หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ

เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

       ‘คุณแอปเปิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นได้กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มของตัวเองไปตรง ๆ ให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง

       ‘คุณแอปเปิ้ล’ ได้เล่าว่า ตนนั้นอยากให้แฟนซื้อแว่นกันแดดให้ไว้ใส่เวลาไปเที่ยว จะได้ถ่ายรูปสวย ๆ  ซึ่งมีราคารวมส่วนลดแล้วอยู่ที่ประมาณสี่ร้อย แต่ด้วยความที่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มตรง ๆ เพราะคิดว่าหากบอกไปแล้วนั้นจะดูเหมือนการมัดมือชก เธอจึงได้เคยมีการพูดเกริ่นไปทำนองว่า "เลือกสีไหนดี" แต่แฟนหนุ่มก็ยังไม่ได้ซื้อมาให้

       คุณแอปเปิ้ล ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่ยื่นหนังสือเล่มให้ดูพร้อมบอกว่า “เล่มนี้น่าอ่านดีนะ” เพียงเท่านั้น แฟนหนุ่มก็หายไป และกลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มนั้นทันที สิ่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับคุณแอปเปิ้ลเป็นอย่างมาก

       พร้อมบอกว่า ตนนั้นเคยซื้อเสื้อกั๊กให้กับแฟนหนุ่ม แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ดันไม่ชอบอีก จึงทำให้แอปเปิ้ลเกิดความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย 

       เมื่อฟังจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้ถามถึงเวลาช่วงเวลาเทศกาลอื่น ๆ ว่าเคยได้รับสิ่งของจากแฟนหนุ่มมาหรือไม่ ซึ่งคุณแอปเปิ้ลก็ได้ตอบว่า ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมานั้น ได้รับของจากแฟนหนุ่มมาเยอะแยะมากมาย ทำเอาในรายการแตกตื่นทันที เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้บอกว่า นั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว พร้อมบอกให้คุณแอปเปิ้ลเลิกคิดมาก และกลับไปซื้อด้วยกำลังทรัพย์ของตัวเอง

       เหล่าดีเจทั้งสามยังให้คำแนะนำเสริมว่า หากซื้อแว่นตากันแดดในราคาย่อมเยานั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ หากอยากจะซื้อมาใส่ ให้ยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพการปกป้องสายตาที่ดีกว่า สิ่งนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

21 เม.ย. 2023

ลูกสาวโทรปรึกษา คุณพ่อติดเหล้าหนัก จนเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ปกติพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่พอดื่มเหล้าพ่อก็เปลี่ยนเป็นคนละคน พ่อเคยเลิกดื่มเหล้ามา 6 เดือน แต่ตอนนี้กลับไปดื่มเหมือนเดิม... มันหนักจนหนูเป็นโรคซึมเศร้า ควรทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเองดีคะ?

“น้องแคท (นามสมมุติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อติดเหล้าหนักมาก “น้องแคท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อของหนูติดเหล้าหนักมาก และตอนนี้พ่อก็เป็นโรคตับอักเสบด้วย คือ ตั้งแต่โตมาหนูเห็นพ่อกินเหล้ามาตลอด เวลาพ่อเมาเขาก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนนึงเลย ปกติพ่อจะเป็นคนใจดี น่ารักมากๆ แต่พอกินเหล้าพ่อก็เปลี่ยนไปเป็นคนก้าวร้าว เจ้าอารมณ์เลย พ่อดื่มเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนนั่งดื่ม เขาก็สามารถดื่มได้ พ่อจะดื่มมาจากข้างนอก เพราะถ้าดื่มในบ้านเขาจะทะเลาะกับแม่เลี้ยง แล้วจะปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่ม มีทุกแบบเลยทั้งเดินไม่ตรง พูดไม่รู้เรื่อง หรือแม้กระทั่งนอนกองอยู่หน้าบ้าน มันหนักมากจนถึงขั้นที่หนูเป็นโรคซึมเศร้าเลย เพราะพ่อทำร้ายร่างกายทั้งหนูและแม่เลี้ยงเลย ตอนที่พ่อหายเมา เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนเคยพูดกับพ่อหมดเลย ทั้งญาติหนู ยายหนู แม้กระทั่งจิตแพทย์ที่หนูไปหาหมอเรื่องโรคซึมเศร้า ตอนแรกเขาก็ตกใจที่หนูเป็นโรคซึมเศร้า แต่ขนาดไปหาจิตแพทย์พ่อก็ยังเมาอยู่เลย ส่วนใหญ่หนูจะเป็นคนเรียกรถฉุกเฉินมารับพ่อไปโรงพยาบาล แล้วหนูก็จะไปเฝ้าเขา ทั้งพ่อและแม่ทำงานกันหมดเลย ซึ่งตอนนี้พ่อก็ยังทำงานได้ แต่เขาก็เคยเกือบจะโดนไล่ออกมาหลายครั้งแล้ว ก่อนหน้านี้พ่อเคยหยุดเหล้ามาได้ 6 เดือนแล้ว วันนั้นที่พ่อบอกปวดท้องหนัก หนูก็เลยเรียกรถฉุกเฉินแล้วตามไปที่โรงพยาบาล คุณหมอก็วินิจฉัยว่าพ่อเป็นตับอ่อนอักเสบ ช่วงนั้นคือโรคซึมเศร้าของหนูดีขึ้นมากๆ หนูจะเข้ามหาลัยปี 1 และต้องย้ายไปอยู่หอด้วย ตอนแรกที่รู้ว่าต้องไปอยู่ข้างนอกบ้าน หนูก็ดีใจ แต่พอรู้ว่าพ่อป่วย หนูก็ตัดสินใจเลือกมหาลัยใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้กลับมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อก็กลับมากินเหล้าเหมือนเดิมทุกวัน แต่ไม่ได้หนักเหมือนเมื่อก่อน และไม่ได้ทำร้ายร่างกายหนูกับแม่เลี้ยงแล้ว หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกเหล้ามากกว่าเลือกหนู หนูอยากรู้ว่าหนูจะทำยังไงให้คุณพ่อรักตัวเอง ไม่ต้องรักหนูก็ได้ หรือถ้ามันเป็นไปไม่ได้ หนูจะทำใจยังไงดี? 3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “น้องแคท (นามสมมุติ)” ว่า ‘อยากให้น้องแคทสู้ต่ออีกสักตั้ง เพราะพ่อเคยหยุดกินได้ถึง 6 เดือน และตอนนี้ก็ไม่ได้ดื่มหนักเท่าเดิม มันแปลว่ามาไกลจากจุดเริ่มต้นแล้วนะ อย่างน้อยก็ให้กำลังใจตัวเองบ้าง ถ้าเรายังเป็นคนที่สามารถคุยกับพ่อได้ ในช่วงเวลาที่เขาไม่เมา เราก็เปิดใจคุยกับเขาไปเลย ลองคุยทีละขั้นก่อน อาจจะไม่ต้องคุยในเชิงดราม่าก็ได้ ค่อยๆทำให้มันดีขึ้น แล้วก็ชื่นชมและขอบคุณคุณพ่อ ทั้งปลอบ ทั้งชม ทั้งดุบ้าง เพื่อจะประครองกันไป การสื่อสารก็ยังสามารถใช้ได้อยู่นะ เพียงแต่แคทต้องใจเย็นมากพอเหมือนกัน ณ วันนี้เขาอาจจะอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้หรือตัดสินใจตัวเองไม่ได้เวลาที่เขาอยากกินเหล้า เราต้องหาตัวช่วยให้เขา คือเขาต้องบำบัด แต่จะทำยังไงถึงจะให้เขาบำบัดได้ เราอาจจะต้องหาวัน เวลา และโอกาสในการคุยกับเขา ซึ่งเราคนเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ เราอาจจะต้องจับมือหลายคนช่วยๆกัน มานั่งล้อม คุยกับเขาอย่างจริงจัง พาเขาไปสู่การบำบัดให้ได้ ไม่อยากให้แคทรู้สึกว่าเรามีส่วนทำให้พ่อเป็นแบบนี้ ตอนนี้หนูดูแลชีวิตตัวเองให้ดี ให้โอเค อย่าโทษตัวเอง เรื่องบางเรื่องเราไม่ใช่ตัวเขา เราไปแทนเขาไม่ได้ ไปนั่งในหัวใจ ในสมองเขาแล้วสั่งว่าห้ามกินเหล้า มันทำไม่ได้อยู่แล้ว อย่าเอาทุกเรื่องมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองทั้งหมด เขาตัดสินใจเลือกแบบนั้นให้กับชีวิตเขาแล้ว ถ้าวันหนึ่งเขายังมีสติที่อยากจะแก้ไข สุดท้ายเขาจะทำมันเอง เราทำได้แค่เป็นคนซัพพอร์ตเขาเหมือนที่หนูทำอยู่ทุกวันนี้ มันดีมากๆแล้ว...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

05 ก.พ. 2024

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอม แล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’ แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน

สรุปเรื่องนี้หนูทำถูกไหมคะ? ไปตลาดเจอป้าขาย Art Toy ปลอมแล้วเราเจอน้องสองคนที่ตั้งใจเก็บเงินมาซื้อ เลยเขียนโน๊ตในมือถือแล้วยื่นให้ 'ของปลอม ตามน้ำไป’แกล้งทำเป็นรู้จักน้องแล้วบอกความจริงตอนออกร้าน ไปเล่าให้เพื่อน เพื่อนบอกไม่ควรทำเหมือนเราช่วยน้อง แต่กำลังทำร้ายป้าอยู่ “คุณหยก(นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 ม.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการถ้าเราห้ามคนไม่ให้ซื้อของปลอม ถือว่าผิดมั้ยคะ? โดย “คุณหยก(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หนูไปเดินตลาดกลางคืนแห่งหนึ่ง เพื่อจะดูของเล่น เราก็ไปเดินกับเพื่อนแล้วก็ไปหยุดอยู่ร้านหนึ่ง คนขายเป็นคุณป้า อายุเยอะหน่อย เราก็เดินดูของเล่นไป ด้วยความที่เราเป็นสาย Art Toy พอเราดู เราก็รู้แหละว่าเป็นของปลอม ก็หยิบ ๆ ถามราคาขำ ๆ แต่คงไม่ซื้อหรอก สักพัก มีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นแฟนกัน เดินมายืนข้าง ๆ แล้วก็พูดประมาณว่า “เนี้ย นู้น นี่ นั้น เราอยากได้ เราเก็บเงินมาซื้อ” เราก็เหล่ ๆ พอเห็นจังหวะที่น้องหยิบขึ้นมา 2-3 กล่อง เหมือนจะซื้อ เราก็แบบคิดในใจว่า “น้องโดนแน่ ๆ ” หนูก็เลยพิมพ์ข้อความใส่โน้ตมือถือประมาณว่า “ปลอม ตามน้ำ อยู่นิ่ง ๆ” ด้วยความที่หนูเป็นกุลสตรี หนูก็เข้าไปหาน้องผู้หญิง จับมือน้อง แล้วบอกว่า (นามสมมติ น้องแอน) “น้องแอน วันนั้นเราไปเจอน้องที่นั่นใช่ไหม พี่จำเราได้ เรายังถ่ายรูปด้วยกันอยู่เลย” หนูก็เอามือถือไปจ่อที่หน้าน้อง พอน้องเห็นข้อความ น้องก็นิ่งไปเลย หนูก็พูดว่า “ป่ะ ไปกินข้าวกับพี่ไหม เราจะซื้อของตรงนี้ใช่ป่ะ มา BTS เดี๋ยวมันจะเกะกะหรือเปล่า ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาซื้อ” แล้วหนูก็ลากน้องเดินออกไป แล้วก็อธิบายให้น้องฟังว่า “แกลองดูตรงนี้สิ จุดสังเกตมันตรงนี้ คือมันปลอม” น้องก็พูดว่า “อ้าวหรอพี่ หนูเกือบโดนแหนะ” เรื่องมันจะจบอยู่แค่นี้แหละ หนูก็ไม่อะไรหรอก แต่พอดีที่แยกย้ายกับเด็ก 2 คนนั้นไป หนูก็คุยกันกับเพื่อน เพื่อนมันก็บอกประมาณว่า “เฮ้ย คือจริง ๆ แล้ว การที่แกทำแบบนี้มันไม่โอเคหรือเปล่า เพราะว่าการซื้อขายมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เขาดีลกัน การที่เราเอาตัวเองไปแทรก มันไปขัดวงจรเขา แกช่วยน้องเขา แต่ในขณะเดียวกัน แกก็ทำร้ายป้าเขานะเว้ย” มันเป็นความนอยด์ในใจเรา ด้วยตรรกะของหนู หนูคิดว่าทำถูกแต่เพื่อนกลับมองว่าหนูเผือก ที่ไปยุ่งกับเขา ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นห่วงเรื่องที่หยกเอาตัวเองเข้าไปแทรก โดยที่มันอาจมีเอฟเฟคกับตัวหยกเอง เช่น ป้านั้นอาจจะมารุมตีหยก คือเหมือนหาเรื่องใส่ตัว เรื่องที่ป้าขายของผิดลิขสิทธิ์ เราไม่ใช่ตำรวจ เรื่องลิขสิทธิ์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ป้าเขาก็อาจหลบหลีกตำรวจอยู่ หรือตำรวจอาจจะเล็งป้าอยู่ แต่มันไม่ใช่หน้าที่เราที่จะจับกุมเขา หรือในกรณีแบบนี้ สมมติว่าเรานั่งอยู่ แล้วเห็นผู้ชาย/ผู้หญิงนั่งอยู่ ผู้หญิงลุกไปแล้วผู้ชายใส่อะไรลงไปในแก้ว เคสแบบนี้อันตรายถึงชีวิตเราได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่หยกเข้าหาด้วยวิธีการแบบนั้น ถ้าคนจิตไม่แกร่งเอาดี ๆ เขาตกใจ เขาอาจจะเหวอ ทำตัวไม่ถูก ประมาณว่า “คนนี้เป็นอะไรอ่ะ” พี่รู้สึกว่าวิธีนี้ทำได้นะในกรณีที่มันซีเรียสจริง ๆ ถ้าเป็นพี่ พี่ก็อาจจะหยิบมาแล้วก็พูดประมาณว่า “เอ๊ะ มันต้องมีตัวเลขตรงนี้หรือเปล่า ไม่แน่ใจเพราะหนูเคยเห็น” แล้วให้ดูรีแอคว่าคนขายเขาจะตอบยังไง แล้วให้น้อง 2 คนนั้น คิดด้วยตัวเอง พี่ชื่นชมในความตั้งใจของหยกที่จะช่วยเหลือคน แต่ว่าหยกต้องหาวิธีที่มันไม่ทำให้ตัวเองสุ่มเสี่ยงกว่านี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีการเข้าหาน่ากลัวมาก ถ้าเราจะใช้วิธีนี้ต้องเป็นเหตุการณ์เหมือนโดนลากไปเพื่อโดนปล้น เราเองไม่สนับสนุนของไม่ถูกลิขสิทธิ์ มันถูกต้องแล้ว แต่การที่เราเข้าไปแล้วเป็นนาตาชา โรมานอฟ ยื่นข้อความลับแบบนี้ พวกเรา 3 คน ตกใจกับวิธีการนี้มาก แล้วก็คิดว่าถ้าพี่เจอแบบนี้ พี่อาจจะไม่สนใจ แล้วซื้อตรงนั้นเลยก็ได้ หยกอยากช่วยน้องเขาจริง ๆ แต่เลือกวิธีการที่ซับซ้อนไปหน่อย หรือวิธีการแบบนี้มันอาจทำให้เพื่อนหยกตกใจ แล้วหาเหตุผลมา108 มาบอกว่าวิธีนี้ไม่เวิร์คหรอก เจตนาดีแต่หาวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายขนาดนี้’ ก่อน “คุณหยก(นามสมมติ)” วางสาย พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เจตนาหยกดี พี่ไม่อยากให้หยกทิ้งเจตนานี้ แต่ใช้กับสถานการณ์ให้ปลอดภัยกว่านี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

26 ม.ค. 2024

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชายปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนูตอนนี้ทั้งหนูและแม่เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่รู้สึกไม่ค่อยดีกับแม่เลย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก’ กับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแม่แอบมีอะไรกับคนคุยเรา โดย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือหนูไปเจอผู้ชายคนหนึ่งในแอปพลิเคชัน ก็คุยกันแล้วไปเจอกัน แม่ของหนูก็มารู้ว่าหนูคุยกับคนนี้ แม่ก็ไปสืบมาและก็ให้หนูเลิกคุย หนูก็หลอกเขาว่าเลิก แต่จริง ๆ ก็ยังคุยอยู่ เขาก็จับได้อีกรอบนึง เขาก็เลยฟอลไอจีผู้ชายคนนั้นไป แล้วผู้ชายคนนั้นก็เลยทักมาจีบแม่ แม่ก็บอกให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจีบแม่ ซึ่งผู้ชายคนนั้นอายุ 27 ปี แม่อายุ 40 ปี และที่แม่มาบอกแบบนั้นเพราะอยากให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดี แล้วเขาก็อยากลองใจผู้ชายคนนั้นเลยให้มานั่งดื่มที่บ้าน ผู้ชายคนนั้นก็มาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแม่เป็นแม่ของหนู แต่ผู้ชายคนนั้นเขาก็ยังคุยกับหนูปกติ และก็จีบทั้งแม่ทั้งหนู ตอนนั่งดื่มก็นั่งกัน 3 คน ฟังเพลงและก็ดื่มไปด้วย หนูดื่มได้นิดเดียวก็ขึ้นไปนอนก่อน คือหนูไว้ใจแม่ เวลาเจอหน้ากันเขาก็เรียกหนูว่าน้อง เรียกแม่ว่าพี่ ทีนี้เขาก็มาทุกวัน แม่ก็อนุญาตให้เขามา แล้วก็มีอยู่คืนหนึ่งที่หนูเมามาก ๆ แล้วก็ไปทำตัวหึงใส่เขา คือตอนแรกหนูบอกแม่ว่าแค่คุยกับคนนี้ไม่ได้มีอะไร แม่ก็มาแบบซักถามหนูว่าเคยมีอะไรกันใช่ไหมกับผู้ชายคนนี้ คือเขาซักจนหนูบอกไปว่า ใช่ ครั้งนึง เขาก็ร้องไห้ออกมา ที่เขาร้องไห้เพราะเขาบอกว่าคนนี้นิสัยไม่โอเค แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้แต่ว่าหนูพึ่งมารู้ทีหลัง เขารู้ว่าหนูคุยแล้วแต่ว่าเขาเผลอไปมีอะไรด้วยเพราะเขาเมามาก ผู้ชายก็เมา แล้วแม่ก็เลยห้ามไม่ให้คุยอ้างว่านิสัยไม่ดีแต่ที่จริงตัวเองเคยมีแล้ว ซึ่งแม่ชอบผู้ชายคนนี้เลยบอกให้เลิก คือหนูให้อภัยแม่ได้ แต่ว่าบางทีก็ยังคิดถึงเรื่องนี้และมันทำให้หนูทุกข์ใจว่าทำไมแม่ถึงโกหกหนู คำถามคือหนูควรที่จะต้องจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงอะค่ะ? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ก็คือว่าเรายังเรียนอยู่ 20 ปีเรายังต้องใช้เงินแม่ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกเป็นคนดี ก็แค่คนไม่ดีที่มีลูก เขาบังเอิญมีแนนออกมา ความผิดที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างร้ายแรงในฐานะคนเป็นแม่ ในฐานะที่พี่เป็นแม่ พี่ก็รู้สึกสะอึกกับเรื่องนี้ว่าปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับลูกเราได้ยังไง แต่วันนี้ถ้าแนนคิดจะให้อภัย พี่คิดว่าแม่คงได้รับบทเรียนแล้ว แล้วเราก็คงรู้แล้วว่าอย่าเอาผู้ชายเข้าใกล้แม่ ถ้าสมมุติว่าเรามีแฟนแล้ววันหนึ่งเขามายุ่งกับเราอีก เราก็พูดกับเขาดี ๆ ว่าให้แม่ควบคุมตัวเองหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ก่อน ก่อนที่จะสอนเรา แต่ถ้าแนนคิดจะให้อภัยแล้ว พี่คิดว่าแนนควรปล่อยวาง ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีก คิดซะว่าผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งออกไปจากชีวิตเราแล้ว ผู้ชายดี ๆ เขาก็ไม่จีบทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนกัน ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า พี่จะมองแบบนี้แนน ถ้าแนนอยากจะให้อภัยเขาเหมือนแบบแนนรักเขา พี่จะมองว่า อย่างน้อยแม่เขาจะทำตัวยังไง นั่นเป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าอย่างน้อยเขาทำให้เห็นจริง ๆ แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าเอาเป็นผัว เหมือนเขาเอาตัวเขาทำให้เราเห็น อย่างน้อยปลายทางคือเราได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรเอาเป็นผัว ถ้าพยายามอยากจะให้อภัยเขา แต่ว่าสิ่งที่เค้าทำอันนั้นไว้อีกเรื่องนึง สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ถ้าเป็นพี่ก็คงคิดว่าเป็นแอลกอฮอล์ ถ้าจะคิดให้มันสบายใจขึ้น มันอาจจะเป็นแอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองที่มันยับยั้งชั่งใจมันหายไป แล้วเพศชาย เพศหญิงอยู่ด้วยกันความยับยั้งชั่งใจมันหาย แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลาออกตอนนี้เลยดีไหม? สาวออฟฟิศอึดอัดใจ เจอเพื่อนร่วมงาน ลางานบ่อย ล่าสุดลาไปเที่ยวอีก 2 อาทิตย์ พอมีงานด่วน หัวหน้าก็ให้เราทำงานแทน แต่พอเพื่อนคนนั้นกลับมา รู้ว่าเราทำงานแทนก็ไม่พอใจบอกว่า จะมาทำแทนทำไม?

31 ต.ค. 2023

ลาออกตอนนี้เลยดีไหม? สาวออฟฟิศอึดอัดใจ เจอเพื่อนร่วมงาน ลางานบ่อย ล่าสุดลาไปเที่ยวอีก 2 อาทิตย์ พอมีงานด่วน หัวหน้าก็ให้เราทำงานแทน แต่พอเพื่อนคนนั้นกลับมา รู้ว่าเราทำงานแทนก็ไม่พอใจบอกว่า จะมาทำแทนทำไม?

ลาออกตอนนี้เลยดีไหม? สาวออฟฟิศอึดอัดใจ เจอเพื่อนร่วมงานลางานบ่อย ล่าสุดลาไปเที่ยวอีก 2 อาทิตย์ พอมีงานด่วนหัวหน้าก็ให้เราทำงานแทน แต่พอเพื่อนคนนั้นกลับมารู้ว่าเราทำงานแทนก็ไม่พอใจบอกว่า จะมาทำแทนทำไม?ตอนนี้ไม่โอเคมากๆ รู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบ อยากลาออกเลย “คุณแอร์ (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย’เกี่ยวกับปัญหาต้องลาออกจากออฟฟิศในฝัน เพราะเพื่อนร่วมงานลาเที่ยว 2 อาทิตย์ จนเราต้องทำงานแทน พอเขากลับมา ดันไม่พอใจที่เราทำแทน! โดย “คุณแอร์ (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อนว่าออฟฟิศที่หนูทำงานอยู่ เรียกได้ว่าเป็นออฟฟิศในฝันของใครหลาย ๆคน ถ้าใครอยากจะลางานก็สามารถลาได้เลย ทุกคนสามารถคุยกันได้ แต่เรื่องของเรื่องคือเพื่อนร่วมงานคนนี้ เค้าลางาน 2 อาทิตย์ ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วทีนี้ดันมีงานเร่งเข้ามา จำเป็นต้องทำให้เสร็จ ทางเจ้านายก็เลยบอกให้หนูทำงานแทนเค้า หนูเลยทำแทนไปตามปกติ เพราะคิดว่ามันก็ไม่น่าจะมีอะไร แล้วพอเค้ากลับมา เค้าไม่พอใจที่หนูทำงานแทนเค้า ในตอนแรกเค้าก็ไม่ได้พูดอะไรตรง ๆ มีออกท่าทีสีหน้าท่าทาง ตัวหนูเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเค้าหงุดหงิดเพราะอากาศร้อนอะไรทำนองนั้นไป โดยส่วนตัวเค้าเป็นคนขี้เหวี่ยงอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่คิดอะไร เพราะไม่ได้คิดว่าตัวหนูทำผิดอะไร แล้วหนูก็คิดว่าเพราะเค้าอาจจะรู้ว่าเจ้านายเป็นคนให้ทำเค้าเลยพูดอะไรมากไม่ได้ หนูก็บังเอิญไปได้ยินเค้าคุยกับเพื่อนอีกกลุ่มในออฟฟิศประมาณว่าหนูไปเจ๋องานเค้า โดยตัวงานก็ไม่ได้มีค่าแรงเพิ่มขึ้น หรือกระทบให้ค่าแรงเค้าลดลงแต่อย่างใด แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเค้าวีนใคร หรือวีนอะไร แต่ครั้งนี้คือหนูได้ยินเค้าพูดออกมากับหูตัวเอง ตอนแรกหนูคิดว่าทำอะไรผิดหรอ การที่หนูทำแบบนี้คือหนูไม่ควรจะทำงานแทนเค้าหรอ แล้วงานที่หนูทำให้มันมีปัญหาหรือมีฟีดแบคไม่ดีกลับมาหรอ แล้วหนูไปถามคำถามกับเค้า มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรืองานเสียหายอะไร ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจคิดว่าชั่งมันเถอะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปแต่หลัง ๆมาก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆแล้วเจ้านายก็เห็นว่าเราทำได้ เจ้านายก็เริ่มผลัดใช้เราบ้าง ใช้เค้าบ้าง หนูรู้ว่ามันไม่ได้รุนแรงมากแต่ว่ามันบ่อย ๆเข้าก็เริ่มรำคาญ หนูก็เลยแพลนไว้ว่าจะลาออก เลยไปคุยกับเพื่อนอีกคนนึงประมาณว่าคิดไว้ว่าจะไม่อยู่ต่อ แล้วบังเอิญเจ้านายมาได้ยินและเรียกหนูเข้าไปคุยว่าให้ตัดสินใจใหม่อีกทีนะ จะลาออกจริง ๆหรอ เจ้านายก็ถามถึงเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้น หนูไม่ได้ตอบหรือเล่าให้เจ้านายฟังเพราะกลัวว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ หนูเลยอยากมาปรึกษาว่าหนูควรจะลาออกเลยโดยไม่ต้องพูดอะไร หรือว่าหนูควรบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นแล้วค่อยลาออก หรือหนูไม่ควรลาออก และสุดท้ายถ้าไม่ลาออกหนูต้องทำยังไงกับเหตุการณ์พวกนี้ ที่จะไม่ทำให้เรารู้สึกว่าปัญหาเล็กก็จริงแต่โดนบ่อยครั้งมันก็กลายเป็นพลังงานลบกับเรา ” “ดีเจเผือก” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘มีงานใหม่ยัง ถ้ายังไม่มีอย่าเพิ่งลาออก ชั่วโมงนี้เนอะพี่รู้สึกว่าเทรนด์หรือทิศทางของการทำงานในปีหรือสองปีที่ผ่านมาเราไม่ค่อยสนใจงานประจำกันเยอะ แต่ในช่วงปีนี้ที่ผ่านมาเริ่มรู้สึกว่าการมีงานประจำหรืองานที่มั่นคงเนี่ย เริ่มมีคนมองหามากขึ้นแล้ว ด้วยเศรษฐกิจที่มันตีกลับเป็นแบบนี้ อะไรที่มั่นคงเลยต้องมาก่อน แล้วถ้าจะไปต้องมีทางไปที่แน่นอนก่อน อย่าออกไปว่าง ๆแล้วค่อยหา เราไม่ควรทิ้งรายได้ตัวเองกับแค่ความรำคาญตรงนี้ แล้วคนที่เจ็บคือเรา ถามว่าเค้าได้รับบทเรียนอะไรไหม พี่ไม่เชื่อว่าเค้าจะได้อะไรนะ กลายเป็นเราที่ต้องออกไปตกระกำลำบาก ถ้าจะออกแอร์ต้องมีทางไปที่แน่นอน เอาเป็นว่าสิ้นเดือนนี้ออก เริ่มงานที่ใหม่เลยอันนี้พี่โอเค แต่ถ้ายังไม่มี อย่าเพิ่ง แล้วทีนี้สามข้อแรกที่ว่าจะไปแล้วจะบอกอะไรไว้ไหม สมมุติว่าจะไปแน่ ๆให้เลือกระหว่างไปเงียบ ๆกับไปแบบทิ้งระเบิดไว้ เป็นพี่พี่ทิ้ง มันต้องไปแบบให้เค้าได้บทเรียนหรืออะไรสักอย่างอะ มันไม่ใช่ว่าเราไปแบบพ่ายแพ้ ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมในที่ทำงาน หรือเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือไม่ได้หย่อนระเบิดไว้สักตูมนึง มันไม่คุ้มอะ เป็นพี่พี่จะบอกว่าปัญหาคืออะไรที่จะออก หนูไม่จำเป็นต้องอดทนกับอะไรแบบนี้ หนูมีงานที่ใหม่แล้วก็ฝากพี่เอาไว้ ‘วันนี้พี่ก็ได้รักษาพนักงานที่ดีมาก ๆแต่ลาบ่อยแค่นั้นเอง หนูไปเอง’ ถ้าให้เลือกระหว่างลาไปเฉย ๆกับบอกพี่จะบอก แต่ถ้ามีคำว่ายังไม่ออกมาเทียบ กลับมาที่คำว่าเรามีทางไปหรือยัง ถ้ายังไม่มีพี่ไม่ออกแน่นอน แล้วทีนี้ถ้าตัดทุกอย่างออกไปถามว่าปัญหานี้ ถ้าเป็นพี่พูดยากเหมือนกันเพราะไม่ได้เจอกับตัวเอง เพราะว่าแอร์บอกว่ามันเหมือนจะเรื่องเล็กนะคะ แต่พอเจอบ่อย ๆมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน หนักเหมือนกัน ซึ่งตรงเนี้ยมันยังไม่ได้เจอกับตัวไง พี่ก็ยังพอบอกได้ว่ามันเป็นปัญหาที่ยังไม่หนักพอที่แอร์ต้องออกนะ แต่ถ้าสำหรับแอร์แล้วมันเป็นอะไรที่ Toxic เหลือเกินไม่อยากตื่นไปทำงาน จะออกก็ได้แต่มันต้องมีทางหนีที่ไล่ พี่ไม่อยากให้ไปว่างเดือนเดียว ไม่มีรายได้เดือนเดียวเพราะว่าคนเป็นโรคประสาทคนนึง เราไปเราต้องไม่เดือดร้อน ไปแบบดีขึ้นกว่าเดิม เงินเดือนมากกว่าเดิมนะอันนี้คือทางเลือกของพี่” ต่อมาที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘แม้ว่าน้องแอร์จะพูดว่ามันเป็นเรื่องรำคาญใจ แต่สำหรับพี่ ถ้าให้มองจากมุมมองของพี่ พี่คิดว่า Level ที่น้องแอร์เจอไม่ควรออกเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่พี่คิดว่ามันจัดการได้ พี่จะออกก็ต่อเมื่อหัวหน้าให้ทำงานแทนคนนั้นจนแบบไม่ไหวแล้ว แล้วยังจะให้แอร์ทำแล้วคนนั้นก็ลาอยู่นั่นแหละ ถ้าเหตุผลนี้เป็นพี่พี่จะลาออก เหมือนแบบหัวหน้าไม่แฟร์ เอางานมาให้ทำ สมมุติเงินก็ไม่ขึ้นให้แล้วเราต้องทำงานโหลดอยู่คนเดียว แต่ให้คนนั้นไปเที่ยวแล้วไม่ว่าอะไรมัน อย่างเนี้ย ถ้าไปคุยกับหัวหน้าแล้วหัวหน้าไม่เปลี่ยน อันนี้พี่จะออก คือพี่รู้สึกว่าอันนี้ยังอยู่ในปัญหาที่เราสามารถคุยและจัดการได้เพราะวันนั้นหัวหน้าถามแอร์แล้วว่าเป็นอะไรถึงจะออก หนึ่งเลยการที่เค้ามอบหมายงานให้เราทำ แสดงว่าเค้าเห็นความสามารถเรานะว่าเราทำได้ แล้วเก่งด้วยนะทำของตัวเองได้แล้วทำแทนคนนั้นได้ กับสองเค้ามาถามเราแสดงว่าเค้าก็ต้องมีความกังวลว่าคนนี้จะออก มันเกิดอะไรขึ้น จริง ๆวันนั้นแอร์ควรพูดไปเลยนะว่าเหตุการณ์มันเป็นอะไรเกิดอะไรขึ้น คือถ้าจะไม่ให้ชนกันให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจก็บอกหัวหน้าไปตรง ๆว่าถ้าเค้าไม่แฮปปี้ หัวหน้าก็ไม่ต้องให้แอร์ทำแทนเค้าก็ได้ แต่ว่าถ้าเค้าลาจนทำงานไม่ได้อันนั้นหัวหน้าก็ต้องไปจัดการเค้า ไม่ใช่ให้หนูมาทำแทนเค้าแล้วมันก็เกิดปัญหา เหมือนหนูต้องมารับกรรมแล้วยังเสียสุขภาพจิตเพราะเค้ามาบ้าบอใส่ มันเป็นจังหวะที่แอร์ควรพูดกับหัวหน้าแล้วคิดว่าถ้าแอร์ตัดสินใจที่จะออกจริง ๆแอร์ควรพูดกับหัวหน้าก่อน เพราะว่ามันอาจจะมีสิ่งที่เหมือนเรากลัวไปเองว่าเราพูดมาแล้วมันจะไม่ดี แต่ว่าถ้าพูดแล้วเจ้านายอาจจะบอกว่า เออผมเห็นนานแล้วผมจะเอาเค้าออกสิ้นเดือนหน้าหรืออะไรอย่างนี้อยู่แล้วอะ มันก็คือคดีพลิกเลยนะ เพราะฉะนั้นการออกของแอร์ก็คือเสียเปล่าเลยนะ ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยถูกไหม เพราะเราไปนอยด์เอง เราทำงานหนักมาด้วย ยังไม่ได้อะไรตอบแทนเลย เราออกไปแล้วเพราะว่าเราพ่ายแพให้กับคนนั้น ที่มันมาวีน มาเหวี่ยงใส่แอร์อะ มันจัดการได้นะคะพี่ว่าแค่ต้องคุยให้รู้เรื่องกับหัวหน้าเลยว่าจากนี้จะเป็นยังไง เพราะตัวแอร์เองรู้สึกว่าทำอันนี้แล้วมันโหลดด้วยหนูรู้สึกไหม หรือหนูทำได้หมดเลย แต่พี่แค่รู้สึกว่าอย่ามาด่วนตัดสินใจตอนนี้เพียงแค่เรารำคาญใจเลย งานมันไม่ได้หาได้ง่าย ๆช่วงนี้ ยิ่งเศรษฐกิจมันเป็นแบบนี้ด้วย แล้วแอร์พูดเองนะว่านี่เป็นบริษัทในฝันนะ ดังนั้นทำไมเราต้องออก ในเมื่อคนนั้นเป็นคนไม่ดีนะ เราต้องทำงานดีจนเจ้านายต้องเอาคนนั้นออกนะ” สุดท้าย “ดีเจพี่อ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่างานเลือกได้ แต่เพื่อนร่วมงานเลือกไม่ได้เลย และหนูมั่นใจได้ยังไงว่าที่ทำงานใหม่ของหนูจะไม่เจอคนแบบนี้อีก เพราะพี่เชื่อว่าในทุกที่ทำงานจะมีคนประเภทนี้แฝงตัวอยู่เรื่อย ๆแล้วมันไม่มีทางอยู่แต่เฉพาะสังคมที่มีแต่คนที่ฉันชอบเท่านั้น ไม่มีวัน พี่ถึงชอบประโยคนี้มากที่พี่ไปอ่านเจอ ‘เราเลือกคนที่เราเจอไม่ได้ แต่เราเลือกวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้’ วันนี้น้องกำลังให้คุณค่าของคนคนนั้นเลอเลิศมากเกินไป ถึงขั้นจะยอมตกงานก็ได้นะ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ว่าเราต้องปรับ Mindset เราก่อนในที่สุดแล้ววันนี้การที่คนคนนึงมานั่งทำงานในพื้นที่คนที่เราชอบ คนที่เราไม่ชอบ นี่คือเรื่องปกติมากเลยและที่เมื่อไหร่ก็ตามทีที่เกิดความรู้สึกถึงแสดงออกถึงความไม่พึงพอใจ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าไม่พึงพอใจอะไร พี่ว่าเราคุยกับเค้าได้นะอย่างพี่คะหนูทำอะไรไม่โอเคหรือเปล่า พี่บอกหนูได้นะ คือบางทีปัญหาเรื่องงานกับความรักเหมือนกันเลยอันดับหนึ่งคือ การสื่อสาร มีอะไรแล้วไม่พูดกับพูดไปแล้วอีกฝ่ายไม่ฟังก็มีแต่เมื่อกี้ที่เราคุยกันเจ้านายบอกคิดดี ๆก่อนนะตอนนั้นหนูควรพูดเลยเพราะเป็นจังหวะดีสุด ๆเราไม่ได้ตั้งใจจะฟ้องใครแต่แค่รู้สึกว่าพอดีอย่างนี้ค่ะ หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนิดนึง คือเวลาที่ทำงานไปแล้วเกิดบังเอิญมันไม่ใช่งานของหนู เค้าอาจจะมองก็ได้ว่าหนูก้าวก่ายหรือเปล่า หนูล้ำเส้นหรือเปล่าเท่านั้นเอง หนูเลยรู้สึกว่าคืองานเหนื่อยด้วย ถ้ามี 5 งานหนูทำออกมาได้ดี แต่พองานคนอื่นด้วยทำให้หนูมี 10 งาน มันจะกลายเป็นหนูทำงานทั้ง 10 งานให้มันเสร็จ ๆไปแล้วตอนนี้หนูเริ่มรู้สึกว่าแล้วเจ้าของงานก็ไม่แฮปปี้ หนูเลยไม่แน่ใจว่าความขยันของหนูเนี่ยจะไปทำให้เค้าไปพึงพอใจหรือเปล่า อันเนี่ยเป็นสิ่งนึงที่หนูก็อยากถามพี่ด้วยเหมือนกันว่า พี่มองตรงนี้ยังไง คือพี่อ้อยเองรู้สึกว่าเราต้องสื่อสาร วันนี้พี่เข้าใจนะบางคนบอกปิดทองหลังพระ แต่ตอนนี้พระมีเยอะมาก จนถ้าหนูไปติดหลังพระแล้วหนูไม่อะไรเลยบางทีคนที่เป็นคนฝ่ายบริหารจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในองค์กรเพียงเพราะเราไม่สื่อสาร ลาออกหนูหนีไม่ได้หรอก สังคมอื่นก็มีคนรูปแบบเนี่ยมีทั้งคนเห็นแก่ตัว มีทั้งคนที่สามารถโวยวายคนอื่นทั้งที่ก็ผิด ลาเยอะหรือแม้แต่ถ้าเราเองรู้สึกว่าเราทำงานเองเรายังเห็นว่าคนนั้นทำไมลาเยอะขนาดนี้แล้วคนที่เป็นฝ่ายบริหารเค้าไม่เห็นหรอ ที่นี้สามารถลาได้เยอะขนาดนี้จริง ๆหรือ และถ้าตราบใดก็ตามเราก้มหน้าก้มตาทำแล้วดันทำสำเร็จด้วย ครั้งต่อไปบริษัทไม่ต้องกลัวอะไรเพราะว่า ลาเลย ๆนี่ไงแอร์ทำได้เดี๋ยวฝากแอร์ทำ ไม่ได้สิเราก็ต้องมีพื้นที่เขาเราเองเช่นกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-