แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

08 พ.ค. 2026

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ

ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ

อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

       ‘คุณเหมย’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาชีวิตคู่ที่พบเจอกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนของเธอนั้นเป็นคนไม่คิดถึงอนาคต จะพึ่งแต่เงินของพ่อแม่ ไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่

       โดย ‘คุณเหมย’ เล่าว่า เธอคบและใช้ชีวิตอยู่กินกับแฟนมา 4 ปี ตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้อายุ 22 ปี ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยก็จะมีการฝึกงาน แต่แฟนก็เลือกที่จะให้พ่อเอาชื่อเข้าบริษัทของครอบครัวตัวเอง และเอาไปยื่นฝึกงานกับมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริง ๆ แล้วนั้นไม่ได้ฝึกงานหรือทำงานอะไรเลย วัน ๆ เอาแต่นอนเช้า ตื่นเย็น เล่นเกม และใช้เวลาไปกับการนั่งเทรด ใช้เงินพ่อแม่ไปวัน ๆ 

       มีช่วงหนึ่ง ที่พ่อเขาแฟนให้เงินมา 300,000 บาท เพื่อให้ไปลองเทรด แฟนก็เอาไปเทรดจนมีเงินเข้าออกบัญชีประมาณเกือบล้านบาท แต่สุดท้ายก็หายไป แต่แม้จะหมดไปมากเท่าไหร่ แฟนก็ยังไม่เลิกเล่นเทรดสักที อีกทั้งยังคงยืนยันว่าจะเล่นต่อไป พร้อมบอกว่า ตนนั้นไม่อยากทำงานเป็นลูกน้องหรือเป็นขี้ข้าใคร

       ในด้านอื่น ๆ คุณเหมยก็ได้บอกว่า แฟนดูแลและซัพพอร์ตเธออยู่เสมอ เพียงแต่เงินที่เอามาซัพพอร์ตก็คือเงินของพ่อแม่ที่ได้มารายเดือน ซึ่งจำนวนเงินไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตของคนสองคน และปกติตัวคุณเหมยก็เป็นคนทำงานหาเงินอยู่แล้ว เพราะทางครอบครัวช่วยซัพพอร์ตค่าเทอมเท่านั้น ค่าใช้จ่ายการใช้ชีวิตต่าง ๆ จึงต้องหาเองทั้งหมด ซึ่งแรก ๆ แฟนก็ช่วยเธอทำงานหาเงินมาตลอด แต่ในช่วงนี้ที่แฟนเริ่มมาเล่นเทรด แฟนก็ดูเปลี่ยนไปเริ่มมีการดุด่า พูดจาดูถูกใส่เธอว่า “ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย” บ้าง ว่าคุณเธอเป็นตัวซวยบ้าง มาขัดจังหวะการเทรดบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยขึ้น

       คุณเหมยเล่าอีกว่า เธอนั้นเคยถามแฟนไปว่า “ถ้าวันนึงพ่อแม่เธอไม่อยู่แล้ว เธอจะทำไงต่อไป” แฟนตอบ “เค้าก็ไม่รู้ เค้าก็ไม่อยากจะคิด ก็คงตายตามไปแหละ” ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ถามคำถามนี้ แฟนก็ยังคงตอบแบบนี้นี้อยู่ตลอด ทำให้เธอนั้นเริ่มจะเชื่อว่าแฟนคิดแบบนั้นจริง ๆ และจะไม่พึ่งพาอะไรด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ จึงได้มีคำถามมาปรึกษาปัญหากับเหล่าดีเจว่า “พอจะมีทางเตือนสติแฟนยังไง อยากให้แฟนโตขึ้น ใช้เงินคิดหน้าคิดหลัง และพึ่งพาตัวเองให้มากกว่านี้”

       หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบเหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้บอกว่า “เรื่องที่เขาบอกว่า ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย เพราะชีวิตเขาไม่เคยลำบาก ซึ่งการเทรดทองหรือหุ้นถ้ามันได้เงินจริง ๆ ในแง่ของความเป็นจริง มันจะได้เงินเยอะกว่าการขายของจริง ๆ

       พี่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นเพราะชีวิตเขาคือลูกคนรวย เขาอาจจะไม่ได้ดูถูกสิ่งที่หนูทำ หรืออาจจะดูถูกอยู่ก็ได้ในตอนนั้น แต่พี่รู้สึกว่าหนูคนสองมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน เติบโตกันมาคนละแบบ

       ในส่วนของคำถามพี่ว่าต่อให้บอกยังไงเขาก็ไม่เลิก เพราะเขาเห็นว่าสิ่งนี้มันทำแล้วได้เงิน อีกอย่างเงินก็เป็นเงินของพ่อแม่เขา พี่ว่ายากมากที่เขาจะเลิก จนกว่าครอบครัวเขาจะต้องไม่อยู่แล้วตามที่เราเคยถามเขา ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เขาก็คงมี 2 ทางเลือกคือเหมือนที่เขาบอกว่าจะไปตามพ่อแม่ไป กับอีกทางคือวันนั้นเขาจะคิดได้เอง ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่ใช่ความมั่นคงในระยะยาว

       พี่คิดว่าถ้าเขายังเทรดอยู่ แล้วยังอยากจะอยู่กับเขา เหมยต้องทำใจ เพราะเขาไม่น่าจะเปลี่ยนได้ง่าย ๆ”

       ต่อมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “งานที่เหมยทำ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ อย่างที่พี่เติ้ลบอก เวลาคนที่เขาเทรดแล้วต้องทิ้งเวลาไปทำของ 5 บาท 10 บาท ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้เขาโมโห การเทรดมันมองอะไรหลายอย่างมาก ไม่เกี่ยวกับดวง และเราก็ไม่ใช่ตัวซวย บอกเขาไปเลยว่า ที่เขามาโทษเรา มาบอกว่าเราเป็นตัวซวย เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกัน

       เขาไม่ได้เติบโตมาเหมือนเรา เพราะบ้านเหมยเลี้ยงให้เหมยต้องต่อสู้ มันก็บังคับให้เหมยต้องเติบโตขึ้นไปอีก ฉะนั้นเราจะบังคับให้เขาปรับตัวไม่ได้ มีแค่เอากับไม่เอาคนนี้ เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ แต่มันจะมีกรณีหนึ่ง คือเขาเลิกกับคนที่ 3 คนที่ 4 ประมาณคนที่ 5 ต่อไป เขาจะเริ่มโตแล้ว เขาจะเริ่มโตจากประสบการณ์ เพียงแต่ว่าเหมยดันเป็นคนแรกของเขา”

       สุดท้าย ‘ดีเจอั๋น’ ได้บอกว่า “พี่ว่าเราควรปรับทัศนคติกันก่อน พี่รู้สึกว่าเรากำลังโทษกันอยู่ เรายังไม่รู้เลยว่าเขาเทรดอะไร เพราะพี่ถามแล้วเหมยก็ตอบพี่ไม่ชัดว่าที่เขาทำอยู่คือเทรดอะไร แล้วเราไปว่าเขาไม่ดีแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาทำต้องไม่ผิดกฏหมายด้วย ตอนนี้เขาอาจจะยังเทรดไม่เป็น สักวันเขาอาจจะรู้วิธีการเทรดที่ถูกต้องแล้วประสบความสำเร็จก็ได้ ปัญหาหลัก ๆ คือเขาไปโกหกคุณพ่อคุณแม่

       เราไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะเขาเทรดแล้วเจ๊งเท่ากับเขาไม่โต ลองสมมติว่าถ้าวันหนึ่ง เขาบอกว่าเขาจะไม่เทรดแล้วไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เขาขยันมาก ตั้งใจทำมาก แต่สุดท้ายเจ๊ง เงิน 3 แสนหมดเหมือนกัน เราจะยังคิดว่าเขาโตแล้วใช่มั้ย

       ทำสิ่งที่ต้องทำของใครของมันไป อย่าไปดูถูกความฝันเขา แล้วก็บอกเขาว่าอย่ามาว่าเรา อย่ามาดูถูกความฝันเราเช่นกัน ค่อย ๆ โตไปด้วยกันแบบมีความรู้และเหตุผลดีกว่า”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

02 ก.ย. 2025

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไรซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกันแต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอดแต่ผู้หญิงคนนี้เขาก็มีแฟนแล้วนะคะ หรือ หนูคิดมากไปเอง หลังๆมานี้ ไม่ได้แค่เล่าให้ฟังแล้วเขาขับรถไปรับ นั่งมาทำงานด้วยกันบ่อยๆ จะทำยังไงให้เขาเลิกพูดถึงผู้หญิงคนนี้สักทีโดยที่เราเองจะดูเป็นคนรักที่ไม่งี่เง่าเกินไป เพราะเขาอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเฉยๆก็ได้... “คุณเจ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [27 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนชอบเอาเรื่องของรุ่นพี่ในที่ทำงานมาเล่าเยอะเกินไป จนเรารู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราและไม่ชอบใจเท่าไหร่ โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 6 ปี หนูกับแฟนอยู่คนละจังหวัดกัน แต่ละเดือนจะเจอกันแค่ประมาณ 2-3 ครั้ง แฟนชอบเล่าเรื่องของพี่ที่ทำงานให้ฟังทุกวัน แฟนหนูเขาทำงานที่นี่มาก่อน แล้วรุ่นพี่เขามาทำงานทีหลัง เขาสนิทกันเพราะว่าเขาอยู่ห้องพักใกล้กัน แฟนหนูเป็นผู้หญิง พี่เขาก็เป็นผู้หญิง เขาไปทำงานและกินข้าวด้วยกันทุกวันแบบนี้มาประมาณ 1 ปี แรก ๆ แฟนหนูเขามาชมพูดเขาให้ฟังว่าพี่เขาเก่ง มีอะไรแฟนหนูก็จะปรึกษาพี่คนนี้ตลอด หนูก็ดีใจเพราะก่อนหน้านี้แฟนหนูไม่ค่อยสนิทกับคนในที่ทำงาน แต่พักหลังแฟนหนูชอบมาเล่าให้ฟังว่าพี่เขาเป็นยังไง ซื้อของอะไรมาใหม่ แล้วก็เล่าว่าพี่เขาพาไปดูน้ำหอมกัน หนูเคยพูดเรื่องน้ำหอมกับแฟนไปหลายครั้งมาก แต่เหมือนเขาไม่เคยสนใจ จนกระทั่งพี่คนนี้เขาพูด เขากลับก็สนใจขึ้นมาเลย หนูเลยคิดว่าทำไมเขาไม่สนใจสิ่งที่หนูพูดบ้าง เพราะหนูก็เคยพูดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่หนูไม่เคยบอกเขาว่าหนูไม่ชอบแล้วก็ไม่ได้อยากฟังเรื่องของพี่คนนี้ อย่างล่าสุดหนูเคยส่งร้านอาหารไปให้เขาดูว่าอยากกินร้านนี้ แต่เขาไปกินกับพี่คนนั้นแทนที่ีจะไปกินกับหนู หนูแค่ไม่ชอบที่แฟนเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าให้เราฟัง หนูไม่กล้าพูดกับเขากลัวว่าเขาจะหาว่าเราคิดเล็กคิดน้อย กลัวเขาจะเสียใจ อยากรู้ว่าจะทำยังไงดีให้หนูสบายใจขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยินดีไปกับเขาว่าเขาเจอคนที่สนิทมากคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเจอในที่ทำงาน พี่ว่าคบกันมา 6 ปี พูดตรง ๆ ได้เลยว่า เราเชื่อมั่นในตัวเขา แต่การกระทำของเขาทำให้เรารู้สึกสำคัญน้อยลงเรา แต่ไม่ถึงกับต้องให้เขาเลิกคบกัน เราอาจจะต้องลองมาปรับความสัมพันธ์ของเรากันใหม่ แต่พี่ว่าสุดท้ายควรต้องพูด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะบอกว่าไม่ต้องพูด แล้วเก็บศัตรูให้ใกล้ตัวที่สุด ถ้าวันหนึ่งเขาพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นมามันก็เป็นไปได้ อย่างน้อยเขาก็เล่าให้เราฟังตลอด แต่ถ้าเจรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจริง ๆ แต่เรื่องนี้มันกวนใจมันก็เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะมีหึงหวงกันบ้าง ถ้าคบกับด้วยความเข้าใจ เขาก็คงเข้าใจแหละ สุดท้ายมันก็ต้องช่วยกันหาทางออก’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยสนิทกับใคร พอเขามีเพื่อนเขาเลยอยากเล่าให้เราฟัง ก็บอกกับเขาไปตรง ๆ เลยว่า เรายินดีกับเขานะที่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่ช่วยเราลดเรื่องของเขาให้น้อยลงหน่อย แล้วหันมาพูดเรื่องของเราสองคนให้มากขึ้น แล้วความสัมพันธ์ของเราก็จะดีขึ้นด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

28 ต.ค. 2024

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติ เค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลย พี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้

ทำงานขายของฝาก เฝ้าร้านกันอยู่สองคน หนูกับพี่ที่อายุ 30 แล้ว แต่พอเค้าเจอลูกค้าต่างชาติเค้าวิ่งหนีมาหาหนู ให้หนูพูดอยู่คนเดียว เค้าเคยหาคอร์สภาษาบอกให้หนูไปเรียน แต่เค้าไม่กระตือรือร้นเลยพี่เจ้าของร้านก็ยังเก็บเขาไว้ เพราะเขาขายคนไทยได้ ใกล้ high season แล้วทำไงดีคะ? “คุณนก (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [23 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานไม่ยอมใช้ภาษาอังกฤษ โดย “คุณนก (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘งานที่หนูทำคือเป็นงานค้าขาย/ขายของโซนทะเล ภาคตะวันออก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ แล้วช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ฝรั่งเข้ามาเยอะมาก เวลาที่ลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามา พี่ที่ทำงานอายุ 30 กว่าๆ เขาไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ซึ่งเขาจะเลี่ยงให้หนูไปขายของ ไปคุยกับฝรั่งแทน แต่พอลูกค้าคนไทยเข้ามาซื้อ เขาก็ขายปกติ แต่เขาก็ไม่ได้ดูเป็นคนขี้เกียจ หนูก็เคยแนะนำให้เขาใช้มือถือ ใช้ Google หรือไปซื้อหนังสือมาอ่าน เขาก็ไม่เอา ส่วนเจ้านายก็เคยแนะนำเขาแล้วเหมือนกัน เลยทำให้หนูรับภาระมากขึ้นประมาณนึง และก็มีฝรั่งบางคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ต้องแปลเป็นภาษาอื่น เคยมีเหตุการณ์นึงมีฝรั่งมาซื้อของแล้วถามว่าชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่? เขาก็เดินมาตามหนู และบอกให้หนูแปลให้หน่อย เขาฟังไม่ออก แต่ก็มีครั้งนึง เพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึงเดือนพี่เขาแนะนำแอปพลิเคชันเรียนภาษาอังกฤษให้หนู เขาบอกว่าไปเจอมาจากใน Facebook / Tiktok มันเป็นแบบทดลองเรียนฟรี หนูก็เลยลองไปทดลองเรียนตามที่เขาบอก แล้วหนูก็ไปบอกเขาว่าหนูเรียนมาแล้วนะ มันเป็นแบบนี้ มันดีมากเลยนะ ได้คุยกับฝรั่งด้วย เขาบอกเขาไม่เอา เขาไม่กล้าลอง สำหรับหนู ถามว่าคุยกับฝรั่งได้ไหม? ก็พอคุยได้ แบบเบสิคๆ สามารถสื่อสารในการขายของได้ แต่ถ้าเป็นคำถามที่ยากเกินไปหนูไม่เข้าใจ หนูก็ยังพยายามเปิด Translate แต่ทำไมพี่คนนี้เขาไม่เอาภาษาเลย ส่วนเงินเดือนเราก็เท่ากัน หนูทำงานก่อนเขา ได้ทำงานด้วยกันประมาณปีนึง เลยอยากจะถามพี่ๆดีเจว่าหนูอยากให้เขาไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเบสิค ง่ายๆ เพื่อเอาไว้ใช้ขายของ หนูจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหายื่นคำขาดให้แฟนมาขอแต่งงานภายในครึ่งปีหน้า เราทำมากเกินไปมั้ยคะ? “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานาน 11 ปีแล้ว แฟนอายุ 30 เป็นคนเจ้าชู้ คุยกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ แต่ทุกครั้งที่หนูจับได้ เขาก็จะหยุดคุย แล้วเลือกกลับมาอยู่กับหนูตลอด พอคบกันเข้าสู่ปีที่ 8 หนูเริ่มถามเขาตรง ๆ ว่า “มีแพลนจะแต่งงานบ้างไหม” เพราะหนูรู้สึกว่าหนูอยากแต่ง แต่ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตอะไร แค่อยากให้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายได้นั่งกินข้าวด้วยกันแลกแหวนง่าย ๆ ให้รู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็พอได้ ช่วงแรกเขาก็ตอบว่า “เดี๋ยวจะแต่ง” แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป พอมาช่วงหลัง ๆ เขาก็บอกว่า “ยังไม่พร้อม อยากมีเงินเก็บมากกว่านี้ก่อน” แต่ปัญหาคือ.. เราทำธุรกิจร่วมกัน รายได้ก็ใกล้เคียงกัน เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยามานานแล้ว ในมุมของเขา หนูก็พยายามเข้าใจ คิดว่ามันอาจเป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชาย ที่เขาอยากมีมากกว่านี้ก่อนจะมาขอหนูแต่งงาน แต่สิ่งที่หนูอยากได้ มันไม่ได้ใหญ่โตเลย หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องจ่ายทุกอย่างคนเดียวด้วย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็มีถามบ้างว่าเมื่อไหร่จะแต่ง แม่ฝั่งหนูเองยังบอกเลยว่า ไม่ต้องเอาสินสอดก็ได้ เพราะเห็นว่าเราสู้ทำธุรกิจมาด้วยกันตลอด แต่พอคบกันนานขึ้น หนูเริ่มรู้สึกว่าเราสองคนเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่าคนรัก หนูแอบคิดว่าถ้าเราได้เปลี่ยนสถานะอะไรบางอย่าง ความรู้สึกมันอาจจะดีขึ้นแต่เขาก็ยังไม่ขยับอะไรเลย หนูเริ่มถามตัวเองว่าหรือจริง ๆ แล้ว…เรากำลังมองปลายทางไม่เหมือนกัน ทุกครั้งที่หนูคุยเรื่องแต่งงาน หนูจะรู้สึกว่าอาการเขาไม่ค่อยดี หนูเลยถามว่าโอเคไหม แล้วคำตอบที่ได้กลับมาคือเขาบอกว่า “ใจนึงก็อยากปล่อยหนูไปให้ไปเจอคนที่ดีกว่า” หนูก็เลยบอกเขาว่า ถ้ายังรักกัน เราก็จับมือกันนะ ลองกลับมาใส่ใจกันใหม่ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะหนูก็รู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่แค่ภาพของการแต่งงาน…เราไม่เหมือนกัน จนวันนึงมีเพื่อนพูดกับหนูว่า “สรุปแล้ว เขาเป็นคนรัก หรือเป็นแค่เพื่อนร่วมงานของหนู?” ประโยคนี้ทำให้หนูกลับมาคิดหนักมากว่า ชีวิตคู่ของหนูตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่ามันจะผิดไหมคะ…ถ้าหนูตั้งเส้นตายให้ตัวเอง ว่าถ้าภายในครึ่งปีหน้า เขายังไม่ขอหนูแต่งงาน หนูจะเลือกเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจมาก ๆ เพราะตัวเองก็เคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน บางความสัมพันธ์มันไม่ได้จบเพราะไม่รักนะ แต่มันจบเพราะเรามองปลายทางไม่เหมือนกัน ถ้าบีคิดจะตั้งเส้นตาย มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่อยากให้ลองคุยให้ชัด ๆ ไปเลยว่า สรุปแล้วปลายทางของเราตรงกันไหม ถ้ามันตรงกัน การรอก็ยังพอมีความหมาย แต่ถ้ารอไปแล้วสุดท้ายปลายทางไม่เหมือนกัน การเดินออกมาก็อาจจะดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ตรง ๆ เลยว่า คบกันมา 11 ปี มันนานมากแล้ว ถ้าเป็นหอม จะไม่เลือกอยู่รอ เพราะมันเสียเวลา การที่เราถามเรื่องแต่งงาน แปลว่าเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร แต่ถ้าเขายังไม่ตอบให้ชัด มันก็แปลว่าเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา ถ้าเขาไม่ได้อยากมีเราอยู่ในชีวิต ก็ควรพูดตรง ๆ จะได้ไม่ต้องรอกันไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เพราะคำตอบที่ได้ อาจจะเป็นการเลิกกันก็ได้ เขาอาจรักเรา แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตมันไม่ตรงกัน ยังไงก็ไปต่อกันไม่ได้’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ตัวเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน แต่พอแฟนอยากแต่ง ก็เลือกตกลงเพราะในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย อยากให้บีกลับไปถามตัวเองกับเขาให้ชัดว่าเขาลังเลอะไร หรือจริง ๆ แล้วในใจเขาอาจไม่ได้เห็นภาพว่าจะอยู่กับเรายาว ๆ ยิ่งพื้นฐานเขาเป็นคนเจ้าชู้ บีก็อาจไม่ใช่คนสุดท้ายที่เขาจะหยุดด้วย สุดท้ายแล้ว บีต้องคุยกับเขาให้ได้คำตอบจริง ๆ เพราะคำตอบนั้นแหละ จะบอกเองว่าเราควรรอ หรือควรพอแค่นี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

16 ม.ค. 2026

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรม เราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมา จนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปี เรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมา แล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ?

ตอนไปเดตแรกกับแฟนฝรั่ง เขาบอกว่าไม่ชอบคนทำศัลยกรรมเราเลยไม่กล้าบอกว่าเราทำจมูกมาจนตอนนี้ก็ไม่คิดว่าจะคบกันมาได้ถึง 2 ปีเรื่องนี้ติดอยู่ในใจเรามาก จะบอกเขาดีมั้ยคะว่าเราทำจมูกมาแล้วถ้าจะบอก ควรหาจังหวะไหนบอกดีคะ? ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจก๊อตจิ-ดีเจต้อนหอม’ เรื่องที่ตนนั้นรู้สึกกังวลใจ จะบอกแฟนดีหรือไม่ ว่าเราทำศัลยกรรมมา กลัวว่าเขาจะไม่ชอบเรา ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า ตอนอายุ 23-24 ปี ได้ตัดสินใจทำศัลยกรรมจมูก หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เวลามีคนคุยหรือมีแฟน ไม่ว่าจะคนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ยกประเด็นขึ้นมาพูด เช่น หากพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรม ตนก็จะบอกไปว่า “รู้มั้ยว่าเราก็เคยทำศัลยกรรมมา” ซึ่งทุก ๆ คนก็ไม่ได้มีปัญหา หรือมีท่าทีเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี แต่ปัจจุบันคุณพิ้งค์มีแฟนที่คบกันมา 2 ปี เป็นชาวต่างชาติจากทางยุโรป ซึ่งเขาก็เป็นคนดี ดูแล เทคแคร์ สม่ำเสมอดีมาตลอด แต่ตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนของคุณพิ้งค์ยังไม่เคยรู้ว่าเธอทำศัลยกรรมจมูก เหตุที่เธอไม่กล้าบอกและไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเพราะตั้งแต่วันแรกที่ไปเดตกัน โต๊ะข้าง ๆ คือโต๊ะของผู้หญิงชาวต่างชาติที่ดูออกได้เลยว่าน่าจะทำศัลยกรรมมาเยอะ และแฟนของคุณพิงค์ก็พูดขึ้นมาว่า “เห็นผู้หญิงโต๊ะนั้นมั้ย ผมน่ะ ไม่ค่อยชอบคนที่ทำศัลยกรรมเท่าไหร่เลย” นั่นทำให้คุณพิ้งค์พูดกับตัวเองในใจว่า ‘เอ๊ะ เราเองก็ทำศัลยกรรมาเหมือนกันนี่’ แต่ก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อ เพราะเป็นการเดตครั้งแรก และยังไม่ได้คิดว่าต้องสานสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็เข้ากันได้ และระหว่างนั้นก็มีประเด็นเกี่ยวกับศัลยกรรมเข้ามาให้ได้พูดถึงบ้าง และทุกครั้งคุณพิ้งค์จะพยายามปัดออก ไม่อยากพูดถึง กลัวแฟนจะถามว่าเธอเคยทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า หรืออยากทำมั้ย และกลัวว่าจะโกหก เพราะไม่อยากให้เขาผิดหวัง แต่การที่ปิดบังแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าไม่ซื่อสัตย์กับแฟน รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ควรจะบอกแฟน คือสิ่งที่คนเป็นแฟนควรรู้ แต่ถ้าบอกความจริงไป ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป ทำให้เรื่องนี้ยังติดอยู่ในใจคุณพิ้งค์มาตลอด เธอจึงอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ดีเจว่า “มีมุมมองอย่างไรกับเรื่องนี้ จะทำอย่างไรต่อไปดี จะบอกแฟนดีมั้ย? ควรบอกในจังหวะไหนดี? หรือไม่ควรบอก จนกว่าเขาจะถามดีคะ” เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จากเหตุการณ์ของคุณพิ้งค์ ที่มี Trigger ในตอนที่แฟนพูดว่า ไม่ชอบคนทำศัลยกรรมตั้งแต่เดตแรกจนทำให้ไม่กล้าบอก ก็สามารถเข้าใจได้ แต่ถ้ามาบอกความจริงตรง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันคือการหักหลังหรือไม่ซื่อสัตย์ แต่กลับกันถ้าเกิดว่าผู้ชายเคยถามว่าพิ้งค์ทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า แล้วพิ้งค์ตอบว่าไม่เคย แต่มาบอกทีหลังว่าเคยทำ อันนี้อาจจะมีนิดนึงที่ “เอ๊ะ ทำไมต้องโกหกกันล่ะ” แต่สุดท้ายพี่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ พี่ไม่เลิกกับแฟนด้วยเหตุผลนี้ มันเข้าใจได้ แต่ถ้าพี่ชอบพิ้งค์ในแบบที่เป็นหน้านี้ ไม่อยากให้เปลี่ยน เมื่อพิ้งค์มาสารภาพ พี่ก็อาจจะถามต่อว่า พิ้งค์จะทำต่ออีกมั้ย พี่ไม่อยากให้ทำแล้ว พิ้งค์โอเคมั้ยเท่านั้น ฉนั้นพี่คิดว่าพิ้งค์สามารถบอกแฟนได้นะ” ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ พูดว่า “จากเหตุการณ์เดตแรกวันนั้น พิ้งค์บอกว่าผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ เป็นคนที่เห็นแล้วรู้ได้เลยว่าทำศัลยกรรมาเยอะ มันก็อาจจะแปลว่า ผู้ชายเขาหมายถึง เขาไม่ชอบคนที่ทำศัลยกรรมจนเว่อร์เกินไปหรือเปล่า สำหรับพี่ หนูคบกันมาตั้ง 2 ปี เขาน่าจะรักหนู เราน่าจะคุยกันได้นะ เพราะหนูทำศัลยกรรมมาแล้วหนูสวย หนูดูเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าคนรักกัน คบกันมาดีทุกอย่าง แต่จะเลิกกับหนูเพราะแค่หนูทำจมูก หนูเลิกไปเถอะ’ สุดท้ายต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมไปว่า “พิ้งค์อย่ากังวลเลย ชาวต่างชาติไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้นหรอก พี่ว่าเขาซีเรียสกับคนที่ทำเยอะเกินไปจริง ๆ มากกว่า ถ้าเกิดเขามองว่ามันคือเรื่องใหญ่ เขาไม่ชอบการศัลยกรรมจริง ๆ เขาต้องถามพิ้งค์ตั้งแต่วันแรกที่เจอกับพิ้งค์แล้วว่าทำมาหรือเปล่า แต่วันนี้เขาอยู่กับพิ้งค์ในวันที่พิ้งค์เป็นแบบนี้ แปลว่า เขาชอบพิ้งค์ไปแล้ว ชอบที่เป็นแบบนี้ ชอบที่เราเป็นเราแล้ว แต่ว่าจะหาจังหวะบอกเขายังไง อาจจะต้องหาจังหวะประมาณว่า “อุ้ย…เธอ จมูกผู้หญิงคนนี้สวยจัง” แต่ถ้าเขาตอบมาว่า “ไม่เอา ไม่ชอบคนทำจมูก” เราก็ค่อยใช้จังหวะนั้นบอกไปว่า “แต่ฉันมีอะไรจะบอก จริง ๆ แล้วจมูกฉันก็ทำนะ” ใช้วิธีนี้ก็ได้ อย่างที่ก๊อตจิบอกเลยว่า ถ้าผู้ชายไม่มีเหตุผลขนาดที่จะเลิกกับหนูเพราะแค่เรื่องทำจมูก ก็เลิกไปเถอะ แล้วช่วงนี้กำลังข้าวใหม่ปลามัน พี่ว่าเขาจะเข้าใจ รับได้ทุกอย่างแหละ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-