กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

ENTERTAINMENT NEWS

กีตาร์ 1 ตัวเติมเต็มหัวใจผู้ชมทั้งฮอลล์ กับคอนเสิร์ต “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก”

12 ต.ค. 2022

 “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” (2022 Sungha Jung's Music Café [MuCa] Live in Bangkok) งานของเจ้าชายฟิงเกอร์สไตล์แห่งเอเชีย “ซองฮา จอง” หรือ “จองซองฮา” (Sungha Jung / JUNG SUNG HA) หนึ่งไอดอลผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันในการหัดเล่นกีตาร์ของใครๆ หลายคนนั่นเอง!!

ซองฮา อัจฉริยะนักกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์กลับมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 5 ปีด้วยคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “2022 ซองฮา จอง มิวสิก คาเฟ่ [มูคา] ไลฟ์ อิน แบงคอก” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2565 ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับโรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (M Theatre)

เริ่มต้นโชว์ครั้งนี้ด้วย 2 เพลงจากผลงานล่าสุด ‘Poetry’ อัลบั้มเต็มชุดที่ 9 ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่าเขาตั้งใจรวบรวมบทเพลงต่างๆ เข้าไว้ราวกับหนังสือรวมบทกวี เปิดเวทีที่ Prologue ต่อเนื่องด้วย Yuumi's Waltz โดยเพลงนี้ ซองฮา แต่งให้กับแมวของเขาที่มีชื่อว่า ยูมี และเขาเลือกเพลงนี้มาเป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ตแทนความรู้สึกยินดีของเขาที่ได้กลับมาแสดงที่ไทยอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกว่า 5 ปี บรรยากาศบนเวทีถูกจัดให้เหมือนกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารักในคาเฟ่ที่โอบล้อมผู้ชมเอาไว้เข้ากับชื่อของ Music Cafe [MuCa] ที่เป็นธีมคอนเสิร์ตครั้งนี้

ซองฮา ได้เปิดเผยความรู้สึกว่าเขาดีใจมากที่ได้กลับมาแสดงที่ประเทศไทยอีกครั้งเพราะที่นี่ก็เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหลังของเขา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นมีหลายเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางมาเมืองไทย ทั้งเรื่องของการเกณฑ์ทหารและสถานการณ์ของโควิด-19 เพื่อความพิเศษของการได้กลับมาแสดงที่ไทยในครั้งนี้เขาจึงเตรียมเพลงไว้มากมาย

ทั้งเพลงจากอัลบั้มใหม่ เพลงคัฟเวอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบ โดยพาแฟนๆ เข้าสู่บทเพลงเซ็ตต่อไปซึ่งมีทั้งเพลงป็อประดับตำนาน ไปจนถึงเพลงเคป็อปยอดนิยม เริ่มต้นจากเพลง Englishman in New York ของ Sting ต่อเนื่องด้วย 2 เพลงที่ปล่อยออกมาในโปรเจ็กต์ของ MuCa ได้แก่ Loving You Girl ของ Peder Elias ซึ่งเขาได้ร่วมงานกับ SHAUN (เจ้าของเพลงฮิต Way Back Home) และเพลง Don't Look Back in Anger ของ Oasis ที่ร่วมงานกับ ควอนอินฮา (ศิลปินระดับตำนานของเกาหลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของพลังเสียง)

ก่อนจะเรียกเสียงปรบมือจากแฟนๆ ดังกึกก้องจากเพลง Butter ของ BTS โดยกีตาร์ริสต์หนุ่มบอกว่าเป็นเพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบกันมาก จึงอยากแสดงเพลงนี้ให้กับแฟนๆ ที่ไทยได้ฟังกันสดๆ แถมด้วยเพลง Dynamite ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในลิสต์ของคอนเสิร์ตแต่เขาตั้งใจมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษ แล้วจึงปิดท้ายพาร์ตแรกด้วยเพลง The Ocean อีกหนึ่งงานจากอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วเขาชอบเพลงนี้มาก

หลังจากพักเบรก 15 นาทีในช่วงอินเตอร์มิสชั่น ซองฮา พาทุกคนเข้าสู่พาร์ตที่ 2 ด้วยการเปิดตัว โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่ง โต๋ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า การได้ร่วมงานกับ ซองฮา เพื่อเตรียมตัวขึ้นโชว์ด้วยกันในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ารู้จักกันและกันมานาน

ซึ่งเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้แจมกันก็คือ Sunroof ของ Nicky Youre ที่ ซองฮา เป็นคนเลือกขึ้นมา ต่อเนื่องด้วยเพลง River Flow in You เพลงบรรเลงเปียโนขึ้นหิ้งของ Yiruma นักเปียโนชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ซึ่ง โต๋ เลือกเพลงนี้เพราะเป็นเพลงที่ตัวเขาเองชื่นชอบมาก และเห็นว่า ซองฮา เองก็เคยเล่นเพลงนี้เป็นสไตล์ของเขาเอาไว้ เลยเป็นโอกาสดีที่จะเรียบเรียงเพลงนี้ขึ้นมาใหม่โดยผสมผสานเสียงเปียโนของ โต๋ เข้ากับเสียงกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ของ ซองฮา เพื่อให้เป็นครั้งแรกที่เพลงนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรี 2 ชนิดในแบบ duet กัน

ถึงช่วงเซอร์ไพรส์ที่ ซองฮา และ โต๋ เตรียมเพลงไทยเอาไว้เป็นของขวัญพิเศษมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ เริ่มต้นด้วยเพลง เดือนเพ็ญ เพลงไทยคลาสสิกที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแบบไทยๆ ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเครื่องดนตรีเพียงสองชิ้น คือกีตาร์และเปียโน แต่สะกดใจผู้ชมได้ทั้งฮอลล์

ต่อด้วยเพลง คนไม่พิเศษ เพลงฮิตของโต๋ ปิดท้ายความทรงจำสุดพิเศษที่ 2 สุดยอดศิลปินจาก 2 ประเทศมอบให้กับแฟนๆ ชาวไทยในค่ำคืนนี้ แต่เซอร์ไพรส์เพลงไทยยังไม่หมด เมื่อ ซองฮา หยิบเอาเพลง ในลิ้นชัก เพลงไทยอะคูสติกจากยุค 80 ของวง กอหญ้า

ก่อนจะนำเข้าสู่ผลงานเพลงใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า Dreaming ไตเติลแทร็กจากอัลบั้มล่าสุดซึ่งแต่งขึ้นจากตัวเขาเองฝันว่าได้แหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาว บรรยากาศบนเวทีในตอนนี้จึงนำพาแฟนๆ เดินทางเข้าสู่ภาพจำลองความฝันของซองฮา ฉากหลังของท้องฟ้ายามค่ำที่เต็มไปด้วยดวงดาวส่องประกาย

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโชว์ในวันนี้กับบทเพลงอีกหนึ่งเซ็ตที่ถูกถ่ายทอดออกมาแบบต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยเพลงป็อปร่วมสมัยอย่าง Closer ของ The Chainsmokers ซึ่ง ซองฮา เปลี่ยนไวบ์จากต้นฉบับที่เป็นแนวอิเล็กโทรป็อปมาสู่ความเป็นอะคูสติกเต็มร้อยผ่านเสียงกีตาร์ของเขา ก่อนจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุค 70 กับเพลงป็อปอมตะอย่าง Close to you ของวง The Carpenters ซึ่ง ซองฮา หยิบมาเรียบเรียงใหม่โดยใส่เทคนิคการเล่นกีตาร์ของเขาเข้าไป กลายเป็นเวอร์ชั่นที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ฟังอย่างดีงาม แสงออกหูต่อเนื่องด้วย Seventh #9 เพลงจากอัลบั้ม L’Atelier ของตัวเขาเอง

เท่านั้นยังไม่พอเขาได้เลือกเพลงที่เหล่ามือกีตาร์ต่างยกให้เป็นเพลงที่ยากในการเล่นอย่าง Neon ของ John Mayer มาโชว์ให้ได้ฟังกัน ซึ่งเพลงนี้เขาได้นำมาเรียบเรียงใหม่ให้ออกมาเป็นแบบฟิงเกอร์สไตล์ที่นอกจากจะคงไลน์กีตาร์ยากๆ ของต้นฉบับไว้แล้ว ยังมีไลน์เมโลดี้ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก

มาถึงเพลงสุดท้าย กีตาร์ริสต์แห่งมูคา ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมสร้างช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยเขาให้สัญญาว่าจะกลับมาแสดงให้ได้ชมกันอีกบ่อยๆ จากนั้นหยอดมุกเรียกรอยยิ้มว่าหลังจบเพลงนี้หากไม่มีใครร้องเรียกเขาแล้ว นั่นก็คงจะเป็นเพลงสุดท้ายจริงๆ ดังนั้นหากอยากฟังเพลงเพิ่มอีกให้ลองแกล้งๆ เรียกเขาสักหน่อย

ซึ่งเพลงสุดท้ายที่เขาเลือกมาปิดโชว์คือ Flaming ผลงานเพลงที่ได้รับความรักอย่างมากจากอัลบั้ม Monologue โดยทันทีที่โน้ตตัวสุดท้ายจบลงเสียงปรบมือของผู้ชมก็ดังกึกก้องขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ส่งสัญญาณขออังกอร์จาก ซองฮา หนุ่มนักกีตาร์จึงไม่รอช้า กลับออกมาอีกครั้งพร้อมเพลง Classical Gas ที่ Tommy Emmanuel มือกีตาร์ระดับโลกผู้เป็นเหมือนฮีโร่ของเขาเคยเล่นไว้ มาเป็นเพลงส่งท้ายความทรงจำในคอนเสิร์ต 2022 Sungha Jung's Music Cafe [MuCa] live in Bangkok

 

ภาพ : JIN CORPORATION และ PICCOLO MUSIC ENTERTAINMENT

related ENTERTAINMENT NEWS

“เจมส์ ธีรดนย์” เปิดบริษัท “JMJ LABEL” เป็นของตัวเอง พร้อมประเดิมโปรเจกต์ “Documentary JMJ : LESSON 25”

14 มิ.ย. 2022

“เจมส์ ธีรดนย์” เปิดบริษัท “JMJ LABEL” เป็นของตัวเอง พร้อมประเดิมโปรเจกต์ “Documentary JMJ : LESSON 25”

“เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” หรือ “เจมมี่เจมส์” ได้เปิดบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว ชื่อว่า “JMJ LABEL” เป็นบริษัทที่คอยดูแลและพัฒนาเจ้าตัวในฐานะศิลปิน พร้อมทั้งผลิตคอนเทนต์ และเริ่มประเดิม LINE UP ปี 2022 ด้วยโปรเจกต์ “Documentary JMJ : LESSON 25” เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตของ “เจมมี่เจมส์” ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รวมถึงยังได้แฟนสาวนอกวงการ “แพร” ที่คบกันมา 8 ปี มาร่วมแจมในโปรเจกต์นี้ด้วยขอบคุณภาพ : jamyjamessสำหรับการเปิดบริษัทในครั้งนี้ “เจมมี่เจมส์” เปิดเผยว่า “ไม่มีความกดดันเพราะได้คิดและใช้เวลาค้นหาตัวเองจนเจอแล้ว ประกอบกับประสบการณ์การทำงานทั้งหมด 8 ปี ตอนนี้ก็มาเป็นนักแสดงอิสระแล้ว จึงได้ตัดสินใจเริ่มต้นทำ “JMJ LABEL” ขึ้นมา พอเป็นบริษัทเราต้องเจออะไรมากขึ้น แต่ก็พร้อมที่จะลงทุน ทำแล้วมีความรู้และแฮปปี้ ก็ไม่รู้จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่เราก็เอนจอย”

บอยซ์ไทย ห้ามพลาด 30 กรกฎาคมนี้ เจอ ‘จอง ยงฮวา’ แน่ๆ ! กับงาน 2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK

16 พ.ค. 2023

บอยซ์ไทย ห้ามพลาด 30 กรกฎาคมนี้ เจอ ‘จอง ยงฮวา’ แน่ๆ ! กับงาน 2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK

บอยซ์ไทยไปกับหนุ่ม จอง ยงฮวา พี่ใหญ่จากวง CNBLUE หนุ่มหล่อครบเครื่อง ทั้งงานร้องเพลง การแต่งเพลง หรืองานแสดง ที่มีโอกาสทำเมื่อไหร่ก็มักจะได้รับความรักและการสนับสนุนจากแฟนคลับ และแฟนเพลง อย่างล้นหลาม ซึ่งในปี 2023 นี้ได้เริ่มเปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวไปในเมืองต่างๆ จนขึ้น Sold Out ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดจำหน่ายบัตร!!!โดยในคอนเสิร์ตครั้งนี้หนุ่มยงฮวาก็ไม่พลาดที่จะกลับมาประเทศไทยในรอบหลายปีเพื่อมาเขย่าใจแฟนๆ บอยซ์ไทย ต้องโดนตกอีกครั้ง!!! ใน “2023 JUNG YONG HWA LIVE 'ALL-ROUNDER' IN BANGKOK” วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2566 เวลา 6 โมงเย็น ณ ยูเนี่ยนฮอลล์ เปิดจำหน่ายบัตร :วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทางเว็บไซต์ www.ticketmelon.com บัตรราคา 6,500 / 5,500 /4,800 / 3,800 และ 2,500 บาทภาพ Bestwarin

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

03 พ.ค. 2023

ตกหลุมรักไม่ไหว! กับความพิเศษใส่ใจจาก “คิม มินกยู” ถึงแฟนชาวไทย ในงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok

พูดคำว่า “เยี่ยมจริงๆ” แค่ 3 ครั้ง ก็คงไม่พอ สำหรับความสนุกสุดฟิน ในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่แฟนๆ ได้รับจากนักแสดงหนุ่ม “คิม มินกยู” (Kim MinGue) เจ้าชายลักยิ้มแห่งประเทศเกาหลี ในงานแฟนมีตติ้งครั้งที่สองของเขาในประเทศไทย กับงาน “Heavenly Moment” Kim Mingue Fanmeet in Bangkok ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งหนุ่ม “คิม มินกยู” กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ในรอบ 1 ปี เรียกว่าเก็บความคิดถึงเพื่อมารอเจอแฟนๆ ของเขาในวันนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นเมื่อได้พบสบตากับแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง หนุ่มมินกยู เลือกเพลง Love, Maybe จากซีรีส์ Business Proposal เพลงโปรดของเหล่าแฟนๆ มาเปิดต่อมความคิดถึงแรก จากนั้นเขาก็ทักทายแฟนๆ เป็นภาษาไทย ว่า “สวัสดีครับ คิดถึงมากๆ ครับ” พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่มอบความรักให้กับเขาอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เขาได้กลับมาเจอกับแฟนๆ อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนมือสั่นเลยทีเดียว แค่เริ่มต้นก็น่าเอ็นดูไม่ไหว ซึ่งงานนี้หนุ่มมินกยูเขาเตรียมความพิเศษมาให้แฟนๆ แบบจุใจ ให้อิ่มหนำไปกับทุกช่วงเวลาใน “Heavenly Moment” ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาพูดคุยเพื่อละลายความคิดถึง ซึ่งหนุ่มมินกยูก็เก็บภาพช่วงเวลาในชีวิตประจำวันของเขา มาแชร์กับแฟนๆ ซึ่งจังหวะนี้ทำเอาแฟนๆ ใจบางไม่ไหว เมื่อได้เห็นมุมความเป็น “ทาสแมว” ของเขาคนนี้ กับประโยคเด็ดทัชใจคนฟัง “แมว แค่อยู่บนโลกนี้ก็ถือว่าเป็นความรักแล้ว” ฟังแล้วอยากยกตำแหน่งหัวหน้าทาสแมวให้ไปเลย โมเม้นต์แรกเรียกว่าเต็มไปด้วยน่ารัก ต่อมาด้วยโมเม้นต์ที่สองที่เต็มไปด้วยความฟิน เพราะนอกจากหนุ่มมินกยูจะมาเล่าถึงผลงานที่ผ่านมาของเขาอย่างซีรีส์ Business Proposal และ The Heavenly Idol ผลงานเรื่องล่าสุดแล้ว ช่วงนี้ยังได้เชิญแฟนคลับผู้โชคดีขึ้นมาแสดงบทบาทจากฉากประทับใจในซีรีส์อีกด้วย งานนี้แฟนๆ ฟิน ส่วนเจ้าชายลักยิ้มของเรานั้นเขินไม่ไหว แต่ความเซอร์วิสเซอร์ใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในซีรีส์ The Heavenly Idol หนุ่มมินกยูเขารับบทเป็น “ท่านมหาปุโรหิตในคราบไอดอล” จึงต้องมีมิชชั่นเซอร์วิสแบบไอดอล ไม่ว่าจะเป็นการทำท่า Ending Fairy ตามมาด้วยจับคู่ความหล่อของเขากับไอเท็มสุดคิ้วท์ และคอร์สเรียนภาษาไทยแบบรวบรัด ซึ่งจบมิชชั่นนี้หนุ่มมินกยูก็ได้เพลงไทยกลับไปร้องให้บรรดาน้องเหมียวที่บ้านฟังแล้ว หลังจากนั้นก็มาถึงโมเม้นต์เวลาดีๆ ที่เรียกว่าเซอร์วิสของจริง! เพราะนอกจากเตรียมเกมส์มาเล่นกับแฟนๆ แล้ว หนุ่มมินกยู ยังเตรียมของขวัญมาให้แฟนๆ ที่ขึ้นมาเล่นเกมส์อีกด้วย เป็นหมวกพร้อมลายเซ็น และพวงกุญแจที่เขา Custom เองกับมือ เป็นของขวัญที่มีชิ้นเดียวในโลก และยังไม่หมด! เพราะยังมีอีกหนึ่งของขวัญเป็นภาพโมเม้นต์น่ารักๆ ที่บอกใบ้ได้แค่ว่า “พระเอกคนอื่นขี่ม้าขาว แต่หนุ่มมินกยูนั้นขี่ไดโนเสาร์” แต่จะเป็นภาพแบบไหน เฉพาะแฟนคลับในแฟนมีตฯ ครั้งนี้เท่านั้น ที่จะได้เห็นภาพสุด Exclusive นี้เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ หนุ่มมินกยูที่มอบความสุขให้แฟนๆ ไปอย่างเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลารับพลังงานแบบบวกๆ จากแฟนๆ กลับไปบ้าง กับคลิปวิดีโอแฟนโปรเจกต์ที่เหล่าแฟนคลับจัดทำขึ้นมา เพื่อเล่าเรื่องราวความรัก ความประทับใจ ความภูมิใจที่พวกเขามีต่อหนุ่มมินกยู งานนี้บอกเลยว่ามีคนเสียน้ำตาหนักมาก โดยเฉพาะหนุ่ม “มินกยู” ที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นกัน และพูดขอบคุณแฟนๆ ทั้งน้ำตาว่า..“ความรู้สึกของผมตอนนี้ไม่รู้จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง มันประทับใจ ซาบซึ้งใจมากๆ ครับ ผมไม่ได้เป็นคนที่ร้องไห้เก่งขนาดนี้นะครับ แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ถ้าไม่เจอกับสถานการณ์แบบนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของผมที่รู้สึกในตอนนี้ แต่หวังว่าผมกับแฟนๆ ทุกคน จะอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ไปด้วยกันไปนานๆ นะครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่มางานวันนี้นะครับ ทุกคนมีความสุขเหมือนผมใช่ไหมครับ เพราะทุกคนมางานวันนี้ ผมเลยได้สร้างความสุขไปพร้อมกับทุกคน (ภาษาไทย) “รักทุกคนมากๆ ครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ”ทำบรรยากาศซึ้งไปทั้งฮอลล์แล้ว หนุ่มมินกยูก็โบกมือลาแฟนๆ ของเขา ไปด้วยเพลง Suddenly ที่เขาตั้งใจมอบเป็นของขวัญสุดท้ายให้กับแฟนคลับของเขาได้กลับบ้านไปด้วยความประทับใจ ใน “Heavenly Moment” ของวันนี้ภาพ MGCONNEXT

เล่าเรื่องผีแบบ Y2K กับตัวแม่จะแคร์เพื่อ ‘เสือโคร่ง’ ที่มาพร้อมลิ้นทรงเสน่ห์และไม้เซลฟี่คู่ใจ | อังคารคลุมโปง X

20 ม.ค. 2023

เล่าเรื่องผีแบบ Y2K กับตัวแม่จะแคร์เพื่อ ‘เสือโคร่ง’ ที่มาพร้อมลิ้นทรงเสน่ห์และไม้เซลฟี่คู่ใจ | อังคารคลุมโปง X

แต่งตัวแบบ Y2K กันไปแล้ว มาฟังเรื่องผีแบบ Y2K จากดาว TikTok คนดังอย่าง ‘เสือโคร่ง’ ตัวแม่จะแคร์เพื่อ กันบ้างดีกว่า กับเรื่องหลอนที่มีชื่อว่า ‘ซ่อนหา By สาวสอง’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (17 มกราคม 2565) ที่ผ่านมา อยากรู้ว่าหลอนแบบ Y2K เป็นยังไง เชิญอ่านกันได้เลย!คุณเสือโคร่งเล่าว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อยังเป็นนักศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์แห่งหนึ่ง ตอนนั้นยังอยู่หอในกับเพื่อนๆ ซึ่งภายในวิทยาลัยก็จะมีโรงละครตั้งอยู่ จากที่เคยได้ยินมาเขาเชื่อกันว่าต้องเป็นพื้นที่ที่มีคนตายถึงจะสร้างโรงละครได้ และบริเวณนั้นเอง ก็เป็นสถานที่ของกลุ่มเพื่อนสาวสองเกือบ 20 คนนัดมารวมตัวทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น เตยกัก กระโดดยาง หรือฝึกแต่งหน้า แต่วันนั้น แก๊งเพื่อนสาวสองเกิดอยากจะเล่น ‘ซ่อนหา’ ในเวลา 2 ทุ่มขึ้นมาซะได้ ไม่รอช้าก็จัดสรรปันส่วน และเริ่มเล่นเกมท่ามกลางบรรยากาศไม่ชอบมาพากล...เมื่อเกมเริ่ม ทุกคนก็แยกย้ายไปซ่อนตามต้นไม้ ซอกตึก หรือที่ต่าง ๆ ของโรงละคร ด้วยความที่แก๊งนี้มีจำนวนคนเยอะ ทำให้ใช้เวลาหานานมาก คุณเสือโคร่งที่อยู่บนต้นไม้ก็เริ่มเมื่อย ไป ๆ มา ๆ คนหาดันหาย ทุกคนที่ไปซ่อนจึงมารวมตัวกันหน้าหอเพื่อออกตามหา แต่หายังไงก็ไม่เจอ จึงตัดสินใจไปไหว้ศาลทาง 3 แพร่ง ขณะที่ทำพิธีไหว้อยู่นั้น ก็มีพี่กะเทยคนนึงเดินเข้ามาบอกว่า “มึงไม่ต้องไหว้! เดี๋ยวกูหาเอง!” พูดเสร็จก็หยิบธูปปักคว่ำลงกับพื้น! คุณเสือโคร่งอธิบายเพิ่มเติมว่า พี่กะเทยคนนั้นเป็นคนผิวสีเข้ม ฟันคม กินหมาก “เขาเป็นกะเทยเขมร ของก็แรงอยู่แล้ว อย่างถึง” ระหว่างที่ทุกคนงงงวยอยู่นั้น พี่กะเทยคนนั้นที่เสือโคร่งหลุดปากมาว่าชื่อ ‘เอ๋’ ก็พึมพำกับตัวเอง ไม่นานก็เจอเพื่อนที่หายไป!เมื่อเจอเพื่อนที่หายไป พี่เอ๋ก็พาไปอาบน้ำ พออาบเสร็จ ต้องบอกว่าสภาพของเพื่อนที่หายไปนั้นเหมือนหลุดออกจากภวังค์ นั่งเหม่อลอยไร้สติแบบสุด ๆ เมื่อถึงเวลาใกล้นอนทุกคนก็สวดมนต์ ซึ่งในหอในปกติจะมียันต์ แต่วันนั้นยันต์ดันไม่มี! ยังไม่ทันได้หลับสนิท อยู่ ๆ ประตูก็มีเสียงดังขึ้น! กะเทยที่นอนชั้น 2 (เตียง 2 ชั้น) ก็ชะเง้อมองเห็นว่าเป็นเหมือนกลุ่มคนจำนวนมากกำลังจะเข้ามา! เพื่อนกะเทยต่างตกใจกลัว พี่เอ๋ก็เดินเข้ามาด่าผี “มึงไม่ต้องเข้ามา! มึงไปเลยนะ!” เพื่อนกะเทยใจกล้าอีกคนจึงรีบเดินไปเปิดประตู แล้วทุกอย่างก็หายไป ทุกคนนั่งรวมกันไม่ได้หลับไม่ได้นอนจนเวลาล่วงมาถึงตี 5 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเล่นซ่อนหาอีกเลย...ติดตามความหลอนแบบ Y2K ต่อได้

album
efm
-

-