จองอู สมาชิกวง NCT 127 ตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลังจากเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่น

ENTERTAINMENT NEWS

จองอู สมาชิกวง NCT 127 ตรวจพบเชื้อโควิด-19 หลังจากเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่น

01 มิ.ย. 2022

    SM Entertainment ต้นสังกัด NCT แจ้งผลการตรวจ RT-PCR ของสมาชิกวง NCT 127 พบว่า ‘คิม จองอู (Kim Jung-woo (김정우)) หรือ จองอู’ พบเชื้อโควิด-19 หลังจากกลับจากทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา

       โดยทางต้นสังกัดเผยว่า สมาชิกทุกคนต้องได้รับการตรวจ RT-PCR ตามมาตรการก่อนเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งผลการตรวจของ ‘จองอู’ ก่อนเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น มีผลการตรวจโควิด-19 ออกมาเป็น ‘ลบ (ไม่พบเชื้อ)’ และได้ทำการตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงประเทศเกาหลีใต้ โดยผลออกมาเป็น ‘บวก (พบเชื้อ)’ ล่าสุด! ยังไม่แสดงอาการใดๆ ที่น่าเป็นห่วง

โดยทาง “จองอู” ได้มีการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งหมด 3 เข็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำการแยกกักตัว และได้ให้หยุดกิจกรรมและงานต่างๆ ทันที

ส่วนทางต้นสังกัดยังไม่มีการประกาศงานหรือทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนี้สมาชิกคนอื่นใน NCT 127 ที่ได้รับการตรวจ RT-PCR มีผลการตรวจออกมาเป็น ‘ลบ (ไม่พบเชื้อ)’ 

 ภาพ : nct127

ขอบคุณข้อมูล : Soompi

related ENTERTAINMENT NEWS

ปลดล็อคสกินหูทองคำ! EFM94 เปิดสตูต้อนรับ “Jeff Satur” มาโชว์พลังเสียงกันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

05 ส.ค. 2022

ปลดล็อคสกินหูทองคำ! EFM94 เปิดสตูต้อนรับ “Jeff Satur” มาโชว์พลังเสียงกันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

2 ดีเจอารมณ์ดี (ดีเจอ๋อง – ดีเจหยาดพิรุณ) แห่งคลื่นวิทยุ EFM94 เปิดสตูดิโอต้อนรับศิลปิน “Jeff Satur” มาแนะนำเพลงใหม่ “แค่เงา (Hide)” กันสดๆ ในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว มาถึงรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ทั้งที 2 ดีเจ ขอชวน “Jeff Satur” มาร่วมสนุกกับ TOPIC ประจำสัปดาห์ ขอ 1 เพลงฮิต ที่คิดถึงจากยุค Cassette บอกเลยว่าแต่ละเพลงที่ “เจฟ” หยิบมาร้อง ดีต่อใจแบบสุดๆ นอกจากนี้ “เจฟ” ยังโชว์พลังเสียงร้องเพลงลูกทุ่ง ประสานเสียงกับดีเจหยาดพิรุณกันสดๆ กลางรายการอีกด้วย เรียกได้ว่าแฟนๆ ที่ได้ฟัง “เจฟ” ร้องเพลงในรายการ พฤหัสจุ๊กกรู้ววว ครั้งนี้ ได้ปลดล็อคสกินหูทองคำไปเป็นที่เรียบร้อย งานนี้มาแนะนำเพลงใหม่ทั้งที “เจฟ” ก็ขอร้องเพลง “แค่เงา (Hide)” ให้แฟนๆ ได้ฟังกันสดๆ ไปเลย ถ้าอยากรู้ว่าสกินหูเคลือบทองเป็นยังไง ต้องไปติดตามย้อนหลังความจุ๊กกรู้วววกันแบบจุกจุกที่หรือรอติดตามชมสดพร้อมกัน ทุกคืนวันพฤหัสบดี 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม ที่ EFM94 / Facebook Live / YouTube Live / App Atime FungFin และที่ atime.live/efmรายการ : พฤหัสจุ๊กกรู้ววว

(G)I-DLE เกิร์ลครัชแห่งยุค กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก! ในไทย

30 ส.ค. 2022

(G)I-DLE เกิร์ลครัชแห่งยุค กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก! ในไทย

สนุก สุดเหวี่ยง สมกับการรอคอยของชาวเนเวอร์แลนด์ไทย (ชื่อแฟนคลับ) สำหรับความพิเศษจากศิลปินเกิร์ลครัชแห่งยุค จีไอเดิล(G)I-DLE กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย 2022 (G)I-DLE WORLD TOUR [JUST ME ( )I-DLE] IN BANGKOK ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานีเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม มาพร้อมทะเลไฟสีสวยที่ส่องสว่างจากเนเวอร์บง 5 สาว จีไอเดิล มิยอน (Miyeon),มินนี่ (Minnie) ,โซยอน (Soyeon), อูกี (Yuqi) และ ชูฮวา (Shuhua) พร้อม! ปรากฏตัวบนเวทีด้วยลุค All Blackเปิดตัวด้วยเพลงสุดปังที่ทำเอาอะดรีนาลีนชาวเนเวอร์แลนด์หลั่งไหล ‘Oh my god’, ‘VILLAIN DIES’, ‘LATATA’ ก่อนจะทักทายแฟนๆ กันอย่างพร้อมเพรียงด้วยด้วยภาษาไทยว่า “สวัสดีค่ะ พวกเรา จีไอเดิลค่า”แค่เริ่มต้นก็ได้ใจชาวเนเวอร์แลนด์ไทยไปเต็มๆ แล้ว ถือเป็นออเดิร์ฟเปิดต่อมรับความสนุก ความฟิน ที่บอกใบ้ให้ชาวเนเวอร์แลนด์เตรียมใจรับความมันส์กันต่อเนื่อง 2 ชั่วโมงแบบ Non Stop!งานนี้สาวๆ จีไอเดิลขนความพิเศษจากเพลงในมินิอัลบั้มชุดที่ 4 “I burn” มาร้องให้ฟังกันสดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘HANN (Alone in Winter)’, ‘HANN (Alone)’, ‘MOON’, ‘ALREADY’, ‘HWAA’ก่อนจะส่งต่อความร้อนแรงไปสู่ กับเพลง ‘NEVER STOP ME’, ‘Uh-Oh’ ที่ชาวเนเวอร์แลนด์ได้เพิ่มความพิเศษของโชว์นี้ ด้วยการชูป้ายโปรเจกต์ Happy Birthday ให้กับลีดเดอร์โซยอน ล่วงหน้า 6 วัน ทำเอาลีดเดอร์คนแซ่บเขินไม่หยุดนอกจากนี้ สาวๆ จีไอเดิล ยังโชว์ความน่ารัก ความสดใส มาอ้อนแฟนๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการโชว์ Dance Battle เพลงไทยสุดคิ้วท์ สาดภาษาไทยประโยคเด็ดๆ ที่ทำเอาแฟนๆ ใจบางไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า มีความสุขมากๆ, เนเวอร์แลนด์แซ่บมาก, เนเวอร์แลนด์ เก่งปุยมุ้ย ,รักเนเวอร์แลนด์งับงับ ,เนเวอร์แลนด์ฮอตมากค่าอีกทั้งช่วงท้าย 5 สาว ก็พร้อมใจโดดขึ้นรถเลื่อน เพื่อเดินทางไปหาแฟนๆ ทั่วทั้งฮอลล์ให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นบรรยากาศการส่งท้ายที่ทั้งอบอุ่น และซาบซึ้งในในความปริติยินดี ที่ได้มาเจอกันในโอกาสพิเศษนี้ ซึ่งทำเอาสาวมินนี่ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้เห็นความรัก และแรงสนับสนุนของเนเวอร์แลนด์ชาวไทย ที่พร้อมมอบความรักให้พวกเธออย่างมากมายท่วมท้นขนาดนี้ ภาพ : BE HEAR NOW KPOP

ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์ ชี้แจงความสัมพันธ์กับนางแบบเวียดนาม หลังถูกโยงจากทริปพักผ่อนที่เกาะสมุย

08 พ.ค. 2024

ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์ ชี้แจงความสัมพันธ์กับนางแบบเวียดนาม หลังถูกโยงจากทริปพักผ่อนที่เกาะสมุย

ดีเจพีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร ใช้พื้นที่หน้าไมค์เคลียร์ข่าวที่กลายเป็นทอปปิกให้คนแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย สำหรับความสัมพันธ์กับนางแบบชาวเวียดนาม โจลี่ เหงียน (Jolie Nguyen) ซึ่งถูกจับตามองเพราะทั้งคู่เช็กอินในรีสอร์ตหรูบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าทั้งคู่อาจเลือกใช้เวลาพักผ่อน ด้วยการเดตและทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดสุดสัปดาห์กันที่นั้นหรือไม่?โดย ดีเจพีเค ขออนุญาตแฟนรายการใช้พื้นที่หน้าไมค์ แฉข่าวเช้า ทาง EFM94 เพื่ออธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนสร้างความเข้าใจผิด โดยเขาบอกว่า ทริปพักผ่อนที่เกาะสมุยนั้น เป็นการเดินทางไปเพื่อใช้เวลากับครอบครัว ซึ่งมี พี่หนุ่ม-ชลธิศ เข็มเพชร พี่ชายแท้ ๆ และเพื่อนของพี่หนุ่มร่วมทริป ไม่ได้มีบุคคลอื่นตามข่าวเดินทางไปด้วยแต่อย่างใด“เดินทางไปสมุยตั้งแต่วันพฤหัสบดี เพื่อพักผ่อนกับพี่ชายและเพื่อนของเพื่อนพี่ชาย นั่งทานอาหารก็ลงภาพเพื่ออยากช่วยโปรโมต ระหว่างนั้นเลื่อนไปเจอว่าเขาก็ลงภาพและเช็กอินร้านอาหารใกล้ ๆ กัน เลยส่งข้อความไปหา อยากคุยเพราะไม่ได้คุยกันมานานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่กลับได้คำตอบว่า เป็นภาพเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว และตอนนี้เขาอยู่ออสเตรเลีย“วันต่อมาเขาก็ลงภาพและเช็กอินโลเคชันโฟร์ซีซัน พี่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าโฟร์ซีซันอาหารอร่อย เลยชวนพี่หนุ่มไปทานอาหารที่นั่น จากนั้นช่วงเย็นในวันอาทิตย์ก็กลายเป็นข่าวว่าเราอยู่ด้วยกัน แต่ความเป็นจริงเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เข้าใจว่าเขาจะลงภาพทำไมหลังจากที่พี่ลง ซึ่งเขาจะลงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ทำไมต้องลงหลังพี่ พี่ไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่พอลงแบบนี้คนที่โดนด่ากลับเป็นพี่เอง ก็มีส่งข้อความไปถามนะเขาก็ตอบกลับมาแค่หัวเราะ”นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามจากแฟนรายกายที่ถามเข้ามาในแชตว่า ‘หากวันหนึ่งเขากลับมาขอโอกาส มีโอกาสจะกลับไปเป็นเพื่อนกันไหม’ ดีเจพีเค ตอบกลับสั้น ๆ ว่า ‘เอา’ พร้อมกับยอมรับว่าตอนนี้ได้รับบทเรียนจากสิ่งที่ทำในอดีตแล้ว แต่ตนไม่ใช่คนโกหก สิ่งที่พูดก็คือความจริงและความรู้สึกจริง ๆ แม้จะถูกคนรอบตัวเตือนตลอดว่านี่คือสัญญาณอันตรายของความสัมพันธ์ก็ตามภาพ : แฉข่าวเช้า

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-