อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

16 ม.ค. 2026

อีก 1 เดือน หนูก็จะคลอดลูกแล้ว

แต่แฟนกลับบ้านดึกทุกวัน บอกว่าเล่นเกมกับเพื่อน

บางวันก็กลับเร็ว แต่ก็พาเพื่อนมาเล่นเกมที่บ้านด้วย

ทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอ

วันปีใหม่ที่ผ่านมา แฟนก็ทิ้งให้เราอยู่คนเดียว

หนูอยากเป็นคนแรกที่แฟนเลือกบ้างค่ะ

 

        ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 14 มกราคม 2569 ) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนเลือกเพื่อนมากกว่าเรา ในขณะที่เราท้อง 8 เดือน ตัวคุณเอ จึงเกิดความน้อยใจ และอยากให้ตนเป็นตัวเลือกแรกของแฟนบ้าง

        ‘คุณเอ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า ในตอนแรกที่คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 21 ปี ทั้งสองไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งบ้านของทั้งสองก็อยู่ไม่ได้ห่างกันมาก จึงทำให้ไปมาหาสู่กันได้บ่อย ๆ แต่วันหนึ่งได้พลาดท้อง พ่อและแม่ของคุณเอก็ได้ให้ทั้งคู่แต่งงานและย้ายมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ทางด้านแฟนของคุณเอ เมื่อทราบว่าคุณเอกำลังตั้งท้องก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในความรู้สึกของคุณเอ คือฝ่ายชายยังไม่มีความพร้อมในการเป็นพ่อ ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรก ที่คุณเอมีอาการแพ้ท้องหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่กว่าฝ่ายชายจะมารับ ตัวคุณเอที่นั่งรออยู่ก็ได้อ้วกออกมาเป็นเลือด

        ผ่านมาเรื่อย ๆ กลายเป็นว่าฝ่ายชายกลับบ้านดึกขึ้น โดยให้เหตุผลว่านั่งเล่นอยู่กับเพื่อนที่ทำงานหลังเวลาเลิกงาน หากวันไหนที่ไม่ได้กลับบ้านดึก ก็จะเอาเพื่อนเข้ามาในบ้าน เล่นเกมบ้าง สูบบุหรี่บ้าง จนทำให้คุณเอที่กำลังตั้งท้อง 8 เดือนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

        ซึ่งทั้งคู่เคยคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ฝ่ายชายก็ปรับแก้ให้ได้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จึงทำให้คุณเอเริ่มมีความคิดที่อยากจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจะลองอยู่กับแฟน ดูแลกันไปก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน แล้วเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว

        คุณเอรู้สึกว่าเรื่องนี้ตัดสินใจยาก เพราะหากตนย้ายกลับไปที่บ้าน ก็จะต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะปัจจุบันพอใจในสิ่งที่ได้รับแล้ว ทั้งรูปแบบการทำงานและเงินเดือน ในตอนแรกทั้งสองได้วางแผนกันไว้ว่า เมื่อลูกออกมาจะให้แม่ของฝ่ายชายที่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เป็นคนช่วยเลี้ยงดูให้ หลังจากเลิกงาน ทั้งสองคนก็จะกลับมาดูแลต่อ

        คุณเอได้เล่าเพิ่มเติมว่าแฟนหนุ่มในพาร์ทอื่น ๆ ในการคบหากันนั้น ฝ่ายชายสามารถทำได้ดี แต่ในพาร์ทปัญหาที่เจอในตอนนี้ ถือเป็นพาร์ทใหญ่ที่คุณเอไม่โอเค อย่างเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ฝ่ายชายก็ได้ทิ้งให้คุณเออยู่ห้องเพียงคนเดียว แล้วก็ออกไปเคาท์ดาวน์ข้ามปีกับเพื่อน

        หลังจากฟังเรื่องราวของคุณเอจบ เหล่าดีเจก็ได้พูดให้กำลังใจคุณเอด้วยความเป็นห่วงและให้คำแนะนำที่อยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริง โดยเริ่มจาก ‘ดีเจก๊อตจิ’ ที่ได้กล่าวว่า “ตอนนี้แฟนหนูเหมือนหนีปัญหา ยังไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นพ่อ ไม่มีวุฒิภาวะของการเป็นผู้นำ พี่กลัวว่าถ้าหนูทำตามแผนแล้วแฟนจะหายไปเลย พี่ว่า 50/50 หนูควรเตรียมใจไว้ก่อนเลย เพราะหนูเคยแก้ปัญหาเหล่านั้นมาเยอะมากแล้ว เช่น เรื่องบุหรี่ เรื่องไม่ให้พักผ่อน เรื่องไม่ดูแลช่วงปีใหม่ หนูเตรียมแผนไว้ ถูกต้องแล้ว มันคือหน้าที่ของหนูแหละ ว่าต้องไปคุยกับเขาตรง ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ และถือเป็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้น ”

        ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “นี่คือปัญหาอย่างเบาที่สุดสำหรับการที่ท้องไม่พร้อม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตอนที่ลูกคลอดออกมา เดี๋ยวลูกคลอดออกมา งานเราก็ยังต้องทำ คนเป็นแม่ เราก็ยังต้องดูลูกเล็ก มันเป็นช่วงที่หนักหนาที่สุด ยังไม่พร้อมก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันพร้อมเลย ส่วนเขา เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะพร้อมขึ้นมาในวันที่โตขึ้น เพราะอายุเพิ่ง 21 ปีเอง แน่นอนว่าคนท้องสัญชาตญาณความเป็นแม่มันสูงกว่าอยู่แล้ว แต่คนเป็นพ่อมันไม่ได้อุ้มท้อง สายสะดือไม่ได้เชื่อมกัน ถ้าใจไม่พร้อมจะเป็นพ่อ ยากมากที่เขาจะใส่ใจ การมีลูกคือการเสียสละชีวิตส่วนตัวไปตลอดกาล พร้อมก่อน ถึงจะมี เวลามีเรื่องอะไรแบบนี้พี่จะคิด Worst case ไว้ก่อน คิดไว้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเราจะยังไงกันต่อ ถ้า Worst case แล้วเรายังมีทางออก ก็ยังหายใจโล่งได้เปลาะหนึ่ง เอต้องทำยังไงก็ได้ให้รอดทั้งแม่และลูก”

        สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราเลือกคนผิดแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงของการแก้ไข เรียกเขามาคุยตรง ๆ เลยว่าตอนนี้ 8 เดือนแล้ว สเต็ปต่อไปเด็กจะเกิดมาแล้วต้องสลับกันเลี้ยง พร้อมที่จะเสียสละมั้ย ถ้าเขาบอกว่าพร้อม งั้นคุณเริ่มก่อนเลย เรื่องบุหรี่ ขอดูการเสียสละของเขาหน่อย แล้วหลังจากนี้เอก็ประเมินเลยว่าที่เขาบอกว่าเสียสละได้ เขาทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้เราไปแผน B เลย เพราะถ้าคนมีสามัญสำนึกเขาจะไม่สูบบุหรี่หรอก เพราะเขาก็รู้ว่าบุหรี่ทำร้ายเด็ก เข้าแผน B เลย กลับไปอยู่บ้าน แล้วเป็น Single Mom”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน เพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ?

27 ก.พ. 2026

แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน เพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ?

แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนเราย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงานเพราะความต้องการของแม่คือการมีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลาหนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ ? ‘คุณฟ้า (นามสมมติ)’ อายุ 28 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ และ ‘คุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่แม่แฟนไม่ยอมให้แฟนย้ายออกมาอยู่กับเราหลังแต่งงาน โดย ‘คุณฟ้า (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีปัญหากับแม่ของแฟน เพราะว่าเขาไม่ยอมให้ลูกชายแยกบ้านออกมาอยู่กับเรา แม้ในอนาคตเราจะแต่งงานกันแล้วก็ตาม แฟนของเราก็ได้แต่บอกว่ายังไงก็ได้ ไม่เลือกคนใดคนหนึ่ง แม่ของแฟนเราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แยกกับพ่อของแฟนมาตั้งแต่แฟนเราเด็ก ๆ และไม่ได้มีสามีใหม่ ทำให้แม่เขามีแค่ลูกชายเพียงคนเดียว หนูเองก็เคยเจอกับแม่ของแฟนอยู่บ่อยครั้งนะคะ แม่เขาเป็นคนใจดี และดีกับหนูมาตลอด แต่หนูเองก็ไม่ได้สบายใจ และไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่ หนูเองก็เกรงใจเขา หนูอยากให้บ้านเป็นพื้นที่เซฟโซนของหนู ในอนาคตถ้าหนูได้แต่งงาน หนูก็คงต้องย้ายบ้านไปอยู่กับเขา และแม่ของเขา หนูกับแฟนคบกันมาได้ 2 ปีแล้วค่ะ เราเคยวางแผนที่จะแต่งงานกันใน 2 - 3 ปีนี้ ตัวหนูเองยืนยันว่ายังไงหนูก็จะไม่ย้ายเข้าไปบ้านของแฟน แต่แม่เขาก็ยืนยันเหมือนกัน ว่าจะไม่ให้ลูกชายย้ายออกจากบ้านเด็ดขาด หนูเคยหาทางเจรจา ว่าจะซื้อบ้านในระแวกนั้น เพื่อให้เราทั้งสามคนจะได้อยู่ใกล้ ๆ กัน แต่แม่เขาก็ยังไม่โอเค หนูเองก็เสนอทางออกไปอีกครั้งว่าให้แฟนอยู่บ้านกับหนู 4 วัน อยู่กับแม่ 3 วัน แต่แม่เขาก็ไม่โอเคอยู่ดี เพราะความต้องการของแม่ คือการที่มีลูกชายอยู่ด้วยตลอดเวลา แฟนของหนูก็พูดแต่อะไรก็ได้ แต่สุดท้ายหนูก็คิดว่าถ้าต้องเลือกจริง ๆ เขาคงเลือกแม่ของเขา หนูเองก็ไม่เคยคุยกับแม่เขาตรง ๆ ได้แต่คุยผ่านแฟนตลอด แต่เวลาเจอกันแม่เขาก็ดีกับหนูเสมอ บางครั้งเราก็ไปค้างคืนที่บ้านเขา แต่เราก็รู้สึกเกร็ง ๆ ตลอดเวลา แม้ว่าแม่เขาจะดูแลเราอย่างดีก็ตาม แม่ของแฟนบอกว่า หลัก ๆ ที่อยากให้เขายังคงอยู่บ้านกับแม่ เพราะความปลอดภัย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาใครจะช่วยดูแล หรือเรื่องการช่วยดูแลบ้าน ถ้ามีแม่อยู่ด้วยก็คงจะดี รวมถึงแม่ก็เป็นคนขี้เหงาด้วย ถ้าต้องอยู่บ้านคนเดียว เขาก็คงไม่ยอม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป หนูจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ หรอคะ" ทางด้านของ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าเพิ่งแต่งงานกัน ถ้ายังไม่มีการตกลงเรื่องนี้ให้ชัดเจน สำหรับผมคิดว่าการที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลเขามาคนเดียวเพียงลำพัง อย่างไรก็ตามผู้ชายก็ต้องเลือกแม่ของเขา การที่เขาตอบเราว่ายังไงก็ได้ นั่นแปลว่าเขาตอบเรามาแล้ว แต่ถ้ามองโลกในแง่ดี เขาคือคนที่รักครอบครัว ผู้ชายคิดยังไงกับแม่ แปลว่าเขาก็คิดกับคุณแบบนั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารักผู้ชายคนนี้ ก็เพราะการเลี้ยงดู ที่เขาได้รับมาจากผู้หญิงผู้เป็นแม่ ยังไงเขาก็คงเลือกแม่ของเขา อยู่ที่คุณยอมรับได้ไหม ลองไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน ถ้าไม่เวิร์ค ก็ค่อยกลับมาคุยกันใหม่ว่าจะหาทางออกยังไง” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เห็นด้วยกับการที่เราอย่าเพิ่งตัดสินใจในเรื่องการแต่งงาน กลับมาถามตัวเอง ว่าเรารักเขามากพอที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้ไหม แต่ถ้าวันนี้รู้สึกว่าไม่โอเค ก็ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ช่วงเวลา 2 ปีนี้ ต่างคนต่างจะได้เป็นตัวของตัวเอง ถ้ามันไปต่อได้ก็ไป เรื่องแต่งงานไม่ต้องรีบ ถ้าคบกันไปแล้วไม่โอเค เราก็ไม่จำเป็นต้องทน ให้เขาไปหาคนที่พร้อมจะยอมรับเขา และเราก็ไปหาคนที่เข้ากับเราได้” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ให้เรื่องของเรากับแฟนมั่นคงและมั่นใจก่อนจะกังวลเรื่องอื่น ๆ ให้ลองไปอยู่ด้วยกันก่อนจริง ๆ เราอาจจะโอเคกับชีวิตของเขาที่ต้องมีคุณแม่อยู่ด้วยในสักวัน ถ้าวันหนึ่งเราไม่โอเคกับเรื่องนี้ ก็ต้องเลือก เพราะเราไม่สามารถแยกเขาออกจากกันได้ เราก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของแม่เขาด้วย” ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะเลิกกับแฟนดีไหม การคิดหาคู่ครองในสังคมไทย เรื่องครอบครัวจะมาคู่กันเสมอ อย่างแรกลองทำความรู้จักคุณแม่ของเขาให้ดีก่อน การลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้ามันดี เราอาจจะโชคดีเหมือนเราได้มีแม่เพิ่มอีกคน ปกติของชีวิตคนเราที่ต้องมีเรื่องไม่ถูกใจกันบ้าง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตัวของแฟนเราจะทำตัวอย่างไร เราก็ต้องสนใจเรื่องนี้ด้วย ถ้าเขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่ข้างใคร และช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ นั่นแปลว่าเขาเป็นผู้ใหญ่พอ พร้อมที่จะดูแลทั้งแม่และเรา แต่ถ้าเขาดูแลใครไม่ได้เลย เราก็ต้องพิจารณาใหม่”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

09 ก.ย. 2025

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใครเพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่างเข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน เขาให้เวลาเราไปเคลียร์กับพี่คนนี้แต่ตอนนี้ใจสับสน เพราะพี่เขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และให้นึกถึงความสัมพันธ์10 กว่าปีที่ผ่านอะไรด้วยกันมา หนูสับสน ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี?? “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหามีความสัมพันธ์ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานนับสิบปี แล้วดันมาเจอคนใหม่ที่ดีกว่า โดย “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูมีครอบครัวมาแล้ว มีลูก 1 คน แต่ระหว่างนั้นหนูก็คบกับพี่คนปัจจุบันอยู่ จริง ๆ ระหว่างทางหนูก็คบ ๆ เลิก ๆ กับเขามาบ่อยแล้ว จนในที่สุดหนูก็เลือกที่จะเลิกกับสามีแล้วมาคบกับพี่คนปัจจุบันแทน โดยที่พี่คนนี้เขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อภรรยาเขารู้ ก็เริ่มระแคะระคายและไล่พี่เขาออกจากบ้านไปอยู่หอพักด้านนอก และหนูก็คบกับเขามาได้นาน 13 ปี แบบไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยตัวตน จนกระทั่งปัจจุบันมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้จะเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นแค่ 2 เดือน แต่เขาเข้ามาเติมเต็มความรักในส่วนที่หายไป ทำให้หนูอยากออกมาจากคนเดิม แต่คนแรกก็ไม่ยอมให้หนูไป ด้วยเหตุผลว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้ชายคนใหม่เลย ถ้าจะหมดรักอยากให้หมดรักจากตัวหนูเอง ซึ่งพอเขารับรู้ปัญหานี้ผู้ชายคนใหม่ก็เริ่มถอยห่างออกไป แต่ก็พอจะกั๊กกันอยู่บ้างเหมือนต่างคนต่างรอกันอยู่ แต่ผู้ชายคนแรกก็คือไม่ยอมเลย อะไรที่หนูเคยขอแล้วไม่ได้ ตอนนี้หนูได้ทุกอย่างเลย เขายอมปรับให้หนูทุกอย่าง ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูหมดรักเขาแล้ว อยากจะออกไปจริง ๆ แต่ก็ยังมีความผูกพันธ์กันมากทำให้ตัดกันไม่ขาดสักที เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาศัยการวิดีโอคอลกัน แล้วก็จะมีออกไปกินข้าวกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็หลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิม หนึ่งในสาเหตุที่ตอนนี้ไม่เปิดตัวอาจเป็นเพราะพ่อแม่ของหนูไม่โอเคกับเขาแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนูขอให้เปิดเขาไม่เปิด จนตอนนี้หนูไม่ต้องการเขาแล้ว คนใหม่เขาจริงใจ เขาเดินมาบอกกับพ่อหนูตรง ๆ ว่าคุยกับหนูอยู่ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย ก็เลยรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความรู้สึกของหนูที่มีต่อทั้ง 2 คนคือหนูให้คนปัจจุบัน 80% และคนใหม่ 20% แต่มันดันเป็น 20% ที่หนูตามหาในความรัก หนูเลยอยากรู้ว่า หนูควรอยู่ตรงไหนของความสัมพันธ์นี้ดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากได้แฟนเป็นคนดีให้เลือกคนใหม่ คนเก่าไม่ดีเพราะนอกใจภรรยามาคบกับเรา ถ้าคบกับคนเก่าแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับภรรยา ฉะนั้นเลือกคนใหม่เพราะคนใหม่ไม่รู้กำพืดเราว่าเราทำอะไรมา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ เลือกแต่คนดี ๆ ตัวเราเองก็ต้องดีให้ได้ด้วย ถ้าตั้งใจจะให้ใจใครแล้วก็ต้องให้ทั้งใจและซื่อสัตย์ จะทำตัวเหมือนแต่ก่อนไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่มีความสุขแค่นั้นเลย ตอนนี้ที่คนใหม่เขากลัวเพราะเรายอมเป็นเมียน้อยเขามา 13 ปี พอเจอคนที่ดีและพร้อม เรากลับมูฟออนจากคนเก่าไม่ได้ 13 ปียังไม่พออีกหรอที่จะตามหาสิ่งที่ต้องการ ทำไมไม่มองว่าเราอยู่กับกรรมก้อนนี้มา 13 ปีแล้ว ในเมื่อมีผู้ชายคนใหม่ที่กล้าเข้ามาหาเราแล้วเราจะอาลัยอาวรณ์อะไรอีก เขาคือผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงเลย เขากั๊กไว้ทั้งภรรยาเขาและเรา ขนาดเราเจอคนดี ๆ เข้ามาแล้วยังไม่ปล่อยเราไปเลย’ สุดท้าย “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันมีความสัมพันธ์แบบนี้เยอะ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังลงเพราะมีคนใหม่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป โดยเราก็หลงลืม 80% ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน คุณกิ๊กจะสอนให้ลูกเลือกคนที่รักและเป็นคนดี จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือคนใหม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าอันไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังตัดสินใจไม่ได้คือความเชื่อผิด ๆ ที่บอกว่าเราเลือกไม่ได้เพราะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเราไว้ ความเชื่อเหล่านั้นทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉะนั้นไม่มีใครรั้งเราได้ถ้าเราต้องการที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง จะตัดสินใจอะไรให้นึกถึงลูกเยอะ ๆ ต่อไปลูกจะมองแม่เป็นแบบอย่างเพราะเราเป็นหนึ่งใน Role Model ของลูกเช่นกัน คนใหม่เขาเป็นคนดีมากเลย เขาพยายามที่จะทำให้เราเห็นค่าในตัวเอง สุดท้ายแม้ความรักครั้งนี้จะไม่สมหวังเราก็ยังได้เห็นคุณค่าของตัวเองเพราะฉะนั้นเดินหน้าต่อไปและอย่าตกลงไปในหลุมเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

15 พ.ค. 2023

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

“คุณเอ (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหา โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้อยู่กับแฟน คืออยู่คนละที่กัน แฟนก็นอกใจหนู แอบไปคุยกับคนอื่น แล้วผู้หญิงก็มาหาแฟนที่ห้องตลอด แต่แฟนก็ยังคุยกับหนูปกติ มาหาหนูปกติเลย แต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกันแล้ว วันนี้ที่โทรมา อยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเราไปร้านอาหาร แล้วเจอคนที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของแฟน เราจะเดินเข้าไปทานอาหารปกติ หรือจะเดินออกเลย...?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราพาลูกไปฝากที่เนิร์สเซอร์รี เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆสังเกตเห็นลูกซึมๆเลยดูกล้องวงจรปิด เจอพี่เลี้ยงทำร้ายลูกเรา เราเลยพาลูกออกมาแล้ว แต่เด็กอีกคนโดนหนักกว่า เราถ่ายคลิปไว้หมด ควรไปบอกพ่อแม่เขาดีไหม?

22 พ.ย. 2024

เราพาลูกไปฝากที่เนิร์สเซอร์รี เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆสังเกตเห็นลูกซึมๆเลยดูกล้องวงจรปิด เจอพี่เลี้ยงทำร้ายลูกเรา เราเลยพาลูกออกมาแล้ว แต่เด็กอีกคนโดนหนักกว่า เราถ่ายคลิปไว้หมด ควรไปบอกพ่อแม่เขาดีไหม?

เราพาลูกไปฝากที่เนิร์สเซอร์รี เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆสังเกตเห็นลูกซึมๆเลยดูกล้องวงจรปิดเจอพี่เลี้ยงทำร้ายลูกเรา เราเลยพาลูกออกมาแล้ว แต่เด็กอีกคนโดนหนักกว่า เราถ่ายคลิปไว้หมดควรไปบอกพ่อแม่เขาดีไหม? ตอนนี้ เนิร์สเซอร์รีตักเตือนพี่เลี้ยงแล้วถ้าเกิดขึ้นอีกจะไล่ออก“คุณแม่เปิ้ล (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเนิร์สเซอร์รี่ที่เอาลูกไปฝาก มีพี่เลี้ยงทำร้ายลูกตัวเองและเด็กคนอื่นเลยอยากจะมาเตือนโดย “คุณแม่เปิ้ล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวคุณแม่เองพาลูกสาวคนเล็กอายุ 1 ขวบ 1 เดือนไปฝากเอาไว้ที่เนิร์สเซอร์รี่ ซึ่งทางเนิร์สเซอร์รี่สามารถให้ดูกล้องวงจรปิดได้ แต่จะไม่มีเสียง ดูรีเพลย์ไม่ได้ และสิ่งที่ทำให้เอะใจเริ่มจากที่ตัวลูกสาวเอง ทำไมดูเรียบร้อยจัง นั่งอยู่กับที่ตลอด เด็กทุกคนนั่งอยู่กับที่ไม่ไปไหนเลย ทั้ง ๆ ที่อยู่บ้านก็ขยับตัวเดินตลอด พอไปอยู่ที่เนิร์สเซอร์รี่เหมือนต้องนั่งอยู่กับที่ ถ้าลุกเหมือนโดนชี้หน้า นอกจากนั้นสิ่งที่คุณแม่ได้เห็นในกล้องวงจรปิดคือ ลูกสาวตัวเองถูกทำร้าย และยังมีเด็กคนอื่นที่ถูกทำร้ายหนักกว่าอีกด้วยคุณแม่อยากรู้ว่าเจ้าของเนิร์สเซอร์รี่ เขาพอทราบบ้างมั้ย เคยดูกล้องแล้วเขาเห็นบ้างมั้ย หรือไม่เห็นจริงๆหรอว่ามีเด็กถูกทำร้าย และคนที่ทำน่าจะไม่ได้ทำเป็นครั้งแรกหรือพึ่งทำ ซึ่งทางเนิร์สเซอร์รี่แจ้งแค่ว่าจะตักเตือนก่อน ถ้ามีครั้งต่อไป หรือผู้ปกครองท่านอื่นแจ้งจะไล่ออกทันที ส่วนใจของคุณแม่สงสารเด็กอีกคนที่โดนหนักกว่า อยากช่วยแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง พ่อแม่ของเด็กที่ถูกทำร้าย น่าจะไม่รู้ว่าลูกของตัวเองโดนทำร้ายอะไรบ้าง อยากจะไปแจ้งความ ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าได้เซ็นสัญญากับทางเนิร์สเซอร์รี่ไว้ ตอนที่คุณแม่เห็นว่าลูกโดนทำร้ายก็เอาลูกย้ายออกจากเนิร์สเซอร์รี่เลย คุณแม่อยากจะออกมาเตือนแม่ ๆ คนอื่นว่าอยากให้ดูกล้องวงจรปิดสักหน่อย และอยากจะถามพี่ๆดีเจว่า ควรตามหาแม่ของน้องที่ถูกทำร้ายไหม?ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ควรไปบอกแม่ของเด็กคนนั้นที่ถูกทำร้าย เพราะยิ่งทำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับเด็กคนอื่น ๆ มากเท่านั้น ถ้ากลัวเรื่องกฎหมายให้บอกคุณแม่คนอื่นด้วยปากดีสุด และยังฝากถึงศูนย์อีกด้วยว่าถ้าฟังอยู่ หากมันเป็นปัญหาส่วนบุคคลให้เอาคนนั้นออก เพราะถ้าไม่ลงโทษคนนั้น แสดงว่าทางศูนย์รู้เห็นเป็นใจ ที่จะดูแลเด็กด้วยวิธีแบบนี้ เพราะฉะนั้นควรทำให้มันถูกต้อง ไม่ใช่มาเซ็นสัญญากับคุณแม่และห้ามเขาพูด ควรปรับปรุงองค์กร องค์กรรับหน้าที่ดูแลลูกแทนพ่อแม่ของเขา’นอกจากนี้พี่ๆดีเจยังเสริมต่ออีกว่า ‘ในแง่กฎหมายต่อให้เซ็นสัญญา แต่การกระทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย ซึ่งสามารถแจ้งความและใช้เป็นหลักฐานได้ หรือถ้าทนายคนไหนมีลู่ทางที่จะช่วยได้สามารถหลังไมค์มาทางทีมงานให้ติดต่อไปหาแม่เปิ้ลก็สามารถทำได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-