เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

24 เม.ย. 2026

เพื่อนสนิทที่คบมา 40 ปี 

ขอให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา

และอยากได้อสุจิสามีเราไปทำ GIFT 

จะปฏิเสธก็รู้สึกผิด ควรทำยังไงดี?

       ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ สายที่ 3  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนสนิทที่คบกันมานานอยากมีลูก แต่ไม่มีสามี จึงมาขอจดทะเบียนสมรสกับสามีของเราเพื่อจะไปทำ GIFT

       ‘คุณองศา (นามสมมุติ)’ อายุ 47 ปี ได้เล่าว่า “เพื่อนสนิทของเรา ให้ชื่อว่า ‘คุณเอ (นามสมมุติ)’ อยากให้สามีเราไปจดทะเบียนสมรสกับเขา ด้วยเหตุผลเพราะเขาอยากมีลูก

       องศากับเอเป็นเพื่อนกันมา 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่อนุบาล จนโต และแยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเอง ครอบครัวของเราก็ปกติดี มีลูก 2 คน ลูกชายคนโตเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ส่วนคนเล็กเป็นลูกหลง ตอนนี้เพิ่งจะ 5 ขวบ ซึ่งเราก็จดทะเบียนสมรสกับสามีมาตั้งแต่ต้น

       ส่วนทางฝั่งคุณเอกับสามีหย่าร้างและยังไม่มีลูก แม่ของคุณเออยากมีหลาน แต่คุณเอไม่มีพี่น้องคนอื่น ๆ เลย และยังไม่มีสามีใหม่ จึงมีให้ไม่ได้ 2-3 ปีหลังนี้ คุณเอมาบ่นให้ฟังว่าอยากหาลูกเขยให้แม่ เคยมีคบผ่าน ๆ บ้าง แต่ไม่ได้จริงจัง พอถึงตอนที่เราคลอดลูกคนเล็ก เขาก็มาพูดกับเราว่า ลูกเราน่ารักจัง อยากขอไปเลี้ยง แต่เรากับสามีก็ไม่ให้

       ปีนี้คุณเอได้มีการไปฝากไข่ และแม่ของคุณเอก็มาคุยกับองศาว่า “ให้สามีองศามาจดทะเบียนกับเอได้มั้ย เพื่อที่จะไปทำ GIFT จะต้องใช้เอกสารทะเบียนสมรส และอสุจิ" ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยขอให้เราอุ้มบุญให้ แต่เราก็ไม่สามารถทำได้ เพราะอายุก็มาก และเราก็ทำหมันแล้ว เขาจึงมาขอสามีเราไปช่วยเรื่องการทำ GIFT แทน คุณแม่ของเขามาขอกับสามีเราโดยตรงว่าอยากให้ไปจดทะเบียนกับคุณเอ

       หลังจากนั้นสามีก็มาถามเราว่า “องศากับเพื่อนสนิทกันขนาดไหน ทำไมเขาถึงมาขอผมขนาดนี้” เราตอบว่าก็สนิทกันนะ องศาถามสามีกลับว่า “คุณคิดว่าไง?” สามีตอบว่า “แล้วแต่คุณ” เราก็งง แล้วถามกลับว่า “อ้าว แล้วคุณยอมหรอ ถ้าจะทำจริง ๆ คือเราต้องหย่ากันก่อน คุณถึงจะไปจดทะเบียนกับเอได้” ซึ่งเราก็รู้ว่าขั้นตอนมันก็ยุ่งยาก 

       นอกจากนี้ทางคุณเอยังบอกเราอีกว่า "อยากเรียกร้องอะไรก็ได้เลยนะ" สำหรับเรามองว่าถ้าเราจะช่วยจริง ๆ มันเป็นเพราะน้ำใจ ไม่จำเป็นต้องไปเรียกร้องอะไรจากเขา แต่ทำไมฝั่งนั้นถึงพูดแบบนี้ ส่วนเรื่องอสุจิแม่ของเอก็มาถามว่า "ขอใช้ของสามีเราได้มั้ย" ทำให้เรารู้สึกแปลก ๆ 

       ล่าสุดหลังจากที่คุณเอไปฝากไข่ เขาก็มาบอกกับเราว่าเขาไปตรวจร่างกาย-ตรวจผนังมดลูกมาเรียบร้อยแล้ว ประมาณว่าเขาพร้อมแล้ว ฝั่งเราพร้อมหรือเปล่า เราเลยคิดว่าต่อให้เอไม่ได้เป็นคนมาพูดขอสามีเราเอง แต่เขาก็น่าจะเห็นด้วยกับที่แม่เขาทำ แต่เราก็ตอบไปว่า “เธอก็เคลียร์ตัวเองก่อน ส่วนเรื่องสามีเรา เรายังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งจริง ๆ ในใจเราก็ไม่อยากช่วย แต่เราก็สนิทกันมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธอย่างไร เราเคยคิดว่า ถ้าให้อสุจิสามีไป แล้วลูกออกมาหน้าเหมือนกัน 3 คน ลูกเรา และลูกเขา จะเป็นอย่างไร เพราะมาจากสามีเราทั้ง 3 คน 

       จึงอยากโทรมาปรึกษาดีเจทั้งสามว่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเอ แล้วปฏิเสธไป จะผิดมั้ย เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกันมานานมากขนาดนี้ เราจะปฏิเสธไม่ช่วยเหลือเพื่อนยังไง”

       เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า “ที่เขาทำมันผิดกฎหมาย เพราะเป็นการจดทะเบียนใหม่เพื่อไปทำ GIFT เท่านั้น มันเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เราต้องล้างความเป็นครอบครัวของเรา แค่เพื่อที่จะช่วยให้เขามีลุ้นว่าจะมีลูกได้หรือเปล่า แล้วถ้ามีได้ มรดกสามีต้องเป็นของใคร? ตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นของลูกคุณเอด้วยนะ ถ้าเขาไม่ยอมหย่ากับสามีคุณองศาจะทำยังไง หรือถ้าหย่า สังคมสงเคราะห์ก็จะเข้ามาตรวจสอบว่าเด็กสามารถอยู่กับแม่คนเดียวได้มั้ย ถ้าไม่ได้ต้องทำยังไง มันจะมีเรื่องอีกมากมายเลยที่จะเข้ามา เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่แม่ของคุณเอคิด หรือหาวิธีแก้ปัญหาอื่น ลองหาคนที่บริจาคเชื้ออสุจิแทน หรือถ้าอุ้มบุญก็ต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น”

       ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าคุณองศาคิดว่า การที่เราไม่ช่วยแล้วรู้สึกผิด ตัดตรงนี้ออกได้เลย เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาขอกัน มันขอกันไม่ได้ ตอนนี้ครอบครัวคุณองศามีความสุขดี แต่ถ้าไปช่วย มันจะมีปัญหาอะไรเข้ามามากมายเลย ไม่ต้องลังเล ปฏิเสธได้เลย”

       ปิดท้ายด้วย “ดีเจพี่หอม”  ให้ความคิดเห็นว่า “ไม่ช่วยก็ได้ ไม่น่าเกลียด ไม่ผิด ขอเสริมนิดหนึ่งว่า อย่าให้ความหวังเขา บอกไปตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ แนะนำวิธีอื่นไปค่ะ ติดต่อคนอื่นที่พร้อมไป ไม่ใช่สามีเรา ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีเจตนาแย่งสามีเราก็ตาม แต่มันจะมีปัญหาแน่ ๆ มันจะยุ่งเหยิง แต่ก็แปลกนะที่สามีคุณองศา ไม่โวยวายอะไร และยอมที่จะตามใจคุณองศาเลย ไม่ว่าจะให้เขาหย่าไปจดทะเบียนกับเอหรือเปล่า”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

24 เม.ย. 2023

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

“คุณน็อต (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาการค้ำประกัน โดย “คุณน็อต (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนคนหนึ่งมาปีครึ่งแล้ว เราสองคนมีแพลนจะแต่งงานกัน แต่มันเกิดเรื่องขึ้นมาเพราะผมกำลังจะไปทำงานบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเงิน ซึ่งผมสอบทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ในทางกฎหมาย ก่อนที่เราจะออกไปนำเสนอขายให้กับลูกค้าได้ เราต้องมีใบอนุญาตก่อน ซึ่งก่อนที่จะออกใบอนุญาตมันก็ต้องมีคนค้ำประกันเพื่อให้บริษัทมั่นใจว่าเรามีความน่าเชื่อถือ การค้ำประกันในที่นี้ จะแตกต่างกับการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งในความคิดแรกของผมคือแฟนของผมเลย ผมก็เลยตัดสินใจขอให้แฟนช่วย แต่พอไปขอแล้ว เขากลับปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าเขายังไม่เชื่อใจผม ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขานะ หลังจากนั้นผมก็ไปขอให้เพื่อนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วยเลย และเพื่อนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมถึงไม่ให้แฟนช่วย และต้องบอกก่อนว่าพ่อกับแม่ผมไม่สามารถค้ำให้ได้ เพราะอายุท่านเกินแล้ว บังเอิญมันเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว ผมก็เลยติดต่อแฟนเก่าไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผมกับแฟนเก่าเราเลิกกันดี เป็นพี่น้องกัน ไม่ได้มีซัมติงอะไรกัน แล้วแฟนเก่าผมแทบจะเป็นคนเดียวเลยที่พยายามหาทางช่วย จนกระทั่งแฟนคนปัจจุบันของเขาไม่อนุญาตให้ช่วย ผมก็เข้าใจเขานะ แต่ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่ามันมีความหมายกับผมมาก จนเอามาเปรียบเทียบกับแฟนปัจจุบันของผม สำหรับงานแต่ง แฟนผมเป็นคนอยากแต่ง เพราะเขาก็อายุ 32 – 33 ปีแล้ว ตอนนี้ผมกับแฟนอยู่กันคนละบ้าน แต่ที่ผมแพลนไว้หลังแต่งงาน คือ ผมมีแพลนจะซื้อบ้านของตัวเอง แต่ถ้าซื้อไม่ทันผมก็จะอยู่ที่บ้านของแฟนก่อนแล้วค่อยมาซื้อบ้านของตัวเอง ตอนนี้เรามีงานทำ เขาก็มีงานทำ ก็เลยใช้กระเป๋าตังของใครของมัน และมีเงินอีกส่วนที่เป็นบัญชีร่วม เราจะออมเงินกันทุกๆเดือน จนมันทำให้เกิดคำถามว่า เราควรจะไปต่อกับเขาดีไหม? แล้วที่เราเก็บเงินร่วมกันมาเพื่อจะแต่งงานกัน อันนี้คือเราเชื่อใจกันแค่ไหนหรอ? เพราะผมเชื่อใจเขาในระดับนึงเลย อยากถามพี่ๆว่า ความรู้สึที่ผมรู้สึกมันถูกหรือเปล่า? หรือพี่ๆมองว่าที่แฟนผมคิดและทำคือสิ่งที่ถูกต้องไหม? ซึ่ง ดีเจเติ้ล ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “1 ปีครึ่งที่รู้จักกัน ถ้าเราทั้งสองคน ยังไม่เชื่อใจกัน ยังไม่รู้จักกันดีพอ ก็จะไปเซ็นต์ค้ำประกันให้กัน สิ่งที่ต้องมองคือ กำลังจะแต่งงานกันแล้ว กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่เชื่อใจกันเลย ถ้าเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกันตรงๆ คุยกันเลยว่า ที่เธอไม่เชื่อใจกันเพราอะไร? เหตุผลคืออะไร? ควรเคลียร์ไปเลย มองในมุมว่าถ้าเขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นไหม เขาก็มีสิทธิ์ เพราะเวลาก็ไม่นานที่รู้จักกันปีกว่า ถ้าเปรียบเทียบ กับเพื่อนเราบางคน รู้จักกันมาตั้งนาน เราก็ยังไม่กล้าที่จะเซ็นต์อะไรให้เขาเลย สุดท้ายก็ต้องเคลียร์กันก่อน” สำหรับ ดีเจอั๋น ให้คำแนะนำว่า “ควรคุย และ ให้เหตุผลกันไปเลยว่าไม่อยากเซ็นต์เพราะอะไร? เหตุผลคือ 1 2 3 4 ตามนี้ ควรคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เข้าใจสิ่งที่น็อตรู้สึก ในที่สุดเราต้องยอมรับว่า ความรู้สึกที่น็อตมีมันแรงขึ้น เพราะมันเกิดการเปรียบเทียบกันกับแฟนเก่า บังเอิญเป็นแฟนเก่าด้วย มันเลยยิ่งแรงขึ้นรึเปล่า? ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องบอกความจริงต่อกันและกันได้ โดยไม่ต้องมีฟอร์มอะไรเลย คุยกันจริงๆ เป็นการสื่อสารแบบมีประสิทธิภาพ บอกเค้าได้ว่าเรารู้สึกยังไง? เราสะเทือนใจ เสียใจยังไง เราพูดความจริงได้ และถ้าวันนี้ การที่เราพูดความจริงอะไรออกไป แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรแต่งเลย และตัวเราเองก็จะต้องเป็นฝ่ายที่พร้อมรับฟังเขาด้วยเหตุผลจริงๆจากใจ ในวันนี้ไม่ควรที่จะเก็บอะไรไว้ ควรพูดไปทุกอย่าง ไม่มีทางที่จะแต่งงานกันได้ ถ้าเราไม่เคลียร์กันให้ดี ให้โอกาสทั้งเขาและเราในการได้อธิบาย” สุดท้าย ดีเจอ้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า “การที่เราจะแต่งงานกับใครคนใดคนนึงมันไม่ได้พิจารณาจากเรื่องนี้แค่เรื่องเดียว เรายังไม่ทันได้รู้เหตุผลอะไรจากเขาเลย ตอนนี้เหมือนเราไม่ได้แก้ปัญหาที่ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มจำนวนคน ยิ่งเป็นแฟนเก่าอีก มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของการค้ำหรือไม่ค้ำ มันเลยกลายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคน 2 คนไปแล้ว พี่มองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ปรับจูนกัน ควรคุยกัน ฟังกันจริงๆ แบบอย่าคาดหวังกับคำตอบที่เขาจะตอบ ไม่ควรปักธงกับคำตอบของเขา ที่สุดแล้วเราต้องฟังเขาด้วย บางคู่ บางคนรักกันแทบตาย แต่ไม่จดทะเบียนสมรส เพราะอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรื่องมันจะเยอะกว่านี้ไหม? ก็มี... ทุกวันมีการเคลื่อนตัว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะกลัวเช่นกัน เชื่อว่าถ้าได้คุยกันแล้ว ฟังเขาดู เขาอาจจะมีเหตุผลที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ ตราบใดที่จะเป็นคู่รักกัน อย่าหยุดที่จะสื่อสารกัน น็อตก็มีสิทธิ์น้อยใจ แฟนเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ค้ำเช่นเดียวกัน ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage : EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอด เวลาเขาอยู่ด้วยกันมันดูมี something หนูแอบจิ้น แต่เขาก็ตรงสเปกหนูมาก หนูอยากทำความรู้จักเขา ทำยังไงดีคะ?

20 มี.ค. 2026

แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอด เวลาเขาอยู่ด้วยกันมันดูมี something หนูแอบจิ้น แต่เขาก็ตรงสเปกหนูมาก หนูอยากทำความรู้จักเขา ทำยังไงดีคะ?

แอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอดเวลาเขาอยู่ด้วยกันมันดูมี somethingหนูแอบจิ้น แต่เขาก็ตรงสเปกหนูมากหนูอยากทำความรู้จักเขา ทำยังไงดีคะ? ‘คุณไอติม (นามสมมุติ)’ สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นแอบชอบรุ่นพี่ที่มหาลัย และอยากทำความรู้จัก แต่เขามีเพื่อนที่ตัวติดกันตลอด หรือว่าเขาอาจจะเป็นเกย์ ‘คุณไอติม (นามสมมุติ)’ อายุ 20 ปี ได้เล่าว่า ไอติมแอบชอบรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ‘ชื่อเอ (นามสมมุติ)’ โดยได้เจอพี่เอที่ห้องเรียนวิชาเสรี เขาตรงสเปกมาก ลักษณะ สูง ขาว ตี๋ ช่วงแรกก็แอบมองเขา แต่ก็แอบคิดในใจ ถ้าวิชานี้ได้ทำงานกลุ่มเดียวกับเขาก็คงดี และแล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อถึงช่วงที่ต้องทำงานกลุ่ม กลุ่มของไอติมมี 3 คน และกลุ่มของพี่เอก็มี 3 คน อาจารย์จึงให้ทั้ง 2 กลุ่ม มาอยู่กลุ่มเดียวกัน ไอติมมักคิดในใจว่ามันฟินมาก แต่ก็ไม่ได้บอกใคร และหลังจากนั้นตอนทำงานด้วยกัน ก็จะแอบมองเขา แอบสังเกตว่าเขามีสัญญาณอะไรบ้างมั้ย หรือเขามีแฟนหรือยัง และเห็นว่ากระเป๋าของพี่เอห้อยพวงกุญแจสีชมพู ไอติมจึงถามพี่เขาไปว่า “พี่ชอบสีชมพูหรอคะ” พี่เขาก็ตอบว่า “ใช่ครับ พี่ชอบสีชมพู” นี่ทำให้ไอติมคิดว่าเธออาจจะมีสิทธิ์ เพราะวันนั้นเธอได้พกพวงกุญแจสีชมพูพอดี หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิต! เธอจึงได้ให้พวงกุญแจนี้กับพี่เอไป พี่เอกล่าวขอบคุณ แค่นี้ไอติมก็รู้สึกฟินสุด ๆ สัปดาห์ถัดมา ขณะที่กำลังทำงานกลุ่ม ไอติมกับพี่เอนั่งคนละมุมกัน แต่ก็สังเกตเห็นว่า ‘พี่บี (นามสมมุติ)’ ที่เป็นเพื่อนผู้ชายของพี่เอ มีท่าทีแปลก ๆ เขามักจะนั่งเอนตัว เอนหัวไปซบทางพี่เอ ทั้งที่กลุ่มเขามี 3 คน พี่บีนั่งตรงกลาง พี่เอ และเพื่อนอีกคนนั่งประกบ แต่พี่บีก็เอนหัวไปทางพี่เอตลอด ไม่ไปซบเพื่อนอีกคนบ้างเลย และมีพฤติกรรมอื่นที่เห็นอีกอย่างคือ พี่เขาเล่นจกพุงกัน มองกันตาหวานน่ารัก จนสงสัยว่าเพื่อนผู้ชายเขาเล่นกันแบบนี้หรอ หรือเพราะไอติมเองที่เป็นสาววาย นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นกระติกน้ำของพี่เอเป็นสีเขียว ซึ่งปกติเขาชอบสีชมพู หรือว่ากระติกน้ำนั้นจะเป็นคาแรกเตอร์ และเป็นสีที่พี่บีชอบ สิ่งนี้ทำให้ไอติมเริ่มเอ๊ะ …คิดว่ามันมีอาจจะมี something หรืออาจเป็นเพราะกำลังปลอบใจตัวเองอยู่ว่า ถ้าเราไม่ได้พี่เขา ก็ขอแอบจิ้นเขาแทนแล้วกัน ไอติมยังพูดต่ออีกว่า ตนนั้นเป็นสายชอบดูดวง เชื่อเรื่องดวง เลยขอให้เพื่อนช่วยเปิดไพ่ดูให้ เพราะอยากรู้ว่าพี่เขาเป็นเกย์หรือเปล่า เพื่อนก็ยอมดูให้ และบอกไว้ว่า ถ้าเปิดออกมาแล้วเป็นไพ่กลับหัว แปลว่าพี่เขาเป็นเกย์ ผลคือไพ่ออกมากลับหัว ทั้ง 2 สำรับที่เปิด ก็เลยคิดว่าคงหมดหวังแล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วงใกล้จบคอร์ส ไอติมก็ตัดสินใจขอไอจีพี่เอไป เพราะดีกว่าการไม่พยายามเลย และได้คุยกันจนรู้ว่า เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า โตกว่าไอติม 1 ปี ไอติมจึงเปิดรูปของพี่เอและเล่าให้เพื่อนฟัง ปรากฏว่า เพื่อนเล่าเหตุการณ์ในอดีตว่าเคยชี้ให้ไอติมดูแล้วว่าพี่คนนี้ตรงสเปกไอติมมาก แต่ไอติมมองเห็นไม่ค่อยชัดจึงตอบไปว่า “ธรรมดาว่ะ” แต่เขาคือพี่เอ ไอติมจึงคิดว่าการที่เราวนมาเจอกันครั้งนี้เป็นพรหมลิขิตหรือเปล่า อยากทำความรู้จักกับพี่คนนี้ให้มากขึ้น และยังได้ถามพี่เอไปอีกว่า “พี่เอกับพี่บีเป็นแฟนกันหรือเปล่า” พี่เขาตอบว่า “ไม่ได้เป็นครับ” มันยิ่งทำให้คิดว่าตนนั้นมีโอกาส ควรจะทำอย่างไรต่อดี ‘ดีเจทั้งสาม’ ได้ฟังจบก็มีเสียงหัวเราะไปกับความน่ารักของไอติม และมีความเห็นตรงกันว่า คุณไอติมควรสู้ต่อไปโดยการชวนคุยไปเรื่อย ๆ หรือทักข้อความในอินสตาแกรม โดยดีเจต้นหอมได้แนะนำให้เริ่มจากการทักสตอรี่และแสดงความสนใจในสิ่งที่พี่เขาลง ส่วนดีเจเผือกได้เตือนไม่ให้ซื้อของให้ในตอนนี้เพราะอาจจะดูน่าตกใจเกินไป และแซวขำ ๆ ว่าให้พวงกุญแจครั้งแรกเขาก็คงตกใจแย่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้คุณไอติม ถ้าหากคุณไอติมต้องการแค่จิ้นก็สามารถทำต่อไปได้ แล้วกลับมาอัปเดตผลลัพธ์ด้วยนะ ว่าสุดท้ายแล้วพี่เอจะลงเอยกับพี่บีหรือคุณไอติมกันแน่เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

21 มี.ค. 2023

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

“คุณบีน่า (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่พลาดไปมีอะไรกับคนที่พึ่งรู้จัก โดย “คุณบีน่า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึงอายุ 26 ปี ได้รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก เพราะก่อนหน้านี้ได้เจอกันที่งานศพของรุ่นน้องที่รู้จัก ตอนนั้นหนูจำเขาไม่ได้ แต่เขาจำหนูได้เลยแอดเฟซบุ๊กและทักมาถามสารทุกข์สุกดิบว่า เป็นยังไงบ้าง ยังเสียใจอยู่มั้ย เขาก็หยอดว่า เนี่ยตัวจริงน่ารักว่าในรูปอีกนะ เหมือนเขาจะเข้ามาจีบ ซึ่งตอนแรกหนูก็ไม่ได้ชอบเขา แค่ตอบตามมารยาท และก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้นัดเจอกันถึง 3 ครั้ง ด้วยความที่หนูเป็นคนชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใคร หนูไปได้หมดเลย ตอนนั้นก็ได้นัดเจอกับเขาครั้งแรก ไปดื่มด้วยกัน 2 คน เขามารับหนูประมาณจะ 5 ทุ่มแล้ว เขาบอกกับหนูว่า ตอนนี้ร้านใกล้ปิดแล้วไปดื่มที่บ้านพี่ไหม ซึ่งหนูออกมากับเขาแล้ว หนูเลยปฏิเสธไม่ได้ หนูก็บอก โอเค แต่เที่ยงคืนต้องมาส่งนะ พอมาถึงบ้านเขา เราก็ดื่มด้วยกันแล้วเขาก็พยายามลวนลามหนู ตอนนั้นหนูยังไม่ได้เมามาก ก็เลยปฏิเสธเขาไปว่า ยังไม่พร้อม เราเพิ่งรู้จักและนัดเจอกันครั้งแรกเอง แต่คืนนั้นหนูนอนค้างบ้านเขาแต่ยังไม่ได้มีอะไรกัน ต่อมาครั้งที่สองก็นัดเจอทานข้าวกันปกติ ไม่ได้มีอะไร จนล่าสุด 2 อาทิตย์แล้ว ตอนนั้นหนูดื่มอยู่ที่บ้านคนเดียว ดื่มไปค่อนข้างเยอะ แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรตามให้ไปดื่มต่อข้างนอกใกล้ๆ บ้าน ซึ่งตอนนั้นหนูก็เริ่มเมาแล้วด้วย แต่หนูก็ตัดสินใจไป พอหนูไปดื่มกับรุ่นพี่ได้สักพัก เขาก็ทักมาบอกว่า เขาออกมาดื่มเหมือนกัน มาดื่มต่อกับพี่มั้ย แล้วหนูเมาไม่รู้เรื่องเลยเผลอตอบตกลงไปกับเขา หลังจากนั้นภาพตัดเลย รู้สึกตัวอีกทีตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า มีความรู้สึกกำลังจะพลิกตัว แล้วจะเอามือคว้าหมอนข้างมากอด แต่มันไม่ใช่หมอนข้าง มันเป็นเขานอนหันหลังอยู่ข้างๆ และหนูก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน แต่สวมเสื้อผ้าของเขาอยู่ หนูตกใจมากก็เลยไปเปิดแชทดู รู้เลยว่าเมื่อคืนหนูพลาดแล้ว หลังจากนั้นหนูก็ปลุกเขามาถามว่า เมื่อคืนได้ป้องกันมั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ หนูทำอะไรไม่ถูกเลยกลับบ้าน ไม่ได้คุยอะไรกับเขา และพอถึงบ้านหนูก็ทักไปหาเขาว่าหนูต้องกินยาคุมหรือเปล่า เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง แต่หนูก็เลือกที่จะกินยาคุม ซึ่งหนูกังวลทุกอย่างเลย ทั้งเรื่องท้อง เรื่องโรคติดต่อบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจโรค ได้แค่ตรวจเลือดจากการตรวจสุขภาพ ตอนนี้กำลังรอเวลาอยู่ประมาณ 7-15 วัน ค่อยตรวจอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง หนูก็เลิกดื่ม เลิกเที่ยวเลย หนูอยากรู้ว่า เขาจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีมั้ย? 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า‘เรื่องที่เขาจะมองหนูยังไง มันไม่สำคัญเท่ากับเรื่องสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหนู หลังจากมีเซ็กส์ที่ไม่ยินยอมและไม่ป้องกันการมีอะไรกับผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หนูไม่ได้เสียตัวถ้าหนูยินยอมพร้อมใจและเต็มใจ สนุกร่วมกันแล้วแยกย้าย แต่ถ้ากินเหล้าเมาแล้วพลาดไม่ได้ป้องกัน มันเหมือนกับว่า ไม่ได้สนุก ไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้อะไรเลย เสียอย่างเดียว ลองคิดดูว่าถ้าหนูโดนคนที่เขาทำแย่ๆแบบนี้ใส่ แต่เป็นเพื่อน พี่ น้องของหนูล่ะ? ภาพที่มองมายังปัญหานี้อาจะเปลี่ยนไป ดังนั้นต่อจากนี้ ตัวหนูควรสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นมาฉวยโอกาสกับหนูได้ง่ายๆ ไม่พาตัวเองไปเสี่ยง ทบทวนว่าหนูได้บทเรียนอะไรกับเรื่องนี้บ้าง แล้วมาตั้งตัวใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอว่าหนูควรทำอย่างไรต่อไปดี อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายควรจะรู้ ก็คือ มียา PrEP และยาต้าน HIV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าวางใจว่าไม่มีอะไรหรอก และอย่าไปคิดว่าการตรวจสุขภาพมันจะบอกทุกอย่าง ถือซะว่านี่คือบทเรียนครั้งสำคัญมากๆในชีวิต...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

15 พ.ค. 2026

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออก แต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ !

ทำยังไงดีคะ รักบ้านหลังนี้มาก ไม่อยากย้ายออกแต่ดันมี ‘เจ้าจิ้งจก’ ตัวปัญหาที่ทำให้คุณแฟนอยู่ไม่ได้ ! ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ ด้วยคำถามที่ว่า ควรทำอย่างไรกับปัญหาเรื่อง ‘จิ้งจกในบ้าน’ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ดันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแฟน ‘คุณพีช (นามสมมุติ)’ อายุ 32 ปี เล่าว่า คบกับแฟนมาหลายปี จนปีที่แล้วเริ่มคิดที่จะลงหลักปักฐาน แฟนตัดสินใจจะซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน ทั้งคู่ใช้เวลาในการหาบ้านจนได้เจอบ้านที่ถูกใจ ซึ่งเป็นบ้านเปล่า คุณพีชจึงได้ทำการตกแต่ง เลือกของที่ชอบเองทุกอย่าง จนกลายเป็นบ้านที่รักมาก แต่หลังจากอยู่ไปได้เพียง 2-3 เดือน เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงอย่าง ‘จิ้งจก’ กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะแฟนกลัวจิ้งจกเข้าขั้นแพนิค จิ้งจก 1 ตัวในห้องครัวก็เป็นปัญหา เพียงได้ยินเสียงก็หลอนแล้ว แฟนคุณพีชกลัวจิ้งจกถึงขั้นที่ก่อนลงจากรถต้องเช็กกำแพงว่ามีหรือไม่ ต้องเดินกระทืบเท้าดัง ๆ ก่อนเข้าบ้านก็ต้องตีประตูแรง ๆ เพื่อที่จะให้เจ้าจิ้งจกตกใจหนีไป ส่วนตัวคุณพีชไม่ได้ชอบจิ้งจก แต่พอแฟนกลัวก็ต้องกลายเป็นยอดมนุษย์หญิงคอยปกป้อง คุณพีชเล่าว่าเคยมีอยู่คืนหนึ่งวันที่เหนื่อยมาก ต้องการพักผ่อน แต่แฟนโทรมาบอกว่ามีจิ้งจกในห้องครัว ตอนนี้กำลังจะขับรถไปรับเธอมาจับให้ ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เธอไปนอนบ้านในเมือง อยู่ไกลกับบ้านแฟนถึง 30 กิโลเมตร เธอพยายามเสนอทุกวิถีทางที่จะทำให้แฟนไม่ต้องมารับ โดยเสนอว่าให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านช่วยจับให้ แต่แฟนก็ปฏิเสธ แม้จะบอกว่าเธอจะคุยให้เองแฟนจะได้ไม่ต้องอาย แต่แฟนก็ไม่โอเค ต้องให้เธอมาจับเท่านั้น เธอจึงโมโหและบอกแฟนว่า “ไม่ต้องมารับ เดี๋ยวไปเอง” จากนั้นเธอก็ขับรถไปด้วยความเร็ว แล้วรีบไปจับจิ้งจกให้แฟน เมื่อไปถึงก็พบว่าเจ้าจิ้งจกที่แฟนเจอตัวเล็กกว่านิ้วก้อยอีก นอกจากนี้ คุณพีชยังเล่าอีกว่า มีอยู่วันหนึ่ง แฟนโทรมาเหมือนต้องการปรึกษาเรื่องสำคัญ ‘เป็นเรื่องบ้าน’ คุณพีชก็ถามทันทีว่าเป็นเพราะเรื่องจิ้งจกใช่หรือไม่ แต่แฟนบอกว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นเรื่อง Location บ้านไกล ได้เจอเพื่อนน้อยลง แต่คุณพีชมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ เพราะตั้งแต่ย้ายบ้านมา เพื่อนของแฟนก็แวะเวียนมาหลายกลุ่มแล้ว แฟนจึงเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดพี่สาวและให้พี่สาวมาอยู่ที่บ้านแทน เพราะก่อนหน้านี้เคยอยู่คอนโดมาก่อนจึงมั่นใจว่าไม่มีจิ้งจก เพราะเป็นคอนโดสูงจิ้งจกปีนไม่ถึง แฟนทำงานแบบ Work from home ต้องอยู่บ้านเป็นหลัก ส่วนคุณพีชจะทำงานที่ออฟฟิศ ต้องทำงานนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ จึงไม่อยากเห็นแก่ตัวเอาแต่ความรู้สึกตัวเองเพียงอย่างเดียว คุณพีชจึงอยากถามดีเจว่าควรจัดการกับปัญหานี้อย่างไร บ้านหลังนี้แฟนเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แต่แฟนก็ให้คุณพีชทำหน้าที่ตกแต่งบ้านได้อย่างเสรี จนบ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านที่คุณพีชรัก และคุณพีชเองก็ไม่อยากที่จะจากบ้านหลังนี้ไป หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจก็ได้ให้คำแนะนำโดยมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า สิ่งสำคัญคือให้ลองคุยกันจริงจังว่าปัญหาคือเรื่องอะไร เป็นเพราะ Location หรือหรือ จิ้งจก จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุด ด้าน ’ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ลองขอเวลาจากแฟนสัก 3 เดือน ทำทุกวิถีทางให้จิ้งจกหายไป นอกจากนี้ถ้าแฟนยอม ก็ลองพาเขาไปพบจิตแพทย์เผื่อจะมีทางออกที่ดีในด้านจิตใจ หรือลองพยายามหาเหยื่อวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ให้เป็นกันรู้ว่าอาหารอยู่ตรงนี้ ให้จิ้งจกมาอยู่ที่นี่ที่เดียว" ฝั่ง ‘ดีเจเผือก’ ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า "ให้ลองจ้างบริษัทจัดการ หรือลองใช้เหยื่อดักจิ้งจกไปวาง ลองทุกวิธีที่พอจะทำให้ได้มากที่สุด น่าจะทำให้ปัญหาทุเลาลงจนอยู่ได้ และหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้น แม้สักนิดก็ยังดี" และคุณพีชมีคำถามพิเศษกับ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่าควรวางตัวอย่างไร พูดกับเขาอย่างไร และเป็นหลักให้เขาอย่างไรดี ด้าน ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พยายามกำจัดแมลง เพราะหากไม่มีอาหารมันก็ไม่อยู่ แต่ก็ต้องบอกผู้ชายของเราด้วยเช่นกันว่า จิ้งจกมีทุกที่เราจะช่วยจับได้ก็เฉพาะที่บ้านเท่านั้น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-