
17 ต.ค. 2025
ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้าน เป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมง หัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค
ทำงานกับหัวหน้าคนนี้มา 3-4 ปี เวลาทำงานเราไม่เคยสาย แต่หัวหน้าใหญ่นัดกินเลี้ยงพนักงานแต่ละฝ่ายที่บ้านเป็นงานไม่ทางการ กิน ดื่ม กันชิลล์ๆ แผนกไหนไปก็ไป แต่วันงานเราไปงานเลทกว่าหัวหน้าแผนกเราไป 1 ชั่วโมงหัวหน้าแผนกเราโกรธมาก ไม่มองหน้า ไม่รับไหว้ ไม่โอเค หัวหน้าแผนกรู้สึกเสียหน้ากับหัวหน้าใหญ่ ทั้งๆที่แผนกอื่นเขามากันไม่ครบ บางคนมาเลทกว่าหนูด้วยซ้ำ หนูไม่สบายใจเลยเปิดใจคุยกับหน้าหัวแผนกเรา หัวหน้าแผนกเราบอกว่า“ไม่ต้องมาขอโทษ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พี่จะไม่รับเรามาทำงานตั้งแต่แรกเลย”ทุกวันนี้เขายังไม่โอเคกับหนูเลย หนูจะรับมือยังไงดี?? “คุณใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องหัวหน้าที่ทำงานโกรธเพราะเราไปงานเลี้ยงสาย 1 ชั่วโมงจนถึงขั้นบอกว่าไม่น่ารับเราเข้าทำงานเลย “คุณใหม่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ในบริษัทเอกชน ทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ แล้วทางหัวหน้าก็มาขอความร่วมมือว่าวันเสาร์จะมีงานเลี้ยงของบริษัท เลี้ยงกันแค่เฉพาะบางแผนก ไม่ใช่เนื่องในโอกาสพิเศษอะไรแต่ก็อยากให้ไปกันทุกคนและหัวหน้าก็มีการนัดเวลาให้มากัน ซึ่งตัวหนูเองไม่ได้ตั้งใจจะไปสายแต่ด้วย Accident ต่าง ๆ ทั้งฝนตก น้ำท่วมและรถติด ทำให้หนูไปสายประมาณ 1 ชั่วโมงจากเวลาที่หัวหน้าอยากให้ไป แล้วทีนี้เราก็รู้ตัวว่าผิดเลยไปขอโทษ แต่เขาก็โกรธมาก ๆ จนไม่รับไหว้ ไม่คุยด้วย ไม่ออกมากินเลี้ยงด้วยกันแต่หนูก็เข้าใจว่า เออ เราก็ผิดแหละ พอวันจันทร์หนูไปทำงานปกติ หนูก็ยกมือไหว้เขาแต่เขาก็ยังไม่รับไหว้อยู่อีก ก็เลยทำให้หนูรู้สึกว่า เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ? หนูก็เลยใช้วิธีส่งข้อความไปขอโทษเขา เขาก็อ่านแต่ไม่ตอบ พอมาตอนเย็นหนูโทรไปเพราะอยากเคลียร์ใจ แต่เขาก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้รู้สึกอยากยกโทษให้ รู้สึกผิดหวังมาก ๆ ไม่โอเค ถึงขั้นที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่รับหนูเข้าทำงาน เขาให้เหตุผลว่าเราไม่ได้ไปช่วยเขาเตรียมงานอยู่แล้ว ก็จะต้องไปเร็วนิดนึง ไม่อยากให้คนอื่นมองไม่ดีว่ามาเป็นแขกทำไมถึงสาย พอหนูอธิบายไปเขาก็บอกว่าอย่ามาโกหก บอกว่าหนูตั้งใจที่จะไปสาย ทั้งที่ตัวหนูกับหัวหน้าก็สนิทสนมกันในระดับหนึ่งและตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้ ทุกคนที่ไปช้ากว่าหนูก็โดนโกรธแบบเดียวกัน งานก็เป็นงานเลี้ยงปกติ ไปสร้างสรรค์กันไม่ได้มีลูกค้าพิเศษอะไร หนูเลยสงสัยว่าหนูผิดขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แล้วหนูจะรับมือกับบรรยากาศน่าอึดอัดในที่ทำงานนี้ยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในที่สุดแล้ว ต่อให้เราตั้งคำถามไปก็เสียเวลา ทุกอย่างตอนนี้พี่รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ก็แค่ตอนนี้ทำในจุดของเราให้ดีที่สุดแล้วกัน วันนี้เราอาจจะไม่ได้บรรยากาศที่ดีเท่าไหร่เพราะมันมีเรื่องที่เราก็ยังงงอยู่เลยว่าทำไมต้องคุกกรุ่นขนาดนี้ และที่สำคัญก็คือบรรยากาศทั้งหมดมันไม่ได้โดนที่หนูคนเดียว เพราะเพื่อน ๆ ที่ไปสายในวันนั้นก็โดนเหมือนกัน พี่ว่าเขาก็ไม่ได้เป็นเจ้านายที่มีคุณสมบัติที่ดีนักในมุมนี้ เพราะพี่มีความรู้สึกว่าการเป็นผู้นำควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดี หรือแม้แต่เขาจะโกรธหนักขนาดนั้นก็ได้แต่เขาควรจะอธิบาย พี่รู้สึกว่าเขาดูโกรธเกินจริงไปมาก จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามทีแต่การเป็นหัวหน้าของเขาคือต้องสื่อสารให้เป็นและต้องรับฟัง เราควรจะเป็นทีมเดียวกัน ไม่ใช่แสดงอาการแบบนี้ ปัญหาก็ไม่ได้แก้ ยังไม่ต้องไปถึงขั้นแก้ปัญหาเพราะปัญหาคืออะไรเรายังไม่รู้เลย แต่ถ้าสมมติว่าเราทำงานในจุดที่ดีที่สุด เราจะไปขอโทษอีกครั้งก็ได้ ขอโทษเป็นสิทธิ์ของเรา ให้อภัยไหมคือสิทธิ์ของเขา ถ้าเขายังแบกเรื่องนี้เอาไว้ ผ่านไป 3 เดือนหรือ 4 เดือน ก็ให้เขาแบกต่อไปเพราะถือว่าเราผ่านเรื่องราวนั้นมาแล้วและเราก็กลับไปแก้อดีตไม่ได้ แค่ครั้งต่อไป ถ้ามันจะเกิดก็ให้เป็นบทเรียนของเรา ไม่ไปสายได้ก็ดีหรือถ้าสายก็ต้องสื่อสาร อุปนิสัยใด ๆ ของเขาก็ตามที่เราไม่ชอบ หรืออุปนิสัยใดที่เพื่อนร่วมงานทำแล้วเราไม่ชอบ บอกตัวเองไปเลยว่า “เราเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอก” ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้ก็เลือกตกลงกับเขายังไงให้ทรมานใจน้อยที่สุดก็แล้วกัน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ก็รีแอคตามสถานการณ์ไปเลย ไม่ต้องไปค้นหาคำตอบแล้ว ไม่ต้องวอแวเรื่องขอโทษเขาอีก เราขอโทษไปแล้ว สถานการณ์มันจบไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ใหม่ต้องยอมทำตามคนอื่นที่เขาบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ตราบใดที่มันไม่ได้กระทบการทำงาน แต่ถ้าเขายังคงงี่เง่า เช่น ถามงานแล้วไม่ช่วยและมันเป็นสิ่งที่เขาต้องทำในฐานะหัวหน้าแล้วเขาไม่ทำ พี่ว่าถ้ามันเริ่มบานปลายไม่จบไม่สิ้นก็อาจจะต้องแจ้งฝ่ายอื่น ๆ เรื่องการทำงานของเขา เราก็ผิดที่ไปสายแต่มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่จะต้องมาพูดจาไม่ดีใส่กันและทำตัวไม่เป็นหัวหน้าที่ดี เขาไม่มืออาชีพ พี่ว่าอันนี้ก็ล้ำเส้นไป’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ผมเชื่อว่าเมื่อเราพยายามหาเหตุผลเพื่ออธิบายอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเราหาไม่ได้นั่นแปลว่า “ช่างมันครับ” มันอาจจะไม่มีเหตุผลก็ได้ คนบางคนอาจจะใช้อารมณ์ขับเคลื่อน ก็ทำตัวมืออาชีพอย่างที่เราควรจะเป็น ถ้ามันไม่ได้กระทบการทำงานถึงขนาดที่ไปทำงานแล้วไม่มีความสุข ก็จงเป็นมืออาชีพต่อไป พิสูจน์ด้วยผลงาน สุดท้ายถ้าเขาไม่เลิกก็ให้เป็นทุกข์ของเขา ใช้ชีวิตตามปกติ อะไรที่ผิดปกติก็ให้อยู่กับความรู้สึกที่ผิดปกติไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin



