ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่าน แล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะ มันใช่หรอคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่าน แล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะ มันใช่หรอคะ?

02 เม.ย. 2026

ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่าน

แล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะ

มันใช่หรอคะ?

         ‘คุณลูน่า’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความสงสัยจนชวนขมวดคิ้ว กับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องร่วมงานกับพนักงานแผนกอื่น แต่เขาไม่ยอมอ่าน Email งานที่เธอส่งไปจนทำให้เกิดปัญหาตามมา

         ‘คุณลูน่า’ เล่าว่า ในออฟฟิศที่เธอกำลังทำงานอยู่ ได้มีรุ่นพี่อีกแผนกไม่ชอบอ่านอีเมลงานที่เธอส่งไปให้ ซึ่งงานนั้นเป็นงานที่รุ่นพี่ในแผนกนั้นจะต้องเป็นปราการด่านสุดท้ายในการ Approve งานก่อนส่งงานจริง

         ซึ่งรุ่นพี่ในแผนกนั้นก็ได้บอกแผนกของคุณลูน่าว่า “ทำไมเมลมาแล้วไม่เดินมาบอกด้วยว่าส่งเมลมา” ซึ่งนั่นก็สร้างความสงสัยชวนขมวดคิ้วให้กับคุณลูน่าเป็นอย่างมาก ว่ามันใช่หน้าที่หรือสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบหรือเปล่า 

         โดยคุณลูน่าได้เล่าว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นประมาณ 4-5 ครั้งต่อเดือน เมื่อเกิดเหตุการณ์เดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตัวเธอก็เริ่มทนไม่ไหว และได้ไปบอกกับหัวหน้าของแผนกนั้น แต่หัวหน้าแผนกนั้นกลับมีท่าทีที่เข้าข้างฝ่ายตัวเอง พร้อมบอกว่า เป็นความผิดของฝ่ายคุณลูน่า ที่ส่งงานมาทางเมลแต่ไม่เดินมาบอก จนบางทีก็มีผลกระทบต่องาน ทำให้ส่งงานล่าช้าไปบ้าง

         หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงได้เห็นตรงกันว่า สำหรับเรื่องนี้ ในฝ่ายนั้นก็ผิดที่ไม่ได้เช็กเมล ทั้งที่มันคืองานส่วนของเขาที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเดือนหนึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้นาน ๆ ที 4-5 ครั้ง หากไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง คิดว่าสามารถส่งไลน์ไปบอกหลังส่ง Email ให้เขาได้ อย่าไปหาเรื่องเขา ให้เอาเวลาปวดหัวไปปวดหัวเรื่องอื่นจะดีกว่า พร้อมบอกว่า คนส่วนใหญ่เวลาส่ง Email ก็มักจะทักมาบอกว่าส่งแล้ว หรือจะซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์มาใช้ก็จะสะดวกยิ่งขึ้น กรณีที่เราแจ้งเขาแล้ว แล้วเขายังไม่เห็น เขาจะผิดเต็ม ๆ ทำงานของเราให้ดี ให้ไม่มีใครมาตำหนิเราได้ก็เพียงพอ

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

14 ต.ค. 2024

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดีเพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะมันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู หนูก็เลยขอโทษเขาไปหนูจะดูเป็นเด็กที่ไม่ดีในสายตาอาไหมคะ? “คุณแกลม (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติทักว่าอ้วน เราเลยสวนกลับไป แต่เราก็รู้สึกแย่ที่พูดแรงไป โดย “คุณแกลม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งโดนญาติผู้ใหญ่ไลน์มาด่า เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วเขามาว่าหนูอ้วน หนูเลยสวนกลับเขาไป เขาเป็นคุณอา (น้องชายของพ่อ) หนูสนิทกับเขามากเลย คุยเล่นกันได้ ตั้งแต่เด็กจนโตเลย คือตอนหนูเกิดหนูพูดชื่อเขาได้คนแรก มีช่วงที่หนูไปอยู่คนละจังหวัดกับเขา แต่เวลากลับมาเจอกันเราจะคุยกัน สนิทกันได้ปกติเลย ตอนนี้คุณอาเขาทะเลาะกับพ่อหนู เขาตัดครอบครัวหนูออกจากชีวิตเขา เขาไม่เอาเลย แต่เขายังรักหนูอยู่ ยังคุยกับหนูคนเดียว แต่ตอนนี้เขากำลังจะตัดหนูออกด้วย เราอยู่กันคนละบ้าน แต่คุณอาจะแวะเวียนมาที่บ้าน มาดูแลคุณปู่ คุณย่า เรื่องที่เกิดคือ เขามาทักต่อหน้าหนูว่า ทำไมอ้วนขึ้น? เขาทักหนูหลายรอบมาก หนูก็เสียใจ แล้วก็นอยเพราะหนูอ้วนขึ้น เพราะเอฟเฟกต์จากยาที่กินด้วย หนูเลยพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่า ปกติหนูจะไม่ทักคนอื่นแบบนี้ เพราะมันดูไม่มีมารยาท แล้วเขาก็ยิ้มแห้งเลย หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกแย่ที่พูดแบบนั้นกับเขาไป ซึ่งช่วงนี้หนูต้องคุยกับเขาเพราะจะกดเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คุณปู่ คุณย่า หนูก็เลยคุยเรื่องเอกสารกันนิดหน่อย แล้วเขาก็พิมพ์กลับมาว่า โตแล้วหนิ เดี๋ยวนี้แรงใช้ได้เลยนะ ไม่ต้องเลี้ยงดูละ หนูก็เลยขอโทษเขาไป แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรหนูมาเลย จริงๆหนูรู้สึกเสียใจมากที่ตัดกับอาคนนี้ หนูไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูอยากเป็นเด็กที่น่ารักกับผู้ใหญ่ หนูควรทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัว รบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4 และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้ ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?

23 ส.ค. 2026

โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัว รบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4 และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้ ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?

โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัวรบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี? ‘คุณลูกตุ้ม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้ามักจะให้ช่วยเรื่องส่วนตัวจนรู้สึกว่ามันเกิดขอบเขตการทำงาน ‘คุณลูกตุ้ม (นามสมมุติ)’ อายุ 33 ปี’ เปิดประเด็นมาว่า “ลูกพี่ใช้งานส่วนตัวกับลูกน้องจนเป็นเรื่องปกติ แต่ลูกน้องรู้สึกว่าเป็นการรบกวนชีวิตส่วนตัวมากเกินไป” โดยคุณลูกตุ้มเป็นลูกน้องที่กำลังประสบปัญหาอยู่ จากนั้นก็เล่าว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วในทีมมีประมาณ 8-9 คน แต่ในปัจจุบันเหลือกันเพียง 4 คนรวมหัวหน้า งานค่อนข้างจะรัดตัว ต้องรับงานในปริมาณมากกับจำนวนคนที่ลดลง แต่รายได้สูง โดยสมาชิกในทีมจะมี A B และคุณลูกตุ้ม ซึ่งแต่ละคนจะถูกใช้งานส่วนตัวหัวหน้าต่างกันออกไป A มีหน้าที่เคลียร์ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์บิล ซื้อตั๋วเครื่องบิน ค่าทางด่วน ค่าเบี้ยเลี้ยง เนื่องจากบริษัทเปลี่ยนกฏต้องซื้อตั๋วเครื่องบินเอง A ก็จะต้องนั่งการเทียบราคาของแต่ละสายการบินให้หัวหน้า เวลาจ่ายเงินก็ต้องคอยโทรขอเลข OTP เพื่อตัดบัตรเครดิตของเขา กว่าหัวหน้าจะรับสายในแต่ละครั้ง Session ก็หมดอายุไปแล้วต้องเริ่มจองใหม่ แล้วเขามักจะพูดกับพี่ A ว่า “พี่เลือกแล้ว พี่พิจารณาแล้วว่าให้เธอทำ” B มีหน้าที่สั่งซื้อของออนไลน์ไปลงที่บ้านหัวหน้า เนื่องจากพื้นฐานบ้าน B มีร้านของที่บ้าน และเขามักจะซื้อของไปเติมให้พ่อแม่เสมอ เวลาซื้อออนไลน์เขาจะโปรโมชั่น ได้สิทธิพิเศษหรือส่วนลดต่าง ๆ ก็จะนำมาแชร์ให้กับคนในทีม จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวหน้าเห็นว่า B กดได้โปรโมชั่นที่ดี หลังจากนั้นหัวหน้าจึงเริ่มฝากซื้อของ ในช่วงแรกหัวหน้าจะฝากซื้อในรายการสินค้าเดียวกันและนาน ๆ จะฝากสักครั้ง แต่พักหลังกลายเป็นว่าฝากสั่งสินค้าส่วนตัวของหัวหน้าผู้หญิง ทั้งรายสัปดาห์ รายเดือน ตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว ไปจนถึงผ้าอนามัย ทั้งที่ B เป็นผู้ชาย ส่วนคุณลูกตุ้ม มีหน้าที่ไปรับ-ส่งสนามบินไม่ว่าจะเป็นเวลาตี 4-5 หรือเวลางานก็ตาม รวมถึงต้องช่วย Check-in ให้หัวหน้าด้วยเพราะหัวหน้าทำไม่เป็น และหากครั้งไหน A ไม่สะดวกซื้อตั๋วเครื่องบินหน้าที่ก็จะตกมาเป็นของคุณลูกตุ้มแทน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ในตำแหน่งงาน แต่เพราะบ้านคุณลูกตุ้มอยู่ใกล้สนามบิน โดยในการรับ-ส่งมีทั้งใช้รถบริษัทและรถส่วนตัว แม้จะเป็นการบินเพื่อไปทำงานแต่มันควรเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเขาที่จะต้องเดินทางไปสนามบินด้วยตนเอง ทั้งสามคนเคยปฏิเสธในสิ่งที่หัวหน้าสั่งแล้ว ล่าสุดคุณลูกตุ้มปฏิเสธไม่ไปส่งเขาที่สนามบินว่า “พี่ ผมไม่สะดวกถ้าเช้าขนาดนั้น” เขาก็ส่งไฟล์ตขากลับมาต่อ ซึ่งเวลานั้นยังอยู่ในเวลางาน จึงทำให้ปฏิเสธได้ยาก คุณลูกตุ้มก็มองว่ามันไม่ถูกต้องเพราะเขาก็ต้องทำงานของตนเองในเวลางานเหมือนกัน หลาย ๆ อย่างทำให้คุณลูกตุ้มและคนในทีมเป็นเหมือนคนใช้ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ของหัวหน้า เคยแจ้งไปทาง HR และทางผู้บริหารแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด โดยฝั่ง HR ก็เห็นด้วยว่ามันเป็นงาน Self Service เป็นงานที่ควรทำด้วยตนเอง พร้อมบอกว่าเดี๋ยวเขาจะไปหาวิธีคุยดู เนื่องจากในทีมมีกันแค่ 4 คน หากพูดไปจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้ คุณลูกตุ้มเล่าเสริมว่า เขาเคยปฏิเสธทั้งวิธีการ @All ในกรุ๊ปไลน์ และบอกกับเขาว่า “ในฐานะพี่สาวพี่เป็นพี่ที่โอเคเลย แต่ในที่ทำงานพี่เป็นหัวหน้าที่ Manage อะไรไม่ได้เลย” เคยมีการนัดประชุมพูดคุยกันต่อหน้าแล้ว มีปากมีเสียงแล้วทุกอย่างก็จบไป ผ่านไปหนึ่งปีทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จนปีหลังเริ่มหนักขึ้นในเรื่องของงานส่วนตัวหัวหน้า คุณลูกตุ้มเล่าย้อนว่า เมื่อก่อนมีหัวหน้าอีกคน แต่พอหัวหน้าเก่าลาออก หัวหน้าคนนี้ก็ขึ้นมาแทนด้วยความอาวุโส และก่อนหน้านี้เคยมีพี่ในทีมอีกคนที่เป็นคนพูดตรงก็พยายามสู้กับเขา คุณลูกตุ้มก็เป็นคนตรงเช่นกันจึงจะคอยซัพพอร์ต แต่ปัจจุบันพี่คนนั้นออกไปแล้ว ส่วนพี่ A และ B เขาบอกว่า เขาจะตายรังกันที่นี่แล้ว พี่ทั้งสองเป็นคนเก่งแต่ไม่มั่นใจในตัวเอง เขาไม่คิดว่าหากไปที่อื่นแล้วจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่อื่นได้ไหม จึงเป็นจุดอ่อนให้ต้องยอมหัวหน้า ตอนนี้จึงเมือนคุณลูกตุ้มสู้เพียงลำพัง ในด้านการทำงาน หัวหน้าคนนี้ก็ Manage งานได้ไม่ดี ด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่ และงานหนักมาก หัวหน้าก็จะชอบพูดว่าเขาช่วยทำอยู่ แต่เวลาที่นำ Slide ไปช่วยทำก็ส่งกลับมาเป็น Slide เปล่าที่มีเพียงหัวข้อซึ่งก็แทบไม่มีประโยชน์ คุณลูกตุ้มเสริมว่า คนในทีมไม่มีปัญหากับงานหนักเพราะงานหนักมาโดยตลอดอยู่แล้ว ให้สละเวลาถึง 1-2 ทุ่มเพื่องานก็ยินดี เพราะอย่างไรก็เป็นผลงานของตนเอง แต่เรื่องส่วนตัวมันเกินขอบเขตไป และลองทำทุกวิธีทางจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปแล้ว คุณลูกตุ้มเองก็เคยลองพยายามหาใหม่แล้ว แต่ก็ยังไม่เจองานที่ตอบโจทย์ และสถานการณ์ในทุกวันนี้ก็อาจทำให้หางานยากขึ้น ในส่วนของความสามารถคนรอบตัวก็ยืนยันว่าคุณลูกตุ้มมีความสามารถ รวมพี่อีกสองคนในทีมก็เก่งกันมาก หากเป็นคนภายนอกทีมมองมาเขาจะมองว่าทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่งานก็หนัก และยังไม่นับรวมกับปัญหาทางบ้านที่เจอส่วนตัวกันเอง ตัวคุณลูกตุ้มเสริมว่า ตนไม่เป็นซึมเศร้าก็ดีแล้ว ‘ดีเจเติ้ล’ ถามเพิ่มเติมว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยปฏิเสธได้เลยสักครั้งใช่ไหม?” คุณลูกตุ้มตอบว่า “เคยปฏิเสธได้ครั้งเดียว ครั้งอื่นเขาจะน้ำเสียงตึง ๆ ถามว่าหากเราไม่ไปจะเป็นอย่างไร ด้วยความที่เป็นลูกน้องภายใต้การบังคับบัญชา การประเมินงานต่าง ๆ แม้งานจะประสิทธิภาพดี แต่เราอยู่ภายใต้เขา การที่เราได้เลื่อนตำแหน่งบ้างไม่ได้เลื่อนบ้างเป็นเพราะที่ปฏิเสธเขาด้วยหรือเปล่า เราไม่รู้อะไรเลย” ‘ดีเจต้นหอม’ ถามเพิ่มเติมว่า “เขามีหัวหน้าอีกทีไหม” คุณลูกตุ้มตอบว่า “จะขึ้นตรง BU Head เลย” คุณลูกตุ้มและคนในทีมยังไม่กล้ารายงานไป เพราะหัวหน้า และ BU Head เขาสนิทกัน เติบโตมาด้วยกันสายงานเดียวกัน ไม่รู้ว่าการที่บอกออกไปจะเป็นอย่างไร คุณลูกตุ้มอยากขอคำแนะนำจากดีเจทั้งสามท่านว่า “จะปฏิเสธอย่างไรให้ดีที่สุด หรือ ควรทำอย่างไรนอกจากวิธีที่ได้คุยกันไปอย่างการแจ้ง HR/ผู้บริหาร ทำอย่างไรได้บ้าง? เพราะผมเองก็มีปัญหาที่บ้านหนักพอสมควรด้วย” หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล‘ กล่าวว่า “เป็นพี่จะ Tag Team กัน 3 คนไปคุยกับผู้บริหารอธิบายทุกอย่าง เพราะพี่มองว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดทั้งหมด เขาใช้งานส่วนตัวหมดเลย ถ้าเป็นครั้งคราวยังพอเข้าใจได้ แต่นี่คือทุกคนต้องดูแลเรื่องส่วนตัวให้เขาหมดเลย การให้ตื่นตี 4 ไปรับคือเกินมนุษย์มาก ขนาดเป็นหัวหน้ากับเลขายังต้องมีการเกรงใจกัน แต่ตำแหน่งเราไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำสิ่งเหล่านี้เลย พี่ว่าควรพูด ไม่ควรทน ยิ่งถ้าจะทำให้เราเป็นซึมเศร้ายิ่งไม่คุ้ม แต่ถ้าไปคุยแล้วบริษัทยังคงเก็บเขาไว้แล้วปล่อยให้เราสามคนออกไป เป็นพี่จะออก เพราะเราเองก็มีความสามารถ อย่าด้อยค่าตนเองจนต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ไม่ Make sense เข้าใจว่างานหายาก แต่หากเราเชื่อในศักยภาพของตัวเองเรามีสิทธิเลือก พี่จะไม่ยอมให้ตัวเองเป็น choice แบบนี้ เพราะเขาไม่เคารพและล้ำเส้นกันมากจนเกินไปจากที่เล่ามา ที่ B ถูกฝากซื้อของยังรับได้ แต่สิ่งที่ A และ คุณลูกตุ้มโดนมันเกินไป ไม่มีมารยาท ไม่ควรจะเป็นหัวหน้าใคร และตัวพี่เติ้ลเองก็จะไม่ไหวถ้ามีคนอย่างนี้เป็นหัวหน้า นอกจากนิสัยส่วนตัวเสีย งานเขาก็ยังจัดการได้ไม่ดี พี่มองว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เข้าใจว่าอาจเพราะเรื่องเงินเดือน แต่มันไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่ากับเงินเดือนที่ได้มันคุ้มพอไหม พี่มองว่า หากคนใหญ่คนโตในบริษัทยังมีทัศนคติแบบนี้แปลว่าบริษัทนี้ไม่ดี Toxic จากที่บอกว่าทุกคนเป็นคนเก่ง ทำไมถึงไม่ดึงศักยภาพออกมาเพื่อสู้กับเขา และต่อให้พี่อีกสองคนไม่สู้ไปกับเราแต่หากเป็นพี่ก็จะไม่ปล่อยให้ตนเองอยู่ที่นี่” ‘ดีเจต้นหอม’ ถามว่า “บริษัทจำเป็นต้องมีเราไหม หากจำเป็นให้ขึ้นพูดกับหัวหน้าเลย” คุณลูกตุ้มเองก็ยืนยันว่าตำแหน่งของทั้งสามสำคัญต่อบริษัท ‘ดีเจเติ้ล‘ ย้ำว่า “ให้ไปคุยเลย ว่าเขาจะเลือกใครระหว่างสามคนที่จำเป็น กับคนเดียวที่เป็นอย่างนี้” คุณลูกตุ้มเล่าเสริมว่า สาเหตุที่ยังไม่ออกเป็นเพราะไม่มั่นใจงานในอนาคต นอกจากนั้นคุณลูกตุ้มก็เป็นโรค SLE ซึ่งหนักมาก ด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวที่ต้องแบกรับเองประกันก็ปฏิเสธไปแล้ว และปัจจุบันบริษัทก็มี Budget ในส่วนประกันให้โดยประมาณ 1-2 แสน จึงทำให้ก่อนหน้านี้คุณลูกตุ้มมองว่ายังมีความจำเป็นจะต้องอยู่ ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พฤติกรรมเขาคือมนุษย์ป้าที่ไม่มีมารยาท และในเมื่อเราต้องอยู่ในบริษัทนี้ดังนั้นจึงให้เทคนิคทำตัวมึนไว้ สมมุติเขาสั่งอะไรสามารถปฏิเสธแบบมึน ๆ ได้เลย อย่างการบอกว่า ‘เดี๋ยวดูก่อนนะครับ’ แล้วก็หายไปเลย หากเขาถามกลับว่า ‘ดูอะไร’ ให้ตอบงง ๆ กลับไปว่า ‘ยังไม่แน่เลยครับ’ เหมือนกับว่าเขาไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่เราได้ และหากต้องไปส่งเขาที่สนามบินพยายามทำตัวให้เป็นความเสี่ยงของเขา ทำเหมือนกับไม่แน่ใจว่าเราจะตื่นไหม พูดประมาณว่า ‘เอางี้พี่ ถ้าตื่นเดี๋ยวว่ากัน’ ให้เขารู้สึกว่าเราไว้ใจไม่ได้ เราไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่ก็ไม่ชัวร์นะ หรือหากวันไหนต้องไปส่งก็ให้ลองปิดโทรศัพท์แล้วนอนดูสักวัน แล้วบอกเขาว่าเราป่วย ลุกไม่ไหวเพราะเราก็ป่วยจริง ๆ ให้เขารู้ว่าชีวิตเขาต้องเริ่ม Self Service และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่าให้รวมตัวกันสามคนไปคุย แต่ถ้าพี่ทั้งสองคนไม่เห็นด้วยก็ลองทำตามวิธีที่แนะนำดู ไม่ว่าเขาจะถามอะไรมาให้ตอบไม่ตรงคำถามแต่ความหมายเหมือนเดิมคือเรา ‘ปฏิเสธ’ ซึ่งเราไม่ผิดเพราะไม่ใช่หน้าที่ ต้องไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างเขาอีกแล้ว และในส่วนของการ Check-in ให้ส่งลิ้งก์วิดีโอสอนไปให้เขาเลย” ปิดท้ายที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “ปัญหานี้ต้องถูกแก้โดย HR ถ้าเป็นบริษัทที่มีคุณภาพ HR จะต้องจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เขาเลือกว่าจะเลือก 1 คนซึ่งคือหัวหน้าที่ทำไม่ได้แม้แต่ Check-in หรือ 3 คนที่เป็นคนทำงาน เขาจะเลือกใคร ถ้าเราไม่อยากออกสามารถย้ายทีมได้ไหม? ขอเปลี่ยนหัวหน้า หรือ บอกเขาว่าเรามั่นใจว่าจะสามารถทำงานได้โดยไม่มีหัวหน้าคนนี้ เข้าไปคุยกับ HR หากเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้แปลว่าบริษัทนี้ไม่ได้เรื่อง การที่เป็น HR ต้องจัดการทรัพยากรบุคคลให้ดี เขาต้องรู้ว่าใครที่เป็นคนทำรายได้ให้กับบริษัท ถ้าคุณลูกตุ้มคิดว่าทั้งสามคนในทีมเป็นคนที่ทำงานจริง ๆ และเป็นทีมที่ทำรายได้ให้กับบริษัทก็จงมั่นใจและเข้าไปคุยเลย บอกกับเขาไปว่าถ้าอยากให้เราทำงานต่อ เรามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง หรือถ้าเขาไม่สามารถจัดการได้ก็ไม่ต้องง้อ ระหว่างนี้ให้หางานใหม่รอไว้เลย ถ้ามีทางไปก็ไปเลย สุดท้ายให้ไปกันเป็นทีมไปสู้ก่อน ถ้าไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน ถ้า A และ B ต้องการทนต่อไม่ไปด้วย ก็เหลือเพียงคุณลูกตุ้มที่ต้องมานั่งคิดดูว่ากับเงินเดือนที่ได้อยู่แลกกับชีวิตเราคุ้มไหม จากที่เหตุการณ์เรื้อรังมาขนาดนี้ควรจัดการอะไรสักอย่าง และการที่เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่างไม่รู้ว่าเขามาเป็นหัวหน้าได้อย่างไร แค่ Check-in มองว่าเขาไม่ได้ทำไม่ได้ เขาเพียงแค่ไม่อยากทำ เพราะฉะนั้นอยู่ที่เราว่าต้องการอยู่ภายใต้คนแบบนี้หรือเปล่า หากไม่ต้องการเราต้องสู้เพื่อให้ตนเองได้ทำงานอยู่ในออฟฟิศนี้ต่อได้อย่างมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น อาจไม่มีความสุขมากแต่ไม่ควรโดนแบบนี้ แต่หากบริษัท หรือ HR ไม่สามารถจัดการได้ พี่ยืนยันว่าอย่าไปอยู่ เพราะนั่นแปลว่านอกจากหัวหน้าที่ห่วยแล้ว HR ก็ห่วย บริษัทนี้ก็ห่วย และหากถามว่าจะปฏิเสธอย่างไร พี่มองว่ามันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้ว เป็นพี่จะเลือกปฏิเสธสั้น ๆ และไม่พูดอะไรต่อ บอกเพียง ‘ไม่สะดวกครับ’ และไม่ต้องอ่านอีกเลย หากผลของการกระทำแบบนี้ทำให้เราไม่เติบโตในหน้าที่การงาน ให้เข้าไปคุยกับ HR เหมือนเคย และหาก HR ไม่ช่วยอะไรแสดงว่าบริษัทนี้ไม่ได้เรื่อง และเราจะเอาชีวิตไปผูกกับบริษัทแบบนี้คงไม่ใช่” ‘ดีเจต้นหอม‘ เสริมว่า “ระหว่างทำงานให้หางานใหม่ไปด้วย ไม่ต้องกดดันว่าจะต้องลาออกเลย ให้ใช้วิธีการง่าย ๆ อย่างการปฏิเสธเสร็จให้ทิ้งไลน์ไปเลย อ่านไลน์ช้า ๆ ตอบเฉพาะเรื่องงาน อย่าไปเครียด ถ้ารู้สึกว่าป่วยและไม่ต้องการรับอะไรที่ Toxic ก็ไม่ต้องอ่านไลน์ หากเขาถามให้บอกว่าเราป่วย”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

04 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอดแรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่าไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆหนูนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ไม่กล้าบอกคนในครอบครัว ไม่กล้าบอกคนรอบตัวเพราะเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี นอกจากจะทำร้ายร่างกายหนู แฟนหนูก็เจ้าชู้ เคยทำผู้หญิงท้อง หนูต้องตามไปจ่ายค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้หญิงหลายแสน เรื่องถึงจบ ตอนนี้แฟนหนูเขามาขอหนูแต่งงานใจนึงก็ไม่อยากไปต่อแล้ว แต่ก็ลังเล เพราะตอนที่เราเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาล เขาก็ดูแลเราดีมากๆ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 ต.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนที่คบกันมา 12 ปี นอกใจและทำร้ายร่างกายเราจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่จู่ ๆ ก็มาขอเราแต่งงาน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่อายุ 13 ปี ในระหว่างที่คบกัน แฟนก็นอกใจหนูมาตลอด หรือเวลาทะเลาะกันเขาก็จะชอบทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เขาเริ่มเป็นแบบนี้ตอนที่คบกันเข้าปีที่ 6 แต่ช่วงแรก ๆ ก่อนหน้านั้นเขาก็จะขี้โมโห ขึ้นสุดลงสุด แต่ก็โมโหได้แปปเดียวจากนั้นก็กลับมาดี ในช่วงที่หนูเข้าโรงพยาบาลเขาก็จะเข้ามาทำดีด้วย แบบดีมาก ๆ มาเฝ้าหนูจนหนูใจอ่อนเลยให้อภัยไป แต่ถัดจากนั้นมาประมาณ 2-3 อาทิตย์ เขาก็ไปมีคนอื่นอีก ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันเลย แต่หนูก็ยังอยู่เพราะเราคบกันมานานและแม่ของแฟนก็ขอให้อย่าเลิกกับลูกเขาด้วย จนวันหนึ่งเราไปเที่ยวด้วยกัน แล้วเขาก็ขอหนูแต่งงานแต่หนูบ่ายเบี่ยง พูดติดตลกไปว่า “เธอลองไปขอต่อหน้าแม่เค้าไหม?” แล้วแฟนก็ตอบกลับมาว่า “ได้ ไว้รอเธอพร้อม” แต่หลังจากกลับมาหนูก็รับงานเวรยาว ๆ ไม่ได้กลับห้อง ทำตัวยุ่ง ๆ ตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่ได้ไปเจอหน้าเขา หนูกลัวว่าถ้าหนูแต่งไป หนูจะเจออะไรอีกไหม? คือหนูยังรักเขา ถ้าให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ได้แต่กลัวว่าวันหนึ่งเราจะโดนอะไรมากกว่านี้ ตอนโดนทำร้ายร่างกาย หนูก็พักรักษาตัวเป็นเดือน ซี่โครงเคลื่อน กะโหลกตรงเบ้าตาแตก เลือดออกหู พ่อแม่หนูไม่ทราบเรื่องนี้เพราะหนูไม่ได้บอก หนูไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวคนจะมองแฟนไม่ดีและก็ทะเลาะกับแฟนบ่อยกลัวว่าเพื่อนจะต่อว่าแฟนอีก กับอีกเคสหนึ่งคือแฟนหนูทำผู้หญิงท้อง หนูก็เป็นคนชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะด้วยหน้าที่การงานแฟน ถ้ามีเรื่องแบบนี้ออกไปเขาก็น่าจะโดนหนัก เลยคุยกันว่าเดี๋ยวหนูจะออกหน้าแทนให้แต่คราวหลังอย่าทำอีก ส่วนเรื่องเงินเขาไม่ได้เป็นคนบอกให้หนูจ่ายให้ แต่ทางฝั่งของแม่น้องผู้หญิงที่เสียหายเขาโมโหมาก จนจะเอาเรื่องไปถึงที่ทำงานแฟน หนูเลยค่อย ๆ เสนอเงินเพื่อที่จะได้รับผิดชอบสภาพจิตใจและร่างกายของผู้หญิงอีกคนโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแฟนก่อน มีครั้งหนึ่งหนูบอกเลิกเขาเพราะหนูเปิดประตูห้องไปเจอเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แล้วหนูก็กลับไปนอนที่บ้าน เช้าวันต่อมา เขาก็เข้ามานั่งคุยกับแม่ หนูเลยต้องตามน้ำไปและก็กลับไปกับเขา พอถึงห้อง หนูก็โดนเขาซ้อมเลยทันที เลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าหนูควรแต่งงานกับเขาดีไหมหรือควรเลิกให้เด็ดขาดไปเลย?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำไมหนูถึงให้คน ๆ นี้ยังอยู่ในชีวิตของหนูอีก หลังจากที่เขาทำร้ายหนูมาไม่รู้กี่ครั้ง หลังจากที่หนูต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว หลังจากที่หนูเห็นเขามีอะไรกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา หลังจากที่เขามาง้อแล้วพอหนูกลับไป เขาก็ทำร้ายหนูอีก ทำไมหนูถึงปล่อยให้คน ๆ นี้อยู่ในชีวิตของหนู พี่พยายามจะเข้าใจว่ามันคือความผูกพัน แต่มันคือความผูกพันแบบไหนอีกคนถึงต้องทำร้ายเราจนเราซี่โครงเคลื่อน พี่ว่ามันถึงเวลานานมากแล้วที่คนที่เขารักตัวเอง คนที่มีสติ เขาจะไม่ได้เอาความรักแบบใดก็ไม่รู้มาบอกกับตัวเองว่าเราต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้เพราะว่าเราผูกพันกับเขา หนูบอกกับพี่ว่าหนูไม่อยากให้เขาดูไม่ดี แต่ตอนนั้นฟ้าไม่ได้มองดูตัวเองเลยเหรอว่าหนูเจ็บร่างกาย เจ็บใจขนาดไหน แล้วทำไมหนูถึงต้องปกปิดให้ผู้ชายคนนั้นอยู่อีก ตั้งแต่ที่พี่ฟังมา พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้ายังอยู่กับผู้ชายคนนี้ โดยที่ตัดสินใจแน่วแน่ไม่ได้ว่าจะเลิกกับเขา หนูเอาการเป็นแฟนกับเขาคนนี้ที่เป็นแฟนคนแรกและเป็นคนที่ยาวนานมาขังตัวเองและมาขอโทษกับอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหมดทั้งมวลจะไม่มีใครช่วยหนูได้เลยถ้าหนูไม่ตัดสินใจที่จะออกมาเอง คนรักที่ดีเขาจะไม่ทำร้ายร่างกายกัน คนรักที่ดีจะไม่มีทางนอกใจกัน ทั้งหมดที่พูดไป สุดท้ายมันอยู่ที่หนูคนเดียวเลย หวังว่ามันจะมีอะไรมาทำให้หนูฟังสิ่งที่พี่พูดและคิดตามได้ในเร็ววัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่พยายามคิดเข้าข้างคนที่ฟ้ารักมาก ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้าอยู่กับคน ๆ นี้ และพี่เจอแค่เหตุผลเดียวคือเขาเป็นคนแรกและคนเดียวในชีวิต ฟ้าบอกว่าเขาดีมาก พี่ก็พยายามถามว่า “ดียังไง?” ซึ่งถ้ามนุษย์ปกติมาฟังความดีของเขา ทุกคนก็จะบอกว่า “ใครก็ทำได้ คนทั่วไปก็ทำได้” ฟ้าให้คุณค่าชีวิตตัวเองลิมิตถึงแค่ไหน เพราะนี่ก็เข้าโรงพยาบาลเดือนหนึ่งก็ทนมาได้ หรือชีวิตเราก็ให้เขาได้ ชีวิตฟ้าไม่ได้อยู่ที่ตัวฟ้าอีกต่อไปแล้ว ชีวิตฟ้าอยู่กับเขาเพราะว่าฟ้าใช้ชีวิตเขากำหนดชีวิตฟ้า มีแค่ภาวนาให้เขาดีขึ้น เพราะกับตัวฟ้ามันอาจจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าฟ้าให้ผู้ชายคนหนึ่งนำชีวิตอยู่ เราก็จะภาวนาให้เขาเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้นมาแทนแล้วกัน มันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่เราไม่ควรทำกับคนที่เรารัก คือการทำร้ายร่างกายกับการนอกใจ ขอให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้ได้และก็ขอให้ชีวิตฟ้าอยู่รอดปลอดภัย มีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ ต่อให้เราไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่เขาก็คงไม่อยากให้ใครทำร้ายลูกเขาขนาดนี้ ถ้าพาตัวเองออกมาไม่ได้หาคนช่วยดีกว่า จิตแพทย์ก็ได้ ฟ้าควรจะพึ่งใครสักคน’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ลองสมมติกลับกันดูว่ามีคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟ้าฟัง หนูจะรู้สึกยังไง ถ้าหนูเป็นคนอื่นหนูจะตอบได้ แล้วอะไรที่พอมันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วเราทำไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นเรื่องคนอื่น การบอกเลิกกลายเป็นเรื่องที่ง่าย มันเป็นความสัมพันธ์ที่มองง่าย ๆ ก็คือ Abusive Relationship มันคือการทำร้ายกัน และบางทีความสุขของหนูก็จะไปขึ้นอยู่กับความสุขของเขา เขามีความสุข หนูก็มีความสุข พี่ก็คิดเหมือนพี่เผือกว่า ถ้าหนูปรึกษาใครไม่ได้ ถ้าหนูกลัวว่าเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี เราอาจจะยึดเขาเป็นหลักในเรื่องที่เราขาด สาเหตุของปัญหามันไม่ใช่แค่เรื่องของการที่เขาทำร้ายหนูภายนอก ที่หนูปล่อยให้เขาทำร้ายหนู หรือบางทีหนูอยากจะออกมาแต่อะไรที่ทำให้หนูยังออกมาไม่ได้ พี่คิดว่าถ้าหนูไปปรึกษาคนให้เป็นเรื่องเป็นราวและแก้พฤติกรรมหรือช่วยดูพฤติกรรมของหนู เขาจะได้ช่วยหนูออกจากปมปัญหาครั้งนี้ สำหรับพี่ พี่แนะนำให้หนูไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและพาหนูให้ออกมาจากปัญหานี้อย่างคนที่เข้าใจและไม่ตัดสินหนู แต่หนูต้องมี Commitment และไปเป็นประจำ ในเมื่อหนูยังมีเวลาให้ผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายหนูได้ หนูเพิ่มเวลาอีกนิดนึงเพื่อดูแลตัวเองในทางกลับกัน พี่ว่าอันนี้จะดีกับหนูมากขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเคยทำร้ายแฟน.. วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่าง แต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่ ผมจะทำยังไงต่อดี ?

03 ก.ค. 2026

ผมเคยทำร้ายแฟน.. วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่าง แต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่ ผมจะทำยังไงต่อดี ?

ผมเคยทำร้ายแฟน..วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่างแต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่ผมจะทำยังไงต่อดี ? ‘คุณสิงโต ’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องราวที่เคยใช้ความรุนแรงกับแฟนถึง 2 ครั้ง จนอีกฝ่ายฝังใจและป่วยเป็นซึมเศร้า วันนี้เธอขอแยกไปอยู่คนละที่ แต่ยังยืนยันว่ารักอยู่ ทำให้คุณสิงโตไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ดี ‘คุณสิงโต’ อายุ 29 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนสาว หลังจากที่คบหากันมานาน 4 ปี แต่ทั้งคู่ต้องเผชิญกับปัญหาการใช้ความรุนแรงภายในความสัมพันธ์ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของแฟนสาว และทำให้ทั้งคู่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตคู่ คุณสิงโต เล่าว่า ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ตนใช้ความรุนแรงกับแฟนสาว เนื่องจากขณะนั้นโกรธกับคำพูดที่แฟนพูดออกมาจนรู้สึกว่าถูกทำร้ายจิตใจ จึงควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้และลงมือทำร้ายร่างกายแฟน โดยยอมรับว่าขณะเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายต่างใช้อารมณ์และต่างฝ่ายต่างแรงใส่กัน แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านมานานแล้ว แต่แฟนสาวของคุณสิงโต ยังคงลืมเหตุการณ์นั้นไม่ได้ และมีอาการแพนิคจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น โดยเวลาผ่านมาประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกหวาดกลัวและบาดแผลทางจิตใจก็ยังคงอยู่ เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน แฟนสาวได้บอกกับคุณสิงโต ว่าปัจจุบันเธอกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า พร้อมทั้งบอกเป็นนัยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลของการกระทำที่คุณสิงโตเคยใช้ความรุนแรงกับเธอ ทำให้เธอรู้สึกเครียด รู้สึกหวาดระแวง และไม่สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ คุณสิงโต เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ทั้งคู่คบหากันมา 4 ปี ในช่วงเข้าปีที่ 2 ของความสัมพันธ์ ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน เมื่อย้อนกลับไปมองเหตุการณ์ทั้งหมด เขายอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ จึงพยายามชดเชยในสิ่งที่เคยละเลย ทั้งการใส่ใจแฟนมากขึ้น ดูแลในรายละเอียดต่าง ๆ และพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด แม้จะไม่มีการลงไม้ลงมือกันอีกแล้ว แต่ทั้งคู่ได้มีการขึ้นเสียงใส่กันระหว่างทะเลาะ จนทำให้แฟนสาวหวาดกลัวว่าคุณสิงโตจะทำร้ายเธออีกครั้ง ความหวาดกลัวดังกล่าวทำให้แฟนสาวตัดสินใจนำเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้พ่อและแม่ของตนเองได้รับรู้ หลังจากนั้น คุณสิงโต ก็ได้เข้าไปขอโทษคุณพ่อคุณแม่ของแฟนสาวเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคนรอบตัวต่างก็เริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้น เข้าใจและยอมรับการขอโทษของเขา แต่สำหรับแฟนสาวซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง กลับยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น เพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในความรู้สึกของเธอ ภายหลังทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยและตกลงกันต่อหน้าพ่อแม่ของแฟนสาว โดยต่างฝ่ายต่างพูดถึงความต้องการของตัวเอง ว่า คุณสิงโตต้องการอะไร และแฟนสาวต้องการอะไร ซึ่งการพูดคุยดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีการทะเลาะกันอีกเลย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ทำให้คุณสิงโตยังรู้สึกกังวลใจคือ แม้แฟนสาวจะยังยืนยันว่าอยากคบกับเขาต่อ แต่เธอกลับขอแยกไปอยู่คนละที่ เพื่อให้ตัวเองได้มีพื้นที่ ได้ใช้ชีวิต และได้เยียวยาความรู้สึกของตัวเอง แต่คุณสิงโตกลับมีความคิดว่า การที่แฟนสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่น อาจทำให้บุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเพื่อนสาวของแฟนที่มักจะคอยยุยงให้แฟนสาวไปเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับคนอื่น จึงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คุณสิงโต ยืนยันว่า หากแฟนสาวตัดสินใจขอเลิกรา เขาก็พร้อมยอมรับ เพราะรู้ดีว่าตัวเองทำผิดอย่างหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัดใจไม่ได้ คือแฟนสาวยังคงพูดอยู่เสมอว่ายังรักเขา จึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ตัดกันไม่ขาด จะเดินหน้าต่อก็ยาก จะถอยออกมาก็ทำไม่ได้ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic อย่างชัดเจน ปัจจุบันแฟนสาวมีกำหนดย้ายออกไปอยู่ที่อื่นในวันมะรืนนี้ ทำให้คุณสิงโต ยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด และยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวรบกวนจิตใจมาก จนไม่มีสมาธิในการทำงาน ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่ก็ต้องยอมให้เขาย้ายออก เพราะพี่ก็เข้าใจเขา สมเหตุสมผลนะที่เขาจะไม่อยากอยู่กับเรา แฟนที่ทะเลาะกันแล้วตบพี่ 2 รอบ พี่ก็ไม่อยากอยู่ด้วยนะสิงโต พี่พูดตรง ๆ แต่ถามว่าเขาบอกว่ายังรักอยู่ ก็เป็นไปได้ที่ยังรักสิงโตอยู่ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสิงโตจะขยุ้มเขาเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น การที่เขาห่าง ๆ แต่ก็ยังเป็นแฟนกันอยู่ ตอนนี้พี่จะยอมนะ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ ผิดจริง ๆ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเขามีสิทธิ์ที่จะขอแยกออกไป เพราะสิงโตเองก็ยังแก้ปัญหาตรงนี้ของตัวเองไม่ได้ หรือสิงโตจะเป็นคนบอกเลิกเองก็ได้ เพราะถ้ามันเป็นความผิดของสิงโต ก็ต้องบอกเขาว่าสิงโตไม่ได้เป็นผู้ชายที่ดีสำหรับเขา หรืออีกทางหนึ่งก็ต้องไปปรึกษาคุณหมอ ถ้ายังยืนยันว่ารักกันและอยากอยู่ด้วยกันต่อ ฝั่งผู้หญิงก็ต้องบำบัด ส่วนสิงโตก็ต้องไปบำบัด จะต้องไม่ใช้วิธีรุนแรงอีกแล้วเวลาทะเลาะกัน เป็นพี่จะไม่พยายามเซ้าซี้ให้เขาอยู่กับเรา เพราะพี่ว่ามันสมเหตุสมผลมากที่เขาจะมีอาการแบบนั้น เขารักตัวเอง” ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “พอมันเกิด 2 ครั้ง มันไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้เท่าที่คิดได้ก็คือ รอให้เขาย้ายออก แล้วก็ดูหลังจากนั้น เพราะพี่คิดว่ามันจะค่อย ๆ ห่างกันไป อยู่กันฉันสามีภรรยามา 4 ปี แล้วอยู่ ๆ จะย้ายออก แต่ยังคงความสัมพันธ์หรือสถานะเดิมไว้ พี่ยังคิดไม่ออก ถามว่าเป็นไปได้ไหม ก็เป็นไปได้ แต่พี่ฟังแล้วเหมือนมันจะค่อย ๆ ห่างกัน แต่อีกทางหนึ่งที่สามารถแสดงความรับผิดชอบของเราเองได้ก็คือ เราไม่ต้องรอให้เขามาบอกเลิก เพราะเราทำเรื่องไม่ดี ถ้าเรารู้สึกผิดกับสิ่งที่เราทำจริง ๆ ก็ปล่อยเขาไปเจอชีวิตที่ดีกว่านี้ การคบกันจนไปถึงการลงไม้ลงมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ดีหรอก มันถือเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic ถามว่าทั้ง 2 คนจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมแบบสนิทใจได้ไหม พี่ว่ามันคงยากมาก การเป็นคู่ชีวิตกันไม่ควรทำร้ายร่างกายกันเลย ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม แล้วมันก็เกิดขึ้นซ้ำด้วย การที่เพื่อนเขาจะหาแฟนใหม่ให้ก็ดีแล้วแหละ พูดกันแฟร์ ๆ นะ คือมันดีทั้งเขาและเรา แต่ไม่ใช่ว่าความรักครั้งต่อไป พอทะเลาะกัน เขาแรงมา เราจะไปลงไม้ลงมือเขาอีกเพราะบอกว่าโดนยั่วยุ พี่ว่ามันใช้ไม่ได้แล้วล่ะ” ในส่วนของ ‘ดีเจต้นหอม’ ปิดจบไว้ว่า “นี่คือการซ้อมเลิก ว่าถ้าหากไม่อยู่ด้วยกันมันจะดีขึ้นไหม ฉะนั้นเป็นเรื่องบุญเก่าของสิงโตแล้วว่าทำมาดี ทำให้เขาคิดถึงแล้วตามกลับมาไหม แต่ถ้าที่ผ่านมาไม่ดีพอ เขาก็จะรู้สึกว่าการแยกกับสิงโตครั้งนี้โคตรสบายใจเลย ถูกแล้วที่ตัดสินใจออกมา ทำใจได้อย่างเดียว เพราะความผิดมันได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้คือรับผลของการกระทำ รอความเมตตาจากเขาอย่างเดียวว่าเขาจะกลับมาไหม ให้เทคนิคถ้าอยากให้เขากลับมา ไปหาหมอเพื่อเขา ผู้หญิงจะรู้สึกว่ามันได้รับการแก้ไข แต่อย่างที่บอกคือ รอ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-