เล่าเรื่องผีแบบ Y2K กับตัวแม่จะแคร์เพื่อ ‘เสือโคร่ง’ ที่มาพร้อมลิ้นทรงเสน่ห์และไม้เซลฟี่คู่ใจ | อังคารคลุมโปง X

ENTERTAINMENT NEWS

เล่าเรื่องผีแบบ Y2K กับตัวแม่จะแคร์เพื่อ ‘เสือโคร่ง’ ที่มาพร้อมลิ้นทรงเสน่ห์และไม้เซลฟี่คู่ใจ | อังคารคลุมโปง X

20 ม.ค. 2023

          แต่งตัวแบบ Y2K กันไปแล้ว มาฟังเรื่องผีแบบ Y2K จากดาว TikTok คนดังอย่าง ‘เสือโคร่ง’ ตัวแม่จะแคร์เพื่อ กันบ้างดีกว่า กับเรื่องหลอนที่มีชื่อว่า ‘ซ่อนหา By สาวสอง’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (17 มกราคม 2565) ที่ผ่านมา อยากรู้ว่าหลอนแบบ Y2K เป็นยังไง เชิญอ่านกันได้เลย!

คุณเสือโคร่งเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อยังเป็นนักศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์แห่งหนึ่ง ตอนนั้นยังอยู่หอในกับเพื่อนๆ ซึ่งภายในวิทยาลัยก็จะมีโรงละครตั้งอยู่ จากที่เคยได้ยินมาเขาเชื่อกันว่าต้องเป็นพื้นที่ที่มีคนตายถึงจะสร้างโรงละครได้ และบริเวณนั้นเอง ก็เป็นสถานที่ของกลุ่มเพื่อนสาวสองเกือบ 20 คนนัดมารวมตัวทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น เตยกัก กระโดดยาง หรือฝึกแต่งหน้า แต่วันนั้น แก๊งเพื่อนสาวสองเกิดอยากจะเล่น ‘ซ่อนหา’ ในเวลา 2 ทุ่มขึ้นมาซะได้ ไม่รอช้าก็จัดสรรปันส่วน และเริ่มเล่นเกมท่ามกลางบรรยากาศไม่ชอบมาพากล...

เมื่อเกมเริ่ม ทุกคนก็แยกย้ายไปซ่อนตามต้นไม้ ซอกตึก หรือที่ต่าง ๆ ของโรงละคร ด้วยความที่แก๊งนี้มีจำนวนคนเยอะ ทำให้ใช้เวลาหานานมาก คุณเสือโคร่งที่อยู่บนต้นไม้ก็เริ่มเมื่อย ไป ๆ มา ๆ คนหาดันหาย ทุกคนที่ไปซ่อนจึงมารวมตัวกันหน้าหอเพื่อออกตามหา แต่หายังไงก็ไม่เจอ จึงตัดสินใจไปไหว้ศาลทาง 3 แพร่ง ขณะที่ทำพิธีไหว้อยู่นั้น ก็มีพี่กะเทยคนนึงเดินเข้ามาบอกว่า “มึงไม่ต้องไหว้! เดี๋ยวกูหาเอง!” พูดเสร็จก็หยิบธูปปักคว่ำลงกับพื้น! คุณเสือโคร่งอธิบายเพิ่มเติมว่า พี่กะเทยคนนั้นเป็นคนผิวสีเข้ม ฟันคม กินหมาก “เขาเป็นกะเทยเขมร ของก็แรงอยู่แล้ว อย่างถึง” ระหว่างที่ทุกคนงงงวยอยู่นั้น พี่กะเทยคนนั้นที่เสือโคร่งหลุดปากมาว่าชื่อ ‘เอ๋’ ก็พึมพำกับตัวเอง ไม่นานก็เจอเพื่อนที่หายไป!

เมื่อเจอเพื่อนที่หายไป  พี่เอ๋ก็พาไปอาบน้ำ พออาบเสร็จ ต้องบอกว่าสภาพของเพื่อนที่หายไปนั้นเหมือนหลุดออกจากภวังค์ นั่งเหม่อลอยไร้สติแบบสุด ๆ เมื่อถึงเวลาใกล้นอนทุกคนก็สวดมนต์ ซึ่งในหอในปกติจะมียันต์ แต่วันนั้นยันต์ดันไม่มี! ยังไม่ทันได้หลับสนิท อยู่ ๆ ประตูก็มีเสียงดังขึ้น! กะเทยที่นอนชั้น 2 (เตียง 2 ชั้น) ก็ชะเง้อมองเห็นว่าเป็นเหมือนกลุ่มคนจำนวนมากกำลังจะเข้ามา! เพื่อนกะเทยต่างตกใจกลัว พี่เอ๋ก็เดินเข้ามาด่าผี “มึงไม่ต้องเข้ามา! มึงไปเลยนะ!” เพื่อนกะเทยใจกล้าอีกคนจึงรีบเดินไปเปิดประตู แล้วทุกอย่างก็หายไป ทุกคนนั่งรวมกันไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนเวลาล่วงมาถึงตี 5 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเล่นซ่อนหาอีกเลย...

 

ติดตามความหลอนแบบ Y2K ต่อได้

related ENTERTAINMENT NEWS

Netflix ประกาศอย่างเป็นทางการ “Squid Game” ซีซั่น 2 กลับมาอย่างแน่นอน!

13 มิ.ย. 2022

Netflix ประกาศอย่างเป็นทางการ “Squid Game” ซีซั่น 2 กลับมาอย่างแน่นอน!

“ฮวังดงฮยอก” ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการผลิตซีรีส์เรื่อง “Squid Game” หรือชื่อไทย “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย” ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า จะกลับมาในซีซั่น 2 อย่างแน่นอน หลังจากซีซั่นแรก ได้สร้างกระแสตอบรับอย่างดีจากทั่วโลก และเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่สามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ชมกว่า 95% แถมยังครองอันดับ 1 ใน 94 ประเทศที่ Netflix ให้บริการ และทำเงินให้กับ Netflix สูงเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยใช้ต้นทุนการผลิตราว 21.4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 714 ล้านบาท ซึ่งหากนับถึงช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้รับชมซีรีส์เรื่องนี้เพียง 2 นาที มากว่ากว่า 130 ล้านคน โดยผู้กำกับ “ฮวังดงฮยอก” ได้เปิดเผยจดหมายบนโลกโซเชียลว่า “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) ซีซั่นแรกใช้เวลาสร้างนานถึง 12 ปี ก่อนจะมาโลดแล่นบนหน้าจอเมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ.2021) แต่กลับใช้เวลาแค่ 12 วันก่อนจะดังเป็นพลุแตก จนกลายมาเป็นซีรีส์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจาก Netflix ในฐานะผู้เขียนบท ผู้กำกับ และผู้สร้าง Squid Game ขอขอบคุณแฟนๆ ทั่วโลกอย่างมากที่ให้เสียงตอบรับ รับชม และชื่นชอบซีรีส์ของเรา กีฮุนกลับมาแล้ว ฟรอนต์แมนกลับมาแล้ว พบกับซีซั่น 2 แน่นอน ชายในชุดวอร์มสวมหน้ากากอาจกลับมาอีกครั้ง ครั้งที่เราจะได้พบชอลชู แฟนของยองฮีด้วย มาสนุกในรอบใหม่กับเรา” ภาพ : Netflix

วิ่งหนีขวัญผวา เมื่อตื่นมาหาเพื่อนไม่เจอ! จะทำยังไงเมื่อเจอชายแปลกหน้ากวักมือเรียก แต่คนเรียกดันไม่มีหัว!!

06 ต.ค. 2022

วิ่งหนีขวัญผวา เมื่อตื่นมาหาเพื่อนไม่เจอ! จะทำยังไงเมื่อเจอชายแปลกหน้ากวักมือเรียก แต่คนเรียกดันไม่มีหัว!!

เรื่องชวนขนหัวลุกนี้ มาจากคุณอาร์ม สายที่ 2 ในรายการ “อังคารคลุมโปง” เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (4 ตุลาคม 2565) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวสุดหลอนของคุณพ่อ ให้กับดีเจแนน และดีเจเจ็มได้คลุมโปงไปด้วยกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เราสรุปไว้ให้คุณแล้วเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่คุณพ่อได้เล่าให้คุณอาร์มฟัง ในสมัยที่คุณพ่อยังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 วันนั้นเป็นวันที่จะมีการฉายหนังกลางแปลงที่ต่างจังหวัด คุณพ่อจึงชวนเพื่อนอีก 2 คน ที่ชื่นชอบการดูหนังเหมือนกัน นั่นก็คือ “ลุงโพน” กับ “ป้าแกะ”ระหว่างทางที่เดินมา ป้าแกะได้สังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินวนไปวนมาอยู่ใต้ต้นมะม่วง เธอจึงหันไปถามพ่อของคุณอาร์ม แต่คุณพ่อก็ตอบกลับไปว่า “ไม่ต้องไปสนใจหรอก เจ้าของสวนมะม่วงมั้ง ไป ๆ รีบไปดูหนังกันดีกว่า”เมื่อทั้ง 3 ไปถึงงานประมาณ 4 โมงเย็น ก็เริ่มโพล้เพล้แล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์เพื่อฉายหนังกลางแปลงเสร็จ พอเข้า 6 โมงเย็น หนังก็เริ่มฉาย…หนังกลางแปลงที่ได้ดูในวันนั้น คุณอาร์มเล่าให้ฟังว่ามันคือเรื่อง “แสงกระสือ” เมื่อหนังฉายจบ ทั้ง 3 ต้องกลับบ้าน แต่ด้วยเส้นทางที่แทบจะไม่มีไฟ ทำให้ทั้ง 3 คนเริ่มเสียวสันหลัง คุณพ่อคุณอาร์มเลยตัดสินใจถามเพื่อนทั้งสองว่า “คืนนี้จะไปนอนที่ไหนกันดี ระหว่างนอนที่วัด, เถียงนา หรือโรงเรียน” เพราะทุกที่ล้วนเป็นสถานที่คุ้นเคย ทั้ง 3 คนจึงตกลงกันว่า ไปนอนที่โรงเรียนดีกว่า เพราะไปง่าย แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยแยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อทั้ง 3 คนเดินมาถึงโรงเรียน ก็จัดแจงหาพื้นที่นอน แต่พอนอนไปสักพัก คุณพ่อก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ จึงคิดจะปลุกเพื่อน แล้วชวนไปนอนที่เถียงนาดีกว่า แต่พอจะปลุกลุงโพน เขาก็รู้สึกเหมือนว่าไปจับโดนมือที่เย็นเฉียบของใครบางคนเข้า ตอนแรกก็คิดว่าลุงโพนคงจะหนาว ครั้งนี้เขาก็เลยเริ่มสะกิดเพื่อนอีกครั้ง และพอพ่อคุณอาร์มเริ่มปรับสายตาให้ชินความมืดได้แล้ว ทันใดนั้นก็มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผมปิดหน้า พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “มึงจะไปไหน นอนเป็นเพื่อนกันก่อน” เมื่อได้ยินดังนั้น คุณพ่อก็ตกใจ แล้วพยายามปลุกเพื่อนทั้งสอง แต่ปรากฏว่าเพื่อนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาจึงรีบวิ่งหนีออกมาทันที!ซึ่งในระหว่างทาง จะต้องผ่านต้นมะม่วง ที่ป้าแกะเคยเห็นผู้ชายเดินวนอยู่ คุณพ่อจึงหยุดวิ่งแล้วมองไปที่ต้นมะม่วงต้นนั้น ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาแต่ไม่มีหัว! จากนั้น ชายคนนั้นก็ค่อย ๆ หยิบหัวตัวเองออกมา แล้วถามคุณพ่อว่า “ไปไหน! ไปไหนไอ้หนุ่ม! เอามะม่วงไปกินป่าว?” พูดจบ คุณพ่อก็สบถคำหยาบแล้วก็วิ่งออกไปที่เถียงนาทันที!เช้าวันถัดมา เมื่อคุณพ่อตื่นขึ้นก็เห็นป้าแกะและลุงโพนนอนอยู่ที่นั่นแล้ว คุณพ่อจึงถามว่า “พวกมึงไปไหนกันเมื่อคืน ทำไมทิ้งให้กูอยู่คนเดียว” ทั้ง 2 จึงตอบกลับว่า “เห็นมึงนอนสบายดี ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น กูก็เลยไปก่อน” หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากคุณพ่อ เพื่อนอีก 2 คนก็บอกว่าตอนที่วิ่งหนีออกมาจากโรงเรียนนั้น ไม่ได้เจอกับผู้ชายที่อยู่ใต้ต้นมะม่วงเหตุการณ์วันนั้น ทำให้คุณพ่อไปถามคนที่อาศัยอยู่ระแวกใกล้เคียงกับต้นมะม่วงว่าเคยเกิดอะไรขึ้นแถวนี้หรือเปล่า? คนแถวนั้นจึงตอบกลับมาว่า “เคยมีเจ้าของสวนมะม่วงอยู่ เขาชอบแกล้งเด็ก และเป็นคนนิสัยหวงของ พอเสียชีวิตไป วิญญาณก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้” นอกจากคุณพ่อแล้ว ก็ยังมีเด็กอีกหลายคนถูกแกล้งเยอะเหมือนกัน ส่วนสาเหตุการตายนั้น คุณพ่อเองก็ไม่แน่ใจ คิดว่าน่าจะตกจากต้นมะม่วงแล้วเสียชีวิต!!สามารถติดตามชมความหลอนย้อนหลังเพิ่มเติมได้ทางรับชมรายการสดได้ทุกวันอังคาร เวลา 20.00-22.00 น. ทางคลื่นวิทยุ EFM94 และ App : Atimefungfinภาพ : อังคารคลุมโปง

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

ศึก “ตัน Fight ตัน Variety Concert” จบไปแบบกรามแทบค้าง “ป๊อบ-โอ๊ต” สร้างเซอร์ไพรส์ทุกนาทีตั้งแต่ต้นจนจบ!

08 ส.ค. 2022

ศึก “ตัน Fight ตัน Variety Concert” จบไปแบบกรามแทบค้าง “ป๊อบ-โอ๊ต” สร้างเซอร์ไพรส์ทุกนาทีตั้งแต่ต้นจนจบ!

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่สร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดโชว์เลยทีเดียว สำหรับ “ตัน Fight ตัน Variety Concert” กับการต่อสู้กันบนสังเวียนอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก ด้วยบรรยากาศความสนุกสนาน ฮากันแบบจุกๆ 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 6 และวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีสนุกได้เต็มอิ่มไปกับเซอร์ไพรส์ที่ “ป๊อบ-โอ๊ต” เตรียมมาให้หลากหลายรูปแบบจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวของ “ป๊อบ-โอ๊ต” ในมาดนักมวยคู่แค้น พร้อมโปรโมเตอร์ “อาร์ต มารุต” และตัวริงเกิร์ล “คาริสสา” เดินถือป้ายยกที่ 1 ต้อนรับเข้าสู่สังเวียนเดือดอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วย “ลุลา” ที่มาในลุคสาวบลอนสุดเซ็กซี่ ตามมาติดๆ กับ “ซานิ” ที่เปิดตัวกลางอากาศด้วยความร้อนแรงส่วนในยกที่ 2 เปิดตัวมาด้วย “วี วิโอเลต และ แอลลี่” ที่ออกมาพร้อมความสดใสปนเซ็กซี่ เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือได้ดังสนั่นตั้งแต่เมโลดี้ขึ้นเลยทีเดียวมาถึงยกที่ 3 “ไอซ์ พาริส” ขึ้นมาโชว์พลังเสียง และสเต็ปแดนซ์ระดับเทพ รวมถึงยังคว้ากีตาร์มาเล่นโชว์กลางคอนเสิรต์อีกด้วย พร้อมเปิดตัวแขกรับเชิญลับ “นนท์ ธนนท์” ที่เผยว่าหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์สายด่วนมาชวนตอนเที่ยงคืนก็รับปากทันที ว่าจะมาเป็นแขกรับเชิญชูชีพให้ในครั้งนี้และยกสุดท้ายเป็นคิวของ “ยัวร์บอยทีเจ” ที่พอขึ้นมาบนเวทีก็ได้รับเสียงกรี๊ดให้กำลังใจดังสนั่นยาวเป็นนาที ทำเอาเจ้าตัวตื้นตันแบบสุดๆ ก่อนจะส่งต่อให้นักร้องสุดปังอย่าง “มิลลิ” ออกมาแร็ปสับๆ รัวๆ จนแฟนเพลงต้องขอลุกขึ้นมาเต้นกันทั้งฮอลปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง “ยิ้ม” ที่ “ป๊อบ-โอ๊ต” ตั้งใจร้องอย่างสุดความสามารถ เพื่อปิดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ แทนคำขอบคุณให้แฟนเพลงทุกๆ คนภาพ : GMM SHOW

album
efm
-

-