สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ
เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก
เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่า
เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ
โดย ‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เรากับแฟนคบกันมาได้ประมาณ 3 - 4 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน เราทั้งสองเจอกันในแอปหาคู่ คุยกันได้ 3 วันก็ตกลงเป็นแฟนกัน คบกันประมาณปีกว่า ก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านของแฟน โดยที่แม่ของเขาเป็นคนชวนเราไปอยู่ด้วย
แฟนเราเป็นคนที่มีนิสัยเจ้าชู้ แต่เราก็ปล่อยผ่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่น เราจึงรู้สึกทนไหว ในตอนที่เราอายุ 22 - 23 ปี เราท้องโดยที่ไม่พร้อม เราเองก็ถามเขาว่าเลี้ยงไหวไหม ถ้าเลี้ยงไม่ไหวเราจะไปยุติการตั้งครรภ์ แต่เขาบอกเราว่าเขาเลี้ยงไหว เราทั้งสองจึงได้จดทะเบียนสมรสกัน
เมื่อเราท้องได้ประมาณ 7 เดือน ในระหว่างนั้นเราไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาคงมีการไปคุยกับคนอื่นบ้าง เราก็ไปเจอแชตที่เขาคุยกับคนอื่นในแอปหาคู่ ซึ่งเป็นแชตกับสาวประเภทสองทั้งหมด ไม่มีผู้หญิง เขาคุยกันเรื่องนัดกันไปเจอ ทำให้เราตกใจมาก เพราะเขาบอกว่าเขาขอเป็นคนรับได้ไหม ให้สาวประเภทสองเป็นฝ่ายรุก ตอนนั้นสภาพจิตใจเราแย่มาก แต่เราท้องอยู่ และยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ เราเลยเลือกที่จะให้อภัย และทนอยู่กับเขาอยู่ต่อไป

แฟนของเราก็ทราบว่าเรารู้เรื่องทุกอย่าง เขาเองก็ขอโทษ และบอกว่าจะไม่ทำอีก เขาให้เหตุผลเราว่าที่ทำแบบนั้น เพราะเราท้อง เราไม่สามารถสนองความต้องการของเขาได้ หลังจากที่เราคลอด เขาก็ทำเหมือนเดิมมาเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็จับได้มาตลอด เราจับได้ว่าเขานัดกับสาวประเภทสองอีกครั้ง เขาก็บอกเราว่าแค่แก้เหงาเฉย ๆ เราเองก็ปล่อยผ่าน
ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟนของเราหวงโทรศัพท์มาก เก็บไว้ติดตัวตลอดเวลา คอยเปลี่ยนรหัสตลอด วันหนึ่งเราบังเอิญไปเห็นรหัสโทรศัพท์ของเขาพอดี จึงถือโอกาสไปเช็กรูป เช็กไลน์ และได้ไปเจอกับแชตที่เขานัดกับสาวไซด์ไลน์ และไปค้นที่คลังรูปภาพของเขา เราก็ได้เจอคลิปที่เขาถ่าย ในตอนที่มีเพศสัมพันธ์กับสาวประเภทสองอีกด้วย
ในฐานะผู้หญิงเรารู้สึกเจ็บปวดมาก เราเองก็เคยถามว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม ไม่สงสารเรากับลูกบ้างเลยหรอ เขาก็บอกว่าเพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องเป็นแบบนี้ เราเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง มันเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ๆ แบบนี้อยู่ตลอด ตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน ไม่ได้มีเงิน ต้องพึ่งพาเขา พอมันเกิดปัญหานี้ เรากลายเป็นคนที่ต้องไปพบจิตแพทย์ แล้วเขาก็พูดกับเราว่า ‘ก็เพราะเป็นบ้าไง ก็เลยต้องไปหากินข้างนอก’
เราเป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ต้องพึ่งพาเงินของเขา แต่เขาให้เงินเราใช้ส่วนตัวเดือนละ 1,000 บาท ส่วนค่าเลี้ยงดูลูกเขาเป็นคนดูแล เขาก็ดูเหมือนจะรักลูก แต่ด้วยความที่เขาต้องทำงาน มีเวลาไม่ค่อยตายตัว เขาก็บ่นว่าเหนื่อย เราเลยไม่ค่อยพาลูกไปยุ่งกับเขา ถ้าเลิกกันพ่อแม่ของเขาคงไม่ยอม เพราะเขาเองก็เลี้ยงหลานมาเหมือนกัน เขารับทราบว่าเรามีทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ เราเคยพูดเรื่องหย่ากับเขาไปหลายรอบแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหย่า ในความสัมพันธ์แบบนี้จะอยู่หรือจะไปดีคะ”

เริ่มต้นที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เราไม่ต้องมองเรื่องรสนิยมทางเพศ ว่าเขาจะเป็นฝ่ายรับหรืออะไร เพราะมันไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเขาเป็นเพศอะไร เรื่องนี้มันไม่ติด แต่มันติดเรื่องของการนอกใจ สุดท้ายไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม มันคือการนอกใจ
ในเมื่อเขามีข้อเสียที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้ นั่นก็แปลว่า แปลว่าความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้แล้ว แต่ปัญหาคือใครจะเป็นคนเลี้ยงดูลูก ถ้าเราโอเคที่จะให้ทางฝ่ายชายเป็นผู้เลี้ยงดู อยากให้เรียกเขามาคุยว่าวันนี้เราไม่โอเคเรื่องการนอกใจ ถ้าสมมติจะอยู่กับเรา ก็ให้เขาเลิกการนอกใจ ถ้าสมมติจะเลิกกันอยากให้คุยกันดี ๆ เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมลูก
บอกเขาไปตรง ๆ ว่าชีวิตเธอควรใช้ในแบบที่เธอต้องการ โดยที่ไม่กระทบกับเรา เรายังคงอยู่ในสถานะพ่อและแม่ เพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่ในสถานะสามีภรรยา เพราะเรารับไม่ได้ เรื่องการนอกใจ ถ้าไม่มีเรา คุณก็สามารถใช้ชีวิตอิสระได้เต็มที่ ส่วนเราก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่ แต่สุดท้ายแล้ว อยากให้เอาสภาพร่างกาย และจิตใจของเราเป็นหลัก”
ด้านของ ‘ดีเจเกรท’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ปลายทางอยากให้เป็นแบบที่พี่หอมบอก นั่นคือการหย่า แต่คุณส้มโอต้องใช้ความกล้าหาญมาก ๆ ในการที่จะไปถึงปลายทางนั้น อยากให้กู้สภาพจิตใจของตัวเองให้ได้ก่อน ลองถามกับตัวเอง สมมติถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของเรา แล้วมีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังรักเขาอยู่หรือเปล่า
จากสถานการณ์นี้มัน Toxic กับหัวใจ เรื่องรสนิยมทางเพศ มันเป็นคนละเรื่องกัน แต่การที่เขานอกใจ มันเป็นเรื่องที่เจ็บในความรู้สึกเรา แล้วเราจะอยู่มันแบบนี้ต่อไปได้จริง ๆ หรอ ปัญหาหลักตอนนี้ที่ออกมาไม่ได้ก็คือเรื่องเงิน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน เราอยากจะออกมาไหม ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูสักครั้ง”

ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ขอตอบในกรณีที่สามีไม่ยอมหย่า ถ้าคุณส้มโอแข็งแรงทางการเงิน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ก็อยากให้ฟ้องหย่า แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะการหย่ามันต้องใช้เงิน
ถ้าหย่ากันจริง ๆ เราอาจจะชนะ แต่ปัญหาหลังจากนั้น คือลูกจะไปอยู่ในการดูแลของใคร เพราะฝั่งของพ่อนั้นมีความพร้อมกว่า พี่ไม่อยากใช้คำว่าหย่า ขอใช้คำว่าแยก อยากให้คุยกับเขาดี ๆ ตามที่พี่ต้นหอมแนะนำ ในเมื่อเราอยู่กันแบบนี้แล้วไม่มีความสุข เราก็ขอแยกออกไปอยู่บ้านพ่อแม่ และทำหน้าที่แม่โดยไม่ต้องหย่า ให้เราได้เป็นแม่ของลูกเท่านั้น ในเมื่อมันเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้ว เราก็ขอตัดสินใจว่าจะขอแยกทาง ถ้าคุณไม่โอเคที่จะหย่า ก็ขอแยกออกมา และขอสิทธิ์ในการดูแลลูกตามเดิม เป็นทางที่ดีที่สุดที่คิดได้แล้ว”
ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “คนที่จะรู้ว่าควรจะอยู่หรือควรจะไป มีแค่คนสองคน นั่นก็คือเราและคู่ของเรา ในตอนนี้เราอาจจะยังนึกไม่ออก ว่าควรไปทางไหนดี จะอยู่หรือจะไป อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะอยู่ยังไงให้ดี หรือจะไปยังไงให้ดี ถ้าเราจะอยู่แบบทรมาน หรือไปแบบทรมานมันก็ไม่ดีทั้งคู่
สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือการจัดการความคิดและอารมณ์ เพราะมันจะงงกับความรู้สึก เราอาจจะรู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องแย่ หลาย ๆ ครั้งที่เรื่องแย่ มันชัดกว่าเรื่องที่ดี ทำให้เรานึกไม่ออก แต่ลึก ๆ แล้วเราอาจจะรู้สึกว่ามันมีข้อดีบางอย่างที่ทำให้เราอยู่ด้วยกัน
สิ่งแรกเราอาจจะทบทวนก่อนว่าที่เรารู้สึกไม่โอเค มันเป็นเพราะการนอกใจ หรือเรื่องของรสนิยม แต่ไม่ว่ารสนิยมเขาจะเป็นยังไง เขาอาจจะไปชอบอะไรก็ตาม นอกใจก็คือนอกใจอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกว่าไม่โอเคกับการนอกใจ มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องพิจารณาของการเป็นคู่ครอง แต่มันไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมดของการเป็นพ่อแม่
ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ให้ตั้งสติ แล้วลองคิดว่าปัญหาที่เราเจอ มีอะไรบ้าง ถ้าเป็นเรื่องของความเสียใจ มันคือเรื่องปกติ ก่อนตัดสินใจอะไร ให้เยียวยาจิตใจตัวเองก่อน ดูแลตัวเองก่อน ตัดเรื่องรสนิยมทางเพศไปก่อน เอาแค่เรื่องของการนอกใจเป็นประเด็นสำคัญ
ในเรื่องของการเลี้ยงลูก ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น การวางแผนเรื่องเงินของคุณส้มโอกับแฟน อาจจะยังไม่เรียบร้อย ลองเปลี่ยนจากคำว่าเลี้ยงไหวหรือเปล่า เป็นคำว่าเลี้ยงให้ดีพออย่างที่เราคาดหวังได้หรือเปล่า แล้วบันทึกค่าใช้จ่าย ทบทวนการใช้ชีวิตดูอีกครั้ง
ถ้าเราคิดจะเลิกกับเขา ให้ลองซ้อมเลิกอยู่ในใจ ถ้าวันนี้ไม่มีเขาเราจะใช้ชีวิตยังไง ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ถ้าถึงจุดหนึ่ง แล้วเรื่องมันคลี่คลาย ถ้าอยากจะอยู่ต่อก็อยู่ แต่ถ้าเราจะแยกออกมา เราก็จะรู้ว่าจะเกิดอะไร แล้วเราจะมั่นใจกับเรื่องนี้มากขึ้น”
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin