ทำความรู้จักคู่จิ้นสุดน่ารัก ที่ตกหัวใจแฟนคลับด้วยความธรรมชาติของพวกเธอ “ฟรีน-เบคกี้” พร้อมฉายาที่ใครหลายคนยังไม่รู้

EFM FANDOM RECAP

ทำความรู้จักคู่จิ้นสุดน่ารัก ที่ตกหัวใจแฟนคลับด้วยความธรรมชาติของพวกเธอ “ฟรีน-เบคกี้” พร้อมฉายาที่ใครหลายคนยังไม่รู้

13 มี.ค. 2023

        นับเป็นโอกาสดีๆ ที่ทาง EFM Fandom Live ได้มีแขกรับเชิญสุดพิเศษที่เรียกได้ว่าเป็นคู่จิ้น หญิง-หญิง อันดับต้นๆ ของประเทศไทย จากซีรีส์ “ทฤษฎีสีชมพู” ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ และ เบคกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง 

มาเยือนถึงในรายการเมื่อวันพฤหัสบดี 2 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ความสดใสของทั้งสองคนฟุ้งกระจายเต็มห้องจัดกันไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าความสดใสนี้ไม่ได้มีแค่ในห้องจัดเท่านั้น แต่ยังกระจายไปกระทบตากระทบใจแฟนคลับอีกหลายๆ คนที่ติดตามพวกเธออยู่ หรือแม้แต่คนที่ยังไม่ได้ติดตามพอเจอความน่ารักของพวกเธอเข้าไปรับรองได้เลยว่าโดนตกเข้าด้อมแน่นอน และนี่จึงเป็นที่มาของบ้านแฟนคลับของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็น บ้านฟรีน, บ้านเบค, และบ้านคู่

        เริ่มกันที่แฟนคลับบ้านฟรีน ที่มาแชร์ที่มาของฉายาต่างๆ ที่เหล่าแฟนคลับเอาไว้เรียกฟรีน ไม่ว่าจะเป็น “ฟรีนจังจอมแก่น” เกิดจาก แฟนคลับถ่ายรูปให้ฟรีนเป็นตอนหันหลัง และฟรีนเอาไปลงสตอรี่ในอินสตาแกรม แล้วรูปนั้นดันเห็นแก้มของฟรีนเป็นก้อนก้อนเหมือนชินจังจอมแก่น หลังจากนั้นฟรีนก็เลยเอารูปที่เป็นชินจังจอมแก่นมาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ในทวิตเตอร์ และเปลี่ยนชื่อทวิตเตอร์เป็นฟรีนจังจอมแก่น ต่อด้วยอีกฉายาที่เรียกฟรีนว่า “มุแดง” ก็เกิดจากพี่ช่างแต่งหน้าที่อยู่ในกองถ่าย เวลาตบรองพื้นให้ฟรีน แก้มของน้องจะเด้ง เหมือนมุแดง ซึ่งจริงๆ แล้ว คำว่ามุแดงก็คือเพี้ยนมาจาก “หมูแดง” นั่นเอง และฉายาสุดท้ายนั่นก็คือ “ปิโย๊ะ” เกิดจากที่แฟนคลับมีไลน์โอเพ่นแชทแล้วมีฟรีนอยู่ในกลุ่มโอเพ่นแชทนี้ด้วย และฟรีนตั้งชื่อไลน์ตัวเองว่าปิโย๊ะ ซึ่งมันคือตัวการ์ตูนลูกเจี๊ยบจากเรื่อง “กุเดทามะ” นั่นเอง แต่ตอนนี้บ้านฟรีนยังไม่มีชื่อด้อม แต่จะมีชื่อเรียกกันหลายหลายแถว เช่น แฟนพี่ฟรีน, พี่ฟรีนตัวจริง, หม่าม๊า(มาจากที่ตัวการ์ตูนปิโย๊ะตามหาหม่าม๊าอยู่) นอกจากนี้ความประทับใจของแฟนคลับที่มีต่อฟรีนนั้นก็คือเรื่องของทัศนคติ โดยเวลาที่ไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ฟรีนมักจะมีข้อคิดดีๆ มาบอกให้กับแฟนคลับอยู่เสมอ

      และมากันที่แฟนคลับบ้านเบคกี้ ฉายาแรกที่จะพาไปรู้จักนั่นก็คือ “น้องพุง” มาจากแฟนคลับตัดต่อหน้าน้องเบคกี้ไปใส่ในรูปเด็กน้อยที่มีพุงย้วยก้อนกลมๆ น่ารักๆ เบคกี้เลยเอาไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์และเปลี่ยนชื่อเป็นน้องพุง จนอัลกอริทึมของเฟสบุ๊คได้มอบเครื่องหมายสีฟ้า(เป็นการยืนยันว่านี่คือบัญชีผู้ใช้จริงสำหรับบุคคลสาธารณะ)ให้เพราะคิดว่าเป็นบัญชีของแฟนคลับ ไม่ใช่บัญชีของน้องเบคกี้ ตามมาด้วยฉายา “คิวศูนย์” มาจากการที่ใครจะเป็นแฟนฟรีนจะต้องต่อคิว ซึ่งแฟนคลับเปรียบเปรยว่าตอนนี้คิวยาวไปถึงดาวอังคารแล้ว แต่ถึงแม้จะต่อคิวยาวไปถึงดาวอังคาร คิวก็ไม่ขยับเพราะมีเบคกี้ยืนคุมที่คิวศูนย์ไม่ไปไหนเลย และฉายาสุดท้ายคือ “น้องขิง” ด้วยที่ตัวเบ็คกี้เองชอบลงรูป “ขิง” แฟนตัวจริงของฟรีนว่าพี่ฟรีนของฉันบ่อยๆ แฟนคลับจึงแซวและนำมาเรียกจนเป็นฉายา ทำให้ความประทับใจที่มีต่อตัวเบคกี้นั้นมีอย่างล้นหลาม “น้องมีสายตาที่แน่วแน่, ซื่อตรงต่อความรู้สึก ทั้งๆ ที่น้องเป็นเด็กขี้อาย แต่ด้วยสายตานั้นสามารถทำให้แฟนคลับที่หมดไฟไปแล้วกลับมาลุกขึ้นสู้ได้” แฟนคลับกล่าว

       และมาถึงคิวบ้านคู่ของฟรีนกับเบคกี้กันบ้าง โดยในรายการได้พูดถึงที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แฟนคลับเล่าว่า “เกิดมาก่อนที่ซีรีส์จะออนแอร์” โดยแฟนคลับโดนน้องตกจากการที่น้องไปแคส แอบหลงรักเดอะซีรีส์ ก่อน และได้เห็นน้องสองคนเวิร์คช็อปและมีโมเมนต์น่ารักๆ ซึ่งกันและกันเลยเกิดเป็นแท็กเล็กๆ ขึ้นมาว่า “ฟรีน-เบค

ซึ่งความประทับใจที่แฟนคลับมีต่อน้องทั้งสองคนคงหนีไม่พ้นความเป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง และน้องทั้งสองเป็นกันเองกับแฟนคลับ เจอแบบไหนตั้งแต่ต้นปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้น

และนอกจากนี้ทางรายการเองก็ได้พูดคุยกับฟรีนและเบคกี้ ถึงเรื่องราวที่เจาะลึกลงไปถึงประเด็นต่างๆรวมถึงเปิดโมเม้นสุดคิวท์ พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ชาวแฟนด้อมอย่างเราไม่เคยรู้มาก่อน! บอกเลยงานนี้มีฟินนนน~

 

ช่วงสัมภาษณ์ “ฟรีน-เบค”

มาที่คำถามแรกเมื่อดีเจพี่แนนเกิดสงสัย ว่าจริงๆ แล้วชื่อเล่นว่า ‘ฟรีน’ มีที่มาจากอะไร เพราะถือว่าเป็นชื่อที่แปลกใหม่มาก ฟรีนเลยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้ความหมายชื่อตัวเองมาก่อน จนไปถาม Master ที่เรียนด้วย เขาจึงบอกว่าจริงๆ แล้ว ฟรีน มาจากภาษากรีก ที่ผันมาจาก Friendly จนกลายมาเป็น Freen นั่นเองค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองก็ชื่อว่า ฟิล์ม แต่ดันไปเหมือนพี่ข้างบ้านซะงั้น แม่ก็เลยเปลี่ยนเป็น ฟรีน แทนค่ะ ดีเจพี่ดาว ก็เลยเอ่ยปากชมว่า ดันกลายเป็นความหมายที่ดีไปด้วยเลยนะคะเนี่ย

 

‘ First Impression ‘ จากมักเน่ขี้อายกลายเป็นสนิทสุดในกอง

เมื่อถามว่าทั้งคู่ตอนเจอกันครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง ด้านฟรีนตอบว่า เจอกันครั้งแรกน้องไม่คุยด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) อาจจะเพราะน้องเป็นมักเน่ด้วยแต่สวยค่ะ แล้วเราก็เลยงงว่า อืมม แล้วเราต้องพูดภาษาอะไรด้วย ซึ่งตอนนั้นน้องก็ยังพูดไทยไม่ค่อยชัดด้วยค่ะ แต่ช่วงนั้นก็เลยทำให้เราได้กลายมาสอนภาษาไทยให้น้องไปด้วยเลย

ส่วนเบคกี้ ก็ตอบกลับมา ตอนเจอพี่ฟรีนครั้งแรกเลย ก็สวยค่ะ คือเราไม่รู้จะเข้าหายังไง เพราะพี่เขาหน้านิ่งแล้วดูเหมือนดุด้วย ก็เลยยังไม่กล้าเข้าหาเท่าไหร่ค่ะ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราสนิทกัน ฟรีนและเบคกี้ก็ต่างบอกว่า จริงๆ มันเริ่มช่วงซีรีส์เรื่องแรกเลยค่ะ ที่เราแสดงเป็นเพื่อนกัน ฝน-ของขวัญ ซึ่งในเรื่องเป็นสองสาวที่ต้องอยู่ในแก๊งวิศวะ เราก็เลยมีกันอยู่สองคนค่ะ ช่วงนั้นเราเลยเริ่มสนิทกัน มีซีนน้อยก็เลย ชอบพากันไปหาอะไรกินค่ะ ซึ่งเบคกี้ก็เสริมมาว่า นั่นแหละค่ะ จุดเริ่มต้นที่ทำให้หนูติดชานมค่ะ (หัวเราะ)

 

‘FreenBecky’ ความแตกต่างที่ลงตัว

พอพูดถึงเรื่องชานม ดีเจพี่แนนก็ถามขึ้นมาว่า แล้วปกติทั้งคู่ทานหวานประมาณไหน เบคกี้ก็ตอบเลยว่า เมื่อก่อนหนูติดชานมมาก แต่ตอนนี้ก็ลดมาบ้างแล้วค่ะ วันละหนึ่งแก้วแบบนี้ ปกติหนูกินหวาน100%เลยค่ะ ส่วนพี่ฟรีนเขาก็จะกินหวาน 30% ไม่ก็ 50% ค่ะ ดีเจพี่แนนจึงเอ่ยแซวว่า หรือเพราะพี่ฟรีนจะเหลือท้องไว้เผื่อ น้ำปลาร้า น้ำยำ ด้วยรึเปล่า ฟรีนถึงกับหลุดขำ ก็อาจจะใช่ค่ะเคยลองชวนน้องแล้วแต่น้องกินเผ็ดไม่ได้ ซึ่งเวลาไปทานข้าวด้วยกัน ก็เลยต้องแยกเป็นสองรูปแบบเลยค่ะ ถ้าไปร้านซูชิก็จะรู้เลยว่าฝั่งไหนของหนูฝั่งไหนของน้องค่ะ อย่างหนูก็จะต้องยำแซลม่อน แซ่บๆ เลยค่ะ ซึ่งฟรีนและเบคกี้ก็เสริมมาว่าเดี๋ยวนี้ก็ชอบชวนกันไปร้านนวดแล้วค่ะ พี่ฟรีนเป็นคนเปิดโลกเลย (หัวเราะ)

 

“ เปิดมุมมองความฝันในวัยเด็ก “

ทั้งสองคนมีความฝันอะไรกันบ้าง ถ้าเกิดตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานตรงนี้มาก่อน ด้านฟรีนตอบว่า จริงๆ เมื่อก่อนอยากเป็นนักเขียนค่ะ เป็นฟีลเขียนฮีลใจผู้คนอะไรแบบนี้ เพราะด้วยเป็นคนนอนหลับยากด้วย ตอนกลางคืนในหัวเลยมีคำมากมายเลยค่ะและต้องจดใส่โทรศัพท์ทุกวันเลย ไม่งั้นจะนอนไม่หลับ นี่เลยทำให้ตัวเองค้นพบด้วยว่าการเขียนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชอบและอยากจะทำค่ะ  ตอนเด็กๆ ไม่เคยรู้เลย เพราะเราก็เรียนวิทย์-คณิตมาด้วยและก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ทำอะไรหรืออยากเป็นอะไรด้วยค่ะ ณ ช่วงนั้น

ส่วนของเบคกี้ ความฝันในวันเด็กก็คือการได้เป็น นักร้องค่ะ เพราะชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตอนนี้ก็ได้มีโอกาสเป็นนักแสดง และเรียนกฎหมายไปพร้อมๆ กัน ก็ค่อนข้างหนักนิดนึงค่ะ เพราะเราเรียนที่อังกฤษ และตอนนี้ก็เลยต้องเรียนแบบออนไลน์ไปด้วย แต่สนุกค่ะเพราะเราชอบด้วย

 

ทฤษฎีสีชมพู “คุณสาม - น้องม่อน” คาแรคเตอร์ที่ ‘ไกลตัว’ แต่ ‘ใกล้หัวใจ’

เมื่อพูดถึงกระแสของซีรีส์ ทฤษฎีสีชมพู ที่ผลตอบรับดีเกินคาดและดังไปหลายประเทศ ด้านฟรีนและเบคกี้ ก็ต่างตอบว่า ไม่เคยคิดถึงจุดจุดนี้มาก่อน เพราะเราไม่เคยเป็นนักแสดงหลักมาก่อนด้วยคิดแค่ว่าเราจะทำได้มั้ย เพราะคาแรคเตอร์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยทำงาน การทำการบ้านกับตัวละครก็เลยหนักมาก ทั้งแบคกราวนด์ตัวละคร และเหตุผลของตัวละครทั้งสองด้วย อย่างตัวคุณสามก็ต้องมีความโตและนิ่ง แต่จริงๆ ความรู้สึกข้างในก็อ่อนไหวมากเช่นกัน ส่วนน้องม่อนก็จะมีความขี้อ้อน แต่มีความรู้สึกที่หลากหลาย ซึ่งการเรียนรู้ของเราก็มาจากตัวแฟนคลับฟีดแบคมาด้วย เราก็จะนำมาปรับปรุงเสมอเลย ทำให้เหมือนตัวซีรีส์ก็เติบโตไปพร้อมคนดูเลยค่ะ

 

“มุมมองความรักของ ฟรีน และ เบคกี้”

- ถ้าหากชีวิตจริงของทั้งฟรีนและเบคกี้ ต้องเจออุปสรรคทางความรักเหมือนใน ทฤษฎีสีชมพู ที่ถูกกีดกันจากคนในครอบครัว ทั้งสองจะทำอย่างไรบ้าง

ด้านฟรีนก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ตนจะทำให้เราหาตรงกลางให้ได้และเชื่อว่าถ้าเราเชื่อในความรักและคนคนนั้น ทุกอย่างมันก็จะสามารถผ่านไปได้

ส่วนเบคกี้กลับมีอีกมุมมองที่คิดว่า ถ้ามองในความเป็นจริง เรารู้สึกว่ามันจะท็อคซิกกับตัวเองจนเกินไป เราอาจจะอยู่กับอะไรแบบนี้ไม่ได้นาน เราควรที่จะออกไปหาอะไรที่ทำให้เห็นถึงคุณค่าของตน และคิดว่าถ้าส่วนตัวเรา เราคงไม่อยากไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ท็อคซิกแบบนั้น

- แล้วเวลามีความรัก ฟรีน และ เบคกี้ เป็นอย่างไร

ฟรีน : หนูว่าหนูคลั่งรักอยู่น้า เพราะเราเชื่อในความรักด้วย แล้วความรักก็ทำให้เรามีพลังบวกด้วยค่ะ ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์ก็ 90 % เลยค่ะ (หัวเราะ)

เพราะความรักมันมีหลายรูปแบบด้วยค่ะ ครอบครัว แฟน เพื่อน ถ้าเรามีความรักที่ดี ก็จะส่งผลให้ชีวิตขับเคลื่อนได้ดีด้วย ก็…ความรักก็น่ารักดีค่ะ

เบคกี้ : คลั่งรักเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) เพราะความรักของเราไม่ว่าใครที่เข้ามาในชีวิตเราให้ 100%เลยค่ะ ด้วยความที่เป็น Introvert ด้วย ก็เลยจะใส่ใจกับคนที่เข้ามาในชีวิตเรามากๆ เลยค่ะ

- การมอบความรักซึ่งกันและกัน

ทุกวันนี้เราทั้งสองดูแลกันยังไง ด้านฟรีนก็ตอบมาว่า ทุกวันนี้หนูเป่าผม ม้วนผม ทำผม ให้ด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เบคกี้เขาจะมาดูแลเราหนักๆ เลยช่วงเราป่วยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ชีวิตประจำวันหนูชอบเทคแคร์คนอื่นซะมากกว่าค่ะ

ในเรื่องการให้คำปรึกษาเบคกี้ก็ตอบมาว่า ส่วนใหญ่มีอะไรก็จะปรึกษาพี่ฟรีนเลยค่ะ ด้วยความส่วนใหญ่เพื่อนเราอยู่ที่อังกฤษด้วย พี่ฟรีนก็ถือว่าเป็นพี่ที่สำคัญในชีวิตคนหนึ่งเลยค่ะ

 

และนี่นับเป็นการสัมภาษณ์ที่เปิดให้แฟนคลับได้รู้จักและรักพวกเธอทั้งสองคนมากยิ่งขึ้นไปอีก จะไม่ให้รักและผูกพันธ์ได้อย่างไร เพราะ “ทฤษฎีสีชมพู” ที่ทั้งสองคนถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่มีต่อกันและกันออกมานั้นไม่เพียงแต่มีในจอเท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงแฟนคลับที่อยู่นอกจอด้วย

“การได้ดูซีรีส์ของทั้งคู่เหมือนได้ย้อนกลับมาดูความรักของตัวเองว่าเราผ่านอะไรกันมาบ้าง” แฟนคลับที่ได้โทรเข้ามาพูดกับทั้งสองคนกล่าว

ทำให้ฟรีนและเบคกี้ต่างปลื้มปริ่มใจที่ตัวเองสามารถเป็นซอฟพาวเวอร์ให้กับใครหลายๆคนได้ และสุดท้ายนี้ฟรีนและเบคกี้ก็อยากฝากไว้กับแฟนคลับทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเธอเสมอมาว่า…

 

     “อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันในทุกวัน ไม่ว่าจะเจออะไรก็อยากผ่านไปด้วยกัน และอยากขอบคุณทุกกำลังใจและแรงซับพอร์ตที่ทำให้ฟ้าของหนูสดใสขึ้นมาก แม้ในบางวันที่มันไม่ได้ดีทุกวัน

   -ฟรีน-

 

    “‌thank you guys,thank you for your support. I know I probably say this every single day. I hope you have bought yet but we love each so much. We appreciate you so much. we understand the language barrier and understand everything you guys put so much afford. Example like trying to communicate with us or see us or even Supposed watching line group. Anything really to really heart warming, thanks you for been such a lovely family and hope we will be  together forever.

    -เบคกี้-

 

ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

related EFM FANDOM RECAP

‘เทคแคร์กันดี แม้จะตีกันทุกชั่วโมง’ ชื่อรางวัล EFM FANDOM AWARDS ของ “วินนี่ - สตางค์” ที่พร้อมจะเถียงกันตลอดเวลา และกว่าจะมีโมเมนต์ให้แฟนๆได้ชื่นชมต้องรอวันโกนกับวันพระเท่านั้น!

16 ก.ค. 2024

‘เทคแคร์กันดี แม้จะตีกันทุกชั่วโมง’ ชื่อรางวัล EFM FANDOM AWARDS ของ “วินนี่ - สตางค์” ที่พร้อมจะเถียงกันตลอดเวลา และกว่าจะมีโมเมนต์ให้แฟนๆได้ชื่นชมต้องรอวันโกนกับวันพระเท่านั้น!

รายการEFM FANDOM LIVE[4 กรกฎาคม 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “วินนี่ - สตางค์” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “รางวัลเทคแคร์กันดี แม้จะตีกันทุกชั่วโมง” เราเห็นว่าวินนี่และสตางค์เทคแคร์กันดีมากๆ ไม่ว่าจะเรื่องของการทำงาน หรือเรื่องอื่นๆ ทั้งคู่เป็นคนที่แตกต่างกันมาก แต่หาจุดตรงกลางได้ด้วยความที่เทคแคร์ซึ่งกันและกัน ใส่ใจกันเสมอ ส่วนเรื่องตีกันคือที่ทั้งคู่ชอบเถียงกัน เพื่อเอาชนะ(แม้วินนี่จะไม่เคยชนะเลยก็ตาม5555) สิ่งเหล่านี้พอรวมกันเลยเป็นความน่ารัก ที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เลยขอตั้งชื่อรางวัลเป็นรางวัลเทคแคร์กันดี แม้จะตีกันทุกชั่วโมง2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “โมเม้นท์ดีๆ มีได้ทุกวันพระ”​ เนื่องจากทั้งวินนี่แล้วก็สตางค์มีโมเม้นด้วยกันน๊อยมั้กมากก ด้วยความที่ทั้งคู่จะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้อัพเดตโซเชียลหรือลงสตอรี่บ่อยสักเท่าไหร่เลย แม่ๆบ้านนี้เลยจะเน้นทำบุญกันเป็นพิเศษ แล้วผลบุญที่ทำก็จะแสดงฤทธิ์ให้เห็นได้ทุกวันพระ เพราะทั้งคู่มักจะลงโซเชียล มีโมเม้นฟิรๆ ตรงกับวันพระหรือวันโกนบ่อยสุดๆ ซึ่งแต่ละครั้งที่มาก็คือ ฟิรได้ไปครึ่งเดือน เลยอยากเสนอชื่อรางวัลนี้ให้เลยค้าาาา3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “วินที่ดีไม่ใช่วินมอไซค์ แต่เป็นวินนี่สตางค์”​ เพราะวินนี่-สตางค์มาแรงแซงทางโค้งยิ่งกว่าพี่วินมอไซค์หน้าปากซอย ฉะนั้นวินที่ดีไม่ใช่วินมอไซค์ แต่เป็นวินนี่สตางค์ ขอบคุณค่ะ4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ใครไม่เหมียวผมเหมียวเอง”​ คือทั้งคู่ไม่ชอบที่จะทำท่าเหมียวทั้งแบบสามนิ้วหรือทำเป็นหูแมว แต่ในหลายๆครั้งทั้งคู่มักจะทำก่อนแฟนคลับขอด้วยซ้ำ กลายเป็นอะไรที่ซึนๆน่ารักๆ เลยอยากให้รางวัล“ใครไม่เหมียวผมเหมียวเอง”ค่าาาา5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “สุดยอดดูโอ้พี่แร็ปเปอร์น้องเสียงหวานมหาสเน่ห์”​ "วินนี่"หนุ่มสายแร็ปเปอร์ฮิปฮอป สุดเท่ แต่งแรพเองได้"สตางค์"หนุ่มเสียงหวาน สบายหู ลูกเอื้อนสุดสเน่ห์ เป็นคอมโบคู่หูแร็ปเสียงนุ่มทุ้มตัดกับเสียงร้องสุดหวาน ยกให้เป็นดูโอ้สุดลงตัวที่สุดยอดที่สุดถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ2 หนุ่ม “วินนี่-สตางค์”รางวัล“รางวัลเทคแคร์กันดี แม้จะตีกันทุกชั่วโมง”ชื่อรางวัลตรงกับชีวิตจริง! สตางค์ : ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ ครับก็ เทคแคร์กันดี แม้ตีกันทุกชั่วโมง คือความจริงก็อาจจะตรงตัวแหละว่า พวกผมจะเทคแคร์กันดี แต่จะตีกัน หมายถึงว่าชอบสู้กัน เช่นสมมติคนหนึ่งบอกจะเอาสีขาว ผมก็จะเอาสีดำ วินนี่ : ไม่มีใครยอมใคร สตางค์ : ใช่ ๆ คือความจริงก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่แค่ว่าบางทีละกัน วินนี่ : กุบกิบ ๆ เค้าเรียกว่าเป็นน้ำจิ้ม สตางค์ : เป็นสีสันของชีวิต เดี๋ยวมันจะง่ายไปหน่อย วินนี่ : ความจริงผมไม่ได้ยอมเค้า แต่ว่าคิดคำเถียงไม่ออก สตางค์ : มันจะมีทั้งเถียง ๆ กัน กับ เล่นเกม วินนี่ : เล่นเกมนี่คือผมแพ้ตลอดเลย สตางค์ : ชนะใจผมก็พอสิ่งที่รับรู้ได้จากการกระทำของอีกฝ่าย สตางค์ : ผมจะเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย บางทีเราเซนซิทีฟเค้าก็ช่วยได้ เค้าจะเป็นคนที่ยืนได้แข็งแรงกว่า อย่างตอนคอนเสิร์ตแฟนผม ตอนพูดความรู้สึกผมก็ร้องไห้หนักเลย เค้าก็เชียร์อัพเรา วินนี่ : ของผมจะเป็นเรื่องระเบียบ ชอบลืมนู่นนี่ เค้าก็จะเตือนว่าอย่าลืมกระเป๋าลืมอะไรนะ เค้าก็จะช่วยจำเรื่องที่เถียงกันประจำ สตางค์ : ทุกเรื่องครับ มันจิปาถะ ไม่มีเรื่องที่เฉพาะเจาะจง เหมือนพ่อกับแม่เถียงกัน วินนี่ : เวลาอยู่หลาย ๆคน ก็จะมีอยู่คนนึงที่กวน อาจจะเล่นมุกอยู่กำลังเข้าได้เข้าเข็ม ก็จะขัด จะช็อตฟิลความเท่ของเราสองคน สตางค์ : คู่เราเป็นคู่ที่ตั้งใจทำงานมาก มีความรับผิดชอบ วินนี่ : คู่เรามีความเท่ แต่ก็อาจจะมีบางมุมที่แฟน ๆ มองว่าไม่เท่ เพราะแฟน ๆ มองเราเป็นเด็กน้อย เค้าเป็นมัมหมีจัดเต็มฟินทั่วเอเชียกับปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “WE ARE FOREVER ASIA TOUR” วินนี่ : สำหรับเอเชียทัวร์ก็ประกาศไปแล้วว่ามีกี่ประเทศที่จะไป ฝากมัมหมี ฝากแฟน ๆ กดซื้อบัตรกันด้วยจะได้ไปดูโชว์ที่ต่างประเทศด้วยกัน มัมหมีทุกคนก็เป็นกำลังใจมห้กับพวกเรา พวกเราก็จะทำเพอร์ฟอร์มออกมาให้เต็มที่ พวกเราพร้อมมาก ๆ อย่าลืมมาหากันนะครับวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมสำหรับ“วินนี่-สตางค์”เล่นกันด้วยสนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาถามพูดคุยกับ“วินนี่-สตางค์” (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“วินนี่ - สตางค์”ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความสุขให้กับแฟนๆกันทั่วทั้งรายการ และก่อนจะจากกันไป ฝากติดตามซีรีส์ ‘We Are คือเรารักกัน’ ทุกวันพุธ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM25 ฝากเพลง 'คิดถึงฉันใช่ป่ะ (Missing Me?)' และ WE ARE FOREVER FANCON ASIA TOUR จะจัดวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่TRUE ICON HALL น้าา ปิดท้ายด้วยคำอวยพรจาก “วินนี่ - สตางค์” ขอให้แฟน ๆ ทุกคนกดบัตรได้ มาเจอกันมาหาอะไรสนุก ๆ เล่นด้วยกันมามีโมเม้นท์ร่วมกันกัน สู้ ๆครับทุกคน ขออวยพรให้กดได้แล้วมาเจอกันครับสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ผีหนุ่มหล่อทั้ง 7 “ATLAS” ถึงซิงเกิลใหม่จะชื่อ ฉันคนเก่า แต่สัญญาเลยว่าพร้อมจะกลับตัว และรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS ถ้วยที่ 2 สาขา ‘เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของเอลิส’

26 พ.ย. 2024

ผีหนุ่มหล่อทั้ง 7 “ATLAS” ถึงซิงเกิลใหม่จะชื่อ ฉันคนเก่า แต่สัญญาเลยว่าพร้อมจะกลับตัว และรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS ถ้วยที่ 2 สาขา ‘เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของเอลิส’

รายการ EFM FANDOM LIVE [31 ตุลาคม 67] คืนนี้พร้อมต้อนรับ 7 หนุ่ม T-POP อย่าง “ATLAS” กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ฉันคนเก่า (Lat Me Try Again)” พร้อมอัปเดตพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน และ ดีเจโจเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดโหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “แอทลาสคนเก่า ยังเศร้าเหมือนเดิม” ผ่านมาหลายซิงเกิล หลายแนวดนตรีแล้ว แอทลาสก็ยังคงคอนเซ็ปผู้บ่าวอกหัก รักไม่สมหวังเหมือนเดิม พ่อคุณเอ๊ยยย!!! จะสมหวังกี่โมงThe original ATLAS remains just as melancholy as before. Despite exploring various musical styles and themes, ATLAS continues to portray a story of a lovelorn youth, yearning for reciprocated affection. Wow !!! When will their hearts find solace?2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ทีมนักซิ่งวิ่งสู้ฟัดสุดจัด ๆ ย่านรังสิต” ใน mv เพลงนี้ ATLAS ทุกคนรับบทเป็นสมาชิกทีมแข่งรถ แต่ละคนก็มีหน้าที่ของตัวเอง บางคนดูแลอะไหล่ บางคนเป็นนักแข่ง ซึ่งแต่ละหน้าที่มีความสำคัญหมดจะขาดใครไปไม่ได้สักคน ก็เหมือนกับ ATLAS ในชีวิตจริง ที่ขาดใครไปไม่ได้เลยและน้องทุกคนก็ผ่านเรื่องราววิ่งสู้ฟัดมาเยอะมากกว่าจะมาถึงวันนี้ เลยคิดว่าชื่อรางวัลนี้ เหมาะสมกับแอทลาสมากที่สุดแล้วค่ะThe top racing team in Rangsit In this music video, every member of ATLAS has a role to play as part of the racing team. Some are responsible for spare parts, while others race. Each role is crucial and cannot be overlooked. Just like in real life, ATLAS relies on each member. They have all gained experience through many races to get to this point. Therefore, I believe the name of this award is most fitting for ATLAS.3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ตัวพ่อคนเดิมไงหนู...ไม่คุ้นหูเลยเหรอ” เป็นชื่อรางวัลที่อยากให้ล้อไปกับเนื้อเพลง "ฉันคนเก่า" ค่ะ แล้วก็ใช้คำว่าตัวพ่อเพราะว่าแอทลาสของเราเป็นตัวพ่อบอยกรุ๊ป T-pop สุด ๆ โหด ตึง เก่งกาจ มากประสบการณ์ ผ่านอะไรมามากมาย เป็นตัวพ่อคนเดียวคนเดิมในใจเอลิส เป็นตัวพ่อที่ใคร ๆ ก็รู้จัก คุ้นหู เคยได้ยินชื่อเสียง เคยฟังเพลง หรือเห็นผลงานผ่านตาอย่างแน่นอน แต่ก็อยากให้ชื่อดูมีความกวน ขี้เล่น เพราะแอทลาสเป็นวงตลกค่ะ เผลอ ๆ บางคนอาจจะรู้จักจากคลิปตลก เพราะเรื่องตลกเราขึ้นชื่อจริง แต่รวม ๆ แล้วชื่อนี้ก็ตั้งมาจากความเก่ง ความเก๋า ความเจ๋งของแอทลาสที่ไม่เคยน้อยลงเลย และก็ยังเป็นตัวพ่อคนเดิมของเอลิสเสมอ 3The familiar daddy, my dear… Does that ring a bell? It's a title I chose inspired by the lyrics of "I'm the Old One," with the term "daddy" reflecting our ATLAS as the leader of the T-pop boy group. He's strong, skilled, talented, and seasoned. In ALIS's heart, he's the one and only daddy. He's the daddy known to all, recognized, heard of, listened to, or seen in action. I wanted the name to be playful and mischievous to match ATLAS's comedic band. Some may recognize him from their comedy sketches as they are quite popular. But ultimately, this name highlights ATLAS's expertise, experience, and everlasting coolness. And he remains ALIS's beloved daddy.4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของเอลิส” คำนี้ได้มาจากน้องภูมิค่ะ น้องบอกว่า "เอลิสคือน้ำมันเต็มถังของแอทลาส” มันใช่มาก ๆ แอทลาสก็เป็นเชื้อเพลิงที่สุดของเอลิสเหมือนกัน เวลาได้ดูคอนเทนต์ของแอทลาส ได้ฟังเพลง ได้เจอน้อง ๆ เหมือนได้เติมพลังให้ตัวเองมีแรง ไปสู้กับชีวิตต่อ ทุกครั้งเวลาวางแผนจะไปหาน้อง ๆ รู้สึกมีพลังในการเคลียร์งานเป็นพิเศษ เรียกได้ว่ามีความสุขตั้งแต่มีบัตรคอนอยู่ในมือด้วยช้ำThe Best fuel for ALIS Nong Bhum shared with me that ALIS is like a full tank of fuel for ATLAS. This statement holds true to me as well. ATLAS serves as the best source of energy for ALIS, rejuvenating me whenever I engage with their content, music, or in person. Planning to see them fills me with an extra dose of positivity and motivation to tackle my responsibilities. Having a concert ticket in hand has brought me immense happiness.5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “โชว์ไม่ช้า จําได้ทุกโชว์” ATLAS วงที่ยืน 1 ด้านการโชว์ โชว์ของแอทลาสแต่ละงาน จะมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด ทำให้แต่ละงาน มีซีนประใจในแต่ละงานที่ต่างกัน เป็นที่จดจำของเอลิสและคนนอกด้อมตลอด แอทลาสมีการดีไซน์การโชว์ได้ดีมาก ๆ แต่ละงาน แต่ละโชว์ ผู้ชมคุ้มสุด ๆ ได้ดูเพอร์ฟอร์มเต็ม ๆ จุก ๆ แถมช่วงพูดคุยยังสร้างเสียงฮาให้ตลอด แอทลาสเก่งอ่ะบางครั้งเปลี่ยนโชว์จนเอลิสกลายเป็นนักร้องนำเลย เข้าจังหวะผิดกันหมด 55555Every show by ATLAS is special and unforgettable. The band constantly switches things up, ensuring that each event is unique and leaves a lasting impression on both fans and newcomers. ATLAS puts on a top-notch show with fantastic design, guaranteeing that every audience member is thoroughly entertained and delighted. Their performances are always worth the price of admission, leaving us laughing and in awe. ATLAS's talent shines through, even when they switch things up and showcase ALIS as the lead singer, bringing a different but still amazing experience every time.ถึงเวลาที่ ALIS รอคอยแล้วน้าาา...เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE มาพูดคุยกับหนุ่ม ๆ “ATLAS” กัน ฮาโลวีนปีนี้แอทลาส 7 คนขอเป็นผี….. ไนซ์ : วันนี้ผมตั้งใจมาเป็นผีติดแกรม ใส่สูทมาแบบเราตายในตอนที่เรายังเดินอยู่ในคฤหาสน์ของเรา จูเนียร์ : แล้วมีดเกี่ยวไร ไนซ์ : ก็ลื่นแล้วก็มีดเสียบหัว 55555 ภูมิ : อ่ออ กำลังหั่นสเต็ก 5555 เออร์วิน : เพราะเป็นพ่อครัว จูเนียร์ : ของผมตายด้วยจากการวิ่งเข้าไปช่วยไนซ์ เอ้ยเสร็จปุ๊ปไนซ์เป็นไรอะ โดนแทงเข้าหน้า ไนซ์ : เลือดนี่คือของพี่เหรอเนี่ย จูเนียร์ : ของพี่อันนี้ของพี่ คือโดนปักเข้านี่เลย ไนซ์ : แล้วม้วนตายไง มิวอ้อน : ผมเป็นผีคิ้วบากจนตายครับ ภูมิ : คือเขาเป็นคนชอบบากคิ้วแต่อันนี้น่าจะบากแรงไปหน่อย 55555 ก็เลยโดนเส้นเลือดใหญ่ตายไปเลย แทด : ส่วนผมเป็นผีหมูเด้งครับ….เอ้าเงียบเลย 5555 ไนซ์ : ต้องมีภาพประกอบด้วย แทด : คือที่เห็นบากตรงเนี้ย เพราะหมูเด้งมันซนไงแล้ววิ่งไปชนไหล่ม้วน ช่วงนี้เขาเล่นฟิตเนสเยอะมันแข็งง จมูกแตกเลยครับผม เออร์วิน : เออร์วินเป็นผีโดนรุมกระทืบครับ โดนแอทลาสรุมกระทืบเพราะว่าชอบแกล้งพี่ ๆ แต่แผลน้อยเพราะว่าเขาเน้นคนละส่วนครับ พี่ภูมิจะเน้นศอกผมอะไรเงี้ยอ่ะงง 5555 ไนซ์ : ซ้ำใน ๆ ภูมิ : ส่วนผม relate กับชีวิตจริงนะ ตาแดงด้วย จูเนียร์ : ต้องซื้อยาหยอดตามาให้ 5555 แทด : ฟีลแบบตาอักเสบอยู่ ภูมิ : ไม่ตอนเด็กอ่ะ ผมเคยโดนชิงช้าฟาดปากเคยเล่าไปแล้ว มิวอ้อน : อ่าวแล้วไมตาแดงอ่ะ เออร์วิน : แล้วตาแดงมาจาก กินน้ำพริก ภูมิ : 555555 กินน้ำพริกตาแดง ชอบกินเยอะไปหน่อย อ่ะพี่เจ็ท เจ็ท : เป็นแวมไพร์ครับ ATLAS : เฮ้ยยย แทด : เขามาหล่อเลยอะ เจ็ท : คือเสื้อเชิ้ต สร้อยแล้วทรงผมมันต้องแวมไพร์แล้วป่ะ ไนซ์ : ดูคิดมาที่สุดแล้วคนนี้ 5555รางวัล “เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของเอลิส” จูเนียร์ : เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของเอลิส ภูมิ : คือเอาจริง ๆ ประโยคนี้ผมพึ่งพูดไปเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว พึ่งพูดไปในไลฟ์หรือว่าในสักที่แบบว่าเอลิสเหมือนเชื้อเพลิงให้เรา เพราะว่าจะมีหลายครั้งที่แบบเหนื่อยอาจจะแบบทะเลาะกันเองบ้าง เหนื่อยจากการซ้อมบ้างแต่พอเรารู้ว่าเราทำไปเพื่อใครมีเอลิสรอที่จะดูผลงานเราอยู่ มันทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมันทำให้เรามีแรงขึ้นในวันที่เราเหนื่อยครับ ใช่ผมก็เลยพูดประโยคนี้ออกไป เออร์วิน : for interfan ด้วย ภูมิ : Thank you แทด : Thank you เลยเหรอ 5555 ไนซ์ : Thank you very much so much เออร์วิน : Thank you for The gas ภูมิ : Thank you for The gas นะครับ 55555Passion ของแต่ละคนที่ทำให้ออกมาใช้ชีวิตในแต่ละวัน ไนซ์ : จริง ๆ Passion ของไนซ์ในแต่ละวันไม่มีอะไรมากครับ แค่รู้สึกว่าวันนึงเราต้องทำไรแล้วเรารู้สึกว่ามันคืบหน้ากับตัวเองไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเราแบบซ้อมเต้น สมมุติซ้อมเต้นจำท่านี้ไม่ได้วันนี้ต้องจำได้ เมื่อวานเราร้องยังไม่ชอบโทนนี้ของตัวเอง วันนี้จะต้องร้องให้มันดีขึ้น อาจจะยังไม่ต้องได้มากก็ได้แต่ว่าอย่างน้อยมันต้องมีอะไรที่คืบหน้าในทุก ๆ วัน ใช่ผมก็เลยใช้มายเซ็ทนี้มาอยู่เรื่อย ๆ แล้วมันก็จะเป็นมายเซ็ทที่ไม่ได้กดดันตัวเองมากจนเกินไป เพราะว่าถ้าเกิดเราแบบเอ้ยต้องได้ ๆๆ มันจะเครียดมันจะกดดันเราก็เลยรู้สึกว่าค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า มิวอ้อน : ครับผม Passion ในแต่ละวันช่วงนี้ผมส่วนมากผมจะเป็นเรื่องอนาคตมากกว่าว่า แบบผมอยากเป็นผู้ชายแบบไหนเราอยากแบบโตมาเป็นผู้ชายแบบไหนอะไรเงี้ย ผมก็อยากทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มันจะช่วยให้เราไปถึงจุดนั้นมากขึ้น อย่างแบบ วันละ 1% ก็พออะไรเงี้ย อย่างเช่นเหมือนเราอยากเป็นผู้ชายที่ดูแลครอบครัวได้ อยากเป็นผู้ชายที่สุขภาพแข็งแรงเหมือนแบบผมอ่ะ อยากอายุ 45 แล้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ผมแบบไม่ได้อยากมีปัญหาที่จะต้องเข้าหาหมอบ่อย เพราะเหมือนบางทีเรามีผู้ใหญ่ในบ้านที่เขาสูงอายุหน่อย เขาก็มีปัญหาผมเลยรู้สึกว่า เฮ้ยมันแบบถ้าเราเริ่มดูแลตัวเราได้เร็วกว่ามันอาจจะเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วก็เรื่องแบบไฟแนนซ์ แล้วก็การกูแลตัวเองในเรื่องทุก ๆ อย่าง ผมแค่อยากเป็นผู้ชายที่ดีสำหรับอนาคตครอบครัวผมในอนาคตครับผมแล้วก็สำหรับตัวเองครับ ไนซ์ : คือ 45 สุขภาพยังดียังไม่เข้าโรงบาล 24 นี่เข้าบ่อยมาก 5555 เออร์วิน : โอโห้รอดถึง 30 ก็บุญแล้ว จูเนียร์ : Passion ที่ทำให้ออกมาใช้ชีวิตในแต่ละวัน ของผมแค่ง่าย ๆ เลยครับ ผมแค่ตื่นขึ้นมาหาความสุขให้ตัวเองก่อนอย่างแรก 1 อย่าง คือผมจะหาความสุขให้ตัวเอง 1 อย่างในทุก ๆ เช้า เพราะรู้สึกว่ามันจะทำให้ทั้งวันของเรามันมีความสุขไปด้วย เช่น ตื่นมากินอะไรอร่อย ๆ ตื่นมาเข้าฟิตเนสแค่แบบในที่ที่เราชอบอยากไปอะไรอย่างเงี้ย ใช่ครับผมก็อะไรประมาณนั้นเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วผมรู้สึกว่ามันให้ทั้งวันของผมมันมีความสุขและก็สนุก แล้วเต็มที่กับมันได้ทั้งวัน ไนซ์ : เพราะว่าเริ่มให้ถูก 5555 ภูมิ : Passion เหรอครับอาจจะฟังดูเลี่ยน แต่ว่าจริง ๆ สำหรับผม ผมว่าเพื่อน ๆ ในวงนี่แหละครับผม ก็ปมถือรางวัลแล้วอะเนอะ 555 ภูมิ : ผมจะบอกว่ารางวัลอันนี้ใช้ได้กับทุกคนเลยนะ ผมรู้สึกว่าการที่จะทำให้ชีวิตเราเป็นไปได้อย่างที่เราคิด เราต้องเอาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่เขาคิดแบบเรา ผมรู้สึกว่าการอยู่ในวงแอทลาสครับ อยู่กับเพื่อน ๆ ที่เรามี Passion ตรงกัน มีเป้าหมายตรงกัน อาจะมีไม่ตรงบ้างในบางครั้งแต่ว่าโดยรวมมันไปทางเดียวกันอย่างเงี้ย มันทำให้เราแบบมีแรงให้เห็นภาพอนาคตเราชัดขึ้น เวลาเราตื่นมาเปิดในไลน์กลุ่มเจอคลิกเต้นเรา เราเฮ้ยเมื่อวานเราเต้นอันนี้แบบนี้นะ เอ้ยงานนี้ดีนะแฟนคลับ ชอบนะโชว์นี้ ชอบนะเวอร์ชั่นนี้ ชอบนะมันทำให้เรารู้สึกแบบอุ๊ยมันมี Passion ช่วยกันดันไปข้างหน้า ก็ฝากทุกคนนะครับผม อยากอยู่ตรงไหน ให้เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น แทด : ผมก็จะตอบคำตอบเดิม คืออย่างแรกจริง ๆ Passion แรกของผมเลยก็คือเอลิส แหละครับผม เวลาได้ขึ้นเวทีไป ได้โชว์ performance ได้เต้นได้ร้องให้กับเอลิส ได้แชร์บรรยากาศนั้นคือ Passion แรกของผมอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดต้องเลือกอย่างอื่นก็คือ การได้ไปทำงานทุก ๆ วันกับพี่ ๆ 6 คน คือหลัง ๆ เนี่ยผมชอบจินตนาการเล่นอะไรเงี้ยว่าเออถ้าเกิดวันนึงเราแบบเราต้องมาทำงานคนเดียวเป็นยังไงวะหรือว่าสมมุติวันนี้เราต้องงถ่ายงานนี้คนเดียวหรือถ่ายแบบนี้คนเดียวจะเป็นยังไง รู้สึกเหงามาก ๆ รู้สึกว่าทุกวันนี้เราใช้ชีวิตแบบอยู่กับพี่ ๆ เรา Enjoy ทุกโมเมนต์ให้ดีที่สุด เราออกไปทำในสิ่งที่เรารักด้วยกันกับอีก 6 คนแล้วมันก็รู้สึกไม่เหงาดีก็รู้สึกว่าทุกวันนี้ก็ตาม Passion นี้ไปตลอดครับ ไนซ์ : แทดก็ออกงานเดี่ยวบ่อยนะ 55555 เออร์วิน : สำหรับผมจริง ๆ เป็นคนถามที่ยากมาก เพราะว่า Passion ผมไม่ค่อยมี Passion เท่าไหร่ครับถามพูดตรง ๆ ใช่ก็อย่าง Passion แรกและ Passion เดียวที่ทำมาเสมอและคิดมาเสมอก็คือการเป็น ATLAS การทำเพลงให้เอลิสแล้วก็คนฟังคนอื่นฟังอะไรเงี้ยครับ มันก็คือเป้าหมายสูงสุดของเราละในช่วงชีวิตนี้ พอให้คิดถึง Passion อื่นผมก็พยายามนั่งนึกถ้าจะตอบคงตอบเหมือนพี่จูแล้วกันว่าแค่ตื่นมาแล้วเห็นตัวเองยิ้มก็โอเคละ มีความสุขในทุก ๆ วันผมว่าก็เป็นเรื่องที่ดีแล้วเพราะว่าเวลาเรามาเจอแอทลาส มันคือพื้นที่ปลอดภัยของเรา เรามีความสุขแต่เวลาเราอยู่คนเดียวเราก็อยากให้ตัวเองยิ้มเยอะ ๆ มีความสุขกับตัวเองเยอะ ๆ ประมานนี้แล้วกัน เจ็ท : ผมว่าผมอยากแยกออกมาในเชิงแต่ละวันกับในแต่ละช่วงละกัน เพราะว่าถ้าแบบเป็นในแต่ละวันผมจะรู้สึกว่าของผมมันจะเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นพวกแบบว่าวันนึงอยากที่จะอย่างน้อยรู้อะไรมากขึ้นมั้งในส่วนของวันนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ได้อาจจะเป็นเรื่องที่มันแบบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราขนาดนั้นแต่แค่เราได้รู้ว่า เอ้ยอ๋อมันคืออย่างงี้นะแบบเราแค่เรียนรู้สักอย่าง 2 อย่างต่อวัน ผมว่ามันก็เป็นแบบ Happiness นึงที่ผมรู้สึกว่ามันทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ ผมรู้สึกว่าทุกคนบนโลกทุกคนเรียนรู้ทุกวันอยู่ละแต่ว่าบางคนแค่อยากจะไม่ได้จับจุดว่า คุณกำลังเรียนรู้อยู่แต่ผมก็รู้สึกว่าผมอยากโฟกัสในจุดอันเนี้ย มันคือ Happiness ของผมคือผมเรียนรู้ 1 อย่างต่อวันอะไรเงี้ยก็ Happiness CD แล้วก็ในเชิงของ Passion โดยรวมก็รู้สึกว่า Passion ที่ทำให้ไปข้างหน้าก็คือการที่ได้อยู่เป็นแอทลาสได้เป็นศิลปินนี่แหละ เพราะสำหรับส่วนตัวผมนะ ผมไม่รู้ว่าผมจะได้อยู่ในวงการหรือว่าได้อยู่กับเพื่อน ๆ หรือได้ทำสิ่งนี้ไปอีกนานแค่ไหน พูดตรง ๆ เลยไม่รู้จริง ๆ แล้วก็รู้สึกว่าอยากจะ Enjoy ดื่มดำกับบรรยากาศนี้ให้ได้มากที่สุด ให้ได้มากที่สุดให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ถ้า ATLAS จะพาคนที่รักไปเที่ยว ภูมิ : จริง ๆ ผมมีได้ทำแล้วบางครับ คือใรแต่ละปีผมพยายามจะตั้งแบบตั้งจุดหมายไว้ว่าในปี ๆ เราทำอะไรบ้างอย่างปีนี้ตั้งใจจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะว่าเขาก็ไม่ได้ไปนานแล้วเราก็จะตั้งไว้ว่าแบบโอเค เราจะรีบตั้งใจทำงานแล้วเก็บเงินพาพวกเขาไปเที่ยว พอพาไปเราก็สบายใจก็ดีใจที่เห็นเขาไปด้วยเงินของเราเองที่เราตั้งใจทำงานเอง เจ็ท : ผมมีชัดเจนมากมันเป็นแบบ 1 อย่างที่ผมอยากจะไปด้วยผมอยากจะไปอเมริกา ผมอยากไปดู NBA มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กอยู่แล้วคือ อันนี้สำหรับผมอันนี้คือความอยากส่วนตัวอยากไปอเมริกาอยากไปดู NBA แล้วก็อยากไปดูกับคนที่เรารักแค่นั้นเลยแบบ Simple มากแต่ว่ามันยากมากที่จะไป แทด : พูดจริงนะพี่ ตั้งแต่เด็กผมอยากไปเหมือนกันเหมือนพี่เจ็ทเลยแต่ว่าแบบเวลามันจะเป็น seasonsบาส มันจะเป็นช่วงที่เราเรียนอยู่พอดีก็แบบปิดเทอมไปไม่ได้ เจ็ท : ผมดูแล้วผมขนลุกเลย เพราะผมอยากไปมาก เออร์วิน : อยากพาไปต่างประเทศเหมือนกันครับ อยากพาไปฝรั่งเศสแล้วกันเพราะว่าเป็นที่ที่ผมก็อยากกลับไปเหมือนกันเพราะไม่ได้ไปนานมากแล้ว คิดว่าถ้าไปพาไม่ว่าจะครอบครัวหรือว่าคนที่เรารักก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีก็น่าจะสนุกดี คือคนส่วนใหญ่อาจจะอยากไปแบบว่าปารีสไปเมืองหลวงอะไรเงี้ย แต่ผมจะอยากไปแบบนีซ อยู่ฝั่งใต้ของฝรั่งเศสเป็นทะเลอะไรเงี้ย ผมรู้สึกว่ามันเงียบสงบกว่าโจรน้อยกว่า เพราะที่ปารีสมันก็โจรเยอะกว่า แล้วผมก็รู้สึกว่าธรรมชาติดูดีกว่า แทด : ผมอยากพาไป Road Trip ครับ รู้สึกว่าเป็นคนไม่ชอบเที่ยวแบบเมืองหลวงเมืองใหญ่มากรู้สึกมันวุ่นวายเกิน จะชอบแบบคิดว่าเกิดเราได้ไป Road Trip อย่างเช่น อเมริกา แกรนด์แคนยอนอย่างงี้หรือว่าขับเรื่อย ๆ รู้สึกว่ามันชิวดีแล้วอาจจะแบบเลื่อน TikTok เจอบ่อยที่แบบนอนอยู่หลังรถแล้วมองวิวสวย ๆ รู้สึกว่ามันเป็นบาที่ดีมาก ๆ เลยครับ มิวอ้อน : เป็นความฝันของผมเลย ไนซ์ : มาแล้ว อยากพาไปเจอจองกุก 55555 มิวอ้อน : เฮ้ยไม่ใช่ ใจเย็น ๆ อันนั้นเอาไว้คนเดียว มิวอ้อน : แต่ว่าจริง ๆ ผมถ้าแบบอายุ 40 กว่าแล้วมีครอบครัวแล้วผมแบบอยากพาไปขี่ฮาเล่ ที่แคลิฟอร์เนีย เพราะจริง ๆ พ่อแม่ไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซต์แต่ผมเห็น อควาแมน เจสัน โมโมอา แล้วมันเท่มากผมอยากไว้หนวดแบบนั้นเลย ยาวมากหนวดเขายาวมาก แต่ผมไว้ไม่ได้มันไม่ขึ้น 5555555 ผมว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่สนุกมากเลย เพราะว่า 1 มันไม่ใช่แบบสิ่งที่เราเคยทำแล้วก็ 2 มันก็คือแบบประเทศที่เราไม่เคยไปอยู่ แต่มันแบบน่าจะสนุกมาก จูเนียร์ : ของผมง่ายมาก ๆ เลยครับ แค่แบบวันที่มีวันหยุดวันว่างหรือว่าแบบวันที่เรามีเวลาว่างสักช่วงนึง ผมจะพาคุณแม่ไปทานข้าวครับ ผมรู้สึกว่าอยากใช้เวลาอยู่กับเขาให้มันแบบให้มันได้มากที่สุด คือให้มันได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ณ ตอนนี้ เพราะว่าเขาก็อายุมากขึ้นทุกวันทุกปีแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะแบบ Enjoy อาหารได้เหมือนตอนนี้ถ้าแบบในอีก 10 ปีหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ ก็เลยมองสั้น ๆ ว่าแบบวันนี้ว่างพาไปทานข้าว วันนี้ว่างพาเขาไปคาเฟ่ไปอยู่กับเขา ถ้าใหญ่ ๆ เลยทุกปีก็ตั้งเป้าว่าจะพาเขาไปเที่ยวไปเที่ยวเหมือนภูมิเลยครับใช่ ไนซ์ : ผมก็ไม่มีไรมากครับแค่รู้สึกว่า ถ้ามันว่างมีช่วงเวลาที่ว่างแค่อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว ไม่ ๆ เพราะว่าตอนนั้นที่ผมก็เคยมีฝันว่าอยากจะพาครอบครัวไปต่างประเทศโดยที่เราออกเงินเองทั้งหมดซึ่งก็ทำไปแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าเป็นทริปที่เหนื่อย 5555 คือมันเป็นช่วงว่างที่มันปึ๊บปั๊บแล้ว ผมก็ไม่ได้แบบเช็คสภาพอากาศไม่ได้เช็คแบบว่าฤดูของเขา ดอกมงดอกไม้อะไรเงี้ย แต่ว่าผมก็พาไปดูฟูจิ พาไปเดินช้อป พาไปทุกอย่างที่แบบควรจะไปญี่ปุ่น พาไปนอกเมืองแบบในป่าที่พ่ออยากไปอะไรเงี้ย ซึ้งร้อนมาก เพราะผมไปหน้าที่ร้อนมากแล้วฟูจิที่มันจะเป็นแบบทุ่ง แล้วข้างหลังเป็นแบบฟูจิมีหิมะอยู่ข้างบนอะไรเงี้ย ไม่มีเมฆบัง ดอกไม้ข้างล่างร่วงหมดเลย คือโล้นแล้วร้อนด้วย ผมรู้สึกว่ามันเป็นทริปที่เหนื่อยมากเพราะว่ามันเป็นทริปที่ตกรถ อาหารก็ไม่ได้แบบรีเซิร์ชไว้ก่อน ก็มีถูกใจบ้างเฉย ๆ บ้างกลาง ๆ บ้างเลยรู้สึกว่ามานั่งคุยกันกับพ่อกับแม่ พ่อผมก็ไม่ได้อยากที่จะไปไกลแต่ว่าเขาเห็นว่าผมอยากพาเขาไปเลยโอเคมาด้วย คือเขาก็แค่แบบว่าจริง ๆ แบบอยากอยู่ในประเทศไทยใกล้ ๆ อยากไปใกล้ ๆ อะไรอย่างงี้ก็ได้แล้วก็แค่แบบอยู่ด้วยกันก็พอแล้ววันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมมาให้หนุ่มๆ “ATLAS” เล่นกันด้วยชื่อเกมว่า “ATLAS 7 ผีมหัศจรรย์”บอกเลยว่าสนุกสนาน ตลก เฮฮากันสุดๆ (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ “ATLAS” (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ATLAS” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แฟนๆกันก่อนเข้านอน ฝากซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ฉันคนเก่า ( Let Me Try Again )” สามารถรับชมได้ทาง Youtube : ATLAS และฝากผลงานในอนาคตที่จะปล่อยออกมาให้ได้ชมติดตามได้ทาง Atlas_official_th รอติดตามกันได้เลยน้าสามารถเข้าไปรับชมกันได้ที่ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ต้อนรับ 3 หนุ่ม 3 สไตล์ “เจ็ท – ภูมิ - เออร์วิน ” ATLAS กับฉายาสุดแปก! พร้อมเผยโมเมนต์ความประทับใจที่มีให้เหล่าแฟนคลับ

03 เม.ย. 2023

ต้อนรับ 3 หนุ่ม 3 สไตล์ “เจ็ท – ภูมิ - เออร์วิน ” ATLAS กับฉายาสุดแปก! พร้อมเผยโมเมนต์ความประทับใจที่มีให้เหล่าแฟนคลับ

มวลความสนุกกลับมาให้เราคึกคักกันอีกครั้ง กับ 3 หนุ่ม จาก ATLAS ‘ ภูมิ ‘ เดชาธร วรรณวานิชกุล ‘ เจ็ท ’ภัทร์ไพบูลย์โอภาส สุวรรณ และ เออร์วิน ศุภกฤต เพนนอร์ส ที่ได้กลับมาเยี่ยมเยือน EFM Fandom live อีกครั้ง! ในช่วงแรกเหล่าแฟนคลับของสามหนุ่มก็ได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยกับทางรายการ EFM Fandom live พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความน่ารักและวีรกรรมสุดแสบของ เจ็ท ภูมิ และเออร์วิน พร้อมฉายามากมายที่เผยความเป็นตัวตนในแบบ ATLASฉายานี้นั้น ท่านได้แต่ใดมา ?“เออร์วิน” ตัวตึงประจำวง ใครเห็นเป็นต้องเรียกน้อง ‘หรั่ง’ มาเริ่มกันที่น้องเล็กของเรา เออร์วิน บุคคลที่แฟนคลับการันตีว่า ‘ตัวตึง’ ประจำวง ! ฉายาเบสิคที่ใครหลายๆ คนเคยได้ยินนั้นก็คือ ‘ หรั่ง ’ ด้วยความที่เป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส สมาชิกในวงและแฟนคลับเลยเรียกกันด้วยฉายานี้นั่นเอง และนอกจากนี้เหล่าแฟนคลับก็ยังแอบกระซิบมาว่า เออร์วิน ก็ยังมีฉายามากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘ ตัวตึง ’ สมญานามที่ได้มาจากความขี้แกล้งขี้หยอกของน้อง หรือ ฉายา ‘หลง’ ฉายาที่เพื่อนให้ไว้จากวีรกรรมช่วงเปิดเทอม กับตำนานหาห้องเรียนใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ! ถ้าหากให้แฟนคลับพูดถึง ‘ เออร์วิน ’ กับความน่ารักที่มีต่อแฟนคลับของน้องเอง เหล่าเอลิสก็ได้เล่าให้พวกเราชาวแฟนด้อมไลฟ์ฟังว่า จริงๆ แล้วหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าเออร์วินเป็นคนขี้เขินแฟนคลับมาก น้องจะคอยใส่ใจกับดีเทลของแฟนคลับอยู่เสมอ มากกว่านั้นความน่ารักอีกอย่างของน้องเลยก็คือ เออร์วินจะคอยเก็บของที่แฟนคลับให้ไว้ทุกชิ้นอยู่เสมอ“เจ็ท” พี่ใหญ่สุดเท่กับฉายาสุดคูล ‘ เจ็ท (เคย) สงบ ’ มาต่อกันที่พี่ใหญ่ของเรา เจ็ท กับฉายาที่มีชื่อว่า เจ็ท (เคย) สงบ ฉายาที่ถูกเปลี่ยนมาจากนิยามเก่าของพี่เจ็ท โดยเจ็ทเองได้เคยบอกว่า นิยามของตัวเองนั้นก็คือ ‘เจ็ทสงบ’ แต่หลังมานี้ความสงบก็ไม่มีอีกต่อไป เมื่อได้อยู่กับเมมเบอร์ในวง ความแปก ความปล่อยจอยก็มีมากยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็น ‘เจ็ท(เคย)สงบ ชื่อในตำนานที่เมมเบอร์และแฟนคลับใช้เรียกกันนั่นเอง นอกจากนี้เจ็ท ก็ยังมีฉายาที่แฟนคลับเรียกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มุแตม หรือ พี่น้องแตม ที่มาจากชื่อ ‘เฌอแตม’ ชื่อสมัยก่อนของเจ็ท ‘มุแตม’ ชื่อนี้จะมีไว้ใช้เรียกตอนแฟนคลับรู้สึกเอ็นดูพี่เจ็ทมากๆ ส่วน ‘พี่น้องแตม’ ก็จะเป็นบางช่วงที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าแฟนคลับจะให้เจ็ทเป็นพี่หรือเป็นน้องดีก็เลยกลายเป็นสองคำรวมกันเป็น พี่น้องแตม นั่นเอง โดยแฟนคลับพี่เจ็ทก็ได้เล่าว่า หนุ่มเจ็ทเป็นบุคคลที่ใส่ใจรายละเอียดแฟนคลับเสมอ แม้ว่าเมื่อก่อนที่รู้จักเขาจะเป็นคนเงียบๆ ก็ตาม แต่เขาก็จะคอยมองแฟนคลับ มองป้ายไฟที่มีชื่อเขา แม้ดีเทลเล็กๆ อย่างการเปลี่ยนสีป้ายไฟของแฟนคลับเอง เขาก็จะจำได้และถามทันทีว่า รอบนี้เปลี่ยนสีป้ายไฟมารึเปล่า หรืออย่างของขวัญวันเกิดที่แฟนคลับได้ส่งมาให้ เจ็ทก็จะรอจนกว่าแฟนคลับจะส่งของมาครบทุกชิ้น แล้วค่อยลงขอบคุณแฟนคลับทุกคน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เหล่าเอลิสรักในตัวเจ็ทมากๆ เพราะเจ็ทเองก็เป็นคนใส่ใจคนรอบข้างเสมอมาเช่นกัน“ภูมิ” แจกความน่ารักสดใสในแบบ ‘ภูมิมี่โป๊ะโกะ’ และคนสุดท้ายของเรา ภูมิ หนุ่มน้อยตัวขาว แก้มป่อง คาแรคเตอร์ความน่ารักชัดเจน จนได้รับฉายาว่า ภูมิมี่โป๊ะโกะ ฉายาที่แปลงมาจาก Mamypoko ที่เรารู้จักกันนั่นเอง นอกจากนี้ภูมิก็ยังมีอีกหลายฉายาที่แฟนคลับใช้เรียก ไม่ว่าจะเป็น ภูมิมี่ , ภูมิมี่ภูมิ , พี่เด ( เดชาธร) หรืออีกชื่อที่ถูกแซวจากเมมเบอร์อยู่ตลอด กับชื่อ ดาราเบอร์ใหญ่ จนกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ภูมิ ที่ชอบเล่นใหญ่จนกลายมาเป็นฉายา และแฟนคลับของน้องภูมิก็ได้มาบอกเล่าตัวตนที่น่ารักของน้อง จนทำเอาดีเจทั้งสองประหลาดใจไปหลายเรื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความชอบส่วนตัว กับการทำอาหาร ถึงขั้นทำอาหารให้เมมเบอร์ในวงอยู่บ่อยครั้งจนกลายมาเป็นเมนูพิเศษอย่าง ผัดกระเพราหนอนไหม รวมไปถึงคาแรคเตอร์ความกวน ความสนุกสนานที่สวนทางกับความสายบุญของภูมิก็เช่นกัน เพราะภูมิถือว่าเป็นคนชอบทำบุญอย่างมาก แต่เอลิสก็แอบกระซิบมาว่า ความสามารถพิเศษอีกหนึ่งอย่างของภูมิ นั่นก็คือ ความสามารถในการนั่งห้องน้ำได้เป็นเวลานานเป็นชั่วโมงนั่นเอง ! เพราะเจ้าตัวก็ได้ออกมาบอกว่า การได้ใช้ชีวิตในห้องน้ำ ถือเป็นการผ่อนคลายอย่างที่สุด ไม่ว่าเราจะสามารถเล่นโทรศัพท์ได้ หรือคิดทบทวนอะไร ห้องน้ำก็ถือว่าเป็นอีกส่วนในการที่ทำให้ผ่อนคลายได้เช่นกัน และในช่วงที่สองของรายการก็ได้พบกับสามหนุ่ม ATLAS เจ็ท – ภูมิ – เออร์วิน ที่มาสร้างสีสันและเสียงหัวเราะกันภายในรายการ พร้อมคำถามสุดวัดใจที่ทำเอา EFM Fandom live มองสามหนุ่มเปลี่ยนไปในทันที !ว่าด้วยเรื่อง…‘ แอทลาส สายบุญ ’ ทำเอาดีเจดาวและดีเจแนนเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กันกับการเดินทางสายบุญของหนุ่มๆ แอทลาส ที่ทั้ง เจ็ท ภูมิ และเออร์วิน ก็ได้ออกมาบอกกับทางรายการว่า ปกติแล้ว แอทลาสชอบไปทำบุญกันมาก และแฟนคลับ เอลิสก็ชอบไปทำบุญเช่นกัน ถึงขั้นบางทีซ้อมเสร็จ มีไปทำบุญต่อกันก็มี ซึ่งเจ็ทได้เสริมขึ้นมาว่า การ อาบแสงจันทร์ หรือ ถวายระฆัง พวกเราแอทลาสก็เคยเข้าร่วมมาหมดแล้ว เพราะแอทลาสส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อเรื่องดวง เรื่องโชคชะตากันมาอยู่บ้าง พอเล่าเรื่องเสร็จ จึงทำให้ภูมิเอ่ยปากแซวเสริมขึ้นมาว่า จริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนช่วยทำให้เรามีทัศนคติดีมากขึ้นครับ เพราะหากเราเกิดผิดพลาดอะไร ก็จะได้ไม่ต้องโทษดวงอย่างเดียว เพราะแอทลาสเราทำบุญกันเยอะมากแล้ว (หัวเราะ)‘เจ็ท - ภูมิ - เออร์วิน’ ใครขี้ลืมมากที่สุด ? เมื่อทางรายการถามถึงความขี้ลืมของแต่ละคน พี่เจ็ทจึงชี้ไปที่เออร์วินในทันที พร้อมบอกว่า ปกติแล้วเวลาซ้อมเต้น เจ็ทมักจะเป็นคนออกห้องซ้อมเป็นคนสุดท้าย และก็จะต้องเก็บของใช่เออร์วินได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็น กุญแจรถ หมวก โทรศัพท์ กระเป๋าตัง ก็มักจะลืมไว้เป็นประจำ ทำให้เออร์วินตอบกับทางรายการว่า เพราะปกติแล้วตัวเองเป็นคนชอบคิดไปล่วงหน้าแล้วว่าเราจะทำอะไร พอเวลาคิดไปแล้วก็จะไม่ได้มาวอกแวกว่าเราลืมอะไรไว้เลย ก็เลยมักจะลืมของอยู่เป็นประจำนั่นเองATLAS คนไหน… ตรงใจที่สุด ? ถ้าหากให้เลือกความเป็น ‘ Boyfriend Material ’ เมมเบอร์ใน ATLAS แต่ละคนจะเลือกใคร ? เออร์วินจึงตอบว่า ขอยกให้พี่เจ็ทเพราะรู้สึกว่าตัวพี่เจ็ทเองเป็นคนใส่ใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ถ้าให้เลือกได้ก็อยากมีคาแรคเตอร์แบบพี่เจ็ทดูบ้าง เพราะเราติดเล่นไว้เยอะแล้ว คาแรคเตอร์ความนิ่งแบบพี่เจ็ท จึงถือเป็นเสน่ห์อย่าหนึ่งที่เราอยากมี เพราะเท่มากๆ ภูมิเลยเสริมมาว่า พี่เจ็ทเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นก่อนเสมอ อย่างบางทีเขาขึ้นเสียงใส่ เขาก็จะโทรมาขอโทษที่ขึ้นเสียง ซึ่งบางทีเรายังไม่รู้เลยว่าเขามาเสียงดังใส่เราตอนไหน ส่วนภูมิเองก็ขอตอบเป็นตัวเอง เพราะรู้สึกว่าความชอบของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็อาจจะชอบแนวแบบพี่เจ็ท อบอุ่น เทคแคร์ แต่ถ้าอย่างเราเวลาเขาไม่สบาย ภูมิก็จะเป็นฟีลอยากที่จะป่วยเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียวอะไรประมาณนั้น อยากที่จะอยู่กับเขาได้อีกด้วย ส่วนเจ็ทเลือกภูมิ เพราะด้วยคาแรคเตอร์ของภูมิที่มีความ positive ตลก สดใส เทคแคร์ เจ็ทเลยรู้สึกว่าส่วนตัวเราเป็นคนคิดมาก ก็อยากที่จะได้คนแบบนี้ ที่บางทีเขาก็เปลี่ยนมู้ดเราไปให้อารมณ์ดีได้เข้ามาในชีวิต‘ภูมิ - เจ็ท - เออร์วิน’ กับทัศนคติของความรัก ภูมิ : ภูมิรู้สึกว่าเวลาเราเจอใครหรือชอบใคร ถ้าถึงเวลาเราจะชอบเอง คิดว่าส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้มีแฟนตรงสเปคกันเลยด้วยซ้ำ ถ้าเรารู้สึกใช่มันก็โอเคแล้ว เจ็ท : รู้สึกว่าเห็นด้วยกับภูมิมาก เพราะความเข้าใจในตัวตนของเจ็ทเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าใครก็ตามที่จะมาเป็นคู่ด้วยก็จะต้องรับได้ใส่สิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าจะเป็นความเจ้าระเบียบของเรา สิ่งที่เราเป็น หรืออย่างการมีโลกส่วนตัวสูงก็ด้วย เลยคิดว่าการยอมรับในตัวตนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เออร์วิน : ของเออร์วินก็คล้ายพี่เจ็ทเลย เพราะความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ ในชีวิตเราส่วนตัวเราใช้อารมณ์นำทางเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเรารู้สึกอะไร เราก็จะทำแบบนั้นเลย ด้วยความติสนิดนึงของเรา บางทีก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญเหมือนที่บอกไว้เลย สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณ ATLAS ทุกคนที่มาร่วมสนุก สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ฟุ้งกระจายกันไปทั้งรายการ และขอขอบคุณแฟนคลับทุกท่านที่คอยติดตามและซับพอร์ตหนุ่มๆ ATLAS จากทางรายการ EFM Fandom live ทั้งสองอีพี ก็ขอฝากซับพอร์ตทุกผลงานของ ATLAS กับซิงเกิลล่าสุด ‘แกล้งลืม(Boyfriend)’ และผลงานเพลงประกอบซีรีส์ ค่อยๆรัก Step By Step “รักเธอ ONLY YOU” กันด้วยน้า ก่อนจะจากกันไป วันนี้ทางเราจึงมีข้อความเล็กๆ จากสามหนุ่ม ATLAS ภูมิ – เจ็ท – เออร์วินฝากถึงแฟนคลับทุกคนที่คอยซับพอร์ต ATLAS เสมอมา...“ATLAS to ALIS”- Poom“ทุกวันนี้ที่เราใช้ชีวิตอยู่ มันก็เหมือนอยู่ในความฝันภูมิแล้ว แค่คนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนมารักเรา เราก็รู้สึกพิเศษมากแล้ว ก็อยากที่จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนเพราะเราก็ต่างเป็น positive thinking ที่ดีต่อกัน ก็ขอให้เอลิสมีความสุขมากๆ แล้วภูมิก็จะตั้งใจทำงานมากๆ เพราะมีเอลิสเป็นกำลังใจในทุกวันเลยครับ”- Erwin“ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่รักพวกเรา เวลาเราจะทำผลงานออกมา เราจะนึกถึงเอลิสเสมอ ว่าเราจะทำผลงานออกมายังไงให้ทั้งเอลิสและก็เราฟูลฟีลด้วยกันทั้งคู่ ทุกครั้งที่เราอยากจะพัฒนาตัวเองหรืออยากทำให้โชว์ของพวกเราดีขึ้น เพราะทุกคนจะได้มีความสุข ก็ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้เรามาตลอด เราก็จะคอยเป็นกำลังใจให้เอลิสทุกคนด้วยนะครับ”- Jet“ขอบคุณทุกคน ถ้าไม่มีพวกคุณ ‘เอลิส’ เราก็อาจจะไม่ได้มาถึงขนาดนี้ เรารู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เอลิสบอกว่าโชว์ต่างๆ ของเราทำให้แต่ละวันสดใสขึ้นมาได้ นั่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งเลยที่ผมตั้งใจเอาไว้ที่จะทำแบบนั้น เราก็รู้สึกดีใจมากๆ เราจะทำให้ทุกผลงานของเราให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ซับพอร์ตพวกเรา”‘ALIS เป็นภาษาละติน แปลว่า ปีก’“ ATLAS ได้นิยาม ALIS ไว้ว่า หาก ATLAS เป็นนักสำรวจ ALIS ก็จะคอยเป็นปีกให้และสำรวจแผนที่ไปพร้อมๆกัน คอยจับมือ และซับพอร์ตกันไปเรื่อยๆ ”ชมความสนุกย้อนหลังภาพ : EFM Fandom live

เปิดมุมมอง 4 หนุ่ม ATLAS ‘ จูเนียร์ - ไนซ์ - มิวอ้อน – แทด ’ ที่จะทำให้ทุกคนเกิดอาการตกหลุมรัก จนไม่สามารถ ‘แกล้งลืม’ ความน่ารักของหนุ่มๆ ได้ อย่างแน่นอน !

22 มี.ค. 2023

เปิดมุมมอง 4 หนุ่ม ATLAS ‘ จูเนียร์ - ไนซ์ - มิวอ้อน – แทด ’ ที่จะทำให้ทุกคนเกิดอาการตกหลุมรัก จนไม่สามารถ ‘แกล้งลืม’ ความน่ารักของหนุ่มๆ ได้ อย่างแน่นอน !

เรียกได้ว่าพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำเอารายการ EFM Fandom live ครึกครื้นกันยกใหญ่ เพราะ 4 หนุ่ม จากวง ‘ ATLAS จูเนียร์ - ไนซ์ - มิวอ้อน – แทด’ ได้มาเยือนยังรายการ ทำเอาดีเจแนนและดีเจดาวทั้งสนุก ทั้งตลก แถมยังเพิ่มความซึ้งกันทั่วหน้า พร้อมเปิดมุมมองความคิดของหนุ่มๆที่ชาว ALIS ไม่เคยรู้มาก่อน และ ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างมากที่ทาง EFM Fandom live ได้ร่วมพูดคุยกับบ้านแฟนคลับถึง 4 บ้านด้วยกัน!มาเริ่มกันที่บ้านแรกกับพี่ใหญ่ประจำวง ‘ จูเนียร์ ATLAS’ กับฉายาสุดเท่อย่าง “ เจ้าฉลาม “ ซึ่งสาเหตุที่ได้ฉายานี้มาก็คือ ย้อนไปตอนสมัยเรียน จูเนียร์นั้นเคยเป็นถึงนักกีฬาว่ายน้ำนั่นเอง แต่นอกจากฉายานี้แล้วก็ยังมี ฉายาสุดน่ารักอย่าง “ จูนี่จูจู “ ที่เกิดจากสาเหตุความน่ารักเวลาพี่จูเนียร์ได้โพสรูปน่ารักบ่อยๆ และเรียกตนเองว่า ‘ จูนี่จูจู ‘ นั่นเองต่อกันที่บ้านเมนแดนซ์ประจำวงอย่าง ‘ไนซ์ ATLAS ‘ กับ AKA ประจำชื่อว่า “ สมคิด ” ที่มาจากนามสกุลของไนซ์เองและนอกจากนี้ยังใช้ตอนที่เป็นนักเต้นอีกด้วย และ “ สมจัง “ ตุ๊กตาคู่ใจที่ตนชอบนอนกอด เหล่าเอลิสจึงชอบเรียกไนซ์ว่าสมจัง ด้วยตาแป๋วๆ ของตุ๊กตาที่คล้ายไนซ์เวลาทำตัวน่ารัก จึงก่อเกิดเป็นฉายานี้ขึ้นมา ส่วนชื่อสุดท้าย “ พี่วิชญ์ ” ก็มาจากชื่อจริงของไนซ์นั่นเองมาที่บ้านที่ 3 หนุ่มอายุน้อยร้อยล้านชื่อ กับบ้าน ของหนุ่ม ‘ มิวอ้อน ATLAS ‘ หรือที่เมมเบอร์ในวงและแฟนคลับเรียกว่า ‘ ม้วน ‘ นั่นเอง มาที่ฉายาแรกที่มิวอ้อนตั้งเองว่า “ ม้วนนักมีม ” ซึ่งความพิเศษนั่นก็คือมิวอ้อนได้ตั้งแท็กเองในทวิตเตอร์ และให้เหล่าเอลิสได้ส่งมีม แล้วมิวอ้อนจะให้เป็นรางวัล และแฟนคลับก็ได้แซวมิวอ้อน พร้อมฝากพี่ๆ ดีเจทวงรางวัลกับมิวอ้อนอีกด้วย และอย่างที่บอกไปว่ามิวอ้อนเป็นหนุ่มที่มีหลายชื่อมากๆ ทางบ้านแฟนคลับจึงยกมาบางส่วน อย่างเช่น “ ม้วนซัง ,หมูอ่อน, มวลสาร, มุอ้น ” ซึ่งจริงๆ ก็มีมากกว่านี้แล้วแต่จะเรียก แต่ที่เซอร์ไพรส์ตัวดีเจทั้งสอง นั่นก็คือ ชื่อ มวลสาร ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทางแฟนคลับก็ได้เฉลยว่า จริงๆ มาจากชื่อไอจีของมิวอ้อน ที่คนมักจะอ่านผิดกันนั่นเองและปิดท้ายด้วยมักเน่ตาสระอิ อย่าง “ แทด ATLAS ” ที่ได้ฉายาว่า “ แทดดี้ ” แต่ช่วงหลังมานี้ความเท่ของน้องเวลา on stage ก็เลยมีเพิ่มมาอีกหนึ่งฉายานั่นก็คือ “พี่ฐา” หรือ “พี่น้องฐา” ที่มีทั้งความเท่ คูลและน่ารักในคนเดียวกันนั่นเองซึ่งความน่ารักของแต่ละคนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เหล่าบ้านแฟนคลับก็ต่างมารีวิวความน่ารักของหนุ่มๆ ที่ทำให้ชาวเอลิสประทับใจให้กับรายการฟังทำเอาดีเจพี่แนนและดีเจพี่ดาวโดนตกกันไปตามๆ กันเลยทีเดียวเริ่มที่มักเน่ของเรา ‘ แทด ’ ด้วยความที่แทดนั้นเป็นน้องเล็กของวง ก็เลยมักจะได้รับความเอ็นดูจากพี่ๆ ในวงเสมอ และเหล่าเอลิสก็ตามใจไปด้วย ทำอะไรก็น่ารักเหมือนน้องน้อย 3 ขวบตลอดเวลา อีกอย่างน้องเป็นเด็กที่ใส่ใจแฟนคลับอย่างมากส่วนลีดเดอร์ของวง อย่าง ‘ จูเนียร์ ’ด้วยความเป็นพี่ใหญ่ของวง ก็เลยมักจะดูแลใส่ใจน้องๆเสมอ และยังคงเป็นบุคคลที่คอยยิ้มให้แฟนคลับเสมอไม่ว่าเราจะไปตามงานที่ไหนก็ตามด้าน ‘ มิวอ้อน ’ แฟนคลับก็ภูมิใจในตัวมิวอ้อนมากๆ เพราะเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีแพชชั่นในตัวเองสูง สามารถที่จะทำในสิ่งที่ต้องทำและสิ่งที่ชอบไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าการเรียนหรือการเป็นศิลปิน และอีกหนึ่งสิ่งที่อยากให้คนภายนอกเห็นในตัวมิวอ้อนมากๆ ก็คือ การแต่งเพลง เพราะน้องมีส่วนในการแต่งเพลงของ ATLAS มาถึง 3 เพลงแล้วด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นท่อนยอดฮิตเพลง โลเล อย่าง“ เมื่อก่อนน่ะเป็นเสือ แต่ตอนนี้มาเป็นแมว ” เพลง เธอมีความหมาย (My Treasure) และยังเขียน demo ซิงเกิ้ลล่าสุด อย่างเพลง แกล้งลืม (Boyfriend) อีกด้วย และ ‘ไนซ์’ ที่เห็นได้ชัดเลยนั่นก็คือ performance บนเวทีของไนซ์ที่มีเสน่ห์ เขามักจะทำให้แฟนคลับละสายตาจากเขาไม่ได้เสมอเวลาแสดง แฟนคลับมักจะดีใจเสมอเวลาไนซ์มีความสุขและยิ้มบนเวที และอีกหนึ่งสิ่งที่ภูมิใจนั่นก็คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คอยที่จะช่วยเหลือหรือคอมเมนท์เพื่อนๆ ในวง หรือการช่วยออกแบบท่าเต้น เสนอไอเดียให้พี่ๆ choreographer ในหลายๆ เพลง ซึ่งผลงานล่าสุดนั่นก็คือการออกแบบท่าเต้นเพลง cover ของวง ATLAS นั่นเองและสุดท้ายนี้เหล่าแฟนคลับก็ได้ฝากถึงหนุ่มๆ ATLASTo… ‘ Nice ‘ ATLASช่วงนี้อาจจะทำงานหนัก เพราะมีทั้งงานศิลปินและการเรียนนั่นก็คือ ธีสิส ก็เลยอยากจะเป็นกำลังใจให้กับไนซ์อยู่ตรงนี้ วันไหนที่ตัวเองเหนื่อย ก็หาอะไรทำที่ตัวเองมีความสุขได้เลย หรือต้องการกำลังใจเท่าไหร่ก็มารับจากเหล่าเอลิสได้เสมอเลย สัญญาจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนแน่นอน สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ไนซ์ทุกอย่างเลยค่ะTo… ‘ Muon ‘ ATLASมิวอ้อนบุคคลที่เคารพความฝันตัวเองมากๆ ก็ยังอยากให้น้องเป็นตัวเอง สู้และพัฒนาต่อไป เอลิสรักในสิ่งที่มิวอ้อนเป็นและพร้อมที่จะซับพอร์ตเสมอ ทุกคนภูมิใจในสิ่งที่มิวอ้อนเป็นมากๆ เป็นรอยยิ้มให้เหล่าเอลิสแล้วก็อย่าลืมที่จะชมตัวเองบ่อยๆ ภูมิใจกับตัวเองเยอะๆ จะคอยยินดีกับทุกการเติบโตของมิวอ้อน และ ATLAS พัฒนาและเติบโตไปด้วยกันเลยนะTo… ‘ Tad ‘ ATLASขอบคุณการมีอยู่ของน้องแทดมากๆ ความรักที่เหล่าเอลิสมีให้เป็นสิ่งที่แทดสมควรได้รับจริงๆ วันไหนที่แทดเหนื่อยหรือท้อก็หันกลับมาหาเหล่าเอลิสได้ จะคอยซับพอร์ตเสมอ อย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็อยากให้แทดเป็นเบสเวอร์ชั่นของตัวเอง และมีความสุขในทุกๆ ก้าวการเดินทาง จะคอยซับพอร์ตอย่างถึงที่สุดเลยค่ะTo… ‘ Junior ‘ ATLASถึงแม้ว่าพี่จูเนียร์อาจจะไม่มีอะไรให้เหล่าเอลิสเป็นห่วงแล้ว แต่ก็อยากบอกให้พี่จูเนียร์รักในสิ่งที่ตัวเองเป็นและตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อยากให้มั่นใจในตัวเองเยอะๆ เพราะไม่ว่ายังไงเอลิสก็ยังจะอยู่กับจูเนียร์ตรงนี้เสมอ คีพความน่ารักและสดใสแบบไปเรื่อยๆ อย่าได้สูญเสียกับอะไรก็ตามที่เข้ามากระทบในตัวแม้แต่นิดเดียวเลยนะคะ รักพี่จูเนียร์ และ ATLAS ทุกคนเลยค่ะและมาถึงช่วงที่ดีเจทั้งสองได้ร่วมพูดคุยกับ หนุ่มๆ ATLAS ทั้ง 4 คน กับ “จูเนียร์ ” ณภัทร โอสานไทย “ ไนซ์ ” วิชญ์พล สมคิด “มิวอ้อน” ณณณ นามปีติ และ “ แทด ” ฐาปนา จงกลรัตนาภรณ์ บอกเลยว่างานนี้ ทำเอา EFM Fandom live เซอร์ไพรส์กับตัวตนของหนุ่มๆ เรียกได้ว่าเกินคาดแทบจะทุกคนเลยทีเดียวก่อนจะไปเริ่มคำถามต่างๆ ก็เปิดมาด้วย ตำนาน มดทอด ของน้องแทด ที่แฟนคลับฝากมาแซวน้องแทดกันยกใหญ่ น้องแทดพอได้ยินก็เขินยกใหญ่ แทดเลยเคลียร์ประเด็นมดทอดว่า จริงๆ แล้วตนพูดผิด เพราะมันคือแมลงทอด ก็งงเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นพูดแบบนั้นไป(หัวเราะ) และอีกหนึ่งตำนานนั่นก็คือ ฉายา มวลสาร ของมิวอ้อน ที่ได้มาจากชื่ออินสตราแกรมของมิวอ้อน พี่ดีเจทั้งสอง จึงเอ่ยแซวและถามหนุ่มๆ ทุกคนว่าสรุปแล้วความหมายของมวลสารคืออะไรกันแน่ ทำเอาฮากับคำตอบของหนุ่มๆกันไปตามกัน เพราะแต่ละคำตอบนั้น เรียกได้ว่าพีค! หรือ เสียงหัวเราะสุดว้าว ของ ไนซ์ ที่ไต่ระดับจนดีเจของเราเซอไพรส์สุดๆเชฟน้องม้วนมาแล้วคร้าบบบ~เมื่อพูดถึงงานอดิเรกของหนุ่ม มิวอ้อน นั่นก็คือ การทำอาหาร จูเนียร์ก็ถึงกับเอ่ยปากชมให้ทางรายการว่า มิวอ้อนทำสปาเกตตีอร่อยมากๆ เลยครับ เป็นสปาเกตตีคาโบน่าร่าที่น้องทำได้ดีมากครับ ส่วนมิวอ้อนก็ได้ตอบว่า ส่วนใหญ่ก็ค้นหาวิธีทำในอินเตอร์เน็ตเลยครับมีทั้งทำได้ดีบ้างไม่ดีบ้างก็มีครับ (หัวเราะ) บางอย่างเราก็อาจจะเอามาปรับเปลี่ยนบ้าง อย่างต้มข่าไก่ ถ้าเราไม่มีกะทิ เราก็ใช้นมแทนแบบนี้ครับหนุ่ม ATLAS ใครแกล้ง(ขี้) ลืม ที่สุด ?เมื่อสองดีเจถามหนุ่มๆ ว่าใครขี้ลืมที่สุด จูเนียร์ก็เลยแซวไนซ์ก่อนเลยว่า มีแต่คนที่ลืมตื่นครับ นอนแล้วลืมตื่นแบบนี้ (หัวเราะ) หนุ่มไนซ์เลยตอบว่า ความจริงแล้วความสามารถพิเศษของผมนั่นก็คือสามารถที่จะนอนในที่ที่เสียงดังได้ครับ แบบว่านาฬิกาปลุกก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้ เคยมีพีคๆ เลยก็คือ ภูมิมาปลุกจนเลิกปลุกไปเลยครับ เพราะผมไม่ตื่น ถึงขั้นมีแอพพลิเคชันที่ปลุกโดยเฉพาะเลยครับ แอพนี้ก็คือต้องตื่นมาเล่นเกมส์ก่อนถ้าไม่เล่นก็จะปลุกจนกว่าเราจะตื่นมาเล่นเกมส์ครับส่วนมักเน่ของเรา แทด ก็มีขี้ลืมเหมือนกัน ไนซ์ฟ้องกับทางรายการ แทดส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนชอบลืมเรื่องราวที่คุยกับคนอื่นมากกว่าครับ อย่างถ้าเราฝากหยิบรองเท้ามาในวันพรุ่งนี้ วันถัดมาน้องก็ลืมแล้วครับ หรือบางทีก็ลืมตอบแชทแบบนี้ก็มีครับ บางทีบอกน้องว่าพรุ่งนี้ลง Tiktok คลิปนี้หน่อยนะ 3 วันผ่านไปครับ น้องถึงนึกออกว่าให้ลง (หัวเราะ)ส่วนพี่ใหญ่ของเราจูเนียร์ รายนี้ตอบว่า ผมมักจะจำชื่อกับหน้าคนไม่ได้ สมาชิกในวงต่างก็บอกพี่ดีเจทั้งสองว่า จูเนียร์น่าเป็นห่วงตรงที่ห้ามปล่อยเขาไว้คนเดียวเลยครับ (หัวเราะ) เขามักจะจำใครไม่ได้เท่าไหร่ อย่างเวลาถ้าคนนั้นชวนคุยไปด้วย จูเนียร์ก็จะเนียนๆ ไปด้วยแบบคุยกับคนนั้นไป แต่บางทีเขาก็ไม่รู้ครับว่าคนนี้ชื่ออะไรส่วน มิวอ้อน คนนี้พอๆ กับแทดเลย ก็คือลืมตอบแชทเหมือนกันครับถ้าเธอไม่ตอบแชทเรา เราจะ…..เมื่อสองดีเจจำลองสถานการณ์ให้หนุ่มๆ ถ้าหากมีคนที่เราชอบ เขาลืมตอบแชทเรา เราจะมีวิธีอย่างไรกันบ้าง ไนซ์ให้คำตอบว่า ถ้าเป็นผม ผมจะโทรเลยครับถึงเขาจะไม่รับโทรศัพท์ ผมก็จะทิ้งข้อความไว้เป็นประเด็นว่ามีเรื่องสำคัญอยากที่จะคุยด้วย เพราะผมคิดว่าเขาก็น่าจะติดต่อกลับมาครับ ส่วนน้องเล็ก แทด ก็มีอีกวิธีนั่นก็คือ การไปแพลตฟอร์มอื่นแทน อาจจะเป็นส่งคลิปตลก หรือ วิดีโอไปให้แทน เรียกความสนใจจากจุดอื่นแทนแบบนี้ ส่วนวิธีของมิวอ้อนนั้น ก็คือ การตื้อเท่านั้นที่ครองโลก มิวอ้อนตอบว่าก็ยังจะส่งแชทไปหาเขาครับ แต่เป็นการหาเรื่องที่เขาสนใจแทนมาชวนคุยกับเขาครับและจูเนียร์ เทคนิคก็คือการถามคำถามแบบปลายเปิด เพื่อที่จะให้คนตอบเขาเลือกที่จะตอบเรานั่นเองSomething to Tell… ATLAS ถึง ALISช่วงท้ายของ EFM Fandom live 4 หนุ่ม ATLAS ก็มีบางอย่างที่อยากจะบอกกับเหล่าเอลิสทุกคน ที่คอยอยู่เคียงข้างกัน และซับพอร์ต ATLAS เสมอมา จูเนียร์… ผมจะพยายามพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จะทำให้เอลิสและแฟนคลับทุกคนที่ติดตามในผลงานของแอทลาสภูมิใจใน ATLAS ไปตลอด อยู่เป็นเอเนอร์บวกกันไปแบบนี้เลยนะครับ แทด…ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า ผมดีใจจริงๆ ที่มีเอลิส ดีใจมากครับที่มีคนรักเราที่เราเป็นเราแบบนี้ ขอบคุณนะครับ มิวอ้อน…ผมก็ขอบคุณเอลิสทุกคนเลย ในวันที่เราทำผิดหรือล้มก็ยังมีพวกเขาเคียงข้างตลอด ไม่ว่าจะทุกคำในทวิตเตอร์ หรือกำลังใจเชียร์ มันมีความหมายกับพวกเรา ATLAS มากครับ ไนซ์…ผมบอกเลยครับ ทุกคนรอติดตามพวกเรา ATLAS ได้เลย ปีนี้เราจะขยันทำงาน ผลิตผลงาน ผลิตคอนเทนท์มาให้แฟนคลับทุกคนอย่างแน่นอน รอติดตามกันได้เลยครับและนี่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ 4 หนุ่ม ATLAS จูเนียร์ - ไนซ์ - มิวอ้อน - แทด ในรายการ EFM Fandom live ถือว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่สร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างได้เสมอ ไม่แปลกใจที่มีคนหลงรักเสน่ห์และทัศนคติของพวกเขาได้มากมายขนาดนี้ EFM Fandom live ขอเป็นส่วนหนึ่งในการซับพอร์ตหนุ่มๆ ATLAS ในทุกๆ ผลงาน และขอฝากผลงานล่าสุดของ ATLAS กับเพลง แกล้งลืม ( Boyfriend )และชาวเอลิสเตรียมตัวเซอร์ไพรส์กับผลงานเพลงประกอบซีรีส์เรื่องแรกของ ATLAS ได้เลยเร็วๆ นี้ ก็รอติดตามกันได้เลยน้าาา ~ รักนะ ชูก้า ชูก้ารูนน

album
efm
-

-