หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

ENTERTAINMENT NEWS

หลอนกลางดึก เมื่อเจอชายแปลกหน้า ต้องสวดมนต์ตามพระถึงหลุดจากภวังค์ ช็อค! ห้องนี้เคยมีคนฆ่าตัวตาย | อังคารคลุมโปง

05 ม.ค. 2023

เริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหลอนต่อเนื่องกับเรื่อง หอพัก@สระบุรี จากคุณส้ม ที่ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ ที่ผ่านมา (27 ธันวาคม 2565) เรื่องราวจะเป็นยังไง แท็กชวนเพื่อนมาอ่านไปด้วยกันเลย!

คุณส้มที่มีอาชีพเป็นวิศวกร ต้องย้ายไปประจำไซต์งานที่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน คุณส้มได้ไปประจำไซต์งานที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คุณส้มได้ไปที่จังหวัดนี้ การจองหอพักจึงเป็นการจองออนไลน์ ไม่ได้มีการเข้าไปดูห้องจริงแต่อย่างใด เมื่อตกลงเสร็จสรรพ เวลาย้ายเข้าหอก็มาถึง...

คุณส้มมีความเชื่อว่า ประตู 3 ชั้นอย่าตรงกัน เพราะเป็นทางผีผ่าน แต่หอที่เข้าไปพักอยู่เป็นแบบนั้นเลย เมื่ออยู่ไปสักพัก ก็มักจะได้ยินเสียงคนวิ่งหรือคุยกันตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

วันพระใหญ่มาถึง คุณส้มเลิกงานแล้วกลับห้องตามปกติก็อาบน้ำ ด้วยความที่เป็นคนสายตาสั้น จึงเข้าใจว่ามีเชือกห้อยอยู่ตรงผ้าม่านกลางห้อง พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จึงพบว่าเป็นงูตัวเล็กที่กำลังชูคออยู่! คุณส้มตกใจร้องกรี๊ดและรีบวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านประจำหอทันที คุณส้มตั้งใจว่าอยากให้ช่วยไล่ออกไป แต่พอแม่บ้านมาถึงดันใช้ไม้ถูพื้นตีหัวงูจนตาย คุณส้มมองภาพนั้นด้วยความสยอง และคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว หลังจากนั้นประมาณ 2 ทุ่ม ก็เตรียมเข้านอน

ก่อนนอนนั้น คุณส้มก็โทรคุยกับแฟนตามปกติ ผ่านไปประมาณเที่ยงคืน แฟนคุณส้มก็ปลุกคุณส้มด้วยความโมโห แล้วบอกให้เปิดกล้องระหว่างคุยกันด้วย เพราะอยากจะเช็คว่าคุณส้มอยู่กับคนอื่นหรือเปล่า แฟนคุณส้มบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ใกล้ ๆ คุณส้ม เมื่อได้ยินดังนั้นคุณส้มก็เริ่มใจคอไม่ดี พอเช็คว่าห้องไม่มีใครอื่นอยู่ก็ยังไม่วายทะเลาะกัน คุณส้มที่กลัวมากก็นอนไม่หลับ จึงโทรไปคุยกับคุณแม่ต่อ เวลาผ่านไปจนตี 2 คุณส้มอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ก็รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองนอนหลับอยู่ แล้วก็เปิดประตูออกจากห้องไป แต่นอกห้องดันเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเก่า ๆ ท่ามกลางหญ้ารกร้าง พอกลับเข้าไปในห้อง ก็เข้าไปนอนต่อ แล้วก็เห็นผู้ชายคนนึง ลักษณะมีฟันเหยิน ยิ้มอย่างขนลุก รูปร่างซูบผอม ทรงผมรากไทร ใส่เสื้อยืดสีดำ คุณส้มบอกว่าหน้าตาน่าเกลียดมาก มานั่งคร่อมตรงหน้าขาคุณส้ม แล้วก็พยายามจับมือดึงให้คุณส้มลุกขึ้นมา แล้วลากไปห้องน้ำ ถึงจะรู้สึกว่าร่างตัวเองถูกพาไป แต่คุณส้มก็ยังเห็นว่ามีร่างของตัวเองนอนอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม!

เมื่อฉุดกระชากกันไปกันมาสักพักใหญ่ คุณส้มก็เห็นพระ ซึ่งปกติแล้วคุณส้มก็มักจะสวดมนต์ก่อนนอนอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่สวดนั้น จะต้องมีบทสวดเพราะถ้าไม่มีบทสวดก็จะสวดไม่จบ หลังจากที่เห็นพระ ท่านก็บอกว่าให้สวดตาม เมื่อสวดตามจนจบ ก็ได้ยินเสียงนกร้อง แล้วก็สะดุ้งตื่นทันที! เมื่อดูนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลา 6 โมงเช้า ด้วยความกลัวจึงรีบออกไปทำงาน

คุณส้มเล่าเรื่องที่เจอให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ที่เชื่อเรื่องร่างทรง จึงขอที่อยู่หอ ขอเลขห้อง เพื่อให้ร่างทรงช่วย ทางร่างทรงก็บอกว่าห้องที่คุณส้มอยู่นั้น มีการฆ่าตัวตาย 6 คน โดยการรมควัน ตอนแรกคุณส้มก็ไม่เชื่อเท่าไหร่ หลังจากนั้นคุณแม่ก็เดินทางมาหา และได้ไปถามคนแถวนั้น ปรากฏว่าก็มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

คุณส้มเล่าเพิ่มอีกว่ามีจุดที่ผิดสังเกตุคือ เจ้าของหอมักจะบอกให้อยู่ให้ครบ 6 เดือน กุญแจก็ต้องคืนถึงจะได้เงินประกัน พอคุณส้มออกกะทันหัน ยังไม่ทันได้คืนกุญแจ แต่ก็ไม่มีใครโทรตามให้กลับมาคืนเลย คนที่มาอยู่ห้องนี้ก่อนหน้า ก็อยู่ไม่ครบสัญญาเหมือนกัน และตอนที่ย้ายเข้าไปใหม่ ๆ ก็มีพวงมาลัยดอกไม้แห้ง ๆ วางอยู่หน้าห้อง

ตอนนี้คุณส้มเปลี่ยนงาน ทำให้ไม่ต้องย้ายที่อยู่แล้ว ส่วนภาพของผู้ชายคนนั้นก็ยังจำได้มาจนถึงทุกวันนี้...

ติดตามความหลอนย้อนหลัง

related ENTERTAINMENT NEWS

สุดปลื้ม! “ลิซ่า BLACKPINK” สนับสนุนมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย

21 มิ.ย. 2022

สุดปลื้ม! “ลิซ่า BLACKPINK” สนับสนุนมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย

“ลิซ่า BLACKPINK” สนับสนุนมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย เดินหน้าปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ ซ่อมแซมและทาสีอาคารใหม่ ให้กับ “โรงเรียนโนนสุวรรณพิทยาคม” จังหวัดบุรีรัมย์ เสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา สำหรับโครงการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์นี้ เป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากสองฝ่าย และเป็นความร่วมมือของมูลนิธิที่อยู่อาศัยของทั้งสองประเทศ คือ ประเทศไทย และ ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการสนับสนุนจาก คุณลิซ่า - ลลิษา มโนบาล, NAVER HAPPYBEAN และ YG Entertainment เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีของนักเรียนในอนาคต ทางผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และน้องๆ นักเรียน ขอขอบคุณ “ลิซ่า ลลิษา, NAVER HAPPYBEAN และ YG Entertainment” ที่สนับสนุนโครงการดีๆ ในครั้งนี้อย่างยิ่ง สามารถติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรมเพื่อชุมชนหรือสนับสนุนบริจาคผ่าน http://www.habitatthailand.org or Line : @hfht และ Facebook : Habitat for Humanity Thailandภาพ : NAVER HAPPYBEAN

เพราะไม่เชื่อและคึกคะนองอยากลองของดี ตกดึกเจอ ‘ผี’ หลอนจนไข้ขึ้น! เรื่องเล่าจาก ‘แจ็ค The Ghost Radio’

25 พ.ย. 2022

เพราะไม่เชื่อและคึกคะนองอยากลองของดี ตกดึกเจอ ‘ผี’ หลอนจนไข้ขึ้น! เรื่องเล่าจาก ‘แจ็ค The Ghost Radio’

เรื่องราวที่พี่ ‘แจ็ค The Ghost Radio’ นำมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (22 พฤศจิกายน 2565) เป็นเรื่องราวที่ทำให้หลายคนต้องเสียวสันหลัง กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘กระทงผี’ เรื่องนี้จะหลอนชวนคลุมโปงแค่ไหน แท็กเพื่อนมาอ่านความหลอนไปด้วยกันเลย!‘กระทง’ ที่ว่านี้ ไม่ใช่กระทงที่เราคนไทยใช้เพื่อขอขมาพระแม่คงคาในเทศกาลลอยกระทง แต่หมายถึง ‘กระทงเซ่นไหว้’ และเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ส่วนเจ้าของเรื่องคือ ‘คุณหนูฝน’ แฟนคลับรายการ ‘The Ghost Radio’ นั่นเองเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณหนูฝนซึ่งเป็นคนไทยคนเดียว ได้เดินทางไปเที่ยวกับแฟนและกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติที่ประเทศอินโดนีเซีย คุณหนูฝนเล่าว่าคนที่บาหลีส่วนใหญ่มักจะนับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก และมีพิธีการเซ่นไหว้เทพเจ้าหรือภูติผีปีศาจต่าง ๆ ผ่านกระทงเซ่นไหว้ จากนั้นก็นำไปวางไว้ในสถานที่ต่าง ๆ ตามถนน เรียกได้ว่าสามารถเห็นได้แทบจะทุก 3 ก้าวเลยทีเดียว แถมยังบอกอีกว่าทุก 3-4 ชั่วโมง ต้องเห็นคนมาไหว้อยู่ตลอดระหว่างที่กำลังเดินเที่ยวกันอยู่ ‘คุณซันนี่’ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติก็เผลอเดินไปเหยียบกระทงแบบไม่ตั้งใจ คุณหนูฝนจึงบอกให้เพื่อนขอโทษเพราะนี่ถือว่าเป็นความเชื่อของเขา แต่คุณซันนี่ก็ถามกลับว่า “ทำไมต้องขอโทษกระทงด้วย กระทงนี่คืออะไร?” แล้วทั้งกลุ่มก็หัวเราะขำขัน ไม่ได้คิดอะไร แต่ตัวคุณหนูฝนก็พยายามพูดขอโทษแทนคุณซันนี่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นภาษาอังกฤษประมาณว่า “เพื่อนไม่ได้ตั้งใจนะ” หลังจากนั้นทุกคนก็พากันไปดื่มสังสรรค์ตามแพลนที่วางไว้ขากลับทุกคนในกลุ่มก็เริ่มกรึ่ม ๆ ปรากฏว่าแฟนของคุณหนูฝน ดันเดินไปเหยียบกระทงที่วางอยู่ข้างทาง หนึ่งในกลุ่มเพื่อนจึงพูดว่า “เธอเดินเหยียบผีอ่ะ ระวังผีหลอกนะ” แล้วทุกคนก็เฮฮากัน เพราะด้วยความที่เป็นฝรั่งก็ไม่ได้คิดหรือมีความเชื่ออะไร แฟนคุณหนูฝนที่กำลังกรึ่มเมาได้ที่ก็บอกว่า “อ๋อ นี่ผีใช่มั้ย? ได้เลย!” แล้วก็เดินไล่เหยียบกระทงทีละอัน! คุณหนูฝนจึงรีบตักเตือนแฟนชาวต่างชาติว่าไม่ควรทำแบบนี้ทันที ดังนั้นทุกคนในกลุ่มจึงหยุดหัวเราะ ส่วนคุณหนูฝนที่ไม่สบายใจ จึงขอขมาเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง และพากันเดินกลับที่พักไปเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่พัก ซึ่งได้จองไว้เป็นวิลล่า แยกกันนอนคนละหลัง แต่ละคนก็อาบน้ำและเข้านอนตามปกติ ระหว่างที่กำลังนอนอยู่นั้น คุณหนูฝนก็รู้สึกได้ยินเสียงเหมือนกับมีอะไรมาขูดที่ผนังดัง “แกร๊ก แกร๊ก” จึงเปิดไฟหัวเตียง แล้วก็พบว่าแฟนของคุณหนูฝนหายไป! คุณหนูฝนจึงมองหาไปรอบ ๆ จนสายตาหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่เปิดอยู่ คุณแจ๊คเล่าเสริมว่าแฟนคุณหนูฝนมีร่างใหญ่ สูงกว่า 185 เซนติเมตร ยืนอยู่ในตู้เสื้อผ้าแล้วทำคอพับ จากนั้นก็เอาเล็บตะกุยผนังตู้เสื้อผ้า คุณหนูฝนเห็นดังนั้นจึงรีบตะโกนถามว่าเป็นอะไร แล้วก็พยายามลุกไปปลุกให้แฟนมีสติ แต่ระหว่างนั้นแฟนคุณหนูฝนก็ได้ปัสสาวะราด เมื่อได้สติเขาก็บอกว่าในฝันมีผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนจะเข้ามาทำร้ายเขา แต่เขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณหนูฝนจึงบอกให้ไปอาบน้ำให้สบายตัว แล้วกลับมานอนใหม่ดีกว่า พรุ่งนี้ ตั้งสติได้ เราค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกทีเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนก็ออกไปกินข้าวเช้ายกเว้นคุณซันนี่ที่ยังไม่ออกมา แต่ทุกคนก็คิดว่าคงไม่มีอะไร ในตอนที่กินข้าวอยู่นั้น คุณหนูฝนก็ถามแฟนว่า “ตกลงเมื่อคืนนี้ เป็นอะไร? มันเกิดอะไรขึ้น?” เขาก็เล่าให้ฟังว่าเขาฝันว่ามีผู้หญิงตาสีดำเหมือนตาโบ๋มีผมฟู พยายามวิ่งไล่เขาอยู่ในห้อง ด้วยความกลัวเขาก็เลยวิ่งหนีวนในห้อง จนถึงประตู เขาก็เลยเปิดเพื่อที่จะหนีออกไปข้างนอก ปรากฏว่าเปิดออกไป ประตูนี้มันดันเป็นทางตัน ซึ่งมันก็เป็นภาพเดียวกับที่คุณหนูฝนเห็นว่าแฟนกำลังตะกุยตะกายตู้เสื้อผ้านั่นก็เพราะเขาจะหาทางออกนั่นเอง คุณหนูฝนจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นผลพวงจากเมื่อวานก็ได้ แต่ทุกคนก็ยังงง ๆ และยังไม่เชื่อสักเท่าไหร่ เวลาผ่านไปสักพัก คุณซันนี่ก็ยังไม่ปรากกฎตัว ทุกคนจึงคุยกันว่าจะไปตามที่บ้านพักเมื่อไปถึงบ้านพักของคุณซันนี่ ก็พบว่าคุณซันนี่นอนไข้ขึ้นสูง แล้วก็เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเขาได้ฝัน ซึ่งเป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก เพราะหลังจากที่คุณซันนี่อาบน้ำเสร็จแล้วมานอนที่เตียง สายตาก็มองไปที่หน้าต่าง ก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดคล้ายกับนางรำของบาหลี มีผมฟูยืนอยู่ตรงหน้าต่าง คุณซันนี่คิดในใจว่าอาจจะเป็นคนสติไม่ดีแถวนี้ จึงปิดหน้าต่างแล้วก็นอน ระหว่างที่กำลังนอนอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกุกกัก จึงลืมตาขึ้นมาดู พบว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่นอกหน้าต่าง ตอนนี้ได้มายืนอยู่ตรงปลายเตียง แถมยังรำท่าทางน่ากลัว! เขาก็เลยตกใจจนไข้ขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้น คุณหนูฝนจึงบอกว่าสิ่งที่ได้ทำไปเมื่อวานนั้นมันไม่ถูกต้อง และนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ไกด์ท้องถิ่นฟัง หลังจากฟังจบไกด์ท้องถิ่นคนนั้นก็รู้สึกโมโห และบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้ คนที่นี่เขามีความเชื่อและศรัทธามาก ถ้าคุณไปทำแบบนี้ให้ชาวบ้านเห็น คุณจะไม่ได้เจอแค่ผีหลอกนะ คุณอาจจะโดนรุมประชาทัณฑ์ได้เลยเมื่อเห็นว่านี่เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด ไกด์ท้องถิ่นจึงได้พาทุกคนไปยังวัดแห่งหนึ่งที่มีอ่างน้ำมนต์เพื่อให้ทุกคนได้ไปอาบ ทุกคนก็ยอมทำตามนั้น หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะเริ่มสบายใจขึ้น และเที่ยวต่อตามแผนเดิมได้อย่างปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากจบทริปก็แยกย้ายกันกลับประเทศของตัวเองไปคุณแจ็คเล่าเสริมว่าที่นำมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้ เพราะรู้สึกทึ่งกับความเชื่อและวัฒนธรรมของบาหลี และอยากเล่าเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับคนที่จะต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ถึงเราจะไม่มีความเชื่อเหมือนกับประเทศของเขา แต่ก็อยากให้เคารพวัฒนธรรมและสิ่งที่เขาเชื่อด้วยติดตามความหลอนย้อนหลังได้

3 ดีเจแนะ วิธีเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หลังมีคุณแม่โทรมาปรึกษา ‘ห่วงลูกสาวสอบติดวิศวะ’

17 มิ.ย. 2022

3 ดีเจแนะ วิธีเลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หลังมีคุณแม่โทรมาปรึกษา ‘ห่วงลูกสาวสอบติดวิศวะ’

เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มิถุนายน 2565) สายที่สองในรายการพุธทอล์คพุธโทร เป็นสายที่ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยสัปดาห์นี้มี “ดีเจเผือก - ดีเจอ๋อง - ดีเจต้นหอม” คอยให้คำปรึกษา ซึ่งเป็นสายของ “คุณแม่เหมียว” ที่โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของลูกสาวที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย โดย “คุณแม่เหมียว” ได้เล่าว่า ลูกสาวสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์และคบหากับกลุ่มเพื่อน ๆ ผู้ชาย 7 - 8 คน ในกลุ่มจะมีเพื่อนผู้หญิงแค่คนเดียว ส่วนในเรื่องการเรียน “คุณแม่เหมียว” ไม่ค่อยมีความกังวล เพราะลูกสาวมีความรับผิดชอบมาก ๆ แต่เรื่องที่กังวลที่สุด คือ ลูกสาวจะชอบออกไปปาร์ตี้บ่อย ๆ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ พอถามลูกสาวก็รู้สึกว่าเราไปกดดันและไม่ไว้ใจเขา “คุณแม่เหมียว” ก็ไม่รู้ว่าจะคุยกับลูกสาวยังไง จึงได้โทรมาปรึกษาในรายการพุธทอล์คพุธโทรของ EFM94 รวมถึงอยากทราบเทคนิคการเลี้ยงลูกในสมัยนี้ด้วย งานนี้ดีเจทั้ง 3 คนก็ได้แนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ “คุณแม่เหมียว” ได้เข้าใจและไว้ใจลูกสาวให้มากขึ้น ต้องปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตในทางของตัวเอง ปล่อยให้เขาเรียนรู้ที่จะเติบโตและทำให้เขารู้สึกเหมือนแม่เป็นเพื่อนสนิท สามารถคุยกับแม่ได้ทุกเรื่อง ทุกครั้งที่มีปัญหาหรือไม่สบายใจก็พร้อมที่จะนึกถึงแม่เสมอ นอกจากนี้ยังแนะนำคุณแม่ว่าลองทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ของลูกด้วย สุดท้ายไม่ว่าเขาจะถูกแวดล้อมด้วยเพื่อนเพศไหน คณะอะไร แต่ถ้าเขาถูกแวดล้อมด้วยกลุ่มคนที่ดี กลุ่มคนเหล่านั้นจะเป็นคนที่ช่วยดูแลลูกสาวให้คุณแม่เอง… เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามชมรายการพุธทอล์คพุธโทร แบบเต็ม ๆ ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=yR0MEp3g_pc สำหรับใครที่มีปัญหา หาทางไม่ออก Inbox มาได้ที่ Facebook : EFM Station และรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime FungFin

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

13 ธ.ค. 2022

“หลวงตาไหนโยม? วัดนี้ไม่มีหลวงตานะ..” กุฏิชวนหลอน ร่างหลวงตาหายวับไปกับตา !

สายแรกของรายการ ‘อังคารคลุมโปง’ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 ธันวาคม 2565) เป็นสายจาก ‘คุณต้น’ ที่ได้แชร์ประสบการณ์หลอนของรุ่นพี่ที่รู้จัก มีชื่อเรื่องว่า ‘กุฏิหลอน’ เรื่องราวจะหลอนชวนขนหัวลุกขนาดไหน เชิญสัมผัสได้ข้างล่างนี้เลย..คุณต้นบอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องของรุ่นพี่เอ (นามสมมติ) เกิดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ซึ่งพี่เอนั้นเรียนทางด้านจิตรกรรม พอเรียนจบ ก็รับงานวาดรูปตามผนังในโบสถ์วัดต่าง ๆ อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนติดต่อให้ไปวาดรูปผนังโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ให้ เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงวันที่พี่เอ จะต้องเดินทางไปวาดรูปที่วัดเมื่อมาถึง พี่เอก็ได้ติดต่อกับหลวงพี่รูปหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปดูสถานที่ รวมถึงรับบรีฟเพื่อให้เข้าใจตรงกันจนเสร็จเรียบร้อย หลวงพี่ก็พาพี่เอไปห้องพัก (คุณต้นเล่าเพิ่มเติมว่า ถ้าพี่เอรับงานวาดรูปที่วัดไหน พี่เอก็จะนอนอยู่ที่วัดเลย) เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งเป็นกุฏิที่ว่างอยู่ ไม่มีใครใช้ พี่เอที่รับงานและมักจะนอนที่วัดบ่อย ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร บวกกับไม่ใช่คนขี้กลัว จึงจะนอนที่วัดและนำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในกุฏิอย่างเช่นที่เคยทำวันแรกของการทำงานเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างปกติ ช่วงเที่ยงหลังเวลาเพลของพระ ขณะที่พี่เอกำลังวาดรูปอยู่นั้น ก็มีหลวงตารูปหนึ่งเดินมาเรียก “โยม ๆ มากินข้าวก่อนมั้ย?” เมื่อเห็นว่าหลวงตาเอ่ยปาก พี่เอจึงละจากงานที่ทำอยู่ไปกินข้าวตามที่หลวงตาบอก หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาทำงานต่อจนถึงเย็นแล้วก็กลับห้องเพื่อพักผ่อนคุณต้นอธิบายลักษณะของกุฏิหรือห้องพักเพิ่มเติมว่า ข้างในก็เป็นกุฏิธรรมดาทั่วไป แต่ตรงกลางห้อง จะมีม่านกั้นอยู่ ทำให้ห้องนั้นแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางพี่เอเองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงเป็นถ้วยจานชาม หรือเป็นของที่ไม่ค่อยได้ใช้ คล้ายกับเป็นห้องเก็บของก็เป็นได้ เมื่อไม่ได้คิดอะไร และไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงไม่ได้ลองเปิดดู พี่เอก็นอนหลับพักผ่อน ผ่านคืนนั้นไป...เช้าวันต่อมา พี่เอยังคงทำงานปกติ จนกระทั่งคืนนี้ ขณะที่พี่เอกำลังนอนอยู่ ก็ได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วดังขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มดังก้องกังวานไปทั่วห้อง พี่เอพยายามไม่คิดอะไร และเข้าใจว่าเราอยู่ในวัด ก็คงจะพระสวดมนต์ หรือใครสักคนเปิดเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาเป็นธรรมดา ผ่านไปสักพัก ขณะกำลังจะเคลิ้มหลับ ก็มีกลิ่นธูปลอยมาแตะที่จมูก พี่เอที่มองโลกในแง่ดีแบบสุด ๆ ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็ผล็อยหลับไปเช้าวันที่ 3 นับได้ว่าเป็นครึ่งทางของการทำงานแล้ว (ตกลงกันว่างานจะแล้วเสร็จภายใน 5-6 วัน) ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ประมาณ 6 โมง พี่เอจึงลองเดินสำรวจรอบ ๆ วัดว่ามีอะไรบ้าง หลังจากสำรวจจนพอใจก็จะเดินกลับไปยังห้องพัก เมื่อใกล้ถึงห้องพักก็ได้ยินเสียงคนเรียก หันไปตามเสียงก็เห็นเป็นหลวงตาแก่ ๆ รูปหนึ่ง เดินเข้ามาคุยด้วย เป็นคำถามทั่วไปที่ดูเหมือนเป็นการทำความรู้จักกัน เช่น “โยมมาทำอะไร?” ระหว่างที่คุยกับหลวงตา พี่เอก็รู้สึกได้กลิ่นธูปลอยมาจากตัวหลวงตารูปนี้อยู่ตลอดเวลา จังหวะที่คุยกับหลวงตาอยู่นั้น หลวงพี่ที่จัดหาห้องพักให้ก็เปิดกุฏิของท่านออกมา แล้วก็ถามว่า “อ้าวโยม ทำอะไร ยังไม่เข้ากุฏิไปพักอีกหรอ?” พี่เอจึงตอบหลวงพี่ไปว่า “อ๋อ คุยกับหลวงตาอยู่ครับ เดี๋ยวแปปนึง” จังหวะที่หันไปตอบหลวงพี่ แล้วหันกลับมา หลวงตารูปนั้นก็หายไป ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว! พี่เอคิดในใจว่าทำไมท่านเดินไปเร็วจัง จึงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ และพยายามทำตัวตามปกติ แต่สายตาของหลวงพี่ได้มองไปข้างหลังของพี่เอ จากนั้นจึงบอกว่า “รีบเข้านอนได้แล้ว” และกลับเข้ากุฏิของตัวเองไปกลางดึกคืนนั้น พี่เอรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา แต่ห้องน้ำนั้นอยู่ไกลต้องเดินออกไปนอกห้องพัก จึงพยายามข่มตาให้หลับ สักพักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ มุ้งที่พี่เอนอนอยู่ พอมองออกไปก็เห็นเป็นเงาคนเดินอยู่จริง ๆ จึงเปิดมุ้งออกมาดู ก็เห็นเป็นร่างนึง ยืนอยู่ตรงมุมประตู เป็นชุดจีวรสีเหลืองห่มอยู่ พี่เอจึงพยายามจะเดินไปใกล้ ๆ แล้วร่างนั้นก็หายวับไปกับตา! พี่เอตกใจจึงรีบวิ่งเข้ามาในมุ้ง จากที่ตอนแรกไม่กลัว ตอนนี้พี่เอรู้สึกกลัวมาก ๆ อาการอยากเข้าห้องน้ำก็หายไปหมด และเกิดคำถามว่า “ใครอ่ะ มันคืออะไร?” พี่เอพยายามสงบสติอารมณ์และกลั้นใจนอนต่อไป ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ดังขึ้นมาจากฝั่งที่เป็นผ้าม่านกั้นอยู่ คราวนี้เป็นกลิ่นสาปเหมือนหนูตายลอยมา พี่เอลืมตาและตามหากลิ่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรสักอย่างร่วงตกลงสู่พื้น! ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคนเดินรอบ ๆ มุ้งของพี่เออีกครั้ง พี่เอจึงเริ่มสวดมนต์เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์นี้ หลังจากนั้นฝีเท้าก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหัวนอนที่พี่เอนอน แล้วกลิ่นก็หายไป พี่เอที่ไม่รู้จะทำยังไง สวดมนต์เสร็จก็หลับไป ราวกับว่าภาพมันตัดไปเองปกติแล้วทุกเช้า พี่เอจะตื่นออกไปช่วยหลวงพี่ตอนบินฑบาตร แต่เช้านี้ยังไม่เห็นพี่เอตื่น หลวงพี่จึงมาเคาะเรียกที่กุฏิห้องพัก พี่เอได้เล่าเรื่องที่เจอให้หลวงพี่ฟัง หลวงพี่ก็ไม่ได้พูดอะไร เมื่อถึงวันสุดท้ายของการทำงาน พี่เอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อย ก็บอกหลวงพี่ว่าเห็นหลวงตารูปหนึ่ง อยากจะไปกราบลาท่าน หลวงพี่ก็ถามว่า “หลวงตาไหน?” พี่เอก็อธิบายลักษณะของหลวงตา เมื่อหลวงพี่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้น โยมตามมานี่” หลวงพี่พาพี่เอกลับมายังกุฏิห้องที่พี่เอพัก แล้วก็เปิดม่านที่กั้นอยู่ สิ่งที่เห็นคือร่างของพระรูปหนึ่งนอนอยู่ในโลงแก้ว!พี่เอเห็นดังนั้นจึงตกใจ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะจำได้แม่นว่าลักษณะเหมือนกันกับหลวงตาที่เดินเข้ามาคุยและที่เจอในคืนนั้นเลย มองข้าง ๆ ก็จะมีรูปตั้งอยู่ นั่นยิ่งตอกย้ำกับพี่เอเลยว่าใช่ ใช่แน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้ พี่เอก็กราบลาหลวงพี่และหลวงตา จากนั้นก็กลับบ้านไป...ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

album
efm
-

-