ครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้ามาอยู่ทับที่ครอบครัวคนตาย.. เฮี้ยนจนต้องนอนกอดโฉนดเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นของเรา!

ENTERTAINMENT NEWS

ครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้ามาอยู่ทับที่ครอบครัวคนตาย.. เฮี้ยนจนต้องนอนกอดโฉนดเพื่อบอกว่าที่นี่เป็นของเรา!

27 ม.ค. 2023

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘คอนโด’ เป็นหนึ่งทางเลือกที่อยู่อาศัยของคนสมัยใหม่ แต่ขึ้นชื่อว่า ‘ที่อยู่’ คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนมือ ผลัดวนกันเข้ามาอยู่อาศัย เรื่องนี้ก็เช่นกัน จะเป็นอย่างไร..? เมื่อหนึ่งครอบครัวคนเป็น ย้ายเข้าไปอยู่คอนโดของครอบครัวคนตาย เรื่องหลอนจาก ‘คุณหยก’ ที่ได้โทรเข้ามาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (24 มกราคม 2566) ที่ผ่านมา

คุณหยกเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเพื่อนที่ชื่อว่า ‘คุณข้าวโอ๊ต’ มีน้องสาวชื่อ ‘เปิ้ล’ และยังเป็นคนแม่เลี้ยงเดี่ยวของ ‘น้องแอคชั่น’ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คุณข้าวโอ๊ตก็ได้เริ่มความสัมพันธ์กับ ‘คุณเก่ง’ จนในที่สุดก็จดทะเบียนสมรสด้วยกัน ครอบครัวที่เริ่มจะสมบูรณ์จึงมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ด้วยกัน คอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เดินทางสะดวก ราคาไม่สูงมาก แถมยังเป็นคอนโดใหม่ คอนโดมือสองแห่งนี้จึงตอบโจทย์ครอบครัวนี้ได้ไม่ยาก

ในช่วงแรก คุณข้าวโอ๊ตก็ยังไป ๆ มา ๆ ระหว่างคอนโดเก่าเคยอยู่กับน้องสาวอย่างคุณเปิ้ล และคอนโดของครอบครัวใหม่ เพราะน้องแอคชั่นติดแม่และน้ามาก จึงไม่อยากรวบรัดให้ย้ายที่อยู่ ต้องให้เวลาน้องแอคชั่นปรับตัวด้วย ส่วนทางด้านคุณเก่ง ก็เข้าไปอยู่ก่อนเพื่อเช็คระบบ ทั้งประปา ไฟฟ้า และความเรียบร้อยทั้งหมดของคอนโด

นิสัยการนอนของคุณข้าวโอ๊ตคือไม่ค่อยชอบนอนเปิดแอร์ ถ้านอนคนเดียวก็จะเปิดหน้าต่างไว้ ซึ่งนั่นทำให้ได้กลิ่น Aftershave อ่อน ๆ ในช่วงเช้า และจะเริ่มเข้านอนเวลา 3 ทุ่มทุกวัน ความหลอนเริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้ ระหว่างที่นอนเล่นโทรศัพท์กำลังจะเคลิ้มหลับ คุณข้าวโอ๊ตก็ได้ยินเสียงเปิดประตู และเสียงของชายที่ไม่รู้จักดังขึ้นว่า “อ้าวคุณ” หรือบางทีก็เป็นเสียงผู้หญิงพูดขึ้นก่อน พูดประมาณว่า “วันนี้ทำงานมาเหนื่อยมั้ย?” “วันนี้กินข้าวกับอะไรมา” เป็นบทสนทนาสั้น ๆ ทั่วไปเหมือนครอบครัวนึง คุณโอ๊ตก็คิดแค่เพียงว่าอาจจะเป็นเสียงจากห้องข้าง ๆ สักพักก็เริ่มชินกับเหตุการณ์นี้ จากนั้นก็พาน้องแอคชั่นย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน

หลังจากน้องแอคชั่นย้ายเข้ามา พฤติกรรมการกินของน้องก็เปลี่ยนไป ปกติแล้วน้องจะกินข้าวจนหมด แต่หลัง ๆ ไม่เป็นแบบนั้น คุณข้าวโอ๊ตสงเกตุว่าน้องจะเหลือข้าวไว้ช้อนนึงบ้าง คำสองคำบ้าง บางทีก็นั่งเล่นหัวเราะอยู่คนเดียว ซึ่งน้องแอคชั่นที่อายุ 6-7 ขวบ ก็น่าจะเลยวัยที่จะนั่งเล่นหรือพูดคนเดียวแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณข้าวโอ๊ตหนักใจอะไร เพราะบางทีก็คิดว่าคุยกับน้าในมือถือ หรือเล่นเกมอยู่คนเดียว

จนกระทั่งวันหยุดวันหนึ่ง คุณข้าวโอ๊ตกำลังทำสวนเล็ก ๆ อยู่ที่ระเบียง ซึ่งมีทั้งต้นไม้ใหม่ที่ย้ายเข้ามา และต้นไม้เก่าของเจ้าของเก่าปะปนกันอยู่ด้วย ถ้าใบไหนตายแล้ว คุณข้าวโอ๊ตก็จะดึงออก ระหว่างที่ทำสวนอยู่นั้น น้องแอคชั่นก็ร้องขึ้นมาว่า “ไม่เอาๆ อย่าทำแบบนี้ แอคชั่นกลัว ไม่เอาน้องแพรว พี่ไม่เล่น!” คุณข้าวโอ๊ตก็สงสัยว่าน้องแพรวเป็นใครจึงเอ่ยปากถามว่า “น้องแอคชั่นคุยกับใครคะลูก?” น้องก็ตอบกลับมาว่า “เนี่ยแม่ น้องแพรวชอบเล่นแบบนี้ ยิ้มกว้างเลย” คุณข้าวโอ๊ตก็สงสัยว่าเล่นยังไง จึงเดินเข้าไปหาและถามให้แน่ใจอีกครั้งว่า “หนูเล่นกับใครอยู่หรอ?” น้องตอบกลับทันควันด้วยความใสซื่อว่า “เนี่ยไง น้องแพรว ยืนอยู่ข้างหลังแม่ไง” “ตอนนี้น้องแพรววิ่งเข้าไปในห้องแม่แล้ว” นั่นทำให้คุณข้าวโอ๊ตถึงกับต้องนิ่ง เมื่อตั้งสติได้ก็รีบชวนน้องแอคชั่นออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ก่อนจะไป คุณข้าวโอ๊ตต้องอาบน้ำก่อน ระหว่างที่จะเปิดประตูเข้าห้องน้ำ น้องแอคชั่นก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “เนี่ย.. น้องแพรวอยู่ในตู้ ถ้าไม่เชื่อแอคชั่นแม่ลองเปิดดูเลย!” พอเห็นลูกรบเร้าแบบนั้น คุณข้าวโอ๊ตจึงตัดสินใจเปิดดูข้างในตู้ พอเปิดออกมาก็ได้กลิ่นแป้งเด็กลอยเข้ามาเตะจมูกทันที จากนั้นคุณข้าวโอ๊ตก็บอกลูกว่า “น้องแอคชั่นอย่าไปไหนนะ รอแม่แปปนึง” พูดเสร็จก็รีบกุลีกุจอล้างตัวแล้วขับรถออกไปห้างทันที หลังจากนั้นก็โทรเล่าเรื่องราวที่เจอให้คุณเก่งฟัง คุณเก่งก็บอกว่า “ที่นี่พึ่งเปิดใหม่ ไม่น่าจะมีประวัติอะไรนะ แล้วเราก็ซื้อตรงกับเจ้าของเลย ไว้เดี๋ยวเราว่างตรงกันจะเล่าให้ฟัง จะได้สบายใจ” แล้วก็วางสายไป คุณข้าวโอ๊ตพาน้องแอคชั่นเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ห้างจนถึงเวลาต้องกลับ เมื่อถึงหน้าคอนโด น้องแอคชั่นก็อยากกินไก่ทอดขึ้นมา จึงแวะซื้อก่อนเข้าห้อง น้องก็พูดขึ้นมาว่า “แม่ซื้อเผื่อน้องแพรวด้วยนะชิ้นนึง เพราะน้องแพรวชอบแย่งน้องกิน แอคชั่นต้องแบ่งข้าวไว้ให้น้องกินด้วยช้อนนึงตลอด” ประโยคนั่นทำให้คุณข้าวโอ๊ตปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันถึงพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปของลูก

เมื่อถึงห้อง น้องแอคชั่นก็แบ่งไก่ทอด 1 ชิ้นไว้อีกจานข้าง ๆ แล้วก็นั่งกินในส่วนของตัวเองไป คุณข้าวโอ๊ตก็ชวนลูกคุยตามประสาคนเป็นแม่ จนกระทั่งน้องแอคชั่นพูดขึ้นมาว่า “แม่ครับ น้องแพรวมาขอบคุณครับ อยู่ข้าง ๆ แม่เลย” คุณข้าวโอ๊ตที่ใจไม่ดีมาทั้งวันก็รีบพาน้องแอคชั่นอาบน้ำเข้านอนทันที ส่วนตัวเองก็กินยาแก้แพ้เพื่อที่จะได้นอนหลับ กระทั่งหลับไป..

กลางดึกคืนนั้น.. คุณข้าวโอ๊ตรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ และเมื่อพลิกตัวก็ได้กลิ่น  Aftershave ลอยมาอีกครั้ง พอลืมตาก็เห็นร่างของผู้ชายและผู้หญิงลอยขนาบข้างน้องแอคชั่น เสียงผู้หญิงพูดว่า “ทำไมทิ้งของของชั้นแล้วไม่บอกกันก่อน” คุณข้าวโอ๊ตตกใจสบถคำหยาบคายออกมาเป็นประโยค แล้วผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “ชั้นไม่ได้พูดจาหยาบคายกับเธอเลยนะ ทำไมไม่พูดกับชั้นดี ๆ ” จากนั้นก็มีเสียงดัง “ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!” ตรงหัวเตียง พอมองขึ้นไปก็เห็นร่างของเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบ มองก้มหน้าโกรธ ๆ แล้วก็อ้าปากขึ้น กรามล่างหักค้างอย่างสยดสยอง คุณข้าวโอ๊ตเห็นดังนั้นก็กรี๊ดแล้วสลบไป!

เช้าวันต่อมา คุณข้าวโอ๊ตรู้สึกตัวขึ้นก็เห็นว่าน้องแอคชั่นอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบพาลูกไปส่งโรงเรียน พอจะกลับคอนโด ในใจก็คิดหนัก เพราะยังรู้สึกสยองกับเรื่องที่เจอเมื่อคืนมาก จึงกลับไปที่อยู่เก่าก่อน แล้วค่อยไปทำงาน หลังจากนั้นก็คุยกับคุณเก่งว่าสรุปที่นี่มีประวัติอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมาก เพราะคุณเก่งเองก็พยายามถามเจ้าของเก่าแล้ว ระหว่างนั้นเอง คุณข้าวโอ๊ตที่เจอเรื่องนี้บ่อยเข้าก็ทนไม่ไหว หยิบเอาโฉนดมานอนกอด พอเจอก็บอกว่า “ขอโทษนะคะ แต่หนูเป็นเจ้าของห้องนี้ร่วมกับแฟนหนูค่ะ หนูซื้อโดยถูกต้อง อย่ามาทำแบบนี้ ถ้ามีอะไรอย่ามาทำให้เห็นแบบนี้ บอกมาได้ เข้าฝันก็ได้ บอกดี ๆ แล้วลูกพี่ พี่ดูแลด้วย อย่ามายุ่งกับลูกหนู หนูกลัว!” แล้วร่างที่ลอยอยู่ก็ค่อย ๆ หายไป ส่วนน้องแพรวก็ยังเล่นแบบนั้นอยู่

จนกระทั่งวันหยุดของคุณเก่งมาถึง คุณเก่งบอกว่า “เจ้าของห้องบอกว่า ผมรับช่วงต่อมา เป็นห้องของครอบครัวพี่ชายผม แล้วเขาประสบอุบัติเหตุรถคว่ำตายยกครอบครัวในระหว่างทางที่กำลังขับกลับมาที่คอนโด ส่วนน้องแพรวที่ตอนนั้นไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ก็กระเด็นไปนอกกระจก แล้วปากก็ไปเกี่ยวกับกระจกข้าง จนกรามล่างฉีก จิตสุดท้ายของครอบครัวนี้ก็คงจะอยากกลับบ้าน”

เมื่อได้ยินดังนั้น ครอบครัวคุณข้าวโอ๊ตก็หมั่นทำบุญตักบาตรทุกเช้า กลายเป็นธรมมเนียมจนชินชา เพราะก่อนออกจากบ้านก็จะพูดว่า “น้องแพรวฝากดูบ้านด้วยนะ มีอะไร อยากบอกอะไรก็มาเข้าฝันน้านะ” พอกลับเข้าบ้านก็จะพูดว่า “กลับมาแล้วนะ ของอยู่ตรงนี้นะ” กลายเป็นอยู่ด้วยกันแต่เหตุการณ์สยองนั้นไม่ได้เจออีกแล้ว..

ติดตามความหลอนย้อนหลัง

related ENTERTAINMENT NEWS

‘ขวัญ INDIGO’ เผลอพูดจะทำบุญให้ แต่ไม่ได้ไป สุดท้ายเจอโดนของดีเข้าอย่างจัง!

17 พ.ย. 2022

‘ขวัญ INDIGO’ เผลอพูดจะทำบุญให้ แต่ไม่ได้ไป สุดท้ายเจอโดนของดีเข้าอย่างจัง!

เรื่องเล่าที่ชาว EFM ต้องขนหัวลุกทั้งสตูนี้ มาจากประสบการณ์หลอนของ ‘ขวัญ วง INDIGO’ที่ได้แชร์เรื่องราวของการไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัดในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (15 พฤศจิกายน 2565) เรื่องราวของ ‘ขวัญ’ จะเป็นอย่างไร เตรียมขนหัวลุกกันในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘หุ่นพยนต์’ ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่อง ขวัญได้เท้าความว่าหลังจากที่ได้มีการบวช ต้องยอมรับว่าตัวเองนั้นเป็นคนมี sense ทำให้ขวัญนั้นค่อนข้างที่จะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง แต่จะรู้สึกได้กับคนใกล้ชิดที่อยู่ด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ กับคนที่ไม่สนิทหรือพึ่งเคยเจอกัน จะไม่รู้สึกถึงอะไรเลย จากนั้น ขวัญก็ย้ำอย่างชัดเจนในรายการว่า ‘หุ่นพยนต์’ ที่พูดถึงนี้ ไม่ได้เป็นของสมาชิกในวงและทีมงานใด ๆ แต่เกี่ยวข้องกับโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ล่าสุด ‘INDIGO’ ได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตร้องเพลงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาขวัญเล่าว่า ทุกครั้งที่จะเข้าโรงแรมหรือเปลี่ยนสถานที่นอน ก็มักจะพูดเสมอว่า “ถ้าวันนี้มีโอกาส จะไปทำบุญให้นะ แล้วก็ขอนอน ขอเข้าพื้นที่ตรงนี้นะ” ขวัญยังบอกอีกว่าถ้าไม่พูดหรือไม่พกพระไปด้วย ขวัญจะโดนตลอด “คล้าย ๆ กับว่าโดนคนมาขอบุญอะไรแบบนี้ค่ะ” ขวัญกล่าว และยังเสริมว่าขวัญเคยมานอนที่โรงแรมแห่งนี้ และรู้ดีว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่...วันนี้เองก็เช่นกัน เมื่อมาถึงโรงแรมในช่วงเกือบจะพลบค่ำ ขวัญจึงขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง และพูดประโยคที่ต้องพูดทุกวัน แต่ด้วยความที่เหนื่อยมาก จึงคิดในใจว่า “วันนี้คงไม่ได้ไปทำบุญแล้วแหละ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าถ้ามีโอกาสค่อยว่ากัน” จากนั้นก็ผล็อยหลับไปหลังจากนั้น ขวัญก็เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก จึงทุบหน้าอกตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่มีอะไร สักพักก็มี ‘ขาม้าสีน้ำตาล’ มาวางพาดบนหน้าอกของขวัญ! ขวัญพยายามคิดว่าตัวเองคงฝันไป และบอกในใจว่า “อย่ามายุ่ง” ไม่ทันไร ม้าทั้งตัวก็ทับตัวขวัญ แล้วก็ร้องเสียงแหลมโหยหวนชวนขนลุก! ขวัญคิดในใจว่า “หายใจไม่ออก เอาออกไปเถอะ” ทันดันใดนั้นเอง ก็มี ‘คุณยาย’ ที่มีผมหยิกฟันดำกระโดดมาทับตัวขวัญอีก แล้วก็ยื่นหน้าเข้ามายิ้มใกล้ ๆ แถมยังหัวเราะเสียงแหลมดังก้อง!ขวัญรู้ทันทีว่าโดนเข้าให้แล้ว แต่จะให้ขยับตัวก็ทำไม่ได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ไม่สามารถท่องบทสวดมนต์อะไรได้เลย ทั้ง ๆ ที่ตัวขวัญนั้นเข้าห้องพระสวดมนต์ทุกเช้า ขวัญพยายามรวบรวมสติและพูดในใจว่า “เดี๋ยวขวัญทำบุญให้ ตอนนั้นที่พูดว่าจะไปทำบุญให้แล้วไม่ได้ไป ขวัญปากพล่อย ขวัญขอโทษ ขวัญไม่ได้ลบหลู่นะ” สักพักแสงสว่างจ้าก็ว้าบขึ้นมา แล้วภาพก็ตัดหายไปไม่นาน ขวัญก็รู้สึกตัวและหายใจได้อย่างเต็มปอดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ขยับตัวไปไหน และยังไม่กล้าลืมตาเพราะกลัวจะเห็นม้าอยู่ แต่แล้วก็ตัดสินใจเฮือกสุดท้าย เอื้อมมือไปขวานหาโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และค่อย ๆ ลืมตาขึ้น จากนั้นก็พิมพ์ไปหาผู้จัดการว่า “หนูเจอยายแก่กับม้าว่ะ หนูเจอแล้วก็หายใจไม่ออก” ผู้จัดการถามกลับมาด้วยความห่วงใยว่าอยู่ได้มั้ย ขวัญที่เริ่มได้สติกลับมาก็ตอบกลับไปว่า “อยู่ได้ค่ะ” จากนั้นผ่านไปสักพักก็ได้เวลาที่จะต้องไปทำงานแล้ว เมื่อขวัญเตรียมตัวออกจากห้องเสร็จ ลงมาที่หน้า Lobby ผู้จัดการก็ถามว่า “เขามายังไง” ขวัญก็เล่ารายละเอียดให้ฟังระหว่างนั้นก็ลงลิฟต์แล้วเดินไปที่หน้าประตูโรงแรม ผู้จัดการก็วิ่งมาหาขวัญหน้าตาตื่น แล้วกระซิบบอกให้ขวัญดูทางขวามือ เมื่อหันไปดูก็พบ ‘หุ่นพยนต์ที่เป็นผู้หญิงผมหยิกฟันดำขี่ม้าสีน้ำตาล’ วางตั้งไว้กับประตูโรงแรม ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีมงานทั้งหมด รวมทั้งขวัญและสมาชิกในวงเองก็ไม่ได้สังเกตเห็นเลยขวัญเล่าเพิ่มเติมว่า หุ่นนั้นได้ถูกนำมาวางครอบไว้ที่ประตูอีกทีนึง จนกระทั่งต้องเดินทางกลับ ขวัญจึงได้เล่าเรื่องนี้ให้กับ ‘บลู’ และ ‘โดนัท’ สมาชิกในวงได้ฟัง โดนัทจึงลองหาข้อมูลแล้วก็นำมาสันนิษฐานกันเองว่า เขาน่าจะนำหุ่นนี้มาครอบเพื่อปกปักรักษาโรงแรมไว้ เพราะที่ตรงนั้นเคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นหลังจากนั้น ขวัญก็ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตในงานไหว้พระจันทร์ และก็ได้ไหว้พร้อมทั้งบอกว่า “บุญนั้นหนูอุทิศให้หมดเลย”ติดตามชมรายการย้อนหลังได้

“Yes Indeed Band” สุดปัง! เตรียมขึ้น “Big Mountain Music festival 12”

22 มิ.ย. 2022

“Yes Indeed Band” สุดปัง! เตรียมขึ้น “Big Mountain Music festival 12”

สร้างปรากฎการณ์สยามแตกกันเลยทีเดียว! สำหรับวงดนตรีระดับมัธยม “Yes Indeed Band” การรวมตัวของ 5 สมาชิก พอร์ส - นรากร อิสระวรางกูล (ร้องนำ+กีตาร์ อายุ 18 ปี), แพนเค้ก - อิสรีย์ อิสระวรางกูล (ร้องนำ อายุ 16 ปี), มังกร - รัชชานนท์ วรกิจไพบูลย์ (มือกลอง อายุ 18 ปี), ทะเล – ยศธก ชะเอม (กีตาร์โซโล่) อายุ 15 ปี และ ติน - ตฤณ ฟูจิตนิรันดร์ (คีย์บอร์ด อายุ 15 ปี) จากวันแรก จนถึงวันนี้ กลายเป็นที่รู้จักได้รับความนิยมมากขึ้น บวกกับกระแสไวรัลบนโลกโซเชียล ทำให้มีแฟนคลับมารอชมโชว์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มาเล่นโชว์ เปิดหมวก รวมไปถึง มีเหล่าศิลปินนักร้องชื่อดัง ต่างก็แวะเวียนมาร่วมแจมกันอีกด้วย ยิ่งตอกย้ำปรากฎการณ์ “Yes Indeed Band” ให้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุด “ป๋าเต็ด - ยุทธนา บุญอ้อม” หัวเรือใหญ่ “Big Mountain Music festival” ประกาศผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว “Yuthana Boonorm” ชวนน้องๆ วง “Yes Indeed Band ” มาขึ้นคอนเสิร์ตบนเวที “Big Mountain Music festival 12 ” ด้วยแคปชัน “ให้ขึ้นเวทีไหนดีนะ” ทำเอาแฟนๆเข้ามาคอมเม้นต์กันอย่างมากมายเลยทีเดียวภาพ : Yuthana Boonorm

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

27 ต.ค. 2022

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

ใครเป็นเด็กหอต้องมีเสียวสันหลัง เมื่อได้ฟังเรื่อง “รูมเมท” จากคุณนุ๊ก สายที่ 2 ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เธอได้โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขวัญผวาของคนมีเซนส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (25 ตุลาคม 2565)“อยู่ที่ไหน นุ๊กก็จะมีรูมเมท” คุณนุ๊กเปิดหัวเรื่องด้วยประโยคชวนขนลุก ก่อนจะเล่าว่า ในช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น คุณนุ๊กพักอยู่หอในกับรูมเมท (คน) ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทางคุณนุ๊กเองก็ได้บอกรูมเมทไปล่วงหน้าว่า “เราอาจจะเห็นอะไรแปลกๆ นะ” รูมเมทก็ตอบกลับมาว่า “เราชอบฟังเรื่องผี” ทั้งสองจึงอยู่ด้วยได้กันช่วงแรกหลังจากได้เข้าไปอยู่ คุณนุ๊กก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในห้อง หลังๆ ก็เริ่มรู้สึกมากขึ้น อย่างตอนที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะก็จะรู้สึกว่าที่หางตามีผู้หญิงนั่งอยู่ปลายเตียงของรูมเมท ในทุกๆคืน คุณนุ๊กจะสวดมนต์ก่อนนอน แต่ถ้าวันไหนไม่ได้สวด ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาดึงขาบ้าง มาทุบที่คางบ้างและนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นมีอยู่วันหนึ่งคุณนุ๊กกลับมานอนพักที่ห้อง ระหว่างที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนนั้นเธอรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ จากนั้นก็เห็นคนเปิดประตูเข้ามา ซึ่งก็คิดว่าเป็นรูมเมท สักพักพอคนนั้นเดินมาข้างๆ เตียง เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลกเพราะตรงเตียงของคุณนุ๊กและรูมเมทนั้นจัดชิดติดกันตั้งแต่แรกไม่มีช่องว่างที่จะสามารถเดินเข้ามาได้แล้วคนๆ นั้นเธอเดินเข้ามาระหว่างเตียงคุณนุ๊กกับเตียงรูมเมทได้ยังไง?จากนั้นเธอก็ยื่นมือมาจัดหิ้งพระที่คุณนุ๊กนำมาวางไว้บนหัวเตียง พอเสร็จ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ก็กำลังจะเกิดขึ้น!เธอค่อยๆ นั่งลงกับพื้นแล้วก็เอามือจับขอบเตียงทั้งสองข้าง ใบหน้ายื่นเข้ามาหาคุณนุ๊กในระยะประชิด! ลักษณะตาโบ๋ลึกเข้าไป ปากก็โบ๋กว้าง คุณนุ๊กคิดในใจว่าไม่ใช่รูมเมทแล้ว ไม่ใช่แม้กระทั่งคนด้วยซ้ำไป จึงพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้หลุดออกจากตรงนี้ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณนุ๊กก็หลุดออกจากตรงนั้นพลันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าไม่มีเบอร์ใครโทรเข้ามาเลย คุณนุ๊กไม่รอช้า รีบออกจากห้องทันทีหลังจากวันนั้น คุณนุ๊กก็ไม่กล้านอนคนเดียวในตอนกลางวันอีกเลย และมักจะชวนเพื่อนอีก 2 คนมานั่งเล่นด้วยแทน หนึ่งในบทสนทนาคือประสบการณ์หลอนที่คุณนุ๊กมักจะเจอ แต่แล้วคุณนุ๊กและเพื่อนอีกคนก็ต้องหันมามองหน้ากัน เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมา ทั้งคู่พยายามไม่คิดอะไร และทำตัวให้ปกติที่สุด เพื่อให้เพื่อนอีกคนที่ไม่ได้ยินเสียงนั้นสบายใจนอกจากเหตุการณ์นั้นแล้ว คุณนุ๊กก็ยังเจออีกเรื่อยๆ เช่น มีเพื่อนมาอยู่ด้วยในขณะที่คุณนุ๊กนั่งสวดมนต์อยู่ เพื่อนคนนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นเสียงผู้หญิงหวานๆ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคุณนุ๊กที่สวด แต่พอมองไปที่คุณนุ๊กก็พบว่า เธอสวดอยู่ในใจ ไม่ได้อ้าปากออกเสียงอะไรเลย ส่วนคุณนุ๊กเองก็เคยได้ยินคนสวดมนต์ตามเสียงตัวเองเหมือนกัน ก็เข้าใจว่ารูมเมทมาร่วมสวดด้วย แต่พอหันไปดูก็พบว่าเขาแค่นั่งดูโทรทัศน์ไม่ได้ขยับปากแม้กระทั่งรูมเมทที่บอกว่าชอบฟังเรื่องผี แต่ไม่เคยเจอกับตัว กลายเป็นว่าเขาก็ต้องเจอไปด้วย อย่างในตอนที่ออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ คิดว่าเป็นคุณนุ๊ก จึงเรียก แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแต่อย่างใด รูมเมทจึงไม่ได้สนใจ พอเดินมาที่กลางห้อง ถึงได้เห็นว่าคุณนุ๊กยืนส่องกระจกอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกับที่เจอเมื่อสักครู่นี้เมื่อไม่สามารถย้ายหอได้เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่าง คุณนุ๊กจึงทำได้เพียงสวดมนต์และแผ่เมตตาให้บ่อยๆ หลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น และเริ่มมาเฉพาะตอนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น มีครั้งหนึ่งที่คุณนุ๊กป่วย คืนนั้นคุณนุ๊กกำลังโทรคุยกับเพื่อน พอเวลาประมาณ 5 ทุ่ม เพื่อนก็ถามว่า “ห้ะ? พูดว่าอะไรนะ?” จากนั้นสายก็ตัดไป พยายามโทรกลับไปหาเท่าไหร่ก็ไม่ติด แต่ก็ไม่คิดอะไรแล้วก็นอนหลับไป วันต่อมา คุณนุ๊กก็ถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอกว่าได้ยินเสียงผู้หยิงพูดแทรกเข้ามาว่า “พอแล้วนะ จะให้นอน” ด้วยน้ำเสียงไพเราะฟังสบายและอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กจำได้แม่นเลยก็คือ ในตอนนั้น สมุดบัญชีได้หายไปทั้งหมด 2 เล่ม คุณนุ๊กก็มานั่งที่เตียงแล้วก็พึมพำว่า “ช่วยนุ๊กหาสมุดบัญชีหน่อยสิ” สักพักก็มีความรู้สึกให้เดินไปที่เก้าอี้ที่มีประเป๋าแขวนไว้ พอเปิดดูก็พบสมุดบัญชีเล่มหนึ่ง จากนั้นคุณนุ๊กก็กลับมานั่งที่เตียงแล้วบอกว่า “เจอเล่มเดียวเอง แล้วอีกเล่มนึงล่ะ?” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องเดินกลับไปที่เดิม แล้วก็มองไปที่พื้น ซึ่งรอบแรก คุณนุ๊กมั่นใจเลยว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ พอมารอบนี้ก็พบสมุดบัญชีวางอยู่คุณนุ๊กเล่าเพิ่มว่า ช่วงหนึ่งรูมเมทที่เคยอยู่ด้วยกันมีเหตุต้องย้ายออกไป ทำให้คนใหม่ย้ายมา แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจนัก เพราะคนใหม่มักคุยโทรศัพท์เสียงดัง คุณนุ๊กจึงคิดในใจว่า “อยากนอนอ่ะ จัดการให้หน่อย” หลังจากพูดเสร็จ อยู่ดีๆ รูมเมทคนใหม่ก็วางสายแล้วก็นอนทันทีคุณนุ๊กเองในตอนนั้น ก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึงไปแล้ว ตอนที่ต้องย้ายออกจากหอ คุณนุ๊กก็ร้องไห้เพราะรู้สึกผูกพัน หลังจากนั้นก็มีทำบุญให้เรื่อยๆอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กเล่า คือก่อนหน้าที่คุณนุ๊กจะย้ายเข้าไปอยู่ ที่ชั้น 5 ของหอนี้ได้เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต คุณนุ๊กเองก็ทราบและไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากได้ห้องหมายเลข 214 ที่เป็นห้องตรงสามแยกพอดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วันหนึ่งขณะกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ ก็สังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งใส่กระโปรงสั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน แต่คุณนุ๊กอยากขึ้นแค่คนเดียว จึงยืนรออยู่หน้าลิฟต์ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไม่กดลิฟต์สักที คุณนุ๊กจึงเดินเข้าไป ปรากฏว่าในลิฟต์ดันไม่มีใครอยู่เลย คุณนุ๊กที่ชินกับเรื่องแบบนี้ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสคุยกับยามประจำหอ พี่ยามก็บอกว่า “อ๋อ คนเห็นประจำ น่าจะเป็นคนที่ชั้น 5 ส่วนลิฟต์ตัวนั้น เป็นลิฟต์ที่ขนศพเขาลงมา”ปัจจุบัน คุณนุ๊กก็ยังคงมีเซนส์ มักจะเห็นอะไรที่คนปกติไม่เห็นอยู่เสมอสามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ทาง

หัวใจเป็นสีชมพูแล้ว “เจย์บี GOT7” กำลังคบหาดูใจ กับเมคอัพอาร์ติสและยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง “PURE.D”

08 ก.ค. 2022

หัวใจเป็นสีชมพูแล้ว “เจย์บี GOT7” กำลังคบหาดูใจ กับเมคอัพอาร์ติสและยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง “PURE.D”

เปิดตัวหวานใจอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่ม “เจย์บี GOT7” ที่ล่าสุดสื่อชื่อดังของเกาหลี “Wikitree” ได้รายงานว่า “เจย์บี GOT7” กำลังคบหาดูใจกับเมคอัพอาร์ติสและยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง “PURE.D” หรือ “คิมโดฮยอน” มาเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว โดยทั้งคู่ได้รู้จักกันผ่านทางคนสนิท และมีความสนใจในงานศิลปะเหมือนกันซึ่งโฆษกส่วนตัวของทางศิลปินก็ออกมายอมรับว่า “เนื่องจากทั้งคู่นั้นเป็นบุคคลสาธารณะ ดังนั้นจึงค่อนข้างระมัดระวัง ซึ่งเจบี และ PURE.D มีความสัมพันธ์ที่ดีมาตลอด 9 เดือน และหวังว่าแฟน ๆ จะสนับสนุนพวกเขาต่อไป...”งานนี้สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าอากาเซ่เป็นอย่างมาก โดยแฟน ๆ มาร่วมกันแสดงความยินดีให้กับความรักครั้งนี้ของเจย์บี ผ่าน #JAYB ทำเอาติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันเลยทีเดียวภาพ : jaybnow.hr

album
efm
-

-