อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

15 พ.ค. 2026

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย

เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน

มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า

แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

        ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นอาศัยอยู่ที่อิตาลี และมีธุรกิจตู้หยอดเหรียญที่ไทย โดยให้พ่อแม่ดูแลกิจการ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึเสียใจคือเห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านไป 

        ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองอยู่ต่างประเทศ สามีได้ลงทุนเปิดธุรกิจตู้หยอดเหรียญประเภทหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจครั้งแรก มีเพียงสาขาเดียว เปิดกิจการเข้าเดือนที่สามแล้ว โดยให้พ่อกับแม่ของคุณเมล่าคอยดูแลเครื่อง ดูแลลูกค้า เก็บเงิน และเธอเองก็จ่ายเงินให้เป็นค่าแรงค่าเสียเวลาให้กับพ่อแม่

        สำหรับระบบการดูแลร้าน คุณเมล่าจะให้พ่อแม่โอนยอดเงินให้เธอทุกวันอาทิตย์ โดยไม่มีการตรวจสอบยอด แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้เช็คกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าแม่ได้หยิบเงินสดในตู้หยอดเหรียญเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งแม่ก็รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด

        คุณเมล่าบอกเรื่องนี้แค่กับน้องชาย และไม่อยากพูดเรื่องนี้กับสามี เพราะสามีเป็นคนลงทุนร้านให้ กลัวสามีจะมองแม่ไม่ดี นอกจากนี้ก็พบว่ายอดเงินของสัปดาห์นั้นหายไปประมาณหลักพัน

        เธอได้เล่าต่อว่าพ่อแม่ช่วยกันดูแลร้านให้ พ่อดูแลทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเมล่ากังวลและเช็คกล้องวงจรปิดถี่มากขึ้น คุณเมล่าไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่อยากพูด ไม่อยากจะมีปัญหากับแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ไม่ได้ดีนัก คุณเมล่าเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าแม่เป็นเซฟโซนของเธอ เธอจึงอยากได้คำแนะนำและวิธีการแก้ไขไม่ให้แม่ทำแบบนี้อีก

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการคุย ไม่ว่าจะคุยกับพ่อหรือแม่ก็ต้องคุยเพราะมันเป็นปัญหาของร้าน ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเกี่ยว เป็นเรื่องของครอบครัว ต้องค่อย ๆ แก้กันทีละคน หรือถ้าหากคุยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเก็บเงิน เปลี่ยนระบบร้าน หรือเปลี่ยนคนคุมเงิน ซึ่งคุณเมล่าเองต้องเลือกว่าจะคุยหรือจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าไม่อยากคุยจริง ๆ ก็ต้องสร้างระบบร้านที่ปลอดภัยแทน”

        ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ จากระบบของร้านมันควรรู้ว่าต่อวันมีคนเข้าใช้บริการเท่าไหร่ และใช้อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นระยะยาวมันจะพัง เพราะตอนนี้ไว้ใจคุณแม่ไม่ได้ จะให้เขาโอนให้เป็นรายอาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งต่อให้จ้างคนนอกเข้ามาคุมมันก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะระบบมันหลวม แนะนำให้ลองดูสถานการณ์ ถ้าหากคุยได้ก็ให้คุย หรือลองอ้างว่าสามีเป็นคนเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้วเห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วเขาไม่โอเค และขอไม่ให้แม่ทำอีก

        และถ้าหากแม่ไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว แม่จะมีเงินจากตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้จ้างงานแม่ เลยทำให้แม่รู้สึกว่าต้องได้เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ลองเปลี่ยนระบบใหม่ ลองให้เงินเดือนแม่เขา และถ้ายังมีอีกเราก็มีหลักฐาน สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าไม่สื่อสารก็คงจะไม่มีการเปลี่ยน"

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พี่หอมคิดเหมือนกัน หนึ่งคุยกับแม่ สองเปลี่ยนระบบเป็นโอนเงินหรือสแกนก็จะสะดวกกว่าด้วย สามให้เงินเดือนเป็นกิจจะลักษณะ ต้องเลือกว่าสะดวกวิธีไหน ถ้าหากเปลี่ยนระบบยากเกินไป ลองให้เงินเดือน โดยพ่อจะเป็นคนจัดการให้เงินเดือน หรือจะแก้โดยใช้ข้อหนึ่งกับข้อสามไปพร้อมกัน ลองดูนะคะ”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

24 ต.ค. 2024

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิดตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?ต้นหอมขอพูดบ้างที่รายการแฉ GMM25 คืนนี้!! “ดีเจต้นหอม” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้ปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล’ ในรายการแบบสดๆ เกี่ยวกับปัญหาได้รับผลกระทบกับงานและเงิน โดย “ดีเจต้นหอม” ได้เล่าว่า ‘ลูกค้าแคนเซิลงานเรา กลัวไปทำภาพลักษณ์เเบรนด์เสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ พิสูจน์เเล้วเรื่องนี้หนูไม่ได้ผิดเเต่ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเสียงานเสียเงิน ก็ไม่ใช่ที่เราเป็นต้นเหตุเลย เราไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ต่อให้หนูเคลียร์เเล้วเเต่มันก็มีผลกระทบอยู่ดี เเล้วแบบนี้ใครต้องรับผิดชอบชีวิตหนู การงานการเงินหนู รายได้หนูที่จะเข้ามา นาน ๆ ทีหนูจะมีอีเว้นท์ซักทีนึง เเล้วเนี่ยพรีเซ็นเตอร์อีก 1 ตัวก็ยังลุ้นอยู่ว่าลูกค้าขอประชุมกันก่อนว่ายังไง เเล้วมันถูกพิสูจน์แล้วว่าหนูไม่ได้ผิด คนอื่นสร้างเรื่องขึ้นมา เเต่หนูได้รับผลกระทบ ก็เลยอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจทั้ง 2 คนว่าหนูโดนเเบบนี้มันแฟร์เเล้วหรอคะ?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เห็นใจ เป็นยุคที่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าคุณต้นหอมก็ตอบได้ค่อนข้างชัดเจน อาจจะต้องใช้ความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมถึงต้องภาวนาให้ลูกค้าเขาเชื่อมั่นด้วย เราก็คาดเดาไม่ได้เพราะลูกค้าอาจจะไม่ได้หมายถึงองค์รวมประชุม อาจจะหมายถึงคนที่สิทธิ์ในการตัดสินใจเพียงเเค่ 1-2 คนที่เขาติด อย่าไปเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าของไหนเป็นของเรามันก็จะมา’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมั่นใจในตัวเองว่าเราคือทองเเท้ ถ้าที่ชี้เเจงเมื่อ 5 ปีที่แล้วมันเหมือนในตอนนี้เเสดงว่ามันคือสัจจะ มันคือความจริง ระยะเวลามันจะพิสูจน์เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหนูเคยคุยกับแฟนว่า ในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่า ยังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออก แต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ

28 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหนูเคยคุยกับแฟนว่า ในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่า ยังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออก แต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ

หนูคบกับแฟนมาปีกว่าๆ แฟนหนูเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วเจอผู้หญิงคนเก่านอกใจมา หนูเคยคุยกับแฟนว่าในอนาคตมองความรักของเราเป็นยังไง แต่กลับได้คำตอบมาว่ายังไม่ได้มีเราอยู่ในอนาคตเขาเลย ยังคิดภาพไม่ออกแต่จะโฟกัสปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ และ“ถ้าอนาคตความสัมพันธ์ของเรามัน TOXIC พี่ก็พร้อมไป”พอเราได้ยินประโยคนี้ รู้สึกได้เลยว่ารักของเราทำไมมันดูไม่มั่นคงเลย เหมือนเขาจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ถ้ามีปัญหากันแต่ทุกวันนี้เขาก็เป็นแฟนที่ดี ทำหน้าที่ได้ดีเสมอมานะคะ “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องแฟนดูไม่ได้อยากมีเราในอนาคตขนาดนั้น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่า แฟนหนูอายุ 35 ปี ปัญหาที่เจอคือแฟนเขาไม่ได้มีภาพอนาคตร่วมกันกับหนูเลย หนูเป็นพวกชอบวางแผนอนาคต อยากได้ความมั่นใจ อยากได้ความมั่นคงว่าเขาอยากมีหนูในอนาคต แต่เขาบอกว่ายังไม่คิดถึงขั้นนั้น แล้วเขายังบอกอีกว่าตั้งแต่มีแฟนมา เขาบอกยังไม่เคยรักใครขนาดนั้นเลย เพราะเขารู้สึกว่ารักตัวเองมากที่สุด และเขาจะบอกให้แฟนทุกคนที่เคยคบ ให้รักตัวเองมากที่สุดเหมือนกัน บางทีเขาก็จะรู้สึกอัด และทำตัวไม่ถูก เวลาที่หนูคลั่งรักเขามาก ๆ เขาอยากให้หนูรักเขาแบบพอดีปกติไปเรื่อย ๆ แล้วเขาก็เคยพูดขึ้นมาว่า “อยู่ดี ๆ พี่ก็อยากไปเที่ยว นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยคนเดียวบ้าง” หนูก็ถามเขาว่า “พี่รักหนูมั้ย?” เขาก็ให้คำตอบหนูไม่ได้ มันก็น่าจะหมายความว่า เขาไม่ได้รักหนูขนาดนั้น หนูเลยถามเขาว่า “พี่เป็นแฟนกับคนที่ไม่ได้รักได้หรอ” เขาก็บอกว่า “เป็นได้หมดนะ ตราบใดที่มันไม่ได้มีเรื่อง Toxic เกิดขึ้น” คือเราอยู่กันแบบนี้ มันต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกันอยู่แล้ว สำหรับหนูคือต้องการคุย เพื่อปรับความเข้าใจ แต่สำหรับเขาคือเขาไม่คุย ถ้าเขาตัดสินใจแล้วว่ามันไปต่อไม่ได้ก็คือจบ หนูเลยรู้สึกว่า ถ้าคบกับเขาไปถ้ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เหมือนเขาพร้อมที่จะเลิกกับหนูตลอดเวลา ถ้ามองแค่ปัจจุบัน ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี แต่พอนึกถึงไปอนาคต เขาอาจไม่ได้คิดถึงหรือรักหนูขนาดนั้น ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทะเลาะกันแล้วเขาไม่โอเค เขาก็พร้อมที่จะไปทุกเมื่อ ปัญหาของมะม่วงวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “แฟนไม่ได้มีอนาคตร่วมกันกับหนู” หนูควรจะคิดหรือทำยังไงต่อดีคะ’ เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดูแค่ปัจจุบัน ถ้ามะม่วงไม่ไปถามเขาถึงอนาคต มันก็ไม่เกิดปัญหาเลย ถ้าทุกวันนี้มันยังมีความสุข แล้วมะม่วงยังโอเคกับมันอยู่ จะทำให้ตัวเองอกหักทำไม ถ้าเขายังไม่พูดออกมา เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องถอยมาเพื่อเช็คความสัมพันธ์ ถ้าถอยออกมาแล้วเขาไม่คิดถึงเราสักนิด เขาไม่ได้เช็คตัวเองเลยว่าเราสำคัญขนาดไหน ก็แปลว่ามะม่วงไม่ได้สำคัญจริง ๆ การถอยออกมาไม่ได้ถอยเพื่อเลิก แต่ถอยมาเพื่อเช็คความสัมพันธ์ ถ้าเกิดเขากลับมาง้อก็เปิดใจคุยกันเลยว่า เราอยู่ในระดับไหนของความสัมพันธ์ ไม่ต้องพูดเรื่องแต่งงานเพราะมันไกลเกิน ถ้าตัดสินจากที่มะม่วงเล่า มะม่วงยังไม่ได้อยู่จุดที่สำคัญเลย เหมือนอยู่ก็ได้ ถึงไม่ใช่เราจะเป็นใครก็ได้ แต่ถ้ามีความสุขหรือพอใจกับสิ่งเหล่านี้ ก็ไปต่อได้นะ เพราะคบกับใครมันไม่มีทางรู้อนาคตอยู่แล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ชอบเรื่องของการพูด ถ้าถึงวันที่เจ็บก็แค่เจ็บ ก็ถือว่าทำเต็มที่แล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นิสัยของผู้ชายแบบนี้ มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่วันหนึ่ง จะเสียคนที่รักไปเมื่อเขาไปเจอคน ที่แสดงออกหรืออ่อนโยนมากกว่า มะม่วงก็วัดจากปัจจุบัน ว่าพร้อมที่จะเสี่ยงและวัดใจกับคน ๆ นี้ หรือเปล่า ถ้าปัจจุบันมันดีพอที่จะทำให้เรารอคนนี้ ก็ไม่ผิดที่เราจะใช้เวลาเพื่อพิสูจน์เขา แต่คนเรามันมีจำกัดของเวลา มันอยู่ที่เวลาของมะม่วงมันมีนานแค่ไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

13 พ.ค. 2024

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

“คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [ 8 พ.ค. 2567 ] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนที่ทำงานนิสัยแปลก ชอบมาขอน้ำที่เราซื้อมากิน โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนแปลกๆที่ทำงานอยู่คนหนึ่ง คือเค้าชอบมาขอกินน้ำหนูทุกเช้าเลย เราทำงานออฟฟิศเวลาตอนเช้าก็จะซื้อเครื่องดื่มเพื่อเอามากิน มีทั้งกาแฟ ชา แล้วแต่วัน เหตุการณ์ครั้งแรก คือ หนูถือมาแล้วมานั่งที่โต๊ะแล้ว เค้าก็ชอบแบบว่า ‘น้ำอะไรอะ ขอชิมหน่อยสิ’ หนูก็ให้เค้าชิมไปเพราะว่าแบบมันเป็นครั้งแรก เค้าก็ดูดหลอดเดียวกับเรา รู้สึกช็อคนิดนึง เพราะว่าหนูไม่รู้ว่าเค้าจะเป็นโรคแบบไวรัสตับอักเสบบีหรืออะไรรึเปล่าที่มันติดต่อกัน หนูกับเค้าสนิทกันระดับนึง แต่ถ้าไม่สนิทมาก หนูไม่กล้าไปกินหลอดเดียวกับเพื่อน หนูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่น่าได้รึเปล่า หลังจากนั้นอีกวันนึง หนูก็ซื้อน้ำมาอีก แล้วทีนี้เค้าก็ทำแบบเดิม หนูก็เลยรู้สึกว่าถ้าวันต่อไปหนูซื้อมา หนูเลือกที่จะหยิบหลอดมา 1 อันให้เค้าเลย แล้วหนูเลือกที่จะกินน้ำจากปากแก้วเอา เพราะเดี๋ยวเค้าต้องขอหนูกินแน่นอน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หนูก็เลยยกหลอดนั้นให้เค้าไปเลย บางทีหนูกินได้แค่ครึ่งแก้วแล้วเค้ามาขอกิน หนูก็ยกให้เค้าไปทั้งแก้วเลย เพราะว่าหนูไม่กล้ากินต่อแล้ว มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าหนูไม่กล้าซื้อน้ำมากินในตอนเช้าแล้ว และหนูก็เคยถามเค้าว่าเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวซื้อไปฝาก เพราะหนูจะซื้อน้ำตอนเช้าพอดี เค้าบอกไม่เอา แต่สุดท้ายยังมาขอชิมของหนู ปกติหนูจะชอบซื้อชาพีชกับแดงโซดามากิน แล้วเค้าก็ขอกินทุกเช้าเลย เค้าจะไม่ซื้อน้ำตอนเช้า แต่เค้าจะซื้อแค่ตอนเที่ยง จะขอวิธีไม่ให้เค้ามาขอกินตอนหนูซื้อมา หรือถ้าหนูจะให้เค้ากิน จะมีวิธีไหนมั้ย? คือหนูไม่รู้จะพูดกับเค้ายังไง? แล้วเค้าจะคิดว่าเรารังเกียจเค้าหรือเปล่า ถ้าหนูไม่ให้เค้าดูดหลอดเดียวกัน?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

25 ส.ค. 2025

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวันหัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง1.เราทำงาน back office ใส่กระโปรงเลยหัวเข่ามาเกือบจะถึงตาตุ่มแล้ว เขายังบอกว่าเราแต่งตัวโป๊2.เขาตามโซเชียลเรา แล้วจะคอยตอบสตอรี่เรา บอกว่าทำไมเราไปพาน้องที่ทำงานเที่ยว เสียคนหมด3.ไปเข้าห้องน้ำ เขาจับเวลาว่าไปเกิน 10 นาที ทำไมถึงไปนาน 4.เขาสั่งห้ามไม่ให้หนูคุยอะไรกับใครถ้าจะคุยกับเพื่อนร่วมงาน ให้แชทพิมพ์กันเท่านั้น เขาบอกว่าหนูไปชวนคนอื่นคุยอยู่นั่นแหละจริงๆยังมีอีกหลายอย่างที่เจอ แต่ก็ยังอดทนทำอยู่ เงินดี สังคมดี เพื่อนร่วมงานดีทุกคน ติดที่หัวหน้าคนนี้คนเดียว “คุณแนท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่หัวหน้าชอบแซะและจับผิดเรื่องส่วนตัวและพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่มั่นใจในตัวเอง โดย “คุณแนท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่ง เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป ตอนเข้าทำงานใหม่ ๆ หัวหน้าก็ขอเพิ่มเพื่อนทางโซเชียลมีเดีย หนูก็รับไว้ตามปกติ แต่หลังจากนั้นพี่เขามักจะตอบกลับสตอรี่ของหนูในลักษณะประชดประชันหรือแซะ เช่น เวลาหนูลงสตอรี่ตอนออกไปเที่ยวกลางคืน เขาจะตอบกลับมาว่า "ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหรอ ไม่บาปเหรอ" หนูไม่รู้จะตอบยังไง เลยกดอีโมจิขำไป นอกจากนั้น เวลาเลิกงาน เขาก็มักจะชวนไปร้องคาราโอเกะหรือทานข้าวกัน วันหนึ่งหนูลงสตอรี่ตามปกติ ซึ่งในภาพมีเพื่อนที่แต่งตัวค่อนข้างเซ็กซี่ติดมาด้วย พี่เขาก็ตอบกลับมาว่า "นี่เธอพาเพื่อนใจแตกเหรอ พาไปที่อโคจรแบบนั้น" หนูรู้สึกไม่โอเคเลย เลยเอาข้อความให้เพื่อนดู ทุกคนก็บอกว่ามันเกินไปแล้ว พี่เขาเป็นคนที่พูดจาแรง ชอบแซะและติคนอื่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับหนูที่เป็นลูกน้อง เหมือนจะโดนมากกว่าคนอื่น หนูเองก็ชอบเที่ยวบ้างในวันหยุด ซึ่งหนูมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด และไม่เกี่ยวกับการทำงาน เรื่องไม่จบแค่นั้น ที่ออฟฟิศเขาก็มักจะพูดย้ำถึงเรื่องที่หนูไปเที่ยว เช่น "เห็นวันก่อนพาเพื่อนไปเที่ยวมา ใส่เสื้อโป๊มากเลย พาเพื่อนใจแตก" เขาติหนูทุกเรื่อง ทั้งที่การทำงานของหนูไม่ได้พบเจอลูกค้าเลย แต่เขากลับตำหนิการแต่งตัวของหนู มีอยู่วันหนึ่งหนูใส่เสื้อครอปสีดำ กับกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ซึ่งพอหนูเป็นคนตัวเตี้ย กางเกงมันก็เกือบจะยาวถึงตาตุ่ม หนูก็มั่นใจเพราะคนอื่นในออฟฟิศก็แต่งแบบนี้ บางคนใส่กระโปรงสั้นกว่าหนูอีก แต่พอหนูมาถึงออฟฟิศ เขาเรียกหนูแล้วพูดว่า "แต่งตัวอะไรเนี่ย นี่กระโปรงหรือกางเกง?" แล้วก็สั่งให้หนูหมุนตัว หนูคิดว่าเขาจะชม เลยยอมหมุน แต่เขากลับพูดว่า "แต่งตัวตลกมาก" หนูหน้าเสียเลยกลับไปนั่งที่โต๊ะ พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็งงว่า "มันตลกตรงไหน?" แต่หัวหน้ากลับเดินมาหาอีกแล้วบอกว่า "เดี๋ยวน้องถ่ายรูปให้ manager ดูด้วยนะว่าใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน" หนูก็บอกว่า “มันไม่สั้นนะ มันเกือบถึงตาตุ่มแล้ว” เพื่อนก็ช่วยปกป้องว่ามันไม่ใช่กางเกงขาสั้นจริง ๆ เขาก็ยังจะให้ถ่าย หนูเลยปฏิเสธว่า “ไม่สะดวก” เขาก็เดินกลับโต๊ะตัวเองไป ทั้งที่บริษัทไม่มีนโยบายเรื่องการแต่งตัว ทุกคนแต่งตัวตามสบาย บางคนใส่สายเดี่ยวมาทำงานด้วยซ้ำ หลังจากนั้นมีการปรับระบบให้นั่งตามทีม หนูก็ต้องย้ายมานั่งกับหัวหน้า เขาไม่ยอมให้เพื่อนคุยกับหนูเลย ต่อให้คุยเรื่องงาน ก็ต้องพิมพ์คุยอย่างเดียว วันหนึ่งหนูไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งรู้ว่าเขาเป็นคนชอบจับผิด หนูก็เลยจับเวลาไว้เอง หนูใช้เวลาประมาณ 17 นาที เขาก็ทักแชตมาทันทีว่า "หายไปนานมาก ถ้าหัวหน้าถาม พี่ไม่รู้จะตอบยังไง" หนูก็ถามกลับว่า “ถ้าหนูจะเข้าห้องน้ำ ต้องขออนุญาตเหรอ?” เขาก็บอกว่า “ไม่ต้องหรอก แค่บอกพี่ไว้หน่อย” เขายังชอบจับผิดหนูว่าเล่นโทรศัพท์ในเวลางาน ทั้งที่ทั้งวันเขาก็นั่งไถโทรศัพท์ คลิกเมาส์ และคุยกับเพื่อน อีกวันหนึ่ง หนูเป็นกรดไหลย้อน ต้องยืนทำงาน แต่เพื่อนแถวนั้นหัวเราะเสียงดัง แล้วพี่เขาหันมามองหนู เข้าใจผิดว่าเป็นหนูหัวเราะ เลยทักมาว่าให้กลับไปนั่งที่ หนูก็บอกว่าหนูไม่ได้คุยแต่เขาก็บอกว่า "ไม่ต้องลุกไปไหนอีก" หนูเคยมีคนจากแผนกอื่นมาทาบทามให้ย้ายงาน ซึ่งพูดต่อหน้าหัวหน้าคนนี้เลย แต่หนูยังไม่กล้ารับปาก เพราะแผนกนั้นดูเป็นงานใหญ่ หนูกลัวจะรับไม่ไหว หนูทำงานที่นี่มา 3-4 ปีแล้ว หนูยังโอเคกับเงินเดือน การทำงาน และสังคมรอบตัว โดยรวมหนูแฮปปี้ ยกเว้นแต่กับหัวหน้าคนนี้ที่ทำให้หนูรู้สึกอึดอัดและเสียความมั่นใจ หนูเลยอยากขอคำแนะนำว่า หนูควรจัดการตัวเองยังไง เวลาหัวหน้าคนนี้ปล่อยพลังลบใส่หนู?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรไม่ได้นอกจากตีมึนแล้วใส่หูฟังตลอดเวลา เขาพูดอะไรก็แกล้งไม่ได้ยิน ทำให้เขารู้ว่าเราไม่อยากยุ่งกับเขา ถ้าเขามายุ่งกับเราอีกก็บอกว่าหนูไม่ได้ฟังเพลง หนูแค่ไม่อยากฟังเสียงอย่างอื่น ให้เขารู้ว่างานเราก็เดิน ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเราต้องเถียงกลับไปบ้าง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูทนไม่ไหวหนูก็พูดได้เลยว่าทนไม่ไหว คิดว่ามันเป็นเกมแล้วกัน ว่าแต่ละวันเราจะเจออะไรบ้าง เพื่อให้เรามีพลังทำงานต่อก่อนที่เราจะย้ายงาน เพื่อให้เราอยู่ให้ได้ มีผู้ฟังแนะนำมาว่าให้บล็อกโซเชียลเขาไปเลย ให้หวัหน้ารู้ว่าเขาจะคุกคามเราได้แค่ในออฟฟิศ ในเมื่อเราอยู่กับเขามาได้ 3 ปีแล้ว เราลองทำตัวดี แต่งตัวเรียบร้อย แล้วลองดูว่าเขาจะหาเรื่องอะไรมาด่าเราได้อีก ถ้าหนูคิดว่าไหวก็ทำไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ย้ายแผนก ก่อนที่แนทจะไม่ไหวแล้วถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าพยายามพูดว่าตัวเองโอเคทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เราไม่โอเค บอกได้แค่ให้แนทหายใจลึก ๆ ตั้งสติ เพราะแนทก็ลองทำมาหมดทุกวิธีแล้ว เมื่อไหร่ที่เราพูดถึงเรื่องไหนแล้วเรามันทำให้เราร้องไห้ออกมา มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ไม่รู้ที่ผ่านมาเจออะไรมาบ้าง แต่อยากให้ลองพบจิตแพทย์ดู อย่าให้ตัวเองต้องจมอยู่กับสถานการณ์แบบนี้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-