สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?

03 เม.ย. 2026

สามีมีปัญหาน้องชายไม่ลุก ส่งการบ้านปีละ 2 ครั้ง ส่งทีก็ทำได้ไม่ดี

ไม่กล้าบอกสามีเพราะกลัวเขาจะเสียความรู้สึก 

อยากมี FWB ผิดไหม หรือควรทำอย่างไรดี ?


       ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องที่สามีส่งการบ้านไม่ได้ ถึงส่งก็ทำไม่ดี ควรหา FWB มาแทน หรือให้เขาไปพบแพทย์ดี

       ‘คุณแองจี้ (นามสมมุติ)’ อายุประมาณ 30 ปีกลาง ๆ  ได้เล่าว่า “แต่งงานมา 10 ปีแล้ว ช่วงแรก ๆ สามีก็ส่งการบ้านดี เป็นปกติ วันเว้นวันได้เลย เพราะเป็นช่วงที่เราพยายามอยากมีลูกด้วยกัน แต่สามีเริ่มมีปัญหา ปีที่ 5-6 หลังจากแต่งงาน ซึ่งเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าอายุมากขึ้นแล้ว  ไม่อยากมีลูกแล้ว เลยต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เวลาที่จะเริ่มกิจกรรม เราต้องหยุดเพื่อสวมถุงยางก่อน แต่หลังจากที่หยุดไป สามีมีอาการอ่อนตัว ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อได้ ทำให้สามีไม่มั่นใจในตัวเอง แม้กระทั่งต่อมาเรามีปัญหา ทำให้ต้องตัดมดลูกไป และไม่ต้องใช้ถุงยางเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อีกแล้ว แต่ความมั่นใจของสามีลดลงจนแทบไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกเลย 

       จนมารู้ตัวอีกที สามีและเราทำกิจกรรมกันปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแต่ละครั้งก็ไม่ได้ดี หรือสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อนตอนที่เขายังไม่มีปัญหา แองจี้คิดว่าสามีเองก็อยาก แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง สามีของแองจี้รู้สึกว่า ‘เขาเป็นสามีที่บกพร่อง’ แต่สำหรับแองจี้ เขาคือสามีที่ดีทุกอย่าง แต่ปัญหาของเขาอาจจะเกิดจากการขาดความมั่นใจจนเครียดเท่านั้น

       อย่างไรก็ตามแองจี้ก็ไม่กล้าบอกให้สามีไปพบแพทย์ เพราะกลัวว่าเขาจะเสียความรู้สึก เสียศักดิ์ศรี และยิ่งเสียความมั่นใจไปกว่าเดิม ตัวแองจี้เองมีความต้องการทางเพศปกติ แต่สามีตอบสนองไม่ได้ สามีก็พยายามที่จะช่วยในวิธีที่ไม่ต้องสอดใส่ แต่เขาก็ทำไม่ค่อยเก่ง ทำยังไม่ค่อยถูกจุด เราทั้งคู่ไม่เคยมีประสบการณ์กับใครมาก่อนแต่งงานด้วย เวลาที่เราอยากบอกสามีเกี่ยวกับเรื่องที่เขาช่วยเราไม่ถูกจุด หรือยังไม่ดี ก็จะมีความเขินอาย และกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จึงไม่กล้าบอกสามีไป ทำให้เราไม่แฮปปี้ในเรื่องนี้ เขาเป็นสามีที่ดี แต่เราก็ยังรู้สึกขาด ทั้งที่สามีอายุแค่ 20 ปลาย แองจี้จึงคิดว่า อาจเพราะเราไม่น่าดึงดูดมากพอ หรือสามีเบื่อ เพราะเราแก่กว่าหรือเปล่า จึงอยากปรึกษาพี่ ๆ  ดีเจว่า แอบคิดอยากมี FWB (friend with benefits) จะผิดมั้ย ถึงแม้จะรู้สึกผิดต่อสามีมาก หรือเราควรบอกเขาให้ไปหาหมอ แล้วควรบอกอย่างไรให้เขาไม่รู้สึกแย่”

       เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจอั๋น’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าการแนะนำให้สามีไปหาหมอเราสามารถคุยกันให้เป็นเหมือนเรื่องสนุก ๆ ผ่อนคลายก่อนก็ได้ หรือมีวิธีการคุยของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนก็แตกต่างกัน พี่มองว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วมันน่าจะคุยกันได้นะ เข้าใจในความรู้สึกที่ไม่อยากกดดันเขา พี่ขอแยกออกเป็น 2 กรณี ถ้าเขาทำไม่ดีตรงนั้นมันสามารถคุยกันได้ แต่ในกรณีที่เขาทำไม่ได้อันนี้ต้องไปพบหมอ ถ้าเป็นพี่โดนผู้หญิงบอกให้ไปพบหมอ พี่ก็ไม่เสียความรู้สึก และการคุยกันตรง ๆ มันง่ายกว่าการไปแอบมี FWB นะ”

       ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า “พี่ว่าคุณแองจี้ต้องคุยกับแฟนมากกว่านี้ ไม่ต้องอาย หรือกลัวว่าเขาจะมองว่าเราเป็นคนหมกมุ่นทางเพศ การคุยกันแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะคุณแองจี้ที่บอกว่าสามีมีกิจกรรมแค่ 2 ครั้งต่อปี เราสามารถถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงได้ว่า เธอกังวลอะไรหรือเปล่า เพราะมันแสดงออกชัดทางร่างกายว่าน้องชายเขาไม่แข็งตัว พี่ว่าเขาคงไม่มองว่าคุณแองจี้ไปดูถูกเขาหรอก ทั้งคู่เริ่มต้นมาด้วยกัน เป็นคนแรกของกันและกัน ก็ควรจะลองผิดลองถูกไปด้วยกัน อย่างคำปรึกษาจาก ‘หมอท้อป’ ในสัปดาห์ก่อน ๆ ว่า มันเป็นเรื่องปกติของสามีภรรยา เวลามีปัญหาก็ยอมรับว่ามันเป็นปัญหา อย่ามัวเอาไปซุกไว้ใต้พรม คุยกันด้วยความเป็นห่วง คุณแองจี้น่าจะรู้ว่าต้องคุยกับสามีแบบไหน และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า การได้คุยกัน มันดีกว่าการไปหา FWB มากเลย”

       ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถคุยได้ จริง ๆ หอมสามารถแนะนำแพทย์ เกี่ยวกับ Sex Therapy ที่เป็นอาจารย์ช่วยเรื่องชีวิตคู่ได้ แต่ก็แองจี้ต้องไปคุยกับแฟนว่า คุณแองจี้จะชวนแฟนไปปรึกษายังไง เรื่องบนเตียงก็เป็นพาร์ตหนึ่งของชีวิตคู่เช่นกัน ถ้าคุณแองจี้มองว่าเป็นปัญหาถึงขั้นที่อยากหา FWB นั่นแปลว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่เล็กแล้ว แต่อย่าไปเล่าแบบนี้ให้เขาฟังนะ ว่าถึงขั้นอยากจะไปมี FWB และอย่าเพิ่งบอกก็ได้ว่าเขาทำให้เราไม่ถูกจุด เพราะเขาอาจเสียความมั่นใจได้ แต่สามารถพูดได้ว่าอยากให้เขาทำอย่างไรให้เรา ค่อย ๆ พูดไป ถ้าไม่กล้าพูด และไปหาหมอ ก็สามารถฝากให้หมอช่วยบอกเขาได้ ถ้าได้ไปพบแพทย์จริง ๆ หมอจะคุ้ยหาสาเหตุ และรักษาจนได้ มันเป็นอีกศาสตร์ที่ช่วยเรื่องชีวิตคู่ เป็นเรื่องปกติ มีอีกหลาย ๆ คู่เลยที่เป็นแบบนี้ คนที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัว พี่มั่นใจได้เลยว่ามีเยอะ ถ้าเราอยากอยู่ด้วยกันต่อ ให้แก้ปัญหาปัจจุบันร่วมกันก่อน”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

25 ส.ค. 2025

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟนเพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคนต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย 2.พอไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงของแฟน ก็จะมีคนนึงมาใกล้ชิดสนิทสนม กอดแขนแฟนเราบ่อยเกิน จนเรารู้สึกไม่โอเค ตอนนี้คบกันมาหลายปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมันผิดที่สังคมของแฟน หรือ ผิดที่ตัวหนูเองที่ไม่โอเคกับสิ่งที่หนูเจอมา “คุณฝน (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้ากับแฟนเพื่อนไม่ได้ โดย “คุณฝน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานานแล้ว และแฟนก็พาไปรู้จักกับเพื่อนๆของเขา อย่างเพื่อนผู้ชายกลุ่มแรก เพื่อนๆเขาก็พาแฟนแต่ละคนมารู้จักกันไว้ มีนัดปาร์ตี้สังสรรค์กัน ค่อนข้างเจอกันบ่อย ในช่วงแรกก็เหมือนจะเข้ากันได้ แต่พอรู้จักกันไปสักพัก ในกลุ่มเนี่ยจะมีกัน 5 คน แต่เหมือนว่าหนึ่งจะไปลวนลามแฟนของสอง ซึ่งคนที่โดนก็ไม่ได้ยินยอม พวกเราก็รู้กันว่า คนนี้ทำแบบนี้กับเพื่อน แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูไม่โอเคกับเรื่องนี้มากๆ ก็เลยบอกแฟนว่า เราเลี่ยงที่จะไม่ไปเจอเขาได้มั้ย แต่แฟนก็ยังไปอยู่ หนูก็เลยปล่อยให้เขาไปคนเดียว ต่อมาแฟนก็พาไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มเพื่อนผู้หญิง แรกๆก็เหมือนจะเข้าได้ แต่พอล่าสุดที่ผ่านมา ในงานวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มนั้น เขาก็ชวนไป แต่พอถึงเวลาที่จะกลับ เพื่อนของแฟนก็มาเกาะแกะแฟนหนู มันทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าตรงนั้นมันไม่น่าอยู่ เราจะไปอยู่ที่ตรงนั้นทำไม แต่แฟนก็ยังคะยั้นคอให้เราไปอยู่ดี พอหลังจากนั้น หนูก็ถ่ายรูปแฟน แต่ติดแขนเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ลงสตอรี่ไอจีใส่แคปชั่นว่า ‘เออเอ๊า เอาเข้าไป’ แล้วเหมือนเจ้าของวันเกิด เขาจะเห็น เพื่อนผู้หญิงคนที่เกาะแกะแฟนก็เลยทักมา ‘เออเนี่ยขอโทษที่เมื่อวานไปเกาะแกะ แล้วก็ฝากขอโทษฝนด้วยนะ รู้ว่าไม่โอเค’ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มันผิดที่หนูเองที่เข้ากับกลุ่มเพื่อนแฟนไม่ได้ หรือมันผิดที่เพื่อนแฟน?’ โดยทั้ง “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘เป็นเรื่องของการที่รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ไม่ใช่ว่าเราเข้ากับเพื่อนแฟนไม่ได้ แต่สถานการณ์ต่างๆที่เจอ มันคงน่าอึดอัด และเรารับไม่ได้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเจอ อยู่กับแฟนไป ไม่ต้องฝืนตัวเอง อย่างเรื่องการโพส อาจจะใจเร็วเกินไป คนที่เราควรบอก คือแฟนของเรา ว่าเราไม่โอเค ช่วยห่างๆคนนี้ได้มั้ย ส่วนเรื่องปัญหาระยะไกล คือสังคมแฟนเราแปลกๆ ดูไว้ใจอะไรไม่ได้ เขาอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ แล้วอะไรจะการันตีว่า เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น นอกจากจะศีลเสมอกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

11 ต.ค. 2024

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้านแต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามาเค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค หนูควรขออีกสัก 2 ปี แล้วกลับไปทักเขาดีไหมคะ? “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็น LGBTQ+ คบกับผู้ชายคนนึง เเต่พ่อเเม่แฟนไม่ชอบเราเลยต้องเลิกคุย ควรรอเขาดีมั้ย? โดย “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูทำงานเป็นเซลล์ ได้ไปเจอผู้ชายคนนึงในแอป ๆ นึง เขาอายุ 29-30 ปี คุยกันจนได้มาอยู่กัน อยู่กินกันมาด้วยกันอะไรเเบบนี้เหมือนแฟนคนนึง คบกันได้ซักพักไม่ถึงปี โดยส่วนตัวหนูเป็นสาวสอง ตอนแรกครอบครัวเขาไม่รู้ว่าเขาคบกับหนู มีวันนึงตัวผู้ชายเขาจะพาหนูไปพบกับครอบครัวเขา เขาก็ได้บอกกับพ่อเเม่เขาว่าจะพาเราไปหานะ เเล้วก็ได้โทรกลับมาหาเราบอกว่า พ่อแม่เขาไม่โอเคนะที่เราเป็นสาวสองอะไรเเบบนี้ หนูต้องการอยู่กับเขาเเต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกับหนูไปแล้วได้ประมาณครึ่งเดือน ก่อนหน้าที่จะเลิกกันเขาบอกว่าไม่อยากทิ้งหนูไปไหน ยังอยากอยู่กับหนู เเต่เหมือนเขาเลือกครอบครัว พ่อแม่เขาบอกว่าอายุก็ต่างกัน อายุเท่านี้จะไปทำงานอะไรได้ ดูเเลลูกเขายังไงได้ เเละเขาก็บอกว่าถึงเราคุยกันไปก็ไม่ได้คบกันอยู่ดี ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสองมาก่อน เเต่เหมือนแบบไปหลอกลูกชายเขา หลอกเงิน หลอกอะไรเเบบนี้ ตัวเขาก็เลยไม่โอเคกับการที่ให้ลูกชายเขามีแฟนเป็นสาวสองอีกครั้ง เพราะกลัวเราจะไปหลอกเขาอีก หลังจากที่เลิกคุยกันก็มีการติดต่อกันนิดหน่อย ประมาณว่าทำอะไร เป็นยังไงบ้าง เเล้วเหมือนหนูจะทักไปหาเขาอีกเขาก็บอกว่าไม่อยากให้เราทักไปอีก กลัวลืมเราไม่ได้เเล้วก็ขอบล็อค หนูลืมเขาไม่ได้หรอกเพราะสำหรับหนูเขาเป็นผู้ชายที่ดีที่หนูเจอมา ถ้าเกิดคนเขารักเราจริงเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเรา มันมีอยู่วันนึงรถพ่อของเขาเสียกลางทางด่วน เเล้วเหมือนเขาเงินไม่พอเลยทักมายืมเรา เราก็เลยโอนไปให้ทันที หนูก็อยากรู้ว่า เฮ้ย! เราก็อยากรู้ว่าเราก็เคยช่วยพ่อเธอนะ ทำไมเธอไม่ลองคุยกับเขาว่าเราก็มีข้อดีนะ ตอนนั้นโอนไป 2 ยอด เป็นยอดรวม 5,000 บาท ตอนนี้เขาก็โอนคืนเเล้วเเต่คืนไม่หมดยังเหลืออีกนิดหน่อย เเต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะตอนที่เขามาหาเราเขาพาไปเลี้ยงข้าวเงี้ย เราก็ไม่เคยออกเองซักบาท หนูว่าจะเริ่มต้นใหม่ พยายามคุยกับคนอื่นเเต่ก็ไม่มีใครดีเท่าเขา ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าอีก 2 ปีบรรลุนิติภาวะเเล้ว หนูควรรอเขาอีกดีมั้ย?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องถามว่าการรอของเนทรมานรึเปล่า ถ้าเรายังไม่ได้เจอไปเจอใครใหม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะอยู่ไปแบบนี้ รอเขาอยู่เงียบ ๆ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความฝันนี้ได้ ถ้าชีวิตมันไม่ทรมานมาก คนเรามันรอได้อยู่เเล้วเเต่อย่าไปรบกวนเขา เเล้วลองดูพอเราโตขึ้น มีงานมีการเป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น บ้านเขาจะเปิดรับเราอย่างที่เราคิดมั้ย เเต่เตือนตัวเองนะว่าผลลัพธ์มันจะออกมายังไงก็ได้ เขาอาจจะยังไม่ได้ชอบเราเหมือนเดิม 2 ปีอาจจะสูญเปล่าก็ได้ ก็เตือนตัวเองนะว่ามีสิทธิ์ผิดหวัง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ’ไม่น่าลงทุนต่อ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีอะไรดีขึ้นในการรอ เพราะคบกันไม่ถึงเดือน ยังไม่มีความผูกพัน ยังไม่มีความรักเกิดขึ้นก่อตัวขึ้นมา การรอของเนเน่ถ้ามีความสุขก็รอไป เเต่คุณเเม่คิดว่าอย่าเอาใจไปเล่นทั้งใจเลยว่าจะรอผู้ชายคนนี้ ตามหาสิ่งที่ใช่สำหรับเรา อะไรที่ไม่ใช่เทได้นะ ไม่ใช่ไม่มีใครดีเท่าเขา เเค่เรายังไม่เจอ ช่วงเวลาสั้น ๆ มักจะหอมหวานเสมอมันยังไม่ใช่ ถ้าเริ่มต้นเเค่เนี้ยเเล้วเทเราอะ ไม่ต้องรอเขาไม่ได้ควรค่า’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ’การที่เราคบกันไม่ถึงเดือนเเล้วเขาพาเราไปเปิดตัวกับพ่อเเม่ คิดว่ามันสมเหตุสมผลมั้ย อย่าลืมนะเขาบอกมาเเล้วว่าเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสอง พ่อแม่เขาก็ไม่ชอบ คนปกติก็ยิ่งระวังตัวนะว่าอย่าเพิ่งให้พ่อแม่รู้ เขาอยู่กับหนู 2 คนสบาย ๆ ในห้องก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้พ่อแม่ตัดสินเลยอยู่ด้วยกันถ้าเขาชอบหนูรักหนู ลองนิ่ง ๆ คิดดูว่าสิ่งที่เขาทำมันสมเหตุสมผลหรือเปล่า ถ้าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องจริง พี่ว่ามันก็ยากมากเหลือเกินที่หนูจะไปทำให้เขาไม่ชอบ ในเมื่อเราเกิดมาแบบนี้อ่ะ หนูอายุเท่านี้หนูมีความสุขกับชีวิตดีกว่า หนูควรจะเจอคนที่น่ารักกับหนูอ่ะ ยุคนี้มีพ่อแม่มากมายที่เขาโอเคที่ลูกเขาจะมีแฟนเป็นสาวสอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้ เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่า ไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้ว เราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ?

26 มิ.ย. 2026

คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้ เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่า ไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้ว เราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ?

คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่าไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้วเราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ? ‘คุณบี’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิถุนายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจว่าเธอนั้นผิดหรือไม่ ที่คิดว่าไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ‘คุณบี’ อายุ 25 ปี เล่าว่า เธอเติบโตมากับคุณยาย ท่านเป็นคนเก่ง ฉลาด และเคยได้ทุนเล่าเรียนหลวง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณยายก็อายุมากขึ้น สุขภาพก็อ่อนแอลงจนเดินไม่ไหว จากที่เคยไปเดินเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ คุณยายก็เปลี่ยนมานั่งรถเข็นแทน เมื่อ 2 ปีที่ผ่าน ท่านก็เริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์ อาการทางสมองทรุดหนักลงไปอีกหลังจากถูกคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินไป 2 แสนบาท อาการของท่านทรุดลงจนทำให้ล้มบ่อยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะท่านได้ยินเสียงแว่วว่ามีคนเรียกจึงเดินออกไปแบบไม่ได้ใช้ไม้เท้า จนกระทั่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ท่านกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งก่อนหน้านี้คุณยายเคยบอกเสมอว่าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์แบบเพื่อน ๆ ของท่าน และสั่งไว้ชัดเจนว่า “ถ้าเป็นอะไรไป อย่าเอาสายมาเจาะ อย่ามายุ่งกับร่างกายของฉัน” แต่พออาการทางสมองแย่ลงจนถึงขั้นเคี้ยวและกลืนอาหารไม่ได้ หมอจึงแนะนำให้ใส่ท่ออาหารทางจมูก ซึ่งในวันที่ใส่ท่ออาหารก็มีเลือดพุ่งย้อนออกมา ทั้งนี้ คุณยายยังมีอาการน้ำท่วมปอดทำให้ต้องเจาะเลือดทุกวัน และยังต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องพิเศษที่มีเวลาเข้าเยี่ยมจำกัด ทำให้เมื่อคุณยายตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบใคร ท่านก็ตัดพ้อว่าไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ ท่านเลย นอกจากนี้ท่านยังเคยบอกไว้ด้วยว่า อยากให้หยุดการรักษาท่านได้แล้ว เมื่อคุณบีเข้าไปเยี่ยมคุณยายก็เห็นว่าร่างกายของท่านดูทรมาน มือบวม เท้าบวม และไม่มีแรงขยับร่างกาย เธอคิดว่าคุณยายต้องทรมานเป็นอย่างมาก และคิดว่าหากเป็นท่าน ท่านคงไม่อยากให้ตัวเองมีสภาพแบบนี้อย่างแน่นอน นั่นทำให้เธอคิดต่อว่า เธออยากให้ท่านจากไปอย่างสงบตามที่ท่านเคยบอกกับเธอไว้ และถึงแม้ในตอนนี้คุณยายจะจากไปได้ 2 สัปดาห์แล้ว แต่คุณบีก็รู้สึกผิดที่มีความคิดเช่นนั้น เธอจึงอยากถามทุกคนว่า เธอผิดหรือไม่ที่คิดอยากให้คุณยายจากไป ทางด้านเหล่าดีเจและคุณหมอก็ให้คำปรึกษาและยืนยันว่าสิ่งที่คุณบีคิดนั้นไม่ผิดอะไรเลย โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ ที่ให้มุมมองว่า “ในสถานการณ์นั้นทุกคนย่อมตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดอยู่แล้ว การที่คุณบีรู้สึกแบบนี้มันไม่ผิดเลย เพราะเราได้สัมผัสและดูแลท่านในจุดที่คนอื่นไม่ได้เห็น แต่ก็ใจเขาใจเรา คนอื่น (ญาติคนอื่น) ก็มีวิธีคิดที่อยากจะให้คุณยายดีขึ้นในแบบของเขา เพราะฉะนั้นแล้ว สำหรับพี่ ความคิดของบีไม่ได้ผิดอะไรเลย” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่เสริมต่อว่า “ตัวพี่เองก็ค่อนข้างที่จะมีความคิดเหมือนกับคุณบี อีกทั้งคุณยายก็ได้แสดงเจตจำนงของตัวเองไว้ชัดเจนแล้ว โรคนี้มันกัดกินจนท่านไม่ใช่ท่านคนเดิม การที่คุณบีอยากให้ท่านสบายและไม่อยากเห็นท่านทรมานจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร” ต่อด้วย ‘ดีเจพี่อ้อย’ ที่เสริมต่อและพูดถึงเรื่อง Living Will (หนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้ายของชีวิตที่บุคคลได้แสดงถึงรูปแบบหรือแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ตนต้องการไว้ล่วงหน้า) มาประกอบอีกว่า “บางทีในช่วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิตมันเป็นการตัดสินใจของคนอื่นทั้งหมด ดังนั้นการยื้อชีวิตต้องดูว่าตอนที่ท่านอยู่ท่านมีความสุขมั้ย การที่คุณบีคิดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราสั่งไม่ให้ท่านอยู่ต่อบนโลกนี้ แต่ทุกอย่างมันเป็นไปตามกระบวนการของร่างกาย” และสุดท้ายปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ว่า “มีคนที่มีความรู้สึกแบบนี้และมาระบายเยอะมาก ความรู้สึกนี้มาจากความรักและไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่อยู่ที่ว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไปมากกว่า ขอให้คุณบีใช้ชีวิตให้มีความสุข และทำในสิ่งที่คุณยายอยากให้ทำ ซึ่งตัวหมอเองก็เชื่อว่าคุณยายมองลงมาก็จะต้องรับรู้และภูมิใจในตัวคุณบีอย่างแน่นอน” ปิดท้ายด้วยดีเจทุกคนก็ช่วยกันเสริมว่า หลังจากนี้ก็ไม่อยากให้คุณบีต้องมารู้สึกแย่กับตัวเองแล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เขาบอกว่าถ้าเจอใครใหม่ให้บอก แต่พอเจอจริง ๆ เขากลับขู่จะปล่อยคลิปลับของเรา!

18 ก.ย. 2026

เขาบอกว่าถ้าเจอใครใหม่ให้บอก แต่พอเจอจริง ๆ เขากลับขู่จะปล่อยคลิปลับของเรา!

เขาบอกว่าถ้าเจอใครใหม่ให้บอกแต่พอเจอจริง ๆเขากลับขู่จะปล่อยคลิปลับของเรา! ‘คุณนานา (นามสมมุติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับคนคุยที่ไม่ยอมปล่อยเธอไป ‘คุณนานา (นามสมมุติ)' อายุ 25 ปี เล่าว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ย้ายมาทำงานในที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการประสานงานกับหลายที่ ทำให้เจอกับพี่คนหนึ่งจากการทำงาน เขาอายุ 50 ปี และได้เริ่มคุยกันก็รู้สึกถูกคอ หลังจากรู้จักกันได้เพียงไม่ถึงสัปดาห์คุณนานาก็ไปหาเขาแล้ว ในวันที่ไปหาเขาก็ได้มีสัมพันธ์ทางกายกัน โดยหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล่าวถึงเรื่องสถานะเลย เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ระหว่างนั้นก็มีไปกินเที่ยวด้วยกันตามปกติ แต่ไม่มีการเรียกแทนด้วยสรรพนามพิเศษเชิงคู่รัก ทั้งคู่เคยสัญญากันไว้ว่าหากเจอใครใหม่ให้บอกกันได้เลย เพราะทั้งคู่รู้ดีอยู่แล้วว่าอย่างไรก็ไปต่อกันไม่รอดด้วยความต่างของอายุ คุณนานาเองก็นิยามพี่ 50 คนนี้ว่า ‘คนคุย’ แต่แล้วเธอก็ได้เจอกับผู้ชายอีกคนซึ่งรู้จักผ่านงานเหมือนกัน ความบังเอิญคือผู้ชายคนนี้ดันทำงานที่เดียวกับคนคุยของเธอ เขารุ่นราวคราวเดียวกับเธอ อายุไม่ได้ห่างกันมาก เธอกับเขาก็คุยแชต-โทรคุยกัน เรียกได้ว่าจุดเริ่มต้นเดียวกับพี่อายุ 50 เลย แต่กับคนนี้ไม่ได้รีบร้อนไปเจอกัน คุยกันไปสักพักทำความรู้จักกันไปสักครึ่งเดือนจึงนัดไปเจอกัน กับคนนี้เธอรู้สึกว่ามีอะไรให้คุยกันได้เรื่อย ๆ นอกจากนั้นกับคนใหม่เธอไม่ได้มี Line และเบอร์โทรศัพท์ของกันและกัน แต่ยังมีการ Add Facebook กัน ผิดกับพี่ 50 ที่มีเพียงเบอร์โทรศัพท์ และ Line เท่านั้น ทำให้กับคนใหม่คุณนานาได้รู้จักตัวตนเขา เห็น Lifestyle รู้จักสังคมของเขาผ่านทาง Facebook ด้านคนใหม่เองก็ได้รู้จักเธอผ่านช่องทางเดียวกัน หลังจากที่ได้พูดคุยได้เจอกับคนใหม่ คุณนานาก็รู้สึกอยากจะชัดเจนกับคนใหม่นี้ อยากพัฒนาความสัมพันธ์ อยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เธอจึงไปบอกกับพี่ 50 ว่าเธอมีคนคุยแล้ว รวมถึงบอกว่าคนคุยเป็นใคร ในตอนแรกหลังจากที่เขารับรู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาใด ๆ เหมือนเขาจะปล่อยคุณนานาไป เธอก็เข้าใจว่าเขาโอเค แต่หลังจากที่เขามารู้ว่า คุณนานากับคนใหม่มาเจอกันในฐานะแฟนอย่างเปิดเผย เขาก็ไม่โอเค มาวีนเธอและคนใหม่ของเธอ ด้วยความต่างของอายุคนใหม่ และพี่ 50 มันทำให้คนใหม่ของคุณนานาโดนข่ม โดดบีบ รู้สึกโดนระรานจากพี่อายุ 50 ยิ่งทำงานอยู่ที่เดียวกันด้วย ทำให้คนใหม่ยอมเลิกคุยกับเธอเพื่อที่จะคุณนานาจะได้ไม่ให้มีปัญหา แต่เธอเองก็ไม่ยอม เพราะเธอได้คุยเคลียร์กับเขาไปแล้วว่ามีคนใหม่ และยิ่งเขามาทำให้เธอต้องเลิกกับคนใหม่เธอจึงไปบล็อกเขาทุกช่องทาง สุดท้ายพี่ 50 ไม่ยอมจบ เขาทักเข้ามาที่บริษัทของคุณนานาเพื่อตามหาตัวเธอ จนเรื่องบานปลาย เพราะเขาพิมพ์ข้อความเชิงง้องอนมา และมีหัวหน้างานท่านหนึ่งบังเอิญเห็นเข้าจึงแคปมาถามในกลุ่มว่า “คนนี้ใคร ทำไมมาพิมพ์อย่างนี้ในบริษัท” และหัวหน้าก็ได้เรียกเธอเข้าไปคุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณนานาจึงต้องยอมปลดบล็อกเขาเพื่อคุยกับเขาว่าอย่าไประรานคนอื่น มีอะไรก็คุยกับเธอ แต่ที่เธอบล็อกคือเพราะเธอไม่ต้องการคุยกับเขา เธอต้องการที่จะจบ และเขาก็ได้ส่งคลิปหนึ่งมา ซึ่งเป็นคลิปส่วนตัวของเธอและเขา โดยที่เธอไม่ได้ยินยอมให้ถ่าย เธอเคยคุยกับเขาว่า Sensitive กับเรื่องนี้ไม่อนุญาตให้ถ่าย มารู้ว่าเขาแอบถ่ายก็ต้องที่เขาส่งคลิปมาขู่ เหมือนกับเขาต้องการข่มไม่ให้เธอไปจากเขา ไม่ให้เลิกคุยกับเขา ไม่ให้เริ่มต้นกับคนใหม่ นอกจากนั้นเขาได้ล้ำเส้นเข้าไปคุยกับคนใหม่ว่า คุณนานาเป็นแฟนเขา ซึ่งเธอไม่ยินยอม เพราะสำหรับเธอถือว่าเป็นสถานะลองคุยกัน สามารถลองได้ทุกอย่าง ลองใช้ชีวิตหรือแม้แต่ลองมีสัมพันธ์ทางกาย ถ้าไม่โอเคกันแค่เลิก แต่เขาไม่ยอมและไปบอกคนใหม่ พร้อมส่งคลิปส่วนตัวไปให้คนใหม่ด้วยจนเขาต้องยอมถอย ทั้งที่คนใหม่คือความสบายใจของเธอ ปัจจุบันคุณนานายังต้องคุยกับพี่ 50 อยู่ เพราะถูกเขาขู่ด้วยคลิป แต่เธอต้องการตัดกับเขา ไม่ต้องการคุยกับเขาแล้ว เคยคุยดี ๆ ก็แล้ว คุยไม่ดีก็แล้ว เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอไป เล่าว่าหากเธอบล็อกไปอีกเขาจะปล่อยคลิปลงกลุ่มบริษัทของเธอ คนที่รู้เรื่องคลิปตอนนี้มีเพียงหัวหน้างานที่รู้เพราะคุณนานได้เข้าไปปรึกษากับเขา และคนใหม่ปัจจุบันก็ยังแอบพูดคุยปรึกษากับเขาอยู่ แต่กับเพื่อนเธอไม่แม้แต่จะกล้าเล่าเรื่องนี้เลย ‘ดีเจเติ้ล‘ กล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องความสัมพันธ์ เพราะถึงแม้ว่าจะคบกันแล้วและหนูอยากจะเลิกมันก็เป็นสิทธิของหนู แต่ที่ไม่มีสิทธิคือการแอบถ่ายมา Blackmail" ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมว่า “ไม่ต้องไปกลัวยิ่งรู้ตัวตนเขาด้วย สิ่งที่ต้องกลัวคือ กลัวคลิปหลุดมากกว่า” ในตอนนี้ สิ่งที่คุณนานากังวลที่สุดคือ อยากตัดเขาออกไป แต่กลัวว่าเขาจะปล่อยคลิปลงกลุ่มบริษัทเพราะมันคือเรื่องหน้าที่การงานของเธอ แต่ ณ ปัจจุบันเธอคาดว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรกับคลิป และยังไม่มีใครในบริษัทของฝ่ายพี่ 50 รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอและเขา ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “เขาไม่มีสิทธิ เรามีหลักฐานอยู่แล้วว่าคลิปมีจริง ไม่ต้องรอให้เขาปล่อยต้องป้องกันก่อน” ด้าน ‘ดีเจเติ้ล’ เตือนว่า “อย่าเพิ่งไว้ใจว่าเขายังไม่ทำอะไร เราไม่รู้ เรารู้แค่จากที่เขาพูดเท่านั้น เราจะเชื่อเขาได้อย่างไร ขนาดเขาถ่ายคลิปนานา เขายังไม่บอกนานาเลย นานาอย่าคิดว่าเขายังไม่ทำอะไร และมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น นานาอย่ารอให้เขาทำก่อนค่อยไปแจ้งความ เพราะถ้าเขาทำสิ่งที่อยู่ในคลิปก็จะถูกคนอื่นเห็นแล้วนะคะ สิ่งที่ทำได้คือแจ้งตำรวจไปจับเขา เพราะถ้าไม่แจ้งเขาจะลงคลิปเมื่อไหร่ก็ได้ และจะโดนเขา Blackmail แบบนี้ไปตลอดชีวิต” คุณนานาเสริมว่า เธอกังวลว่าตำรวจจะแค่เรียกตัวเขามาให้รับทราบข้อกล่าวหาแล้วปล่อยไปหรือเปล่า ดีเจทั้งสามท่านเห็นตรงกันว่า ให้แจ้งตำรวจไปก่อน เพราะการกระทำในการแอบถ่ายคลิปของเขาได้เกิดขึ้นแล้ว ถูก Blackmail และถูกข่มขู่รวมถึงเขามีการเผยแพร่คลิปไปให้คนใหม่ด้วย อย่าคิดว่าจะไม่แจ้งความแค่เพราะเขายังไม่นำคลิปไปเผยแพร่ ให้กฎหมายจัดการเขา รวมถึงสามารถปรึกษาเพื่อนได้ให้เพื่อนพาไปโรงพัก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายสามารถเล่าได้ เราเป็นเหยื่อเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-