อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ?? ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้า แล้วมีคนแก่ขึ้นมา แล้วคนข้างๆไม่มีใครลุก หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ?? ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้า แล้วมีคนแก่ขึ้นมา แล้วคนข้างๆไม่มีใครลุก หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?

12 ธ.ค. 2025

อยากรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกันคะ ?? 
ตอนนี้หนูตั้งครรภ์ 4-5 เดือนแล้ว เวลาหนูขึ้นรถไฟฟ้า
แล้วนั่งที่นั่งพิเศษอยู่ แล้วมีคนแก่ขึ้นมา 
แล้วคนข้างๆไม่มีใครลุก
ปกติตอนหนูไม่ได้ตั้งครรภ์ นั่งที่นั่งไหนหนูก็จะลุกให้คนแก่ตลอด
แต่ตอนนี้หนูเองก็ตั้งครรภ์อยู่ หนูควรลุกให้คนแก่ไหมคะ?
เพราะคนอื่นเขาไม่ลุกกันเลย 
ควรจะเรียงลำดับการให้คนนั่งที่นั่งพิเศษยังไงดี?

       “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายสุดท้ายของรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนยันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นขึ้นรถไฟฟ้า BTS แต่กลับรู้สึกกดดันตลอด ควรลุกให้ผู้สูงอายุดีมั้ย แม้จะท้องอยู่ก็ตาม

       โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันเรากำลังตั้งครรภ์เข้าเดือนที่ 5 แล้วเวลาเราขึ้น BTS  เราก็จะเล็งที่นั่งพิเศษเพื่อที่จะเข้าไปนั่ง แต่พอเราไปนั่ง มันก็จะมีผู้สูงอายุบ้าง เด็กบ้าง ที่จะมายืนอยู่ข้างหน้าเรา เพื่อที่จะรอนั่งเหมือนกัน พอเราเห็นก็จะรู้สึกกดดันว่า เราควรจะลุกให้ผู้สูงอายุมั้ย แต่พอเราเห็นว่าเป็นผู้สูงอายุ ถ้าสมมติว่าเราไม่ได้ตั้งครรภ์เราก็ลุกให้ แต่ตอนนี้เราตั้งท้องอยู่ และคนข้าง ๆ เราก็นั่งเล่นโทรศัพท์ เขาก็อาจจะไม่ได้สังเกตข้างหน้าว่าเป็นใคร คำถามของหนูที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ เราควรที่จะลุกให้คนอื่นนั่งมั้ย? หรือจริง ๆ แล้วเรานั่งแบบสบายใจได้เลย’

       โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปทางเดียวกันว่า ‘ความกังวลนี้น่าจะเกิดขึ้น กับคนที่นั่งข้าง ๆ มากกว่า ยุคนี้มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างเอื้อเฟื้ออารีย์ กับความเท่าเทียม ความเห็นแก่ตัว เรื่องนี้กลายเป็นคุณหนูที่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ที่ตรงนั้น ต้องมากังวลว่ามีสิทธิ์มากพอหรือเปล่า ถ้าเราประเมินว่าเริ่มเมื่อยหลังแล้ว คนท้องยืนนาน ๆ ก็ไม่ดีกับสุขภาพครรภ์อีก อยากให้คุณหนูหายใจเข้าลึก ๆ แล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันท้องฉันก็จำเป็นที่จะต้องนั่งตรงนี้เหมือนกัน แล้วกลั้นใจนั่งต่อไป ไม่ต้องรู้สึกอึดอัก เพราะสถานภาพของคุณหนู ก็ควรที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น ให้คนอื่นคิด เรามองไปที่คนอื่นได้ ให้เขารู้สึกว่าลุกหน่อยเถอะ คุณหนูไม่ต้องคิดมากเรามีสิทธิ์ที่จะนั่งได้’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณริน (นามสมมติ) ” อายุ 23 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องที่ตนนั้นเป็น LGBTQ+ มีนิสัยเรียบร้อย ชอบอยู่คนเดียวแต่เพื่อนร่วมงานชอบชวนไปสังสรรค์เพราะคิดว่าเราต้องวี้ดว้ายกล้าแสดงออกเหมือน LGBTQ+ คนอื่น “คุณริน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ว่ารินทำงานมาเกือบ 2 ปีกว่า เรารู้สึกว่าเราเป็นคนชอบอยู่กับตัวเองมาก ลักษณะนิสัยของรินไม่ได้เป็นคนที่เอะอะโวยวายมากจนเกินไป วันหยุดก็จะอยู่คนเดียว ไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าออกก็จะเป็นเดินห้างคนเดียว ไปหาอะไรทานแปปเดียวก็กลับห้อง ปัญหาก็คือเพื่อนร่วมงาน เพราะในที่ทำงานมีหลากหลายวัย หลากหลายอายุ ซึ่งเขาก็รบเร้าอยากให้เราไปสังสรรค์นอกเวลางาน ไม่ใช่ว่ารินไม่เคยไป แต่ไปแล้วรู้สึกว่าใช้พลังงานมากเกินไปและก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมงานที่คาดหวังอยากให้เรามีเอเนอร์จี้ในการเป็นคนที่โหวกเหวก แหกปากโวยวาย ประมาณว่าเป็นสาวสองก็ต้องเป็นแบบนี้สิ ถ้าเป็นแบบเธอคือมันผิด อะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องงานรินก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมด้วย ด้วยความที่เราก็อาจจะเป็นเด็กในกลุ่มทำงาน เลยอยากรู้วิธีการปรับตัวให้ได้มากที่สุด อยากกำจัดความรู้สึกตอนนี้แล้วก็อยากรู้ว่ามีวิธีการปฏิเสธอย่างไรให้ดูเป็นคนไม่แรงจนเกินไป เพราะว่ารินใช้วิธีเงียบใส่ไปหลายครั้ง เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะไปแล้วก็เหมือนเอาเรื่องที่ทำงานไปด้วย มันก็ดูเครียด ๆ บ้าง และส่วนตัวเราก็ดื่มเป็นบางครั้ง ไม่ได้ดื่มบ่อย ความสนุกของรินคือการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ตามคาเฟ่กับเพื่อน 2-3 คนซะมากกว่า เวลาปฏิเสธไปเขาก็จะมีตื๊อบ้างแต่เราก็ไม่รู้จะใช้วิธีพูดยังไง เลยเลือกที่จะเงียบไปเลย เราก็จะยิ้มแห้ง ๆ แล้วก็จบบทสนทนาไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา คือมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับงานแต่เขาก็อยากให้เราลองบ้าง แต่พอเราลองดูแล้วก็รู้สึกอึดอัด’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะพูดกับเขาตรง ๆ ว่าไม่ได้ดื่ม ซึ่งแรก ๆ มันก็จะมีปัญหานี่แหละ เขาก็จะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ไม่เชื่อ โกหก แต่ถ้ามันทำไปสักพักหนึ่ง เขาจะเลิกเองเพราะว่าเรายังเลือกที่จะยืนยัน ยืนกรานว่าเราไม่ได้เป็นคนดื่ม ไปก็จะไม่สนุก สักพักเขาก็จะเบื่อเราเอง และก็มีคนแนะนำมาน่าสนใจก็คือให้บอกว่าเป็นเรื่องเงิน บอกไปว่าไม่มีเงิน มันก็ไม่ได้ดูว่าเราเป็นคนไม่ Friendly นะเรื่องนี้ เราก็ยังสามารถไปร่วมกิจกรรมอย่างอื่นได้ เช่น ชวนไปกินข้าว และสุดท้ายไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมแต่ก็ลองไปบอกว่า หนูบนมาค่ะพี่ หนูทำงานที่นี่หนูก็เลยบนขอว่าหนูจะไม่ดื่ม ซึ่งถ้าเขาชวนเราแล้วเราไม่ไป พี่ว่าเขาก็จะหยุดชวนเราเอง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สำหรับหอม หอมก็รู้สึกว่าพูดไปตรง ๆ พูดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ว่าไม่ไป เอาไว้กิจกรรมอื่นครั้งหน้าค่อยไปกัน พูดตรง ๆ ได้เลย ถ้าเขาตื๊อก็ตอบว่า ไม่ไปค่ะ สั้น ๆ อย่างนี้ได้เลยนะ บอกได้เลยว่าเราไม่ได้ชอบไป ไม่ใช่ทุกคนจะชอบกินเหล้า เว้นแต่ว่ามันมีผลประโยชน์ในนั้นนะ อันนี้ต้องเอาสังคม งานขอความร่วมมืออะไรอย่างนี้ก็ต้องไป แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็บอกเขาตรง ๆ ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ก็เห็นด้วยกับทั้งเติ้ลและหอมเลยครับ จริง ๆ การไปสังสรรค์ต่อมันไม่ควรเป็นสิ่งที่มาตัดสินว่าใครจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่ดี คือคนไม่ไปต่อก็คุยเฮฮาที่ทำงานได้ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมต้องฝืนไปต่อเพื่อเอนเตอร์เทนใคร เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับใคร เพื่อเอาชนะใจใคร ไม่จำเป็น ผมก็เป็นคนไม่ค่อยดื่ม ทุกวันนี้ก็ยังหนีกลับเร็วเวลามีงานปาร์ตี้ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนเพื่อจะเอาชนะใจเขา ตอนทำงานก็ทำตัวไนซ์หน่อย ให้เขารู้ว่าเราก็เป็นคนเฟรนลี่นะแค่ไม่ได้ดื่ม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตกอยู่ในความสัมพันธ์รักทางไกลกับแฟน เขาชอบให้เราแสดงความรัก แต่เรากลับรู้สึกรำคาญ จะปรับเข้าหากันอย่างไรดีคะ?

06 ก.ย. 2026

ตกอยู่ในความสัมพันธ์รักทางไกลกับแฟน เขาชอบให้เราแสดงความรัก แต่เรากลับรู้สึกรำคาญ จะปรับเข้าหากันอย่างไรดีคะ?

ตกอยู่ในความสัมพันธ์รักทางไกลกับแฟนเขาชอบให้เราแสดงความรักแต่เรากลับรู้สึกรำคาญจะปรับเข้าหากันอย่างไรดีคะ? ‘คุณนาวี่ (นามสมมุติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (2 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องความรักระยะไกลของเธอกับแฟน ‘คุณนาวี่' (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เล่าว่า เธอคบกับแฟนมา 5 เดือน แฟนเด็กกว่าเธอ 5 ปี เป็นครั้งแรกที่คบกับแฟนแบบรักทางไกล ก่อนหน้านี้เคยอยู่จังหวัดใกล้เคียงกัน ได้เจอกันอาทิตย์ละครั้ง แต่ปัจจุบันเธอได้ลาออกจากงานและกลับไปอยู่จังหวัดบ้านเกิดซึ่งไกลกับจังหวัดที่เขาอยู่ หากขับรถยนต์ต้องใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง จึงทำได้เพียงวิดีโอคอลคุยกัน แต่ด้วยความที่เพิ่งเริ่มคบกัน และแฟนอยากให้คุณนาวี่แสดงออกถึงความรักความสนใจมาก ๆ จนทำให้ช่วงหลังเธอรู้สึกอึดอัด ทำอย่างไรก็ไม่ดีพอ พื้นฐานคุณนาวี่ไม่ได้เป็นคนติดแชต เมื่อก่อนเธอก็จะมีการส่ง Reels หรืออะไรต่าง ๆ ให้เขาดูบ้าง แต่พักหลังมานี้เธอติดซีรีส์จึงไม่ได้ส่งอะไรหาเขาเท่าไหร่ ซึ่งเธอก็อัปเดตกับเขาตลอดว่าเธอทำอะไร แต่ก็ยังมีความนอยด์จากเขาที่ทำให้คุณนาวี่รู้สึกได้ บวกกับเวลาการใช้ชีวิตของเธอและเขาไม่ตรงกัน เขาจะทำงานวันจันทร์ - เสาร์ เข้างาน 6 โมงเย็น - 6 โมงเช้า จะได้โทรคุยกันเฉพาะช่วงที่เขาพักเบรก ซึ่งเธอก็ไม่เคยนอยด์เขาเรื่องระยะเวลาหรือระยะทางที่ห่างกันเลย ช่วงหลังมานี้พอใครมาคาดหวัง หรือต้องการอะไรจากคุณนาวี่มาก ๆ นั่นทำให้เธอรู้สึกอึดอัด จนอยากที่จะถอยห่าง โดยปกติจะถอยห่างตั้งแต่ช่วงที่เป็นคนคุยแล้ว แต่กับคนนี้เธอเพิ่งมารู้สึกเอาช่วงหลัง จึงทำให้สับสนว่าตนเองแย่ไหมที่เป็นแบบนี้ ใจหนึ่งเธอเคยคิดว่าถ้าเขาได้เจอคนที่ดีกว่าก็ยินดีจะปล่อยเขาไป แต่อีกใจเธอกลับรู้สึกเสียดายกว่าจะเจอคนที่ดีแบบเขา จึงไม่อยากปล่อยไป เพราะนอกจากเขาจะเป็นคนที่มี Basic Love แล้ว เขายังรับผิดชอบตัวเองได้ หาเงินเลี้ยงตัวเองตั้งแต่เด็ก ไม่เกาะที่บ้านกิน ไม่ต้องให้คนรอบข้างคอยกังวล ไม่ติดเที่ยว ไม่สูบบุหรี่ จะมีแค่เรื่องที่เขางอแง และชอบมาคาดหวังกับคุณนาวี่ บางครั้งที่เธอตอบเขาปกติเขาก็จะทักว่า ทำไมเธอตอบเขาสั้น หรือบางครั้งถ้าคุณนาวี่ยุ่งจนลืมโทรปลุกเขาไปทำงาน เขาก็จะนอยด์ จนทำให้คุณนาวี่เครียด กดดัน จนเริ่มไม่อยากคุยกับเขา บางครั้งเวลาบอกเขาว่าง่วงจะไปนอน สาเหตุก็แค่เพราะว่าเธอไม่อยากคุยกับเขาแล้ว ซึ่งเวลาบอกเขาว่าอยากวางสายเพราะง่วงเขาก็ตอบโอเคแต่รุ่งเช้ามาเขาก็จะส่งคลิปนอยด์ ๆ อย่างเช่น “ควรดูแลใส่ใจคนข้าง ๆ” มาให้คุณนาวี่ โดยตัวแฟนยังอยากทำงานเก็บเงินอยู่ที่จังหวัดนั้น รวมถึงด้วยสายงานเขาจะโยกไปที่อื่นค่อนข้างยาก และในด้านคุณนาวี่เองก็เคยคิดจะหางานเพื่อไปอยู่ใกล้เขา แต่ช่วงหลังมาเธอเริ่มไม่อยากกลับไป สิ่งที่ทำให้คุณนาวี่รำคาญและอึดอัดที่สุดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมกัน คุณนาวี่ต้องการมุมมองจากดีเจทั้งสามว่า เธอแย่มากไหม หรือเป็นเขาที่งอแงไปเอง ถ้าอยากหาตรงกลางเพื่อปรับเข้าหากันจะคุยกับเขาดีไหม? หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า นิสัยส่วนตัวของคุณนาวี่ทำให้มันไม่ง่ายกับการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครก็ตาม เพราะคุณนาวี่มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ไม่ต้องการให้ใครบีบคั้นมากจนเกินไป ซึ่งมันไม่ผิด แค่ต้องเจอคนที่เข้ากันได้ มันยากเพราะในช่วง 6 เดือนแรกมันควรจะเสน่หา อยากเจอกัน แต่ในเมื่อคุณนาวี่เป็นคนติดซีรีส์มีชีวิตส่วนตัวไม่ชอบให้ใครมาตามเยอะ ว่างค่อยเจอ ก็ต้องหาคนที่เข้าใจได้ ไว้ใจได้ มั่นคงต่อกัน ต่อให้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระยะไกลก็ต้องเจอคนที่เข้ากัน แต่อันนี้คือมันยังไม่เข้ากันมาก แถมยังอยู่ไกล และเวลายังไม่ตรงกันอีก เป็นโจทย์ที่ยากมาก มันต้องมีอะไรที่เข้าใจกันได้บ้าง ไม่ใช่แค่เขาเป็นคนดี การเป็นคนดีนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ความเหมาะสมกันก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้าหากยังเสียดายเขา ให้อยู่ก็ลองปรับลองฝืนดูได้ ลองส่งข้อความหาเขาหลังดูซีรีส์จบ 1 ตอน 1 ครั้ง การรักษาความรักระยะไกลต้องใช้ความพยายามสูงมาก การที่จะรักษาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมันยาก แต่สุดท้ายหากเราลองแล้วไม่ได้ ต้องยอมปล่อยเขาไป เพราะเราไม่เหมาะกัน ความรักที่ดีมันไม่ต้องยาก ไม่ต้องซับซ้อนมาก ถ้าเงื่อนไขของเราเปลี่ยนไม่ได้สิ่งที่เปลี่ยนได้คือนิสัยเขาหรือนิสัยเรา ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า ถ้าอยากอยู่กับคนนี้ต่อแค่ตามใจเขา ทำในสิ่งที่เขาต้องการ ในตอนเริ่มต้นคุณนาวี่ดันโทรปลุกเขาเองทุกวัน ทำให้เขาเกิดความเอ๊ะเวลาที่ไม่ปลุก เหมือนกับความรักเราลดลง เราไปสร้างมาตรฐานไว้เอง ถ้าวันหนึ่งเราไม่ทำเขาต้องร้องหาอยู่แล้ว ต้องเรียกคุยว่า ถ้าเราดูซีรีส์เราจะหายไปเลยแบบนี้ แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาโอเคไหม ถ้าเขายังรู้สึกไม่โอเคจุกจิกไม่เลิก นั่นแปลว่าเราไม่เข้ากัน และไม่ต้องรู้สึกเสียดายเพราะแค่ 5 เดือน เป็นช่วงเรียนรู้ศึกษากัน อะไรที่ไม่ใช่ไม่ต้องไปต่อเพราะตอนคบกันถึง 2 ปีจะหนักกว่านี้ ความแคร์กันจะลดลง ลองปรับลองคุยกันก่อนว่า เรารักกันและอยู่ห่างกันแบบนี้ยิ่งควรมีพลังงานบวกต่อกันให้รู้สึกดี แต่พอเขางอแงมันทำให้คุณนาวี่อึดอัด และต้องถามเขากลับด้วยว่ามีอะไรที่เขาไม่โอเคไหม มาหาตรงกลางร่วมกัน ถ้าทั้งคู่มีตรงกลางร่วมกันจริงความสัมพันธ์นี้ก็ยังคงไปต่อกันได้ ปิดท้ายที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าคุณนาวี่อินกับเขาขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะคุณนาวี่อยากนอนมากกว่าคุยกับเขาทั้งที่เพิ่งคบกันเพียง 5 เดือน โดยปกติจะเป็นช่วงเวลาที่คนจะยอมไม่นอนเพราะอยากคุยกับแฟน ลองคุยกับตนเองดี ๆ ว่าอินกับตัวตนเขาหรือเปล่า หากถามตัวเองแล้วยังเห็นทางไปต่อก็ไป และปรับตัว แต่ดีเจเติ้ลมองว่ายาก เพราะเจอกับคนที่ทำให้ต้องฝืนตัวเอง ด้วยพื้นฐานที่เป็นคนไม่หวานอยู่แล้ว ขนาดอยู่ด้วยกันยังยาก แล้วยิ่งเป็นความสัมพันธ์ระยะไกล ยิ่งต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษในการทำให้เขารู้สึกถึงการมีอยู่ของความรักที่คุณนาวี่มอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะหากไม่ทำความสัมพันธ์ระยะไกลก็จะไปไม่รอดทันที สิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่ยิ่งทำให้คุณนาวี่ยิ่งรำคาญ และไม่อยากทำ ลองดูว่าคุณนาวี่จะลองปรับตนเองได้แค่ไหนถ้าอยากจะให้เขาอยู่ หรือหาคนใหม่ที่เข้ากับเราดูเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขา ผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย” แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อน

21 มิ.ย. 2024

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขา ผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย” แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อน

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขาผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย”แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อนกลับไปหาคนเก่าเขาบอก “เราพูดเองนะว่าไม่ต้องรอ ตอนนี้มีคนใหม่แล้ว” “คุณบิว (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา Position เรื่องเซ็กส์ที่ไม่ตรงกับแฟนเก่า โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ผมตัดสินใจบอกเลิกแฟนเก่าไป ซึ่งเหตุผลที่ผมบอกเลิกเค้า มันเป็นเหตุผลที่ไม่น่าเอามาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิก ผมกับแฟนเราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ และ Position ของเราคือเราเป็นรุกด้วยกันทั้งคู่ เวลาที่เค้าขอมีอะไรด้วยผมก็จะรู้สึกอึดอัดและไม่อยากมีอะไรด้วย ผมก็เลยคิดว่าถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปเราจะไปด้วยกันได้มั้ย ผมก็เลยตัดสินใจบอกเลิกเค้าไปทั้ง ๆ ที่เค้ายังรักผมมาก ตัวเค้าเองก็งงว่าเพราะอะไร แล้วเค้าก็ยื้อผมและว่าจะไม่ทำแล้วก็ได้ แต่ ณ ตอนนั้นผมเองก็มั่นใจว่าจะเลิก ผมก็เลยบอกเลิกเค้าไป จนผ่านมา 1 เดือน ผมก็ไปคุยกับคนใหม่ที่ Position ตรงข้ามกัน ซึ่งในส่วนนี้ผมก็โอเคแล้ว แต่ในเรื่องของความรัก การเอาใจใส่ การดูแล ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ และไม่เหมือนกับคนเก่า ผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่ และบอกเลิกกับคนใหม่ เลยทำใจอยู่พักหนึ่งและทักไปหาคนเก่าเพื่อบอกขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น และขอโอกาสในการกลับไปคบกันได้มั้ย แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือเค้ามีคนคุยใหม่ไปแล้ว เพราะตอนนั้นผมบอกเค้าว่าไม่ต้องรอ ยังไงผมก็ไม่กลับ ซึ่งตอนที่เค้าบอกว่ามีคนใหม่ไปแล้วผมรู้สึกจุกมาก ทำอะไรไม่ถูก นึกสงสารเค้าตอนที่เราไปทำกับเค้า คือการไปมีคนใหม่ ตอนที่เค้ารู้ เค้าต้องเสียใจมากกว่าเราอีกกี่เท่า เค้าต้องนั่งร้องไห้คนเดียว พอเรามาเจอเองเลยรู้สึกอยากกลับไปรักเค้าอีกสักครั้ง ผมยอมที่จะเปลี่ยนตัวเองในเรื่องของ Position เพราะผมพึ่งมาตระหนักได้ว่าสิ่งที่เค้าทำมันมีค่ามากแค่ไหน ณ ตอนนั้นผมเอาเรื่อง Position มาตัดสินความรักที่เค้ามีให้ผม ซึ่งมันไม่ควรเลย และตอนที่เค้ามีคนใหม่ไปแล้วเค้าบอกกับผมว่า “ถ้าวันไหนที่เราและเค้าโสด เราอาจจะกลับมาคบกันก็ได้” ผมเลยบอกเค้าว่าจะรอ แต่ผมก็คิดในใจว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่น่าให้อภัยเลย ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะรอเค้าหรือหายไปจากเค้าดี...?’ โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อกหักครั้งแรกมันจะเจ็บมากอยู่แล้ว ตอนนี้บิวแค่ต้องยอมรับความจริง พี่มองว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นก็เพื่อให้เรารู้ตัว หรือทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง และบางครั้งการที่คนเราจะเรียนรู้อะไรบางอย่างมันจะต้องเสียไปก่อน บางครั้งเราต้องเก็บมันเป็นประสบการณ์ และยอมรับความจริง บางอย่างไปแล้วไปเลย ไม่ใช่ว่าเราจะฟูมฟาย โวยวาย เพื่อเรียกร้องโอกาสกลับมา และถ้าเรารักเค้าจริง สิ่งที่เราควรจะคิดคืออย่างที่พี่เติ้ลบอกว่าชีวิตของเค้าไม่ได้ต้องการการรักษาอะไร เค้าอาจจะได้ไปพบกับความรักที่ดีและเหมาะสมกับเค้า แล้วที่เค้าบอกว่า “ถ้าวันใดวันหนึ่งเราโสดทั้งคู่ เราอาจจะกลับมาคบกันก็ได้” พี่ไม่อยากดับฝันนะบิว ประโยคนี้คือประโยคพื้นฐานในการบอกเลิกสำหรับวัยรุ่น แล้วอยากให้การเลิกกันครั้งนี้มันไม่ทำร้ายจิตใจกันมาก สิ่งที่บิวต้องทำตอนนี้คือยอมรับความจริง ว่าตัวเราเคยเสียคนรักไปคนหนึ่งไปด้วยเรื่องนี้นะ เอาไว้เป็นประสบการณ์ และถ้าจะรอ รอได้ครับ แต่ต้องรอเงียบ ๆ รอแบบที่ไม่ได้ไปวุ่นวายกับเค้า ซึ่งบิวจะทำได้จริงรึป่าว มันทรมาน เพราะงั้นถ้าบิวเอาเรื่องนี้เป็นประสบการณ์แล้วไปหาคนรักที่เหมาะสมกับบิวจริง ๆ ไม่ใช่ว่าชีวิตนี้จะไม่เจอใครอีก เพราะบิวพึ่ง 19 และนี้มันคือการอกหักครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกมันเจ็บเสมอ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ด้วยความที่ประสบการณ์บิวน้อยมากในการมีแฟน คนแรกก็คือคนที่คบกัน 9 เดือน ซึ่ง 9 เดือนยังไม่รู้จักกันดีพอเลย โดยเฉลี่ย 2 ปีที่จะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ความหลงความวาบหวิวมันจะค่อย ๆ ละเลือนหายไป ง่าย ๆ เลยนะคะ มันเหมือนแก้วที่มีฝุ่นอยู่แล้วยังไม่ตกตระกอน และบิวกำลังเปรียบเทียบระหว่างคนเก่ากับคนใหม่แค่ 2 คนเอง คือถ้าพี่มองพี่ก็ไม่รู้ว่ารุก-รับ มันสามารถเปลี่ยนกันได้ไหม และประเด็นคือบิวยังไม่เคยลองมาก่อนบิวจะไม่รู้ว่ามันโอเครึป่าว พี่มองว่าปัญหาเรื่องเซ็กส์เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน คนเก่ากลับมาก็ยังเป็นปัญหาเหมือนเดิม แล้วจะแก้ไขได้รอดไหมก็ยังไม่รู้ ฉะนั้นถ้าเป็นรุกเหมือนกัน พี่ก็จะตอบเลยว่าคนนี้ยังไม่ใช่ แล้วคนที่เลิกกันไปก็ยังไม่ใช่ คือวันนี้ที่คบกันไป 2 คน คือยังไม่ใช่ทั้ง 2 คนเลย บิวแค่เปรียบเทียบว่าคนไหนดีกว่ากัน แต่ถ้าบิวใช้ชีวิตตามหาคนที่ใช่จริง ๆ มันจะไม่มีข้อเสียที่เป็นข้อใหญ่ขนาดนี้ เรื่องเซ็กส์สำหรับเด็ก 19 ไม่เราก็เค้าเดี๋ยวจะต้องมีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าอยากจะรอเพราะรู้สึกว่าคนนี้ใช่แล้ว ก็รอได้ไม่เสียหาย เพราะคนที่เจ็บไม่ใช่ใคร มันคือบิว และการรอก็ต้องเผื่อใจว่าถ้ากลับมาแล้วก็อาจจะเลิกกันอีกก็ได้ ถ้าเลิกกันอีกครั้งบิวก็ต้องแข็งแรงขึ้นกว่าครั้งแรก เพราะครั้งนี้บิวดูเจ็บหนักมากด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยอยู่ เหมือนกับโดนมีดบาดครั้งแรกที่มันโคตรจะเจ็บเลย มันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าให้พี่แนะนำว่าเราควรจะหายไปจากชีวิตเค้าเลยไหม คือ ณ วันนี้เราไปยุ่งกับเค้าไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเค้ามีแฟนแล้ว เราต้องให้เกียรติคนที่เค้าคุยด้วย และการที่เราเข้าไปวุ่นวายกับแฟนเก่ามาก ๆ เราไม่รู้ว่าเค้ารู้สึกยังไง ให้หาใครสักคนคุยไปด้วยหรือตามหาคนที่ใช่ อย่าเสียเวลา และจะได้เรียนรู้ด้วยว่าคนที่ใช่เป็นแบบไหน เข้ากับเราได้ไหม หาไปเรื่อย ๆ มันคือเรื่องของชั่วโมงบิน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แยกเป็น 2 อย่างนะบิว อย่างแรกเรื่องที่น้องบิวอกหักตอน อายุ 19 พี่เติ้ลว่านี่คือเรื่องปกติ เพราะถ้าอย่างพวกพี่ย้อนกลับไปตอนอายุ 19 พวกพี่ก็ทำอะไรผิดพลาดมาเยอะ พี่ว่าดีที่สุดคือการเอามันมาเป็นบทเรียน ว่าเราเคยเลิกรากับคนหนึ่งไป ในกรณีคนแรกเราอาจจะยังพยายามไม่พอ หรือถ้าเราลองพยายามเปิดใจมากกว่านั้น เราลองดูแล้วมันไม่ใช่แล้วเราเลิกกันก็อาจจะสบายใจกว่า ณ ตอนนี้ ทั้งหมดทั้งมวลพี่ว่าต้องเอามาเป็นบทเรียน ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าพี่ย้อนกลับไปก็อยากไปตบกระบาลตัวเองเหมือนกัน แต่เรื่องบางเรื่องมันผ่านมาแล้ว เราก็แค่ต้องไปต่อ และพี่ไม่อยากให้บิวคิดว่าผู้ชายคนแรกนั้นดีสุด ๆ จนคิดว่าตัวเองไม่สามารถหาได้ดีกว่านี้อีกแล้ว มันไม่จริงหรอกบิว หนูพึ่งผ่านมาแค่ 2 คน พี่เชื่อว่าบิวทนอีกหน่อยรอให้เวลามันผ่านพ้นไป เดี๋ยวมันจะมีคนที่ทั้งดูแลบิวและเค้าก็จะมีรสนิยมเป็นรับที่ดูโอเคมาก ๆ ก็ได้ อันที่สองเรื่องรสนิยมทางเพศ การที่บิวบอกว่าถ้าเค้ากลับมาผมพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง พี่อยากจะบอกว่าบิวใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเกินไป เพราะ มันอาจจะเป็นไปได้ถ้าบิวรองเป็นโพซิชั่นรับ แล้วบิวโอเคกับมัน และไปต่อได้อย่างเพอร์เฟค แต่พี่เห็นหลายคู่มากที่มีการพยายามแบบนี้ แต่สุดท้ายมันไม่สามารถไปได้จริง ๆ เพราะถ้าเค้าไม่แฮปปี้แบบสุด ๆ ที่จะทำ สุดท้ายเค้าก็อยากนะกลับไปเป็นแบบเดิมที่เค้าเป็น ซึ่งพี่ว่าเรื่องแบบนี้ในวัยเท่านี้มันค่อนข้างเป็นปัจจัยหนึ่งที่เค้าจะเลือกคู่ของกันและกัน หรือบางคนที่เค้าไม่ต้องการเซ็กส์มันก็จะไม่มีปัญหาเลย แต่ถ้าถ้าเป็นคนที่ยังมีความต้องการทางเพศอยู่ แล้วต้องการให้อีกฝ่ายสนองความต้องการของตัวเอง พี่ว่าเรื่องนี้มันสำคัญ ถ้าเราต้องหักความต้องการของตัวเองขนาดนั้นแล้วเราไม่ได้แฮปปี้ขนาดนั้น พี่ว่ามันจะไม่รอดในระยะยาว ตอนนี้บิวแค่เอาใจไปยึดติดกับคนแรกมาก ๆ จนไม่เหลือพื้นที่ให้กับตัวเองในอนาคตเลย ซึ่งถ้าตอนนี้เค้ามีคนใหม่แล้ว บิวต้องไปมีชีวิตของตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

21 ก.พ. 2025

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำและทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้เเต่เเฟนต้องตื่นเช้า? “คุณหมวย (นามสมมติ)” อายุ 30ปี สายสุดท้ายของ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในความสัมพันธ์กับแฟน โดย “คุณหมวย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานตำเเหน่ง Project Coordinator​​ ที่ช่วยผู้จัดการ ผู้ช่วย เลยทำให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการทำงาน ไม่ได้ทำงานเป๊ะๆ เเบบเข้างาน 9 โมง เลิกงาน 6 โมงเย็น แต่คือหนูสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เข้างานกี่โมงก็ได้ ซึ่งตรงนี้มันทำให้หนูเกิดปัญหากับเเฟนเพราะว่า เเฟนมองหนูว่าขี้เกียจรึป่าว ทำไมเขาต้องตื่นเช้าไปทำงาน เเต่หนูไปทำงานสายๆ เเล้วเขาก็ชอบพูดกับหนูเเบบติดนอยว่า เออ ทำไมงานสบายจัง หรือหนูทำงานจริงรึป่าวเนี่ย เเต่หนูกับเเฟนก็อายุห่างกันเเค่ 3 - 4 ปี เเต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดเเบบนี้เป็นเพราะหนูก็พึ่งย้ายมาทำงานนี้ ตอนที่คบกับเขามาได้ประมาณ 2 ปี ส่วนเรื่องภายในบ้านตอนนี้ หนูก็ช่วยเขาออกค่าใช้จ่ายเป็นปกติ ไม่ได้ให้เขาออกคนเดียว หรือไปเบียดเบียนเขาเลย ก็คือหนูสามารถดูเเลตัวเองได้ เเล้วหลังๆมาปัญหานี้ก็ทำให้หนูรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เเละคำพูดเขาด้วย ที่สำคัญหนูไม่ได้อยากทะเลาะกับเขาเรื่องนี้เพราะหนูทำงานก็เหนื่อยเเล้ว เขาทำงานฝั่งของเขาก็เหนื่อย เเล้วทุกเช้าหนูก็จะตื่นมาส่งแฟนไปทำงานก่อน แต่โดนพูดเเบบนี้ตลอด หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรคุยกับเขาเรื่องนี้เเบบจริงจังดีไหม หรือควรปล่อยผ่านเป็นเรื่องขำๆ ไปดีคะ? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นพี่กำลังคิดอยู่ปัญหานี้มันเกิดจากอะไร หรือเขาไม่ได้ว่าหนูด้วยเหตุเเละผล เขาอาจจะคิดว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเช้า เเต่เเฟนสามารถไปทำงานตอนไหนก็ได้ ก็เลยรู้สึกเเบบ ฟาดงวงฟาดงาเเบบนั้นรึป่าว ก็อาจจะลองปรับเปลี่ยนดู เเต่ถ้ามันสุดทางเเล้วจริงๆพี่ว่าอาจจะต้องลองปรับเขาออกไปเเทน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ลองฟังดู เขาดูไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตเท่าไหร่นะ เเละพี่ก็เชื่อว่าต่อให้หมวยลาออกจากงาน เเล้วทำงานบ้านอย่างเดียวเขาก็จะพูดเหมือนเดิมว่า เเล้วถ้าหมวยกล้าพูด หมวยก็ต้องลองพูดกับเขาดูนะ ว่าเขาไม่โอเคอะไรกับหมวย เพราะถ้าพูดตามความเป็นจริงหมวยก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หมวยลองคุยกับเขาดูว่าเเบบ เธอโอเครึป่าว หรือเธอมีปัญหาอะไรจากงาน เเล้วถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็บอกให้หยุดพูดเเบบนี้กับหมวย ลองคุยกับเขาประมาณนี้ พูดในความรู้สึกเเบบเป็นห่วงเขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-