กันไว้ดีกว่าแก้! อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี แนะควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อให้ดวงเฮงตลอดปี 66! | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

กันไว้ดีกว่าแก้! อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี แนะควรหรือไม่ควรทำอะไร เพื่อให้ดวงเฮงตลอดปี 66! | อังคารคลุมโปง

12 ม.ค. 2023

อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (10 มกราคม 2565) ถือได้ว่าเป็นเทปแรกของปี 2566 ‘อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี’ จึงถือโอกาสนี้ เตือนชาวอังคารคลุมโปงถึงสิ่งที่ควรระวังและมีเคล็ดลับเสริมดวงให้เฮงตลอดปี จะมีอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านกันเลย!

มากันที่คำเตือนกันก่อน

คุณอุ๋มอิ๋มบอกว่าปีกระต่ายปีนี้ จะมีเหตุการณ์ผู้สูงอายุเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ชนิดที่ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน อาจจะเป็นอุบัติเหตุหรืออยู่ ๆ ก็ไม่หายใจไปเสียดื้อ ๆ ก็มี ดังนั้นหากมีผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัว แนะนำให้พาไปตรวจสุขภาพ จะได้รักษาได้ทันท่วงที

อีกเรื่องที่อยากจะเตือนให้ระมัดระวัง คือในช่วงครึ่งปีแรก เศรษฐกิจที่เริ่มจะดีขึ้นบ้างแล้วนั้น หลายคนพอทรงตัว แต่ก็ไม่อยากให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ยังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกควบคู่ไปด้วย ใครที่เล่นหุ้น จะเล่นแบบ Long Term ยาก ส่วนเรื่องทอง ยังเป็นทางเลือกที่ดีแต่ไม่ควรลงทุนมากจนเกินไป ไม่ควรลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามาก และให้ระวังมิจฉาชีพให้มาก ๆ เพราะจะมาในทุกรูปแบบ ต้องระวัง รอบคอบ อย่าลงทุนกับสิ่งที่เราไม่รู้ ส่วนเรื่องที่ดิน กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง

อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดคืออุบัติเหตุบนท้องถนน คุณอุ๋มอิ๋มอธิบายเพิ่มว่า คนเก็บวิญญาณ จะมาเก็บตามถนนเพิ่มมากขึ้น อาจเพราะดวงบ้านดวงเมืองเปลี่ยน ดังนั้นไม่ว่าจะรถประเภทไหน ก็อยากให้มีสติก่อนสตาร์ท ง่วง เมา ไม่ขับ

ส่วนคำแนะนำสำหรับต้นปี

คุณอุ๋มอิ๋มก็แนะนำให้ไปไหว้ศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ถ้าตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ชื่ออยู่ที่จ.อื่น ก็ให้ไหว้ที่กรุงเทพฯก่อน แล้วค่อยไปต่างจังหวัด จากนั้นให้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดที่คุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วัด ศาลเจ้า หรืออะไรก็ได้หมดเลย อีกหนึ่งที่คือศาลเจ้าแม่กวนอิม สามารถขอให้ท่านดูแลเรื่องสุขภาพ ความเป็นมงคล บุญบารมีต่าง ๆ ของไหว้ต้องเป็นของบริสุทธิ์ เช่น ดอกบัวสีขาว หรือส้ม

ส่วนอากงนั้น คุณอุ๋มอิ๋มแนะนำให้ไหว้ด้วยกล้วยหอมสุกสีเหลือง, สัปปะรดภูแล ยิ่งลูกเล็ก ๆ ตาสัปปะรดก็จะเยอะ สื่อว่าหูตาเราจะเยอะ เวลามองหรือจับอะไรจะได้มีช่องทางมากขึ้น และสุดท้ายคือลูกท้อหรือพีช กี่ลูกก็ได้ตามสะดวก และหากมีโอกาสให้นำพวงมาลัยติดไปเอง จะได้สื่อถึงความตั้งใจ สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือให้เขียนคำอธิษฐานไว้ให้ครบ อย่าอายที่จะหยิบขึ้นมาดู เพราะการไม่ได้เขียนเรียบเรียงไว้ก่อนอาจจะทำให้เราพูดวนไปมาได้ แล้วก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย

นอกจากนี้ คุณอุ๋มอิ๋มยังมีทริคในการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าหากไปไหว้ในช่วงที่คนเยอะ ให้เดินเข้าไปถ่ายรูปคำอธิษฐานออกมาก่อน แล้วหาพื้นที่ที่ทำให้จิตใจเราสงบ แล้วอธิษฐานจากตรงนั้น

ส่วนใครที่ทำการค้า แนะนำให้ปล่อยสัตว์น้ำ ที่กรมประมงอนุญาต และต้องมีการไถ่ชีวิต ส่วนสินค้าที่เป็นปัจจัย 4 นั้นจะขายดีเสมอ

กระเป๋าสตางค์เองก็สำคัญ ถ้าหากมีการชำรุด รูดซิปไม่ดีติดขัด ให้เปลี่ยนในช่วงตรุษจีนจะถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีมาก แต่ถ้าใครชอบการสแกนจ่ายมากกว่า ก็ระวังอย่าให้ฟิล์มหรือหน้าจอโทรศัพท์ชำรุด เพราะอาจเกิดความเสียหายระหว่างการโอนเงินได้ คุณอุ๋มอิ๋มเสริมว่าแม้จะสแกนจ่ายมากกว่า แต่ก็ควรจะมีกระเป๋าสตางค์ติดตัวไว้ เผื่อพกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้กับตัวได้ ถือว่าเป็นเคล็ด

สำหรับปีชง ให้ทำพิธีปัดชง 3 เดือนครั้งทั้งปี โดยให้ปัดตั้งแต่หัวจรดพื้น 13 ครั้ง หรือใครไม่ชงอยากจะปัดก็ปัดได้เลย และไม่แนะนำให้ปัดแทนคนอื่น

ติดตามความสนุกย้อนหลัง

related ENTERTAINMENT NEWS

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

10 พ.ย. 2022

โศกนาฏกรรมสุดเศร้า คละเคล้าความสยอง ‘หมอบี’ พบหุ่นจำลองปริศนา กับพฤติกรรมประหลาดของอาม่าเจ้าของบ้าน!

ประสบการณ์ชวนตระหนกตกใจและขนหัวลุกนี้ เป็นของ ‘หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ’ ที่ได้เข้ามาร่วมแชร์ประสบการณ์หลอนในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 พฤศจิกายน 2565) เรื่องที่นำมาเล่าจะน่าตกใจและเสียวสันหลังขนาดไหน เราสรุปไว้ให้คุณอ่านข้างล่างนี้แล้ว กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘สายใยของครอบครัว’‘หมอบี’ เล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาไม่นาน และเหตุเกิดที่ต่างประเทศ โดยมีผู้ว่าจ้างคนหนึ่งสงสัยว่า ‘พี่ชาย’ ถูกของเข้า และอยากให้มาช่วยดูพฤติกรรมแปลก ๆ ของ ‘อาม่า’ ด้วยต้องบอกก่อนว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลและร่ำรวย ชาวบ้านแถวนั้นต่างก็รู้จักกันดี เมื่อไปถึง ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าพี่ชายของเขามีอาการผิดปกติ และยังไม่มีใครเห็นพี่ชายมานานเป็นเดือนแล้วด้วย ทางผู้ว่าจ้างเองก็ยืนยันและมั่นใจว่า พี่ชายของเขาถูกทำของใส่โดยพี่สะใภ้แน่นอน นอกจากนี้ ‘อาม่า’ หรือแม่ของผู้ว่าจ้าง ที่เรียกได้ว่ามีอำนาจสูงสุดของบ้าน ก็ยังคอยซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ไปทำอาหารที่บ้านของพี่ชายอยู่ทุกวัน แม้จะไม่มีใครเคยเห็น แม้แต่เงาของพี่ชายและครอบครัวเลยก็ตาม..ถึงอย่างนั้น ‘อาม่า’ ก็ยืนกรานว่าครอบครัวของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่กันอย่างมีความสุข ลูกสะใภ้ก็ทำตัวดีไม่มีปัญหาอะไร และไม่ยอมให้หมอบีเจอเดินทางไปบ้านของพี่ชาย หมอบีจึงจำใจยอมแพ้และกำลังจะออกจากบ้านหลังนั้น แต่น้องหมาสูงอายุที่นอนติดเตียง เพียงแค่หายใจก็ยังยากลำบาก ซึ่งโดยปกติแล้วจะนอนอยู่เฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยากับใคร อยู่ ๆ ก็ตะเกียกตะกายตัวเข้ามาขวางหมอบีไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน คนในบ้านเองก็แปลกใจว่าทำไมน้องถึงทำแบบนี้ แต่หมอบีเองก็ไม่ได้สนใจ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่น้องก็ยังคลานมาขวางหมอบีอีกอยู่ดี หมอบีจึงทำได้เพียงลูบหัวและส่งความรู้สึกบอกน้องไปว่า “ไม่เป็นไรนะ ถ้ามีอะไรจะช่วยเต็มที่” สุดท้ายก็เดินออกจากบ้านไปในคืนนั้น ทางผู้ว่าจ้างก็ได้โทรมาหาหมอบีและบอกว่า น้องหมาตัวนั้นได้ส่งเสียงหอนโหยหวนที่หน้าประตูห้องของพี่ชาย (เดิมเคยอยู่บ้านหลังนี้ แต่ปัจจุบันย้ายออกไปมีบ้านเป็นของตัวเอง) เรียกได้ว่าผิดปกติกว่าทุกครั้ง เพราะมันไม่เคยเห่าหรือหอนมานานมากแล้ว..วันรุ่งขึ้น หมอบีก็ไปที่บ้านหลังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ ทุกคนในบ้านก็พยายามช่วยพูดให้อาม่ายอมใจอ่อนพาไปหาพี่ชายที่บ้านอีกหลัง อาม่าจึงบอกให้พิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าเชื่อว่าช่วยได้จะยอมพาไป หมอบีจึงทำบางสิ่งบางอย่างให้อาม่าเชื่อ (หมอบีขอละตรงนี้ไว้เป็นความลับ) เมื่ออาม่าเชื่อแล้ว จึงบอกว่าจะพาไป แต่มีเงื่อนไขว่าหมอบีจะต้องไปคนเดียวเท่านั้น!พอไปถึงบ้านของพี่ชาย หมอบีก็ได้ยินเพื่อนบ้านโวยวายเรื่องกลิ่นเหม็นที่มาจากบ้านหลังนี้ และเมื่อได้เดินเข้าไปในบ้าน หมอบีก็ได้กลิ่นเหม็นที่ว่านั้นเข้าอย่างจัง หมอบีคิดในใจว่าจะต้องมีศพที่เน่าจนหนอนขึ้นยั๊วะเยี๊ยะเต็มไปหมดแน่นอน แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นอาหารเน่าบูดกองใหญ่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะอาหาร สภาพเละเทะเกินจะบรรยาย แต่เมื่อหันกลับมามองที่อาม่า ท่านกลับมีสีหน้าเรียบเฉยจนผิดปกติ แถมอาม่ายังบอกอีกว่า ก็เนี่ยไง ยังอยู่กันดี เป็นปกติ อาม่าก็ยังมาทำอาหารให้ ‘พวกเขา’ กินทุกวันอยู่เลย นั่นทำให้หมอบีรู้สึกขนหัวลุกกับพฤติกรรมแบบนี้ และเกิดข้อสงสัยว่า “แล้วอาม่าทำอาหารให้ใครกิน?”เมื่อเดินไปห้องนั่งเล่นของบ้าน ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ อากาศในห้องเย็นเฉียบ และหมอบีก็รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคือก้อนอะไรบางอย่างที่ถูกมัดกันจนมีรูปร่างคล้ายกับคนในสภาพนั่งอยู่บนโซฟา และมีอะไรบางอย่างที่หมอบีก็ยังไม่ทราบ ถูกนำมาแปะจนกลายเป็นใบหน้า วาดปากฉีกยิ้มชวนเสียวสันหลัง หมอบีเล่าว่าหุ่นนี้ประกอบไปด้วย ‘พี่ชาย’ และลูกของพี่ชายอีก 2 คน อาม่าบอกเพิ่มเติมว่า “ก็เนี่ยไง ลูกชั้นก็อยู่ตรงนี้”สักพักนึง อาม่าก็พาเดินเข้าไปที่ครัว ซึ่งหมอบีเองก็สัมผัสได้ว่าครัวนี้ถูกใช้ทำอาหารเป็นประจำ มีการเก็บล้างอย่างดี หมอบีคิดในใจ 2 อย่าง อย่างแรก อาม่าอาจมีอาการป่วยทางจิต และสอง ลูกสะใภ้หายไปไหน? เมื่อเดินดูข้างในบ้านเสร็จแล้ว หมอบีจึงเดินออกมาสำรวจนอกบ้าน รวมทั้งได้ข้อมูลสำคัญจากเพื่อนบ้านแถวนั้นว่า ในทุกวัน ๆ ลูกสะใภ้จะพาอาม่ามาที่บ้านในช่วงเย็นหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก็ได้เข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้ หมอบีก็ถูกเรียกตัวให้ไปที่บ้านหลังเกิดเหตุนั้นอีกครั้ง จึงได้ทราบว่า หุ่นที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีอะไรบางอย่างแปะไว้เป็นใบหน้า มันคือหน้าจริง! หมอบีอธิบายต่อว่ามันคือชิ้นเนื้อเละ ๆ ที่ถูกนำมาตัดแต่ง และติดเข้าไปที่หุ่น เมื่อเข้าไปในครัว และเปิดข้างล่างซิงก์ล้างจานออก ก็พบกับหุ่นของผู้หญิงนั่งคดคู้อยู่ใต้ซิงก์ อีกมือถือมีดอยู่ในท่าเตรียมจะจ้วงอะไรบางอย่าง และเช่นกัน ใบหน้านั้นคือเศษชิ้นเนื้อที่ถูกตัดแต่งจนเป็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างสยดสยอง!กลายเป็นว่าทุกคนที่ตามหา เสียชีวิตไปหมดแล้ว เมื่อสืบให้ลึกขึ้นก็พบว่าศพทั้งหมดนั้น ถูกนำไปทำพิธีและฌาปนกิจเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ส่วนทางด้านอาม่าก็มีอาการเบลอ คุยด้วยไม่ได้ หมอบีไม่สามารถสอบถามอะไรอาม่าเพิ่มเติมได้เลย หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หุ่นเหล่านั้นมีอาหารปนเปื้อนอยู่ อาจจะเป็นอาม่าที่ป้อนอาหารเข้าไปก็เป็นได้ ซึ่งอาหารเหล่านั้นเมื่อตรวจสอบดูอีกทีก็พบว่ามีเศษชิ้นเนื้อของลูกสะใภ้ปะปนอยู่ด้วย หมอบีเล่าต่อว่าเนื้อพวกนี้ เขาจะแยกเก็บไว้เป็นบางส่วนเพื่อทำฮวงซุ้ย และอาจจะถูกขโมยออกมาก็เป็นได้นอกจากนี้ตำรวจยังได้สืบหาเบาะแสเพิ่มเติมพบว่า ลูกสะใภ้มักจะถูกผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยปริปากบอกใคร และพยายามดูแลครอบครัวให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็มักจะพาอาม่าไปซื้อวัตถุดิบเพื่อมาทำอาหารทุกวัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ่นของลูกสะใภ้จึงถือมีดและอยู่ในท่าพร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นอยู่นั่นเองหมอบีเล่าต่อว่า ศพทั้ง 4 ชีวิตนั้น เสียชีวิตไปเป็นระยะเกือบ 1 เดือน ตรงตามกับที่ผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่มีใครพบเห็นพี่ชายมาเป็นเวลากว่า 1 เดือนหลังจากนี้หมอบีก็ยังต้องกลับไปสืบเรื่องนี้ต่ออีกครั้ง เพราะตอนนี้ทางตำรวจเองก็สันนิษฐานว่าคนทำอาจไม่ใช่ลูกสะใภ้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ใครคือคนร้ายตัวจริง? หรือมีอะไรอยู่เบื้องลึกเบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้กันแน่...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

EFM94 Exclusive Talk ‘Jackson Wang’ “พี่แจ็ค” น่ารักเกินปุยมุ้ย! ทำแฟนคลับใจฟู ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ประเทศไทย

25 ก.ค. 2022

EFM94 Exclusive Talk ‘Jackson Wang’ “พี่แจ็ค” น่ารักเกินปุยมุ้ย! ทำแฟนคลับใจฟู ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ประเทศไทย

ทำเอาตึก GMM แทบแตกกันเลยทีเดียว (19 กรกฎาคม 2565) เมื่อคลื่นวิทยุ “EFM94” ได้เปิดสตูดิโอต้อนรับ “Jackson Wang” สู่ Exclusive Talk ‘Jackson Wang’ จาก TEAM WANG records ร่วมพูดคุยกับ “ดีเจอ้อม สุนิสา” และ “ดีเจพีเค ปิยะวัฒน์” ซึ่งบรรยากาศในสตูดิโอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน เพราะด้วยความเป็นกันเองของ “พี่แจ็ค” จึงทำให้ทั้งดีเจและแฟนคลับได้มีความสุข ใจฟูไปตาม ๆ กันเริ่มต้น Exclusive Talk ก็เรียกเสียงหัวเราะด้วยการทดลองเป็น “ดีเจพี่แจ็ค” และได้พูดถึงทุเรียน ผลไม้สุดโปรดที่ “พี่แจ็ค” ชอบทานมาก งานนี้ดีเจก็ถามว่า มาประเทศไทยครั้งนี้ได้ทานทุเรียนหรือยัง? พี่แจ็คก็ตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะว่า “ผมชอบทุเรียน ทุกคนที่เจอผมมักจะเอาทุเรียนมาให้เต็มเลย จนผมอยากจะบอกไปว่าหยุดก่อนครับ...” เป็นอีกหนึ่งคำถามที่แฟนคลับส่งเข้ามาถามกันเยอะที่สุด คือ “พี่แจ็ค” มาประเทศไทยแล้วได้ไปเที่ยวที่ไหนหรือไปกินอะไรบ้างหรือยัง? งานนี้ “พี่แจ็ค” ก็ได้เล่าว่า “เมื่อสองสามวันก่อน เวลาประมาณตี 2 – 3 หลังจากซ้อมเต้นเสร็จ “พี่แจ็ค” แอบไป Foodland สั่งซุปข้าวโพดและข้าวผัดอเมริกัน อร่อยมาก อาหารก็มาไวรวดเร็วทันใจ และที่สำคัญถูกและดี”“พี่แจ็ค” ประทับใจจนต้องพูดออกมาว่า “แล้วจะบอกว่า ‘Foodland’ It’s the best”และอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอยากรู้ คือ ในวงการบันเทิง มีบทบาทไหนอีกบ้างที่ “พี่แจ็ค” อยากทำ? ซึ่ง “พี่แจ็ค” ก็ได้บอกว่า “อยากเป็นนักแสดงแอคชั่น แต่ยังไม่เข้าวงการภาพยนตร์จนกว่าจะพร้อมหรือมีการฝึกซ้อมจนกว่าทุกคนคิดว่าเขาเหมาะสมที่จะอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าได้เล่นจริง ๆ ก็ขอบทที่ไม่โรแมนติก ไม่มีเลิฟซีน เพราะเขิน” ทำเอา “พี่แจ็ค” ต้องพูดเป็นภาษาไทยว่า ‘ไม่ไหว...’หลังจากดีเจบอกว่า #PJACKxEFM94 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ประเทศไทย“พี่แจ็ค” ถึงกับพูดเป็นภาษาไทยว่า “ขอบคุณทุกคน รักนะจุ๊บ ๆ เราอยากจะบอกว่าสู้ ๆ ครับ” สุดท้ายก่อนจะจบรายการ “พี่แจ็ค” ก็ได้ฝากข้อคิดดี ๆ ถึงเหล่าอากาเซ “รักตัวเองมาก ๆ เพื่อจะได้มีพื้นที่ในการรักคนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นวันที่แย่แค่ไหน หวังว่าผลงานและความสามารถของผมจะเยียวยาคุณได้ สุดท้ายรักตัวเองให้มากที่สุด แล้วอย่าทิ้งความฝันของตัวเอง...” สามารถฟังสัมภาษณ์ได้ทาง

Netflix ส่งตัวอย่างแรกสุดสะพรึงจาก ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ อุ่นเครื่องความหลอน ก่อนพบความสยองขวัญพร้อมกัน 20 ส.ค.นี้

23 ก.ค. 2024

Netflix ส่งตัวอย่างแรกสุดสะพรึงจาก ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ อุ่นเครื่องความหลอน ก่อนพบความสยองขวัญพร้อมกัน 20 ส.ค.นี้

เตรียมพบกับความหลอนแบบสุดขีดที่จะทำให้วันอังคารของคุณเปลี่ยนไปตลอดกาล! เมื่อ Netflix จับมือ เอไทม์ รับประกันความขนหัวลุกด้วยตัวอย่างแรกสุดสะพรึงพร้อมโปสเตอร์เรียกน้ำย่อยของซีรีส์สยองขวัญเรื่องใหม่ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ที่ถูกปล่อยออกมาเขย่าความผวา กับ 8 เรื่องหลอนครบรสที่จะทำให้วันอังคารของคุณกลายเป็นวันที่ลืมไม่ลง ก่อนไปรับชมพร้อมกันกว่า 190 ประเทศทั่วโลก 20 สิงหาคมนี้สร้างความหลอนอย่างต่อเนื่องกับตัวอย่างแรกของ ซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่เคยสร้างความระทึกขวัญชวนผวามาแล้วในรายการวิทยุยอดฮิตจาก EFM อย่าง ‘อังคารคลุมโปง’ มาถ่ายทอดเป็นรูปแบบซีรีส์ จัดเต็มทั้ง 8 ตอนเล่าเรื่องราวครบรส พร้อมเติมรสชาติเพิ่มดีกรีความสยองแบบเข้มข้นที่จะทำให้ผู้ชมผวาจนนั่งเก้าอี้ไม่ติดซีรีส์ ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวสุดสยองยอดนิยมของคนไทย รวมหลากแง่มุมความหลอนที่หลายคนคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาหลอน ชุดเจ้าสาวผีสิง บ้านต้องคำสาป คำสาบานสยองขวัญ โรงเรียนเฮี้ยน วิญญาณอาฆาต พิธีกรรมอาถรรพ์ หรือแม้แต่ความลับในครอบครัวที่ชวนขนหัวลุก ซึ่งครั้งนี้ได้ 8 ผู้กำกับที่แค่ชื่อก็การันตีความหลอน นำทีมโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์, อภิโชค จันทรเสน, สุรพงษ์ เพลินแสง, พฤกษ์ เอมะรุจิ, ปริญญ์ กีรติรัตนลักษณ์, ชยันต์ เล้ายอดตระกูล และ เอลิซ่า เปียง แท็กทีมกับทัพนักแสดงมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต ที่จะพาทุกคนดำดิ่งสู่ความสยองขวัญแบบเอ็กซ์ตรีมทั้ง มดดำ คชาภา, เฌอปราง อารีย์กุล, มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์, จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, ต้นหอม ศกุนตลา, เอแคลร์ จือปาก, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ณัฏฐ์ กิจจริต, ญารินดา บุนนาค, เข็ม-ลภัสรดา ช่วยเกื้อ, แพรว-นฤภรกมล ฉายแสง, น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์, พิกเล็ท-ชาราฎา อิมราพร, สไมล์ ภาลฎา, พ้อยท์ ชลวิทย์, แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน, ซิดนีย์-สุพิชชา สังขจินดา, ปูน มิตรภักดี, ธัญพร สนธิขันธ์, อรรถพล เทศทะวงศ์ และ ไอรีน มาลารินนับถอยหลังเตรียมพร้อมกับความเอ็กซ์ตรีมครั้งใหม่ที่จะทำให้คุณผวาจนไม่กล้าลืมตาใน ‘อังคารคลุมโปง: เอ็กซ์ตรีม’ สะพรึงพร้อมกัน 20 สิงหาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้นภาพ : Netflix

ไปกางเต็นท์คนเดียว.. ระวังเจอเซอร์ไพร์สโดนเขย่าเต็นท์! สุดท้ายไม่ได้หลับไม่ได้นอน

19 ธ.ค. 2022

ไปกางเต็นท์คนเดียว.. ระวังเจอเซอร์ไพร์สโดนเขย่าเต็นท์! สุดท้ายไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (13 ธันวาคม 2565) มีสายจาก ‘คุณโก้’ ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกเกี่ยวกับการไปตั้งแคมป์นอนเต็นท์ที่ต่างจังหวัดคนเดียว ชวนให้ดีเจแนน - ดีเจ็ม - และดีเจมดดำ ได้อุทานร้องหวอไปตาม ๆ กัน กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘เขย่าเต็นท์’การตั้งแคมป์นอนเต็นท์ เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ในการท่องเที่ยวของบ้านเรา คุณโก้เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่อยากจะชมวิว ชิลไปกับบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว คุณโก้นัดกับเพื่อนว่าจะไปนอนเต็นท์ด้วยกันในวันธรรมดา เพราะวันหยุดจะมีคนเยอะ เมื่อได้จัดการจองและจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย พอถึงหนึ่งวันก่อนจะออกเดินทาง เพื่อนคุณโก้กลับเปลี่ยนใจไม่ไปเสียอย่างนั้น คุณโก้ที่เสียดายเงินที่จ่ายไป บวกกับสถานที่นอนเต็นท์อยู่ใกล้บ้าน ห่างประมาณ 30 กิโลเมตร จึงตัดสินใจเดินทางไปคนเดียวคุณโก้ไปถึงลานกางเต็นท์ในช่วงเที่ยง ลูกของเจ้าของสถานที่ ซึ่งมีเชื้อสายไทย-มอญ ก็เดินเข้ามาต้อนรับด้วยความอัธยาศัยดีและช่วยกางเต็นท์จนเสร็จเรียบร้อย จนเกือบจะถึงเวลาเย็น คุณโก้ก็ออกไปกินข้าว พอใกล้ 6 โมงเย็น ก็กลับมาที่เต็นท์ของตัวเอง ก็พบว่าบริเวณนั้น แทบจะไม่มีใครมากางเต็นท์นอนกันเลย ส่วนลูกเจ้าของสถานที่ก็กลับบ้านพักซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณนี้ไป คุณโก้อธิบายเสริมว่า ด้านหน้าของเต็นท์จะมีลำธารเล็ก ๆ ที่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ เวลาผ่านไปจนถึง 1 ทุ่ม แม้จะมีแสงไฟอยู่บ้าง แต่ความมืดที่มากกว่าก็ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ คุณโก้ตัดสินใจเข้าไปนอนในเต็นท์ เพราะลึก ๆ ก็แอบหวั่นใจกับบรรยากาศในที่แห่งนี้…ใช้เวลาไม่นานคุณโก้ก็ผล็อยหลับไป กระทั่งเวลา 2 ทุ่ม คุณโก้ตื่นเพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือ เป็นเพื่อนคนที่ตั้งใจจะมาด้วยกันนั่นเองที่โทรเข้ามา คุณโก้หัวเสียเล็กน้อยเพราะเพื่อนโทรมาจนทำให้ตื่น และบอกเพื่อนว่าที่นัดกันไว้นั้นตนมาคนเดียว คุยกันได้สักพักก็วางสายไป คุณโก้ตั้งว่าจะนอนต่อแต่ก็ไม่สำเร็จ ผ่านไปสักพัก ก็ได้ยินเสียงของคนประมาณ 3-4 คน เหมือนกำลังหาปลาอยู่ในลำธารด้านหน้าเต็นท์ (ซึ่งความสูงของน้ำในลำธารนั้นประมาณค่อนเอว) เสียงนั้นเดินใกล้เต็นท์มากขึ้นทุกที จากนั้นก็หยุด แล้วเสียงภาษาพม่าก็เริ่มดังขึ้น คุณโก้เริ่มคิดเตลิดในหัว ถ้าเปิดออกไปแล้วเป็นคน ก็คงจะน่ากลัวไม่น้อย เพราะเขามากันหลายคน แต่ถ้าเปิดไปแล้วไม่เจอใคร ก็ยิ่งทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เสียงคุยยังคงดำเนินต่อไปประมาณ 10 นาทีได้ คุณโก้ที่เริ่มทนไม่ไหวก็ตัดสินใจจะเปิดเต็นท์ออกไปดู เพราะคิดว่าอย่างน้อยถ้าเป็นคนก็คงจะชื่นใจกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็เปิดเต็นท์ออกไป ภาพที่เห็นนั้นแทบไม่เชื่อสายตา!คุณโก้พบว่าข้างนอกนั้น ไม่มีใครอยู่เลย! ภาพข้างหน้าเป็นธารน้ำที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟสลัวจากดวงไฟไม่กี่ดวง คุณโก้เริ่มตระหนักในใจว่ายังไงก็โดนเข้าให้แล้ว แต่ด้วยความใจกล้า จึงจะยังนอนอยู่ที่นี่ อีกสักหน่อยตัวเองคงจะหลับไปเอง แต่แล้วก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ เวลาผ่านไปไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคนเดินเหยียบใบไม้บริเวณรอบ ๆ เต็นท์ และก็อีกครั้ง ที่เสียงนั้นมาหยุดอยู่ที่หน้าเต็นท์ คุณโก้ที่นอนหันหลังให้ฝั่งนั้นก็ต้องสั่นสะท้าน ไม่กล้าหันไปมอง จากนั้นเสียงก็ค่อย ๆ ย่องเดินไปต่อจนเริ่มเบาและหายไป วินาทีนั้นคุณโก้ก็โล่งใจ เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว..อากาศข้างนอกดูเหมือนจะเย็นลง แต่คุณโก้ก็ไม่แน่ใจว่าข้างนอกมีลมแรงหรือไม่ สักพักเต็นท์ก็เริ่มเขย่าโดยอะไรบางอย่าง! คุณโก้ลุกขึ้นมานั่งชันเข่าตัวแข็งไปหมด เพราะจิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในใจคิดว่าจะเอายังไงดี ถ้าจะกลับบ้านมันก็ดึกแล้ว ประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืนได้ ครั้นจะอยู่ต่อมันก็นอนไม่หลับแล้ว คุณโก้จึงบอกกับตัวเองว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก จะกลับบ้านทันที!ไม่นาน ขณะที่คุณโก้นั่งชันเข่าอยู่ที่มุมบนตรงกลางเต็นท์ ใบหน้าก็มองไปที่อีกฝั่ง ทันใดนั้นก็มีหน้าคนยื่นเข้ามาจากข้างนอกทั้งที่ไม่ได้เปิดเต็นท์แล้วก็เด้งกลับไปในเสี้ยววินาที! (มียื่นหน้าเข้ามา แม้จะมีผ้าเต็นท์กั้นอยู่ คล้ายกับแม่พิมพ์) จังหวะนั้นคุณโก้ก็รู้ดีว่ามันคือใบหน้าของคนแน่ ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร จากที่กลัวมาก คุณโก้ก็ปลดล็อคดับเครื่องชน รีบเปิดเต็นท์ออกไปดูและตะโกนลั่นป่าถามว่า “ใครครับ! ออกมาได้มั้ย?” สุดท้ายก็ไม่มีใครหรือเสียงอะไรตอบกลับมา ด้วยความที่อยู่คนเดียว จึงโทรหาเพื่อนคนเดิมแล้วเปิด Speakerphone ไว้ แต่เพื่อนบอกว่าคุยกับแฟนอยู่ คุณโก้จึงบอกว่า “กูกำลังเก็บเต็นท์กลับบ้าน มึงพูดอะไรก็ได้ แต่กูขอเก็บเต็นท์แปปนึง” (ประมาณว่าให้เพื่อนอยู่ในสายรอไว้) คุณโก้ใช้เวลาเก็บเต็นท์น้อยกว่ากางเต็นท์มาก คุณโก้เล่าเสริมว่า ขณะที่เดินกลับรถ ก็พึ่งจะรู้ตัวว่าบรรยากาศตรงนั้น มันไม่ปลอดภัยมาก ๆ ทั้งมืด และไม่มีใคร แล้วก็บอกกับตัวเองในใจว่า “กูนอนไปได้ไงเนี่ย” จากนั้นก็รีบออกไปโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมองลานกางเต็นท์นั้นอีกเลยซึ่งทางดีเจเจ็มจึงถามกลับไปว่า “ปกติแล้ว เวลาเราไปกางเต็นท์ ก็มักจะต้องบอกเจ้าที่เจ้าทาง คุณโก้ได้ทำบ้างมั้ย?” คุณโก้บอกว่าไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย เพราะคิดว่าคงไม่มีอะไร เรามานอนคนเดียว ไม่มีเจตนาร้ายใครได้ฟังหรืออ่านเรื่อง ‘เขย่าเต็นท์’ จากคุณโก้กันแล้ว ถ้ามีแพลนจะไปนอนเต็นท์กลางป่า ก็พกเพื่อนตัวเป็น ๆ ไปด้วยสักคน ดีกว่าไปเจอเพื่อนที่อาจไม่ใช่คนจะดีกว่านะ...ติดตามความสนุกย้อนหลัง

album
efm
-

-