“มาร์ค ศิวัช” คว้าตำแหน่งทูตอนุญาโตตุลาการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2023

ENTERTAINMENT NEWS

“มาร์ค ศิวัช” คว้าตำแหน่งทูตอนุญาโตตุลาการ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2023

05 เม.ย. 2023

เป็นข่าวดีสำหรับวงการบันเทิงไทย ที่มีนักแสดงคุณภาพรุ่นใหม่ “มาร์ค - ศิวัช จำลองกุล” ที่ล่าสุดรับตำแหน่ง ทูตอนุญาโตตุลาการคนแรกในประเทศไทย  นับเป็นครั้งที่ 2 ดำรงตำแหน่งเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ประจำปี 2023 

ซึ่งสถาบันอนุญาโตตุลาการ THAC (Thailand Arbitration Center) เป็นสถาบันฯ ที่ให้บริการด้านการอนุญาโตตุลาการ และการประนอมข้อพิพาทในระดับสากลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมระบบอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศและให้บริการด้านอนุญาโตตุลาการที่มีความเป็นอิสระและมีมาตรฐาน

โดย มาร์ค กล่าวว่า “ ขอขอบคุณนางสาวมัชฌิมธร คัมภิรานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันอนุญาโตตุลาการ (รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันอนุญาโตตุลาการ) ในการมอบตำแหน่งทูตอนุญาโตตุลาการคนแรกในประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2023 นี้  สำหรับให้ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ VDO Corporate ผมรู้สึกดีใจอย่างมากและภูมิใจในในการทำหน้าที่นี้เพื่อให้สถาบันอนุญาโตตุลาการ  ออกสู่สาธารณชนให้รู้จักให้มากที่สุดครับ

 

ภาพ : THAC (Thailand Arbitration Center)

related ENTERTAINMENT NEWS

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

12 มิ.ย. 2022

“จัสติน บีเบอร์” ป่วยอัมพาตครึ่งหน้า จำเป็นต้องยกเลิกงานทัวร์คอนเสิร์ตทั้งหมด เพื่อรักษาตัวให้หายดี

ทำเอาแฟน ๆ ช็อคและเป็นห่วงกันเลยทีเดียว หลังจาก “จัสติน บีเบอร์” ได้โพสต์คลิปวิดีโอแจ้งอาการป่วยผ่านอินสตาแกรม โดยเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค “แรมเซย์ ฮันท์ซินโดรม”เว็บไซต์พบแพทย์ระบุว่าเป็นโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัดโดยตรงเกิดจากการที่เชื้อไวรัสเข้าไปจู่โจมเส้นประสาทสมองทำให้เขาไม่สามารถขยับใบหน้าซีกขวาได้ ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้เล่าว่า “อาการเหล่านี้มาจากไวรัสโจมตีเส้นประสาทในหู และเส้นประสาทบนใบหน้า จนทำให้ใบหน้าของผมเป็นอัมพาตอย่างที่คุณเห็น ดวงตาข้างนี้กระพริบไม่ได้ ผมยิ้มไม่ได้ รูจมูกก็จะไม่ขยับ ใบหน้าข้างนี้ของผมเป็นอัมพาตไปแล้ว”อาการในตอนนี้ค่อนข้างเลวร้าย และต้องทำกายภาพใบหน้าเพื่อให้กลับมาเป็นปกติ สำหรับงานทัวร์คอนเสิร์ต “Justice World Tour” ทั้งใน โตรอนโต, วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวยอร์ก ต้องยกเลิกไปก่อน เพื่อรักษาตัวให้หายดี ซึ่ง “จัสติน บีเบอร์” ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “สำหรับคนที่ผิดหวังกับการยกเลิกคอนเสิร์ตของผม ร่างกายของผมมันไม่สามารถทำได้จริง ๆ มันค่อนข้างหนัก อย่างที่พวกคุณเห็น ร่างกายบอกให้ผมต้องช้าลง ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจผมจะใช้เวลานี้เพื่อพักผ่อน ผ่อนคลาย จะได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100%เพื่อที่ผมจะได้ทำในสิ่งที่ผมรัก”

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

(G)I-DLE เกิร์ลครัชแห่งยุค กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก! ในไทย

30 ส.ค. 2022

(G)I-DLE เกิร์ลครัชแห่งยุค กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก! ในไทย

สนุก สุดเหวี่ยง สมกับการรอคอยของชาวเนเวอร์แลนด์ไทย (ชื่อแฟนคลับ) สำหรับความพิเศษจากศิลปินเกิร์ลครัชแห่งยุค จีไอเดิล(G)I-DLE กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย 2022 (G)I-DLE WORLD TOUR [JUST ME ( )I-DLE] IN BANGKOK ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานีเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม มาพร้อมทะเลไฟสีสวยที่ส่องสว่างจากเนเวอร์บง 5 สาว จีไอเดิล มิยอน (Miyeon),มินนี่ (Minnie) ,โซยอน (Soyeon), อูกี (Yuqi) และ ชูฮวา (Shuhua) พร้อม! ปรากฏตัวบนเวทีด้วยลุค All Blackเปิดตัวด้วยเพลงสุดปังที่ทำเอาอะดรีนาลีนชาวเนเวอร์แลนด์หลั่งไหล ‘Oh my god’, ‘VILLAIN DIES’, ‘LATATA’ ก่อนจะทักทายแฟนๆ กันอย่างพร้อมเพรียงด้วยด้วยภาษาไทยว่า “สวัสดีค่ะ พวกเรา จีไอเดิลค่า”แค่เริ่มต้นก็ได้ใจชาวเนเวอร์แลนด์ไทยไปเต็มๆ แล้ว ถือเป็นออเดิร์ฟเปิดต่อมรับความสนุก ความฟิน ที่บอกใบ้ให้ชาวเนเวอร์แลนด์เตรียมใจรับความมันส์กันต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงแบบ Non Stop!งานนี้สาวๆ จีไอเดิลขนความพิเศษจากเพลงในมินิอัลบั้มชุดที่ 4 “I burn” มาร้องให้ฟังกันสดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘HANN (Alone in Winter)’, ‘HANN (Alone)’, ‘MOON’, ‘ALREADY’, ‘HWAA’ก่อนจะส่งต่อความร้อนแรงไปสู่ กับเพลง ‘NEVER STOP ME’, ‘Uh-Oh’ ที่ชาวเนเวอร์แลนด์ได้เพิ่มความพิเศษของโชว์นี้ ด้วยการชูป้ายโปรเจกต์ Happy Birthday ให้กับลีดเดอร์โซยอน ล่วงหน้า 6 วัน ทำเอาลีดเดอร์คนแซ่บเขินไม่หยุดนอกจากนี้ สาวๆ จีไอเดิล ยังโชว์ความน่ารัก ความสดใส มาอ้อนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการโชว์ Dance Battle เพลงไทยสุดคิ้วท์ สาดภาษาไทยประโยคเด็ดๆ ที่ทำเอาแฟนๆ ใจบางไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า มีความสุขมากๆ, เนเวอร์แลนด์แซ่บมาก, เนเวอร์แลนด์ เก่งปุยมุ้ย ,รักเนเวอร์แลนด์งับงับ ,เนเวอร์แลนด์ฮอตมากค่าอีกทั้งช่วงท้าย 5 สาว ก็พร้อมใจโดดขึ้นรถเลื่อน เพื่อเดินทางไปหาแฟนๆ ทั่วทั้งฮอลล์ให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นบรรยากาศการส่งท้ายที่ทั้งอบอุ่น และซาบซึ้งในในความปริติยินดี ที่ได้มาเจอกันในโอกาสพิเศษนี้ ซึ่งทำเอาสาวมินนี่ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้เห็นความรัก และแรงสนับสนุนของเนเวอร์แลนด์ชาวไทย ที่พร้อมมอบความรักให้พวกเธออย่างมากมายท่วมท้นขนาดนี้ ภาพ : BE HEAR NOW KPOP

“ลิซ่า BLACKPINK - พัคโบกอม - วี BTS” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE

24 มิ.ย. 2022

“ลิซ่า BLACKPINK - พัคโบกอม - วี BTS” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE

“ลิซ่า BLACKPINK” บินลัดฟ้าสู่ปารีส ประเทศฝรั่งเศษ เพื่อไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ CELINE Men’s Summer 2023 ในฐานะ Global Brand Ambassador คนแรกและคนเดียวของแบรนด์ “Celine” นอกจากนี้ยังมีพระเอกชื่อดัง “พัคโบกอม” และ “คิมแทฮยอง” หรือ “วี BTS” เดินทางไปร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญอีกด้วย โดยทั้ง 3 คน ได้เดินทางไปปารีสพร้อมกันด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว แต่ที่แฟน ๆ ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก คือ แฟชั่นการแต่งตัวในการเดินทางของทั้ง 3 คน ซึ่ง “ลิซ่า” มาในลุคสุดเท่แต่แอบปนความน่ารักด้วยเสื้อฮู้ดเอวลอยสีเทากับกางเกงหนังขายาวสีดำ ส่วน “วี BTS” มาด้วยเสื้อนอกผ้าพลิ้วพิมพ์ลายเสือดาวกับกางเกงขากระดิ่ง ทางด้าน“พัคโบกอม” มาด้วยแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลกับเสื้อยืดสีขาว และกางเกงยีนส์สีอ่อน งานนี้เหล่าแฟนคลับเกาหลีก็ได้ไปร่วมส่งทั้ง 3 คนกันถึงสนามบิน “Seoul Gimpo (SGBAC)” ส่วนแฟนคลับชาวไทยพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #LisaAimeParis จนพุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 กันเลยทีเดียว ภาพ : dispatch

album
efm
-

-