สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่า เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก เรารู้สึกเจ็บปวดมาก แต่เขากลับบอกว่า เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

30 เม.ย. 2026

สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ

เขาบอกว่าเขาเป็นคนรับให้อีกฝ่ายเป็นคนรุก

เรารู้สึกเจ็บปวดมาก  แต่เขากลับบอกว่า

เพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องทำแบบนี้

       ‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร และคุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' เกี่ยวกับเรื่องที่สามีแอบไปมีอะไรกับ LGBTQ

       โดย ‘คุณส้มโอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เรากับแฟนคบกันมาได้ประมาณ 3 - 4 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน เราทั้งสองเจอกันในแอปหาคู่ คุยกันได้ 3 วันก็ตกลงเป็นแฟนกัน คบกันประมาณปีกว่า ก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านของแฟน โดยที่แม่ของเขาเป็นคนชวนเราไปอยู่ด้วย

       แฟนเราเป็นคนที่มีนิสัยเจ้าชู้ แต่เราก็ปล่อยผ่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่น เราจึงรู้สึกทนไหว ในตอนที่เราอายุ 22 - 23 ปี เราท้องโดยที่ไม่พร้อม เราเองก็ถามเขาว่าเลี้ยงไหวไหม ถ้าเลี้ยงไม่ไหวเราจะไปยุติการตั้งครรภ์ แต่เขาบอกเราว่าเขาเลี้ยงไหว เราทั้งสองจึงได้จดทะเบียนสมรสกัน

       เมื่อเราท้องได้ประมาณ 7 เดือน ในระหว่างนั้นเราไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาคงมีการไปคุยกับคนอื่นบ้าง เราก็ไปเจอแชตที่เขาคุยกับคนอื่นในแอปหาคู่ ซึ่งเป็นแชตกับสาวประเภทสองทั้งหมด ไม่มีผู้หญิง เขาคุยกันเรื่องนัดกันไปเจอ ทำให้เราตกใจมาก เพราะเขาบอกว่าเขาขอเป็นคนรับได้ไหม ให้สาวประเภทสองเป็นฝ่ายรุก ตอนนั้นสภาพจิตใจเราแย่มาก แต่เราท้องอยู่ และยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ เราเลยเลือกที่จะให้อภัย และทนอยู่กับเขาอยู่ต่อไป

       แฟนของเราก็ทราบว่าเรารู้เรื่องทุกอย่าง เขาเองก็ขอโทษ และบอกว่าจะไม่ทำอีก เขาให้เหตุผลเราว่าที่ทำแบบนั้น เพราะเราท้อง เราไม่สามารถสนองความต้องการของเขาได้ หลังจากที่เราคลอด เขาก็ทำเหมือนเดิมมาเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็จับได้มาตลอด เราจับได้ว่าเขานัดกับสาวประเภทสองอีกครั้ง เขาก็บอกเราว่าแค่แก้เหงาเฉย ๆ เราเองก็ปล่อยผ่าน

       ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟนของเราหวงโทรศัพท์มาก เก็บไว้ติดตัวตลอดเวลา คอยเปลี่ยนรหัสตลอด วันหนึ่งเราบังเอิญไปเห็นรหัสโทรศัพท์ของเขาพอดี จึงถือโอกาสไปเช็กรูป เช็กไลน์ และได้ไปเจอกับแชตที่เขานัดกับสาวไซด์ไลน์ และไปค้นที่คลังรูปภาพของเขา เราก็ได้เจอคลิปที่เขาถ่าย ในตอนที่มีเพศสัมพันธ์กับสาวประเภทสองอีกด้วย

       ในฐานะผู้หญิงเรารู้สึกเจ็บปวดมาก เราเองก็เคยถามว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม ไม่สงสารเรากับลูกบ้างเลยหรอ เขาก็บอกว่าเพราะเรางี่เง่า เขาเลยต้องเป็นแบบนี้ เราเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไง มันเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ๆ แบบนี้อยู่ตลอด ตอนนี้เราไม่ได้ทำงาน ไม่ได้มีเงิน ต้องพึ่งพาเขา พอมันเกิดปัญหานี้ เรากลายเป็นคนที่ต้องไปพบจิตแพทย์ แล้วเขาก็พูดกับเราว่า ‘ก็เพราะเป็นบ้าไง ก็เลยต้องไปหากินข้างนอก’

       เราเป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงาน ต้องพึ่งพาเงินของเขา แต่เขาให้เงินเราใช้ส่วนตัวเดือนละ 1,000 บาท ส่วนค่าเลี้ยงดูลูกเขาเป็นคนดูแล เขาก็ดูเหมือนจะรักลูก แต่ด้วยความที่เขาต้องทำงาน มีเวลาไม่ค่อยตายตัว เขาก็บ่นว่าเหนื่อย เราเลยไม่ค่อยพาลูกไปยุ่งกับเขา ถ้าเลิกกันพ่อแม่ของเขาคงไม่ยอม เพราะเขาเองก็เลี้ยงหลานมาเหมือนกัน เขารับทราบว่าเรามีทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ เราเคยพูดเรื่องหย่ากับเขาไปหลายรอบแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหย่า ในความสัมพันธ์แบบนี้จะอยู่หรือจะไปดีคะ”

       เริ่มต้นที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า “เราไม่ต้องมองเรื่องรสนิยมทางเพศ ว่าเขาจะเป็นฝ่ายรับหรืออะไร เพราะมันไม่ใช่ตัวกำหนดว่าเขาเป็นเพศอะไร เรื่องนี้มันไม่ติด แต่มันติดเรื่องของการนอกใจ สุดท้ายไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม มันคือการนอกใจ

       ในเมื่อเขามีข้อเสียที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้ นั่นก็แปลว่า แปลว่าความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้แล้ว แต่ปัญหาคือใครจะเป็นคนเลี้ยงดูลูก ถ้าเราโอเคที่จะให้ทางฝ่ายชายเป็นผู้เลี้ยงดู อยากให้เรียกเขามาคุยว่าวันนี้เราไม่โอเคเรื่องการนอกใจ ถ้าสมมติจะอยู่กับเรา ก็ให้เขาเลิกการนอกใจ ถ้าสมมติจะเลิกกันอยากให้คุยกันดี ๆ เพื่อที่เราจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมลูก

       บอกเขาไปตรง ๆ ว่าชีวิตเธอควรใช้ในแบบที่เธอต้องการ โดยที่ไม่กระทบกับเรา เรายังคงอยู่ในสถานะพ่อและแม่ เพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่ในสถานะสามีภรรยา เพราะเรารับไม่ได้ เรื่องการนอกใจ ถ้าไม่มีเรา คุณก็สามารถใช้ชีวิตอิสระได้เต็มที่ ส่วนเราก็ยังทำหน้าที่แม่อยู่ แต่สุดท้ายแล้ว อยากให้เอาสภาพร่างกาย และจิตใจของเราเป็นหลัก”

       ด้านของ ‘ดีเจเกรท’ ได้ให้คำแนะนำว่า  “ปลายทางอยากให้เป็นแบบที่พี่หอมบอก นั่นคือการหย่า แต่คุณส้มโอต้องใช้ความกล้าหาญมาก ๆ ในการที่จะไปถึงปลายทางนั้น อยากให้กู้สภาพจิตใจของตัวเองให้ได้ก่อน ลองถามกับตัวเอง สมมติถ้าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของเรา แล้วมีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรายังรักเขาอยู่หรือเปล่า

       จากสถานการณ์นี้มัน Toxic กับหัวใจ เรื่องรสนิยมทางเพศ มันเป็นคนละเรื่องกัน แต่การที่เขานอกใจ มันเป็นเรื่องที่เจ็บในความรู้สึกเรา แล้วเราจะอยู่มันแบบนี้ต่อไปได้จริง ๆ หรอ ปัญหาหลักตอนนี้ที่ออกมาไม่ได้ก็คือเรื่องเงิน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน เราอยากจะออกมาไหม ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูสักครั้ง”  

       ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ขอตอบในกรณีที่สามีไม่ยอมหย่า ถ้าคุณส้มโอแข็งแรงทางการเงิน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ก็อยากให้ฟ้องหย่า แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะการหย่ามันต้องใช้เงิน

       ถ้าหย่ากันจริง ๆ เราอาจจะชนะ แต่ปัญหาหลังจากนั้น คือลูกจะไปอยู่ในการดูแลของใคร เพราะฝั่งของพ่อนั้นมีความพร้อมกว่า พี่ไม่อยากใช้คำว่าหย่า ขอใช้คำว่าแยก อยากให้คุยกับเขาดี ๆ ตามที่พี่ต้นหอมแนะนำ ในเมื่อเราอยู่กันแบบนี้แล้วไม่มีความสุข เราก็ขอแยกออกไปอยู่บ้านพ่อแม่ และทำหน้าที่แม่โดยไม่ต้องหย่า ให้เราได้เป็นแม่ของลูกเท่านั้น ในเมื่อมันเกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้ว เราก็ขอตัดสินใจว่าจะขอแยกทาง ถ้าคุณไม่โอเคที่จะหย่า ก็ขอแยกออกมา และขอสิทธิ์ในการดูแลลูกตามเดิม เป็นทางที่ดีที่สุดที่คิดได้แล้ว”

       ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “คนที่จะรู้ว่าควรจะอยู่หรือควรจะไป มีแค่คนสองคน นั่นก็คือเราและคู่ของเรา ในตอนนี้เราอาจจะยังนึกไม่ออก ว่าควรไปทางไหนดี จะอยู่หรือจะไป อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะอยู่ยังไงให้ดี หรือจะไปยังไงให้ดี ถ้าเราจะอยู่แบบทรมาน หรือไปแบบทรมานมันก็ไม่ดีทั้งคู่

       สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือการจัดการความคิดและอารมณ์ เพราะมันจะงงกับความรู้สึก เราอาจจะรู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องแย่ หลาย ๆ ครั้งที่เรื่องแย่ มันชัดกว่าเรื่องที่ดี ทำให้เรานึกไม่ออก แต่ลึก ๆ แล้วเราอาจจะรู้สึกว่ามันมีข้อดีบางอย่างที่ทำให้เราอยู่ด้วยกัน

       สิ่งแรกเราอาจจะทบทวนก่อนว่าที่เรารู้สึกไม่โอเค มันเป็นเพราะการนอกใจ หรือเรื่องของรสนิยม แต่ไม่ว่ารสนิยมเขาจะเป็นยังไง เขาอาจจะไปชอบอะไรก็ตาม นอกใจก็คือนอกใจอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกว่าไม่โอเคกับการนอกใจ มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้เราต้องพิจารณาของการเป็นคู่ครอง แต่มันไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมดของการเป็นพ่อแม่

       ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป ให้ตั้งสติ แล้วลองคิดว่าปัญหาที่เราเจอ มีอะไรบ้าง ถ้าเป็นเรื่องของความเสียใจ มันคือเรื่องปกติ ก่อนตัดสินใจอะไร ให้เยียวยาจิตใจตัวเองก่อน ดูแลตัวเองก่อน ตัดเรื่องรสนิยมทางเพศไปก่อน เอาแค่เรื่องของการนอกใจเป็นประเด็นสำคัญ

       ในเรื่องของการเลี้ยงลูก ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น การวางแผนเรื่องเงินของคุณส้มโอกับแฟน อาจจะยังไม่เรียบร้อย ลองเปลี่ยนจากคำว่าเลี้ยงไหวหรือเปล่า เป็นคำว่าเลี้ยงให้ดีพออย่างที่เราคาดหวังได้หรือเปล่า แล้วบันทึกค่าใช้จ่าย ทบทวนการใช้ชีวิตดูอีกครั้ง

       ถ้าเราคิดจะเลิกกับเขา ให้ลองซ้อมเลิกอยู่ในใจ ถ้าวันนี้ไม่มีเขาเราจะใช้ชีวิตยังไง ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ถ้าถึงจุดหนึ่ง แล้วเรื่องมันคลี่คลาย ถ้าอยากจะอยู่ต่อก็อยู่ แต่ถ้าเราจะแยกออกมา เราก็จะรู้ว่าจะเกิดอะไร แล้วเราจะมั่นใจกับเรื่องนี้มากขึ้น”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

20 มิ.ย. 2025

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคนตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังอยู่กับผม ผมเลี้ยงเขามาขนาดนี้แล้ว รักเหมือนลูกของตัวเองและเลี้ยงต่ออย่างดี จนตอนนี้เปิดใจคุยกับผู้หญิงคนใหม่ เขารู้ทุกเรื่องที่เกิดกับผม แต่ทุกครั้งเวลาเรามีปัญหากันเขาจะเอาปมเรื่องนี้มาด่าผม “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ผมควรจะไปต่อกับเขา หรือ พอแค่นี้ดี “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย.68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลี้ยงลูกมานาน แต่เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง มีคนคุยใหม่เขาก็ไม่ยอมรับ โดย “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุเท่านี้เคยผ่านการแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว ผมคบกับคนนี้มาสิบปีก็ปกติดีทุกอย่าง จนวันหนึ่งผมจับได้ว่าเขาคุยกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งข้อความนั้นเป็นการอัปเดตเรื่องลูกซะส่วนใหญ่ ผมสงสัยก็เลยเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนเพิ่งได้รู้ว่าลูกที่ผมเลี้ยงมาตั้งนานไม่ใช่ลูกของผม เรื่องมันเกิดจากตอนนั้นอายุ 24 ปี เขาท้องผมก็คิดว่าเป็นของผม ก็แมน ๆ เลยรับเป็นลูก ผมก็เลี้ยงมาอย่างดี อนาคตดีเลย พอผมมาเห็นแชทก็ใจสลาย ไปถามเขาเขาก็ไม่ยอมรับจนต้องเปิดแชทให้ดู เขาก็ยอม หลังจากนั้นเราก็เลิกกันด้วยดี ตอนนี้ลูกยังอยู่กับผมเพราะผมผูกพันธ์ไปแล้ว และที่บ้านของผมก็รัก ทางด้านแฟนเก่าผม หลังจากเลิกรากันไปก็มีครอบครัวใหม่ของเขาแล้ว ไม่ค่อยได้มาหาลูกเท่าไหร่ หลังจากแยกกันได้ 3 ปี ตัวผมก็แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นปีแล้ว วันหนึ่งมีโอกาสได้คุยกัน ผมเปิดใจไม่มีอะไรปิดบัง เริ่มตั้งแต่เล่าโปรไฟล์ว่าผมมีลูกมาแล้ว เล่าเรื่องทุกอย่างเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในภายหลัง เขาก็โอเค คุยกันไป 6-7 เดือน ปมอันนี้ก็ทำให้ผมไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปคบกับเขาได้ เพราะเขามาว่าผมว่า “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ทั้ง ๆ ที่เขารู้โปรไฟล์ผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาก็ตึงใส่ผม ตอนแรกก็คุยกันมาดีโทรคุยกันบ้าง แต่พอพูดถึงลูก เขาก็อารมณ์ขึ้นทันที เขาบอกว่ามันเป็นปมของเขา เขาบอกอีกว่าถ้าเขาเจอผู้ชายที่ฐานะเท่ากันกับผมแล้วไม่มีลูก เขาพร้อมเขี่ยผมทิ้งได้ตลอด แต่ที่เขายังคุยอยู่ถึงทุกวันนี้เพราะผมมีประโยชน์ ผมช่วยเหลือเขาได้ตลอด อยากได้อะไรผมหาให้ พาไปไหนผมก็พาไป อยากลงทุนผมก็ช่วยเสนอแนวคิดให้ ผมแบ่งเวลาให้กับเขาและลูกได้ ผมก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เวลามองมาเห็นผมมีโปรไฟล์แบบนี้ ผู้หญิงเขาจะมองแบบไหน? แบบเขาหรอ? และการตัดสินใจรับลูกคนอื่นมาเลี้ยง ผมตรรกะเพี้ยนมั้ย? ชอบมีคนพูดกับผมแบบนี้… ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องเริ่มที่ตัวคุณโจ๋ก่อน ถ้ามีความตั้งใจที่จะไม่บอกความจริงกับลูกแล้วจะเลี้ยงเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ต้องเลิกคิดว่าลูกเป็นลูกของคนอื่นก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาว่าเราโง่ที่ไปเลี้ยงลูกคนอื่น ให้ตอบกลับไปว่า “อย่ามายุ่งกับลูกกู” ที่บอกว่าตายแทนลูกคนนี้ได้ จงประพฤติแบบนั้น แล้วเขาจะไม่มีคุณค่าพอที่จะอยู่ในชีวิตของเราอีกต่อไป ต่อไปประเด็นผู้หญิงคนอื่นจะคิดแบบนี้มั๊ย บอกเลยว่า ไม่ อาจจะมีคนที่คิดแบบนี้และไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะยิ่งสมัยนี้มีอีกมากมาย การหย่าร้างกัน มีลูก มีความรักครั้งใหม่ เขาก็ดูแลในแบบที่เข้าใจกันได้ อย่าให้ความคิดแย่ ๆ ของผู้หญิงคนนึงมาทำให้เราผิด ซึ่งมันจะย้อนกลับไปที่ข้อแรกว่าคุณจะตั้งคำถามกับการมีลูกคนนี้ว่าเป็นปัญหาในชีวิตคุณหรือเปล่า ซึ่งมั่นไม่ควร โจ๋ไม่ควรลังเลว่าตัดสินใจถูกหรือผิด ตอนนี้มันขัดกันเองอยู่ ณ วันนั้นที่รับมาเขาคือลูกของเรา ณ วันนี้ไม่ว่าเราจะเจอความจริงอะไรก็ตาม เขาก็คือลูกของเรา ถ้าทำให้ตัวเองเชื่อว่าเขาคือลูกของเราได้ มันจะไม่มีคำถามอื่นแล้ว’ ต่อไป “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงไม่ได้คิดแบบนี้ทุกคน พี่มองว่าผู้หญิงที่หยาบคายแบบนั้นคือส่วนน้อยแค่โจ๋เลือกผิดคน เพราะคำพูดแต่ละคำไม่ให้เกียรติเราเลยสักนิด โง่ที่สุดของโจ๋ไม่ใช่การเก็บลูกคนนี้มาเลี้ยง แต่เป็นการเลือกผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต ถึงเขาจะมองเรามีประโยชน์ แต่พี่ไม่เห็นประโยชน์ในตัวเขาเลย ถ้าเอาเข้ามา Toxic แน่นอน ถ้าลูกเราเป็นที่หนึ่งแล้วคนที่เข้ามาใหม่ต้องเดินไปพร้อมกับครอบครัวเราได้ ไม่ใช่มาเห็นแก่ตัว ผู้หญิงคนนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงดี ๆ ถ้าได้ฟังเรื่องราวนี้แล้วเค้าจะพูดว่า "โจ๋เป็นสุภาพบุรุษมากเลย, โจ๋มีความเป็นพ่อที่ดีเลย, พอรู้ความจริงแล้วยังเลี้ยงต่อนี่คือหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้สุด ๆ" ผู้หญิงดี ๆ จะคิดแบบนี้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงไปคิดเอาเอง ซึ่งที่โจ๋บอกว่าคบผู้หญิงคนนี้บอกกันทุกอย่างแบบไม่ปิดบังแม้กระทั่งเรื่องลูก สำหรับพี่ พี่มองว่าไม่จำเป็นต้องบอกใครเลยเพราะเขาคือลูกโจ๋ ผู้หญิงที่เข้ามาต้องเป็นอีกคนที่ทำให้โจ๋นั้นสมบูรณ์ ไม่ใช่เข้ามาให้ตั้งคำถามกับลูก ใครที่เข้ามาทำให้ลังเลสามารถตัดออกจากชีวิตได้เลย’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้ฝากไว้ว่า ‘ลูกต้องไม่ใช่ปมของเรา ลูกคือความสุข อย่าทำให้ความสุขนี้หายไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

14 พ.ย. 2025

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไป เขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดม หนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ ผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหม แล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ

คบกับแฟนมา 10 ปี แต่หลังจดทะเบียนสมรสแฟนก็เปลี่ยนไปเขาจะชอบแคะสะดือ ชอบเกา ชอบล้วงเป้ามาให้ผมดมหนักสุดคือมายืนผึ่งน้องชายหน้าพัดลม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำผมด่าไปก็หันมาหัวเราะใส่ อยากรู้ว่าคู่รักคู่อื่นเป็นเหมือนกันไหมแล้วผมต้องพูดยังไงให้เขาหยุดทำ “คุณโก้” (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องแฟนมีนิสัยเปลี่ยนไปหลังแต่งงาน ชอบแคะ ชอบล้วงของตัวเองมาให้เราดม “คุณโก้” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘ผมมีแฟนอยู่คนหนึ่ง อยู่ด้วยกันเข้าปีที่ 10 แล้ว แฟนผมเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก ปีที่แล้ว เราได้จดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็มีนิสัยเปลี่ยนไป เวลาเขาอยู่กับผม เขาจะชอบล้วง แคะ แกะ เกาส่วนต่าง ๆ ของตัวเองมาดม ทั้งสะดือ ทั้งเป้า เขาเกาแล้วดมคนเดียวไม่พอ ยังเกาแล้วเอามาให้ผมดมด้วย ทำจนติดเป็นนิสัย ล่าสุดผมดูทีวีกับเขาที่โซฟา เขาก็มาผึ่งน้องชายที่หน้าพัดลม พอผมด่าเขา เขาก็หัวเราะใส่ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร ซึ่งก่อนหน้าที่จะจดทะเบียนสมรสกัน เขาไม่เคยทำแบบนี้ ผมเลยอยากรู้ว่าชีวิตคู่คนอื่น ๆ เป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ ที่ชอบล้วง ชอบเกามาให้เราดม แล้วมีวิธีพูดกับเขายังไงบ้างให้หยุดทำ เพราะผมปรับตัวไม่ทัน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าเป็นไหม ผมก็เป็น แต่ว่าเราไม่ถึงขนาดที่เอากลิ่นไปให้คนอื่นดม ถ้าพูดถึงตามอายุ การระมัดระวังคนเราจะน้อยลง จะสังเกตเห็นว่ายิ่งเราอายุเยอะหรือเราเจอคนที่อายุเยอะ เขาจะทำอะไรโดยที่เขาอาจจะไม่ได้ทันระแวงว่าสังคมจะคิดยังไง แต่นี่ก็คือชีวิตคู่ พอยิ่งอยู่กันไป ต่อให้เรานั่งอยู่ในห้องน้ำ เขาก็เปิดเข้ามาได้ ใช้เวลาต่อไปแล้วคิดว่าเดี๋ยวเราก็จะชิน เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว ไม่ก็ให้เขาฟอกสบู่ก็ได้ครับ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่ว่ามันปกตินะ กับการที่เขาจะทำอะไรอย่างนั้น เพราะว่ามันอยู่กันมานาน พี่ว่าเขาอาจจะสบายใจกับคุณโก้มากแล้ว เขาก็เลยปล่อยตัวสุด ๆ เรื่องเกาไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ปัญหาคือการเอามาให้ดม ถ้ามันเหม็น คุณโก้ก็ต้องบอกเขาว่าเหม็น ตราบใดถ้ามันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสุขอนามัย พี่โอเค แต่ถ้าถามว่าการทำแบบนี้มันผิดปกติไหม พี่ว่าไม่นะ เพราะอย่างพี่ก็สบายใจที่จะตดใส่กันแล้ว ส่วนเรื่องปรับตัว พี่ว่าค่อย ๆ บอกเขาดีกว่า ค่อย ๆ ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้ชอบเรื่องแบบนี้ เพราะเขาก็เหมือนมาแกล้งเรานั่นแหละ’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ความคิดเห็นเหมือนทั้งสองคนเลย ก็แล้วแต่ว่าอยู่กับใคร คบกันนานแค่ไหน มองว่ามันเป็นเรื่องของความสบายใจ แต่ถ้าโก้รู้สึกว่าโก้รับไม่ได้ พี่จะให้วิธีไปก็คือถือสเปรย์หรือที่ฉีดยุง เมื่อไหร่ที่เขาให้ดม เราก็ฉีด แลกกัน ให้เขารู้ว่าเราไม่โอเคจริง แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่หนักหนาเหลือบ่ากว่าแรงก็ให้มองว่าเขาสบายใจที่จะให้เราเป็นคนรีวิวในส่วนนั้น บางทีเขาอาจจะต้องการคำรีวิวแบบไม่อวย เพราะว่าสิ่งเหล่านี้คนอื่นทำแทนโก้ไม่ได้นะ แล้วก็พวกกลิ่นกาแฟช่วยได้ ถ้าเขายื่นมา เราก็ดมกลิ่นกาแฟให้มันจางก่อนเพื่อที่เราจะได้ตอบรับกลิ่นได้ ก็อยู่ที่ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา เท่านั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

08 ธ.ค. 2023

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามีเจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่ารู้สึกเหมือนโดนหลอกจากทุกคนรอบตัวมาหลายปี “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เราว่ารู้สึกว่าถูกแทงข้างหลังจากแฟน เพราะคนที่แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว จริง ๆ แล้วคืออดีตภรรยาที่เลิกกัน แต่ยังมาอยู่บ้านแฟนเรา! โดย “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘เรากับสามีรู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ตั้งแต่ปี 2019 ตอนนั้นก็เริ่มจากคุยกัน ได้ประมาณ 1 เดือน ก็ได้นัดเจอกัน หลังจากนั้นก็ตัดสินใจคบกันได้ประมาณ 1 ปี ก็แต่งงานกัน แต่ตอนนั้นเราสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรส ช่วงแรก ๆ ก่อนแต่งงาน เราแวะเวียนเข้ามาอยู่บ้านแฟนบ้าง เราก็เจอมีผู้หญิงอยู่ในบ้าน แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว และฝ่ายหญิงบอกเหมือนกันว่าเป็นพี่สาวของแฟนเรา ประกอบด้วยอายุของผู้หญิงก็มีอายุห่างจากแฟนเราถึง 10 ปี เราเลยไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น หลังจากที่เราตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่บ้านแฟน ก็ไม่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว จึงถามแฟนว่าเขาหายไปไหน แฟนบอกว่าพี่สาวได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แต่ในระหว่างที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ พี่สาวของแฟนก็ยังคงแวะเวียนมาบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ ประมาณเดือนละ 1-2 อาทิตย์ และหลังจากที่เราแต่งงานได้ 4 ปี พี่สาวแฟนก็ไม่ได้มาบ่อยมากเหมือนเมื่อก่อน เรื่องมันเริ่มน่าสงสัยเมื่อไม่นานมานี้เอง แฟนเราไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด เราบังเอิญไปเจอ Screen Shot ในมือถือเครื่องสำรองของแฟน เขาคุยกับผู้หญิงในแอปพลิเคชันอื่น เรานึกได้ว่าไม่ได้เป็นแชทที่คุยกับเรา เพราะเรากับแฟนส่วนมากจะคุยผ่านไลน์ เราจึงพยายามเช็คทุกอย่างหลังจากนั้น แต่ก็ไม่เจออะไรเพิ่มเติม และตัดสินใจจะไม่บอกเขาว่าเราเจออะไร จนเรามารู้ความจริงว่าคนที่แฟนแอบคุยมาตลอดนั้น มันคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่แวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งจริง ๆ แล้วคนนั้นก็คืออดีตภรรยาของแฟนเรา ตลอดระยะเวลาที่คบกับเรา เขาสองคนก็ยังคงแอบแชทหากันตลอด บอกรักบ้าง คิดถึงบ้าง เขาเคยจดทะเบียนแต่งงานกันมาก่อน และที่สำคัญก่อนที่จะหย่ากัน คือ หลังจากที่เราย้ายเข้ามาอยู่แค่เดือนเดียว และตอนที่หย่ากันแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็มาอยู่เรื่อย ๆ หลังจากที่เราเห็นทุกอย่างแล้ว จึงตัดสินใจถามแฟนไปว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนให้เหตุผลว่าที่ยังให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาบ้านหลังนี้อยู่เพราะว่าอยากให้มาช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ที่กำลังป่วย และด้วยความผูกพันจึงยอมให้อยู่ด้วยกัน แฟนเราก็บอกว่ารักเรา แต่มันย้อนแย้งตรงที่แชทที่คุยกันมันไม่ใช่ บางทีเวลาเราไม่อยู่ เขาสองคนจะทักหากันตลอดว่าเราอยู่บ้านหรือไม่อยู่ หลังจากนั้นเราสองคนเลิกกัน และเราตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้นทันที เขาพยายามตามง้อเราตลอด เขาให้เหตุผลว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ หนูคิดถึงเรื่องนี้แล้วเจ็บใจอยู่ตลอด เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เราให้เกียรติผู้หญิงเสมอ ไปไหนมาไหนก็ไหว้ตลอด เพราะคิดว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ หนี้สินต่างๆ นาๆ ที่เขาสองคนเคยสร้างมา เราก็ช่วยมาตลอด แต่กลายเป็นว่าถูกหักหลังตลอดเวลาที่ผ่านมา เราควรจัดการความรู้สึกตอนนี้ยังไง เพราะมันมีทั้งความโกรธ ความแค้น อยู่ตลอด ไม่รู้ว่าควรจะจัดการความรู้สึกยังไง ถึงแม้เราจะจบเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นึกถึงความเลวที่เขาทำกับเราไว้ การที่เราจะเดินออกจากชีวิตใคร หรือเลิกกับใครเราไม่จำเป็นต้องนึกถึงความดีที่เคยให้กับเราหรอก มันไม่มีความหมายอะไร จากที่ฟังมาอันนี้มันแปลกไปหมด ให้พี่คิดเองก็คิดว่าเขาไม่ได้เลิกกัน แต่เขาสองคนตกลงกันบางอย่างให้มีคุณแมร์รี่ได้ เพราะไม่งั้นถ้าเลิกกันแล้วจริง ๆ ผู้ชายก็ต้องเดินไปบอกเลยสิว่าเราจับได้แล้ว อันนี้เขาต้องมีสัญญาอะไรสักอย่างต่อกัน เขาหลอกคุณแมร์รี่คนเดียวไม่พอ ญาติเขาทุกคนหลอกคุณแมร์รี่หมด ไม่มีใครอยากโง่ในสายตาใครหรอก เวลาเรายกมือไหว้ เขามองหน้าเราเป็นอะไร สนุกกันมากใช่ไหม เขาหลอกเราขนาดนี้ เพราะฉะนั้นครอบครัวนี้ไม่ผ่าน ตอนนี้ยังเป็นแผลสด ถ้ามีความคิดว่าอยากกลับไป ให้นึกถึงวันเวลาเก่า ๆ ให้เอาความเลวที่เขาทำมาหักล้าง ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาที่พี่เจอผู้ชายทิ้ง พี่ก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเลวคนนึงที่เราต้องซวยมาเจอ ซึ่งพี่เชื่อว่าคุณแมร์รี่ไม่น่าคบกับผู้ชายคนนี้คนแรก กรณีนี้คุณแมร์รี่ก็ซวยที่ต้องเจอเหมือนกัน ถ้าจะมองให้เราถอยออกมาให้ได้เร็วที่สุดคือเราโชคดีมากทีี่เรารู้ และเจอทุกอย่างก่อน ถ้าเราไม่เจอแช็ตวันนั้น ถ้าเขาไม่มีสัมมนาวันนั้น มันก็จะไม่เจอสิ่งเหล่านี้ ประจวบเหมาะกับช่วงท้ายปี ให้รู้ว่าชีวิตมีสมหวังมีผิดหวัง พี่เชื่อว่าทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ สำหรับพี่ตอนนี้ต้องทน แต่ไม่อยากให้ไปจองเวรจองกรรม คิดซะว่าหลุดพ้น ”ตอนนี้พักรักษาใจ ถ้าวันไหนแข็งแรงก็มีรักครั้งใหม่ได้” ถ้ากลับไปก็ต้องเจอสิ่งเดิม รู้ตอนนี้ดีกว่าวันหนึ่งเรามีลูก หรือคบกันไปนานกว่านี้เราจะแย่กว่าเดิม ตอนนี้แข็งแรงมากที่กล้าออกมา ปิดท้ายด้วย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเรื่องนี้จะง่ายมาก ถ้าเพียงแค่เราไม่ได้รักเขา แต่พอรักแล้วเหตุผลหายหมดเลย ตอนนี้เรายังรักเขาอยู่ พอเวลาผ่านไปพี่เชื่อว่าเราจะเข้าใจได้ แค่ตอนนี้อย่ายอมแพ้ อกหักไม่ทำให้เราตาย แต่ตายเพราะเราจะฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่กลัวตาย ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้แล้วแหละ อยู่กับมันและยอมรับมัน ตอนนี้เรายังคิดว่าทำไมต้องแบบนั้น ทำไมต้องแบบนี้ พี่ว่าเปลี่ยนจากทำไมเป็น ยังไง ดีกว่า ทำยังไงถึงถอยได้เร็วที่สุด ทำยังไงในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะไม่มีใครร้องไห้ได้ตลอดหรอก ถ้าเรายังเป็นคนตลก สักวันนึงเราจะยิ้มเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

15 มี.ค. 2024

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลยสุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก"ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา"ตอนสามีพี่อยู่กับหนูเขาก็พูดถึงแต่พี่" ขออยู่กัน 3 คนผัวเมีย “คุณเค(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน โดย ​“คุณเค(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งมา 15 ปี เราเป็นแฟนกันตั้งแต่หนูอายุ 17 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ตลอดเวลา 15 ปี เราก็ใช้ชีวิตของเรา มีปัญหามากมายเข้ามา เขาก็ทะเลาะวิวาท ไปติดคุก เราก็รอเขาอยู่ 3 - 4 ปี จนเดินทางมาถึงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนปลายปีที่แล้ว หนูมีปัญหาเรื่องหนี้สิน บริหารการเงินผิดพลาด มันมาจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ เหมือนเรายืมเงินจากเจ้านี้ไปจ่ายเจ้านู้น ก็เลยกลับกลายเป็นงูกินหาง แล้วทีนี้เขาก็มีการถามหนู แต่หนูบอกเขาไม่หมด จนวันหนึ่งเขามารู้ความจริง หนูก็คิดว่าเขาน่าจะช่วยหนูแหละ แต่เขากลับเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีในบ้านออกไป แต่การไปของเขาคือ เรายังไปมาหาสู่กัน ยังมารับไปกินข้าว ไปนอนด้วยกัน เราก็ไม่ได้เลิกขาดแต่เราแค่ห่างกัน แล้วเขาก็บอกหนูตลอดว่า เนี่ยเธอก็ไปจัดการของเธอให้เสร็จนะ แล้วเดี๋ยวเราก็กลับมาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 เราตกลงเป็นแฟนกัน จนมาถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 วันนั้นหนูรู้สึกไม่อยากไปทำงาน เลยโทรไปถามเขาว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? ด้วยความที่เขาออกจากบ้านไปเช่าห้องอยู่ เขาก็บอกว่า ไม่ได้อยู่ห้อง หนูก็บอกว่า ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องล็อคห้องนะ เดี๋ยวจะไปนอน เขาบอกว่า ไม่ต้องมา ออกมาแล้ว ซึ่งหนูก็รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง หนูก็ไปถึงปุ๊บ เห็นรถเขาจอดอยู่ หนูก็เลยไลน์ไปถามอีกว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? เขาบอกว่า ไม่อยู่ ออกมาแล้ว หนูก็เลยถามตัวเองว่า ยอมรับได้หรือเปล่าถ้าต้องเจออะไร ก็เลยเลือกที่จะรออยู่ตรงนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ก็คิดในใจว่าขึ้นไปดีกว่า แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนในหนังเลย พอหนูผลักประตูเข้าไปในตัวอาคาร เขาเดินลงมาด้วยกัน 2 คนจากบันไดขั้นสุดท้ายพอดี พอเขาเห็นหนู เขาดึงมือผู้หญิงคนนั้นไว้ข้างหลังเขา หนูก็เลือกที่จะไม่พูด ไม่ถามอะไรสักคำ แล้วเดินหันหลังมาเลย หนูได้แต่บอกตัวเองว่ามันจบแล้ว และหนูก็ไม่ติดต่อเขาไปอีก จนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาไลน์มาว่า เธอพรุ่งนี้วันวาเลนไทน์นะ อยากได้อะไรหรือเปล่า? เขาอยากให้หนูเป็นครั้งสุดท้าย หนูก็ตอบไปว่า ไม่อยากได้อะไรเลย เพราะสิ่งที่ขอ ได้ขอไปหมดแล้ว ไม่เอาแล้ว เขาก็บอกว่า งั้นดูแลตัวเองดี ๆ แล้วกัน หนูก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่คนเดียว เพราะบางวันเราเลิกงานดึก เผื่อไม่ต้องกลับบ้าน ส่วนลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พอหนูขับรถจากที่ทำงานมาถึงหอพัก รถเขาก็จอดอยู่ หนูก็ตกใจว่าเขามาได้ยังไง เขาก็บอกว่า ทุกวันเขาไปแอบดูหนูที่ทำงาน แล้วก็สะกดรอยตามจนรู้ว่าหนูอยู่ที่นี่ ตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาพูดตลอดว่า ขอเวลาได้ไหม สัญญาด้วยชีวิตว่าวันหนึ่งจะกลับมา ขอโอกาสได้ไหม? ซึ่งหนูก็บอกเขาไปว่า ให้เวลาได้แต่ไม่นานพอถึงกับไม่มีกำหนด แล้วมันคาราคาซังแบบนี้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขามาหาหนู เขาก็จะพูดแบบนี้ ซึ่งหนูไม่อยากจะเชื่อในคำพูดเขาแล้ว เพราะการกระทำของเขามันทำให้เห็นชัดแล้วว่า เขาไม่กลับมาหรอก... แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมานาน ทุกครั้งที่เขาจะมา เหมือนเราใจอ่อนปล่อยให้เขามา ทุกครั้งที่หนูเริ่มที่จะอยู่ได้ พอเขามาหนูต้องเริ่มต้นใหม่อีก แต่หนูก็ได้บอกสิ่งที่ต้องการกับเขาไปแล้วว่า ถ้าคุณจะไป คุณไปจากเราได้เลย ไม่ต้องหันหลังกลับมา ซึ่งเขาก็บอกว่า เขารู้แค่ว่าเขาไม่มีวันทิ้งหนู เขาไปจากหนูไม่ได้ เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็คิดถึงหนู แต่หนูบอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าจะไปคุณไปให้สุดเลย แต่ถ้าวันหนึ่งคุณอยากกลับมา คุณต้องมาแบบ 100% เขาก็บอกว่า ขอได้ไหมอย่าเป็นแบบนี้ ช่วยยอมรับหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นความผิดของหนู ถ้าวันนั้นหนูไม่เป็นหนี้ ไม่มีปัญหาชีวิตแบบนั้น เขาก็ไม่ออกจากบ้านมาหรอก เราก็มีความสุขกันดี แต่วันนี้ที่เขาไปมีคนอื่นมันเป็นเพราะหนู ในเรื่องของความเป็นพ่อ เขาก็เป็นพ่อที่ดีในระดับหนึ่ง เขาส่งเงินมาให้ตลอดทุกอาทิตย์ แต่ตอนที่ลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู เราก็ไม่ได้ห่างกัน เพราะบ้านเราอยู่ตรงข้ามกัน เมื่อก่อนเราทำงานกลางคืน ช่วงกลางวันลูกจะอยู่กับเรา เราจะไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปรับลูกมาอยู่ด้วยกัน พอถึงเวลานอนแค่นั้นที่จะให้อยู่กับตายาย หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า เขาเลิกกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เขายอมรับว่ารักผู้หญิงคนนั้น แต่รักหนูมากกว่า วันที่หนูจับได้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทางผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาหนูว่า พี่จะเอายังไง? หนูก็บอกว่า พี่ต้องเอาสามีพี่คืนสิ เขาก็บอกว่า ไม่ให้ ก็นี่จะเอาเหมือนกัน หนูก็บอกว่า พี่ก็ไม่อยากแย่งผู้ชายกับใครนะ แม้ผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีพี่ก็ตาม ถ้าหนูจะเอาก็เอาไปเถอะ จนเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้โทรมาหาหนูและถามว่า พี่คิดว่าเราจะใช้ชีวิตกันแบบ 3 คนได้ไหม เพราะเขาก็ยังคิดถึงพี่ พี่จะรับได้ไหม? หนูก็บอกว่า รับไม่ได้ ไปอยู่กันเถอะ หนูอยากถามว่า หนูจะทำยังไง ให้ตัวเองเด็ดขาดที่ไม่ให้เขามาหาอีก? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีวันทำได้ ไม่ต้องพยายาม หนูเฝ้าบอกทั้งตัวเองและพวกพี่ทั้ง 3 คนว่าหนูทำใจได้ แต่ในความเป็นจริงหนูไม่มีวันทำได้ ถ้าทำได้มันทำไปแล้ว และปลายทางที่ยังบอกเขาว่า ถ้าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ เธอต้องกลับมา 100% นะ แค่คำนี้ก็บอกแล้วว่าต่อให้เขาไปเลวระยำตำบอนที่ไหน กลับมาได้ทุกเมื่อ สำหรับเคก็ยอมผู้ชายคนนี้ไปทั้งชีวิตแล้ว ไม่มีวันที่เคจะต่อต้านอะไรเขาได้ เพราะลึก ๆ แล้วจิตใต้สำนึกเคไม่ได้จะต่อต้านเขา จริง ๆ วิธีการที่เราจะตัดใครสักคน ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าก็ตัดให้มันเด็ดขาด แต่สุดท้ายเราฟังออกว่า ใครที่มีความเด็ดเดี่ยวที่จะตัดจริง ๆ กับใครที่ไม่มีวันตัดได้ คือถ้าคนที่บอกว่าตัวเองเด็ดขาด มันจะไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะขอกลับมาด้วยรูปแบบไหน เขาจะไม่มีวันได้กลับมา แต่ตอนนี้กับเคมันไม่ใช่ วัดจากอายุเขาอยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เขาคือส่วนที่เลวร้ายของชีวิต ถ้าเป็นร่างกายเขาก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับเนื้อร้าย วันหนึ่งอยู่ดี ๆ ก็มีคนเอาก้อนเนื้อร้ายนั้นออกไป แต่เราเองนี่แหละที่พยายามแย่งชิงเนื้อร้ายกลับมา มันแค่นี้เอง โดยที่เราคิดว่านี่คือแฟนคนแรกที่อยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เราไม่ได้คิดว่าชีวิตฉันแย่มาครึ่งชีวิตแล้ว คำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องครบพ่อ แม่ ลูก 3 คน จำนวนของคนครอบครัวที่น้อยที่สุดคือ 2 คน ตอนนี้โรงเรียนเขาสอนเด็กทุกคนแบบนี้ หลาย ๆ ครอบครัวเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เมื่อมีใครสักคนออกไป ลองเปลี่ยนความคิดนี้ดูใหม่ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีกับชีวิต ครอบครัว และลูกของตัวเอง ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วยยังไงในเมื่อปากเคยังบอกให้เขาเข้ามา พวกพี่จะทำอะไรได้ แย่งเขากลับมายังง่ายกว่าเลย เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาเริ่มลังเลแล้วว่า ผู้ชายอยู่กับเรายังบอกคิดถึงเมียเก่า แต่สิ่งที่แย่งชิงคือ แย่งขยะกันอยู่ไง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่สบายใจหรอก โยนกันไป โยนกันมา ขยะติดมือใครคนนั้นก็เหม็นแค่นั้นเอง แล้วก็ผู้ชายที่มีคนอื่น มีโลกสองใบ ยังจะโยนความผิดให้กูอีก เพราะว่ากูเป็นหนี้ถึงทำให้มึงมีเมียน้อยมันใช่ไหมล่ะ ตอนนี้พี่ก็เหลือแค่งัดปากเคขึ้นมาบอกว่า ไม่ให้มา ปากเคเป็นคนพูดเอง เคต้องรู้จักปฏิเสธ และขอย้ำเลยว่า ครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ใช่พ่อ แม่ ลูกเท่านั้น ครอบครัวที่สมบูรณ์คือ การดูแลเด็กคนนี้ด้วยความรัก ความสุข ด้วยกำลังแรงกายแรงใจทั้งหมดที่เธอมี ซึ่งวันนี้เธอจะเอาความสุขไปดูแลลูกไม่ได้เลย ถ้าชีวิตเธอยังไม่มีความสุข ผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิต ต่อให้มันไปมีเมียน้อยก็ไม่มีความสุข กลับมาก็ไม่มีความสุข ให้ผู้คนหญิงคนนั้นไป เด็ดเดี่ยวในการพูดว่า ไม่ แล้วบล็อก ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉัน เธอไม่ได้ดีพอที่จะเป็นสามีที่ดีและพ่อของลูกฉัน ณ วันนี้ทำหน้าที่พ่อไป เพราะหน้าที่สามีสิ้นสุดตั้งแต่มีผู้หญิงคนนั้นแล้ว สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พูดมันอาจจะทำร้ายความรู้สึกหนู แต่ว่าพี่อยากให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่านี้ คำถามที่หนูถามว่า ทำยังไงถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้ พี่ก็จะบอกว่า ทำให้ได้อย่างที่หนูพูดกับพวกพี่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นรายการ ถ้าหนูจำไม่ได้หนูไปเปิดฟังอีกทีก็ได้ เอาจริง ๆ หนูเป็นคนฉลาด หนูพูดเหมือนหนูรู้ทุกอย่างว่าสามีคนนี้เป็นคนแบบไหน หนูแค่ต้องทำให้ได้อย่างที่หนูรู้ด้วยการใช้สมอง เพราะพี่รู้สึกว่าทุกครั้งเวลาที่เขากลับมา หนูจะใช้ความรู้สึกอย่างเดียวเลยว่า หนูขาดเขาไม่ได้ แต่ถ้าหนูใช้สมองตามที่หนูคิด อย่างที่พูดกับพวกพี่มาทั้งหมด หนูจะบอกกับตัวเองได้ทันทีว่า หนูจะไม่ปล่อยให้คนนี้กลับเข้ามาในชีวิตเป็นอันขาด มันยากพี่เข้าใจ แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคุยกับตัวเอง พี่ว่าหนูจะผ่านมันไปได้ การที่เขาอยู่กับเรามาตลอดครึ่งชีวิต แล้วเขาทำกับเราแบบนี้ มันยิ่งชัดเจนเหลือเกินว่า คนนี้ไม่มีค่าอะไรเลยที่เราจะต้องรักษาเอาไว้ อยากให้กลับไปฟังสิ่งที่ตัวเองพูดทั้งหมด แล้วทุกครั้งถ้าเขาจะกลับมาก็เปิดสิ่งที่พูดให้พวกพี่ฟังก็ได้ และเราเป็นคนเลือกได้นะเค ไม่ใช่เขาเป็นคนเลือก ว่าจะกลับหรือไม่กลับมาในชีวิตเรา มันเป็นสิทธิ์ของเรา เหมือนที่เขาเลือกชีวิตของเขาที่จะทิ้งเราไปและมีผู้หญิงคนอื่น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-