เผลอเห็นคลิปหลุดของผู้จัดการ พอเจอหน้าพี่เขาทีไร ภาพของลับเขาจะซ้อนขึ้นมาตลอด อยากทำตัวให้เป็นปกติ ควรทำอย่างไรคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เผลอเห็นคลิปหลุดของผู้จัดการ พอเจอหน้าพี่เขาทีไร ภาพของลับเขาจะซ้อนขึ้นมาตลอด อยากทำตัวให้เป็นปกติ ควรทำอย่างไรคะ

08 พ.ค. 2026

เผลอเห็นคลิปหลุดของผู้จัดการ

พอเจอหน้าพี่เขาทีไร ภาพของลับเขาจะซ้อนขึ้นมาตลอด

อยากทำตัวให้เป็นปกติ ควรทำอย่างไรคะ

       'คุณหลิงหลิง' (นามสมมุติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นบังเอิญไปเจอคลิปหลุดของผู้จัดการร้าน ทำให้พอเห็นพี่เขาทีไร ภาพของลับเขาจะซ้อนขึ้นมาตลอด จนทำให้การทำงานไม่ราบรื่น

       ‘คุณหลิงหลิง (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี ได้เล่าว่า “ 2 ปีที่แล้ว หนูเป็นพนักงานประจำอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งมีไอแพดของร้านเครื่องหนึ่งที่จะเอาไว้ใช้รับออเดอร์ดิลิเวอรีและถ่ายใบเสร็จ หนูกับพี่ผู้จัดการที่เป็น LGBTQ+ ให้ชื่อว่า 'พี่บี (นามสมมุติ)' กำลังเลื่อนหารูปใบเสร็จไว้ด้วยกัน แต่สิ่งที่เจอทำให้ต้องตกใจ เพราะมันมีภาพโป๊และคลิปโป๊ ของผู้จัดการอีกคนที่ชื่อว่า 'พี่เอ (นามสมมุติ)' ที่เป็น LGBTQ+ เหมือนกัน ซึ่งเป็นผู้จัดการสูงสุดของร้าน เป็นร้อยภาพอยู่ในนั้น สันนิษฐานว่า เขาอาจจะเชื่อมอีเมลส่วนตัวไว้กับไอแพดของร้าน ภาพเขาเลยหลุดมาที่นี่

       หลังจากนั้นทุกคนในร้านก็รู้เรื่องนี้ และเมื่อต้องสู้หน้าพี่เอเมื่อไหร่ หนูจะรู้สึกแปลก ๆ ทำตัวไม่ถูก ทั้งที่คนอื่น ๆ ก็สามารถทำตัวปกติได้ แต่หนูเห็นภาพของลับของพี่เขาซ้อนหน้าพี่เอตลอด หนูจะมีอาการตัวแดง หน้าแดง ทั้งที่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ภาพมันติดตา เพราะเราไม่เคยเห็นคลิปแนว LGBTQ+ และปกติก็เคยเห็นแค่ของแฟน

       ถ้าเราเจอหน้าพี่เอ ตอนอยู่กับพี่บี เราก็จะเลิ่กลั่กใส่กันตลอดเลย บางทีแค่มองหน้าพี่เอ หนูก็เผลอยิ้ม จนพี่เขาถามว่า “เป็นอะไรหรอ แกมองหน้าฉันแล้วยิ้มทำไม” เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า ทำยังไงหนูถึงจะลืมแล้วทำตัวปกติได้ แบบรู้สึกเขินเวลาต้องเจอหน้าเขา

       ความคิดเห็นของดีเจทั้งสามมองว่า “สามารถลืมได้เลย ไม่ต้องสนใจมันได้ แต่หลิงหลิงเอามาขยี้เป็นเรื่องสนุก เอาไปเม้าท์ มันก็เลยลืมไม่ได้ คลิปนี้มันก็แค่คลิป Sex ทั่วไป แต่ปัญหามันอยู่ที่หลิงเอง สำหรับพี่ ๆ พี่จะไม่สนใจมัน พี่ไม่หมกมุ่นกับมัน การที่หลิงทำแบบนี้มันจะกลายเป็นเหมือนเราไม่ให้เกียรติเขา เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย มันก็แค่อุบัติเหตุที่เขาทำไว้ และนั่นคือเรื่องส่วนตัวของเขา หลิงไม่ควรไปดูตั้งแต่แรก มันเป็นสิ่งไม่ดี ควรเคารพซึ่งกันและกัน เขาไม่ได้เป็นฆาตกร หรือทำไม่ดีอะไร มันแค่รสนิยมเฉพาะคน เฉพาะคู่

       พี่ ๆตรวจไม่พบความผิดของเขา สิ่งนั้นมันแค่อุบัติเหตุ หลิงกำลังมองว่า สิ่งที่เขาทำ มันน่ารังเกียจ มันตลก เพราะแค่เขาไม่เหมือนกับหลิง เมื่อไหร่ก็ตามที่การกระทำนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เราก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน บอกเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยว่าอย่าไปเม้าท์เขา ไหน  ๆ เราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกัน เราควรเก็บไว้เป็นควมลับ เคารพคนอื่น สมมุติว่าวันหนึ่งคลิปเราหลุดไป เราอยากให้เขาปฏิบัติอย่างไร หนูควรทำแบบนั้นค่ะ”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

20 ก.พ. 2026

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟัง บอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของ เรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟัง เลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ

เพื่อนชอบเล่าเรื่องที่ไปเป็นชู้กับคนอื่นให้ฟังบอกว่าตัวเองมีดวงดึงดูดคนมีเจ้าของเรารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่อยากฟังเลยอยากถามว่าจะพูดปฏิเสธยังไงดีคะ ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นอยากเลิกยุ่งกับเพื่อนที่ชอบไปเป็นมือที่สามของคนอื่น ‘คุณบีม (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้เล่าว่า เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เธอมีเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นรุ่นน้องและค่อนข้างสนิท ให้นามสมมติว่า 'เอ' แต่อยู่ด้วยกันได้ 3 ปี ก็ลาออกและแยกย้ายกัน แต่ระหว่างที่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกันแล้ว ก็ยังคงติดต่อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และมาพักที่หอของเธอบ่อย ๆ เอนั้นมีสามีและลูกแล้ว ซึ่งคุณบีมรู้ว่าตลอดเวลาที่เอยังคบกับแฟน เอก็แอบคุยกับผู้ชายคนอื่นด้วย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร และเมื่อทำงานเยอะขึ้นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันสักพัก รู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่เอได้เลิกกับแฟนไปแล้ว และย้ายมาอยู่หอใกล้กับคุณบีม ไม่นานเอก็มีแฟนใหม่ ซึ่งครั้งนี้ มีสถานะเป็นมือที่สาม เอเองก็รู้ว่าไม่ดี แต่ก็บอกว่า แค่คบเล่น ๆ และเอเป็นคนที่มีแรงดึงดูดกับคนมีเจ้าของ ต้องไปเป็นชู้ตลอด คุณบีมบอกอะไรเอก็ไม่ฟัง เพราะเอรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าทำอะไรอยู่ ระหว่างนั้นพวกเธอก็แยกย้ายกันทำงาน แต่คุณบีมก็ยังเห็นว่าเอยังคงเที่ยวเล่นต่างจังหวัดอยู่ ไม่รู้ว่าได้ทำงานหรือเปล่า แต่ก็เข้าใจได้ว่าน่าจะมีคนเลี้ยง ซึ่งก็ไม่ได้คบจริงจัง หลังจากนั้นก็รู้อีกว่าเอยังคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย แต่คุณบีมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่รับไม่ได้ที่เอไปเป็นเมียน้อยคนอื่นแบบที่ไม่รู้สึกผิดเลย จึงไม่อยากติดต่อด้วย และพยายามไม่สนใจ เมินข้อความจากเพื่อนที่พยายามทักหาเธอตลอดเป็นเวลาประมาณ 3 ปี คุณบีมเห็นข้อความเหล่านั้น แต่ไม่อยากตอบ เอก็ยังทักมาซ้ำว่า “ทำไมไม่ตอบ” เหมือนจะไม่รู้ตัวว่าคุณบีมไม่ชอบ แต่เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา คุณบีมเผลอไปกดดูสตอรี่ในโซเชียลของเอ เป็นสตอรี่ที่ลงคู่กับแฟน ซึ่งเอยังคงเป็นเมียน้อย เอจึงแคปหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่าคุณบีมเข้าไปชมสตอรี่ และทักมาถามว่า “อยู่ไหน ส่งโลให้หน่อย” คุณบีมที่พยายามเมินข้อความมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ จึงส่งโลเคชั่นที่ทำงานให้ ทั้งสองจึงได้ไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน และก็เป็นอย่างทุกครั้งที่คุยกัน เอได้เล่าเรื่องที่ไปเป็นมือที่สามให้ฟัง โดยเล่าว่า เป็นเมียน้อยคนจีน เป็นมา 3 ปี ก่อนที่คนนั้นจะกลับไปแต่งงานกับแฟนตัวจริงที่จีน ทั้งคู่จึงเลิกกัน หลังจากนั้นเอก็มาเป็นเมียน้อยของแฟนคนปัจจุบันได้เกือบปีแล้ว และได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละแสน ตอนแรกที่ตกลงกันผู้ชายไม่ยอม แต่ไม่รู้คุยกันยังไง ผู้ชายก็ยอมตกลง และเอยังบอกอีกว่า ตอนคบกับคนจีน ซึ่งเป็นจีนเทา เขาก็ให้เดือนละแสน เคยได้จับเงินล้านด้วย จึงได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่สร้างบ้าน เพื่อนของเอก็เป็นเด็กเสี่ย มีคนเลี้ยงใช้ชีวิตสบายทุกคน คุณบีมไม่อยากรับรู้เรื่องเหล่านี้ แต่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะกลัวเพื่อนเสียใจ และก็สนิทกัน รู้จักกันมานาน เอก็เป็นเพื่อนที่ดี เพียงแต่คุณบีมไม่ชอบพฤติกรรมที่มักจะไปเป็นมือที่สามของคนอื่นแบบนี้ เอรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่แต่ก็คิดถึงแค่เงินอย่างเดียว แม้คุณบีมจะไม่เคยบอกเอไปตรง ๆ ว่ามันไม่ดี แต่ถ้าจะหายไป หรือบล็อกไปเฉย ๆ โดยไม่ได้บอกอะไร ก็กลัวว่าเอจะมาตามถึงออฟฟิศหรือมาที่หอ เพราะปกติเอก็ทำแบบนี้ตลอด หรือจะแกล้งเมินข้อความต่อไปก็ทำให้คุณบีมไม่กล้าโพสต์หรือเคลื่อนไหวในโซเชียล กลัวเอจะหาว่าออนไลน์อยู่ทำไมไม่ตอบแชท จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่า จะพูดปฏิเสธเพื่อนอย่างไรดี เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า "พี่เป็นคนที่พูดตรง ๆ กับเพื่อนได้หมดเลย พี่คงพูดว่า เธอ ช่วงนี้ ไอสิ่งที่เธอเป็นอยู่ สำหรับในมุมมองเรา เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดว่ะ กลายเป็นว่าตอนนี้เคมีเรามันเริ่มไม่เข้ากัน และฉันไม่สบายใจที่จะคุยกับเธอเลย ฉันอึดอัด เพราะมันเป็นเรื่องที่ฉันอาจจะถือนะ ฉันไม่ค่อยชอบ เอาเป็นว่าถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ เราเฟดออกจากกันก่อนดีกว่า วันไหนที่เธอกลับมาใช้ชีวิตแบบที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ค่อยทักมาหาฉัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ ยังเป็นเพื่อนเธอ" ต่อด้วย ‘ดีเจเกลือ’ พูดว่า "หลักการพูดตรง ๆ แบบไม่ให้เกิดการปะทะ คือพูดถึงความรู้สึกตัวเอง แบบไม่ตัดสิน แน่นอนว่าเพื่อนเขาก็รู้ว่าตัวเองทำอะไร รู้ว่าตัวเขาเองก็ทำผิด แต่มนุษย์เราก็ยังเลือกทางที่คิดว่าดีกับตัวเองที่สุด ฉนั้น บอกแค่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรารู้สึกอย่างไร และมันรบกวนจิตใจเรามาก เธอเลือกแบบนี้ แต่ฉันรู้สึกแบบนี้ ฉันคิดว่ามันจะสบายใจกว่าถ้าเราไม่ได้คุยกัน และอย่างที่หอมบอก ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกทำแบบนี้แล้ว ฉันก็ยังเป็นเพื่อนเธออยู่ แต่ว่าในฐานะเพื่อนที่รู้สึกว่าเราอยากยืนข้างความถูกต้อง เราขอเลือกแบบนี้ อย่าแคร์ความรู้สึกเพื่อนมาก ให้แคร์ตัวเองก่อน มันถึงขั้นที่ทำให้คุณบีมไม่กล้าเคลื่อนไหวในโซเชียล ก็ดูลำบากไป" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ไม่ต้องพูดดีกว่า แค่ซ่อนเขาออกไปจากโซเชียล แต่ถ้าเพื่อนตามไปที่บริษัท หรือที่หอจริง ๆ ค่อย เลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า ขอโทษด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่โอเคที่เธอเป็นเมียน้อยคนอื่น เราขอให้เธอไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก เราไม่สบายใจ เราอึดอัดมาก เรารู้จักกันแค่นี้และจบเถอะ" ‘ดีเจเกลือ’ เสริมอีกว่า ‘คุณบีมมีวิธีการรับมือกับปัญหาแบบยอมตาม การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณเจอแต่ความทุกข์นะครับ ต้องฝึกตัวเองที่จะเข้มแข็งยืนหยัดที่จะพูดถึงความรู้สึกตัวเองให้ได้นะครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูกับแม่ทะเลาะกัน แม่โกรธที่หนูไม่พาไปห้าง บ่นน้อยใจสารพัด จนหนูไม่คุยกับแม่เลย แอบดูอยู่ห่างๆ จากต่างจังหวัด มีน้องสาวเป็นคนกลาง ตอนนี้รู้ว่าแม่ป่วยมีภาวะซึมเศร้า เราอยากได้คำขอโทษจากแม่ รู้ตัวว่าตัวเองมีทิฐิสูง แต่อีกใจก็อยากกลับไปคุยด้วยเหมือนเดิม

24 มี.ค. 2025

หนูกับแม่ทะเลาะกัน แม่โกรธที่หนูไม่พาไปห้าง บ่นน้อยใจสารพัด จนหนูไม่คุยกับแม่เลย แอบดูอยู่ห่างๆ จากต่างจังหวัด มีน้องสาวเป็นคนกลาง ตอนนี้รู้ว่าแม่ป่วยมีภาวะซึมเศร้า เราอยากได้คำขอโทษจากแม่ รู้ตัวว่าตัวเองมีทิฐิสูง แต่อีกใจก็อยากกลับไปคุยด้วยเหมือนเดิม

หนูกับแม่ทะเลาะกัน แม่โกรธที่หนูไม่พาไปห้าง บ่นน้อยใจสารพัด จนหนูไม่คุยกับแม่เลย แอบดูอยู่ห่างๆจากต่างจังหวัด มีน้องสาวเป็นคนกลาง ตอนนี้รู้ว่าแม่ป่วยมีภาวะซึมเศร้า เราอยากได้คำขอโทษจากแม่รู้ตัวว่าตัวเองมีทิฐิสูง แต่อีกใจก็อยากกลับไปคุยด้วยเหมือนเดิม จะเริ่มยังไงดี?“คุณเมย์ (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาทะเลาะกับแม่จนไม่ได้คุยกันมานาน โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ทะเลาะกับแม่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว แม่อายุ 60 ปีแล้ว แม่อยู่ที่ต่างจังหวัด เป็นคนละจังหวัดกับเรา บางครั้งแม่ก็จะมาเยี่ยมที่บ้าน ซึ่งเราก็ใช้ชีวิตปกติ ดูแลแม่ปกติ เช่นถามว่า แม่จะไปเที่ยวไหนมั้ย จะทำอะไรมั้ย เราเองก็กลัวแม่จะเหงา เลยหากิจกรรมให้เขาทำ มีอยู่วันหนึ่ง เราก็ใช้ชีวิตปกติ คุณแม่ก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ และประมาณ 4 โมงเย็น เป็นช่วงที่เด็กๆ เลิกเรียน เราก็เตรียมตัวไปรับลูกชายที่โรงเรียน แต่อยู่ๆ แม่ก็โพ่งขึ้นมาเลยว่า วันนี้เราไปห้างกันเถอะ อยากไปช้อปปิ้งจัง จะไปดูเสื้อผ้า เราก็เลยบอกแม่ไปว่า แม่ เราไปวันหลังได้ไหม เพราะว่าวันนี้หนูจะต้องไปรับหลาน แล้วเราก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ คิดว่าแม่จะเข้าใจและเห็นด้วยกับเรา หลังจากนั้นเราก็ไปรับลูกชาย พอกลับมาเราก็เห็นแม่นั่งอยู่และสังเกตได้ว่า แม่ดูอารมณ์ไม่ดี เราเลยไปถามแม่ว่า แม่เป็นอะไร แม่น้อยใจหรือเปล่า ที่ไม่ได้พาไปห้าง แล้วแม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ และก็บอกว่า ใช่! ฉันน้อยใจ!แล้วก็เดินหนีเข้าห้องตัวเองไป เราก็คิดว่าแม่น่าจะยังงอนอยู่ เลยปล่อยให้แม่อยู่กลับตัวเองไปก่อน ระหว่างนั้นเราส่งข้อความไปหาน้องสาว ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เลิกงานมาแล้วช่วยไปคุยกับแม่ให้หน่อย เผื่อแม่จะอารมณ์ดีขึ้น พอน้องสาวกลับมาจากที่ทำงานก็เข้าไปอธิบายให้แม่ฟังว่า เวลานั้นถ้าไปห้างจะลำบากรถติด ถ้าจะไป ไปวันหลังดีไหม ซึ่งเราก็คิดว่าพอน้องไปอธิบายแม่จะเข้าใจ แต่กลายเป็นว่า แม่ร้องไห้แล้วตะโกนเหมือนเด็ก ขว้างปาข้าวของ และใช้คำที่ทำให้ลูกๆ เสียใจ ประมาณว่า ฉันดูพวกเธอมานานละ พวกเธอก็เป็นแบบนี้กัน และพูดว่าเราเป็นลูกที่ไม่ดี ดูแลเขาไม่ดี แม่ก็บอกว่า ฉันจะกลับบ้านแล้ว จะกลับตอนนี้เลย ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ถ้าพวกเธอไปหาฉัน ก็จะไม่เจอฉันอีก แต่เราก็ให้แม่พักคืนนี้ก่อน เผื่อจะใจเย็นขึ้นแล้วค่อยมาคุยกัน วันรุ่งขึ้นแม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ยังอารมณ์เสียเหมือนเดิม แล้วก็ไม่พร้อมที่จะรับฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้นเลย เราเลยจองตั๋วให้แม่เพื่อที่จะกลับบ้าน เพราะที่บ้านก็จะมีคนที่อายุใกล้ๆ กัน จะได้คุยกับแม่เผื่ออารมณ์ดีขึ้น และหลังจากทะเลาะกันได้ 2 อาทิตย์ เราก็ให้น้องสาวโทรไปคุยว่าเป็นยังไงบ้าง และเหมือนแม่ก็รู้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่ถูกต้อง แม่เลยไปปรึกษาหมอ แล้วหมอก็บอกว่า เป็นเพราะฮอร์โมน และอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของคนที่จะเป็นซึมเศร้า ตอนที่แม่กลับไปอยู่บ้าน แม่จะอยู่กับน้าสาว แล้วหลายๆ คนในบ้านพยายามบอกให้เรากับแม่ลองคุยกันดู แต่จริงๆ แล้ว เราแค่ต้องการคำขอโทษจากแม่ ให้แม่ยอมรับว่า สิ่งที่แม่พูด แม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะพูด เพราะเราก็เป็นลูกคนโต เรารับผิดชอบครอบครัวมาเยอะมากจริงๆ และคิดว่าตัวเองก็ทำได้ดีมากๆ เท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะทะเลาะกัน เราได้พาแม่ไปห้าง 2 แห่ง ตอนเช้าไปด้วยกันห้างแรก ตอนเย็นก็ไปอีกห้างหนึ่ง และเราก็ค่อยถามแม่ตลอดว่าจะเอาอะไร คือตามใจแม่ทุกอย่าง ปัจจุบันนี้เราก็ยังทะเลาะกับแม่ และยังไม่ได้คุยกัน เราก็พยายามที่จะบอกตัวเองว่า ให้อภัยแม่ได้ไหม เพราะเราก็เหลือแม่แค่คนเดียว ซึ่งเราก็ให้อภัยแม่ได้ แต่พอนึกถึงคำพูดที่แม่เคยพูด เป็นคำพูดที่มันทำร้ายเรา แล้วในช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เราอ่อนไหวและต้องผ่านเรื่องอะไรมาหลายๆ อย่าง แม่ก็ไม่ได้รู้ว่าลูกต่อสู้กับอะไรบ้าง เราก็ยังรู้สึกแย่อยู่ พอคิดจะกลับไปคุยกับแม่เราก็ทำไม่ได้ เพราะทิฐิที่เรามี ซึ่งเราเองก็ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ เกลียดทิฐิตัวเองมากๆ และเอาชนะมันได้ยากมากจริงๆ แต่ตอนนี้เราก็ยังซัพพอร์ตแม่อยู่ไกลๆ ยังติดตามอยู่ว่าแม่ทำอะไร แต่ก็ยังไม่ได้คุยกัน เลยอยากจะปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า เราจะตั้ง mindset ยังไง ให้เราก้าวผ่านความรู้สึกที่เสียไป และกลับไปคุยกับแม่ได้เหมือนเดิมคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเมย์ก็ต้องคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้แม่ไม่อยู่ให้เมย์โทรไปหาแล้วจะเป็นยังไง อะไรก็ตามทั้งหมด เราคือครอบครัว และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องไปกันต่อ พี่ว่าหลายบ้านคุณแม่คุณลูกก็อาจจะมีเรื่องที่ไม่ดีต่อกันมากกว่านี้ เขาก็ต้องตัดสินใจที่จะไปต่อ ถ้าเขายังอยากเป็นครอบครัวกันอยู่ แล้วเมย์ก็รักคุณแม่ และอีกอย่างคือ จนตอนนี้เมย์อายุ 32 แล้ว พี่ว่าเมย์ก็น่าจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้แม่ไม่พอใจ หรือโกรธมาบ้าง แต่แม่ก็ยังอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้ได้ ซึ่งพี่ว่ามันคือครอบครัว เรามีความรักให้กัน แม้ว่าอีกฝั่งจะผิด แต่เราก็ต้องให้อภัยกัน เพราะเรารักกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในบางสถานการณ์ บางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว มันอาจจะไม่มีประโยชน์ในการหาคนผิดคนถูก ในความสัมพันธ์ ในความเป็นครอบครัวกันในทุกรูปแบบ บางครั้งการที่เราพยายามจะบอกให้คนหนึ่งยอมรับว่าผิด มันอาจจะไม่ใช่ทางออกของปัญหาเสมอไป ต้องลองคิดดูดีๆ ว่าถ้าเราได้ยินคำนั้น มันจะทำให้เราปลดล็อกทุกอย่างในคำๆ เดียวหรอ? เวลาของคนเรามันจะน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเราจะไม่มีวันเข้าใจคุณพ่อคุณแม่ที่สูงอายุมากๆ ที่เขาจะต้องอยู่คนเดียวจริงๆ ลูกก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันคงทรมานมาก กับการที่เขาเคยมีใครมาทั้งชีวิต แล้วอยู่ดีๆ วันหนึ่งมันก็โหวง เวลาในชีวิตเขามันก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ทีละวันๆ ที่คุณหมอบอกว่ามันอาจจะเป็นภาวะซึมเศร้า มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะจากที่คุณเมย์เล่ามา แม่เขาอยู่คนเดียว เราอย่าหาผิดหาถูกกับคนที่ป่วยเลย เขายิ่งน่าสงสารขึ้นไปใหญ่ ลองคิดสิว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ GEN เก่า แล้วยอมรับว่าตัวเองผิดถึงขนาดไปหาหมอ ซึ่งมันไม่ง่าย และมันก็แค่ 1 ประโยคที่เราตามหากัน ผมมองว่ามันยังมีเรื่องอีกมากมายที่น่าห่วงกว่านั้น เช่น คุณแม่จะอยู่ยังไงคนเดียวกับภาวะแบบนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ณ เวลานั้นใครจะเป็นคนใกล้ตัวที่ดูแลแม่ มันเลยมีเรื่องอื่นที่น่าห่วงกว่าคำขอโทษ สำหรับในมุมมองของคนนอกที่ได้ฟัง ส่วนเรื่องที่คุณเมย์เจอมา ผมเข้าใจมากๆ แล้วมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเมย์น้อยใจอยู่แบบนี้ แต่บางทีเราน้อยใจไปแล้ว แล้วยังไงต่อ และผมว่าเราทุกคนให้วันนี้ไม่มีวันเข้าใจ จนกว่าจะอายุเท่าคุณแม่แล้วอยู่คนเดียว ไม่มีใคร ผมก็ไม่อยากให้วันนั้นคุณเมย์มานึกย้อนว่า ‘อ๋อ ฉันเพิ่มเข้าใจในวันที่มันไม่มีโอกาสที่จะได้สื่อสารอะไรกันแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่เมย์เป็นอยู่ หนักอกหนักใจอยู่ คือการที่เมย์ถือทิฐิเอาไว้ ฉะนั้นอยากเบา อยากปล่อยวาง ก็คือ วางมันลงซะ คำขอโทษทั้งหมดมันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น ‘ขอโทษมาสิ แม่แพ้มาสิ’ ต่อให้เมย์ได้คำขอโทษ และความพ่ายแพ้ของแม่ เมย์ก็ไม่ได้รู้สึกดีใจขนาดนั้น ชัยชนะมันไม่ใช่ชัยชนะจริงๆ การรักษาความรักที่เรามีให้ซึ่งกันและกัน มันคือชัยชนะของครอบครัวนี้แล้ว เมย์ลองนึกถึงวันที่เมย์เป็นแม่ขึ้นมาแล้วลูกไม่คุยกับเมย์ มันจะเจ็บปวดขนาดไหน นั้นก็คือคำตอบ วันนี้เมย์เป็นทั้งแม่และลูก ฉะนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองบทบาทเลย ลองเข้าหาคุณแม่เถอะ เราไม่รู้ว่าแม่ปวดเป็นอะไรด้วยซ้ำ และสิ่งที่แม่ทำและแสดงออกมาที่มันไม่ปกติแบบนี้ นั้นแปลว่าแม่กำลังป่วย แล้วแม่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก มันอาจจะมากกว่าเราด้วยซ้ำ ฉะนั้นคำขอโทษไม่มีความหมายเลย ถ้าเทียบกับชีวิตแม่เรา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

08 พ.ค. 2026

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะอยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ ‘คุณเหมย’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาชีวิตคู่ที่พบเจอกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนของเธอนั้นเป็นคนไม่คิดถึงอนาคต จะพึ่งแต่เงินของพ่อแม่ ไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่ โดย ‘คุณเหมย’ เล่าว่า เธอคบและใช้ชีวิตอยู่กินกับแฟนมา 4 ปี ตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้อายุ 22 ปี ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยก็จะมีการฝึกงาน แต่แฟนก็เลือกที่จะให้พ่อเอาชื่อเข้าบริษัทของครอบครัวตัวเอง และเอาไปยื่นฝึกงานกับมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริง ๆ แล้วนั้นไม่ได้ฝึกงานหรือทำงานอะไรเลย วัน ๆ เอาแต่นอนเช้า ตื่นเย็น เล่นเกม และใช้เวลาไปกับการนั่งเทรด ใช้เงินพ่อแม่ไปวัน ๆ มีช่วงหนึ่ง ที่พ่อเขาแฟนให้เงินมา 300,000 บาท เพื่อให้ไปลองเทรด แฟนก็เอาไปเทรดจนมีเงินเข้าออกบัญชีประมาณเกือบล้านบาท แต่สุดท้ายก็หายไป แต่แม้จะหมดไปมากเท่าไหร่ แฟนก็ยังไม่เลิกเล่นเทรดสักที อีกทั้งยังคงยืนยันว่าจะเล่นต่อไป พร้อมบอกว่า ตนนั้นไม่อยากทำงานเป็นลูกน้องหรือเป็นขี้ข้าใคร ในด้านอื่น ๆ คุณเหมยก็ได้บอกว่า แฟนดูแลและซัพพอร์ตเธออยู่เสมอ เพียงแต่เงินที่เอามาซัพพอร์ตก็คือเงินของพ่อแม่ที่ได้มารายเดือน ซึ่งจำนวนเงินไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตของคนสองคน และปกติตัวคุณเหมยก็เป็นคนทำงานหาเงินอยู่แล้ว เพราะทางครอบครัวช่วยซัพพอร์ตค่าเทอมเท่านั้น ค่าใช้จ่ายการใช้ชีวิตต่าง ๆ จึงต้องหาเองทั้งหมด ซึ่งแรก ๆ แฟนก็ช่วยเธอทำงานหาเงินมาตลอด แต่ในช่วงนี้ที่แฟนเริ่มมาเล่นเทรด แฟนก็ดูเปลี่ยนไปเริ่มมีการดุด่า พูดจาดูถูกใส่เธอว่า “ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย” บ้าง ว่าคุณเธอเป็นตัวซวยบ้าง มาขัดจังหวะการเทรดบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยขึ้น คุณเหมยเล่าอีกว่า เธอนั้นเคยถามแฟนไปว่า “ถ้าวันนึงพ่อแม่เธอไม่อยู่แล้ว เธอจะทำไงต่อไป” แฟนตอบ “เค้าก็ไม่รู้ เค้าก็ไม่อยากจะคิด ก็คงตายตามไปแหละ” ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ถามคำถามนี้ แฟนก็ยังคงตอบแบบนี้นี้อยู่ตลอด ทำให้เธอนั้นเริ่มจะเชื่อว่าแฟนคิดแบบนั้นจริง ๆ และจะไม่พึ่งพาอะไรด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ จึงได้มีคำถามมาปรึกษาปัญหากับเหล่าดีเจว่า “พอจะมีทางเตือนสติแฟนยังไง อยากให้แฟนโตขึ้น ใช้เงินคิดหน้าคิดหลัง และพึ่งพาตัวเองให้มากกว่านี้” หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบเหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้บอกว่า “เรื่องที่เขาบอกว่า ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย เพราะชีวิตเขาไม่เคยลำบาก ซึ่งการเทรดทองหรือหุ้นถ้ามันได้เงินจริง ๆ ในแง่ของความเป็นจริง มันจะได้เงินเยอะกว่าการขายของจริง ๆ พี่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นเพราะชีวิตเขาคือลูกคนรวย เขาอาจจะไม่ได้ดูถูกสิ่งที่หนูทำ หรืออาจจะดูถูกอยู่ก็ได้ในตอนนั้น แต่พี่รู้สึกว่าหนูคนสองมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน เติบโตกันมาคนละแบบ ในส่วนของคำถามพี่ว่าต่อให้บอกยังไงเขาก็ไม่เลิก เพราะเขาเห็นว่าสิ่งนี้มันทำแล้วได้เงิน อีกอย่างเงินก็เป็นเงินของพ่อแม่เขา พี่ว่ายากมากที่เขาจะเลิก จนกว่าครอบครัวเขาจะต้องไม่อยู่แล้วตามที่เราเคยถามเขา ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เขาก็คงมี 2 ทางเลือกคือเหมือนที่เขาบอกว่าจะไปตามพ่อแม่ไป กับอีกทางคือวันนั้นเขาจะคิดได้เอง ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่ใช่ความมั่นคงในระยะยาว พี่คิดว่าถ้าเขายังเทรดอยู่ แล้วยังอยากจะอยู่กับเขา เหมยต้องทำใจ เพราะเขาไม่น่าจะเปลี่ยนได้ง่าย ๆ” ต่อมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “งานที่เหมยทำ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ อย่างที่พี่เติ้ลบอก เวลาคนที่เขาเทรดแล้วต้องทิ้งเวลาไปทำของ 5 บาท 10 บาท ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้เขาโมโห การเทรดมันมองอะไรหลายอย่างมาก ไม่เกี่ยวกับดวง และเราก็ไม่ใช่ตัวซวย บอกเขาไปเลยว่า ที่เขามาโทษเรา มาบอกว่าเราเป็นตัวซวย เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกัน เขาไม่ได้เติบโตมาเหมือนเรา เพราะบ้านเหมยเลี้ยงให้เหมยต้องต่อสู้ มันก็บังคับให้เหมยต้องเติบโตขึ้นไปอีก ฉะนั้นเราจะบังคับให้เขาปรับตัวไม่ได้ มีแค่เอากับไม่เอาคนนี้ เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ แต่มันจะมีกรณีหนึ่ง คือเขาเลิกกับคนที่ 3 คนที่ 4 ประมาณคนที่ 5 ต่อไป เขาจะเริ่มโตแล้ว เขาจะเริ่มโตจากประสบการณ์ เพียงแต่ว่าเหมยดันเป็นคนแรกของเขา” สุดท้าย ‘ดีเจอั๋น’ ได้บอกว่า “พี่ว่าเราควรปรับทัศนคติกันก่อน พี่รู้สึกว่าเรากำลังโทษกันอยู่ เรายังไม่รู้เลยว่าเขาเทรดอะไร เพราะพี่ถามแล้วเหมยก็ตอบพี่ไม่ชัดว่าที่เขาทำอยู่คือเทรดอะไร แล้วเราไปว่าเขาไม่ดีแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาทำต้องไม่ผิดกฏหมายด้วย ตอนนี้เขาอาจจะยังเทรดไม่เป็น สักวันเขาอาจจะรู้วิธีการเทรดที่ถูกต้องแล้วประสบความสำเร็จก็ได้ ปัญหาหลัก ๆ คือเขาไปโกหกคุณพ่อคุณแม่ เราไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะเขาเทรดแล้วเจ๊งเท่ากับเขาไม่โต ลองสมมติว่าถ้าวันหนึ่ง เขาบอกว่าเขาจะไม่เทรดแล้วไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เขาขยันมาก ตั้งใจทำมาก แต่สุดท้ายเจ๊ง เงิน 3 แสนหมดเหมือนกัน เราจะยังคิดว่าเขาโตแล้วใช่มั้ย ทำสิ่งที่ต้องทำของใครของมันไป อย่าไปดูถูกความฝันเขา แล้วก็บอกเขาว่าอย่ามาว่าเรา อย่ามาดูถูกความฝันเราเช่นกัน ค่อย ๆ โตไปด้วยกันแบบมีความรู้และเหตุผลดีกว่า”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

19 ก.ค. 2024

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

“คุณทิพย์ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานกลิ่มปากเหม็นมากกกก! “คุณทิพย์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูย้ายที่ทำงานมาเกือบปีแล้ว ในแผนกจะมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ตลอด เป็นคนที่คุยกับหนูเยอะที่สุดเพราะเวลามีงานใหม่ หรือเวลามีปัญหาก็ต้องถามเขา จึงต้องคุยกันตลอด แล้วพี่เขาปากเหม็นมาก แต่หนูก็ไม่กล้าบอกพี่เขาเพราะยังทำงานไม่ถึงปี แล้วก็ยังไม่สนิทถึงขั้นที่จะพูดว่าเขาปากเหม็นได้ หนูเลยต้องพยายามถามเขาให้น้อยที่สุด แต่บางทีพี่เขาคุยโทรศัพท์อยู่โต๊ะข้างๆหนู กลิ่นมันก็ลอยมา แล้วหนูก็พยายามเอาพัดลมมาเป่ากลิ่นไป พยายามชวนเขากินลูกอม แต่เขาก็ไม่กินเพราะลดน้ำตาล หรือบางทีหนูก็เอาแมสมาใส่เวลาเขามาคุยด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหม หนูก็พยายามดูคนอื่นว่ามีปฏิกริยาแบบหนูไหม ปรากฎว่าไม่มีเลยสักคน หนูจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเรื่อยๆ จนเมื่อไม่นานมานี้หนูไปเจอทวิตหนึ่ง เขาพูดถึงยาที่ช่วยดับกลิ่นมาจากข้างในเหงื่ออกก็หอม แต่หลักๆคือช่วยเรื่องกลิ่นปาก ซึ่งไม่ใช่ลูกอม แต่เป็นยาที่ต้องกลืนเข้าไป ซึ่งหนูอยากซื้อให้พี่เขา เลยอยากรู้ว่าจะให้ยังไงดีที่จะไม่กระอักกระอ่วน?’ โดยพี่ๆดีเจได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ลองใช้ลูกอมดับกลิ่นปากแบบไม่มีน้ำตาลก่อน เวลาเขามาคุยให้หนูทำเป็นกินลูกอมแล้วยื่นให้เขา พี่ว่าน่าจะเบากว่ายาดับกลิ่นปากที่หนูบอกนะ เพราะถ้าให้ยาอันนั้น ก็เท่ากับหนูพูดแล้วว่าเขาปากเหม็น ซึ่งพูดเลยอาจจะดูดีกว่าเอายาให้เขากิน ยาอันนี้มันเหมือนลรักษาถึงรากข้างในเลย จริงๆกลิ่นปากสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในโลกเลย แต่ต่อให้เขากิน แล้วเขากินวันเดียว หายวันเดียว มันก็เท่านั้นมันไม่ได้แก้ปัญหา พี่ว่าเขาต้องรู้ว่าเขามีปัญหาเรื่องกลิ่นปากแล้วให้เขาไปแก้ เช่น ปัญหาเรื่องเหงือก ปัญหาเรื่องฟัน เพราะถ้ายังไม่แก้ต่อให้เขาอมอะไรก็ตาม มันก็จะไม่หาย หรือลองคุยกับเพื่อนที่ทำงานที่สนิท ลองเช็คว่าเราได้กลิ่นคนเดียวมั้ย หรือลองแจ้งแม่บ้าน ว่ามีกลิ่นเหมือนมีอะไรตาย ให้เขาลองเดินเข้ามาเช็คหลายๆวัน ถ้ามันไม่เจอก็ลองเกริ่นไปว่า หรือว่าปากหนูเหม็น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-