“ณเดชน์” ยังไม่ได้วางแผนเรื่องเรือนหอกับ “ญาญ่า” แต่ถ้าจะสร้าง ‘สุดท้ายก็ต้องแล้วแต่เขาเลย’

ENTERTAINMENT NEWS

“ณเดชน์” ยังไม่ได้วางแผนเรื่องเรือนหอกับ “ญาญ่า” แต่ถ้าจะสร้าง ‘สุดท้ายก็ต้องแล้วแต่เขาเลย’

21 ก.ค. 2022

เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่หลายคนแอบลุ้น แอบเชียร์ สำหรับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา”    

ล่าสุด “ณเดชน์” ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องเรือนหอว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องเรือนหอเลย ต้องรอดูอีกทีว่าจะสร้างตรงไหนและอยากได้แบบไหน ยิ่งในกรุงเทพรถติดก็ต้องดูว่าเวลาจะไปทำงานสะดวกไหม แต่ถ้าจะสร้างบ้านก็ต้องคุยและฟังความคิดเห็นกัน ต่างคนต่างแชร์ไอเดีย แต่จากที่สังเกตพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของเขาแล้ว ดูเป็นคนง่าย ๆ ขอแค่มีสวนให้เขา เพราะเขาเป็นคนชอบอยู่ติดบ้าน ก็เคยหาดู Reference จากอินสตาแกรมกันบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องแล้วแต่เขาเลยครับ…”

      ภาพ : kugimiyas



related ENTERTAINMENT NEWS

“UrboyTJ” เตรียมกลับมาโชว์คอนเสิร์ต หลังอาการป่วยซึมเศร้าและไบโพลาร์ดีขึ้นแล้ว

26 ก.ค. 2022

“UrboyTJ” เตรียมกลับมาโชว์คอนเสิร์ต หลังอาการป่วยซึมเศร้าและไบโพลาร์ดีขึ้นแล้ว

หลังจากที่นักร้องหนุ่ม “ยัวร์บอย ทีเจ” (UrboyTJ) หรือ “เต๋า จิรายุทธ” ได้ออกมาประกาศถึงอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและไบโพลาร์ จึงได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จนตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว สามารถกลับมารักษาตัวต่อที่บ้านได้ แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของคุณหมอและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ล่าสุด “ยัวร์บอย ทีเจ” ได้โพสต์ภาพตารางขึ้นโชว์คอนเสิร์ต พร้อมเขียนแคปชั่น “กลับมาแล้วครับ เดือนหน้าเจอกันทั้งเดือนนะครับสำหรับใครที่ใกล้ที่ไหน เจอกันครับ…”งานนี้ทำเอาเหล่าคนในวงการบันเทิงและแฟน ๆ เข้ามาร่วมคอมเมนต์ตื่นเต้นและดีใจกันอย่างรัว ๆภาพ : urboytj

“แพทรีเซีย กู๊ด” เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูก “โน๊ต วิเศษ” ขอแต่งงาน พร้อมเผยอยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี

22 ก.ค. 2022

“แพทรีเซีย กู๊ด” เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูก “โน๊ต วิเศษ” ขอแต่งงาน พร้อมเผยอยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี

หลังจากที่นางเอกสาว “แพทริเซีย กู๊ด” ประกาศข่าวดีถูกนักธุรกิจหนุ่ม “โน๊ต วิเศษ” เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานที่ประเทศอังกฤษ ล่าสุด “แพทริเซีย” ก็ได้เปิดใจถึงความรู้สึกหลังถูกขอแต่งงานว่า ‘เซอร์ไพรส์จริง ๆ แต่ก็แฮปปี้มาก ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เขาบินตามไปหาที่อังกฤษโดยเฉพาะเลย วันนั้นเราไปเดินสวนกัน ถ่ายรูปกันนิดหน่อย เขาแอบกดอัดวิดีโอไว้ หันมาอีกทีเห็นเขาคุกเข่า ก็สตั้น พูดอะไรไม่ออก และถามเขาไปว่ามีอะไรไหม แล้วเขาก็พูดเบา ๆ ว่า ‘แต่งงานกันนะ’ จังหวะนั้นหนูก็ช็อค ตัวชา น้ำตาไหลออกมาเลย เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ขอปีนี้ อีก 2-3 ปีข้างหน้าเราก็ยังคบกันอยู่ และตอนนี้เขาพร้อม ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว เขาเลยขอ ชีวิตคู่มันยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และผ่านอุปสรรคไปอย่างมากมาย แต่ถ้าเขามั่นใจในตัวหนู หนูก็พร้อม...’ ‘สำหรับแพลนงานแต่ง คาดว่าประมาณช่วงสิ้นปีหน้า เริ่มมีไปดูสถานที่กันไว้บ้างแล้ว แต่ฤกษ์แต่งวันไหน ยังไม่ลงตัว เพราะตอนนี้ทั้งคู่งานเยอะมาก และหนูก็อยากมีเบบี๋ก่อนอายุ 30 ปี ส่วนครอบครัวของเขาก็ต้อนรับอย่างดี รักเราเหมือนเป็นลูกคนหนึ่งเลย ตั้งแต่วันแรกเขาเป็นยังไงวันนี้ก็เป็นแบบนั้น ทุกคนคือซัพพอร์ตเราตลอด แฮปปี้ที่มีวันนี้...’ ภาพ : patriciagood

มิติใหม่แห่งการเล่นคอนเสิร์ต “ปาล์มมี่” โยนกล้วยแจกกลางเวทีคอนเสิร์ต!

22 ก.ค. 2022

มิติใหม่แห่งการเล่นคอนเสิร์ต “ปาล์มมี่” โยนกล้วยแจกกลางเวทีคอนเสิร์ต!

ไม่แผ่วเลยจริง ๆ สำหรับมิติใหม่แห่งการเล่นคอนเสิร์ตของศิลปินสาวชื่อดัง “ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ” ล่าสุดได้สร้างตำนานอีกครั้ง หลังไปโชว์คอนเสิร์ตที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมโยนกล้วยแจกกลางเวที!โดย “ปาล์มมี่” ได้โพสต์คลิปวิดีโอกำลังหิ้วถุงกล้วยอยู่บนเวที พร้อมโยนกล้วยให้แฟนคลับระหว่างที่กำลังเล่นคอนเสิร์ต และเขียนแคปชั่นในโพสต์ว่า ‘กลัวมิตรรักจะหิว’งานนี้ทำเอาเหล่า “มิตรรักปาล์มมี่” ต่างเข้ามาร่วมคอมเมนต์ขำ ๆ ฮา ๆ กันเพียบ‘เหลือแค่ทอดไข่เจียวบนเวทีแจกมิตรรักแล้วครับ’ , ‘ลักษณะการโยนของพี่มี่เหมือนอยู่แถวลพบุรีเลยค่ะ’ , ‘รักพี่มี่ค่ะ แต่คราวหน้าขอเป็นทุเรียนก้านยาวนะคะ’ภาพ : palmy.ig

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-