แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

08 พ.ค. 2026

แฟนไม่ยอมโต วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม เทรดเจ๊งซ้ำ ๆ

ใช้ชีวิตไร้ทิศทางจนเริ่มเหนื่อยใจแล้วค่ะ

อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้ จะบอกเขายังไงดีคะ

       ‘คุณเหมย’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาชีวิตคู่ที่พบเจอกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนของเธอนั้นเป็นคนไม่คิดถึงอนาคต จะพึ่งแต่เงินของพ่อแม่ ไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่

       โดย ‘คุณเหมย’ เล่าว่า เธอคบและใช้ชีวิตอยู่กินกับแฟนมา 4 ปี ตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้อายุ 22 ปี ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยก็จะมีการฝึกงาน แต่แฟนก็เลือกที่จะให้พ่อเอาชื่อเข้าบริษัทของครอบครัวตัวเอง และเอาไปยื่นฝึกงานกับมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริง ๆ แล้วนั้นไม่ได้ฝึกงานหรือทำงานอะไรเลย วัน ๆ เอาแต่นอนเช้า ตื่นเย็น เล่นเกม และใช้เวลาไปกับการนั่งเทรด ใช้เงินพ่อแม่ไปวัน ๆ 

       มีช่วงหนึ่ง ที่พ่อเขาแฟนให้เงินมา 300,000 บาท เพื่อให้ไปลองเทรด แฟนก็เอาไปเทรดจนมีเงินเข้าออกบัญชีประมาณเกือบล้านบาท แต่สุดท้ายก็หายไป แต่แม้จะหมดไปมากเท่าไหร่ แฟนก็ยังไม่เลิกเล่นเทรดสักที อีกทั้งยังคงยืนยันว่าจะเล่นต่อไป พร้อมบอกว่า ตนนั้นไม่อยากทำงานเป็นลูกน้องหรือเป็นขี้ข้าใคร

       ในด้านอื่น ๆ คุณเหมยก็ได้บอกว่า แฟนดูแลและซัพพอร์ตเธออยู่เสมอ เพียงแต่เงินที่เอามาซัพพอร์ตก็คือเงินของพ่อแม่ที่ได้มารายเดือน ซึ่งจำนวนเงินไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตของคนสองคน และปกติตัวคุณเหมยก็เป็นคนทำงานหาเงินอยู่แล้ว เพราะทางครอบครัวช่วยซัพพอร์ตค่าเทอมเท่านั้น ค่าใช้จ่ายการใช้ชีวิตต่าง ๆ จึงต้องหาเองทั้งหมด ซึ่งแรก ๆ แฟนก็ช่วยเธอทำงานหาเงินมาตลอด แต่ในช่วงนี้ที่แฟนเริ่มมาเล่นเทรด แฟนก็ดูเปลี่ยนไปเริ่มมีการดุด่า พูดจาดูถูกใส่เธอว่า “ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย” บ้าง ว่าคุณเธอเป็นตัวซวยบ้าง มาขัดจังหวะการเทรดบ้าง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยขึ้น

       คุณเหมยเล่าอีกว่า เธอนั้นเคยถามแฟนไปว่า “ถ้าวันนึงพ่อแม่เธอไม่อยู่แล้ว เธอจะทำไงต่อไป” แฟนตอบ “เค้าก็ไม่รู้ เค้าก็ไม่อยากจะคิด ก็คงตายตามไปแหละ” ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ถามคำถามนี้ แฟนก็ยังคงตอบแบบนี้นี้อยู่ตลอด ทำให้เธอนั้นเริ่มจะเชื่อว่าแฟนคิดแบบนั้นจริง ๆ และจะไม่พึ่งพาอะไรด้วยตัวเองแล้วจริง ๆ จึงได้มีคำถามมาปรึกษาปัญหากับเหล่าดีเจว่า “พอจะมีทางเตือนสติแฟนยังไง อยากให้แฟนโตขึ้น ใช้เงินคิดหน้าคิดหลัง และพึ่งพาตัวเองให้มากกว่านี้”

       หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบเหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความเห็นของแต่ละคน โดยเริ่มที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้บอกว่า “เรื่องที่เขาบอกว่า ขายของได้กำไร 5 บาท 10 บาท ชาติไหนจะรวย เพราะชีวิตเขาไม่เคยลำบาก ซึ่งการเทรดทองหรือหุ้นถ้ามันได้เงินจริง ๆ ในแง่ของความเป็นจริง มันจะได้เงินเยอะกว่าการขายของจริง ๆ

       พี่เข้าใจว่าเขาพูดแบบนั้นเพราะชีวิตเขาคือลูกคนรวย เขาอาจจะไม่ได้ดูถูกสิ่งที่หนูทำ หรืออาจจะดูถูกอยู่ก็ได้ในตอนนั้น แต่พี่รู้สึกว่าหนูคนสองมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน เติบโตกันมาคนละแบบ

       ในส่วนของคำถามพี่ว่าต่อให้บอกยังไงเขาก็ไม่เลิก เพราะเขาเห็นว่าสิ่งนี้มันทำแล้วได้เงิน อีกอย่างเงินก็เป็นเงินของพ่อแม่เขา พี่ว่ายากมากที่เขาจะเลิก จนกว่าครอบครัวเขาจะต้องไม่อยู่แล้วตามที่เราเคยถามเขา ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เขาก็คงมี 2 ทางเลือกคือเหมือนที่เขาบอกว่าจะไปตามพ่อแม่ไป กับอีกทางคือวันนั้นเขาจะคิดได้เอง ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่ใช่ความมั่นคงในระยะยาว

       พี่คิดว่าถ้าเขายังเทรดอยู่ แล้วยังอยากจะอยู่กับเขา เหมยต้องทำใจ เพราะเขาไม่น่าจะเปลี่ยนได้ง่าย ๆ”

       ต่อมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “งานที่เหมยทำ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบ อย่างที่พี่เติ้ลบอก เวลาคนที่เขาเทรดแล้วต้องทิ้งเวลาไปทำของ 5 บาท 10 บาท ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้เขาโมโห การเทรดมันมองอะไรหลายอย่างมาก ไม่เกี่ยวกับดวง และเราก็ไม่ใช่ตัวซวย บอกเขาไปเลยว่า ที่เขามาโทษเรา มาบอกว่าเราเป็นตัวซวย เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกัน

       เขาไม่ได้เติบโตมาเหมือนเรา เพราะบ้านเหมยเลี้ยงให้เหมยต้องต่อสู้ มันก็บังคับให้เหมยต้องเติบโตขึ้นไปอีก ฉะนั้นเราจะบังคับให้เขาปรับตัวไม่ได้ มีแค่เอากับไม่เอาคนนี้ เราไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ แต่มันจะมีกรณีหนึ่ง คือเขาเลิกกับคนที่ 3 คนที่ 4 ประมาณคนที่ 5 ต่อไป เขาจะเริ่มโตแล้ว เขาจะเริ่มโตจากประสบการณ์ เพียงแต่ว่าเหมยดันเป็นคนแรกของเขา”

       สุดท้าย ‘ดีเจอั๋น’ ได้บอกว่า “พี่ว่าเราควรปรับทัศนคติกันก่อน พี่รู้สึกว่าเรากำลังโทษกันอยู่ เรายังไม่รู้เลยว่าเขาเทรดอะไร เพราะพี่ถามแล้วเหมยก็ตอบพี่ไม่ชัดว่าที่เขาทำอยู่คือเทรดอะไร แล้วเราไปว่าเขาไม่ดีแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เขาทำต้องไม่ผิดกฏหมายด้วย ตอนนี้เขาอาจจะยังเทรดไม่เป็น สักวันเขาอาจจะรู้วิธีการเทรดที่ถูกต้องแล้วประสบความสำเร็จก็ได้ ปัญหาหลัก ๆ คือเขาไปโกหกคุณพ่อคุณแม่

       เราไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะเขาเทรดแล้วเจ๊งเท่ากับเขาไม่โต ลองสมมติว่าถ้าวันหนึ่ง เขาบอกว่าเขาจะไม่เทรดแล้วไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เขาขยันมาก ตั้งใจทำมาก แต่สุดท้ายเจ๊ง เงิน 3 แสนหมดเหมือนกัน เราจะยังคิดว่าเขาโตแล้วใช่มั้ย

       ทำสิ่งที่ต้องทำของใครของมันไป อย่าไปดูถูกความฝันเขา แล้วก็บอกเขาว่าอย่ามาว่าเรา อย่ามาดูถูกความฝันเราเช่นกัน ค่อย ๆ โตไปด้วยกันแบบมีความรู้และเหตุผลดีกว่า”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

28 เม.ย. 2023

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

“คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่ปี 2556 สถานะของเราคือหมั้นกันแล้ว และเริ่มสร้างครอบครัว มีบ้าน มีรถด้วยกัน แบบกู้ร่วม ต่างคนต่างทำงาน ระหว่างนั้นเขาก็ดูแลหนูดีมากๆ ซักชุดชั้นในให้หมด ทำกับข้าวไว้รอ เขาจะมีวันหยุดเยอะกว่าหนู เขาเลยทำให้หมดเลย แต่เดือนมิถุนายน ปี 2565 ที่ผ่านมา เขาประสบอุบัติเหตุหนัก เส้นเลือดในสมองแตก กะโหลดหน้ายุบ แขนขวาใช้งานไม่ได้ ทำให้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้... ภาระที่กู้ร่วมกันทุกอย่างตกมาที่หนูหมดเลย ก่อนหน้านี้แม่แฟนก็ยื่นมือมาช่วยดูแลเขา และช่วยเรื่องรายเดือนไปก่อน จนช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อจะไปเรียน เพราะหนูได้ทุน และรอโอกาสนี้มานานแล้ว ระหว่างที่เรียนก็ยังมีเวลา หนูเลยเรียนไปด้วย ดูแลเขาไปด้วย เพราะหนูเรียนแค่ช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ - ศุกร์ หนูดูแลเขาตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ช่วงที่เขาอยู่โรงพยาบาลประมาณเดือนกว่าๆ และกลับมาพักที่บ้านต่อ แต่มันมีผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ น้ำเสียง หน้าตา นิสัยเขาเปลี่ยนไปทุกอย่างเลย เขาจำหนูได้ แต่มีปัญหาเรื่องความรู้สึก อารมณ์อ่อนไหว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นช่วงที่ต้องกายภาพ และมันต้องใช้เวลามากๆ หนูก็ทำทุกอย่างเลย ทั้งเอาหมอมาฝังเข็ม ไม่ว่าจะเป็น หมอการแพทย์ หมอบ้าน หมอผี เอามาหมด หลังจากนั้นอาการเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากป่วยติดเตียง กลับมาเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แขนขวาใช้ไม่ได้ เพราะต้องรอผ่าตัดกระดูกก่อน จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาล้มแบบวูบ ทรุดไปเลย หนูก็พาไปหาหมอ สรุปเขาเป็นเส้นเลือดในสมองแตกอีกครึ่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาหนักมาก พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ป่วยติดเตียงไปอีกรอบนึงเลย ซึ่งระหว่างที่เขาป่วยหนูก็ดูแลเขาเต็มที่ แม่แฟนก็ช่วยบ้าง และช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจออกไปทำงานกลางคืน เป็นเด็กเอนเตอร์เทน ได้เงินมาทีละ 2 – 3 พัน แต่ไม่ได้ไปบ่อย เพราะเรื่องเรียนหนูก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พอหนูไปทำงานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา เขาเข้าหาหนูโดยการจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 15,000 บาท ต้องไปเจอเขาทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไปกินข้าวด้วยกันปกติ เขาก็มีของขวัญมาให้ตลอด แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหนูมีแฟนที่ป่วย หลังๆมา เหมือนเขาเริ่มอยากจะจริงจังกับหนู เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากทำร้ายคนป่วยเหมือนกัน แต่สงสารหนู อยากดูแลหนูเหมือนกัน เขาพร้อมดูแลและซัพพอร์ตหนู เขาอยากให้หนูชัดเจน เคลียร์ไปชัดๆเลย เขาจึงยื่นข้อเสนอมาให้ว่า หนูจะอยู่กับเขาหรือกลับไปอยู่กับแฟนที่ป่วย? หนูกับผู้ชายคนนี้ เราทะเลาะเรื่องนี้กันมาตลอด เรื่องอื่นไม่เคยมีปัญหาเลย เหมือนเขาอยากเป็นตัวจริง แล้วก็นอยด์หนูว่าทำไมต้องมาหลอก หลังจากที่หนูได้เงินจากพี่เขา หนูก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย ตอนนี้หนูไม่แน่ใจเรื่องความรู้สึกเหมือนกัน หนูก็จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับแฟนที่ป่วยของหนูด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีคนเข้ามา แต่ก็ไม่ได้มีใครดีกว่าแฟนหนูสักคน หนูคิดว่าถ้าแฟนไม่ป่วย หนูน่าจะตัดสินใจได้ง่ายกว่านี้ เพราะหนูเลือกแฟนแน่นอน! แต่ตอนนี้แฟนป่วยมันก็เลยทำให้เป็นอุปสรรคใหญ่มากๆกับชีวิตหนู แฟนไม่เคยบอกให้ไปหาคนใหม่ มีแต่เขาบอกว่าอย่าทิ้งเขานะ และบ้านหลังแรกของเราก็ไม่ได้อยากให้ปล่อยบ้านไป ประเด็น คือ หนูทิ้งแฟนที่ป่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีใครเลย เขามีน้องชายอยู่ที่ต่างจังหวัด และพ่อกับแม่ก็อายุจะ 60 แล้ว บ้านเขาก็ไม่ได้มีฐานะด้วย และหนูก็ต้องซัพพอร์ตทางบ้านหนู แต่ช่วงที่หนูต้องดูแลเขา หนูก็ไม่ได้กลับบ้านตัวเองเลย...’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ว่า ‘ถ้าวันนี้ปุ้มทิ้งเขา ปุ้มแอบดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย เพราะคบกันมาเป็น 10 ปี นึกถึงวันนั้น ถ้าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเราแทน ปุ้มคิดว่าเขาจะทิ้งเรามั้ย? สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้จากที่ปุ้มโทรมาวันนี้ คือ รู้เลยว่าตอนนี้ปุ้มเหนื่อยมาก เหมือนแบกทุกอย่างไว้กับตัวหมดเลย ไม่ว่าจะเรียน ฝึกงาน ส่งเงินค่าบ้าน แม้กระทั่งจะต้องดูแลเขาอีก การที่หนูต้องไปทำงานกลางคืน ต้องไปเจอข้อเสนอนี้ มันก็เกิดจากความตั้งใจของหนูที่จะเอาเงินไปดูแลเขา ตอนนี้ให้โฟกัสที่แฟนที่ป่วยก่อน แนะนำให้เขากลับไปอยู่ที่บ้าน ให้พ่อแม่ดูแลลูกเขาแทน ส่วนเราออกไปทำงาน บ้านที่กู้ร่วมกันคือขายออกไป เคลียภาระให้หมด ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่เราจะทิ้งแฟนคนนี้ไป มันคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ไม่ได้บอกให้อยู่ตรงนี้ไปตลอด เพราะการที่จะเดินออกจากชีวิตใคร เราต้องคุยกับเขาก่อน ต้องได้รับความยินยอมจากเขาด้วย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นเราทิ้งเขา ต้องคุยและตกลงกัน ให้เป็นสถานพเพื่อนแล้วดูแลกัน ปุ้มจะไม่รู้สึกผิดเลย แต่ถ้าวันนี้ปุ้มเดินออกจากชีวิตเขา โดยที่ทิ้งเขาไป สิ่งนี้มันจะอยู่ในใจปุ้มไปตลอดชีวิตเลย... ส่วนผู้ชายคนใหม่ บอกให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้ยังคงทำไม่ได้ แต่ให้รอหน่อยได้มั้ย? ลองยืดข้อเสนอ ยืดเวลากับเขาดู แต่เราก็ไม่รู้อีกว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนใหม่ได้ยาวนานแค่ไหน ถ้าปุ้มอยากจะไปเริ่มใหม่จริงๆ อยากให้ประวิงเวลาไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้มากกว่านี้ เพราะนี่แค่ช่วงแรกๆที่คบกัน เขายังอดทนรอไม่ได้เลย เรามีปัญหาขนาดนี้ แต่เขายื่นคำขาดให้เราไปทิ้งแฟนซะ มันก็มีมุมไม่ดีที่อาจจะเตือนสติตัวเอง ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆดูไป ปุ้มลองไปคุยกับทางบ้านแฟน บอกเขาได้หมดเลยว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง มีคนเข้ามา มีคนเลี้ยงดูแล มีคนอยากให้ไปเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ปุ้มยังอยู่เพราะปุ้มรักแฟน ทางบ้านเขาก็ต้องช่วยอะไรบ้าง ความรักก็ใช่ แต่การดูแลคนป่วย เงินก็ต้องกิน ต้องใช้ เขาเองก็ต้องช่วยเหลือ เพราะนี่ก็คือลูกชายของเขา และเขาจะได้เข้าใจว่าการตัดสินใจครั้นี้มันยิ่งใหญ่กับการที่เรายังอยู่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ลองทำอะไรให้ภาระเหล่านี้มันเบาบางลง เพื่อให้เราได้รู้ว่าเรายังรักเขาจริงๆหรือเปล่า? แต่ถ้าวันหนึ่งที่มันไม่ไหวจริงๆ ทุกคนก็เคารพการตัดสินใจของหนู ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่ตัวหนู เพราะหนูต้องเป็นคนตัดสินใจ....’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

25 ส.ค. 2025

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวันหัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง1.เราทำงาน back office ใส่กระโปรงเลยหัวเข่ามาเกือบจะถึงตาตุ่มแล้ว เขายังบอกว่าเราแต่งตัวโป๊2.เขาตามโซเชียลเรา แล้วจะคอยตอบสตอรี่เรา บอกว่าทำไมเราไปพาน้องที่ทำงานเที่ยว เสียคนหมด3.ไปเข้าห้องน้ำ เขาจับเวลาว่าไปเกิน 10 นาที ทำไมถึงไปนาน 4.เขาสั่งห้ามไม่ให้หนูคุยอะไรกับใครถ้าจะคุยกับเพื่อนร่วมงาน ให้แชทพิมพ์กันเท่านั้น เขาบอกว่าหนูไปชวนคนอื่นคุยอยู่นั่นแหละจริงๆยังมีอีกหลายอย่างที่เจอ แต่ก็ยังอดทนทำอยู่ เงินดี สังคมดี เพื่อนร่วมงานดีทุกคน ติดที่หัวหน้าคนนี้คนเดียว “คุณแนท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่หัวหน้าชอบแซะและจับผิดเรื่องส่วนตัวและพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่มั่นใจในตัวเอง โดย “คุณแนท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่ง เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป ตอนเข้าทำงานใหม่ ๆ หัวหน้าก็ขอเพิ่มเพื่อนทางโซเชียลมีเดีย หนูก็รับไว้ตามปกติ แต่หลังจากนั้นพี่เขามักจะตอบกลับสตอรี่ของหนูในลักษณะประชดประชันหรือแซะ เช่น เวลาหนูลงสตอรี่ตอนออกไปเที่ยวกลางคืน เขาจะตอบกลับมาว่า "ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหรอ ไม่บาปเหรอ" หนูไม่รู้จะตอบยังไง เลยกดอีโมจิขำไป นอกจากนั้น เวลาเลิกงาน เขาก็มักจะชวนไปร้องคาราโอเกะหรือทานข้าวกัน วันหนึ่งหนูลงสตอรี่ตามปกติ ซึ่งในภาพมีเพื่อนที่แต่งตัวค่อนข้างเซ็กซี่ติดมาด้วย พี่เขาก็ตอบกลับมาว่า "นี่เธอพาเพื่อนใจแตกเหรอ พาไปที่อโคจรแบบนั้น" หนูรู้สึกไม่โอเคเลย เลยเอาข้อความให้เพื่อนดู ทุกคนก็บอกว่ามันเกินไปแล้ว พี่เขาเป็นคนที่พูดจาแรง ชอบแซะและติคนอื่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับหนูที่เป็นลูกน้อง เหมือนจะโดนมากกว่าคนอื่น หนูเองก็ชอบเที่ยวบ้างในวันหยุด ซึ่งหนูมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด และไม่เกี่ยวกับการทำงาน เรื่องไม่จบแค่นั้น ที่ออฟฟิศเขาก็มักจะพูดย้ำถึงเรื่องที่หนูไปเที่ยว เช่น "เห็นวันก่อนพาเพื่อนไปเที่ยวมา ใส่เสื้อโป๊มากเลย พาเพื่อนใจแตก" เขาติหนูทุกเรื่อง ทั้งที่การทำงานของหนูไม่ได้พบเจอลูกค้าเลย แต่เขากลับตำหนิการแต่งตัวของหนู มีอยู่วันหนึ่งหนูใส่เสื้อครอปสีดำ กับกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ซึ่งพอหนูเป็นคนตัวเตี้ย กางเกงมันก็เกือบจะยาวถึงตาตุ่ม หนูก็มั่นใจเพราะคนอื่นในออฟฟิศก็แต่งแบบนี้ บางคนใส่กระโปรงสั้นกว่าหนูอีก แต่พอหนูมาถึงออฟฟิศ เขาเรียกหนูแล้วพูดว่า "แต่งตัวอะไรเนี่ย นี่กระโปรงหรือกางเกง?" แล้วก็สั่งให้หนูหมุนตัว หนูคิดว่าเขาจะชม เลยยอมหมุน แต่เขากลับพูดว่า "แต่งตัวตลกมาก" หนูหน้าเสียเลยกลับไปนั่งที่โต๊ะ พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็งงว่า "มันตลกตรงไหน?" แต่หัวหน้ากลับเดินมาหาอีกแล้วบอกว่า "เดี๋ยวน้องถ่ายรูปให้ manager ดูด้วยนะว่าใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน" หนูก็บอกว่า “มันไม่สั้นนะ มันเกือบถึงตาตุ่มแล้ว” เพื่อนก็ช่วยปกป้องว่ามันไม่ใช่กางเกงขาสั้นจริง ๆ เขาก็ยังจะให้ถ่าย หนูเลยปฏิเสธว่า “ไม่สะดวก” เขาก็เดินกลับโต๊ะตัวเองไป ทั้งที่บริษัทไม่มีนโยบายเรื่องการแต่งตัว ทุกคนแต่งตัวตามสบาย บางคนใส่สายเดี่ยวมาทำงานด้วยซ้ำ หลังจากนั้นมีการปรับระบบให้นั่งตามทีม หนูก็ต้องย้ายมานั่งกับหัวหน้า เขาไม่ยอมให้เพื่อนคุยกับหนูเลย ต่อให้คุยเรื่องงาน ก็ต้องพิมพ์คุยอย่างเดียว วันหนึ่งหนูไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งรู้ว่าเขาเป็นคนชอบจับผิด หนูก็เลยจับเวลาไว้เอง หนูใช้เวลาประมาณ 17 นาที เขาก็ทักแชตมาทันทีว่า "หายไปนานมาก ถ้าหัวหน้าถาม พี่ไม่รู้จะตอบยังไง" หนูก็ถามกลับว่า “ถ้าหนูจะเข้าห้องน้ำ ต้องขออนุญาตเหรอ?” เขาก็บอกว่า “ไม่ต้องหรอก แค่บอกพี่ไว้หน่อย” เขายังชอบจับผิดหนูว่าเล่นโทรศัพท์ในเวลางาน ทั้งที่ทั้งวันเขาก็นั่งไถโทรศัพท์ คลิกเมาส์ และคุยกับเพื่อน อีกวันหนึ่ง หนูเป็นกรดไหลย้อน ต้องยืนทำงาน แต่เพื่อนแถวนั้นหัวเราะเสียงดัง แล้วพี่เขาหันมามองหนู เข้าใจผิดว่าเป็นหนูหัวเราะ เลยทักมาว่าให้กลับไปนั่งที่ หนูก็บอกว่าหนูไม่ได้คุยแต่เขาก็บอกว่า "ไม่ต้องลุกไปไหนอีก" หนูเคยมีคนจากแผนกอื่นมาทาบทามให้ย้ายงาน ซึ่งพูดต่อหน้าหัวหน้าคนนี้เลย แต่หนูยังไม่กล้ารับปาก เพราะแผนกนั้นดูเป็นงานใหญ่ หนูกลัวจะรับไม่ไหว หนูทำงานที่นี่มา 3-4 ปีแล้ว หนูยังโอเคกับเงินเดือน การทำงาน และสังคมรอบตัว โดยรวมหนูแฮปปี้ ยกเว้นแต่กับหัวหน้าคนนี้ที่ทำให้หนูรู้สึกอึดอัดและเสียความมั่นใจ หนูเลยอยากขอคำแนะนำว่า หนูควรจัดการตัวเองยังไง เวลาหัวหน้าคนนี้ปล่อยพลังลบใส่หนู?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรไม่ได้นอกจากตีมึนแล้วใส่หูฟังตลอดเวลา เขาพูดอะไรก็แกล้งไม่ได้ยิน ทำให้เขารู้ว่าเราไม่อยากยุ่งกับเขา ถ้าเขามายุ่งกับเราอีกก็บอกว่าหนูไม่ได้ฟังเพลง หนูแค่ไม่อยากฟังเสียงอย่างอื่น ให้เขารู้ว่างานเราก็เดิน ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเราต้องเถียงกลับไปบ้าง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูทนไม่ไหวหนูก็พูดได้เลยว่าทนไม่ไหว คิดว่ามันเป็นเกมแล้วกัน ว่าแต่ละวันเราจะเจออะไรบ้าง เพื่อให้เรามีพลังทำงานต่อก่อนที่เราจะย้ายงาน เพื่อให้เราอยู่ให้ได้ มีผู้ฟังแนะนำมาว่าให้บล็อกโซเชียลเขาไปเลย ให้หวัหน้ารู้ว่าเขาจะคุกคามเราได้แค่ในออฟฟิศ ในเมื่อเราอยู่กับเขามาได้ 3 ปีแล้ว เราลองทำตัวดี แต่งตัวเรียบร้อย แล้วลองดูว่าเขาจะหาเรื่องอะไรมาด่าเราได้อีก ถ้าหนูคิดว่าไหวก็ทำไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ย้ายแผนก ก่อนที่แนทจะไม่ไหวแล้วถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าพยายามพูดว่าตัวเองโอเคทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เราไม่โอเค บอกได้แค่ให้แนทหายใจลึก ๆ ตั้งสติ เพราะแนทก็ลองทำมาหมดทุกวิธีแล้ว เมื่อไหร่ที่เราพูดถึงเรื่องไหนแล้วเรามันทำให้เราร้องไห้ออกมา มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ไม่รู้ที่ผ่านมาเจออะไรมาบ้าง แต่อยากให้ลองพบจิตแพทย์ดู อย่าให้ตัวเองต้องจมอยู่กับสถานการณ์แบบนี้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

"หนูกำลังตั้งท้องกับแฟนที่เป็นเมียคนอื่น" คบกันมา 3 เดือน ทุกครั้งเวลามีอะไรกัน เขาจะไม่ถอดเสื้อ สงสัยจนไปสืบรู้มาว่า จริงๆเขาเคยแต่งหญิง เทคฮอร์โมนมาก่อน พีคสุด เขามีแฟนผู้ชายที่คบกันมาอยู่แล้ว 7 ปี

15 พ.ย. 2024

"หนูกำลังตั้งท้องกับแฟนที่เป็นเมียคนอื่น" คบกันมา 3 เดือน ทุกครั้งเวลามีอะไรกัน เขาจะไม่ถอดเสื้อ สงสัยจนไปสืบรู้มาว่า จริงๆเขาเคยแต่งหญิง เทคฮอร์โมนมาก่อน พีคสุด เขามีแฟนผู้ชายที่คบกันมาอยู่แล้ว 7 ปี

"หนูกำลังตั้งท้องกับแฟนที่เป็นเมียคนอื่น" คบกันมา 3 เดือน ทุกครั้งเวลามีอะไรกันเขาจะไม่ถอดเสื้อ สงสัยจนไปสืบรู้มาว่า จริงๆเขาเคยแต่งหญิง เทคฮอร์โมนมาก่อน พีคสุดเขามีแฟนผู้ชายที่คบกันมาอยู่แล้ว 7 ปี ตอนนี้หนูท้อง อยู่ห้องคนเดียว แต่เขาอยู่กับผู้ชายคนนั้น“คุณเอล (นามสมมติ)” อายุ 28 สานแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหา ความสัมพันธ์ของหนูกับเขาซับซ้อนโดย “คุณเอล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า หนูกำลังตั้งท้องกับเมียคนอื่น เริ่มจากหนูรู้จักกับเขาผ่านแอพตอนที่หนูรู้จักกับเขาแรก ๆ เขาบอกเขาเป็นผู้ชายเราก็คุย ๆ ไป จนเรานัดเจอกันแล้วเราก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมาตลอด เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาเป็นแบบนี้มาก่อนแต่เราสังเกตได้ว่าเขาจะไม่ค่อยรับสายเราตอนกลางคืนแล้วก็ไม่ค่อยมาหาเรา เวลามีซัมติงกันเขาไม่เคยถอดเสื้อเลย มันก็เลยทำให้เราไม่เคยรู้เลยว่าเขามีหน้าอกแบบผู้หญิง เพราะหน้าอกเขาไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นด้วย แต่ว่ามันเป็นหน้าอกแบบจริง ๆ ที่ไม่ใช่มีซิลิโคน แล้วมันก็ไม่สามารถยุบกลับไปแบบเดิมได้ตอนแรกตอนที่มีซัมติงกันอยู่เขาไม่ถอดเสื้อ แต่เขาเอาเสื้อทำเป็นมัดเอวลอย เราก็แปลกใจว่าทำไม่เขามัดเอวลอยได้เร็วจัง มัดสวยด้วย เราก็เลยแซวเขาไปว่า “เธอถ้าเราไม่โดนเธอเอาเรานึกว่าเธอเป็นเกย์นะ” ตอนนั้นหน้าเขาก็คือตกใจมากแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั้นหนูก็เริ่มสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้บอกเรา ซึ่งตอนแรกเขาบอกว่ามีอะไรจะบอกเราแต่เขาก็หายไป เราก็เลยไปสืบดูเอาชื่อเขาไป เซิร์ซบน Facebook แล้วก็ไปเจอเพื่อนเขาแท็กมาปรากฏว่า ในโปรไฟล์เพื่อนเขามีคลิปวิดีโอตอนเขาพูด ตอนเขาทำอะไรสักอย่างนึงมันเป็นสาวเลย เราก็เลยไปรื้อรูปจนไปเจอสมัยตอนที่เขาเป็นสาวด้วยซ้ำ ทำให้เรารู้เลยว่าเป็น แต่ด้วยความที่มันเหมือนเรารักเขาไปแล้ว เราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกับการที่เขาเป็นแบบนี้ถ้าเขายังโอเคกับเรา รักเราเราก็โอเค เราก็เลยมีความสัมพันธ์กันมาตลอดเรื่อย ๆ ตอนแรก ๆ ก็ไม่สดแต่มีอยู่ครั้งนึงถุงมันแตกพอเสร็จเราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอกเนอะ ก็เลยมีกันมาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ได้ป้องกันแต่มันดันพลาดท้องขึ้นมาจริง ๆ ตอนแรกยังไม่มั่นใจ คือมันขึ้นมา 2 ขีดแล้วเราก็ไปคลินิดไปอัลตร้าซาวด์ดูปรากฏว่ามันมีจริง ๆ เราก็เลยบอกเขาพอบอกเขาไปเขาดีใจมาก คือเขาพยายามจะมีน้องมาโดยตลอดอยู่แล้วถึงขั้นที่ว่า จดนับว่าเอลไข่จะตกวันไหน แล้วด้วยความที่เรามั่นหน้าว่า เรื่องนี้มันคงไม่เกิดกับเราหรอก เขาน่าจะไม่เก่งขนาดนั้น เราไม่น่าจะซวยขนาดนั้น คือเคยเห็นเพื่อนพยายามกันมาเป็นปี ๆ เขาก็ยังไม่มีน้องเลยเราก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรเรารอประจำเดือนเรามารอบนี้เดี๋ยวค่อยกินยาคุม เพราะว่าก่อนหน้านี้เราไปปรึกษาพี่สาวมาจะขอกินยาคุมแล้วเขาก็ถามว่าประจำเดือนเรามาหรือยังถ้ายังไม่มารอให้ประจำเดือนรอบนี้หมดก่อนแล้วค่อยเริ่มยาคุมนะ แต่มันไม่ทันมันมาแล้วคือแล้วตอนนี้หนูก็ยังไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ เรื่องที่เขามีแฟนอยู่แล้วพอคลอดเขาจะเลิกกันไหม เขาจะมาอยู่กับเรากับลูกไหม ตอนนี้ก็ยังให้คำตอบกันไม่ได้เลย ถามเขาแล้วเขาบอกว่า ถ้าสมมุติมีน้องขึ้นมาจริง ๆ เขาก็ต้องเลือกลูกแต่พอตอนนี้มีน้องแล้วจริง ๆ เขาบอกว่าต้องรอให้คลอดออกมาเป็นตัวเป็นตนก่อนถึงจะบอกทุกคนทีเดียว หนูก็เชื่อเขาแล้วตอนนี้หนูน้อยใจเขาอยู่ เพราะเขาบอกว่าเขาจะดูแล แต่ว่าทุกวันนี้หนูนอนคนเดียวทุกคืน ทำอะไรทุกอย่างคนเดียว ตัวเขาจะมาแค่ตอนที่ซื้อของมาให้กับตอนที่เขาจะพาเราไปโรงพยาบาลไปฝากท้องอะไรแบบนี้ ทำแค่นั้น จริง ๆ มันก็มีคำตอบในใจแต่เราก็มีความหวัง พี่เข้าใจคำว่าเราก็รักเขาไหม แล้วถ้ายิ่งเขาไม่เลิกกับฝั่งนู้นหนูก็ไม่ไหว ถ้าหนูเป็น Single mom ก็ไม่โอเค เท่าที่หนูคุยกับเขา หนูบอกว่าถ้าออกมาแล้วต้องเลี้ยงช่วยกันทั้งคู่ เขาก็บอกว่าเขาจะเป็นแค่ พ่อ แต่เขาไม่ได้พูดให้มันชัดแต่ในสิ่งที่เขาพูดว่าถ้าลูกเกิดมาแล้วเขาจะทำยังไงบ้างมันไม่มีหนู จากที่คุยกับพวกพี่ไปมันก็เหมือนจะตอบหนูหมดแล้ว แต่คือ หนูอยากจะถามว่าเขารักหนูบ้างไหม?แล้วคือหนูไม่รู้จะบอกกับที่บ้านยังไง เพราะที่บ้านหนูแอนตี้เพศที่ 3 มาก ๆ แล้วถ้าเขารู้ว่าหนูเป็นแบบนี้แล้วมันจะยังไง ทุกวันนี้ 7 วัน เขาอยู่กับเรา 2 วัน หนูรู้ว่าเขาอยู่ด้วยกันตลอดเพราะเขาอยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่ฝั่งนู้นเขาไม่รู้ว่ามีเราอีกคน คือเขารวยกว่าหนูเขาทั้ง 2 คน เป็นพาร์ทเนอร์กันเขาทำธุรกิจเปิดร้านด้วยกัน หนูอยากจะถามว่า จริง ๆแล้ว เราสามารถตัดเขาได้ไหม พอเรารู้ว่าเขาไม่ได้รักเราเราตัดได้อยู่แล้วแต่ว่ามันอาจจะเป็นช่วงนึงที่เราเคยมีเขามาโดยตลอดแล้ววันนึงเหมือนมันจะไม่มีมันเลยทำใจยากในสภาวะที่ตัวเอาเองไม่รู้จะพึ่งใครเริ่มที่ “ดีเจอั้น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า พี่ว่าสิ่งที่หนูเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้กลับคำตอบน่ากลัวน้อยกว่าสิ่งที่หนูกำลังรับมือใรชีวิตจริง คือนึกออกไหมหนูไม่น่ากลัวกับสิ่งที่หนูเจอตรงนั้น แล้วคำตอบนี้มันจะเป็นยังไงก็ช่างมันแล้วตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเรา เราต้องตั้งสติด้วยตัวของเราเอง หนูจะกลัวอะไร แล้วส่วนเรื่องที่บ้านน่าจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับหนูแต่พี่เชื่อว่าในสุดบ้านคือบ้าน เอาทีละเรื่องหนูอย่าเอาทุกอย่ามากองรวมกัน เอลต้องตั้งสติก่อนพอถ้าตั้งสติได้แล้วพี่คิดว่าเราต้องกล้าหาญ ถ้าเราตั้งใจว่าเราจะเป็นแม่ ถ้ายังอยากจะถามเขาก็ถามมันจะได้ไม่คาใจ ให้มันจบชัด ๆ ไม่หลอกตัวเอง การไม่ตอบก็คือคำตอบอย่างนึงหรือการที่เขาเลี่ยงคำตอบก็คือคำตอบอย่างนึง เพราะถ้าเขาเลือกเราเขาก็จะเลือกเรา และพี่ก็แนะนำสถานที่บริการยุติการตั้งครรภ์ 110 แห่ง สำหรับเคสเอลส่งเสริมพี่ให้ข้อมูลไปตัดสินใจเอง สถานที่ทำแท้งถูกกฎหมายถ้ายังไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำได้ ก่อนที่จะทำสามารถไปปรึกษาคนที่เขาวางแผนครอบครัวเขาจะเห็นภาพอนาคตเอลเลยว่าเด็กคนนี้เติบโตมาเป็นยังไง แล้วเขาก็จะบอกว่าควรจะเป็นยังไง เพราะนี่คือชีวิติของเด็ก ผู้ชายก็ชัดเจนในระดับนึงว่าไม่เอาเอล แต่ลูกสุ่มเสี่ยงว่าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าเขารู้สึกว่าดีใจมากที่มีลูกเขาควรจะทำอะไรให้เรารู้สึกที่จะเก็บเด็กไว้แต่ตลอดระยะเวลาคนนี้ไม่เลยแถมยังบอกอีกว่า ให้เด็กออกมาเป็นตัวเป็นตนก่อน มันคือชีวิตเด็กคนนึงต้องวางแผน หนึ่งสองสามสี่ ให้กับชีวิตเราและลูกแล้ว พี่มองว่าผู้ชายคนนี้สิ่งที่เอลต้องการมีโอกาสไม่สมหวังสูงในการที่เขาจะกลับมารักกับเอลแม้กระทั่งการเป็นพ่อเด็กด้วยซ้ำ เพราะคนนั้นก็คบมา 7 ปี ในขนาดที่เอล 3-4 เดือน จำไว้เป็นบทเรียนเลยนะเอลว่าผู้ชายที่คบในแอพ 3-4 เดือนแล้วเราคาดหวังฝากความรักไว้กับเขาขนาดนี้มันก็ผิดแล้วต่อมา“ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ตอนนี้เราไม่ได้รักเขา มันไม่กี่เดือนตอนนี้มันคือความหลงแล้วตอนนี้เหมือนหนูกำลังเอาชีวิตเด็กคนนึงเป็นเดิมพัน เพราะคนที่อยากมีลูกมาก ๆ เวลาอยู่กับเอลเขาจะเป็นอีกคนนึงแต่ถ้าเกิดมีลูกแล้วเขายังไม่ได้ดีขนาดนั้น แปลว่ามันก็ชัดจนแล้วนะ หนูอย่าเก็บเด็กไว้เพื่อให้เขากลับมาเพราะจะเป็นความชิบหายของเด็กแล้วก็ความชิบหายของเอลด้วยสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า รู้สึกเหมือนเขาเอาหนูเป็นคุณแม่อุ้มบุญให้ เหมือนหาผู้หญิงมาท้องให้แล้วก็ได้คนนี้พอดี แล้วตอนนี้คิดว่าควรจะต้องดูว่า ถ้าเอลจะมีน้องคนนี้จะยังไงต่อเมื่อน้องออกมา เราจะเลือกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เราจะอยู่กับเขาแล้วยอมเป็นแค่แม่ หรือจะยกให้เขา มีอยู่ 3 ทางให้เลือก เอลต้องคิดแบบรอบคอบคิดละเอียดกับชีวิตตัวเองกับการที่จะตัดสินใจทำอะไรต่อจากนี้ โดยเฉพาะเรื่องนี้ เพราะเอลจะมาใช้ตรรกะเดิม ๆ ว่ามันไม่เป็นไรหรอก ทำไปก่อนเดี๋ยวมันโอเค พี่ว่าบางอย่างมันเสี่ยงไปเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-