บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงาน แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้ เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงาน แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้ เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม

19 ก.พ. 2026

บริษัทมาขอความร่วมมือให้ออกจากงาน

แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม เพราะไม่มีค่าชดเชยให้

เราเลยไม่เซ็นต์ยินยอม

        ‘คุณแปม’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่บริษัทขอความร่วมมือให้เธอลาออกจากงาน โดยที่ตัวเธอนั้นรู้สึกว่าสิ่งนี้มันไม่ยุติธรรม

        ‘คุณแปม’ ได้เล่าว่าเธอนั้นเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทก็ได้มีการเลิกจ้างพนักงานแบบถูกต้องตามกฎหมาย และจ่ายค่าทดแทนให้ตามปกติ ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางบริษัทก็ได้มีการเรียกพนักงานจำนวนหนึ่งเข้าไปคุยส่วนตัวว่า สถานการณ์ตอนนี้บริษัทกำลังประสบปัญหา และมีความจำเป็นที่จะต้องลดจำนวนพนักงานลงเพื่อให้บริษัทสามารถอยู่รอดต่อไปได้ ซึ่งในส่วนนี้คุณแปมก็เข้าใจ แต่ที่ทำให้คุณแปมรู้สึกแปลกใจคือการที่ทางบริษัทมาบอกว่า ขอความร่วมมือให้ลาออกเอง โดยบอกว่าสามารถเลือกจะออกหรือไม่ออกก็ได้ แต่ทางบริษัทจะสามารถจ่ายเงินเดือนให้ได้ถึงแค่สิ้นเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าจุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณแปมรู้สึกไม่โอเค ทางบริษัทจึงบอกให้ไปคุยกับเจ้าของด้วยตัวเอง 

        เวลาผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเกิดขึ้น คุณแปมจึงได้ติดต่อถามทางบริษัทไปอีกครั้ง ทางบริษัทก็ได้ตอบกลับมาว่า ทางเจ้าของบริษัทรับทราบเรื่องนี้แล้ว แต่ทางบริษัทก็ไม่มีทางเลือก จึงได้อนุญาตให้คุณแปมทำงานที่บริษัทนี้ต่อไปได้ ตั้งแต่วันนั้นคุณแปมก็รู้สึกว่า เจ้าของบริษัทเริ่มหลบหน้าหลบตามากขึ้น ทำให้เกิดบรรยากาศที่อึดอัด กระอักกระอ่วน และรู้สึกไม่มั่นคงกับงานที่ต้องทำต่อ เธอนึกภาพไม่ออกว่าจะสามารถทำต่อไปได้อีกนานแค่ไหน

        โดยคุณแปมได้บอกว่า ส่วนตัวเธอนั้น เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ของบริษัทเป็นอย่างดี แต่การที่มาขอความร่วมมือให้ลาออกแบบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างมากกับพนักงาน โดยคุณแปมยืนยันว่าตนนั้นไม่สมัครใจจะลาออกเอง จึงได้ปรึกษาเหล่าดีเจว่า เธอสามารถทำอย่างไรได้บ้าง หรือถ้าเป็นเหล่าดีเจทั้งสามจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะในตอนนี้เธอได้เสียความรู้สึก และเกิดความกดดันเล็ก ๆ กับบรรยากาศการทำงานในบริษัทนี้ไปแล้ว

        หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้ให้คำปรึกษาด้วยความเห็นใจ โดยเริ่มจาก 'ดีเจเกลือ' ที่ได้บอกว่า “สำหรับผม มันถูกต้องเพราะเป็นการถามความสมัครใจ มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลือกได้ว่าจะออกหรือจะไม่ออก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดท้ายแล้วทางบริษัทเองก็ไม่มีทางเลือก ต้องให้คุณแปมทำต่อไป เพราะถ้าหากเขาไล่คุณออก เขาก็ไม่มีเงินชดเชยคุณ ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณไม่ออกเองเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้าเขาไปบังคับให้คุณออก มันก็ผิดกฎหมาย ความรู้สึกกระอักกระอ่วนมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเราหรอก ทางบริษัทเขาก็มีความรู้สึกนี้เช่นกัน

        ผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว มันก็ต้องไปจบลงด้วยการคุยกันอยู่ดี คุยกับทางบริษัทว่าจะสามารถช่วยเหลือเราได้เท่าไหร่ แล้วเราต้องการเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ เพื่อที่จะหาตรงกลางของสถานการณ์นี้ ความรู้สึกของเรามันเสียไปแล้ว ช่วงนี้เราอดทนได้ แต่เราก็ต้องคิดไว้เสมอว่า เดี๋ยวเราก็จะต้องออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น ให้หาลู่ทางการทำงานใหม่เตรียมรอไว้ได้เลย”

        ต่อมา 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่ว่าพี่ยังคงอยู่ต่อ ณ เหตุการณ์ตอนนั้นนะ เพราะเรายังไม่รู้เลยว่าจะออกไปทำอะไรต่อ แต่พี่จะรอดูทรงก่อนว่า หลังจากนี้เขาจะปฏิบัติกับเรายังไง ถ้าแค่การที่เจ้าของบริษัทหลบหน้าหลบตา สำหรับพี่มันยังทนได้ แต่ถ้าพี่รู้ว่าบริษัทนี้มันกำลังจะเจ๊ง พี่ก็จะไปหาลู่ทางใหม่ หาบริษัทอื่นเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า แต่อีกลู่ทางนึงคือทางกฎหมาย ถ้าเขาเริ่มทำให้เรารู้สึกว่า เราอึดอัด เราก็คุยต่อรองกับเขาว่า ให้เขาจ้างเราออกได้มั้ย แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะไม่ยอมออกเองเด็ดขาด ถ้าพี่ยังไม่เห็นว่าพี่มีลู่ทางใหม่ที่ดี”

        สุดท้าย 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “ตอนนี้ถ้าแปมออกเอง ค่าชดเชยหรือค่าเสียหายแปมจะไม่ได้อะไรเลย พี่ก็ไม่แนะนำให้แปมออก และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่า ตอนนี้บริษัทมันไม่มั่นคงแล้ว อดทนทำไปก่อนแล้วหางานใหม่ พอได้งานใหม่แล้วเราก็ชั่งน้ำหนักเลย ไม่ต้องเสียดายเงินชดเชยก็ได้ ถ้าเรามีงานที่จะไปต่อแล้ว เราจะสามารถต่อรองกับทางบริษัทง่ายขึ้น”

        หลังจากที่ดีเจทั้งสามให้คำแนะนำจบ คุณแปมก็ได้มีอีกหนึ่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ตอนนี้ทางบริษัทแจ้งว่า ถ้าตัวเธอนั้นไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ให้ไปคุยกับเจ้าของบริษัทเอง เธอควรที่จะไปคุยดีหรือไม่

        ดีเจทั้งสามก็ได้ออกความเห็นตรงกันว่า เธอควรเข้าไปคุยให้เคลียร์ ด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะเข้าอกเข้าใจกัน แบบเราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา คุยกันด้วยความเข้าใจ และอาจทำให้หาทางออกร่วมกันได้ง่ายขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 27 อาสาลาออกจากงาน มาดูแลคุณปู่ที่ป่วย คุณปู่หนูเส้นเลือดในสมองแตก หนูดูแลสุดความสามารถ แต่หนูไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบเดือน ที่คุณปู่พูดไม่ได้ แต่เอามือเกาๆแขนตลอด คืออาการแพ้ยาของปู่ จนอาการลุกลาม สุดท้ายคุณปู่หนู จากไปด้วยโรคมะเร็งปอด

09 ก.ย. 2025

หนูอายุ 27 อาสาลาออกจากงาน มาดูแลคุณปู่ที่ป่วย คุณปู่หนูเส้นเลือดในสมองแตก หนูดูแลสุดความสามารถ แต่หนูไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบเดือน ที่คุณปู่พูดไม่ได้ แต่เอามือเกาๆแขนตลอด คืออาการแพ้ยาของปู่ จนอาการลุกลาม สุดท้ายคุณปู่หนู จากไปด้วยโรคมะเร็งปอด

หนูอายุ 27 อาสาลาออกจากงาน มาดูแลคุณปู่ที่ป่วย คุณปู่หนูเส้นเลือดในสมองแตกหนูดูแลสุดความสามารถ แต่หนูไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบเดือน ที่คุณปู่พูดไม่ได้แต่เอามือเกาๆแขนตลอด คืออาการแพ้ยาของปู่ จนอาการลุกลาม สุดท้ายคุณปู่หนูจากไปด้วยโรคมะเร็งปอด ตอนปู่มีชีวิต หนูพูดจาไม่ดีใส่ ดุใส่ปู่ตลอด เพราะไม่เข้าใจพอตอนนี้ปู่จากไปแล้วหนูกลับมาโทษตัวเองตลอดว่าทำได้ไม่ดีพอ ทุกครั้งที่หนูนึกถึงปู่หนูอยากจะมีความสุข หนูไม่อยากจมอยู่กับความรู้สึกผิดแบบนี้ ทำยังไงดีคะ? “คุณพี (นามสมมติ)” อายุ 27 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหาความรู้สึกผิดในใจที่มีต่อคุณปู่ที่เสียไปแล้ว โดย “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณปู่ของหนูได้เสียไปแล้ว ท่านเป็นเส้นเรื่องในสมองแตก ท่านอายุ 80 ปีแล้ว ที่บ้านเลยเลือกที่จะไม่ผ่า เพราะกลัวท่านจะเจ็บ ทรมาน เลยเลือกที่จะรักษาตามอาการ กลายเป็นว่าท่านกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกที่ข้างขวา พูดไม่ได้ บ้านหนูเลยส่งไปอยู่ศูนย์ที่ไว้สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีลักษณะแบบนี้ อยู่ไปได้ประมาณเดือนนึง น้ำหนักคุณปู่ลงมาถึงสิบโล ทางนั้นเขาก็ไม่ได้แจ้งว่าให้ท่านทานอะไร ก็เลยพากลับมาดูแลที่บ้าน หนูลาออกจากงานมาเป็นคนดูแลหลัก หลังจากนั้น ก็พาท่านไปทำกายภาพ ไปตรวจคลินิก หมอเขาให้ยาทานมา แต่ผ่านไปหนึ่งเดือน คุณปู่แพ้ยานั้น หนูเลยรู้สึกผิดเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ทั้งๆที่เราเป็นคนดูแลเขา เราดูไม่ออกเลยว่า ท่านแพ้ยา พอท่านเกามากขึ้น ก็คิดว่าผิวท่านบางแก่แล้ว พอมาดูดีๆ มันมีผื่นเยอะเกินไป เลยได้ไปตรวจ คุณปู่กลายเป็นโรคผิวหนังอย่างรุนแรงมากมาตลอดสองปีเต็มๆ ท่านเคยเกาจนเลือดออกทั้งตัว หนูกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย เพราะคุณปู่ดื้อมากๆ ไม่เคยทำตามที่บอกเลย คุณปู่ก็ต้องสวมปลอกมือ เพื่อกันไม่ให้เกาอีก แต่กลายเป็นว่าดื้อหนักขึ้นเพราะพยายามจะแกะออก ที่บ้านก็เริ่มรู้ว่า หนูพูดไม่ดี ทำให้ทำร้ายจิตใจท่าน เขาก็ส่งคุณปู่ไปที่ศูนย์อีกครั้ง แต่ครั้งนั้น ที่นั่นก็ดูแลไม่ดี ทำให้คุณปู่มีแผลกดทับ ไม่เช็ดตัว รักแร้เลยส่งกลิ่นเหม็นออกมา หนูเลยขอโทษที่บ้าน และขอโอกาส เพื่อที่จะดูแลท่านอีกรอบ หนูพูดจากับท่านดีขึ้น ไม่โมโหใส่ รอบนี้ที่ท่านกลับมา มีฝีขึ้นที่รักแร้จนต้องผ่า ขึ้นๆซ้ำถึงสามรอบ มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นน้ำท่วมปอด หมอเลยดูดออก เอาเลือดไปตรวจ เลยได้รู้ว่าท่านเป็นมะเร็งปอดอีก คุณหมอไม่ได้ให้ทำคีโม เพราะอายุมากแล้ว เลยได้รักษาแบบประคับประคอง จนท้ายที่สุด วันที่ยี่สิบเจ็ด คุณปู่หายใจครืดคราด หัวใจเต้นดังมากๆ พอหนูวัดเครื่องชีพจรของท่านตอนช่วงตีสาม ก็เกินร้อย เลยตื่นเช้ามาวัดอีกรอบ ก็ยังสูงอยู่ จึงให้ที่บ้านพาไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า ข้างในไหวแล้ว เลยให้คุณปู่ไปอยู่ในห้องผู้ป่วยระยะสุดท้าย งดน้ำ งดอาหาร จะอยู่ได้ไม่เกินสองถึงสามวัน แต่ท่านสู้มากๆ อยู่ได้ถึงห้าวัน โดยที่ไม่กินข้าวกินน้ำ และวันที่หนึ่งมิถุนา คุณปู่ก็ได้จากไป ที่บ้านเขาไม่ได้ว่าอะไรหนู แต่เรารู้สึกกับตัวเองว่าที่ผ่านมา ทำได้ไม่ดี ทำไมถึงไม่รู้ว่าท่านแพ้อะไร ทำไมหนูถึงอารมณ์เสียใส่ท่าน ทั้งที่คุณปู่ก็ป่วยอยู่ หนูอยากขอโทษเขา เพราะทุกครั้งที่หนูอารมณ์ไม่ดี ท่านก็ยิ้มให้เราตลอด ทั้งที่ก็พูดไม่ได้ ข้างในหนูยังคงรู้สึกผิดต่อท่าน ถึงแม้ว่าคุณปู่จะจากไปแล้วก็ตาม วันที่ยี่สิบเจ็ดตอนตีสาม ที่วัดชีพจรรอบแรก ถ้าหนูพาท่านไปโรงพยาบาลตั้งแต่แรก ท่านจะไม่ตายใช่มั้ย หนูอยากได้กำลังใจจากพวกพี่ อยากเปลี่ยนความคิดเวลาที่คิดถึงคุณปู่ ให้ไม่รู้สึกผิด’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะแชร์ในมุมที่เราพึ่งสูญเสียคนรัก เพราะเมื่อวันศุกร์ทีผ่านมาาพี่พึ่งจะเสียคุณพ่อไป การที่เขาเสียมันดีกว่าการที่เขาจะต้องนอนทรมานอยู่บนเตียง การสูญเสียครั้งนี้สำหรับพี่ พี่คิดว่ามันดีกับเขา เพราะฉะนั้นแม้ว่าเขาจะจากไป มันเป็นเรื่องที่จะต้องเสียใจ แต่เขาไปสบายแล้ว ถ้าเขายังจะต้องอยู่ ความทรมานของตัวเขาเองที่เป็นหลักสำคัญ และการที่เขาจากไปแบบที่เขาเห็นว่าพีเป็นคนดูแลเขาในวาระสุดท้าย ไม่มีอะไรที่พี่จะต้องรู้สึกติดค้าง พียังเป็นคนปกติ เป็นเด็กวัย 27 ปี ที่ต้องมาดูแลคนป่วย การดูแลไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องแข็งแรงทั้งร่างกาย และจิตใจ อย่างน้อยพีก็รู้สึกตัว และพยายามแก้ไขมัน พีอยากนึกถึงเขาแล้วยิ้มออกมา พีก็นึงถึงรอยยิ้มที่เขายิ้มให้พี คุณปู่เขารักหลานคนนี้ ไม่มีอะไรต้องติดค้าง ต้องเสียใจ สิ่งที่พีทำ ดีที่สุดเท่าที่จะทำให้ได้แล้ว’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องตระหนักรู้ในตัวเองให้ได้ว่า เราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว สำหรับคนที่เรารัก ยังไงใจของเรา ก็จะรู้สึกว่า มันยังคงน้อยไปอยู่ดี แต่สุดท้ายสิ่งที่เราต้องมองให้เห็นคือ เรามีความปรารถนาดีต่อคุณปู่ของเรา การที่คนเราอยู่ด้วยกัน มันไม่มีทางสมบูรณ์หรอก มันมีทั้งความสุข การทะเลาะกัน เมื่อเวลาผ่านไป มันจะกลายเป็นอดีต อยู่ที่ตัวเราจะเลือกสิ่งไหนมาจดจำไว้ เราเลือกได้ อยู่ที่การเปลี่ยนมุมมอง ถ้ามันเกินเดือนนึง ให้ปรึกษา นักจิตวิทยา’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกเสริมว่า ‘ในชีวิตคนเรา เราทั้งทำไม่ดีกับคนอื่น และทำดีกับคนอื่นเสมอ ให้ดูที่เจตนาของเรา ที่อยากจะช่วยเหลือเขา พีทำดีที่สุดแล้ว ขอบคุณที่พีมาแชร์เรื่องนี้ มันทำให้คนอื่นอาจจะหันไปดูแลคนรักมากขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางhttps://www.youtube.com/watch?v=5P-zvY_YXRIt=1sใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลาง แล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียว คุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ

04 ต.ค. 2024

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลาง แล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียว คุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมในกลุ่ม มาบอกว่าจะเลิกคบกับอีกคน ผมก็เลยขอเป็นคนกลางแล้วเพื่อนคนนั้นก็แฉอีกคนให้ผมฟังว่าเขาบูลลี่ผมมาตลอด หลักฐานครบ เค้ามีกลุ่มแยกที่ไม่มีเราอยู่คนเดียวคุยลับหลังมา 3 ปี ผมเสียใจมากๆ เพิ่งรู้ว่าเพื่อนคนนั้นที่ขอยืมรถเรา แล้วพูดว่าโง่เนอะ ให้กูยืมด้วย “คุณเติร์ด (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนนินทาลับหลังเรา ทั้งที่ต่อหน้าเขาดีกับเรามาก โดย “คุณเติร์ด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เรื่องเกิดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว คือหนึ่งในเพื่อนกลุ่มเก่าตอนมัธยมโทรมาปรึกษาผมเรื่องเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แบบมาบอกว่าเขานิสัยไม่ดีอะไรบ้าง อยากจะเลิกคบกับเขาทำยังไงบ้าง? ผมก็เลยให้คำปรึกษาว่า จะเลิกคบหรือไม่เลิกคบกัน ผมก็ขอเป็นคนกลางเพราะว่าเพื่อนคนที่เขาเล่ามาเขาก็ดีกับผมมาตลอด แต่ประเด็นคือว่าเพื่อนพูดว่า “เติร์ดกูไม่อยากเล่าให้มึงฟังนะ แต่เรื่องที่โดนนินทา คนที่โดนเยอะสุดคือเติร์ดนะ” แต่ผมไม่รู้ตัว คิดว่าเขาดีกับผมในกลุ่ม เพราะระยะเวลาที่คบกันมา 3 ปีเขาดีกับผมมาตลอดเลย จนผมไว้ใจเพื่อนคนนี้ที่สุดในกลุ่ม จนพอมาล่าสุด ผมมารู้ว่าเพื่อนที่ผมไว้ใจที่สุดกลับกลายเป็นว่าลับหลังผม ผมโดนเละที่สุดเลยในกลุ่ม ผมโดนเยอะมากๆ แล้วเพื่อนก็แคปหลักฐานทุกอย่างมาให้ผมดูหมดเลย เพราะเพื่อนมีแชทกลุ่ม ไม่ว่าผมจะอัปเดตชีวิตในโซเชียล หรือลงอะไร ผมจะโดนแคปลงในแชทกลุ่มที่ไม่มีผม ซึ่งเพื่อนคนอื่นก็เออ ออไปด้วย พอเขาจะแตกกันก็มาเล่าให้ผมฟังว่าจะเลิกคบกับคนนั้นแล้วนะ เพราะเขานิสัยไม่ดี แต่ที่ผ่านมาเขามีการมายืมเงิน ยืมมอเตอร์ไซค์ของผม พอผมให้ยืมเขาก็เอาไปพูดลับหลังว่าผมโง่ให้ยืมด้วย เพื่อนคนนั้นยังไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้วที่เขาเผาผม ตอนนี้เขาก็ยังทำเป็นดีกับผม ยังคุยกันปกติ ผมอยากถามพี่ๆว่า ควรคบเพื่อนคนนี้ต่อดีมั้ย? หรือควรตัดไปเลยเพราะผมก็รู้ความจริงหมดแล้วว่าที่ผ่านมามันก็ไม่ได้หวังดีกับเราจริงๆ’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘แน่นอนอยู่แล้วว่าพี่จะไม่คบคนกลุ่มนี้ แต่ชีวิตคนก็เป็นแบบนี้แหละ มองในแง่ดีคือมันก็เป็นภูมิคุ้มกันเรา เพราะว่าเติร์ดอาจจะได้เจอคนแบบนี้อีกก็ได้ เหมือนประสบการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน ขนาดคนที่เราสนิทกันขนาดนี้มันยังพูดลับหลังกันได้ ซึ่งมันมีแบบนี้จริงๆบนโลกนี้ เราก็แค่ได้รู้ว่าคนๆนี้เป็นแบบนี้ ได้เรียนรู้ที่จะไว้ใจคน คนที่เราช่วยเหลือเขามาตลอด แล้วสิ่งที่มันทำคืออะไร แต่พี่ว่ายังไงก็ต้องตัด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนที่สองว่า ‘คนๆนี้ถ้ามันใช่แบบที่เติร์ดเล่ามาทั้งหมด คนแบบนี้มันเน่าตั้งแต่ข้างใน คนที่มันก่อร่างสร้างตัวมาเป็นคนที่มี attitude แบบนี้มันโตมายังไง พี่ว่ามันเลวทรามยิ่งกว่าเม้าท์ปากเสีย เพราะฉะนั้นคนแบบนี้เติร์ดไม่จำเป็นต้องแคร์อะไรมันด้วยซ้ำ ถ้าเป็นพี่ พี่จะส่งแชทที่เพื่อนแคปมาให้ดูส่งให้มันไปเลย แล้วไม่ต้องคุยอะไรเลยก็ได้ ส่งเสร็จบล็อกไปเลยจบๆ หรือถ้าจะใส่กันสักชุดก็ได้ แค้นอะไรก็บอกไป คุยจบก็แยกย้ายกันเลย เป็นพี่ก็ไม่เอาไว้เหมือนกัน’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อ้อยเคยอ่านเจอประโยคนึงว่า เราเลือกคนที่เราเจอไม่ได้ แต่เลือกว่าจะวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้ เราไม่รู้หรอกว่าคนที่เราจริงใจกับเขา เขาจะตลบหลังเราเมื่อไร แต่เมื่อเรารู้แล้ว เราเลือกวางเขาไว้ตรงไหนที่ไม่ต้องทำให้เราดีลกันอีกก็ได้ พี่ว่าบางทีมันไม่จำเป็น เดี๋ยวเติร์ดก็มีเพื่อนอีกหลายๆกลุ่ม อาจจะไปเจอแบบเดียวกันอีก หรือเป็นอีกแบบเลยก็ได้ ใดๆก็ตามเราอาจจะเสียใจ อาจจะเจ็บแค้น แต่ที่สุดแล้วการล้างแค้นที่สาสมที่สุดคือเขาคนนั้นต้องไม่มีผลอะไรต่อใจของเติร์ดอีกตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เติร์ดยังเจ็บปวดไปกับคนๆนั้น ถือว่าเติร์ดยังให้ความสำคัญกับคนๆนั้นอยู่นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต ! ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่า ล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาด และพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่

(ภาคต่อ) ปลดล็อกปมในชีวิต !ของเคสสายรุกที่เคยเสียความมั่นใจเพราะฝ่ายรับใหญ่กว่าล่าสุดเปลี่ยนตลาดใหม่ ไปโฟกัสคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องขนาดและพร้อมเดินหน้าหาความสัมพันธ์ใหม่ 'คุณบ๊อบ' (นามสมมติ) อายุ 20 ปี สายที่ 9 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองเป็นสายรุก แต่มักเจอรับที่ใหญ่กว่า จนเสียความมั่นใจ กลายเป็นปมชีวิต ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณบ๊อบ (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ตอนนี้ผมเองก็ได้เปลี่ยนไปโฟกัสกับคนที่ไม่ได้สนเรื่องขนาดมากกว่า และหลังจากที่ได้รับคำปรึกษา ก็ลองเปลี่ยนกลุ่มตลาด ไปทางคนที่อยากไปเจอกันในสถานที่ใหม่ ๆ ได้รู้จัก และชอบก่อนในหลาย ๆ เรื่องก่อน ค่อยไปถึงเรื่องบนเตียง และจากที่อ่านคอมเมนต์จากทางบ้านก็เห็นด้วยที่ว่าถ้าเราอยู่ในตลาดแบบนี้การที่เขาจะสนใจแค่ขนาดของเรามันก็ไม่แปลก" 'ดีเจต้นหอม' ได้พูดให้กำลังใจต่อว่า ‘เห็นมั้ยว่าการที่เรากล้าเปิดใจถาม ทำให้ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียว และก็ได้เห็นความคิดเห็นของคนอื่น ๆ อีกว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติมากเลย’ ปิดท้ายด้วย 'ดีเจเผือก' ฝากไว้ว่า ‘ไม่ต้องรีบ ปล่อยไปตามจังหวะชีวิตครับ’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิก บอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่ เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า

20 ต.ค. 2025

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิก บอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่ เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า

หนูมีลูกชายอายุ 17 ช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ถามไปถามมา สรุปว่า ลูกโดนแฟนเทมา แฟนบอกเลิกบอกว่าเบื่อแล้ว อยากโฟกัสอนาคตมากกว่า ลูกชายบอกกับเราว่า ชีวิตนี้จะไม่เปิดใจให้ใครอีกแล้ว ตอนนี้เราหัวอกแม่เป็นห่วงลูกสารพัด กลัวว่าลูกจะเศร้า กลัวว่าไปโรงเรียนแล้วจะมองหน้ากันติดไหม จะมีสมาธิไหม พยายามหาวิธีให้คำปรึกษาลูกผ่าน google ก็ทำตาม รับฟังลูก เข้าใจลูก แต่อยากถามทุกคนว่าหนูควรจะปลอบลูกยังไง อยู่ข้างลูกยังไงในวันที่เขาอกหัก “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล -ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหาลูกชายอกหัก ควรจะปลอบใจเขา หรือให้คำแนะนำเขายังไงดี โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อสองวันที่แล้วลูกชายของหนู มีอาการเงียบ แล้วก็ซึมกว่าปกติ แต่ตัวหนูเองก็รับรู้ถึงปัญหาของลูกชาย ที่ไม่ค่อยได้คุยกับแฟนมาหลายอาทิตย์แล้ว เหมือนทางฝั่งแฟนลูกก็ให้เหตุผลว่าต้องอ่านหนังสือ แต่ตัวหนูเองก็มองว่ามันแปลกมาก เพราะคนอยู่ไกลกัน ก็ต้องโทรหาหรือติดต่อกันบ้าง ตอนช่วงเย็นๆ ลูกชายก็มาเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงเขาเบื่อลูกหนูแล้ว ลูกของหนูก็ร้องไห้ให้หนูเห็น หนูก็ทำได้แค่ปลอบใจ กับหาของกินให้เขาอารมณ์ดี แต่มันก็ได้ผลแค่นิดเดียว เราก็ได้เห็นข้อความที่สาวเขาส่งมา หนูก็ได้แต่บอกลูกว่า มันคือความเป็นจริงนะ ยังไงวันนึงมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยความเป็นเด็ก เขาก็ตกใจว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้เขาเปิดประตู ให้เขาได้รักครั้งแรก เป็นความรักที่เขาคบมา 1 ปีเต็มๆ หนูเลยอยากจะขอคำปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ด้วยความที่หนูเป็นคนพูดไม่เก่ง อยากขอวิธีให้ลูกผ่านวิกฤตินี้ไปได้ เพราะเป็นห่วงเขา เปิดเทอมไปยังไงก็ต้องเจอ’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เติ้ลไม่อยากให้คุณวี ต้องไปเป็นห่วงเขาขนาดนั้น มันเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ เขาจะมีเวลาของเขา ให้เวลามันค่อยๆเยียวยา เหมือนกับตอนที่เราอกหัก เราก็ไม่เป็นผู้เป็นคนแบบนี้เหมือนกัน อาจจะเล่าเรื่องตอนที่เราอกหักให้เขาฟัง บอกกับเขาว่า ยังไงเขาก็ต้องเจออีก ในวัยนี้มันคงเป็นความเจ็บปวดปางตายของเขานั่นแหละ เราให้ความคิดบวกดีๆกับเขาดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจเกลือ” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาตอนนี้คือเราอกหักไปตามลูก เรารัก และเป็นห่วงลูกได้ แต่เราไม่สามารถปกป้องเขาจากทุกสิ่งทุกอย่างได้ การอกหักครั้งนี้จะทำให้เขาเติบโตได้ในที่สุด แต่ถ้าคุณแม่เข้าไปแก้ความเจ็บปวดของลูกเลยทันที ลูกก็จะไม่ได้พัฒนากลไกการป้องกันตนเองด้วยตนเอง แม่ต้องอดทน และเชื่อมั่นว่า ลูกเราจะฮีลใจได้’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาแม่คือ ทนดูลูกทุกข์ไม่ไหว กังวลอนาคตว่าเขาจะเผชิญหน้ากันยังไง จนลืมปัจจุบันไป เวลามันจะจัดการตัวมันเอง ทำให้เป็นตัวอย่างว่า อกหักมันเกิดขึ้นได้ ให้เขารู้ว่ามันไม่ได้มีแค่ความรักที่ทำให้อกหักได้ ให้เขารู้ว่า ต่อให้เขาล้มลง เขาก็จะมีคุณวีที่คอยยืนอยู่กับเขา ให้โอกาสให้เขาได้เศร้า แล้วถ้ามันเศร้าจนกระทบต่อชีวิต ค่อยเข้าไปหาเขา ตอนนี้คือเราเป็นที่พัก และที่ซัพ ให้เขาให้ได้ก็พอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-