เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนัก ทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำ แถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีก รู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนัก ทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำ แถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีก รู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ?

08 ก.พ. 2026

เคยทำงานในตำแหน่งนี้มา 3-4 ที่ แต่ที่นี่เป็นที่แรกที่หัวหน้าบังคับให้ไปลดน้ำหนัก

ทั้งที่งานก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างหน้าตาเลยด้วยซ้ำ

แถมยังต้องเขียนรายงานเรื่องการลดน้ำหนักทุกวันอีก 

รู้สึกอึดอัดมาก ควรทำอย่างไรดีคะ?

        ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มกราคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้าบังคับให้ลดน้ำหนัก

        ‘คุณพิ้งค์ (นามสมมุติ)’ อายุ 24 ปี ได้เล่าว่าเธอทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งได้ 6-7 เดือนแล้ว โดยช่วงแรก เธอถูกสั่งให้ลดน้ำหนัก แม้ขอบเขตการทำงานของเธอไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้รูปร่างในการทำงาน เธอสูง 160 เซนติเมตร เมื่อก่อนมีน้ำหนักอยู่ที่ 72 กิโลกรัม แต่โดนสั่งให้ลดลงมาเหลือ 63 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน หัวหน้าขู่ว่า หากลดไม่ได้ จะมีผลต่อการประเมินการทำงาน

        ถึงแม้รูปแบบงานของเธอต้องอาศัยความคล่องตัวบ้าง เพราะจะต้องเดินค่อนข้างบ่อย  แต่จากประสบการณ์ทำงานและฝึกงานในสายงานนี้มา 3-4 แห่ง เธอก็เพิ่งเจอที่นี่เป็นที่แรกที่สั่งให้ลดน้ำหนัก

        โดยหัวหน้าในเธอส่งแพลนในการลดน้ำหนักให้ และยังต้องการรายงานประจำวันเกี่ยวกับการลดน้ำหนักของเธอด้วย เช่น วันนี้เข้าฟิตเนสไหม กินอะไร งดน้ำตาลหรือเปล่า กินกาแฟอะไร ซึ่งคุณพิงค์ไม่โอเคมาก ๆ เรื่องค่าใช้จ่ายในส่วนของการลดน้ำหนัก หัวหน้าก็ไม่ได้ให้การสนับสนุน และตอนนี้เธอลดน้ำหนักได้จนเหลือ 67 กิโลกรัมแล้ว 

        พี่ที่บริษัทบางคนก็เคยโดนสั่งให้ไปลดน้ำหนักเหมือนกัน แต่เมื่อน้ำหนักของเขาลดลงไป  หัวหน้าก็เลิกยุ่ง ในส่วนของเหตุผล หัวหน้าได้บอกว่า ถ้าคุณพิ้งค์ลดน้ำหนักตามแพลนที่ตั้งไว้ได้ จะสามารถทำงานอื่น ๆ ในสายงานนี้ได้ดียิ่งขึ้น

        อย่างไรก็ตาม เธออึดอัดมากกับเรื่องนี้มาก เธอรู้สึกว่าโดนบังคับ และยุ่งยากเกินไป เคยคุยกับหัวหน้าโดยตรงแล้วว่าขอไม่ทำ หัวหน้ากลับตอบว่า ถ้าทำไม่ได้ เขาก็คงไม่ไล่เธอออก แต่จะหาวิธีบังคับให้เธอไปลดน้ำหนักอยู่ดี  คุณพิ้งค์จึงอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า ถ้าเป็นพวกพี่ จะรู้สึกอย่างไร และจะทำอย่างไร 

        ดีเจทั้งสามคนได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ไม่ต้องไปยึดติดกับคำสั่งที่มากเกินไป ทำเท่าที่เราไหว และมีความสุขที่จะทำก็พอ ให้โฟกัสที่เรื่องงานเป็นหลัก รวมทั้งให้มองหาข้อดีเฉพาะส่วนที่เกิดประโยชน์กับสุขภาพของเราเอง แต่อย่าปล่อยให้การบังคับนี้มาทรมานตัวเองจนเกินขอบเขต เพราะสุดท้ายแล้วความสบายใจ และร่างกายของเราสำคัญที่สุด แต่โดยรวมดีเจทั้งสามก็มองว่ามันอาจจะคือความหวังดีที่มากเกินไป

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin
 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

22 ก.ค. 2025

ไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้าน ตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้ เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้าน

ไปทำงานที่ต่างประเทศ อยู่กับแฟน แรกๆไม่มีปัญหาอะไร มีน้องที่รู้จักมาเที่ยวหาเราที่บ้านตอนแรกปรึกษาเราว่า เขามีคนรู้จักที่มีลูก อายุเท่าๆลูกของพี่เลย แล้วสามีเขามีชู้เราก็ให้คำปรึกษาไปไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ น้องคนเดิมมาหาที่บ้านแล้วตัดสินใจบอกเราว่า เรื่องที่เคยปรึกษา คือเรื่องของพี่เองนะ สามีพี่มีอะไรกับน้องที่ทำงานเขาเพื่อนๆร่วมงานก็รู้ แต่ไม่มีใครกล้าพูด หลังจากนั้นเราก็สืบ และ รู้ว่าสามีไม่ได้นอกใจแค่คนเดียวแต่มีอะไรกับผู้หญิงอื่นอีก 4-5 คน โดยไม่ป้องกันเลย ตอนนี้เรารู้สึกรังเกียจตัวเองมากๆแต่ก็จำเป็นต้องอยู่กับเขาต่ออีก 2 ปี เพื่อรอเอาสัญชาติของลูกที่นั่นอยู่เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูก ทั้งๆที่หัวใจตัวเองเจ็บเหลือเกิน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจตู่ภพธร” เกี่ยวกับปัญหาจับได้ว่าสามีมีชู้ แต่ตอนนี้เราอยู่กับสามีที่ออสเตรเลีย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนมีลูกกัน ลูกอายุประมาณ 4 ขวบ แฟนกับหนูอยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศเพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ต่างประเทศด้วยเงินของทางครอบครัวฝ่ายหนู ซึ่งแฟนเป็นคนมาที่ต่างประเทศก่อน และตอนนี้กำลังหาโรงเรียนอยู่เพราะลูกต้องเข้าโรงเรียนปีหน้า หลังจากนั้นหนูก็รอวีซ่าประมาณ 6 เดือนถึงได้ตามไป ดำเนินชีวิตมาเรื่อย ๆ จน 3 ปีกว่า หนูเองทำงานพอได้ค่าขนมกรุบกริบเล็กน้อย พอจ่ายแค่ค่า nursery เฉย ๆ ส่วนแฟนก็ทำงานอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่ง เขาเป็นคนที่ตั้งใจทำงานดีทุกอย่าง ตั้งใจเลี้ยงลูก เป็น Family Man ดูแลเรา ซึ่งสังคมแฟนในที่ทำงานเพื่อนเขาก็กลายเป็นเพื่อนเราด้วย และด้วยความที่อยู่ต่างประเทศจะเป็นการแชร์บ้านกันอยู่กับเพื่อนคนไทยด้วยกัน ซึ่งคนที่มาแชร์อยู่ด้วย มีบางคนที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับสามีหนูด้วย จนอยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ ที่รู้จักได้มาเล่นกับเรา แล้วสักพักเขาก็เริ่มเกริ่น ๆ กับเรามาประมาณว่า “พี่หนูอยากมาปรึกษา คือหนูสนิทกับทั้งฝ่ายหญิงและชาย เขาเป็นครอบครัวที่มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่แหละ แล้วหนูรู้มาว่าเขานอกใจแฟนเขา พวกหนูเคยเตือนไปแล้วรอบนึง เขาก็เลิกลากันไปแต่ก็ดันกลับไปคบกันอีก” ซึ่งเรื่องที่น้องเอามาปรึกษา เขาบอกหนูว่าเป็นเรื่องของคนอื่น แล้วยังปรึกษาหนูเพิ่มอีกว่า “หนูจะทำยังไงดี บอกผู้ชายก่อนดีไหมหรือควรบอกฝ่ายหญิงไปเลย ถ้าพวกหนูบอกไปแล้วพวกหนูจะเป็นหมาไหม” หนูเลยได้แต่ให้คำแนะนำน้องเขาไปว่า “เออ ถ้าเขาจดทะเบียนแล้วก็ฟ้องชู้กันไปหรือถ้าเขายังไม่จดทะเบียนอาจจะยากหน่อย ส่วนเรื่องหมาหรือไม่หมา เราไม่ต้องไปใส่ความเห็นอะไรว่าให้เขาเลิกหรือไม่เลิก แค่บอกรายละเอียดที่เรารู้ก็พอ ให้เขาไปจัดการเรื่องในครอบครัวของเขากันเอง” อยู่มาวันหนึ่งน้อง ๆ เขาก็ได้มาเฉลยกับหนูว่า “เรื่องที่พวกหนูปรึกษาพี่ไป จริง ๆ มันเป็นเรื่องของพี่ และเขานอกใจตั้งแต่พี่ยังไม่มาที่นี่” แต่น้อง ๆ เขาก็จัดการให้เขาเลิกยุ่งกันแล้ว แต่ทีนี้น้อง ๆ ดันจับได้อีก เลยทนไม่ไหวเขาเลยอยากมาบอกหนู ที่ช็อคไปกว่านี้คือ คนที่เขานอกใจไปหาคือคนที่หนูรู้จักด้วย ซึ่งพอหนูรู้เรื่องนี้วันนั้นหนูก็รอให้เขากลับมาบ้านและได้ถามความจริงอย่างตรงไปตรงมาเลย ตอนแรกเขาก็เงียบ ไม่ได้ตอบอะไร แต่หนูก็เค้นเขาไปเรื่อย ๆ ว่า “นอกใจกัน มีอะไรกันไหม” จนเขายอมรับออกมาว่าเขานอกใจและเคยมีอะไรกันด้วยจริง ๆ หลังจากที่หนูรู้เรื่องนี้หนูก็ให้โอกาสเขาพูดอีกครั้งว่า “ตั้งแต่ที่มาเหยียบออสเตรเลียมีอะไรอีกไหมที่จะพูด” แต่เขาก็ไม่ยอมพูด บอกแค่ว่ามีแค่นี้ แต่น้อง ๆ ก็ยังมาบอกเพิ่มอีกว่า “พี่ มันไม่ใช่แค่นั้น ไม่ใช่แค่คนนี้คนเดียว” และตั้งแต่แฟนหนูมาเหยียบออสเตรเลียอาทิตย์แรก เขาก็ไปมีคนอื่นเลย และเท่าที่หนูดูมาจากหลักฐานก็ประมาณ 4-5 คนเลย จริง ๆ เรื่องนี้พึ่งเกิดมาประมาณ 4-5 วันมานี้ ตอนนี้หนูยังคงปล่อยเบลออยู่ คือหนูไม่โอเคนั่นแหละ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หนูยังตัดสินใจไม่ได้เพราะว่าเงินที่ฝ่ายครอบครัวหนูให้มาไม่ได้แปลว่าเขาจะให้หนูเลย มันเป็นเงินที่หนูยืมครอบครัวมา ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี หนูคิดว่าเงินที่ยืมมาน่าจะเป็นจำนวนเงินล้านกว่าบาทแล้ว และไม่ได้ใช้หนี้เลยเพราะว่ายังอยู่ในช่วงของวีซ่านักเรียน เราต้องเอาไปจ่ายค่าเทอม และสิ่งที่หนูอยากปรึกษาคือ หนูจะอยู่ต่อดีไหมเพื่อให้ลูกหนูได้วีซ่า’ โดย “ดีเจตู่ภพธร” ได้ให้คำว่าปรึกษาว่า ‘ใจผมถ้าด้วยความที่เราเป็นแม่แล้ว ให้เอาลูกก่อน เอาลูกเป็นหลัก เรามีเป้าหมายของเราแล้ว เราอย่าให้คน ๆ นึงมาทำลายการที่เราจะสร้างโอกาสให้กับลูก และเรื่องความช้ำใจพี่ตู่มองว่า ความช้ำใจอยู่ที่ไหนมันก็ยังช้ำหรือเปล่า ถ้าในกรณีที่เราไม่ได้ทำงานก็อยากจะแนะนำแบบนี้ แต่ถ้าวิธีอื่นก็อาจจะแยกกันอยู่ แต่ว่าเวลาส่งข้อมูลเรื่องของการขอสัญชาติก็ทำส่งด้วยในฐานะที่เขาก็เป็นพ่อที่อยากให้ลูกได้สัญชาติด้วยเหมือนกัน คือผมไม่แน่ใจว่าจะมีวิธีไหนหรืออย่างไร แต่จากที่ฟังมันดูเหมือนกับว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายสำหรับคุณฟ้า อยากให้อยู่แล้วใช้ชีวิตของเราด้วย เพราะสุดท้ายถ้าแยกกัน เราก็ตัวคนเดียว ไม่ว่าจะอยู่เมืองนอก อยู่ไทย หรืออยู่ที่ไหนบนโลกมันก็ยาก คุณฟ้าก็ต้องเป็น single mom อยู่ดี และผมมองว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณฟ้ามากกว่าด้วย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเอาสถานการณ์ตอนนี้ สำหรับพี่ พี่อยากให้ฟ้าทำอะไรที่จะทำให้ฟ้ามีความสุขมากกว่า พอนึกออกแหละว่าคนที่บอกว่า “เฮ้ย เลือกลูกก่อนสิวะ ทนหน่อยได้ไหม 2 ปี ให้ลูกได้วีซ่า” แต่สำหรับพี่พี่รู้สึกว่า มันจะไม่มีวิธีอื่นจริง ๆ ใช่ไหม เพื่อให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยที่เราไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้ ตอนนี้มันคือเรื่องมันพึ่งเกิด พี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไง มันขึ้นอยู่กับตัวฟ้าเองว่ารู้จักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่เอาจริง ๆ พี่ว่าฟ้าก็คงไม่ได้รู้จักเขาจริง ๆ หรอก เพราะถ้ารู้จักเขาจริง ๆ ฟ้าน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ พี่เลยอยากแนะนำให้ฟ้าลองดูวิธีอื่นก่อนไหม ถ้ายังไม่ต้องกลับ มันจะมีวิธีอื่นอีกไหมที่จะทำให้ชีวิตลูกของฟ้าดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ หรือไม่ก็อาจจะแยกกันอยู่เลย แต่ยังไงผู้ชายคนนั้นมันก็ต้องเลี้ยงลูกด้วยนะ เขาต้องมีความเป็นพ่อที่จะต้องรับผิดชอบลูกคนนี้อยู่ เพียงแต่ว่าไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นหลักสำคัญในชีวิตเพียงแค่ฟ้าต้องการวีซ่าให้ลูกเฉย ๆ เพราะถ้าถึงฟ้าจะดูแลตัวเองได้ เลี้ยงลูกได้ แต่มันต้องเหนื่อยมาก ๆ เลยนะที่เมืองนอกในการที่ต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ท้ายที่สุดถ้ามันไม่ได้จริง ๆ แล้วฟ้ายอมให้ตัวเองทุกข์ระทมตอนนี้เพื่ออนาคตของลูก พี่ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตมันจะดีจริงไหม จะโอเคหรือเปล่า เพราะว่าฟ้าคิดไว้แล้วว่าลูกจะดีถ้าอยู่ที่นู้น และแน่นอนอยู่แล้วมันดีกว่าเมืองไทยจริง ๆ พวกสวัสดิการต่าง ๆ เพียงแต่พี่ไม่แน่ใจว่า ถ้าฟ้าต้องแลกความสุขของชีวิตตอนนี้เพื่อให้ลูก มันจะดีไหม เพราะมันก็เป็นอนาคตที่ค่อนข้างไกลเหมือนกัน พี่ไม่ได้อยากจะบอกให้ฟ้าทิ้งเลย แต่ฟ้าต้องถามตัวเองดี ๆ เพราะมันพึ่งเกิดขึ้น และต้องดูปัจจัยหลัก ๆ อย่างแฟนคุณฟ้าด้วยว่าเขาเป็นคนยังไง มั่นใจได้ใช่ไหม และถ้าสมติดูแล้วว่าผู้ชายคนนี้ยังรับผิดชอบลูกอยู่ ก็น่าจะไปแตะในเรื่องของเงินได้ด้วย เพราะอย่างน้อยฟ้าต้องใช้เงินในการเลี้ยงดูลูก’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘โอเคแยกห้องนอน แต่ต้องคุยกันว่าสถานะตอนนี้เราจะเป็นแค่พ่อและแม่ ไม่ใช่สามีภรรยาแล้ว เธออยากมีใครเธอมีเลย ฉันจะมีใครเรื่องของฉันนะ เพราะมันคือความ รับผิดชอบลูก เป้าหมายของเราคือแค่ต้องการสัญชาติให้กับลูก ฉะนั้นเธอใช้ชีวิตแบบนี้ เราจะใช้ชีวิตแบบนี้นะ และพี่รู้สึกว่าฟ้าจะต้องหางานทำแล้วจ้างคนเลี้ยงลูกหรือถ้าจ้างไม่ไหว อาจจะต้องรอปีหน้า ต้องคุยกับเขาว่าเราจะ support อะไรซึ่งกันและกันบ้าง เขาต้องรับผิดชอบดูแลอะไรบ้าง และระหว่างนี้หนูหาสามีใหม่รอเลย ถ้าหนูอยากได้สัญชาติ มันจะเร็วกว่าด้วย และสมมติถ้าเราทนไม่ได้แล้วให้เอาลูกกลับไทยเลย ช่างสัญชาติไปเลย ปัดแอปหาคู่เลย มันไม่ได้ปิดกั้นขนาดนั้น สุดท้ายก็คืออยากให้คุยกันเลยในฐานะพ่อแม่ว่าจะรับผิดชอบลูกอย่างไร จะรับผิดชอบไปถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงฟ้าต้องเตรียมแผน B ของตัวเองไว้ด้วยนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

13 ก.ย. 2024

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน โอนเสร็จ เพิ่งรู้ว่าบัญชีเมียเขา และ เขาก็หายไปเลยไม่เจอที่ทำงานแล้ว “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโอนเงินให้ผู้ชายที่มาจีบ 200 มารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว จากนั้นเขาก็หายไป เงินก็ไม่คืน โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อน พอดีหนูมีเพื่อนสนิทคนนึง เขาทำงานพาร์ทไทม์ในห้างสรรพสินค้าที่นึง เขาก็มาชวนหนูไปทำงาน หนูก็เลยตอบตกลงเพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทีนี้เขารับเด็กพาร์ทไทม์เยอะ หนูเลยได้ไปเจอกับคนๆนึง เขาหล่อ ดูทรงแบดบอย เขาทำงานโซนเดียวกับหนู แล้วเขาก็สนิทกับเพื่อนหนูมาก่อน ต่อมาเขาก็เหมือนจะมาเต๊าะๆ จีบๆหนู ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยชอบ พราะเขาอายุค่อนข้างห่างกับหนูเยอะเลย เขาอายุ 37 ปี ด้วยความที่หนูโสดนาน ไม่มีคนคุยด้วย และเป็นคนใจง่ายนิดๆ พอเขาเต๊าะเข้ามากๆหนูก็ไปชอบเขาแล้ว หลังจบงานเขามาขอไลน์หนู หนูก็ให้ไป พอเขาแอดมา รูปโปรไฟล์ของเขาที่หนูเห็นคือเขากำลังจูงเด็กผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 6 – 7 ขวบ หนูก็เลยถามเขาว่าลูกหรอ? เขาบอกว่าเป็นน้อง ด้วยความที่หนูซื่อบื้อก็ไม่ได้คิดอะไร น้องก็น้อง พอเลิกงานเขาก็ทักมาคุยว่า “คิดถึงนะ ฝันดีนะ เจอกันนะ พรุ่งนี้บ่ายสองเดี๋ยวพี่พักงานแล้วจะโทรหานะ” หนูก็รอโทรศัพท์จากเขา จนวันนั้นทั้งวันเขาก็ไม่โทรมา หนูก็เลยตัดใจ ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแล้ว พอเช้าวันถัดมาเขาโทรมาหาหนูช่วง 10 โมง หนูก็เลยกลับมาชอบเขา เขาก็บอกหนูว่า “คิดถึงจังเลย เดี๋ยววันจันทร์ไปกินหมูกระทะกันนะ วันนี้มีแพลนจะไปไหนมั้ย ไปไหนก็อย่าให้ไลน์ผู้ชายนะ อย่าให้ไลน์ใครนะ” เหมือนเขาหวง เป็นห่วงเรา หนูก็เลยคิดกับตัวเองว่า เอาล่ะ ดูทรงเหมือนจะมีแฟนแล้วแหละ ทีนี้เขาก็บอกหนูว่าน้องติดต่อเพื่อนคนนี้ได้มั้ย? บอกเขาว่าโอนตังให้พี่หน่อยร้อยนึง หนูก็งงๆ สะลึมสะลือ เลยให้เขาพูดใหม่อีกรอบ เขาก็บอกว่า “ยืมตังคนนี้ให้หน่อยนะ ให้เขาโอนให้หน่อย” สักพักนึงหนูก็บอกโอเคค่ะ เขาก็วกกลับมาที่หนูว่า “หรือน้องมีก่อนมั้ยตอนนี้?” หนูก็โอนไวด้วย เปย์ ตอนแรกหนูก็ถือสายรอให้เขาส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ แล้วเขาก็บอกว่า “เออ...น้องเป็นสองร้อยได้มั้ย?” เดี๋ยวบ่ายสองวันนี้พี่โอนคืนให้ แล้วหนูก็โอนให้เขา ตอนแรกหนูก็สงสัยว่าทำไมบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิง ใช้นางสาว แต่หนูก็เข้าใจว่าคงจะโอนค่าอื่นๆหรือเปล่า? หลังจากนั้นเขาก็ไม่คืน บ่ายสองแล้วก็ไม่คืน วันถัดไปก็ไม่คืน หนูไลน์ไปหาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือเขาหายไปเลย ตอนแรกหนูก็ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าพี่คนนี้มาขอตัง เพราะกลัวเพื่อนจะว่าเราเป็นสายเปย์ไปเปย์ผู้ชาย จน 4 ทุ่มวันนั้นหนูไลน์ไปบอกเพื่อน เพื่อนหนูก็เลยมาบอกว่า “มึง กูขอโทษนะ รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูก มีเมียอยู่แล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้คิดว่ามึงจะจริงจัง” ตอนนั้นพอหนูรู้ หนูนอยเลย คือไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย แต่หนูนอยมันไม่ใช่อ่ะ ทีนี้เพื่อนก็ถามว่าโอนเข้าบัญชีใครนะ หนูก็เอาชื่อบัญชีให้ดู มันพีคตรงที่บัญชีนั้นเป็นบัญชีเมียเขา เพื่อนหนูก็รู้จักกับเมียเขา เพราะเคยทำงานด้วยกัน เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าเมียเขาค่อนข้างที่จะโอ้อวดว่าที่บ้านซื้อรองเท้าแบรนด์ดังให้ลูกเลยนะ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เวลาที่หนูให้ใครยืมเงิน หนูไม่เคยทวงเงิน เพราะอยากให้เขาคืนด้วยจิตสำนึกของตัวเอง แต่พอหนูมารู้ว่าคนนี้มีลูก มีเมียแล้ว หนูก็เลยไม่โอเค หนูเป็นคนที่ทวงสุภาพมากเลยนะแบบทักไปบอกว่าทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ก่อนนะคะ ไม่ได้ไปจี้ทวง ซึ่งคนนี้เขาก็หายไปเลย หนูทักไปเขาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาเคยบอกว่าเขาทำงานประจำที่นี้ๆ เพื่อนหนูรู้จักกับคนที่ทำงานที่เดียวกับเขา พอไปถามถึงเขา คนที่ทำงานที่เดียวบอกว่า พี่คนนี้เขาลาออกไปเดือนนึงแล้ว เพื่อนหนูทักไปทั้งทางเมียและผัวเลยแต่ไม่มีใครตอบเลยสักคน หนูอยากได้วิธีทวงตังหรือไม่ก็อยากให้พี่ๆดีเจพูดอะไรให้เขาคืนตังหนูหน่อย?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เสียใจแล้วเสียใจอีก... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ โดนพ่อแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิด ยายเป็นคนรับมาเลี้ยง ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อแม่ไม่เคยดูแล ติดต่อมาเฉพาะตอนเดือดร้อน จนตอนนี้ไม่มีให้ เอาแหวนไปขาย เอารถไปจำนำ หาเงินให้พ่อแม่...

08 ส.ค. 2023

เสียใจแล้วเสียใจอีก... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ โดนพ่อแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิด ยายเป็นคนรับมาเลี้ยง ตั้งแต่เด็กจนโตพ่อแม่ไม่เคยดูแล ติดต่อมาเฉพาะตอนเดือดร้อน จนตอนนี้ไม่มีให้ เอาแหวนไปขาย เอารถไปจำนำ หาเงินให้พ่อแม่...

เสียใจแล้วเสียใจอีก... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการโดนพ่อแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิด ยายเป็นคนรับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กจนโตพ่อแม่ไม่เคยดูแล ติดต่อมาเฉพาะตอนเดือดร้อนจนตอนนี้ไม่มีให้ เอาแหวนไปขาย เอารถไปจำนำ หาเงินให้พ่อแม่สุดท้ายเงินหมดแล้วจริงๆ ยายกลับบอกว่า ทำไมถึงเป็นลูกที่อกตัญญู? “คุณแมว (นามสมมุติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (19 ก.ค. 66) ได้โทรเข้าเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่ถูกว่าเป็นลูกอกตัญญูกับพ่อแม่ทั้งๆที่ถูกทิ้งมาตั้งเเต่เกิด โดย “คุณแมว (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิด คุณยายแท้ๆไปรับหนูมาเลี้ยง และถูกเลี้ยงดูเติบโตจากยาย หนูอยู่กับคุณตาคุณยายมาตลอด จนได้ทุนเรียนจบปริญญาตรี พร้อมกับส่งตัวเองเรียน พอเรียนจบก็ได้ซื้อบ้านซื้อรถให้ตากับยายเพราะอยู่กันมา 3 คนตลอด ตอนที่หนูอายุ 25 ปี คุณพ่อเขาก็กลับมา ทักมาบอกว่า คิดถึงนะ เป็นไงบ้าง เเล้วก็มาเล่าปัญหาชีวิตให้ฟังว่าได้ไปทำผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนูท้อง แล้วคนนั้นมีภาวะจะเเท้งลูก ต้องการเงินด่วนเลย แต่ด้วยความที่เขาเป็นพ่อหนู หนูก็เลยหาทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาให้เขา เอารถไปจำนำ เอาแหวนไปขาย เพื่อเอาเงินมาให้พ่อ จนวันหนึ่งทางญาติของฝั่งพ่อก็โทรมาหาหนู แล้วบอกว่า พ่อไปติดหนี้คนนู้นคนนี้ไว้ และก็มีคนโทรมาทวงเงินจากหนู ส่วนเรื่องที่เขาทำผู้หญิงท้องมีคนบอกหนูว่าเขาโกหก หนูเลยถามพ่อว่าโกหกทำไม เขาเลยบอกว่าหนูไม่ใช่ลูกเขา... พอผ่านไปหนูก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ อย่างน้อยได้ยินคำว่ารักจากเขาครั้งเเรกในชีวิต จนเรื่องนี้ผ่านไป 2-3 ปี ธุรกิจของแม่เริ่มไม่ค่อยดี เริ่มมีหนี้สิน แม่หนูก็ติดโซเชียล จากที่เคยติดต่อกันนิดๆหน่อยๆ เขาก็เริ่มหายไป เเม่เป็นหนี้เพราะไปเปย์เงินให้คนในโซเชียล เเล้วก็ไปกู้เงินนอกระบบมา และเริ่มมาขอเงินหนูเรื่อยๆ หนูก็กลับไปวนลูปเดิมเหมือนตอนที่พ่อกลับมา พอหนูช่วยไปช่วยมาเขาก็ขอเงินมากขึ้น แล้วก็มีทักไปขอเงินจากแฟนหนู จนแฟนหนูมาถามหาเหตุผล ถ้าช่วงไหนที่หนูไม่มีให้เขา เขาก็จะไปขอตากับยาย ด้วยความที่ยายเป็นแม่ ยายก็เลยให้เงินไป แต่พอยายไม่มีเงินกินข้าว เขาก็มานั่งเครียดเเล้วก็ร้องไห้ เริ่มทะเลาะกับคนอื่นอารมณ์น้อยใจที่ลูกไม่รัก พอหนูหาเงินให้เเม่ไม่ได้ เขาก็ตอบกลับหนูมาว่า ถ้าต่อไปนี้รบกวนไม่ได้ก็จะไม่ยุ่งจะไม่มาวุ่นวายอีกแล้ว เหมือนเขาจะตัดหนูไปเหมือนที่พ่อทำ สุดท้ายยายบอกกับหนูว่า หนูเป็นลูกอกตัญญูหนูไม่ช่วยแม่ หนูไม่น่าเกิดมา หนูเป็นหลานเนรคุณ คุณแมวก็เลยมาปรึกษพี่ๆดีเจว่า หนูทำแบบนี้หนูอกตัญญูกับพ่อแม่หรือเปล่า?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ความกตัญญูของพี่มาจากการกระทำ เขาไม่เลี้ยงคุณแมวแล้ว ยังมาขอเงิน สิ่งที่คุณแมวช่วยไปมันเยอะเเล้วด้วยซ้ำ แม่ที่ดีเขาควรที่จะเเคร์ความสุขของลูก แมวอายุ 28 แล้ว แมวมองออกว่าใครรักเราหรือไม่รักเรา ภาระทุกอย่างมันเลยตกอยู่ที่ยายแต่มันลามมาหาคุณแมวด้วย สำหรับยายให้บอกยายเลยว่าจะให้เงินเดือนแค่นี้ ถ้ายายเอาไปให้ลูกๆอีกก็จะไม่ให้เเล้ว ถ้าแมวเหนื่อยก็คือหยุด แฟนคือกำลังใจของแมว สุดท้ายเเล้วชีวิตของเราไม่เอาไปฝากใครนะ เราต้องรักตัวเองให้ได้นะความรักที่แมวขาดทั้งหมดเอาให้กับตัวเอง ไม่มีคำว่าอกตัญญูเพราะว่าไม่มีความกตัญญูเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว มันหมดไปตั้งเเต่พ่อ-แม่ทิ้งคุณแมวไว้ตั้งเเต่โรงพยาบาลเเล้ว ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณแมวไม่ได้เนรคุณหรืออกตัญญูเลย คุณแมวลองไปหาคุณหมอเพื่อปรึกษาดูเพราะในระยะยาวมันไม่ดีกับคุณแมวแน่ๆ พ่อกับแม่คนสองคนนี้ไม่ได้มีอะไรที่คุณแมวจะต้องไปกตัญญู ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ แล้วแฟนจะต้องมาซัพพอร์ตเราเรื่อยๆอาจจะเป็นปัญหาในอนาคตก็ได้ คุณแมวต้องยอมรับว่ามันไม่สมบูรณ์ถ้าเอาเรื่องใน 28 ปี มาทำร้ายตัวเองซ้ำๆ มีชีวิตที่ต่อไปที่มันดีกว่านี้ดีกว่า เลยอยากให้คุณแมวไปปรึกษาคุณหมอดีกว่าด้วยความหวังดีนะ’ ส่วน “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘กับสิ่งที่คุณแมวเจอไม่แปลกที่จะรู้สึกว่าคุณแมวมีปม พยายามค่อยๆแก้ปมให้กับตัวเอง เรามีความอยากได้การยอมรับจากคนเหล่านี้แต่มันดันเป็นคนที่ไม่ควร สิ่งที่เราเป็นมันน่าภูมิใจแต่คนเหล่านี้ไม่ภูมิใจ เหมือนคุณเเมวกำลังคิดว่า คุณแมวจะดีหรือไม่ดี ทุกอย่างมันอยู่ที่คนเหล่านี้หมดเลย เพราะฉะนั้นโฟกัสที่ตัวเองดีกว่า คุณแมวมีหัวใจสวยงามมาก ดูแลคนที่ควรดูแลเท่าที่จะทำได้ คุณแมวไม่มีความผิดอะไรเลย ส่วนคุณยายให้มองด้วยความเมตตา สำคัญที่สุดเมตตาตัวเองด้วย รักตัวเองก่อนเเล้วค่อยไปรักคนอื่น ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรักตัวเองก่อนเสมอนะ’ สุดท้ายพี่ๆดีเจทุกคนส่งกำลังใจให้คุณเเมวให้ผ่านนี้ไปได้และรักตัวเองให้มากๆเเละรักตัวเองก่อนเสมอเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

27 มี.ค. 2023

หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

“คุณภู (นามสมมุติ)” สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความรู้สึกไม่สบายใจที่แฟนไปเที่ยวกับ Puppy Love โดย “คุณภู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า 'ตอนนี้คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้แฟนผมเขาเคยบอกว่าจะมีเพื่อนผู้ชายกลับมาจากต่างประเทศ มาเที่ยวที่ประเทศไทย แล้วจะไปต่างจังหวัดด้วยกัน 3 วัน เพื่อไปหาเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และจะนอนค้างที่บ้านของเพื่อนผู้หญิงคนนี้แหละ ผมก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพราะแฟนบอกเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้เคยเป็นรักครั้งแรกของแฟนมาก่อน แต่พอแฟนผมจองตั๋วเครื่องบินเสร็จเรียบร้อย ผมก็เอะใจ เลยเข้าไปดูข้อความในเฟซบุ๊กของแฟนว่าคุยอะไรกันบ้าง เพราะผมรู้รหัสปลดล็อกโทรศัพท์ของแฟนอยู่แล้ว ผมก็ย้อนแชทไปดู จนเจอว่าข้อความบางส่วนถูกลบไปเมื่อปีที่แล้ว ข้อความที่เหลืออยู่ แฟนผมก็คุยกับเพื่อนผู้ชายคนนี้ประมาณว่า คิดถึงแกนะ เพราะเขาอยู่ต่างประเทศ และผมก็เอะใจกับประโยคหนึ่งที่เพื่อนผู้ชายคนนี้ถามว่า แฟนแกจะไม่ว่าอะไรหรอ เพราะเราเคยเป็นรักในวัยเด็ก มันก็ทำให้ผมไม่สบายใจว่าแบบได้ด้วยหรอ เพราะเขาทั้งสองคนกำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งแฟนผมก็ตอบกลับไปว่า มันนานมาก 10 กว่าปีตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เขาไม่เคยเล่าความรักครั้งนี้ให้ผมฟังเลย แล้วหลังจากที่ผมเห็นแชท ผมก็ถามเขาว่า เคยเป็นอะไรกันหรอ แฟนก็บอกว่าคนนั้นเคยมาชอบสมัยวัยเด็ก ปกติผมไว้ใจแฟนมากๆ รวมถึงนิสัยของแฟนก็ไม่เคยมีเรื่องเจ้าชู้เลยสักครั้ง เวลาไปเที่ยวก็ไปด้วยกันตลอด ผมก็บอกเขาไปแล้วว่า ผมไม่สบายใจนะ ถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรงจนจะเลิกกันเลย แต่สักพักเขาก็มาคุยดีใส่ ผมก็บอกว่า งั้นแล้วแต่คุณ ถ้าอยากไปคุณก็ไป เขาก็ไม่เชิงว่าชวนผมไปด้วย เพราะมารู้ทีหลังก็จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ไปกับเขาด้วยไม่ได้ เพราะผมติดงาน ปกติเราสองคนจะ Face Time หากันตลอด และระหว่างทริปที่ไปแฟนผมจะถ่ายรูปส่งให้ดูว่าอยู่ที่ไหน พักที่ไหน มีโทร และ Face Time หากันบ้างเวลาเขาอยู่คนเดียว จนผ่านมาถึงวันนี้ แฟนผมกำลังเดินทางกลับ ผมก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดกับเขายังไงดี กลัวกลับมาเจอกันแล้วความรู้สึกมันจะไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็ยังคุยกับเราเหมือนเดิม ก็เลยจะมาขอคำปรึกษาให้ตัวผมเองมองไปในทางที่ดีขึ้น หรือ กลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนแบบเดิมได้' งานนี้ดีเจทั้ง 3 คนก็ได้ให้คำปรึกษาว่า 'จากที่ฟังมาทั้งหมดเรามองว่ามันคือการกลับไปเจอเพื่อนเก่าแค่นั้นเลย แต่เรามีสิทธิ์ที่จะไม่สบายใจได้นะ เพราะเขาอาจจะแสดงความมั่นใจให้เราน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เราฟันธง 100 % ว่าเขานอกใจ แต่ถ้านำความรู้สึกที่ไม่ดีตรงนี้ไปขยายต่อ มันอาจจะทำลายความสัมพันธ์ให้แย่ลง เราต้องรู้จักแฟนเรามากกว่าคนอื่น แต่ให้ภูรู้ไว้ว่า...ถ้าใครสักคนนอกใจ ภูแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ภูจะได้รู้โดยที่ไม่ต้องไปสืบค้นเลย เพราะถ้านอกใจมันจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปแน่นอน แต่ถ้าปกติเหมือนเดิมแปลว่าไม่มี คนอยู่ด้วยกันมันจะรู้ ควรปรับจูนเข้าหากันทั้งคู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมาจากการคุยกัน อาจจะเริ่มจากการขอโทษ และปรับความเข้าใจที่ว่า ถ้ามีอะไรให้บอกก่อน ดีกว่าการที่ให้รู้เองทีหลัง บางทีเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยตั้งแต่แรก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยเลือกที่จะไม่พูด เพราะถ้าพูดมันจะมีเรื่องอะไรขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็อยู่ที่ว่าใครสักคนหนึ่งเป็นคนรับฟังมากขนาดไหน เราต้องรู้จักกันและกันให้มากกว่านี้จริงๆ ซึ่งถ้า ณ วันนี้ เขายังเป็นแฟนที่น่ารักกับเรา ยังคงทำให้เรามั่นใจอยู่ ต้องมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย...'เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-