แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

13 มี.ค. 2026

แฟนชอบพาไปเที่ยวและชอบสปอยที่เที่ยวมาก

ซึ่งทุกที่ที่เขาไป ทุกเรื่องที่เขาเล่า คือเรื่องของเขากับแฟนเก่า

รู้สึกรำคาญ น้อยใจจนหมดสนุก

ควรทำยังไงดีค่ะ อยากไปที่ที่เขาไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้าง

แต่พวกเขาไปเที่ยวกันมาเกือบทุกที่แล้ว


       ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชอบพาไปเที่ยว แต่ก็ชอบสปอยที่เที่ยวและเล่าประสบการณ์ของเขากับแฟนเก่าให้เราฟัง

       ‘คุณมายด์ (นามสมมุติ)’ อายุ 24 ปี ได้เล่าว่าแฟนของเธอชอบเล่าประสบการณ์และสปอยสถานที่ท่องเที่ยวให้เธอฟังทุกทริป และทุกที่ที่แฟนพาไป มันคือที่ที่แฟนเคยไปกับแฟนเก่าแล้วทั้งนั้น เธอมีแฟน อายุ 34 ปี และเคยมีแฟนเก่าที่คบกันมา 7 ปี ซึ่งตอนที่พวกเขาคบกันก็ไปเที่ยวกันบ่อยมาก ไปทุกเสาร์ - อาทิตย์ จนเมื่อฝ่ายชายมาคบกับคุณมายด์ที่เป็นคนที่ไม่ค่อยเที่ยว ก็ได้พาคุณมายด์ไปเปิดโลกในสถานที่เที่ยวใหม่ ๆ หลายที่ 

       ก่อนหน้านี้ แฟนคุณมายด์ถามว่า "อยากไปเที่ยวเกาะเสม็ดหรือเกาะช้างดี" คุณมายด์ตอบว่า “อยากไปเกาะเสม็ด” แฟนจึงเล่าให้ฟังว่า เกาะเสม็ดจะมีอะไรบ้าง ร้านอาหารมีแบบไหนบ้าง คุณมายด์ก็ต้องทนฟังไป และรู้อยู่แล้วว่าที่แฟนเล่าแบบนี้แปลว่าต้องเคยไปกับแฟนเก่ามาแล้วแน่ ๆ 

       ก่อนเดินทางหนึ่งอาทิตย์​ คุณมายด์ก็เตรียมแพลนไว้เรียบร้อยว่าจะไปทานอาหารร้านไหน และบอกแฟนว่าต้องไปก่อน 1 ทุ่ม เพราะจองไว้แล้ว หากไม่ไปตามเวลาร้านจะปล่อยโต๊ะ จนกระทั่ง 1 ทุ่มกว่า แฟนเธอก็ยังไม่ไปที่ร้าน และทั้งคู่ก็ไม่ได้ทานในอาหารร้านที่คุณมายด์อยากไป แฟนจึงพาไปอีกร้านหนึ่ง เมื่อไปถึง เขาก็เริ่มเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เคยมาที่นี่ เล่าว่าร้านอาหารมีอะไรบ้าง เวลา 2 ทุ่มจะเริ่มมีโชว์ควงไฟ และก็พูดต่อไม่หยุด ซึ่งร้านอาหารร้านนี้ก็คือร้านที่เขาเคยมากับแฟนเก่าเช่นเดิม

       ครั้งหนึ่งคุณมายด์เคยไปเขาใหญ่กับแฟน เขาก็เริ่มเล่าว่าเขามาบ่อยมาก เลี้ยวซ้ายจะมีร้านชำ เลี้ยวขวาจะเป็นอะไร เล่าต่าง ๆ นานา ภาพในหัวของคุณมายด์เวลาที่เขาเล่าให้ฟัง ก็จะเห็นเป็นภาพแฟนกับแฟนเก่าของเขาขึ้นมา

       และมีอีกเหตุการณ์ที่ไปสวนผึ้ง แฟนก็ยังพูดว่าที่นี่คล้าย ๆ กับจันทบุรีที่เขาเคยไป ด้วยความเด็กกว่าคุณมายด์ไม่กล้าพูดว่าไม่พอใจ เพราะกลัวว่าเขาจะมองว่างี่เง่า แต่ก็มีอาการน้อยใจ เธอรู้สึกว่าไม่อยากทับรอยแฟนเก่า อยากไปเที่ยวในที่ใหม่ ๆ ของทั้งคู่บ้าง 

       อย่างเช่นเมื่อไปเที่ยวบางที่ ที่ทั้งคู่ยังไม่เคยไป จะสนุกกว่าเดิมมาก ๆ เพราะไม่ต้องมานั่งฟังว่าแฟนเคยไปไหนกับแฟนเก่าบ้างแล้ว จึงโทรมาปรึกษาว่า อยากหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้รู้สึกน้อยใจ และมีสถานที่เที่ยวไหนใกล้ ๆ ที่แฟนเธอน่าจะยังไม่เคยไปกับแฟนเก่าบ้างหรือไม่ อยากให้พี่ ๆ ช่วยแนะนำ

       ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นและให้คำแนะนำตรงกันว่า คุณมายด์ควรคุยกับแฟนตรง ๆ อายุเขาวัยนี้ เขาชอบพูด ชอบเล่า เป็นปกติ เพราะมองว่าคุณมายด์เด็กกว่า อาจจะรู้และมีประสบการณ์น้อยกว่า จึงอยากแชร์ ตอนนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกเรา แต่ถ้าได้คุยเขาจะสามารถฟังเราได้ และได้แนะนำให้ไปเที่ยวเมืองรองแทน หรือเริ่มไปต่างประเทศด้วยกันก็เป็นตัวเลือกที่ดี 

       นอกจากนี้ ‘ดีเจเผือก’ ยังฝากบอกแฟนของคุณมายด์อีกด้วยว่า “เพลา ๆ ลงบ้าง ไม่ต้องเล่า ไม่ต้องสปอยไปซะทุกอย่างขนาดนั้น”

       หวังว่าทริปต่อไปทั้งคู่จะไปสถานที่ใหม่ ๆ สามารถสนุกกันได้นะ

 เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

09 ก.ย. 2025

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใครเพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่างเข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน เขาให้เวลาเราไปเคลียร์กับพี่คนนี้แต่ตอนนี้ใจสับสน เพราะพี่เขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และให้นึกถึงความสัมพันธ์10 กว่าปีที่ผ่านอะไรด้วยกันมา หนูสับสน ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี?? “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหามีความสัมพันธ์ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานนับสิบปี แล้วดันมาเจอคนใหม่ที่ดีกว่า โดย “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูมีครอบครัวมาแล้ว มีลูก 1 คน แต่ระหว่างนั้นหนูก็คบกับพี่คนปัจจุบันอยู่ จริง ๆ ระหว่างทางหนูก็คบ ๆ เลิก ๆ กับเขามาบ่อยแล้ว จนในที่สุดหนูก็เลือกที่จะเลิกกับสามีแล้วมาคบกับพี่คนปัจจุบันแทน โดยที่พี่คนนี้เขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อภรรยาเขารู้ ก็เริ่มระแคะระคายและไล่พี่เขาออกจากบ้านไปอยู่หอพักด้านนอก และหนูก็คบกับเขามาได้นาน 13 ปี แบบไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยตัวตน จนกระทั่งปัจจุบันมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้จะเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นแค่ 2 เดือน แต่เขาเข้ามาเติมเต็มความรักในส่วนที่หายไป ทำให้หนูอยากออกมาจากคนเดิม แต่คนแรกก็ไม่ยอมให้หนูไป ด้วยเหตุผลว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้ชายคนใหม่เลย ถ้าจะหมดรักอยากให้หมดรักจากตัวหนูเอง ซึ่งพอเขารับรู้ปัญหานี้ผู้ชายคนใหม่ก็เริ่มถอยห่างออกไป แต่ก็พอจะกั๊กกันอยู่บ้างเหมือนต่างคนต่างรอกันอยู่ แต่ผู้ชายคนแรกก็คือไม่ยอมเลย อะไรที่หนูเคยขอแล้วไม่ได้ ตอนนี้หนูได้ทุกอย่างเลย เขายอมปรับให้หนูทุกอย่าง ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูหมดรักเขาแล้ว อยากจะออกไปจริง ๆ แต่ก็ยังมีความผูกพันธ์กันมากทำให้ตัดกันไม่ขาดสักที เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาศัยการวิดีโอคอลกัน แล้วก็จะมีออกไปกินข้าวกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็หลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิม หนึ่งในสาเหตุที่ตอนนี้ไม่เปิดตัวอาจเป็นเพราะพ่อแม่ของหนูไม่โอเคกับเขาแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนูขอให้เปิดเขาไม่เปิด จนตอนนี้หนูไม่ต้องการเขาแล้ว คนใหม่เขาจริงใจ เขาเดินมาบอกกับพ่อหนูตรง ๆ ว่าคุยกับหนูอยู่ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย ก็เลยรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความรู้สึกของหนูที่มีต่อทั้ง 2 คนคือหนูให้คนปัจจุบัน 80% และคนใหม่ 20% แต่มันดันเป็น 20% ที่หนูตามหาในความรัก หนูเลยอยากรู้ว่า หนูควรอยู่ตรงไหนของความสัมพันธ์นี้ดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากได้แฟนเป็นคนดีให้เลือกคนใหม่ คนเก่าไม่ดีเพราะนอกใจภรรยามาคบกับเรา ถ้าคบกับคนเก่าแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับภรรยา ฉะนั้นเลือกคนใหม่เพราะคนใหม่ไม่รู้กำพืดเราว่าเราทำอะไรมา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ เลือกแต่คนดี ๆ ตัวเราเองก็ต้องดีให้ได้ด้วย ถ้าตั้งใจจะให้ใจใครแล้วก็ต้องให้ทั้งใจและซื่อสัตย์ จะทำตัวเหมือนแต่ก่อนไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่มีความสุขแค่นั้นเลย ตอนนี้ที่คนใหม่เขากลัวเพราะเรายอมเป็นเมียน้อยเขามา 13 ปี พอเจอคนที่ดีและพร้อม เรากลับมูฟออนจากคนเก่าไม่ได้ 13 ปียังไม่พออีกหรอที่จะตามหาสิ่งที่ต้องการ ทำไมไม่มองว่าเราอยู่กับกรรมก้อนนี้มา 13 ปีแล้ว ในเมื่อมีผู้ชายคนใหม่ที่กล้าเข้ามาหาเราแล้วเราจะอาลัยอาวรณ์อะไรอีก เขาคือผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงเลย เขากั๊กไว้ทั้งภรรยาเขาและเรา ขนาดเราเจอคนดี ๆ เข้ามาแล้วยังไม่ปล่อยเราไปเลย’ สุดท้าย “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันมีความสัมพันธ์แบบนี้เยอะ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังลงเพราะมีคนใหม่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป โดยเราก็หลงลืม 80% ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน คุณกิ๊กจะสอนให้ลูกเลือกคนที่รักและเป็นคนดี จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือคนใหม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าอันไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังตัดสินใจไม่ได้คือความเชื่อผิด ๆ ที่บอกว่าเราเลือกไม่ได้เพราะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเราไว้ ความเชื่อเหล่านั้นทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉะนั้นไม่มีใครรั้งเราได้ถ้าเราต้องการที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง จะตัดสินใจอะไรให้นึกถึงลูกเยอะ ๆ ต่อไปลูกจะมองแม่เป็นแบบอย่างเพราะเราเป็นหนึ่งใน Role Model ของลูกเช่นกัน คนใหม่เขาเป็นคนดีมากเลย เขาพยายามที่จะทำให้เราเห็นค่าในตัวเอง สุดท้ายแม้ความรักครั้งนี้จะไม่สมหวังเราก็ยังได้เห็นคุณค่าของตัวเองเพราะฉะนั้นเดินหน้าต่อไปและอย่าตกลงไปในหลุมเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไปเพื่อ?? หนุ่มระบายในรายการ ผมคบกับแฟนผู้ชายมา 10 ปี อยู่ๆก็อยากลองใจแฟน เลยสร้างไลน์ปลอมแอบไปทักหาแฟนตัวเอง ด้วยความที่รู้ว่า แฟนชอบอะไร เพลงแนวไหน ศิลปินคนไหน ก็คุยกันง่ายขึ้น สุดท้ายคุยได้ 4 วัน เฉลยว่าเป็นตัวเอง แฟนร้องไห้ เสียใจ บอกหมดรักผมแล้ว...

09 มิ.ย. 2023

ทำไปเพื่อ?? หนุ่มระบายในรายการ ผมคบกับแฟนผู้ชายมา 10 ปี อยู่ๆก็อยากลองใจแฟน เลยสร้างไลน์ปลอมแอบไปทักหาแฟนตัวเอง ด้วยความที่รู้ว่า แฟนชอบอะไร เพลงแนวไหน ศิลปินคนไหน ก็คุยกันง่ายขึ้น สุดท้ายคุยได้ 4 วัน เฉลยว่าเป็นตัวเอง แฟนร้องไห้ เสียใจ บอกหมดรักผมแล้ว...

ทำไปเพื่อ?? หนุ่มระบายในรายการ ผมคบกับแฟนผู้ชายมา 10 ปี อยู่ๆก็อยากลองใจแฟน เลยสร้างไลน์ปลอมแอบไปทักหาแฟนตัวเอง แฟนก็มาบอกตรงๆว่ามีคนทักมา ผมเลยอนุญาตให้ไปคุย จะได้เข้าแผน ด้วยความที่รู้ว่า แฟนชอบอะไร เพลงแนวไหน ศิลปินคนไหน ก็คุยกันง่ายขึ้น สุดท้ายคุยได้ 4 วัน เฉลยว่าเป็นตัวเอง แฟนร้องไห้ เสียใจ บอกหมดรักผมแล้ว... “คุณโปเต้ (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช เกี่ยวกับปัญหาการลองใจแฟน โดย “คุณโปเต้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องเกริ่นก่อนว่าผมเป็นเกย์ ผมมีแฟนคนหนึ่งอายุ 32 ปี คบกันมา 10 ปีแล้ว เรื่องทั้งหมดเกิดจากผมอยากจะลองใจแฟน ก็เลยไปปลอมไลน์เป็นคนๆหนึ่ง ใช้รูปที่คิดว่าตรงสเปคเขา แล้วก็ทักเขาไป ในใจจริงๆผมไม่ได้คิดอะไรเลย แค่อยากจะคอนเฟิร์มว่าเขารักผมจริงๆ แต่ผมไม่ได้คิดเผื่อเลยว่ามันจะเป็นแบบอื่น ซึ่งผมก็ทักเขาไปปกติ เขาก็ตอบกลับมา ผมก็เลยชวนคุย ถามชื่อ แล้วก็เริ่มหยอดๆ จีบๆเขาไป ประมาณว่า น่ารักจัง... แล้วแฟนผมเขาก็คุย แต่เขาบอกผมหมดทุกเรื่อง ปกติเขาไม่เคยปิดบังอะไรเลย ไลน์ไม่เคยลบ แล้วเขาก็มาบอกผมว่ามีน้องคนนี้ทักมา น่ารักดี เขาก็ถามผมว่าเป็นไงบ้าง ผมก็เลยบอกว่าน่ารักดี แล้วเขาก็ถามต่อว่าอย่างงี้คุยต่อได้มั้ย ผมก็บอกว่าก็คุยสิ ไม่มีอะไรหนิ ก็คุยไปเลย ตอนนั้นผมก็ต้องการจะให้เข้าแผนของผม สำหรับผมกับแฟน เราตกลงกันว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationship) คุยได้ แต่อย่าจริงจัง ต้องไม่ไปต่อ เราจะให้อิสระกันและกัน สามารถไปมีอะไรกับคนอื่นเป็นครั้งคราวได้ แต่ผมต้องรับรู้ทุกอย่าง แต่ตั้งแต่คบกันมายังไม่เคยมีแบบนั้นเลย แฟนก็ไม่เคยมีเรื่องนอกใจอะไรเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แล้วเขาก็คุยกันต่อ ด้วยความที่ผมรู้ใจแฟนอยู่แล้วว่าแฟนชอบอะไร ชอบเพลงแบบไหน ชอบนักร้องเกาหลียังไง และแฟนผมเป็นคนชอบโดนอ้อน ผมก็เลยปลอมน้องคนนั้นเป็นคนที่อ้อนเขาหนักๆเลย สักพักผมก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ที่เห็นชัดๆเลย คือ ตอนที่เราคุยกันในแชทจะมีการส่งเพลงกันไปมา และผมก็ได้ส่งเพลงให้เขา แล้วเขาก็เปิดเพลงนั้นในห้องทั้งวันทั้งคืน มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่าไม่น่าจะคุยกันธรรมดาแล้ว โมเมนต์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว คือ เวลาที่คุยกันในแชท ผมก็รู้สึกมีอาการนอยด์บ้าง เขาก็จะมาปรึกษาผม ประมาณเหมือนเพื่อนมาปรึกษาเวลาที่อกหัก หรือบางทีในแชทที่เราคุยกันมันกุ๊กกิ๊ก น่ารักๆ เขาก็จะมางุ้งงิ้งๆกับผม ก่อนหน้านี้ผมก็มีการเตือนๆว่าเยอะไปแล้วนะ เขาก็บอกว่าไม่คุยแล้ว แต่ผมก็เห็นมีการกลับมาคุยอีก... จนผ่านมาประมาณ 4 วัน ผมก็รู้สึกว่ามันเยอะไปแล้ว ไม่ไหวละ เพราะมันคุยกันจนเริ่มจะชอบหนักไปแล้ว ผมก็เลยบอกเขาว่าไม่คุยแล้วได้มั้ย จริงๆในใจผมอยากจะเลิกเล่นเป็นน้องคนนี้แล้วด้วย ผมก็เลยบอกว่าช่วยลบได้มั้ย คือเราไม่สบายใจเลยที่คุยแบบนี้ เขาก็บอกว่าเลิกคุยเลิกได้ แต่ทำไมถึงต้องลบเดี๋ยวนี้เลย เขาบอกว่าถ้าเลิกคุย จะเลิกคุยให้ แต่ถ้าให้ลบต้องใช้เวลา เพราะคุยกันมาพักนึงก็เริ่มมีความรู้สึกแล้ว ผมก็ขอให้เขาลบได้มั้ย แล้วเขาก็โยนโทรศัพท์ให้ผมมาลบเอง พอได้โทรศัพท์มา ผมก็ลบหมดทุกอย่างเลย ลบแชท ลบรูปทั้งหมด เพราะผมก็ไม่ได้อยากให้มันมีตัวตนอยู่แล้ว หลังจากที่ลบเสร็จแล้ว เขาก็เปลี่ยนไปเลย จากที่คุยกับผมปกติ เขาก็เงียบ เหมือนคิดอะไรในหัวตลอดเวลา แล้วผมก็เลยสารภาพกับเขาไปตรงๆว่าคนๆนี้คือผมนะ เขาบอกเขาเสียความรู้สึกมากเลย แล้วเขาก็ร้องไห้ ผมก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมทำ มันจะขนาดนั้น เขาก็ถามผมว่าทำไมถึงต้องทำแบบนี้กับเขา ผมก็รู้สึกผิดนะ แต่ในใจอีกมุมนึงมันก็คิดว่าคุณนอกใจเราหรือเปล่า... ผมชวนเขาคุยแบบกรี๊ดกร๊าด เขาก็ไม่คุย เขาอ่านแต่ไม่ตอบ แล้วที่เห็นได้ชัดๆเลย คือ ผมส่งรูปที่เราเคยเจอกันครั้งที่ 2 ผมก็ถามว่าจำความรู้สึกตอนนั้นได้หรือเปล่า เขาอ่านและดูรูป แต่เขาไม่ตอบ ผมก็เลยบอกว่ารออยู่นะ ไม่ตอบหน่อยหรอ แล้วเขาก็ตอบกลับมาคำนึงว่า อยากจะรู้จริงๆหรอว่ารู้สึกยังไง ผมก็เลยบอกว่าพูดมาตรงๆเลย อยากรู้ เขาก็บอกว่าตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ผมเลยถามว่าหมายความว่ายังไง เขาก็บอกว่ามันไม่รู้สึกว่ารักแล้ว มันเกิดตั้งแต่เธอบอกให้ลบ เค้าก็ลบทุกอย่างเลย ถึงขั้นลบความรู้สึกตัวเอง รวมไปถึงความรู้สึกที่รักผมไปแล้วด้วย ผมอึ้งมาก แล้วก็คิดว่าขนาดนั้นเลยหรอ? ผมนึกว่าเขาพูดเล่น เขาคุยกันแค่ 4 วัน แต่ความรักของผมที่คบกันมา 10 ปี ผมพยายามถามเขาตั้งแต่วันนั้นว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ยที่ไม่มีเราในหัวใจ เขาก็บอกว่าจริง ตอนแรกก็ไม่ได้อะไร แต่พอคุยไปเรื่อยๆ น้องคุยเข้าขา คุยทุกอย่าง เขารู้สึกว่าคนนี้มีตัวตนจริงๆ ผมก็เลยถามว่าสรุปจะเอายังไงกันดี เขาบอกว่าเขาไม่ได้รักแล้ว จะเอายังไงละ ผมก็เลยบอกว่าทำยังไงได้บ้าง จริงๆใจผมไม่ได้อยากจะเสียเขาไป ไม่ได้คิดมาเผื่อเลยว่าวันนึงมันจะไม่มีเขา มันต้องรู้สึกยังไง ที่ทำไป ที่ลองไปเพราะคิดว่าคำตอบมันจะเป็นด้านดี ไม่ได้คิดว่าเป็นด้านไม่ดีเลย ตอนนี้เราต้องอยู่ในห้องเดียวกัน เพราะถ้าเขาจะย้าย เขาต้องมีเงินก้อนไปมัดจำห้องใหม่ เขาบอกขออยู่ต่อแปปนึง เพื่อจะหาเงินและหาห้องใหม่ ช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรท ผมเข้าใจว่าเขาหมดรักแล้ว เขาก็เฉยชากับผม แต่ผมต้องพยายามทำเหมือนเดิม แต่ผมจะนอนกอด นอนจับมือ เขายังไม่ให้จับเลย ผมอยากถามว่ามันผิดมากใช่มั้ยที่ผมทำแบบนี้ แล้วถ้าผมอยากได้เขาคืน ผมต้องทำยังไง? ดีเจเผือก ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “สำหรับเรื่องลองใจ ที่เราเห็นๆเป็นคอนเท้นต์ใน TIKTOK บางทีเป็นการเซ็ตไว้หมดแล้ว เขาเตรียมตัวมาหมดแล้ว แต่ในชีวิตจริงมันไม่ใช่เลย เราคาดหวังอะไรในการทำ ถ้าเขาตอบอย่างที่เราคิดไว้ มันก็เสมอตัว มันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาเลย มันล้ำเส้นการลองใจไปเยอะเลย เป็นการใช้ข้อได้เปรียบ จุดอ่อน จุดแข็ง ในการที่เรารู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ใช้ตรงนี้มาหลอกล่อเขา มันหนักหนากว่าการลองใจ เหมือนกับการสร้างตัวตนมาเพื่อหลอกเขามากกว่า มันเกินคำว่าลองใจไปมากจริงๆ แล้วที่เหลือมันอาจจะเป็นผลกระทบ ผลมาจากการที่อยู่มากันนานแล้วรึเปล่า? เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้เขารู้ว่า เขาสามารถไปเจอคนใหม่ ที่กระชุ่มกระชวยหัวใจได้มากกว่าโปเต้ เขาอาจจะอยากหาคนคนนั้นที่มีตัวตนจริงขึ้นมาแล้ว เรื่องที่สองคือ คนที่เขาไว้ใจที่สุดมาหลอกเขา อยู่กันมา 10 ปีแล้ว บางทีมีรอยร้าวรอยเดียว แก้วมันก็เปราะแตกได้แล้ว สุดท้ายการจะกลับมาคบกัน ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่าจะกลับมารึเปล่า?” ดีเจเติ้ล ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “โปเต้เหมือนแกว่งเท้าหาเสี้ยน หาทำ คือถ้าเป็นตัวพี่ ถ้าพี่โดนคนที่รักกันมา 10 ปี มาทำแบบนี้ จะรู้สึกว่าทำไม? ไม่ไว้ใจเราหรอ? มาเทสอะไรเราเนี่ย? เขาเองก็อาจเกิดความรู้สึกกับอีกคนได้ เหมือนทำให้เขารู้สึกสดใหม่ รู้สึกเฟรช กับคนใหม่ ตอนนี้แฟนโปเต้เองก็น่าสงสารเช่นกัน เหมือนกับเขาต้องตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่าทำไมเขาถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นทั้งๆที่มีโปเต้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่เขาจะกลับมาไหมก็ขึ้นอยู่กับเขาเลย ให้เขาได้ทบทวนดูว่า 10 ปีที่คบกันมานี่มันทำให้ความรักจะไปต่อได้รึเปล่า? มันถึงเวลาที่ทำให้เขาชัดเจนแล้วว่าโปเต้อยู่ข้างเราแล้วไม่ได้ทำให้เรากระชุ่มกระชวนแบบคนอื่น ถ้าเขารู้สึกแบบนี้ก็คงจะต้องเลิกกันไป สุดท้ายถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องยอมรับแมนๆว่าเขาไม่ได้มีความรู้ดีๆกับเราแล้ว และเรื่องนี้มันอาจจะเกิดขึ้นจริงๆสักวันนึงก็ได้ ช้าเร็วก็ต้องไปอยู่ดี อาจจะเป็นปีที่ 13 หรือ 14 ก็ได้ แต่เพียงแค่เรื่องนี้ที่มันเกิดขึ้นมันทำให้เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นเร็วมากขึ้นก็เท่านั้นเอง” ทางด้าน ดีเจปุ๊กกี้ ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “แวบแรกที่ฟังเรื่อง พี่ก็คิดว่านี่คือการหาเหาใส่หัว แบบที่ทุกคนคิด แต่ตอนนี้มานั่งคิดว่าแล้วถ้าเราเป็นคนทำ เราจะมองหาสาเหตุว่าทำไมเราถึงทำ? หรือ จริงๆแล้วลึกๆ เรามีความรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เราไม่สบายใจ หรือ ไม่วางใจรึเปล่า? คุณโปเต้มีความรู้สึกระแวงอะไรรึเปล่า? เลยลองใจดูซิว่าตัวเองยังเป็น Number One อยู่รึเปล่า? ความรักของเรามันดูเหมือนจะมีการสั่นคลอนนิดๆ” หลังจากที่ถามแบบนี้ไป คุณโปเต้ก็ได้เล่าให้ฟังว่า “แฟนคุณโปเต้เคยไปฟิตเนส แล้วเจอกับพี่ที่ฟิตเนสคนนึง ดูดีเลย ชมว่าเหมือนดาราญี่ปุ่นเลย แล้วแฟนคุณโปเต้ก็เลยไปโหลดแอปเพื่อเช็คดูว่าคนนี้เป็นใคร พยายามหาดูว่าพี่ที่ฟิตเนสคนนี้เป็นยังไง หลังจากนั้นคุณโปเต้ก็เลยรู้สึกว่าเขาอาจจะมีอะไรรึเปล่า? เลยอยากลองทดสอบดู” ดีเจปุ๊กกี้ กล่าวเสริมว่า “ความสัมพันธ์ตอนนี้ของโปเต้ยังงงๆ พูดเหมือนบอกว่ามีได้นะ สบายๆ แต่พอเขาจะมีจริงๆก็ทนไม่ได้ จริงๆเราไม่ได้พร้อมกับความสัมพันธ์แบบนั้น ต้องลองมาวิเคราะห์ตัวเองว่าอยาก Open Relationship จริงๆ รึเปล่า? ” คุณโปเต้ ก็ยอมรับตรงๆว่า “จริงๆแฟนผมไม่ได้มีความคิดเรื่อง Open Relationship เลย มีแต่ผมนี่แหละที่ยัดความคิดนี้ให้กับเขา” สุดท้ายทั้ง 3 ดีเจก็บอกว่า ให้ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราเป็นคนทำเรื่องนี้เอง ถ้าคนมันจะเป็นคู่กันสักวันก็ต้องกลับมาคู่กันอยู่แล้ว อาจจะมีเปอร์เซ็นต์สัก 2 3 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ก้มหน้ายอมรับไปก่อนว่าเราเป็นคนสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา อย่าไปวีนเขา ไปว่าเขา รอการให้อภัยจากเขาแล้วกันเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

31 ม.ค. 2025

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอเพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้วที่เรารู้สึกแบบนี้ จะสร้างความมั่นใจให้ตัวเองกล้าอยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจังยังไงดีคะ? “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่มั่นใจในตัวเองที่ส่งผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ โดย “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองมาก ๆ จนกระทบต่อชีวิตและความสัมพันธ์ หนูเคยเลิกกับผู้ชายมาแล้ว 4 คน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขา ตั้งแต่เด็ก ครอบครัวเลี้ยงหนูให้พึ่งพาตัวเอง ไม่ซัพพอร์ตเรื่องที่มองว่าไม่จำเป็น เช่น การเที่ยวเล่นหรือการซื้อของฟุ่มเฟือย ฐานะที่บ้านก็เป็นฐานะปานกลาง แต่หนูก็ต้องหาเงินเองมาตลอด และหนูก็เริ่มมองคนที่ประสบความสำเร็จ สวยๆ รวยๆ และเก่งๆ เพราะหนูอยากเป็นแบบนั้น รู้สึกว่าการมีเงินทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งหนูมองว่าความคิดนี้มันก็ดี เพราะผลักดันให้หนูพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เพราะตอนที่เราเริ่มมีเงิน ชีวิตมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แต่ข้อเสียคือ หนูจะชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ดูดีและมีพร้อมทุกอย่าง จนเกิดความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง รู้สึกซึมไปเลยว่าเราจะมีแบบนี้ได้มั้ย แล้วทำไมเราถึงไม่มีชีวิตแบบนี้? ต่อให้หนูจะมีแล้ว แต่หนูรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เท่าไรก็ไม่พอ หนูอิจฉาคนที่มีอาชีพดี ชีวิตสบาย และครอบครัวที่ซัพพอร์ตโดยไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องลำบาก พอหนูเข้าใกล้ช่วงเรียนจบ หนูก็สร้างฐานะของตัวเองได้ในระดับที่ไม่ต้องลำบากเหมือนเมื่อก่อน มีบ้าน มีรถ และเริ่มมีคนที่มีฐานะดีเข้ามาจีบ แต่พอความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง หนูกลับคิดมาก เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับสังคมและเพื่อนรอบข้างของเขา แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสวยไม่พอ ฐานะปานกลาง หนูรู้สึกแย่มาก หนูเลยเลือกที่จะถอยห่างและหายไปแบบเงียบ ๆ เพราะไม่อยากคิดมากซ้ำ ๆ เป็นแบบนี้กับคนที่เข้ามาถึงสี่ครั้งแล้ว จนมาถึงช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หนูได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งผ่านแอปฯ แล้วก็คุยกัน เลยได้แลก IG กัน หนูก็แอบอึ้งเพราะเขามีผู้ติดตามเยอะ และเป็นนักกีฬาระดับประเทศ มีหน้าตาดี จนเพจต่าง ๆ เอาไปลง และมีแฟนคลับสาว ๆ กรี๊ดเยอะ แรก ๆ หนูไม่ได้คิดอะไรมาก คุยกันตามปกติ แต่พอได้ลองพูดคุยจริง ๆ หนูกลับรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีมาก ทั้งเรื่องฐานะ การงาน ปัญหาชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ของเขา เขากล้าเปิดใจและคุยกันจนหนูรู้สึกสบายใจมาก ไลฟ์สไตล์ก็ตรงกัน จนมันถึงในจุดๆนึงที่เขาอยากเจอหนู แต่ความรู้สึกเดิม ๆ ของหนูก็กลับมาอีก หนูเริ่มกังวล หนูรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่พร้อม หนูก็เลยหาข้ออ้างมาเรื่อยๆที่จะไม่ไปเจอเขา เขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีที่หนูเป็นแบบนี้ สุดท้ายความสัมพันธ์เราก็เริ่มห่างกันไป ต่างคนต่างหาย หลังจากนั้น หนูลงสตอรี่แล้วเขาตอบกลับมา เราเลยกลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนูรู้สึกว่าเราเข้าใจกันมากกว่าเดิม จนถึงจุดที่ต้องเจอกันอีกครั้ง แต่หนูยังไม่มั่นใจเหมือนเดิม หนูก็ยังคงหาข้ออ้างไม่ไปหาเขาเหมือนเดิม หนูกังวลเพราะเพื่อนของเขาสวยมาก สังคมเขาครบมาก หนูกลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับเขา หนูกลัวผิดหวัง และสงสัยว่าทำไมเขาถึงมาชอบหนู ทั้งที่คนรอบตัวเขามีแต่คนที่ดูดีและสมบูรณ์แบบ หนูก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูควรทำยังไงถึงจะก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปได้? ถึงจะไม่เจอคนนี้ แต่พอไปเจอคนอื่นต่อไป หนูไม่อยากจะหนีเขาไปอีกแล้ว เพราะเราก็มีโอกาสมาอยู่ข้างหน้าแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าความไม่มั่นใจของหนูรุนแรงจนกลัวไปหมด อาจต้องลองปรึกษานักจิตวิทยา เพราะต่อให้หนูไปเจอเขา ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าความสัมพันธ์จะราบรื่น และอย่ากังวลที่เขาจะมีแต่คนสวย ๆอยู่รอบตัว ผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงสวยทุกคน บางคนมองหาคนที่ใช่ และไม่ใช่แค่เขาที่เป็นฝ่ายเลือก หนูก็มีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน แต่ถ้าความรู้สึกนี้มันฝังลึกจริง ๆ การพบนักจิตวิทยาอาจช่วยได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก่อนเลย เพราะว่าไม่มีทางที่หนูจะสวยที่สุด ดีที่สุด รวยที่สุด เพราะทุกอย่างจะมีขั้นกว่าเสมอ ถ้าหนูเทียบตัวเองกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ จะไม่มีวันพอใจในตัวเอง และโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพที่แต่งมาแล้ว หนูต้องเป็น The Best Version of ตัวเอง และอย่าลืมว่า ถ้าหนูไม่มีอะไรดี ทำไมถึงมีผู้ชายสี่คนมาสนใจ? ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในอีกมุมหนึ่ง คนที่ใช่สำหรับเรา ควรทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า ไม่ใช่ทำให้เราด้อยกว่าคนอื่น บางทีหนูอาจเคยเจอคนที่ดีแล้ว แต่ไม่ได้ให้โอกาสเขา และลอง Social Detox ถ้าหนูรู้ว่าตัวเองเปรียบเทียบกับโซเชียลจนเป็นปัญหา การลดการใช้ลงอาจช่วยให้หนูรู้สึกดีขึ้น‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

16 ม.ค. 2026

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้วแต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อนบางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วยทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอวันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียวหนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 14 มกราคม 2569 ) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเลือกเพื่อนมากกว่าเรา ในขณะที่เราท้อง 8 เดือน ตัวคุณเอ จึงเกิดความน้อยใจ และอยากให้ตนเป็นตัวเลือกแรกของแฟนบ้าง ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า ในตอนแรกที่คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 21 ปี ทั้งสองไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งบ้านของทั้งสองก็อยู่ไม่ได้ห่างกันมาก จึงทำให้ไปมาหาสู่กันได้บ่อย ๆ แต่วันหนึ่งได้พลาดท้อง พ่อและแม่ของคุณเอก็ได้ให้ทั้งคู่แต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ทางด้านแฟนของคุณเอ เมื่อทราบว่าคุณเอกำลังตั้งท้องก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในความรู้สึกของคุณเอ คือฝ่ายชายยังไม่มีความพร้อมในการเป็นพ่อ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรก ที่คุณเอมีอาการแพ้ท้องหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่กว่าฝ่ายชายจะมารับ ตัวคุณเอที่นั่งรออยู่ก็ได้อ้วกออกมาเป็นเลือด ผ่านมาเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าฝ่ายชายกลับบ้านดึกขึ้น โดยให้เหตุผลว่านั่งเล่นอยู่กับเพื่อนที่ทำงานหลังเวลาเลิกงาน หากวันไหนที่ไม่ได้กลับบ้านดึก ก็จะเอาเพื่อนเข้ามาในบ้าน เล่นเกมบ้าง สูบบุหรี่บ้าง จนทำให้คุณเอที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้งคู่เคยคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ฝ่ายชายก็ปรับแก้ให้ได้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงทำให้คุณเอเริ่มมีความคิดที่อยากจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจะลองอยู่กับแฟน ดูแลกันไปก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน แล้วเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว คุณเอรู้สึกว่าเรื่องนี้ตัดสินใจยาก เพราะหากตนย้ายกลับไปที่บ้าน ก็จะต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะปัจจุบันพอใจในสิ่งที่ได้รับแล้ว ทั้งรูปแบบการทำงานและเงินเดือน ในตอนแรกทั้งสองได้วางแผนกันไว้ว่า เมื่อลูกออกมาจะให้แม่ของฝ่ายชายที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เป็นคนช่วยเลี้ยงดูให้ หลังจากเลิกงาน ทั้งสองคนก็จะกลับมาดูแลต่อ คุณเอได้เล่าเพิ่มเติมว่าแฟนหนุ่มในพาร์ทอื่น ๆ ในการคบหากันนั้น ฝ่ายชายสามารถทำได้ดี แต่ในพาร์ทปัญหาที่เจอในตอนนี้ ถือเป็นพาร์ทใหญ่ที่คุณเอไม่โอเค อย่างเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ฝ่ายชายก็ได้ทิ้งให้คุณเออยู่ห้องเพียงคนเดียว แล้วก็ออกไปเคาท์ดาวน์ข้ามปีกับเพื่อน หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอจบ เหล่าดีเจก็ได้พูดให้กำลังใจคุณเอด้วยความเป็นห่วงและให้คำแนะนำที่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริง โดยเริ่มจาก ‘ดีเจก๊อตจิ’ ที่ได้กล่าวว่า “ตอนนี้แฟนหนูเหมือนหนีปัญหา ยังไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นพ่อ ไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำ พี่กลัวว่าถ้าหนูทำตามแผนแล้วแฟนจะหายไปเลย พี่ว่า 50/50 หนูควรเตรียมใจไว้ก่อนเลย เพราะหนูเคยแก้ปัญหาเหล่านั้นมาเยอะมากแล้ว เช่น เรื่องบุหรี่ เรื่องไม่ให้พักผ่อน เรื่องไม่ดูแลช่วงปีใหม่ หนูเตรียมแผนไว้ ถูกต้องแล้ว มันคือหน้าที่ของหนูแหละ ว่าต้องไปคุยกับเขาตรง ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ และถือเป็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “นี่คือปัญหาอย่างเบาที่สุดสำหรับการที่ท้องไม่พร้อม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตอนที่ลูกคลอดออกมา เดี๋ยวลูกคลอดออกมา งานเราก็ยังต้องทำ คนเป็นแม่ เราก็ยังต้องดูลูกเล็ก มันเป็นช่วงที่หนักหนาที่สุด ยังไม่พร้อมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันพร้อมเลย ส่วนเขา เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะพร้อมขึ้นมาในวันที่โตขึ้น เพราะอายุเพิ่ง 21 ปีเอง แน่นอนว่าคนท้องสัญชาตญาณความเป็นแม่มันสูงกว่าอยู่แล้ว แต่คนเป็นพ่อมันไม่ได้อุ้มท้อง สายสะดือไม่ได้เชื่อมกัน ถ้าใจไม่พร้อมจะเป็นพ่อ ยากมากที่เขาจะใส่ใจ การมีลูกคือการเสียสละชีวิตส่วนตัวไปตลอดกาล พร้อมก่อน ถึงจะมี เวลามีเรื่องอะไรแบบนี้พี่จะคิด Worst case ไว้ก่อน คิดไว้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราจะยังไงกันต่อ ถ้า Worst case แล้วเรายังมีทางออก ก็ยังหายใจโล่งได้เปลาะหนึ่ง เอต้องทำยังไงก็ได้ให้รอดทั้งแม่และลูก” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราเลือกคนผิดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงของการแก้ไข เรียกเขามาคุยตรง ๆ เลยว่าตอนนี้ 8 เดือนแล้ว สเต็ปต่อไปเด็กจะเกิดมาแล้วต้องสลับกันเลี้ยง พร้อมที่จะเสียสละมั้ย ถ้าเขาบอกว่าพร้อม งั้นคุณเริ่มก่อนเลย เรื่องบุหรี่ ขอดูการเสียสละของเขาหน่อย แล้วหลังจากนี้เอก็ประเมินเลยว่าที่เขาบอกว่าเสียสละได้ เขาทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้เราไปแผน B เลย เพราะถ้าคนมีสามัญสำนึกเขาจะไม่สูบบุหรี่หรอก เพราะเขาก็รู้ว่าบุหรี่ทำร้ายเด็ก เข้าแผน B เลย กลับไปอยู่บ้าน แล้วเป็น Single Mom”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-