เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

ENTERTAINMENT NEWS

เซนส์แรงเป็นเหตุ จะเกิดอะไรขึ้น?! เมื่อ ‘คน’ มีเพื่อนเป็น ‘ผี’ !!

27 ต.ค. 2022

ใครเป็นเด็กหอต้องมีเสียวสันหลัง เมื่อได้ฟังเรื่อง “รูมเมท” จากคุณนุ๊ก สายที่ 2 ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เธอได้โทรเข้ามาแชร์ประสบการณ์ขวัญผวาของคนมีเซนส์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (25 ตุลาคม 2565)

อยู่ที่ไหน นุ๊กก็จะมีรูมเมท” คุณนุ๊กเปิดหัวเรื่องด้วยประโยคชวนขนลุก ก่อนจะเล่าว่า ในช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั้น คุณนุ๊กพักอยู่หอในกับรูมเมท (คน) ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทางคุณนุ๊กเองก็ได้บอกรูมเมทไปล่วงหน้าว่า “เราอาจจะเห็นอะไรแปลกๆ นะ” รูมเมทก็ตอบกลับมาว่า “เราชอบฟังเรื่องผี” ทั้งสองจึงอยู่ด้วยได้กัน

ช่วงแรกหลังจากได้เข้าไปอยู่ คุณนุ๊กก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในห้อง หลังๆ ก็เริ่มรู้สึกมากขึ้น อย่างตอนที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะก็จะรู้สึกว่าที่หางตามีผู้หญิงนั่งอยู่ปลายเตียงของรูมเมท ในทุกๆคืน คุณนุ๊กจะสวดมนต์ก่อนนอน แต่ถ้าวันไหนไม่ได้สวด ก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาดึงขาบ้าง มาทุบที่คางบ้างและนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

มีอยู่วันหนึ่งคุณนุ๊กกลับมานอนพักที่ห้อง ระหว่างที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น ตอนนั้นเธอรู้สึกตัว แต่ขยับไม่ได้ จากนั้นก็เห็นคนเปิดประตูเข้ามา ซึ่งก็คิดว่าเป็นรูมเมท สักพักพอคนนั้นเดินมาข้างๆ เตียง เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลกเพราะตรงเตียงของคุณนุ๊กและรูมเมทนั้นจัดชิดติดกันตั้งแต่แรกไม่มีช่องว่างที่จะสามารถเดินเข้ามาได้

แล้วคนๆ นั้นเธอเดินเข้ามาระหว่างเตียงคุณนุ๊กกับเตียงรูมเมทได้ยังไง?

จากนั้นเธอก็ยื่นมือมาจัดหิ้งพระที่คุณนุ๊กนำมาวางไว้บนหัวเตียง พอเสร็จ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ก็กำลังจะเกิดขึ้น!

เธอค่อยๆ นั่งลงกับพื้นแล้วก็เอามือจับขอบเตียงทั้งสองข้าง ใบหน้ายื่นเข้ามาหาคุณนุ๊กในระยะประชิด! ลักษณะตาโบ๋ลึกเข้าไป ปากก็โบ๋กว้าง คุณนุ๊กคิดในใจว่าไม่ใช่รูมเมทแล้ว ไม่ใช่แม้กระทั่งคนด้วยซ้ำไป จึงพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้หลุดออกจากตรงนี้ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณนุ๊กก็หลุดออกจากตรงนั้นพลันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าไม่มีเบอร์ใครโทรเข้ามาเลย คุณนุ๊กไม่รอช้า รีบออกจากห้องทันที

หลังจากวันนั้น คุณนุ๊กก็ไม่กล้านอนคนเดียวในตอนกลางวันอีกเลย และมักจะชวนเพื่อนอีก 2 คนมานั่งเล่นด้วยแทน หนึ่งในบทสนทนาคือประสบการณ์หลอนที่คุณนุ๊กมักจะเจอ แต่แล้วคุณนุ๊กและเพื่อนอีกคนก็ต้องหันมามองหน้ากัน เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมา ทั้งคู่พยายามไม่คิดอะไร และทำตัวให้ปกติที่สุด เพื่อให้เพื่อนอีกคนที่ไม่ได้ยินเสียงนั้นสบายใจ

นอกจากเหตุการณ์นั้นแล้ว คุณนุ๊กก็ยังเจออีกเรื่อยๆ เช่น มีเพื่อนมาอยู่ด้วยในขณะที่คุณนุ๊กนั่งสวดมนต์อยู่ เพื่อนคนนั้นก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นเสียงผู้หญิงหวานๆ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคุณนุ๊กที่สวด แต่พอมองไปที่คุณนุ๊กก็พบว่า เธอสวดอยู่ในใจ ไม่ได้อ้าปากออกเสียงอะไรเลย ส่วนคุณนุ๊กเองก็เคยได้ยินคนสวดมนต์ตามเสียงตัวเองเหมือนกัน ก็เข้าใจว่ารูมเมทมาร่วมสวดด้วย แต่พอหันไปดูก็พบว่าเขาแค่นั่งดูโทรทัศน์ไม่ได้ขยับปาก

แม้กระทั่งรูมเมทที่บอกว่าชอบฟังเรื่องผี แต่ไม่เคยเจอกับตัว กลายเป็นว่าเขาก็ต้องเจอไปด้วย อย่างในตอนที่ออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นผู้หญิงยืนหันหลังอยู่ คิดว่าเป็นคุณนุ๊ก จึงเรียก แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับแต่อย่างใด รูมเมทจึงไม่ได้สนใจ พอเดินมาที่กลางห้อง ถึงได้เห็นว่าคุณนุ๊กยืนส่องกระจกอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกับที่เจอเมื่อสักครู่นี้

เมื่อไม่สามารถย้ายหอได้เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่าง คุณนุ๊กจึงทำได้เพียงสวดมนต์และแผ่เมตตาให้บ่อยๆ หลังจากนั้นก็เริ่มดีขึ้น ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น และเริ่มมาเฉพาะตอนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น มีครั้งหนึ่งที่คุณนุ๊กป่วย คืนนั้นคุณนุ๊กกำลังโทรคุยกับเพื่อน พอเวลาประมาณ 5 ทุ่ม เพื่อนก็ถามว่า “ห้ะ? พูดว่าอะไรนะ?” จากนั้นสายก็ตัดไป พยายามโทรกลับไปหาเท่าไหร่ก็ไม่ติด แต่ก็ไม่คิดอะไรแล้วก็นอนหลับไป วันต่อมา คุณนุ๊กก็ถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็บอกว่าได้ยินเสียงผู้หยิงพูดแทรกเข้ามาว่า “พอแล้วนะ จะให้นอน” ด้วยน้ำเสียงไพเราะฟังสบาย

และอีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กจำได้แม่นเลยก็คือ ในตอนนั้น สมุดบัญชีได้หายไปทั้งหมด 2 เล่ม คุณนุ๊กก็มานั่งที่เตียงแล้วก็พึมพำว่า “ช่วยนุ๊กหาสมุดบัญชีหน่อยสิ” สักพักก็มีความรู้สึกให้เดินไปที่เก้าอี้ที่มีประเป๋าแขวนไว้ พอเปิดดูก็พบสมุดบัญชีเล่มหนึ่ง จากนั้นคุณนุ๊กก็กลับมานั่งที่เตียงแล้วบอกว่า “เจอเล่มเดียวเอง แล้วอีกเล่มนึงล่ะ?” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องเดินกลับไปที่เดิม แล้วก็มองไปที่พื้น ซึ่งรอบแรก คุณนุ๊กมั่นใจเลยว่าไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นจริงๆ พอมารอบนี้ก็พบสมุดบัญชีวางอยู่

คุณนุ๊กเล่าเพิ่มว่า ช่วงหนึ่งรูมเมทที่เคยอยู่ด้วยกันมีเหตุต้องย้ายออกไป ทำให้คนใหม่ย้ายมา แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างสบายใจนัก เพราะคนใหม่มักคุยโทรศัพท์เสียงดัง คุณนุ๊กจึงคิดในใจว่า “อยากนอนอ่ะ จัดการให้หน่อย” หลังจากพูดเสร็จ อยู่ดีๆ รูมเมทคนใหม่ก็วางสายแล้วก็นอนทันที

คุณนุ๊กเองในตอนนั้น ก็รู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึงไปแล้ว ตอนที่ต้องย้ายออกจากหอ คุณนุ๊กก็ร้องไห้เพราะรู้สึกผูกพัน หลังจากนั้นก็มีทำบุญให้เรื่อยๆ

อีกเหตุการณ์ที่คุณนุ๊กเล่า คือก่อนหน้าที่คุณนุ๊กจะย้ายเข้าไปอยู่ ที่ชั้น 5 ของหอนี้ได้เกิดเหตุมีคนเสียชีวิต คุณนุ๊กเองก็ทราบและไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากได้ห้องหมายเลข 214 ที่เป็นห้องตรงสามแยกพอดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ วันหนึ่งขณะกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ ก็สังเกตเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งใส่กระโปรงสั้นเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน แต่คุณนุ๊กอยากขึ้นแค่คนเดียว จึงยืนรออยู่หน้าลิฟต์ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไม่กดลิฟต์สักที คุณนุ๊กจึงเดินเข้าไป ปรากฏว่าในลิฟต์ดันไม่มีใครอยู่เลย คุณนุ๊กที่ชินกับเรื่องแบบนี้ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสคุยกับยามประจำหอ พี่ยามก็บอกว่า “อ๋อ คนเห็นประจำ น่าจะเป็นคนที่ชั้น 5 ส่วนลิฟต์ตัวนั้น เป็นลิฟต์ที่ขนศพเขาลงมา

ปัจจุบัน คุณนุ๊กก็ยังคงมีเซนส์ มักจะเห็นอะไรที่คนปกติไม่เห็นอยู่เสมอ

สามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังแบบเต็มๆ ได้ทาง

related ENTERTAINMENT NEWS

Bangkok ARE YOU READY? RADWIMPS ประกาศเอเชียทัวร์ 2023 แล้ว!!!

07 เม.ย. 2023

Bangkok ARE YOU READY? RADWIMPS ประกาศเอเชียทัวร์ 2023 แล้ว!!!

RADWIMPS วงร็อกแถวหน้า ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น รู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศเอเชียทัวร์สุดพิเศษในฤดูร้อนนี้ หลังจากข่าวการขายบัตรอเมริกาทัวร์หมดเกลี้ยง และประกาศยุโรปทัวร์ต่อทันที สำหรับเอเชียทัวร์ของเราก็ไม่น้อยหน้า เริ่มรอบแรกในวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะไปต่อที่ ไทเป ไต้หวัน กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย กรุงเทพฯ และปิดท้ายที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 โยจิโระ โนดะ นักร้องนำกล่าวว่า "ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะแสดงความตื่นเต้นของตัวเองออกมาอย่างไร ผ่านมา 3 ปีแล้ว และพวกเราก็แก่ขึ้นถึง 3 ปี ซึ่งเพลงของพวกเราก็โตขึ้นเช่นกัน ผมจะไปหาแฟนๆ ทุกคน เหมือนกับว่าทุกคนคือคนรัก ที่ผมอยากพบ ดังนั้น เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับ ผมแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!” โยสุเกะ ทาคาดะ เบส กล่าวเสริมว่า: “นานแล้วที่เราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ต ที่ผู้ชมสามารถกรีดร้องและตะโกนได้ ดังนั้นผมจึงอยากสนุกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ” เมื่อเร็วๆ นี้ RADWIMPS ได้ร่วมงานกับ Kazuma Jinnouchi นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง เพื่อสร้างเพลงประกอบอนิเมชั่น ของผู้กำกับมากความสามารถอย่าง Makoto Shinkai เรื่อง “Suzume” ที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ทั่วเอเชีย Suzume เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ครองอันดับ 1 ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ด้วยรายได้รวมกว่า 14.22 พันล้านเยน ในบ็อกซ์ออฟฟิศจนถึงปัจจุบัน! การเปิดตัวระหว่างประเทศเริ่มในวันที่ 2 มีนาคม 2566 ในประเทศ ฮ่องกง ไต้หวัน และ มาเก๊า นอกจากนี้ Suzume ยังทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งในฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี และเวียดนาม จนถึงขณะนี้มีผู้ชมมากกว่า 2 ล้านคนแล้ว นอกจากนี้ Suzume ยังเปิดตัวในตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือจีน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา และขายตั๋วล่วงหน้าได้ถึง 70 ล้านหยวน (10.17 ล้านเหรียญสหรัฐ) ก่อนออกฉาย ทำให้ Suzume กลายเป็นภาพยนตร์ที่มียอดขายล่วงหน้าสูงสุดสำหรับ ภาพยนตร์อนิเมชั่นของจีนเลยทีเดียว ซึ่งเพลงประกอบโดย RADWIMPS และ Kazuma Jinnouchi ก็ยังได้รับรางวัล "เพลงยอดเยี่ยม" จากงาน Japan Academy Awards ครั้งที่ 46 อีกด้วย RADWIMPS 4 หนุ่มสุดเจ๋ง ฟอร์มวงขึ้น ในปี 2544 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในปี 2548 หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็รวบรวมฐานแฟนเพลงในวงกว้าง โดยมีคนรุ่นใหม่เป็นแกนหลัก ออกผลงานสตูดิโออัลบั้มมาแล้ว 9 ชุด และร่วมสร้างสรรค์เพลงชื่อดังในวงการเพลงมากมาย ผลงานสร้างชื่อคือการทำสตูดิโออัลบั้ม สำหรับภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง "Your Name" ที่ทำลายสถิติก่อนหน้านี้ จนนำไปสู่การคว้ารางวัล Japanese Academy Awards สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กิจกรรมทางดนตรีของพวกเขาไปไกลกว่าประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก นับว่าเป็นต้นแบบของวงร็อก ที่ประสบความสำเร็จจากความสามารถ ที่น่าจับตามมองมากที่สุดในปัจจุบัน ในเดือนพฤศจิกายน 2564 RADWIMPS ได้เปิดตัวสตูดิโออัลบั้มล่าสุด “FOREVER DAZE” และออกทัวร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น คอนเสิร์ต “FOREVER DAZE” จึงเป็นความท้าทายอย่างที่สุด เพราะพวกเขาได้ทำทัวร์คอนเสิร์ต ตลอดช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ซึ่งพวกเราต่างมีความเชื่อที่ว่า ดนตรีที่พวกเขาสร้างขึ้น จะนำพาความหวัง และทำให้แฟนๆ ก้าวไปข้างหน้า และในปีนี้ สำหรับแฟนๆ ชาวไทย ไม่ต้องรอนาน เพราะพวกเขากำลังจะกลับมา เพื่อสร้างความฝัน และความหวังให้กับทุกคน ด้วยบทเพลงของพวกเขาอีกครั้ง พบกับ RADWIMPS On Tour ในเอเชีย RADWIMPS Asia Tour 2023- 21 กรกฎาคม 2023 โซล, ประเทศเกาหลีใต้ @ YES24 LIVEHALL- 23 กรกฎาคม 2023 ไทเป, ไต้หวัน @ Zepp New Taipei- 25 กรกฎาคม 2023 กัวลาลัมเปอร์, ประเทศมาเลเซีย @ Zepp Kuala Lumper- 27 กรกฎาคม 2023 กรุงเทพฯ, ประเทศไทย @ UNION HALL- 30 กรกฎาคม 2023 จาการ์ตา อินโดนีเซีย @ Basket Hall Senayan GBKภาพ AVALONLIVE

ปากดีเป็นเหตุ เมื่อเข้าห้องพักหลอน แล้วเจอวิญญาณสยองนองเลือด พร้อมเสียงกระซิบข้างหู “มึงอยากเห็นกูตายมั้ยล่ะ” คลั่งจนธาตุแตก! | อังคารคลุมโปง

29 ธ.ค. 2022

ปากดีเป็นเหตุ เมื่อเข้าห้องพักหลอน แล้วเจอวิญญาณสยองนองเลือด พร้อมเสียงกระซิบข้างหู “มึงอยากเห็นกูตายมั้ยล่ะ” คลั่งจนธาตุแตก! | อังคารคลุมโปง

ช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ หลายคนมีแพลนไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แน่นอนว่าต้อง ‘เช่าห้องพัก’ ค้างคืนกันบ้าง หรือใครที่ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ก็คงจะคุ้นเคยกับการหาห้องพัก ที่ในบางครั้งเราก็คาดเดาไม่ได้ เช่นเดียวกับเรื่อง ‘ห้องพักรายวัน’ จากคุณหยก แม่มณี ที่ได้โทรเข้ามาเล่าประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่เจอดีจนต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม 2565)คุณหยกเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับ ‘คุณโก้’ รุ่นพี่ที่รู้จักกัน ตอนนั้นคุณโก้ต้องเดินทางไปคุยงานกับลูกค้าที่ต่างจังหวัดพร้อมกับรุ่นน้องอีก 1 คน เมื่อไปถึงทั้งคู่ก็หาโรงแรมเพื่อพักผ่อน ซึ่งไม่ได้มีการจองล่วงหน้า ทำให้ไม่ทราบว่าทุกห้องของโรงแรมนั้นถูกจองเต็มไปหมดแล้ว พนักงานจึงแนะนำที่พักอื่นใกล้ ๆ กันให้ คุณโก้จึงเลือกโรงแรมที่ใกล้กับบ้านของลูกค้า เพื่อที่จะได้เดินทางไปง่ายเมื่อไปถึงโรงแรมนั้น ทั้งคู่ก็ตกใจ เพราะลักษณะภายนอกนั้นดูเหมือนกึ่งอะพาร์ตเมนต์กึ่งม่านรูดผสมกัน จากนั้นเด็กรับรถก็เดินเข้ามาทักทาย “ค้างคืนหรือชั่วคราวครับพี่?” คุณโก้จึงตอบกลับไปว่า “ค้างคืนเท่าไหร่อ่ะน้อง?” เด็กรับรถตอบว่า “300 ครับพี่” นั่นทำให้คุณโก้รู้สึกตกใจมาก และคิดว่ามันถูกเกินไป จึงถามกลับไปว่า “ไม่ใช่มีของแถมอะไรนะ” เด็กรับรถตอบกลับทันควันว่า “พวกถุงยางหรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ พี่ซื้อเองได้เลยครับ” คุณโก้ที่ไม่ได้หมายความอย่างว่าจึงตอบไปว่า “ไม่ใช่ ชั้นหมายถึงผี!” เด็กรับรถเงียบไปสักพัก แล้วก็ตอบกลับว่า “ทุกที่มีคนตาย อยู่ที่ว่าพี่จะเจอหรือเปล่า” เมื่อทำอะไรมากไม่ได้ คุณโก้ก็ตกลงเข้าพัก แล้วแยกย้ายกับน้องที่มาด้วย เพื่อเข้าห้องของใครของมัน...เมื่อเข้าห้องพัก คุณโก้ก็เตรียมอุปกรณ์เพื่อที่จะไปอาบน้ำ นั่นทำให้คุณโก้สังเกตุเห็นผ้าม่าน พอเปิดม่านออกก็จะพบกับอ่างอาบน้ำ เรียกได้ว่าวิวดีเกินราคาสุด ๆ หลังจากนั้นคุณโก้ก็เตรียมน้ำแล้วลงไปแช่ในอ่าง กลิ่นหอมของสบู่คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ เวลาผ่านไปสักพัก กลิ่นเหม็นเน่าคาวเลือดก็แทรกเข้ามาแทนที่ คุณโก้จึงพยายามเดินตามหาที่มาของกลิ่น แต่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ดูเหมือนกลิ่นนั้นจะลอยไกลออกไปทุกที คุณโก้จึงคิดว่าหรือมันจะมาจากช่องระบายอากาศ แต่เมื่อเปิดดูแล้วก็ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ จึงตัดสินใจเลิกหาต้นตอ และรีบอาบน้ำให้เสร็จเมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คุณโก้ก็นอนหลับไป จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืน คุณโก้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ จึงตะแคงพลิกตัวด้วยความงัวเงียเพื่อที่จะลุกขึ้น หน้าของคุณโก้หันไปทางกระจกห้องน้ำ แต่แล้วก็รู้สึกว่าขยับตัวไม่ได้ จากนั้นคุณโก้ก็ค่อย ๆ ลืมตา ก็รู้สึกเหมือนมีคนมาถ่างตาขึงไว้ให้มันตึงจนเหมือนตาจะถลนออกมา! และผู้หญิงที่เปลือยกายยืนหันหลังให้ก็ปรากฏขึ้นมา คุณโก้พยายามร้องและดิ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ค่อย ๆ หันหน้ามาแล้วก็ยิ้มมุมปากมาให้คุณโก้!สิ่งที่คุณโก้ทำคือด่า! แต่ด่าในใจว่า “โถ่ อีชะนี มึงจะมายั่วอะไรกู กูเป็นตุ๊ด!” และก็บอกว่า “ถ้าจะอำแล้วอำกูแค่นี้ มึงจะทำเพื่ออะไร?” สิ้นเสียงในใจนั้น ก็มีเสียงเล็กแหลมลอดเข้ามาในหูว่า “แล้วมึงอยากเห็นกูตายมั้ยล่ะ?” จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็หันทั้งตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าและสรีระที่สะสวย ริมฝากเคลือบลิปสติกสีแดงสด เธอค่อย ๆ หย่อนตัวลงในอ่างอาบน้ำ แล้วค่อย ๆ บรรจงอาบน้ำให้คุณโก้เห็น คุณโก้ที่ควบคุมความคิดไม่ได้ก็คิดอยู่ในใจว่า “มึงจะอาบให้กูดูทำไมวะ?” จากนั้นเธอก็ดำลงไปในอ่างแล้วก็ขึ้นมาพร้อมกับหันหน้ามาหาคุณโก้ รอยยิ้มที่มุมปากผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับดูน่ากลัวกว่าครั้งแรก! เพราะมุมปากเริ่มสูงขึ้นจนเกือบจะถึงโหนกแก้ม ไม่นานเธอก็ลุกขึ้นแล้วมายืนที่หน้าอ่างล้างหน้า มือซ้ายก็หยิบอะไรบางอย่าง คุณโก้คิดในใจอีกครั้งว่า “อย่ามาหลอกมาหลอนกูเลย เดี๋ยวจะทำบุญไปให้ก็ได้” พร้อมกับสวดทุกบทที่รู้จัก แต่ไม่นาน ผู้หญิงคนนั้นก็หันหน้ามายิ้มอย่างสยดสยองอีกครั้ง แล้วก็บอกว่า “มึงพร้อมจะเห็นกูตายหรือยัง?”หลังจากนั้น มือซ้ายที่หยิบเอาใบมีดโกนขึ้นมา แล้วก็กรีดตั้งแต่กกหูลากมาจนถึงต้นคอ ยาวมาจนถึงราวหน้าอกซ้ายแล้วก็สะบัดแรง ๆ ไม่พอแค่นั้น เธอยังแอ่นตัวเพื่อให้เลือดกระฉูดออกมา! เธอหัวเราะออกมาด้วยเสียงเล็กแหลมสยดสยอง พร่ำพูดว่า “มึงอยากเห็นกูตายอีกมั้ย...มึงอยากเห็นกูตายอีกมั้ย!” แล้วเธอก็กรีดตามเนื้อตามตัวด้วยความบ้าคลั่ง ภาพนั้นทำให้คุณโก้สั่นเทาด้วยความกลัวอย่างถึงขีดสุด จึงพยายามเหลือกตาให้เหลือแค่ตาขาวเพื่อที่จะได้น็อคหลับไป… สักพักไม่นาน คุณโก้ก็รู้สึกว่าทุกอย่างเริ่มผ่อนคลาย แต่ก็ยังขยับตัวไม่ได้ คุณโก้ยังรู้สึกตาพร่ามัว แต่นั่นไม่ใช่เพราะหลับตา แต่ขณะนั้นยังลืมตาอยู่แค่ยังโฟกัสไม่เข้าที่ เมื่อเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น ก็รู้สึกได้ว่ามีสองมือเหม็นคาวเลือดมาโอบจากด้านหลังมากระชับที่เอวของคุณโก้ด้วยแรงแน่น จากนั้นก็มีคอมาวางเกยไหล่คุณโก้ พร้อมกับเสียงสยองเดิมว่า “มึงอยากเห็นกูตายอีกรอบมั้ยล่ะ?” คุณโก้คิดในใจว่า “ไม่ต้องตายแล้วแหล่ะ” สภาพของคุณโก้ตอนนี้ธาตุแตก ฉี่แตกเละเทะ ตาเหลือก นอนไม่ได้สติอยู่อย่างนั้น…เช้าวันต่อมา น้องที่มาด้วยกันก็มาเคาะที่ห้อง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ โทรไปก็ไม่มีใครรับ รถก็ยังจอดแน่นิ่งอยู่ จึงถามพนักงานแถวนั้นว่ามีเห็นใครออกมาจากห้องนี้หรือยัง ทางพนักงานก็ส่ายหัว เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงขอให้ใช้กุญแจสำรองเปิดห้อง พอเข้าไปก็พบคุณโก้นอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่แทบจะดูไม่ได้ ตาเหลือก ธาตุแตก ฉี่ราดเละเทะไปหมด จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีคุณโก้ไม่ได้สติ 2 คืนเต็ม เมื่อได้สติก็โทรเล่าเรื่องให้กับเจ้านายฟัง ด้วยความที่เป็นเพื่อนกัน จึงบอกให้คุณโก้รักษาตัวให้เรียบร้อย พอวางสายเสร็จกำลังจะล้มตัวนอนลง เสียงเล็กแหลมเดิมก็ลอดเข้ามาในหูอีกครั้งด้วยประโยคเดิมว่า “มึงอยากเห็นกูตายอีกรอบมั้ยล่ะ?” ประโยคนั้นทำให้คุณโก้สติแตกอีกครั้ง เรียกได้ว่าจิตเสียไปเลย จนกระทั่งกลับมากรุงเทพ คุณโก้ก็พยายามใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นปกติมากที่สุด แต่ทุกครั้งที่จิตว่าง ก็จะมีเสียงเดิมพูดข้างหูขึ้นมา “มึงอยากเห็นกูตายอีกรอบมั้ย”คุณโก้ก็ไม่รู้จะทำยังไง จึงปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็แนะนำให้ไปทำบุญชุดใหญ่ แต่ก็ยังเหมือนเดิม จึงคิดว่าหรือต้องบวชพระ พอดีกับแม่บ้านที่บริษัทก็กำลังจะบวชลูกชาย จึงตัดสินใจจะไปช่วยงานบวชนี้ ระหว่างที่อยู่ในงาน คุณโก้ก็คิดว่าหลังจากนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว จังหวะที่ส่งนาคนั้น ก็มีเสียงพูดขึ้นมาดัง ๆ ว่า “กูไม่ได้จะเอาบุญ! มึงอยากเห็นกูตายอีกรอบมั้ย!” แม้จะมาแค่เสียง แต่คุณโก้ก็ไม่สบายใจ เพื่อนจึงแนะนำให้ไปอาบน้ำมนต์ วัดที่หนึ่งก็แล้ว วัดที่สองก็ยังเจอ จนมาวัดที่สาม พระท่านก็รดมาขันแรกไม่เท่าไหร่ ขันที่สองลงหัวปุ๊บ น้ำที่หลังจากรดตัวคุณโก้ไปแล้วมันกลายเป็นสีขุ่นเลือด สรุปแล้วก็รดไปประมาณ 4 ถัง จนน้ำมันเริ่มจางลง คุณโก้ก็เล่าเรื่องที่เจอให้กับพระฟัง ท่านก็บอกว่า “มันเป็นกรรมที่เกิดจากวาจาของโยม โยมลองไปถือศีลเรื่องวาจาดูมั้ย” คุณโก้ก็ตกลงจะทำ พระท่านก็ถามต่อว่า “ตอนที่เจอได้แผ่เมตตามั้ย? ถ้าไม่ เขาก็อาจจะเข้าใจว่าโยมสื่อสารกับเขาได้ เขาก็เลยตามต่อ แถมยังเขาหลอกให้ทำบุญให้อีก เพราะเราสื่อสารได้แล้วเขาจะไปทำไม เขาก็อยู่กับโยมสิ” เมื่อรู้แบบนั้นแล้ว คุณโก้จึงถือศีลปิดวาจาประมาณ 2 อาทิตย์ถึงจะหลุดออกไป...ชมความหลอนย้อนหลัง

คัมแบ็คในรอบ 10 ปี “TKP” เยือน EFM 94 สดๆ ครั้งแรก ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

01 ก.ค. 2022

คัมแบ็คในรอบ 10 ปี “TKP” เยือน EFM 94 สดๆ ครั้งแรก ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

2 ดีเจสาวสวยอารมณ์ดี (ดีเจหยาดพิรุณ-ดีเจดาว) เปิดสตูดิโอตอนรับ “TKP” (เขื่อน-โทโมะ-ป๊อปปี๊) ศิลปินวงแรกที่มาสัมภาษณ์พูดคุย และ แนะนำซิงเกิลใหม่กันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ถือเป็นการมาเยือน EFM 94 ครั้งแรกของ 3 หนุ่ม “TKP” ทำเอา 2 ดีเจ ถึงกับตื่นเต้น! ที่ได้เห็นการคัมแบ็คในรอบ 10 ปี งานนี้มาถึงรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ทั้งที “TKP” ขอร่วมแจมเล่น TOPIC ประจำสัปดาห์ “มอบ 1 เพลงให้กับคนเจ้าชู้” แต่จะมอบเพลงอย่างเดียวคงไม่ได้ ก็ถามกันสดๆ กลางรายการไปเลย ว่าทั้ง 3 คน ใครเจ้าชู้กว่ากัน? บอกได้คำเดียวเลยว่า กรี๊ดกันทั้งสตู!แต่ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะ “TKP” ขอมอบเพลง “เจ้าชู้” เวอร์ชั่นสุดพิเศษ ที่สามารถฟังได้ที่รายการ พฤหัสจุ๊กกรู้วว ที่เดียวเท่านั้น!! ถ้าอยากรู้ว่าจะพิเศษขนาดไหน ต้องไปติดตามย้อนหลังความจุ๊กกรู้วววกันแบบจุกจุกที่ หรือรอติดตามชมสดพร้อมกัน ทุกคืนวันพฤหัสบดี 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ที่ EFM94 / Facebook Live / YouTube Live / App Atime FungFin และที่ atime.live/efm

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-