยอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็ 3 ปีที่ผ่านมา กลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ไปปลูกบ้านใกล้ๆกับบ้านของตา จะได้ดูเเลตากับยาย ในช่วงแรกแม่เขาก็รู้สึกนอยด์ๆ เพราะตอนที่เขาอยู่กรุงเทพฯ เขาเคยมีรายได้ รู้สึกมีประโยชน์ แต่พอมาอยู่ที่นี่เขาไม่มีรายได้ แล้วเขาก็เหงา ซึ่งพ่อของหนูก็หางานที่ใกล้ๆบ้านเเล้วก็ได้งาน โดยเงินที่ใช้ในแต่ละเดือนก็จะมาจากเงินเดือนของพ่อ เมื่อช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมา ก็มีเพื่อนของเเม่ที่เป็นผู้หญิง ไม่ได้คุยกันมาประมาณ 10 ปีเเล้ว เขาเหมือนตั้งใจจะมาที่บ้านตา เพื่อจะมาขอที่อยู่ของเเม่ที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าเเม่ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นแม่กับเพื่อนของแม่ก็ได้เจอกันพอดี เหมือนเขาก็ปรับความเข้าใจ กลับมาคุยกันเป็นเพื่อนกัน สำหรับครอบครัวฝั่งเพื่อนของแม่ เหมือนครอบครัวเขาจะมีปัญหาหลายเรื่อง เขาก็เลยจะมาหาเเม่อาทิตย์ละครั้ง มานั่งคุย ปรึกษา ทำอะไรกินด้วยกัน เเล้วเวลาเขามา เขาก็จะคอยใส่ใจ ซื้อของกินมาให้ตลอด จนเมื่อช่วงประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม่ก็ไปสารภาพกับเพื่อนว่าแม่รู้สึกกับเพื่อนคนนี้เกินเพื่อนไปแล้ว แล้วเพื่อนเเม่ก็ตอบกลับมาว่าก็รู้สึกเหมือนกัน เเต่ทางนั้นเขาก็มีสามี มีลูก ลูกอายุเท่าๆกับหนูเลย หลังจากนั้นเหมือนพ่อเริ่มสังเกตอาการได้ พ่อก็เลยแอบไปดูในไลน์ เขาก็เห็นว่าคุยกัน ใช้คำหวานๆ คลั่งรัก จากที่พ่อแคปแชทมาให้ดู เขาคุยเหมือนเป็นแฟนกัน พ่อรับไม่ได้ พ่อกับแม่ก็เลยทะเลาะกัน ทำให้พ่อต้องออกจากบ้านไป เเล้วเขาก็กลับมาคุยกัน พ่อก็ขอให้แม่หยุดได้ไหม? แล้วก็ให้กลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิม แต่แม่บอกว่า เขาไม่ได้รู้สึกกับพ่อแบบนั้นแล้ว เขารู้สึกว่าที่ผ่านมาเหมือนพ่อละเลยเขา ไม่ค่อยสนใจเขา เวลาอยากจะไปไหนก็ไม่ไป จนมาวันนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเเล้ว แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะไล่พ่อออกไปนะ แต่ถ้าจะอยู่ก็อยู่เป็นเพื่อนกัน แต่พ่อก็รับไม่ได้ พ่อรู้สึกว่าอยากให้แม่รักพ่อเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ไปรักคนอื่น พอเป็นคนกลางก็คือฟังจากทางเเม่ด้วย บางทีในมุมเเม่เขาก็จะรู้สึกว่า ฉันก็ถูกละเลยมาหลายปีเเล้ว ในมุมพ่อ แม่ไม่เคยพูดเขาก็ไม่รู้ เขารู้สึกว่าอันนี้ก็คือปกติที่เคยทำ แต่ก่อนก็ไม่เคยเห็นเป็นอะไร ก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องรักษาความรู้สึกทั้งพ่อกับแม่เราควรจะทำยังไงดี? เพราะเเม่ก็ไม่ได้อยากจะเลิกกับพ่อ เพื่อที่จะไปอยู่กับเพื่อนสองคน จริงๆพ่อก็อยากออกไป แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยเป็นห่วงพ่อว่าจะไปอยู่ที่ไหน หนูเคยคุยกับเเม่ว่าไม่เอาได้ไหม? แม่ก็พูดมาคำหนึ่งว่า มันคือความสุขของเขา เเค่เหมือนได้คุยก็มีความสุขเเล้ว จากที่ถามเเม่มา ครอบครัวทางฝั่งนู้น เขารู้เเล้วเขาก็รับได้ มีเเต่พ่อที่รับไม่ได้ แม่เขาก็บอกว่าเหมือนเป็นเพื่อนคนนึงที่สบายใจของเขา เข้าใจเขา... หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ทำยังไง จะไม่ให้พ่อกับเเม่เสียใจดี? งานนี้ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนที่ดูน่าสงสารที่สุดคือ คุณพ่อ คนที่จะได้รับการเยียวยาคนแรกจากกิ๊ฟก็คือคุณพ่อ คนอยู่ด้วยกันเป็น 20 - 30 ปี คำว่าละเลยกับการทำทุกอย่างเป็นปกติ มันมีเส้นบางๆ ถ้ายังรักกันอยู่ ก็มองว่ามันเป็นปกติ มันไม่เคยเป็นเรื่อง เเต่พอวันหนึ่งไม่ได้รักกันเเล้ว มันก็กลายเป็นเรื่องละเลย มันก็แอบไม่เเฟร์กับคุณพ่อเหมือนกัน ส่วนวิธีเยียวยาคุณพ่อ กิ๊ฟก็ชวนพ่อคุยทำนู้นนี่ แล้วค่อยๆแอบถามพ่อมีอะไรจะคุยหรือเปล่า? หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน คือดูแลให้เขามีเพื่อน และฝั่งคุณเเม่ก็ทำไรมากไม่ได้ ทำได้เเค่เตือนว่าสิ่งที่เเม่มองว่าเป็นเรื่องเล็ก เป็นเพื่อนกัน เป็นความสุข กิ๊ฟอยากให้เเม่ระวังว่า ผลกระทบของความสุขของเเม่เนี่ยมันทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์หรือเปล่า มันก็ทำได้เเค่เตือน ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็น่าจะเป็นคุณพ่อ เป็นการนอกใจที่ชอบผู้หญิงเหมือนกันอีก ซึ่งก่อนหน้าก็ไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะว่าเขาเป็นภรรยาของคุณพ่อมานานมากแล้ว พี่จะไม่บีบบังคับให้พ่อยอมรับ เพราะตอนนี้เเม่คุณกิ๊ฟต้องการแบบนั้น ซึ่งพี่รู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ถ้าสถานการณ์กลับกันไม่ว่าจะฝั่งไหน มันก็ยอมรับไม่ได้เลย มันเห็นแก่ตัวไปนิดนึง พี่ก็คงบอกว่าถ้าพ่อไม่ไหว พ่อมีสิทธิ์ที่จะไปนะ มันเศร้าตรงที่พอรู้ว่า ภรรยาตัวเองมีคนอื่นเเล้ว เเต่ตัวเองยังอยู่ในพื้นที่บ้านตาบ้านยาย ณ ตอนนี้พี่คิดว่าเเม่จะอยู่บ้านคนเดียวได้อย่างมีความสุข ส่วนฝั่งคุณเเม่ ถ้าตอนนี้คุณแม่ค้นพบว่าฉันชอบเพศเดียวกัน พี่ก็จะตามใจเขา แต่ที่เเม่บอกพ่อละเลย ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง อาจจะเป็นคำอ้างก็ได้ แต่ถ้าเป็นจริงพี่ก็คงพูดกับเเม่ว่า ลองให้โอกาสพ่อไหม เพราะเขาไม่เคยพูดกับพ่อเลย ตอนนี้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราเป็นลูก เราก็ทำได้เเค่ใครที่เสียใจเราก็ให้กำลังใจ เป็นเรื่องที่เขามีสิทธิ์ที่เขาจะทำได้ เลือกทางเดินชีวิตตัวเองเเล้ว สุดท้าย...เขาเลือกเเล้ว ถ้าเขามีความสุขกับทางที่เขาเลือกจริงๆ พี่ก็โอเคกับทั้งสองฝ่าย สำหรับพี่เขาก็คือพ่อเเละเเม่ที่พี่ก็ยังรักอยู่ดี และ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่ทำ มันก็คือการนอกใจ ส่วนบ้านนู้นก็ถามเลยว่า เขารับได้จริงๆใช่ไหมที่เขาคบกัน ถ้ารับได้จริงๆ ทางนี้ก็จะได้เปิดทางให้ที่รับได้นี่ทางนู้นอาจจะรู้เเค่ว่าเป็นเเค่เพื่อนหรือเปล่า ไม่ได้คลั่งรักขนาดนี้ ถ้าบ้านเขารับได้จริงๆเราทำได้เเค่ปล่อยอย่างเดียวเลย เราต้องมาฮีลใจคุณพ่อ แล้วก็คุยกับเเม่ ถ้าเเม่พูดว่านี่ คือความสุขของเเม่ เราก็บอกแม่ไปเลยว่า มันเป็นความสุขที่ได้มาโดยไม่ถูกต้อง ความสุขเเบบนี้มันเรียกเห็นแก่ตัว แล้วเราก็หันมาทางพ่อ การที่อยู่กับคนที่ไม่ได้รักเรามันเจ็บกว่าการที่จบเเล้วเดินออกไปมากกว่า สิ่งที่เยียวยาพ่อได้ดีที่สุดก็คือลูก เพราะตอนนี้ดูแล้วแม่กู้ไม่กลับเเล้ว เพราะฉะนั้นต้องดูเเลพ่อให้รู้สึกว่าอย่างน้อยลูกคือความหวังของพ่อ ให้กำลังใจพ่อ ถ้าพ่อคิดว่าตอนนี้พ่อทนได้ พ่ออยู่ไปก่อน แต่บอกล่วงหน้าเลย สิ่งที่พ่อทำอยู่มันเสียเวลา เเต่ถ้าพ่อรู้สึกว่าพอแล้ว พ่อปิดประตูบานนี้เเล้วเดินออกมา ให้ทางเลือกกับเขา บอกเขาว่าเราเข้าใจเขา... สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจก็เข้าใจคุณกิ๊ฟ ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณกิ๊ฟ ขอให้เรื่องราวผ่านไปได้ด้วยดีเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

08 ก.ค. 2025

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม...ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีกเหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป มาบอกผมว่าผมก็ยังหารค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าวอยู่ดี สิ่งที่ผมหารเขาเป็นเรื่องที่ผิดหรอครับ? “คุณพีเจ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ไปเดทกับผู้หญิงแล้วให้เขาหารค่าอาหาร หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย โดย “คุณพีเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นคนฐานะปานกลาง ไม่มีรถยนต์ขับ แต่ก็ลองนัดเจอสาวดู เจอกันครั้งแรกเขาเอาเพื่อนมาด้วย 2 คน รวมผมเป็น 4 คน มันก็ไม่ใช่เดท แต่เหมือนเป็นการนัดเจอกันมากกว่า เราก็หารค่าข้าวกันปกติ วันต่อไปก็ไปเดทกันแค่ 2 คน ทั้งวันนั้นผมก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าข้าว ดูหนัง จนคุยกันมาประมาณ 3 เดือน เขาชวนไปเสม็ด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เขาชวนเพื่อนที่ทำงานเขาไป ซึ่งเป็นรุ่นพี่หมดเลย อายุประมาณ 40 ขึ้นไป เป็นผู้ใหญ่หมดแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติจนกลับมา พฤติกรรมการคุยของเขาก็เปลี่ยนไป ตอบช้า เหมือนเขาหายไปหลายชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาตอบ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาก็ตอบเร็วแม้จะทำงาน เราก็กระวนกระวายใจทักไปรัว ๆ เลยถามว่า สรุปมันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่า เขาไม่โอเคกับเราตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเจอกันแล้วที่ผมไปหารค่าข้าวเขา เราไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ครั้งที่ 2 ที่เสม็ดเหมือนเขาอยากลองใจเราอีกรอบ เขาบอกว่า ผมเหมือนเดิมเลย หารทุกอย่าง แล้วตอนที่พี่ไปเที่ยวด้วย เขาก็ฝากซื้อมะม่วงน้ำปลาหวาน แต่ผมไม่ได้ไปทวงเงินเขานะ เขายื่นมาให้เอง เป็นเงินค่าของที่ฝากซื้อ คนคุยผมก็บอกว่า ทำไมเราถึงไปเก็บค่าของของเขาด้วย แล้ววันถัดมาพี่คนนั้นเขาก็มาบอกคนคุยผมว่า ทำไมผมถึงไปเก็บเงินเขา พี่เขาพูดขำ ๆ แต่เขาก็เก็บมาคิดว่า ทำไมต้องไปเก็บเงินเขา ทั้ง ๆ ที่ตอนที่อยู่เสม็ดพี่เขาก็เลี้ยงข้าง เลี้ยงเหล้าเรา คนคุยผมเขาบอกว่า เขาไม่โอเค ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาร ทั้งค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าว ก็หารกันหลายอย่างอยู่ อาจจะเป็นเพราะฐานะการงานผมด้วย ผมอยากรู้ว่าเรื่องนี้ผมผิดรึป่าว?’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลย แค่ยังไม่เข้าใจกันและศีลไม่เสมอกันก็เท่านั้น เราก็ไม่ผิดที่จะเลี้ยงตามความสะดวกของเรา ซับพอร์ตเท่าที่ไหว อย่าเกินตัว หรือบางทีอาจจะไม่อยู่ที่ตัวเม็ดเงินเสมอไป แต่อยู่ที่ทัศนคติของเรากับเขาตรงกันมั๊ยด้วย แล้วอย่าคาดหวังกับการปัดแอปพลิเคชันหาคู่ เพราะถ้าคุยแล้วมันไม่ใช่เขาก็เฟดออกไปง่าย ๆ เป็นเรื่องปกติ อย่ารู้สึกน้อยใจและด้อยค่าตัวเอง บางคนเขาก็ต้องการหาใครสักคนมาสร้างความประทับใจให้เขาและกลุ่มเพื่อนเองด้วย การที่เขาบอกว่า “มันจะต่างจากเขาอยู่คนเดียวตรงไหน” แสดงว่าชัดเจนแล้วว่าต้องการแฟนแบบไหนมาซัปพอร์ตเขา’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เดทแรกถ้าจะให้หล่อเลยคือเราต้องเลี้ยงผู้หญิง ต่อให้หารกันหลายคนเราก็ต้องออกให้ผู้หญิงของเรา จะได้รู้สึกเหมือนใจ ๆ และจากประสบการณ์ที่ทำรายการหาคู่มา ผู้ชายหล่อเลือกได้ แต่ผู้ชายรวยเลือกก่อนจริง ๆ เราต้องหาคนที่รับเราได้ และผู้หญิงที่ทำงานหาเงินเก่งอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา เพราะสเปคพวกเขาจะสูง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นักศึกษาท้อใจ โทรเล่าความรู้สึกเหมือนโดนอาจารย์ใช้อำนาจข่ม ขายหนังสือเรียนหลายร้อย แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องเงิน ต้องส่งตัวเองเรียน ไปขออาจารย์ถ่ายแบบฝึกหัดแล้วส่งออนไลน์พร้อมเพื่อนคนอื่นได้ไหม? อาจารย์บอก ไม่ได้ มันจะละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้ายต้องจำใจจ่ายเงิน

20 พ.ย. 2023

นักศึกษาท้อใจ โทรเล่าความรู้สึกเหมือนโดนอาจารย์ใช้อำนาจข่ม ขายหนังสือเรียนหลายร้อย แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องเงิน ต้องส่งตัวเองเรียน ไปขออาจารย์ถ่ายแบบฝึกหัดแล้วส่งออนไลน์พร้อมเพื่อนคนอื่นได้ไหม? อาจารย์บอก ไม่ได้ มันจะละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้ายต้องจำใจจ่ายเงิน

“คุณแซ่บ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่รู้สึกเหมือนโดนอำนาจข่มทางการเรียน โดย “คุณแซ่บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ล่าสุด เปิดเทอม 2 ซึ่งในแต่ละรายวิชาก็เหมือนจะให้เราได้เลือกซื้อหนังสือ ใครจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แล้วมันก็มีอยู่วิชานึงที่เรารู้สึกว่าเราไม่ซื้อก็ได้ เราหารกับเพื่อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยเรียนมา เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนึงไม่ได้ใช้ขนาดนั้นเพราะเหมือนที่อาจารย์สอนก็มีสไลด์ให้ แล้วมันมีอยู่วิชานึงอาจารย์ก็ให้ลงชื่อคนที่ซื้อหนังสือ เพราะว่าเขาจะนับจำนวน หนูไม่ได้ลงชื่อเพราะหนูหารกับเพื่อนเลยเขียนเป็นชื่อเพื่อนลงไป ทีนี้พอส่งกระดาษรายชื่อไป อาจารย์เขาเหมือนเห็นว่าที่ช่องชื่อหนูไม่มีการลงชื่อ อาจารย์เลยเรียกให้หนูไปคุยหน้าห้อง แต่ที่หน้าห้องก็มีเพื่อน ๆ นั่งอยู่ แล้วอาจารย์เขาก็บอกว่า ‘หนูแน่ใจหรอว่าหนูจะไม่ซื้อหนังสือ ตัวนี้จะเปิดเรียนเป็นเทอมสุดท้ายแล้วนะ’ ก็คือปีหน้าเขาจะปรับหลักสูตรอะไรแบบนี้ จะไม่ซื้อจริง ๆ หรอ หนูก็เลยตอบไปว่า ‘จริงค่ะ อยากลดค่าใช้จ่าย’ อาจารย์ก็เลยถามว่า ‘แล้วถ้าอาจารย์ให้ทำแบบฝึกหัดจะทำยังไง’ หนูเลยตอบว่า ‘ก็คงให้เพื่อนถ่ายหน้าแบบฝึกหัดมาให้ แล้วหนูจะเขียนคำตอบในโทรศัพท์แล้วค่อยส่งผ่านระบบแทนอะไรแบบนี้’ แล้วอาจารย์เขาก็บอกมาว่า ‘ถ้าอย่างนั้นมันจะติดเรื่องลิขสิทธิ์นะ หนูต้องเขียนหนังสือขออนุญาตอาจารย์’ เขาบอกว่าถ่ายรูปแล้วเขียนคำตอบลงกระดาษแล้วก็ส่งอาจารย์เขาอีกที เขาก็จะให้เขียนหนังสือแล้วก็จะเซ็นต์เก็บเป็นหลักฐานเอาไว้ แล้วทีนี้หนูก็เหมือนถามอาจารย์ว่ายังมีเพื่อนอีกหลายคนที่ไม่เอา ทำไมอาจารย์ไม่เรียกมาทีเดียวอาจารย์ เขาก็ตอบว่ามันเหมือนเช็คชื่อยังไม่ถึง หนูก็เลยบอกว่าโอเคค่ะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าหนูจะเอาหนังสือของญาติมาส่งอาจารย์ แล้วทีนี้หนูก็ไปนั่งที่พอซักพักอาจารย์เขาก็ปล่อยกลับให้กลับได้เลย หนูก็สงสัยว่าทำไมเขาไม่เห็นเรียกคนอื่นเลย แล้วหนูก็เอาเรื่องนี้มาปรึกษาที่บ้าน เพราะว่าในความรู้สึกหนู อาจารย์เขาเหมือนถามย้ำซ้ำ ๆ ว่า ‘จะไม่ซื้อจริงหรอ ถ้าแบบเกรดไม่ดีจะทำยังไง’ ในความรู้สึกหนูเหมือนกับว่าถ้าไม่ซื้อหนังสือ เกรดหนูจะไม่ดี ที่บ้านก็เลยบอกว่าให้ซื้อไปเถอะลูก ให้มันจบ ๆ ไป เพราะว่าในตอนมัธยม หนูมีปัญหาอะไรแบบนี้แล้ว คือให้ลงชื่อเรียนพิเศษ แต่ว่าหนูไม่ได้ลงเรียน ทีนี้อาจารย์ที่เขาสอนพิเศษเหมือนเขาขายคอร์สพร้อมข้อสอบย่อย ที่จะเอาไปออกข้อสอบนักเรียนทั่วไป เหมือนนักเรียนที่เขาเรียน จะรู้แนวข้อสอบอยู่แล้ว แล้วห้องที่ไม่ได้เรียนก็ต้องมานั่งลุ้นเอาว่าจะออกอะไร ในความรู้สึกส่วนตัวหนูรู้สึกเหมือนมีอคติกับบุคลากรที่ทำแบบนี้ มันไม่ดี หนูอยากพูด มันรู้สึกอึดอัดมากเลย เหมือนหนูรู้ว่ามันผิด แต่ก็ต้องยอม หนูก็เลยอยากถามพวกพี่ ๆ ว่า ‘ถ้าสมมติเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ สายการทำงานแบบนี้ เจอแบบนี้ในสังคม เราควรจะปรับตัวยังไง จะตั้งรับยังไงดีคะ ?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็วันนึงที่เราออกมาเราอย่าเป็นคนแบบนั้น เราคือเด็กรุ่นใหม่แล้ว เราก็คือมองแล้วจำไว้เลยว่านี่คือคนในยุคนี้ คนที่มันทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ พอรวมกันแล้วมันกลายเป็นฟันเฟืองที่ยิ่งใหญ่ แล้วถ้าเกิดคนพวกนี้ที่ทุจริตไปอยู่ในจุดที่มีอำนาจสูงสุด มันก็จะทำความฉิบหายได้เยอะมาก เราเติบโตมาแล้ว อย่าเป็นอย่างงั้น หนูจะใช้ชีวิตยังไง ก็คงใช้ชีวิตตามน้ำ ซื้อก็ซื้อเพื่อตัดปัญหา เหมือนไม้ซี่ที่งัดไม้ซุงไม่ไหว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มองไปรอบ ๆ ตัว ก็เห็นการโกงกันซึ่ง ๆ หน้าเยอะเลย พี่ไม่สามารถจะบอกให้แซ่บไปต่อสู้ความถูกต้องอะไร เพราะว่ารู้สึกแย่เหมือนกันที่เราจะบอกเด็กคนนึงไม่ได้ว่าแบบ งั้นหนูก็สู้เพื่อความถูกต้องสิ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าสู้ ร้องเรียนอะไรก็ไม่ได้ดีขึ้นมา แซ่บลองมองออกไปนอกมหาลัยมันมีอะไรที่ไม่โปร่งใสเต็มไปหมด คำถามคือแล้วเราคิดยังไง คือคนเจนพี่ฝากความหวังไว้ให้คน GEN Z นะ ว่าเด็กที่กำลังตาม ๆ มา มันเติบโตมาพร้อมกับตรรกะชีวิตอีกแบบนึง พี่มองขึ้นไป GEN ก่อนหน้าพี่มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว รุ่นพี่ก็ยังไม่ได้เป็นรุ่นที่คิดได้เหมือนรุ่นใหม่ ๆ รุ่นพี่ก็ยังอยู่ในรุ่นปรับตัว คนที่ปรับได้เหมือนเราก็มี คนที่มันยังอยู่กับชุดความคิดเดิม ๆ ก็มี ซึ่งมันไม่โปร่งใสเต็มไปหมด พวกพี่ก็ไม่ได้พอใจ พี่ถึงให้คำแนะนำกับแซ่บไม่ได้ว่าให้สู้เพื่อความถูกต้องสิ เพราะสู้ไปก็เท่านั้น’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พอฟังเสียงแซ่บเหมือนแซ่บจะผิดหวัง เดี๋ยวจะเฟล พี่แค่รู้สึกว่ามันมีครูที่เป็นแบบคนนี้หนึ่งคน แต่พี่ก็เชื่อว่าอาจารย์ท่านอื่น ๆ ก็ไม่เป็นแบบนี้กับแซ่บ มันก็ต้องมีอาจารย์ดี ๆ ด้วย แต่ถูกต้องแล้วที่หนูรู้สึกผิด พี่เห็นด้วย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเราจะทำยังไงกับตัวเองต่อ ไม่อยากให้ตัวเองหมดหวังสิ้นหวัง หมดกำลังใจ ก็ต้องบอกตัวเองเลยว่าเราจะไม่เป็นคนแบบนั้นเหมือนที่เคยพูดกัน เราก็จะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่น เพราะตอนนี้เราควบคุมมันได้ แต่ตอนนั้นเราควบคุมไม่ได้เพราะอาจารย์นั่นมันเป็นคนแบบนั้น ในกลุ่มอาจารย์ที่เยอะ ๆ นางก็เป็นคนนิสัยแบบนั้น แต่เอาจริงมันอาจมีเหตุผลเบื้องหลัง บางคนเขาเสนอว่าแบบ คณะอาจเสนอมาว่าแบบช่วยหน่อยเว้ย ดันหนังสือขายหน่อย อะไรอย่างงี้เพราะเราก็ไม่รู้เบื้องหลังรู้ดีเทลละเอียดขนาดนั้น ตัวแซ่บเองก็ไม่รู้ มันก็เป็นไปได้หมดเลย ที่จะทำให้คน ๆ นึงตัดสินใจทำอะไรลงไป อย่างที่เราเห็นในข่าว เราไม่รู้ว่าคน ๆ นั้นเขาเจออะไรมาหรืออะไอย่างนี้ด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณริน (นามสมมติ) ” อายุ 23 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องที่ตนนั้นเป็น LGBTQ+ มีนิสัยเรียบร้อย ชอบอยู่คนเดียวแต่เพื่อนร่วมงานชอบชวนไปสังสรรค์เพราะคิดว่าเราต้องวี้ดว้ายกล้าแสดงออกเหมือน LGBTQ+ คนอื่น “คุณริน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ว่ารินทำงานมาเกือบ 2 ปีกว่า เรารู้สึกว่าเราเป็นคนชอบอยู่กับตัวเองมาก ลักษณะนิสัยของรินไม่ได้เป็นคนที่เอะอะโวยวายมากจนเกินไป วันหยุดก็จะอยู่คนเดียว ไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าออกก็จะเป็นเดินห้างคนเดียว ไปหาอะไรทานแปปเดียวก็กลับห้อง ปัญหาก็คือเพื่อนร่วมงาน เพราะในที่ทำงานมีหลากหลายวัย หลากหลายอายุ ซึ่งเขาก็รบเร้าอยากให้เราไปสังสรรค์นอกเวลางาน ไม่ใช่ว่ารินไม่เคยไป แต่ไปแล้วรู้สึกว่าใช้พลังงานมากเกินไปและก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมงานที่คาดหวังอยากให้เรามีเอเนอร์จี้ในการเป็นคนที่โหวกเหวก แหกปากโวยวาย ประมาณว่าเป็นสาวสองก็ต้องเป็นแบบนี้สิ ถ้าเป็นแบบเธอคือมันผิด อะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องงานรินก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมด้วย ด้วยความที่เราก็อาจจะเป็นเด็กในกลุ่มทำงาน เลยอยากรู้วิธีการปรับตัวให้ได้มากที่สุด อยากกำจัดความรู้สึกตอนนี้แล้วก็อยากรู้ว่ามีวิธีการปฏิเสธอย่างไรให้ดูเป็นคนไม่แรงจนเกินไป เพราะว่ารินใช้วิธีเงียบใส่ไปหลายครั้ง เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะไปแล้วก็เหมือนเอาเรื่องที่ทำงานไปด้วย มันก็ดูเครียด ๆ บ้าง และส่วนตัวเราก็ดื่มเป็นบางครั้ง ไม่ได้ดื่มบ่อย ความสนุกของรินคือการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ตามคาเฟ่กับเพื่อน 2-3 คนซะมากกว่า เวลาปฏิเสธไปเขาก็จะมีตื๊อบ้างแต่เราก็ไม่รู้จะใช้วิธีพูดยังไง เลยเลือกที่จะเงียบไปเลย เราก็จะยิ้มแห้ง ๆ แล้วก็จบบทสนทนาไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา คือมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับงานแต่เขาก็อยากให้เราลองบ้าง แต่พอเราลองดูแล้วก็รู้สึกอึดอัด’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะพูดกับเขาตรง ๆ ว่าไม่ได้ดื่ม ซึ่งแรก ๆ มันก็จะมีปัญหานี่แหละ เขาก็จะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ไม่เชื่อ โกหก แต่ถ้ามันทำไปสักพักหนึ่ง เขาจะเลิกเองเพราะว่าเรายังเลือกที่จะยืนยัน ยืนกรานว่าเราไม่ได้เป็นคนดื่ม ไปก็จะไม่สนุก สักพักเขาก็จะเบื่อเราเอง และก็มีคนแนะนำมาน่าสนใจก็คือให้บอกว่าเป็นเรื่องเงิน บอกไปว่าไม่มีเงิน มันก็ไม่ได้ดูว่าเราเป็นคนไม่ Friendly นะเรื่องนี้ เราก็ยังสามารถไปร่วมกิจกรรมอย่างอื่นได้ เช่น ชวนไปกินข้าว และสุดท้ายไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมแต่ก็ลองไปบอกว่า หนูบนมาค่ะพี่ หนูทำงานที่นี่หนูก็เลยบนขอว่าหนูจะไม่ดื่ม ซึ่งถ้าเขาชวนเราแล้วเราไม่ไป พี่ว่าเขาก็จะหยุดชวนเราเอง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สำหรับหอม หอมก็รู้สึกว่าพูดไปตรง ๆ พูดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ว่าไม่ไป เอาไว้กิจกรรมอื่นครั้งหน้าค่อยไปกัน พูดตรง ๆ ได้เลย ถ้าเขาตื๊อก็ตอบว่า ไม่ไปค่ะ สั้น ๆ อย่างนี้ได้เลยนะ บอกได้เลยว่าเราไม่ได้ชอบไป ไม่ใช่ทุกคนจะชอบกินเหล้า เว้นแต่ว่ามันมีผลประโยชน์ในนั้นนะ อันนี้ต้องเอาสังคม งานขอความร่วมมืออะไรอย่างนี้ก็ต้องไป แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็บอกเขาตรง ๆ ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ก็เห็นด้วยกับทั้งเติ้ลและหอมเลยครับ จริง ๆ การไปสังสรรค์ต่อมันไม่ควรเป็นสิ่งที่มาตัดสินว่าใครจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่ดี คือคนไม่ไปต่อก็คุยเฮฮาที่ทำงานได้ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมต้องฝืนไปต่อเพื่อเอนเตอร์เทนใคร เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับใคร เพื่อเอาชนะใจใคร ไม่จำเป็น ผมก็เป็นคนไม่ค่อยดื่ม ทุกวันนี้ก็ยังหนีกลับเร็วเวลามีงานปาร์ตี้ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนเพื่อจะเอาชนะใจเขา ตอนทำงานก็ทำตัวไนซ์หน่อย ให้เขารู้ว่าเราก็เป็นคนเฟรนลี่นะแค่ไม่ได้ดื่ม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-