อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

16 ม.ค. 2026

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว

แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน

บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย

ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ

วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว

หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

 

        ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 14 มกราคม 2569 ) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเลือกเพื่อนมากกว่าเรา ในขณะที่เราท้อง 8 เดือน ตัวคุณเอ จึงเกิดความน้อยใจ และอยากให้ตนเป็นตัวเลือกแรกของแฟนบ้าง

        ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า ในตอนแรกที่คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 21 ปี ทั้งสองไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งบ้านของทั้งสองก็อยู่ไม่ได้ห่างกันมาก จึงทำให้ไปมาหาสู่กันได้บ่อย ๆ แต่วันหนึ่งได้พลาดท้อง พ่อและแม่ของคุณเอก็ได้ให้ทั้งคู่แต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ทางด้านแฟนของคุณเอ เมื่อทราบว่าคุณเอกำลังตั้งท้องก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในความรู้สึกของคุณเอ คือฝ่ายชายยังไม่มีความพร้อมในการเป็นพ่อ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรก ที่คุณเอมีอาการแพ้ท้องหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่กว่าฝ่ายชายจะมารับ ตัวคุณเอที่นั่งรออยู่ก็ได้อ้วกออกมาเป็นเลือด

        ผ่านมาเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าฝ่ายชายกลับบ้านดึกขึ้น โดยให้เหตุผลว่านั่งเล่นอยู่กับเพื่อนที่ทำงานหลังเวลาเลิกงาน หากวันไหนที่ไม่ได้กลับบ้านดึก ก็จะเอาเพื่อนเข้ามาในบ้าน เล่นเกมบ้าง สูบบุหรี่บ้าง จนทำให้คุณเอที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

        ซึ่งทั้งคู่เคยคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ฝ่ายชายก็ปรับแก้ให้ได้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงทำให้คุณเอเริ่มมีความคิดที่อยากจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจะลองอยู่กับแฟน ดูแลกันไปก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน แล้วเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว

        คุณเอรู้สึกว่าเรื่องนี้ตัดสินใจยาก เพราะหากตนย้ายกลับไปที่บ้าน ก็จะต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะปัจจุบันพอใจในสิ่งที่ได้รับแล้ว ทั้งรูปแบบการทำงานและเงินเดือน ในตอนแรกทั้งสองได้วางแผนกันไว้ว่า เมื่อลูกออกมาจะให้แม่ของฝ่ายชายที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เป็นคนช่วยเลี้ยงดูให้ หลังจากเลิกงาน ทั้งสองคนก็จะกลับมาดูแลต่อ

        คุณเอได้เล่าเพิ่มเติมว่าแฟนหนุ่มในพาร์ทอื่น ๆ ในการคบหากันนั้น ฝ่ายชายสามารถทำได้ดี แต่ในพาร์ทปัญหาที่เจอในตอนนี้ ถือเป็นพาร์ทใหญ่ที่คุณเอไม่โอเค อย่างเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ฝ่ายชายก็ได้ทิ้งให้คุณเออยู่ห้องเพียงคนเดียว แล้วก็ออกไปเคาท์ดาวน์ข้ามปีกับเพื่อน

        หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอจบ เหล่าดีเจก็ได้พูดให้กำลังใจคุณเอด้วยความเป็นห่วงและให้คำแนะนำที่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริง โดยเริ่มจาก ‘ดีเจก๊อตจิ’ ที่ได้กล่าวว่า “ตอนนี้แฟนหนูเหมือนหนีปัญหา ยังไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นพ่อ ไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำ พี่กลัวว่าถ้าหนูทำตามแผนแล้วแฟนจะหายไปเลย พี่ว่า 50/50 หนูควรเตรียมใจไว้ก่อนเลย เพราะหนูเคยแก้ปัญหาเหล่านั้นมาเยอะมากแล้ว เช่น เรื่องบุหรี่ เรื่องไม่ให้พักผ่อน เรื่องไม่ดูแลช่วงปีใหม่ หนูเตรียมแผนไว้ ถูกต้องแล้ว มันคือหน้าที่ของหนูแหละ ว่าต้องไปคุยกับเขาตรง ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ และถือเป็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ”

        ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “นี่คือปัญหาอย่างเบาที่สุดสำหรับการที่ท้องไม่พร้อม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตอนที่ลูกคลอดออกมา เดี๋ยวลูกคลอดออกมา งานเราก็ยังต้องทำ คนเป็นแม่ เราก็ยังต้องดูลูกเล็ก มันเป็นช่วงที่หนักหนาที่สุด ยังไม่พร้อมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันพร้อมเลย ส่วนเขา เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะพร้อมขึ้นมาในวันที่โตขึ้น เพราะอายุเพิ่ง 21 ปีเอง แน่นอนว่าคนท้องสัญชาตญาณความเป็นแม่มันสูงกว่าอยู่แล้ว แต่คนเป็นพ่อมันไม่ได้อุ้มท้อง สายสะดือไม่ได้เชื่อมกัน ถ้าใจไม่พร้อมจะเป็นพ่อ ยากมากที่เขาจะใส่ใจ การมีลูกคือการเสียสละชีวิตส่วนตัวไปตลอดกาล พร้อมก่อน ถึงจะมี เวลามีเรื่องอะไรแบบนี้พี่จะคิด Worst case ไว้ก่อน คิดไว้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราจะยังไงกันต่อ ถ้า Worst case แล้วเรายังมีทางออก ก็ยังหายใจโล่งได้เปลาะหนึ่ง เอต้องทำยังไงก็ได้ให้รอดทั้งแม่และลูก”

        สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราเลือกคนผิดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงของการแก้ไข เรียกเขามาคุยตรง ๆ เลยว่าตอนนี้ 8 เดือนแล้ว สเต็ปต่อไปเด็กจะเกิดมาแล้วต้องสลับกันเลี้ยง พร้อมที่จะเสียสละมั้ย ถ้าเขาบอกว่าพร้อม งั้นคุณเริ่มก่อนเลย เรื่องบุหรี่ ขอดูการเสียสละของเขาหน่อย แล้วหลังจากนี้เอก็ประเมินเลยว่าที่เขาบอกว่าเสียสละได้ เขาทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้เราไปแผน B เลย เพราะถ้าคนมีสามัญสำนึกเขาจะไม่สูบบุหรี่หรอก เพราะเขาก็รู้ว่าบุหรี่ทำร้ายเด็ก เข้าแผน B เลย กลับไปอยู่บ้าน แล้วเป็น Single Mom”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือน ทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร 1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก 2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูก

26 ม.ค. 2024

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือน ทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร 1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก 2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูก

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือนทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูกส่วนเราอยากแต่งอยากมีลูกแต่คนนี้รู้สีกรัก ถ้าเป็นทุกคนจะเลือกใครดีคะ? “คุณซัน (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [ 24 ม.ค. 67 ] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ระหว่างคนดีหรือคนที่ชอบ โดย “คุณซัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูได้รู้จักกับคน 2 คนในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นรุ่นพี่คนนึงอายุ 38 ปี และรุ่นน้องอีกคนนึงอายุ 28 ปี เจอกันในแอปพลิเคชัน เราตกลงกันกับทั้ง 2 คนเลยว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องที่คุยกันไปเรื่อย ๆ เรายังไม่เคยเจอกันเลย แต่พอเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์เราก็เริ่มพัฒนาขึ้น มีนัดเจอกันบ้าง ทำทุกอย่างที่เหมือนแฟน แต่ยังไม่ได้อยู่ในสถานะแฟน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทั้ง 2 คน แต่สำหรับหนูเรื่อง SEX ไม่ใช่ปัจจัยหลัก จนตอนนี้ระยะเวลาผ่านมาครึ่งปีแล้ว ทั้ง 2 คนก็เริ่มอยากได้คำตอบสถานะที่ชัดเจน ซึ่งรุ่นพี่รู้ว่าหนูมีอีกคนอยู่ แต่รุ่นน้องไม่รู้เลย หนูไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดีเพราะว่าคนที่เป็นรุ่นน้อง ค่อนข้างที่จะดูแลเทคแคร์ดีทุกอย่าง มีอนาคตเป็นแบบที่เราต้องการเลย แต่ยังมีความคิดที่ดูเป็นเด็กอยู่ ด้วยความที่เขาอายุน้อยกว่าเรา แต่ไม่ถึงขั้นทำให้เรา Toxic และหนูไม่ได้รู้สึกรัก ส่วนอีกคนนึงเป็นรุ่นพี่ เขาก็ดูแลเทคแคร์ดีเหมือนกัน แต่ไม่เท่ากับรุ่นน้อง และค่อนข้างที่จะเจ้าชู้นิดนึง แต่สำหรับหนู หนูรับได้และคิดว่าเอาอยู่ แล้วหนูก็รู้สึกว่ารักคนนี้มากกว่า แต่เรามองอนาคตไม่เหมือนกัน เพราะเป้าหมายหลักของหนู คือ อยากแต่งงาน หนูอยากฟังความคิดเห็นพี่ๆ ว่าหนูควรเลือกทางไหนดีคะ? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าเราคุยกันด้วยเหตุผล แนะนำให้เลือกรุ่นน้อง เพราะว่าข้อเสียมันไม่ได้ทำลายชีวิตคู่เท่ากับคนที่ 2 แต่ถ้าเป็นเรื่องของหัวใจ ก็ต้องเลือกคนที่ 2 เพราะว่าทุกอย่างที่คุณซันไม่แน่ใจหรือกังวล ถ้าสุดท้ายเป็นแฟนกันจริง ๆ มันอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่คุณซันกังวลก็ได้ สุดท้ายแล้วรู้สึกว่าการที่เราจะรักใครก็ต้องฟังหัวใจตัวเอง ส่วนคนแรกคุณซันก็มีความรู้สึกแหละ แต่แค่ไม่เท่ากับคนที่ 2 เพราะไม่อย่างนั้นคุณซันไม่คุยมาจนถึงตอนนี้หรอก แต่ถ้าพี่เป็นเพื่อน พี่ก็จะบอกว่า เลือกคนที่ชอบไป ถ้าอนาคตเป็นยังไงก็ต้องยอมรับผลที่ตัวเองเลือก’ ต่อมา “ดีเจเผือก” แนะนำว่า ‘ให้เลือกรุ่นพี่ เพราะคุณซันเลือกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มาลองให้รู้ว่าจะรับนิสัยความเจ้าชู้ได้จริงไหม? ส่วนเรื่องแต่งงานเขาอาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าเริ่มเสียเวลา ทนไม่ไหวแล้ว เราค่อยไปตามหาคนที่มีนิสัยเหมือนรุ่นน้อง แต่อาจจะไม่ใช่คนเดิมก็ได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเจอหรือป่าว เพราะเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ คนดี ๆ ก็เริ่มไปมีครอบครัวกันหมด ตัวเลือกก็จะน้อยลง ผมขอให้เป็นการตัดสินใจที่ดี’ และ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ‘เพชรอยู่ตรงหน้าไม่เลือก เพราะหินก่อนนั้นมันใหญ่กว่า ฉันอยากจะท้าทายโดยการเจียระไน เผื่อว่ามีเพชรอยู่ข้างใน แต่ถ้าวันนึงเธอรู้ว่าหินก้อนนี้ไม่ใช่เพชรขึ้นมา แต่เพชรเม็ดนั้นมีคนอื่นเอาไปแล้ว เธอจะตามหาสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แล้วนะ ซึ่งรุ่นน้อง คุณซันบอกเองว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีข้อเสียอะไรเลย ในขณะที่รุ่นพี่มีข้อเสียใหญ่มากคือเป้าหมายไม่ตรงกัน เรายังอยากจะเอาเวลาของเราไปเล่น คนที่เขารักเรา เขาทะนุถนอมและเทคแคร์เราเพราะเราคือคนสำคัญสำหรับเขา แล้วความสุขมันเกิดด้วย เพราะเราเลือกเหตุผลมากกว่าหัวใจ อันนี้คือสำหรับหอมนะ เมื่อกี้หอมถามว่าซันมีเวลาเล่นกับตัวเองกี่ปีที่อยากแต่งงาน ซันบอก 3 ปี ฉะนั้น 3 ปี มันน้อยมากเลย ที่จะไปลองกับคนนี้ ที่จะเสี่ยงทิ้งเพชรอันนี้ไป แต่ถ้าอยากเสี่ยงก็ต้องยอมรับความผิดหวังให้ได้ สิ่งที่ต้องรับให้ได้เลยคือเพชรก้อนนี้ต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่น’ สุดท้ายนี้พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ขอให้สิ่งที่คุณซัน ตัดสินใจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียง คิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลย จะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี?

17 ต.ค. 2025

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียง คิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลย จะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี?

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียงคิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลยจะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี? “คุณแพรว (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาชอบมีคนมาพูดกับเราว่าไม่ชอบเสียงเรา เสียงมันเล็ก น่ารำคาญ เหมือนยุง โดย “คุณแพรว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนเสียงเล็กแล้วพูดเบาเลยรู้สึกมันเป็นปม เพราะชอบโดนล้อโดนบูลลี่ ปัญหามันเริ่มตอนมัธยม มันจะมีเพื่อนบางคนฝากเพื่อนมาบอกว่า ไม่อยากคุยกับเราเพราะว่ารำคาญเสียงเรา เราเลยไปถามเขาว่าทำไมถึงรำคาญเสียงเรา เขาพูดมาเลยว่า เสียงน่ารำคาญเหมือน ยุง แมลงหวี่ เราก็รู้สึกว่ามันไม่เป็นไรหรอกเพราะมันแค่บางคนที่ไม่ชอบเรา พอขึ้นมหาลัยมา ก็มีเพื่อนที่สนิทกับเราคุยด้วยกันทุกวัน แต่เขากลับพูดว่าทำไมถึงต้องแอ๊บเสียง เราก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ว่าตอนนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรอ เราก็ไม่อะไร พอมาถึงตอนทำงาน ตอนที่เราเข้าไปทำงานใหม่ ๆ ก็ยังมีคนมาพูดว่า เสียงเธอทำไมมันแง๊ว ๆ บางทีใช้ไมค์เราจะพูดเสียงปกติได้มากขึ้น เพราะมีเครื่องขยายเสียง มันไม่ต้องใช้พลังเยอะ ก็จะมีคนมาพูดว่า วันนี้เสียงเธอเป็นอะไรอะ ปกติเสียงมันแหลม ๆ เรารู้สึกว่ามีคนคิดหลายคนมันไม่น่าปกติแล้ว เราเคยลองอัดเสียงแล้วเอามาฟัง เสียงที่เราได้ยินมันก็ไม่ค่อยเหมือนกันจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร เราก็พูดระบายให้แฟนฟัง แล้วเราก็ร้องไห้น้ำตาซึม คนอื่นจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เรารู้สึกว่ามันแก้ไขไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้แอ๊บ เราพูดแบบนี้จริง ๆ เราเคยดูคลิปยูทูปที่เขามีเสียงเล็กกว่าเราอีก เขาก็ไม่เห็นจะมีปัญหาเรื่องนี้เลย แต่ทำไมเราถึงเป็นคนที่มีปัญหา หนูอยากรู้ว่าเสียงหนูปกติมั้ย หนูควรจะปรับแบบไหน? หรือควรปรับความคิดของตัวเองแบบไหน? ให้รู้สึกไม่แย่ในเวลาที่คนอื่นพูดขึ้นมาเรื่องเสียง’ เริ่มด้วย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เสียงเป็นสิ่งหนึ่งที่แก้ไม่ได้ พี่ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงหนูไม่ปกติ บางทีคนอื่นเขามีปัญหากับเสียงเรา ปัญหาอยู่ที่เขานะ ไม่ใช่กับหนู แต่ว่ามันมีอยู่วิธีการหนึ่ง ถ้าหนูเป็นคนเสียงแหลมเล็ก เสียงแบบนี้มันเป็นคนแก้วเสียงใส ข้อดีคือมันจะฟังสดชื่น แต่ถ้าหนูพูดเร็วใช้พละกำลังออกเกินจริง เสียงมันจะบี้ คือแต่ละคนจะมีวิธีการใช้เสียงที่แตกต่างกัน แค่ปรับวิธีของการออกเสียง แต่ไม่จำเป็นจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนทั้งโลกถูกใจ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงหนูมีปัญหา ปัญหามันอาจจะอยู่ที่เขา ตราบใดก็ตามที่หนูไม่ได้แอ๊บทำเสียง มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา คนมันจะอคติ บางทีมันอาจจะมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วย เขาอาจจะไม่ชอบคนหน้าแบบนี้ พอมีเสียงที่เล็กแบบนี้ เขาก็อคติ แต่ถ้าหนูยังสลัดความรู้สึกนี้ออกไปไม่ได้ ทุกวันนี้ก็มีคุณครูสอนเรื่องการใช้เสียง หรือคลาสต่าง ๆ มันช่วยเราออกเสียงได้ ถ้าหนูคิดว่ามันมีปัญหากับการทำงาน ก็ไปเรียนอะไรแบบนี้ก็ได้ เพราะเขาสามารถสอนให้ออกเสียง ให้ขึ้นกับกาลเทศะ เหมาะกับสถานการณ์ที่เราใช้ในแต่ละวัน แต่เสียงมันไม่สำคัญเท่าความหมายที่เราจะสื่อออกไป’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับการไปฝึกไปเรียน วิเคราะห์กันที่เนื้อเสียง ถ้าเรารู้ว่าเสียงของเราสูง มันอาจจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีได้ แล้วเราอยากปรับ มันมีวิธีปรับแน่นอน ด้วยย่านเสียงสูงอย่างเดียว มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้หนู เจอปัญหามา อาจจะเป็น Message ที่เราพูดออกไปเยอะไปหรือเปล่า หนูต้องกลับมาดูตัวเองว่า เลือกพูดสื่อสาร ถูกจังหวะ ถูกกาลเทศะ ถูกเวลา หรือเปล่า เราอายุมากขึ้น วิธีการมองโลกจะเปลี่ยนไป มันเป็นเรื่องของวุฆิภาวะ กาลเทศะ และการเลือกที่จะพูดหรือไม่พูด ที่มันมีมามากขึ้นตามประสบการณ์ชีวิต ฉะนั้นไม่ต้องกลัวถ้าเราจะพูดน้อยลง เพื่อที่จะทำให้บรรยากาศ หรือตัวของเราเองรู้สึกดีขึ้น ลองปรับจังหวะต่าง ๆ การพูดให้ช้าลง ทั้งหมดนี้มันฝึกได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-