ทำความรู้จักคู่จิ้นสุดน่ารัก ที่ตกหัวใจแฟนคลับด้วยความธรรมชาติของพวกเธอ “ฟรีน-เบคกี้” พร้อมฉายาที่ใครหลายคนยังไม่รู้

EFM FANDOM RECAP

ทำความรู้จักคู่จิ้นสุดน่ารัก ที่ตกหัวใจแฟนคลับด้วยความธรรมชาติของพวกเธอ “ฟรีน-เบคกี้” พร้อมฉายาที่ใครหลายคนยังไม่รู้

13 มี.ค. 2023

        นับเป็นโอกาสดีๆ ที่ทาง EFM Fandom Live ได้มีแขกรับเชิญสุดพิเศษที่เรียกได้ว่าเป็นคู่จิ้น หญิง-หญิง อันดับต้นๆ ของประเทศไทย จากซีรีส์ “ทฤษฎีสีชมพู” ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ และ เบคกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง 

มาเยือนถึงในรายการเมื่อวันพฤหัสบดี 2 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ความสดใสของทั้งสองคนฟุ้งกระจายเต็มห้องจัดกันไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าความสดใสนี้ไม่ได้มีแค่ในห้องจัดเท่านั้น แต่ยังกระจายไปกระทบตากระทบใจแฟนคลับอีกหลายๆ คนที่ติดตามพวกเธออยู่ หรือแม้แต่คนที่ยังไม่ได้ติดตามพอเจอความน่ารักของพวกเธอเข้าไปรับรองได้เลยว่าโดนตกเข้าด้อมแน่นอน และนี่จึงเป็นที่มาของบ้านแฟนคลับของพวกเธอ ไม่ว่าจะเป็น บ้านฟรีน, บ้านเบค, และบ้านคู่

        เริ่มกันที่แฟนคลับบ้านฟรีน ที่มาแชร์ที่มาของฉายาต่างๆ ที่เหล่าแฟนคลับเอาไว้เรียกฟรีน ไม่ว่าจะเป็น “ฟรีนจังจอมแก่น” เกิดจาก แฟนคลับถ่ายรูปให้ฟรีนเป็นตอนหันหลัง และฟรีนเอาไปลงสตอรี่ในอินสตาแกรม แล้วรูปนั้นดันเห็นแก้มของฟรีนเป็นก้อนก้อนเหมือนชินจังจอมแก่น หลังจากนั้นฟรีนก็เลยเอารูปที่เป็นชินจังจอมแก่นมาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ในทวิตเตอร์ และเปลี่ยนชื่อทวิตเตอร์เป็นฟรีนจังจอมแก่น ต่อด้วยอีกฉายาที่เรียกฟรีนว่า “มุแดง” ก็เกิดจากพี่ช่างแต่งหน้าที่อยู่ในกองถ่าย เวลาตบรองพื้นให้ฟรีน แก้มของน้องจะเด้ง เหมือนมุแดง ซึ่งจริงๆ แล้ว คำว่ามุแดงก็คือเพี้ยนมาจาก “หมูแดง” นั่นเอง และฉายาสุดท้ายนั่นก็คือ “ปิโย๊ะ” เกิดจากที่แฟนคลับมีไลน์โอเพ่นแชทแล้วมีฟรีนอยู่ในกลุ่มโอเพ่นแชทนี้ด้วย และฟรีนตั้งชื่อไลน์ตัวเองว่าปิโย๊ะ ซึ่งมันคือตัวการ์ตูนลูกเจี๊ยบจากเรื่อง “กุเดทามะ” นั่นเอง แต่ตอนนี้บ้านฟรีนยังไม่มีชื่อด้อม แต่จะมีชื่อเรียกกันหลายหลายแถว เช่น แฟนพี่ฟรีน, พี่ฟรีนตัวจริง, หม่าม๊า(มาจากที่ตัวการ์ตูนปิโย๊ะตามหาหม่าม๊าอยู่) นอกจากนี้ความประทับใจของแฟนคลับที่มีต่อฟรีนนั้นก็คือเรื่องของทัศนคติ โดยเวลาที่ไลฟ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ฟรีนมักจะมีข้อคิดดีๆ มาบอกให้กับแฟนคลับอยู่เสมอ

      และมากันที่แฟนคลับบ้านเบคกี้ ฉายาแรกที่จะพาไปรู้จักนั่นก็คือ “น้องพุง” มาจากแฟนคลับตัดต่อหน้าน้องเบคกี้ไปใส่ในรูปเด็กน้อยที่มีพุงย้วยก้อนกลมๆ น่ารักๆ เบคกี้เลยเอาไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์และเปลี่ยนชื่อเป็นน้องพุง จนอัลกอริทึมของเฟสบุ๊คได้มอบเครื่องหมายสีฟ้า(เป็นการยืนยันว่านี่คือบัญชีผู้ใช้จริงสำหรับบุคคลสาธารณะ)ให้เพราะคิดว่าเป็นบัญชีของแฟนคลับ ไม่ใช่บัญชีของน้องเบคกี้ ตามมาด้วยฉายา “คิวศูนย์” มาจากการที่ใครจะเป็นแฟนฟรีนจะต้องต่อคิว ซึ่งแฟนคลับเปรียบเปรยว่าตอนนี้คิวยาวไปถึงดาวอังคารแล้ว แต่ถึงแม้จะต่อคิวยาวไปถึงดาวอังคาร คิวก็ไม่ขยับเพราะมีเบคกี้ยืนคุมที่คิวศูนย์ไม่ไปไหนเลย และฉายาสุดท้ายคือ “น้องขิง” ด้วยที่ตัวเบ็คกี้เองชอบลงรูป “ขิง” แฟนตัวจริงของฟรีนว่าพี่ฟรีนของฉันบ่อยๆ แฟนคลับจึงแซวและนำมาเรียกจนเป็นฉายา ทำให้ความประทับใจที่มีต่อตัวเบคกี้นั้นมีอย่างล้นหลาม “น้องมีสายตาที่แน่วแน่, ซื่อตรงต่อความรู้สึก ทั้งๆ ที่น้องเป็นเด็กขี้อาย แต่ด้วยสายตานั้นสามารถทำให้แฟนคลับที่หมดไฟไปแล้วกลับมาลุกขึ้นสู้ได้” แฟนคลับกล่าว

       และมาถึงคิวบ้านคู่ของฟรีนกับเบคกี้กันบ้าง โดยในรายการได้พูดถึงที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แฟนคลับเล่าว่า “เกิดมาก่อนที่ซีรีส์จะออนแอร์” โดยแฟนคลับโดนน้องตกจากการที่น้องไปแคส แอบหลงรักเดอะซีรีส์ ก่อน และได้เห็นน้องสองคนเวิร์คช็อปและมีโมเมนต์น่ารักๆ ซึ่งกันและกันเลยเกิดเป็นแท็กเล็กๆ ขึ้นมาว่า “ฟรีน-เบค”

ซึ่งความประทับใจที่แฟนคลับมีต่อน้องทั้งสองคนคงหนีไม่พ้นความเป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง และน้องทั้งสองเป็นกันเองกับแฟนคลับ เจอแบบไหนตั้งแต่ต้นปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้น

และนอกจากนี้ทางรายการเองก็ได้พูดคุยกับฟรีนและเบคกี้ ถึงเรื่องราวที่เจาะลึกลงไปถึงประเด็นต่างๆรวมถึงเปิดโมเม้นสุดคิวท์ พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ชาวแฟนด้อมอย่างเราไม่เคยรู้มาก่อน! บอกเลยงานนี้มีฟินนนน~

 

ช่วงสัมภาษณ์ “ฟรีน-เบค”

มาที่คำถามแรกเมื่อดีเจพี่แนนเกิดสงสัย ว่าจริงๆ แล้วชื่อเล่นว่า ‘ฟรีน’ มีที่มาจากอะไร เพราะถือว่าเป็นชื่อที่แปลกใหม่มาก ฟรีนเลยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้ความหมายชื่อตัวเองมาก่อน จนไปถาม Master ที่เรียนด้วย เขาจึงบอกว่าจริงๆ แล้ว ฟรีน มาจากภาษากรีก ที่ผันมาจาก Friendly จนกลายมาเป็น Freen นั่นเองค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองก็ชื่อว่า ฟิล์ม แต่ดันไปเหมือนพี่ข้างบ้านซะงั้น แม่ก็เลยเปลี่ยนเป็น ฟรีน แทนค่ะ ดีเจพี่ดาว ก็เลยเอ่ยปากชมว่า ดันกลายเป็นความหมายที่ดีไปด้วยเลยนะคะเนี่ย

 

‘ First Impression ‘ จากมักเน่ขี้อายกลายเป็นสนิทสุดในกอง

เมื่อถามว่าทั้งคู่ตอนเจอกันครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้าง ด้านฟรีนตอบว่า เจอกันครั้งแรกน้องไม่คุยด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) อาจจะเพราะน้องเป็นมักเน่ด้วยแต่สวยค่ะ แล้วเราก็เลยงงว่า อืมม แล้วเราต้องพูดภาษาอะไรด้วย ซึ่งตอนนั้นน้องก็ยังพูดไทยไม่ค่อยชัดด้วยค่ะ แต่ช่วงนั้นก็เลยทำให้เราได้กลายมาสอนภาษาไทยให้น้องไปด้วยเลย

ส่วนเบคกี้ ก็ตอบกลับมา ตอนเจอพี่ฟรีนครั้งแรกเลย ก็สวยค่ะ คือเราไม่รู้จะเข้าหายังไง เพราะพี่เขาหน้านิ่งแล้วดูเหมือนดุด้วย ก็เลยยังไม่กล้าเข้าหาเท่าไหร่ค่ะ แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เราสนิทกัน ฟรีนและเบคกี้ก็ต่างบอกว่า จริงๆ มันเริ่มช่วงซีรีส์เรื่องแรกเลยค่ะ ที่เราแสดงเป็นเพื่อนกัน ฝน-ของขวัญ ซึ่งในเรื่องเป็นสองสาวที่ต้องอยู่ในแก๊งวิศวะ เราก็เลยมีกันอยู่สองคนค่ะ ช่วงนั้นเราเลยเริ่มสนิทกัน มีซีนน้อยก็เลย ชอบพากันไปหาอะไรกินค่ะ ซึ่งเบคกี้ก็เสริมมาว่า นั่นแหละค่ะ จุดเริ่มต้นที่ทำให้หนูติดชานมค่ะ (หัวเราะ)

 

‘FreenBecky’ ความแตกต่างที่ลงตัว

พอพูดถึงเรื่องชานม ดีเจพี่แนนก็ถามขึ้นมาว่า แล้วปกติทั้งคู่ทานหวานประมาณไหน เบคกี้ก็ตอบเลยว่า เมื่อก่อนหนูติดชานมมาก แต่ตอนนี้ก็ลดมาบ้างแล้วค่ะ วันละหนึ่งแก้วแบบนี้ ปกติหนูกินหวาน100%เลยค่ะ ส่วนพี่ฟรีนเขาก็จะกินหวาน 30% ไม่ก็ 50% ค่ะ ดีเจพี่แนนจึงเอ่ยแซวว่า หรือเพราะพี่ฟรีนจะเหลือท้องไว้เผื่อ น้ำปลาร้า น้ำยำ ด้วยรึเปล่า ฟรีนถึงกับหลุดขำ ก็อาจจะใช่ค่ะเคยลองชวนน้องแล้วแต่น้องกินเผ็ดไม่ได้ ซึ่งเวลาไปทานข้าวด้วยกัน ก็เลยต้องแยกเป็นสองรูปแบบเลยค่ะ ถ้าไปร้านซูชิก็จะรู้เลยว่าฝั่งไหนของหนูฝั่งไหนของน้องค่ะ อย่างหนูก็จะต้องยำแซลม่อน แซ่บๆ เลยค่ะ ซึ่งฟรีนและเบคกี้ก็เสริมมาว่าเดี๋ยวนี้ก็ชอบชวนกันไปร้านนวดแล้วค่ะ พี่ฟรีนเป็นคนเปิดโลกเลย (หัวเราะ)

 

“ เปิดมุมมองความฝันในวัยเด็ก “

ทั้งสองคนมีความฝันอะไรกันบ้าง ถ้าเกิดตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานตรงนี้มาก่อน ด้านฟรีนตอบว่า จริงๆ เมื่อก่อนอยากเป็นนักเขียนค่ะ เป็นฟีลเขียนฮีลใจผู้คนอะไรแบบนี้ เพราะด้วยเป็นคนนอนหลับยากด้วย ตอนกลางคืนในหัวเลยมีคำมากมายเลยค่ะและต้องจดใส่โทรศัพท์ทุกวันเลย ไม่งั้นจะนอนไม่หลับ นี่เลยทำให้ตัวเองค้นพบด้วยว่าการเขียนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชอบและอยากจะทำค่ะ  ตอนเด็กๆ ไม่เคยรู้เลย เพราะเราก็เรียนวิทย์-คณิตมาด้วยและก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ทำอะไรหรืออยากเป็นอะไรด้วยค่ะ ณ ช่วงนั้น

ส่วนของเบคกี้ ความฝันในวันเด็กก็คือการได้เป็น นักร้องค่ะ เพราะชอบร้องเพลงตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตอนนี้ก็ได้มีโอกาสเป็นนักแสดง และเรียนกฎหมายไปพร้อมๆ กัน ก็ค่อนข้างหนักนิดนึงค่ะ เพราะเราเรียนที่อังกฤษ และตอนนี้ก็เลยต้องเรียนแบบออนไลน์ไปด้วย แต่สนุกค่ะเพราะเราชอบด้วย

 

ทฤษฎีสีชมพู “คุณสาม - น้องม่อน” คาแรคเตอร์ที่ ‘ไกลตัว’ แต่ ‘ใกล้หัวใจ’

เมื่อพูดถึงกระแสของซีรีส์ ทฤษฎีสีชมพู ที่ผลตอบรับดีเกินคาดและดังไปหลายประเทศ ด้านฟรีนและเบคกี้ ก็ต่างตอบว่า ไม่เคยคิดถึงจุดจุดนี้มาก่อน เพราะเราไม่เคยเป็นนักแสดงหลักมาก่อนด้วยคิดแค่ว่าเราจะทำได้มั้ย เพราะคาแรคเตอร์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็นวัยทำงาน การทำการบ้านกับตัวละครก็เลยหนักมาก ทั้งแบคกราวนด์ตัวละคร และเหตุผลของตัวละครทั้งสองด้วย อย่างตัวคุณสามก็ต้องมีความโตและนิ่ง แต่จริงๆ ความรู้สึกข้างในก็อ่อนไหวมากเช่นกัน ส่วนน้องม่อนก็จะมีความขี้อ้อน แต่มีความรู้สึกที่หลากหลาย ซึ่งการเรียนรู้ของเราก็มาจากตัวแฟนคลับฟีดแบคมาด้วย เราก็จะนำมาปรับปรุงเสมอเลย ทำให้เหมือนตัวซีรีส์ก็เติบโตไปพร้อมคนดูเลยค่ะ

 

“มุมมองความรักของ ฟรีน และ เบคกี้”

- ถ้าหากชีวิตจริงของทั้งฟรีนและเบคกี้ ต้องเจออุปสรรคทางความรักเหมือนใน ทฤษฎีสีชมพู ที่ถูกกีดกันจากคนในครอบครัว ทั้งสองจะทำอย่างไรบ้าง

ด้านฟรีนก็ตอบอย่างมั่นใจว่า ตนจะทำให้เราหาตรงกลางให้ได้และเชื่อว่าถ้าเราเชื่อในความรักและคนคนนั้น ทุกอย่างมันก็จะสามารถผ่านไปได้

ส่วนเบคกี้กลับมีอีกมุมมองที่คิดว่า ถ้ามองในความเป็นจริง เรารู้สึกว่ามันจะท็อคซิกกับตัวเองจนเกินไป เราอาจจะอยู่กับอะไรแบบนี้ไม่ได้นาน เราควรที่จะออกไปหาอะไรที่ทำให้เห็นถึงคุณค่าของตน และคิดว่าถ้าส่วนตัวเรา เราคงไม่อยากไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ท็อคซิกแบบนั้น

- แล้วเวลามีความรัก ฟรีน และ เบคกี้ เป็นอย่างไร

ฟรีน : หนูว่าหนูคลั่งรักอยู่น้า เพราะเราเชื่อในความรักด้วย แล้วความรักก็ทำให้เรามีพลังบวกด้วยค่ะ ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์ก็ 90 % เลยค่ะ (หัวเราะ)

เพราะความรักมันมีหลายรูปแบบด้วยค่ะ ครอบครัว แฟน เพื่อน ถ้าเรามีความรักที่ดี ก็จะส่งผลให้ชีวิตขับเคลื่อนได้ดีด้วย ก็…ความรักก็น่ารักดีค่ะ

เบคกี้ : คลั่งรักเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) เพราะความรักของเราไม่ว่าใครที่เข้ามาในชีวิตเราให้ 100%เลยค่ะ ด้วยความที่เป็น Introvert ด้วย ก็เลยจะใส่ใจกับคนที่เข้ามาในชีวิตเรามากๆ เลยค่ะ

- การมอบความรักซึ่งกันและกัน

ทุกวันนี้เราทั้งสองดูแลกันยังไง ด้านฟรีนก็ตอบมาว่า ทุกวันนี้หนูเป่าผม ม้วนผม ทำผม ให้ด้วยเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เบคกี้เขาจะมาดูแลเราหนักๆ เลยช่วงเราป่วยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ชีวิตประจำวันหนูชอบเทคแคร์คนอื่นซะมากกว่าค่ะ

ในเรื่องการให้คำปรึกษาเบคกี้ก็ตอบมาว่า ส่วนใหญ่มีอะไรก็จะปรึกษาพี่ฟรีนเลยค่ะ ด้วยความส่วนใหญ่เพื่อนเราอยู่ที่อังกฤษด้วย พี่ฟรีนก็ถือว่าเป็นพี่ที่สำคัญในชีวิตคนหนึ่งเลยค่ะ

 

และนี่นับเป็นการสัมภาษณ์ที่เปิดให้แฟนคลับได้รู้จักและรักพวกเธอทั้งสองคนมากยิ่งขึ้นไปอีก จะไม่ให้รักและผูกพันธ์ได้อย่างไร เพราะ “ทฤษฎีสีชมพู” ที่ทั้งสองคนถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่มีต่อกันและกันออกมานั้นไม่เพียงแต่มีในจอเท่านั้น แต่ยังส่งไปถึงแฟนคลับที่อยู่นอกจอด้วย

“การได้ดูซีรีส์ของทั้งคู่เหมือนได้ย้อนกลับมาดูความรักของตัวเองว่าเราผ่านอะไรกันมาบ้าง” แฟนคลับที่ได้โทรเข้ามาพูดกับทั้งสองคนกล่าว

ทำให้ฟรีนและเบคกี้ต่างปลื้มปริ่มใจที่ตัวเองสามารถเป็นซอฟพาวเวอร์ให้กับใครหลายๆคนได้ และสุดท้ายนี้ฟรีนและเบคกี้ก็อยากฝากไว้กับแฟนคลับทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเธอเสมอมาว่า…

 

     “อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันในทุกวัน ไม่ว่าจะเจออะไรก็อยากผ่านไปด้วยกัน และอยากขอบคุณทุกกำลังใจและแรงซับพอร์ตที่ทำให้ฟ้าของหนูสดใสขึ้นมาก แม้ในบางวันที่มันไม่ได้ดีทุกวัน”

   -ฟรีน-

 

    “‌thank you guys,thank you for your support. I know I probably say this every single day. I hope you have bought yet but we love each so much. We appreciate you so much. we understand the language barrier and understand everything you guys put so much afford. Example like trying to communicate with us or see us or even Supposed watching line group. Anything really to really heart warming, thanks you for been such a lovely family and hope we will be  together forever.”

    -เบคกี้-

 

ชมไลฟ์สดย้อนหลัง

related EFM FANDOM RECAP

“บิลลี่ - เบ้บ” มามุมุให้แฟนๆฟินกันทั้งรายการ พร้อมรับถ้วยรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “มุมุทั้งวัน มุมุไม่เผื่อใคร”

15 ต.ค. 2024

“บิลลี่ - เบ้บ” มามุมุให้แฟนๆฟินกันทั้งรายการ พร้อมรับถ้วยรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “มุมุทั้งวัน มุมุไม่เผื่อใคร”

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 กันยายน 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “บิลลี่ - เบ้บ” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน และ ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “แรก ๆ เขิน หลัง ๆ ขิง” **ชื่อสาขานี้เป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาเยอะที่สุด นี่คือแนวคิด/ที่มาบางส่วนเท่านั้น** แนวคิด 1 : แรกๆ จับนิดจับหน่อยก็เขิน หลังๆ ยังไม่ได้จับเลย ขิงก่อนแล้ว5555 แนวคิด 2 : บิลลี่ – เบ้บ ชอบขิงแฟนคลับค่ะ ทั้งในโซเชียลและเวลาอยู่ด้วยกัน เช่น ถ่ายรูปลงทำหน้าขิงใส่ งงมากค่ะ แนวคิด 3 : บิลลี่ – เบ้บ จะชอบนำโมเมนต์เล็กๆน้อยอย่างแชทสนทนา รูปภาพ หรือเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเขาสองคน นำมาเล่า(ขิง)ให้แฟนคลับฟัง แบบบางข้อความคนโสดอย่างเราก็แอบอิจนิดนึง555555 แต่โดยรวมน่ารักมากค่ะ อยากให้เอามาขิงแฟนคลับกันเรื่อยๆ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “แค่เป็นบิลลี่เบ้บ” ตรงตัวเลยค่ะ ขอแค่เป็น บิลลี่ - เบ้บ อย่างที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะแบบไหนเราทุกคนพร้อมที่จะเปิดโลกเพื่อเรียนรู้ความเป็นทั้งคู่ไปพร้อมๆกัน เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่งคั่งและยังยืน //ปรบมือออ แปะๆๆๆ3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ติดเธอไม่ไหว หัวใจขอสารภาพ” เพราะ บิลลี่ - เบ้บ เค้าใช้ชีวิตด้วยกัน 25 ชม.ค่ะ คืออยู่ด้วยกันทั้งวัน ทำงานด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน กินด้วยกัน รวมๆ คือ ติดกันจนคนคิดว่าบิลลี่เบ้บนี่น่าจะเป็นชื่อคนคนเดียวกันแล้วค่าาา วันไหนที่ห่างกัน ก็คอลหาให้ได้ยินเสียงเทอขาก็ยังดี ถามสารทุกข์สุขดิบ ‘เทอเป็นอย่างไรจากวันที่สองเราไกลห่าง ส่วนตัวของฉันมันมีชีวิตไม่เหมือนเดิม’ น่ารักเนอะ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่อยากให้เทอหายไป อยากอยู่ด้วยกันไปนานๆ ห่างกันก็คิดถึง เจอกันก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา ถ้านี่เรียกมันว่ารัก ก็คงเป็นรักที่ชีวิตนี้พี่ไม่ขออะไรแล้วล่ะ นอกจากเธอคนเดียว…4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ท่ามกลางผู้คนมากมาย but baby you so shine” ไม่ว่าทั้งคู่จะอยู่ที่ไหนก็สามารถเปล่งประกายท่ามกลางหมู่มวลผู้คนได้เสมอ ต่อให้ที่ตรงนั้นจะมีคนอยู่เยอะแยะมากมาย เราก็สามารถมองเห็นทั้งคู่ได้จากที่ไกลๆตลอดมาและจะเป็นแบบนี้ตลอดไป5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “มุมุทั้งวัน มุมุไม่เผื่อใคร” เหตุจาก 2 คนนี้ชอบจุ๊บกันมากค่ะ ยิ่งคนพี่(พี่บิลลี่) คือ เอะอะก็จุ๊บไหล่ จุ๊บแก้ม ส่วนคนน้อง(เบ้บ) เดี๋ยวนี้ก็ไม่ธรรมดา สู้มือเหมือนกัน แรกๆมีเขินๆ หลังๆเน้นเอากำไรกันละ เอะอะเอามุมุเป็นรางวัล/บทลงโทษตลอด เซอร์วิสกันเองฉ่ำ แต่น่ารักดีค่ะ เอ็นดูทั้งคู่ติดกลิ่นติดสกินชิพเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ ต้อนรับความฟินจาก 2 หนุ่ม “บิลลี่ – เบ้บ”รางวัล “มุมุทั้งวัน มุมุไม่เผื่อใคร” เบ้บ : ขอบคุณนะครับ ทุก ๆ คนนะครับที่ส่งชื่อกันเข้ามา เเล้วก็มาร่วมสนุกกับทาง EFM นะครับ น่ารักมาก ๆ เลย ชื่อที่ได้รับผลโหวตมากที่สุดเป็น “มุมุทั้งวัน มุมุไม่เผื่อใคร” ขอบคุณนะค้าบ บิลลี่ : ขอบคุณค้าบ~มุมอื่นที่ทั้งคู่มุมุกันเเบบที่ไม่มีใครเห็น เบ้บ : น่าจะเป็นมุมที่แบบเราอ้อน ๆ เขาอ่ะ เบ้บจะไม่ค่อยอ้อนพี่บิลลี่เท่าไหร่ นาน ๆ ที ดีเจแนน : ส่วนใหญ่ที่เราอ้อนคือโมเม้นไหน เราเหนื่อยหรือยังไง เบ้บ : เวลาเราอยู่กัน 2 คน! บิลลี่ : งอแง ดีเจโซเซฟ : มันจะเป็นยังไง บิลลี่ : แกก็จะซบไหล่ เบ้บ : เอออ ชอบไปอยู่ตรงไหล่เขา ดีเจแนน : สมมุติบอกไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนหน่อย เบ้บ : ไปเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ยย~ บิลลี่ : ไปจ้า เบ้บ : อยากไปเที่ยวคาเฟ่นี่จังเลย จะได้ไปถ่ายรูปกัน บิลลี่ : อ๋อ โอเคค เบ้บ : แต่นาน ๆ จะไปทีนะ ชอบไปตีกอล์ฟอย่างเดียวเลย ดีเจโซเซฟ : เบ้บเคยไปมั้ย บิลลี่ : ล่าสุดผมพาออกรายการมูมู่เต้าหู้ พาไปที่สนามกอล์ฟเลย ดีเจแนน : เเล้วชอบมั้ย เบ้บ : เขาก็บอกว่าลมเย็นนะครับ พอไปถึงเริ่มออกละ 1 เม็ด 2 เม็ด บิลลี่ : คือ First impression เนี่ยคือเราจะต้องทำให้เขาประทับใจ พาไปสนาม 5 ดาว มีคนดูเเลอย่างดี วิวสวย เพราะเขาชอบถ่ายรูป หาสนามแพง ๆ ดี ๆ ให้เขาประทับใจ เบ้บ : แต่ว่ายังไม่ออนนะ ในพาร์ทของสนามกอล์ฟ ตอนนี้อีพี 7 ประมาณซักอีพี 9ด้วยรางวัลที่ว่า...แรก ๆ เขินหลัง ๆ ขิง บิลลี่ : ผมไม่เคยขิงเลยนะ ดีเจแนน : เขาบอกว่าแรก ๆ 2 คนนี้นะจะเเตะกันยังไม่กล้า เเต่ตอนนี้คือสนิทกันเบอร์ไหนละ? เบ้บ : พูดได้มั้ยย5555+ บิลลี่ : แรก ๆ เรายังเเบบว่าไม่ได้รู้จักกันมาก หลัง ๆ เล่นซีรี่ย์ด้วยกัน ผ่านนู่นผ่านนี่มาด้วยกันเยอะ ๆ เราก็มี Situation ต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้เปิดใจกัน คุยกันหลาย ๆ อย่าง จนตอนนี้มันก็ดีขึ้นแบบมากสุด ๆ เลย ถามว่าเคยขิงมั้ย… ไม่เคยขิงเลยครับ! ผมก็ทำของผมแบบนี้อยู่ตลอด เบ้บ : เขาชอบไปขิงมัมหมีใน X อยู่บ่อย ๆ ดีเจแนน : ขิงแบบเเนวไหน? เบ้บ : วันนี้ไหทำนู่นนี่นั่นกับเบ้บไรเงี้ยครับ บิลลี่ : เเค่นั้น… เป็นประโยคหรือว่าเเบบเราอยู่ด้วยกัน ก็ถ่ายรูปลงแล้วแม่ ๆ ก็จะบอกว่าขิงทำไม ดีเจแนน : เเต่สำหรับเราคือ เราเเค่อยากบอกเล่า บิลลี่ : ใช่ครับ ก็บอกว่าแบบเราอยู่ด้วยกันนะ ซึ่งมันปกติที่เราจะแบบทำอะไรเเบบนี้ เเต่หาว่าผมขิง! ผมไม่เคยขิงเลยครับบ ดีเจโซเซฟ : เเต่ผมเห็นด้วยกับแฟนคลับคุณ ว่าคุณคือเจ้าพ่อไร่ขิงของแท้ ทุกเรื่องในโซเชี่ยลคุณแบบไร่ขิงมาก เขาเคยไปออกรายการผม เเล้วเขาเป็นตำนานเลยนะ เป็นเเขกรับเชิญคนเดียว 90 เทปที่ได้ 0 ดีเจแนน : หรอ คือเขาทำไม่ได้เลยอ๋อ ดีเจโซเซฟ : เขาจะพูดเเบบนี้ ผมตอบได้ ผมตอบได้! ดีเจแนน : คืออ เขาตอบไม่ได้หรือตอบผิด ดีเจโซเซฟ : เขาอยากให้ฮา ๆ เขาแกล้งง~ บิลลี่ : ใช่มะๆๆๆ เบ้บ : เเต่มีข้อนึงที่เขารู้ เเต่เราก็ไม่คิดว่าเขาจะเเบบ ใจอ่อนเขวง่ายขนาดนี้ เราบอกใช่หรือเปล่า ดี ๆ นะ บิลลี่ : สนุกสนานครับ555+มีด้อมสุดครีเอทีฟเป็นของตัวเอง! ดีเจโซเซฟ : รีวิวด้อมตัวเองหน่อยว่าเขาเป็นยังไง? เบ้บ : แปลกครับ555555+ บิลลี่ : เเต่หมายถึงว่าเป็นการชมนะ ตอนแรก ๆ เลยนะลางสังหรณ์เวลาเจอกันเเต่ละครั้งมีงานแฟนมีตไรเงี้ย เขาจะนัดเเต่งตัวกันเเบบน่ารักอ่ะ มาแบบเป็นธีมนางรำ ใส่ชุดพญานาค คอสเพลย์ ใส่ชุดเดดพูล กัปตันอเมริกามา แบบมันน่ารัก เบ้บ : ก็คือเครื่องหัวสูงอ่ะ คือตอนนั้นถ่าย Photo Group กันมี 2 เเถว เขาต้องอยู่เเถวหน้าเเล้วเราอยู่เเถวหลัง หัวพี่เขาก็คือบังเราเราต้องหาช่องเอาเองนะ5555+ บิลลี่ : เขาจะมีเป็นบ้าน ๆ ด้วยนะ บ้านนี้ก็มีต้นไม้มาพร้อมกันไรงี้ เบ้บ : ซึ่งมันเกิดจากเราเองนี่แหละ จากที่เราไปบิ้วเขาอ่ะ เเต่งมาได้เลยนะ อยากเจอนะอย่าน้อยหน้ากันนะ“บิลลี่ - เบ้บ” สลับกันรีวิวหัวหน้าด้อม เบ้บ : บอกเลยนะว่าหัวหน้าด้อมคนนี้เขาจะแบบ… เเอคทีฟตลอดเวลา เขาไม่เคยหายไปจากหน้าจอโซเชียล เขาจะพูดคุยกับมัมหมี พี่สาวแฟนจ๋าของเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าดึกดื่นเที่ยงคืนยังไง เเละเขาเป็นคนที่ค่อนข้างห่วงใยความรู้สึกของคนรอบข้าง ดีเจแนน : มีตัวอย่างมั้ยที่รู้สึกว่าทำไมเขาดป็นคนแคร์คนอื่นจังเลย? เบ้บ : มี ๆ มีช่วงรายการที่ผ่านมาที่ต้องตอบคำถาม เขาค่อนข้างที่จะคิดเผื่อเราในความรู้สึกที่ว่า เขากลัวเราเสียใจในคำพูดนี่ ๆ ถ้าพูดออกมา แบบนั้น ถ้าเป็นเราบิลลี่ไม่โอเคนะถ้ามีคนมาพูดเเบบนี้กับเบ้บอ่ะ บิลลี่ : ผมเป็นคนที่จะพูดอะไรออกเเต่ละคำเงี้ย คำนั้นจะไปทำร้ายคนรอบข้างหรือเปล่า ไม่ว่าจะทั้ง Direct หรือ Indirect ก็ตาม คือเราไม่อยากให้สิ่งที่เราพูดออกไปหรือคนอื่นมาพูดกับพี่อย่างเงี้ย เราก็ควรจะพูดดี ๆ เหมือนกัน ให้เกียรติ เบ้บ : เเต่บางทีมันเป็นคำที่แบบ เราเเซวเล่นกับเพื่อนไง ซึ่งเราไม่ได้คิดอะไรอยู่เเล้ว ดีเจโซเซฟ : สลับกันบ้าง บิลลี่ลองบอกหัวหน้าด้อมฝั่งนั้นสิ บิลลี่ : สวย เริ่ด เชิ่ดที่สุดใน X ตอนนี้ผมไม่รู้เหมือนกันในหน้าโฮม ผมอยากจะเห็นตัวเองเหมือนกัน เเต่ตอนนี้เห็นเเต่เบ้บเต็มไปหมด สไลด์ไปมีเเต่รูปเบ้บทั้งนัันเลย เเต่ละรูปมันสวยไง เเล้วเเม่ ๆ แฟนจ๋าเขาจะชอบอวย ซึ่งอวยไม่เกินจริงครับ สวย หล่อไรเงี้ย เบ้บนัมเบอร์วันจะมีเเต่คำพวกนี้ เบ้บ : เบ้บ ๆ หล่อมากลูกคนสวย บิลลี่ : งานแต่ละงานของเขาจะมีเมคอัพที่เเตกต่างกันไป เเม่ ๆ แต่ละคนก็จะรอว่าเบ้บมาจะสไตล์ไหน ลุคไหน เขาชอบเเต่งหน้าเซ็ตผมแปลก ๆ ใหม่ ๆ ทุกงาน ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกต้องเเอคทีฟหรือไปเปลี่ยนนู้นเปลี่ยนนี่ให้กับตัวเอง เดี๋ยวสวยไม่ทันเขา~ เบ้บ : ลองอะไรใหม่ ๆ ดีเจโซเซฟ : แฟน ๆ บอกว่าในพจนานุกรมของบิลลี่มีเเต่คำว่าสวย! เบ้บ : ถูก เขาพูดคำว่าสวยบ่อยมาก หลัง ๆ เริ่มไม่ค่อยเชื่อเเล้ว บิลลี่ : ไม่ คือเรารู้สึกว่าเบ้บไม่ได้น่ารัก เบ้บสวย คือเราไม่ได้พูดพร่ำเพื่อBabe Solo Stage Birthday Fan Meeting วันเกิดเบ้บที่กำลังจะถึง! เบ้บ : วันที่ 5 นี้นะครับ งานครั้งเเรกที่เป็น Fan Meeting ของเบ้บนะครับ จัดตรงกับวันเกิดด้วย มาในเรื่องราวคอนเซ็ปท์ Nightmare เป็นเดือนตุลามีเทศกาลฮาโลวีน เรารู้ว่าด้อมเราชอบเเต่งตัวกันจัดจ้าน สนุกสนานก็ถือโอกาสเลย ตอนนี้ก็ยังซื้อบัตรได้อยู่นะครับทาง Thai Ticket Major ทุกสาขาเเละบนเว็บไซต์เลยค้าบ ดีเจแนน : เนื่องในวันเกิดเบ้บ อยากให้บิลลี่ว่าถ้าขอพรให้ 1 ข้อจะขออะไรให้เบ้บ บิลลี่ : ถ้าผมให้พรน้องเบ้บได้ ผมอยากให้น้องเบ้บมีเเต่รอยยิ้ม มีเเต่ความสุข ไม่มีเรื่องปวดหัวเข้ามาในชีวิต เเล้วขอให้สิ่งที่เบ้บคิดสิ่งที่เบ้บฝันตั้งเป้าไว้ Success หมดทุกอย่างเลย เเล้วพี่บิลลี่จะคอยซัพพอร์ตเบ้บอยู่ข้างหลังเเบบนี้ไปตลอด ดีเจแนน : เเล้วคุณเตรียมของขวัญไว้ให้เขายัง บิลลี่ : เตรียมเเล้วครับ! เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าเขาจะต้องไม่ลืมเเน่นอน อยู่กับเขามารู้สึกว่าอันนี้แหละ คือสิ่งที่เขาขาดอยู่ เขาเห็นเเล้วจะต้องนึกถึงผมงาน Billy Babe First Fan Meeting In Berlin เดือนหน้า! บิลลี่ : ก็มีชาวอินเตอร์แฟนเขาก็ไปรวมกันที่นู้น เบ้บ : รวมถึงแฟนคลับไทยก็บินตามไปด้วยย บิลลี่ : ที่สำคัญคือ 2 รอบ! เบ้บ : รอบเเรก Sold Out ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ดีใจมาก ๆ เลยที่แบบทุกคน ๆ ให้ความซัพพอร์ตที่ดี บิลลี่ : อยู่กันยาว ๆ ไปเลย 2 รอบอยู่กันยาวไปเลย เตรียมโชว์กันไปแบบว่าจุใจเเน่นอน เน้น Performance ให้กับพี่ ๆ ชาวอินเตอร์เเฟนได้ดูเเน่นอน ดีเจแนน : ถามได้มั้ยว่าทำไมต้องเป็นเบอร์ลิน บิลลี่ : ผมเจอเเฟนคลับอินเตอร์แฟนคนนึง เเล้วบอกว่าแฟนคลับอินเตอร์แฟนเยอะมาก ผมเลยคิดว่าที่ไหนดีซึ่งตรงนั้นเป็นจุดศูนย์กลาง ที่ทุกคนแบบสามารถมาได้ เราเซอร์ไพรส์เหมือนกันว่าแฟนคลับฝั่งยุโรปจะเยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่เราคิดว่าเป็นเอเชีย ดีเจโซเซฟ : วันที่เท่าไหร่นะพี่ บิลลี่ : วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ครับ ดีเจเเนน : เเล้วตอนนี้มีอะไรที่จะพอสปอยได้มะ บิลลี่ : โหห ก็เตรียม Performance โชว์ไปเลยที่ทุกคนอยากเห็น ซึ่งเป็นโชว์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของเรา เดี๋ยวยกไปที่เบอร์ลินให้ทุกคนได้ดู ดีเจเเนน : พูดได้เเล้วเนอะ เบ้บ : ไม่รู้เหมือนกัน เบ้บก็เลยนั่งเงียบเลยพี่เเนน5555+ บิลลี่ : ผมสายเกมอยู่เเล้ว สปอยให้ทุกคนได้รู้ ทุกคนได้เตรียมใจแพลนของรายการมูมู่เต้าหู้ต่อไป เบ้บ : ก็ล่าสุดที่เราไปถ่ายที่พัทยา เป็นเทปที่ออกต่างจังหวัดในประเทศไทยครั้งเเรกที่แบบตั้งใจไปเที่ยว ก็รู้สึกสนุกดีนะอยากไปอีก อยากไปจังหวัดอื่น ๆ สถานที่อื่น ๆ เหมือนเราก็ได้เห็นในอีกหลาย ๆ มุมของเขา จากการใช้ชีวิตเที่ยวด้วยกัน เเละที่สำคัญคือได้แชร์โมเม้นให้กับแฟน ๆ ในมูมู่เต้าหู้ด้วย ดีเจแนน : ตอนที่ไปมันหนาวมั้ยเช็คยังที่เบอร์ลิน เบ้บ : หนาวว บิลลี่ : น่าจะหนาวนะครับ ช่วงคริสต์มาสพอดี ดีเจแนน : ขนาดอยู่ในบ้านเราร้อน ๆ ยังมุมุใกล้กันขนาดนี้ ถ้าไปนั้นไม่อยากคิดว่ามุมุเลเวลไหน บิลลี่ : ตอนที่รู้จะได้ไปเยอรมันเเล้ว เขาเตรียมเอฟชุดแล้วนะ เบ้บ : แน่นอนอยู่เเล้ว พลาดได้ยังไง ดีเจเเนน : ซึ่งไม่กล้าเปิดเผยด้วย เพราะกลัวเเฟนคลับไปแต่งตามอีก เบ้บ : 555555+ เเต่งได้ ๆวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“บิลลี่-เบ้บ”เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘บิลลี่เบ้บมีลางสังหรณ์ว่า...’ ถ้าอยากรู้ว่าทั้งคู่จะลางสังหรณ์อะไรบ้าง? ไปดูกันเลยย(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ“บิลลี่ - เบ้บ” (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“บิลลี่ - เบ้บ”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความสนุกสนานให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไปขอฝากงาน Babe Solo Stage Birthday Meeting มาในคอนเซ็ปท์ Nightmare สำหรับเดือนแห่งฮาโลวีน เจอกันวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้! เเละก็ฝาก Billy Babe First Meeting In Berlin วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้! มี 2 รอบ เตรียมโชว์จุใจให้แฟน ๆ ได้ดูเลย เเละก็ฝาก MUMU-TOFU STORY ตอนนี้อีพีที่ 7 เเล้ว เเละมีซีรีส์ “The Sign ลางสังหรณ์” ที่เพิ่งจบไป สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube : IDOL FACTORY บอกเลยว่าห้ามพลาดด!สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“บิวกิ้น - พีพี” ตัวติดกันจนต้องคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “Best Life Partner” ชื่อรางวัลนี้ไม่เกินจริง! เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันดีจนเกินบรรยาย

03 ก.ย. 2024

“บิวกิ้น - พีพี” ตัวติดกันจนต้องคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “Best Life Partner” ชื่อรางวัลนี้ไม่เกินจริง! เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันดีจนเกินบรรยาย

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 สิงหาคม 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “บิวกิ้น - พีพี” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 สาว“ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/เเนวคิด ของรางวัล “ยอมหักไม่ยอมงอ แต่ยอมง้อถ้าเธองอน” หลายๆคนก็จะเห็นว่า บิวกิ้น - พีพี เวลาที่ไปออกรายการหรือเวลาที่ให้สัมภาษณ์เค้าจะเถียงกันตีกันตลอด แล้วบิวกิ้นก็จะชอบไปแหย่ไปหยอกพีพี พออีกคนเริ่มนิ่งเงียบไปตัวเองก็หงอย กลายเป็นว่าคนที่จะแกล้งเค้าตอนแรกต้องยอมแพ้แล้วรีบหาทางง้อเค้าซะงั้น แต่ก็ไม่ได้มีแค่บิวกิ้นที่ยอมเสมอไปน้า ซึ่งเจ้าตัว (พีพี) ก็เคยพูดออกมาจากเองเลยว่าบิวกิ้นดุ พูดก็พูดเถอะ เวลาลูกหมาของพี่คนสวยดุขึ้นมาจริงๆก็ทำเอาแมวหงอยได้เหมือนกันแหละ เพราะแบบนี้แหละ เลยอยากจะมอบรางวัล “ยอมหักไม่ยอมงอ แต่ยอมง้อถ้าเธองอน” ค้าบบบบบ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Best Life Partner” น้องสองคนรู้จักกันเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มัธยมปลาย ในทุกช่วงเวลาที่น้องอยู่ด้วยกัน 7-8 ปีมานี้ น้องทั้งสองได้ทำงานด้วยกัน อยู่ช่วยเหลือกันทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งในด้านของงาน การเรียน และเรื่องส่วนตัว แทบจะในทุกๆเรื่องๆ เรียกว่ามองตาก็รู้ใจกันแล้ว ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นวันที่ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ก็เคียงข้างกัน ให้กำลังใจกันเสมอมา ดังนั้นจึงอยากให้รางวัลนี้กับน้องทั้งสองคน เพราะการที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ คงไม่มีอะไรจะตีความได้มากกว่า Best life Partner ค่ะ3. ชื่อ/เเนวคิด ของรางวัล “ขวัญใจสื่อมวลชน” น้องสองคนวางตัวดีมาก อยากให้ขายจิ้นแทบตาย มีแต่แฟนๆที่ตัดแปะแล้วฟินเองค่ะ และน้องสองคนเป็นที่รักของพี่ๆในทุกวงการ แค่ไปงานลูกค้าอีเวนท์ธรรมดาแต่พี่ๆสื่อมวลแห่ไปทำข่าวทุกสำนัก ทุกแขนง ทุกสื่อ ยิ่งกว่างานแถลงข่าวแต่งงาน หรือมีประเด็นสังคมให้เจาะลึก คลิปสัมภาษณ์ธรรมดาๆ แต่มียอดวิวหลักล้านวิวงงใจมากค่ะ4. ชื่อ/เเนวคิด ของรางวัล “คู่ซี้คู่ขวัญความสัมพันธ์แสนพิเศษ” คู่ซี้ หมายถึง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่มีความสนิทสนมกัน รู้ทุกเรื่องของกันและกัน คิดถึงอีกฝ่ายเสมอ สื่อสารถึงกันได้แม้บางครั้งแค่สบตากันยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดก็เข้าใจกัน ดูไปก็งงไป แต่ก็ทำให้รู้ว่าคงสนิทกันมาก คู่ขวัญ เพราะทั้งคู่อยู่ด้วยกันแล้วมีแต่มวลความสุข มีแต่ความเป็นธรรมชาติ ความน่ารัก พี่ๆสื่อสัมภาษณ์ไปเอ็นดูไป แฟนคลับชื่นชม ประชาชนทุกเพศทุกวัยชื่นชอบ อยากให้อยู่คู่กันตลอดไป ความสัมพันธ์แสนพิเศษ เพราะความสัมพันธ์ของน้องๆเหมือนนิยาย ไม่มีชื่อเรียก ไม่สามารถหาคำจำกัดความได้ ทั้งจุดเริ่มต้นจากที่เรียนพิเศษ การแบ่งปันความฝัน เรื่องราวระหว่างทางที่น้องเรียนรู้ เติมเต็ม และเติบโตมาด้วยกัน จนมาถึงวันนี้ มองจากคนภายนอกความสัมพันธ์ยังซาบซึ้ง แม้แต่น้องๆเองเวลาที่พูดถึงความสัมพันธ์ก็ยังมีน้ำตา ชอบและประทับใจทุกครั้งที่น้องๆได้ให้สัมภาษณ์และพูดถึงกัน มันแสนพิเศษ มหัศจรรย์ ดีเลิศค่ะ กลิ่นกาแฟยังไม่หอมเท่ากลิ่นความรักของทั้งคู่เลยค่ะ5. ชื่อ/เเนวคิด ของรางวัล “คนเก่งที่สุดในใจเพนกวิน” รางวัลสำหรับศิลปินชายประเภทคู่ และ ผู้ที่ได้รับรางวัลจากแม่แม่ ก็คือ พี่บิวกิ้น และ น้องพีพี เพราะทุกคนก็เห็นอยู่ในทุกๆวันอยู่แล้วว่า ทั้งสองคนทำงานหนัก เพื่อสร้างผลงานมาให้พวกเราได้รับชม และติดตามอยู่ทุกๆวัน เป็นขวัญกำลังใจให้มีพลังใช้ชีวิตเพื่อรอคอยผลงานดีๆของทั้งคู่ในวันต่อๆไป ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเดี่ยว หรือพาร์ทคู่ก็ตาม ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งแสดง ทั้งแฟชั่น ทั้งธุรกิจ เหมาเรียบเก็บหมด นี่แหละลูกแม่ รู้เลยว่าทั้งคู่ทุ่มเทกับผลงานมากๆ มันต้องใช้พลังมากเลย จากวันแรกมาจนถึงวันนี้ทั้งสองคนเก่งขึ้นมากๆ และเก่งขึ้นทุกวันเลย อะไรที่ไม่เคยได้เห็นทั้งคู่ก็ทำให้ได้เห็น รักบิวกิ้นพีพีไม่เคยเสียใจเลยสักวัน อวดคนทั้งโลกได้เลยว่าเลือกรักคนไม่ผิดจริงๆ คนเก่งก็คือคนเก่งค่ะ ที่สุดในโลกกกกรับความฟินกันอย่างต่อเนื่อง... ต้อนรับ “บิวกิ้น – พีพี” เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการกันนน!!รางวัล “Best Life Partner”เราทั้งคู่ต่างเป็น The Best ของกันและกัน บิวกิ้น : ขอบคุณมาก ๆ นะครับ สำหรับรางวัล “Best Life Partner” จริง ๆ เราก็เติบโตกันมายาวนาน เเล้วก็เป็น Life Partner ที่ดีต่อกันครับ ขอบคุณมากครับผมม พีพี : ก็ดีใจนะครับ ดีใจ ก็ขอบคุณเเฟน ๆ ที่ทำรางวัลนี้ให้กันครับ “Best Life Partner” คือสำหรับพีอ่ะ เขาเป็น The Best สำหรับพีเสมอ เเต่พีก็ไม่รู้ว่าเขาอ่ะ จะมองพีเป็น The Best บ้างหรือเปล่า~ บิวกิ้น : ก็ใช่ พีก็เป็น The Best สำหรับผม ผมว่าพีพีเขาเป็นคนที่อยู่ในหลาย ๆ มุมของชีวิตละกัน เขาก็สนิทกับครอบครัว สนิทกับเพื่อน เเล้วก็ทำงานด้วย มันเหมือนกับว่ามีหลาย ๆ มุมที่เราคาบเกี่ยวในชีวิตกัน รู้สึกดีใจที่เป็นเขาครับคุณสมบัติของการเป็น Best Life Partner บิวกิ้น : ผมว่า Best Life Partner จริง ๆ เเล้วมันคือชีวิตเลยเนอะ มันคือสเกลชีวิตไรงี้ ผมรู้สึกว่าการที่จะใช้คำนี้ มันจะต้องครอบคลุมในหลาย ๆ แง่มุมของชีวิต ครอบครัวที่ดี เพื่อนที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี มันก็ค่อนข้างยากเหมือนกันกับการที่คนเราจะเจอใครซักคนหนึ่ง ที่มาอยู่ในหลาย ๆ พื้นที่ของชีวิตเรา เเล้วเหมือนกับว่าช่วยส่งเสริมกันเเละกันสัญญาณของอีกฝ่ายที่ทำให้รู้ว่า กำลังจะเป็นเรื่องละ! ดีเจดาว : ของพีพีคืออะไร? บิวกิ้น : เขาก็วีนไงพี่ พีพี : ไม่เคยย! เนี่ย พูดคนเข้าใจผิดกันหมด ดีเจเเนน : เเล้วการวีนคือแบบน้ำเสียงมันเปลี่ยนไปมั้ย หรือเขาพูดทีเล่นทีจริง บิวกิ้น : โอโหห เปลี่ยนทั้งหมดเลย ทั้งเสียง ทั้งหน้า ทั้งอาการ ทั้งอะไรอย่างเงี่ย~~เรื่องอะไรที่ยอมกันไม่ได้! บิวกิ้น : ไม่มีนะ ผมยอมได้หมดแหละ พีพี : สาธุ!! บิวกิ้น : ผมยอมได้หมดจริง ๆ ผมเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ พีพี : ง่าย ๆ แบบผมชอบกินแบบนี้เเต่ไม่ทอด ไม่มัน ไม่นู้นไม่นี่~ ดีเจเเนน : อ่างั้นถามบิวกิ้นกลับบ้างว่า พีพีเขามีเรื่องอะไรที่ยอมไม่ได้มั้ย? บิวกิ้น : ผมว่าหลัก ๆ อ่ะ มันก็จะมีบ้าง เเต่สุดท้ายเเล้วเขาก็จะยอม ถ้าเราขอเขาจริง ๆ เเต่ต้องเป็นการคุยเเบบจริงจัง ใช้เหตุผล ดีเจดาว : นานมั้ยกว่าจะยอม? บิวกิ้น : ก็ต้องคุยหลายรอบอยู่นะพี่ พีพี : เรื่องอะไร! ยังไม่รู้ตัวเลยว่าเรื่องอะไร เธอพูดเรื่องอะไร? บิวกิ้น : ล้อเล่น ๆ เขายอม ๆ“บิวกิ้น - พีพี” คัมแบคร้องเพลงคู่กันในรอบ 4 ปี บิวกิ้น : จริง ๆ เราก็ทำงานร่วมกันอยู่เเล้วว พีพี : รู้สึกตื่นเต้น เหมือนเป็นครั้งแรกที่เราแยกย้ายกันไปทำเพลงเเนวตัวเอง พอกลับมาทำด้วยกันก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน เป็นอะไรที่สนุกดี ดีเจแนน : ใน MV ซีนเเรกมันเหมือนมีเรามีสายอะไรจูงปะ… บิวกิ้น : มันเป็น Finger Trap พี่สาว เหมือนเป็นของเล่นอ่ะครับ พีพี : เวลาเราดึงออกมันจะดึงไม่ออก เเต่ถ้าเราเอานิ้วเข้าหากันมันจะออก ความหมายคือแบบ ถ้าเรายอมกันเเล้วลองเข้าหากันดู ปัญหามันจะคลี่คลายก็ได้~~3 คำ สปอยคอนเสิร์ตคู่ “Billkin PP Krit DOUBLE TROUBLE CONCERT” ที่กำลังจะเกิดขึ้นน!! บิวกิ้น : สนุกก! พีพี : ปังงง! บิวกิ้น : จึ้ง! ดีเจแนน : เเล้วเลือก Guess ยังครับ พีพี : เสร็จเเล้วครับ บิวกิ้น : มากมาย~ เเต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเห็นพีพีบิวกิ้นรึเปล่า จริง ๆ เเล้วเเค่หาเคมีเข้ามาให้โชว์มีไดนามิก ยังไงเรา 2 คนก็อยู่ตั้งเเต่หัวจนถึงท้ายอยู่เเล้ววนอกจากคอนเสิร์ตคู่ “บิวกิ้น - พีพี” ยังมีหนังคู่กันอีก! บิวกิ้น : ช่ายย~ จะได้ดูช่วงครึ่งแรกปีหน้าค้าบ ดีเจดาว : เริ่มถ่ายยัง? บิวกิ้น : ถ่ายจบเเล้วครับ พีพี : เราถ่ายกันประมาณ 3-4 เดือน บิวกิ้น : ไม่รู้จะพูดไงดี ในหนังมันมีหลายแนว พีพี : มีทุกแนวเลยย“บิวกิ้น - พีพี” ดีใจที่ได้ทำความฝันให้เป็นจริง! บิวกิ้น : ดีใจที่ได้ทำคอนเสิร์ตด้วยกัน ดีใจมาก ๆ จริง ๆ เเล้วก็เป็นสิ่งที่อยากจะทำด้วยกันมานานเเล้ว ก็ไม่รู้ว่านอกจากคอนเสิร์ตคู่ครั้งนี้ ในอนาคตจะมีโอกาสได้กลับมา5ทำกันอีกรึเปล่า ผมเเละพีพีก็จะเต็มที่เเน่นอน พีพี : ดีใจมาก ๆ เป็นเเพลนที่เรา 2 คนวางไว้กันนานมาก ๆ ได้มาร่วมงานด้วยกัน มันก็คือความฝันของเขา เราก็อยู่ข้าง ๆ เขาตลอดแหละ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับเขาเสมอครับบวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“บิวกิ้น - พีพี” เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘บิวกิ้น - พีพี ขอยอม!’ แล้วมาดูกันว่าทั้งคู่จะยอมอะไรกันบ้าง... (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)‘ยอมรับ’ยอมรับเลยว่าการที่ได้รู้จักกันมา เขาเป็นคนที่…สำหรับเรา บิวกิ้น : ยอมรับเลยว่าการที่ได้รู้จักกันมา เขาเป็นคนที่น่ารักสำหรับเรา หน้าตาก็น่ารัก เเต่งตัวก็น่ารัก นิสัยก็น่ารัก พีพี : ยอมรับเลยว่าการที่ได้รู้จักกันมา เขาเป็นคนที่สำคัญสำหรับเรา เขาเป็นกำลังใจให้พี เกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตพีก็คือเขาเเล้ว ดีเจแนน : บิวกิ้นกับลมหายใจ อะไรสำคัญกว่ากัน? พีพี : ลมหายใจที่มีบิวกิ้นนนนนนน~~‘ยอมนับถือใจ’ทัศนคติหรือมุมมองใดในตัวอีกฝ่าย ที่เรายอมนับถือใจเลยว่าดี พีพี : พีว่าจริง ๆ บิวเป็นคนที่จิตใจดี ไม่คิดร้ายใคร บางเรื่องที่เขาโดนเอาเปรียบ ถ้าเป็นเราอาจจะยอมได้ เเต่ไม่ได้ยอมเท่าเขา เขาเป็นคนดีมาก ๆ เเละคิดดีกับคนอื่นเสมอ บิวกิ้น : เขาคนเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน เวลาที่คุยกับเขาว่าทำยังไงดี เขาก็จะคอยเบรคว่าบางเรื่องไม่ต้องไปคิดแทนมันก็ได้ คิดไปมันเสียเวลาที่เราจะอยู่กับปัจจุบันเเล้วมีความสุข‘ยอมแพ้’เรื่องไหนที่คิดว่าเราเเข่งกับอีกฝ่ายเเล้วเราเป็นฝ่ายเเพ้เเน่นอน ขอยอมเเพ้เลย พีพี : เอาจริง ๆ ในชีวิตนี้หนูไม่เคยคิดจะเเข่งกับเขาเลย เเละสิ่งที่หนูเเพ้เขาคือกำลังใจเเละเเรงซัพพอร์ตเสมอ บิวกิ้น : สำหรับผมเรื่องความเซ็กซี่ เพราะเขาคือดาวยั่ว เขาจะเป็นคนที่ขยับร่างกายเยอะ เเต่อินเนอร์ สายตาเขาเป็นคนที่สื่อสารได้ดี‘ยอมร้อง’ถ้าอีกฝ่ายขอให้ร้องเพลงอะไรก็ได้ 1 เพลง อยากให้เขาร้องเพลงอะไรให้ฟัง พีพี : อยากให้บิวกิ้นร้องเพลง “You Are My Everything” ที่เลือกเพลงก็เพราะว่าเป็นเพลงเเรกที่เขาร้อง บิวกิ้น : อยากให้พีพีร้องเพลง “กินจุ๊บจิ๊บ” ที่เลือกเพลงนี้ก็เพราะว่าเขาเป็นคนกินน้อยเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เข้าสู่ช่วงคำถาม QA กับ“บิวกิ้น-พีพี”อยากถามเรื่องเล็ก ๆ ของอีกคน ที่นึกขึ้นมาทีไรก็อดยิ้มไม่ได้ซัก 1 เรื่องพีพี : หนูไม่เข้าใจว่าคน ๆ นึงจะเดินสะดุดได้วันละกี่รอบ ทุกวันนี้หนูก็ยังไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเดิน บ๊ายบาย ขึ้นลงเวที ในห้องเเต่งตัว เจอคนนู้นคนนี่สะดุด สะดุดทำไม มันไม่มีอะไรให้สะดุดบิวกิ้น : จริง ๆ แล้วผมเป็นคนติดเดินลากขา เเต่สะดุด 20 ทีก็ไม่เคยล้ม ยกเว้นถ้าเป็นบันได ก็พยายามระวังมากขึ้น ผมว่ามันก็ดีขึ้นนะดีเจเเนน : เเล้วดีขึ้นมั้ยคะ?บิวกิ้น : เมื่อกี้ยังสะดุดอยู่เลย ตอนขึ้นบันไดมา5555+ดีเจแนน : แล้วของพีพีล่ะ เรื่องอะไร?บิวกิ้น : ในวันนึงเขาเป็นคนที่โทรหาคนเยอะมาก ไม่ใช่โทรธรรมดาด้วยนะ ต้องวิดีโอคอลพีพี : กล่าวหาหนูชัด ๆดีเจเเนน : เเต่เขาต้องถามปลายสายก่อนปะ ว่าสะดวกเปิดกล้องมั้ยไรงี้อ่ะบิวกิ้น : ไม่มี~ โทรเลยยย ไม่ใช่อะไรนะ คนเยอะเเยะเลยเนี่ย เหงาอะไร ชอบโทรไปหาคนนั้นคนนี้ ไม่เคยโทรไปเเล้วมีเรื่องอะไร โทรไปแหย่ไปแซวเขาพีพี : ที่เราโทรไปเพราะบางทีเราดูโซเชียลเเล้วเห็นเขาพอดี ก็เลยอยากแซวเเล้วเป็นคนที่ไม่ชอบพิมพ์ เป็นคนชอบโทรเเล้วอยากเห็นรีแอคเขาา~Dress Code คอนเสิร์ตเป็นธีมคู่แล้ว ”บิวกิ้น-พีพี“ จะยอมใส่เสื้อคู่กันในคอนมั้ย?บิวกิ้น : คิดว่าต้องมีพีพี : อาจจะไม่ได้เหมือนกัน เเต่ว่ามาเป็นคู่กัน ตามคอนเซ็ปเลย ไม่ได้แปลว่าคู่กันเเล้วต้องใส่เหมือน อาจจะสีเหมือนก็ได้เพราะพีไม่อยากให้แฟน ๆ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ มีอะไรก็เอามา Mix Match กัน ทางทีมงานบอกว่าใครที่มาคนเดียวเนี่ย จะใส่เเว่นหรือหมวก 2 อันก็ได้ ให้เป็นคู่ เราไม่ตีกรอบความคิดสร้างสรรค์ของแฟน ๆบิวกิ้น : อยากเห็นว่าทุกคนจะตีความคำว่า ”คู่“ ยังไงบ้าง อาจจะเเต่งตัวคู่กับตัวเอง ครอบครัว เพื่อนรักหรือยังไงก็ได้~(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“บิวกิ้น - พีพี”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความฟินให้กับรายการ ฝากผลงานคัมแบคคู่ ซิงเกิลใหม่ของทั้ง 2 คนชื่อเพลงว่า “ยอม (Surrender)” ไปดู MV ได้ที่ Youtube : Billkin PP Krit Official สามารถฟังเพลงนี้ได้ทุกสตรีมมิ่ง และฝากคอนเสิร์ตคู่ “Billkin PP Krit DOUBLE TROUBLE CONCERT Presented by The Concert Application” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายนนี้สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ความทรงจำดีๆ ที่มีให้กัน “โยเกิร์ต-แจนรี่-เฌอปราง-จีจี้-ป๊อปเป้อ-โมเน่ต์” BNK48 จะไม่ให้มันจางหายไปไหนแน่นอน “สัญญานะ”

27 ก.ค. 2023

ความทรงจำดีๆ ที่มีให้กัน “โยเกิร์ต-แจนรี่-เฌอปราง-จีจี้-ป๊อปเป้อ-โมเน่ต์” BNK48 จะไม่ให้มันจางหายไปไหนแน่นอน “สัญญานะ”

รายการ EFM Fandom Live [27 กรกฎาคม 66] มาพบกับสาวๆ “BNK48” (โยเกิร์ต-แจนรี่-เฌอปราง-จีจี้-ป๊อปเป้อ-โมเน่ต์) ที่บอกเลยว่าจะมาพร้อมกับความน่ารักและความสดใสไปทั่วทั้งรายการเริ่มกันที่ช่วงเเรกของรายการกับการพูดคุยกับชาว “โอตะ” ถึงจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรักของทั้ง 6 คนเริ่มกันที่ “โยเกิร์ต”โดนน้องโยเกิร์ตตกเพราะน้องยิ้มน่ารักยิ้มเเล้วโลกสดใส ชื่อของบ้านจะเป็น “โยเกิร์ตคาเฟ่” เพราะตอนที่แนะนำตัวน้องบอกว่าน้องชอบกินเค้กกินขนม ชอบของหวานเลยตั้งเป็นชื่อบ้าน ส่วนแฟนคลับเป็นชื่อ “เหล่าจุลินทรีย์” มีช่วงหนึ่งที่น้องหายไปเลยแฟนคลับก็คิดถึงน้องมากกก ก็เลยเล่นแฮชแท็กตามน้องคนที่ถัดมา “แจนรี่” น้องเคยพูดว่าน้องจะเป็นรุ่นที่4 ผ่านไป 4-5ปีแล้ว น้องก็ติดBNK48จริงๆ ชอบที่ความเป็นตัวเองของน้องที่เป็นคนกวนๆ มีความเก่งในตัวของน้อง พร้อมที่จะซัพพอร์ตน้องคนที่สาม “เฌอปราง” มีความรู้สึกทั้งดีใจเเละยินดีกับเฉอ แต่ก็รู้สึกว่าจะตามต่อยังไงเพราะตามในสถานะไอลมา 6 ปีเเล้ว ถ้าออกไปเราไม่รู้ว่าจะเจอยังไงคนที่สี่ “จีจี้” ตอนนี้น้องจะมีซิงเกิ้ลแรกเป็นเพลง ‘เด็กดื้อ’ ล่าสุดพึ่งปล่อยเพลง ‘แกงหม้อใหญ่’ ไปน้องก็แสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘ผ้าผีบอก’ รับบทเป็น คำเคิบคนต่อมา “ป๊อปเป้อ” ประทับใจในความตั้งใจและความพยายาม เพราะออดิชั่นตั้งเเต่รุ่น2 จากวันเเรกถึงวันนี้พัฒนาการของป๊อปเปอร์ที่ดีขึ้นเก่งขึ้นเยอะมาก ฝากยูนิต ‘QRRA’ ที่เป็นแนวเพลง TPOP เป็นความภูมิใจที่น้องได้ไป เทศกาล ‘Thai Festival Tokyo 2023’คนสุดท้าย โมเน่ต์ น้องเป็นคนที่น่ารักเลยตกหลุมรักน้องตั้งเเต่วันเเรกที่เปิดตัว ชื่อแฟนคลับคือ ชาวโมนี่ ชื่อด้อมคือ ‘โมนี่ของโมเน่ต์’ น้องกำลังจะมี ‘ภาพยนต์เรื่อง 14 อีกครั้ง’ อยากจะบอกน้องว่าสู้ๆกับทุกอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้นะ เป็นกำลังใจให้เสมอ มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย! ช่วงที่สองของรายการกับการพูดคุยกับสาวๆทั้ง 6 คน (โยเกิร์ต-แจนรี่-เฌอปราง-จีจี้-ป๊อปเป้อ-โมเน่ต์) น้องๆรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำงานร่วมกับพี่ๆ มีพี่ๆหลายคนที่ยังไม่เคยทำงานด้วยกัน ถึงทำงานด้วยกันเเล้วก็ยังตื่นเต้นแจนรี่ที่เคยบอกไว้ในคลิปว่าจะเป็น BNK48 รุ่น4 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ BNK48 กำลังดังเเล้วหนูก็ฟังมาก่อนที่จะออกเพล คุกกี้เสี่ยงทาย จะออกด้วย ก่อนที่จะถ่ายพี่ทีมงานเขาเต้นเพลงคุกกี้เสี่ยงทายใส่ แล้วก็พูดว่า ‘ไปเป็น BNK48 ได้เลยนะเนี่ย’ หนูก็เลยตอบไปว่า ‘ใช่ค่ะ หนูจะเป็น BNK48 รุ่นที่4’ ผ่านมา 5 ปีแล้วความรู้สึกตั้งแต่เปิดตัวรุ่นที่4 รู้สึกทุกครั้งที่ได้ทำงาน คือตื่นเต้นทุกครั้งเต่ก็ตั้งใจซ้อมตอนนี้ก็ตื่นเต้นอยู่ด้วย รู้สึกตื่นตัวอยู่ทุกครั้งป๊อปเป้อครั้งหนึ่งเคยไปงานแฟนไซน์ของพี่เฌอปรางด้วย เคยไปงานจับมือ แล้วก็งานแฟนไซน์ล่าสุดที่พึ่งจัดไปใส่เสื้อวันเกิดไปด้วย เสื้อวันเกิดนั้นแฟนคลับพี่เฉอก็เป็นคนส่งมาให้ในฐานะแฟนคลับที่ตอนนี้ได้มาทำงานร่วมกับเฌอปราง ช่วงแรกก็ช็อก ตอนพอออดิชั่นผ่าน พี่เฌอก็เข้ามากอดๆ เลยรู้สึกว่าอันนี้เรากอดกันได้แล้วหรอ? เรากอดกันได้เเเล้วใช่ไหม?โมเน่ต์สิ่งที่อยากจะทำในวันเกิดปีนี้ ตั้งใจจะให้ของขวัญวันเกิดตัวเองปีนี้ คือ ทำคอนเสิร์ตออกมาให้ดี หนูชอบให้เเฟนคลับคอยเชียร์ เลยอยากจะให้เต้นดีๆร้องเพลงดีๆเพื่อให้เเฟนคลับเชียร์ให้เป็นของขวัญวันเกิดแนวการแสดงที่อยากจะลองในอนาคต อยากเล่นแนวนักเรียนแบบฮอร์โมน แบบเด็กกิ๊ฟเต็ดอะไรก็ได้ที่เป็นแนวนักเรียนโยเกิร์ตชื่อแฟนคลับชื่อ ‘เหล่าจุลินทรีย์’ รู้สึกว่าโยเกิร์ตเกิดได้เพราะจุลินทรีย์ เป็นโยเกิร์ตที่ดี ยิ่งจุลินทรีย์เยอะเท่าไหร่ยิ่งเป็นโยเกิร์ตที่ดีวิธีการจัดตารางชีวิตตัวเอง หลังจากขึ้นปี 1 ตัวเองยังจัดไม่ได้ดีขนาดนั้น ถ้าป่วยๆเวลาไปซ้อมก็ค่อยทำการบ้านที่หลังตามไป เรื่องเรียนจะถามอาจารย์ว่าเรียนเรื่องอะไรก็จะขอสไลด์ล่วงหน้าไว้ก่อนจีจี้ขึ้นร้องเพลง ‘จากใจผู้สาวคนนี้’ ที่งาน Roadshow ที่จังหวัดนครราชสีมา รู้สึกเซอร์ไพร์สเหมือนกัน เพราะว่าพี่เฉอก็ส่งจากใจผู้สาวคนนี้ วงเล็บจีจี้ก็แบบพิมพ์ผิดหรือเปล่า5555 ก็รู้สึกว่าไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นแต่ก็รู้สึกว่าเราก็อยู่มานานแล้ว แต่รู้สึกว่าอะไรใหม่ๆที่ได้ลองแล้วเป็นโอกาสที่ดี แฟนๆก็ส่งเสียงเลยดีใจที่แบบได้ลองร้องคนเดียวเฌอปรางช่องทางการติดตามเฌอปรางหลังจากนี้ ช่องทางการติดตามเดิมได้เลยค่ะ ก็จะมีตามงานอีเว้นของBNK48ก็ยังจะแว๊บๆไป แล้วก็มีผลงานต่างๆคอนเสิร์ตล่าสุดที่จะเกิดขึ้น วันที่ 5 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 ที่ผ่านมา มีคอนเสิร์ต BNK48 3rd Generation Concert “Rabbit in Wonderland” คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของเหล่ากระต่ายเป็นคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของเหล่า BNK48 รุ่นที่3 มากันพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้! ทางรายการก็มีเกมให้สาวๆ “BNK48” เล่นกันด้วย ชื่อเกมว่า “มีมนี้สัญญานะว่าจะ…” (เข้าไปชมใน Youtube : ATIME) บอกเลยว่ามีแต่เสียงหัวเราะและปนความน่ารักของน้องๆถึงช่วงสุดท้าย ทางรายการได้เปิดโอกาสให้แฟนๆ เข้ามาพูดคุยกับ “BNK48” ในรายการTo ป๊อปเป้อ อยากขอบคุณที่น้องมาไลฟ์มาลงรูป มันทำให้เราเหมือนสดชื่นมีความสุขตลอดเวลา จะเป็นกำลังใจให้เสมอ ช่วงนี้ออกงานเยอะซ้อมอีกด้วยอยากให้ดูแลสุขภาพ พักผ่อนเยอะๆTo โมเน่ต์ เวลาที่ท้อหรือหมดไฟในการทำงายก็จะนึกถึงโมเน่ต์ตลอดเลย เป็นเหมือนพลังวิเศษทำให้สู้งานตลอด ได้เจอโมเน่ต์ทุกๆครั้งเหมือนได้เติมพลังตลอดTo จีจี้ กลับมาบ้านเเล้วเห็นจีจี้ลงรูปหลังจากหายไปเป็นเดือน ก็เป้นกำลังใจกับผมมากๆเลยครับTo เฌอปราง อยากบอกว่าไม่ว่าหลังจากนี้ตัดสินใจทำอะไร ตัดสินใจได้เลย เเฟนคลับ้อมที่จะซัพพอร์ตเสมอ ขอให้เฉอปรางได้รับโอกาสในการมีงานเเสดงเข้ามาอีกเยอะๆTo โยเกิร์ต เจอครั้งเเรกโดนตกจังๆเลย คอยเชียร์และให้กำลังใจอยู่นะ เรื่องเรียนก็สู้ๆเเล้วก็ให้ร่างกายแข็งแรง ทำงานทุกอย่างลุล่วงนะครับTo เเจนรี่ อยากจะให้กำลังใจ แล้วก็น้องพึ่งขึ้นม.4 ขอให้ตั้งใจเเบ่งเวลาขยันฝึกซ้อม ขึ้นม.4อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่เป็นกำลังใจให้ เเล้วก็ดูแลสุขภาพด้วย สุดท้ายนี้ฝากซิงเกิลที่ 14 “สัญญานะ” เป็นเพลงส่งท้ายของเฌอปรางในฐานะ “BNK48” ก่อนจะอำลาทุกคนไป แล้วก็ฝากน้องๆ “BNK48” ต่อไปด้วย… EFM Fandom Live ขอขอบคุณ “โยเกิร์ต-แจนรี่-เฉอปราง-จีจี้-ป๊อปเป้อ-โมเน่ต์” มากๆ ที่มาร่วมสนุกกับทางรายการของเรา และอย่าลืมติดตามซิงเกิลที่ 14 ของ “BNK48” กันน้าาาเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

06 มี.ค. 2026

ตั้งใจหลอกให้เธอรัก แต่ดันพลาดพลั้งไปหลงรักเธอซะเอง พร้อมรับแรงกระแทกความฟินกับ จูเนียร์ - มาร์ค ที่มาเผยเทคนิค HOW TO จับสแกมเมอร์ตัวจี๊ด งานนี้มีทั้งความฮา ความหวาน และมวลเคมีชวนใจสั่นกันจนล้นสตู ~

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อมไปกับเคมีสุดละมุนของ “จูเนียร์ -มาร์ค” ที่จะมาเสิร์ฟโมเมนต์หวานปนหยอก เติมดีกรีความฟินแบบไม่มีกั๊ก ไปกับ 2 ดีเจหล่อสวย อารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ผมกลับบ้านนอนตอนตี 5 ส่วนเขาตื่นตี 5 เพื่อใส่บาตรนามปากกา : มนุดจากดาวโลก คนหนึ่งเจอเขาตอนตี 5 เพราะกลับบ้านไปนอน ส่วนอีกคนเจอเขาตอนตี 5 เพราะตื่นเช้าออกมาใส่บาตรทุกวัน คนหนึ่งเปิดร้านดอกไม้ 09.00-18.00 น. อีกคนเป็นบาร์เทนเดอร์ ทำงาน 19.00 - 02.00 น. เนื่องจากบาร์อยู่ใกล้บ้าน “จูเนียร์” จึงเดินกลับเวลานี้เสมอ เขาคุ้นทางดีจนแทบหลับตาเดินได้ เพียงแค่ปล่อยให้กลิ่นหอมจากร้านดอกไม้นำทาง ถ้าเดินมาแล้วได้กลิ่นหอมนี้แสดงว่าเนี่ยแหละทางกลับบ้าน วันนี้เป็นวันพระ ว่าแล้วเขาก็นึกอยากแวะใส่บาตรก่อนกลับไปนอนสักหน่อย พอถึงร้านดอกไม้เขาเดินไปหาพนักงานเพียงคนเดียวที่ควบตำแหน่งเจ้าของร้านไปด้วย ‘ขอกล้วยไม้ใส่บาตรครับ’ ‘ขอโทษครับ หมดพอดีเลย’ เขาตอบกลับ จูเนียร์พยักหน้าเตรียมเดินออกจากร้าน แต่เสียงนุ่มอบอุ่นดังขึ้นอีกครั้ง ‘มีเป็นดอกบัวน่ะครับ แต่เหลืออยู่ดอกเดียว ผมเองก็ยังไม่ได้ใส่ สนใจใส่บาตรหน้าร้านด้วยกันไหมครับ’ คำชวนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเขาวูบไหว รู้สึกเกิดอาการบางอย่างในหัวใจ เขายิ้มตอบรับคำเชิญชวนก่อนจะเอ่ยถามชื่ออีกฝ่าย “มาร์ค ครับ” ชื่อของเจ้าของร้านดอกไม้ที่เขาเห็นทุกเช้าตีห้าแต่ไม่เคยทักทาย ดูเหมือนหลังจากนี้ สงสัยต้องแวะทำบุญใส่บาตรทุกเช้าก่อนนอนซะแล้วสิFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I hit the hay at 5 AM, just as he was rising to give alms to the monks.Pen Name : มนุดจากดาวโลก At the break of dawn, one person spotted him at 5 AM, heading home for a much-needed rest, while another encountered him at the same hour, rising early each day to give alms. One of them runs a charming flower shop from 9 AM to 6 PM, while the other tends bar from 7 PM until the early hours, 2 AM. Living close to the bar, Junior makes the familiar walk home at this hour, navigating the path with such confidence that he could almost do it with his eyes shut, letting the delightful fragrance from the flower shop lead him home. The scent serves as a signpost, letting him know he’s on the right track. Today holds special significance as a holy day in the Buddhist calendar, which inspired him to drop by and offer alms before catching some sleep. As he arrived at the flower shop, he approached the sole employee, the shop’s owner. “I’d like to buy an orchid for alms, please,” he requested. “I’m sorry, but we’re out of stock,” came the reply. Junior nodded thoughtfully, ready to exit, when a gentle, inviting voice called out to him once more. “We do have a lotus, although it’s the last one. I haven't offered any yet. Would you be interested in sharing the alms with me right here in front of the shop?” This simple gesture made his heart skip a beat, stirring a flutter of emotions within him. A smile blossomed on his face as he accepted the offer, before inquiring about the other person's name. “Mark,” came the warm response. This was the flower shop's owner he passed by each morning, yet had never exchanged words with. He couldn’t help but think that after today… perhaps he should make it a habit to stop by every morning and offer food to the monks before heading off to dreamland.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Betting on Destiny เดิมพันร้าย ทำนายรักนามปากกา : Jinjerruby เมื่อความรักเลือกเวลาเกิดแต่ดันไม่เลือกคนที่จะเกิดความรักด้วย สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “พระพาย” ได้ลั่นวาจาตอนเมากลางวงเพื่อนไว้ว่า เขาจะเป็นคนแรกของกลุ่มที่มีแฟน ถ้าทำไม่ได้จะยอมจ่ายล้านหนึ่ง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเพื่อนตัวดีดันอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน เขาจึงไม่มีทางเลือก หันไปพึ่งหมอดูให้ช่วยดูดวงเนื้อคู่ให้หน่อย แต่เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เมื่อราหูย้ายดาวคำทำนายของหมอดูบอกชัดว่า จะเจอเนื้อคู่ภายในสามวัน คนผู้นั้นมีลักษณะสูงโปร่ง ผิวขาวเหลืองหน้าตาหล่อเหลา มีเชื้อสายจีน และข้อสุดท้ายจำไว้ให้ดี คนผู้นี้คือรักแท้ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพระพายไปตลอดกาล แต่สิ่งที่ทำให้พระพายอยากจะล้มเดิมพันนี้ไปซะเมื่อคนที่หมอดูได้ทำนายไว้มีลักษณะตรงกับ “น่าน” คนที่เป็นศัตรูคู่แค้น คนที่เขาไม่เคยคิดจะญาติดีด้วยมาตั้งแต่จำความได้ คนที่เจอกันทีไรมีแต่จะหาเรื่องทะเลาะกันทุกครั้งไป เดิมพันในครั้งนี้พระพายจะทำอย่างไร จะยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วเสียเงินล้านหรือไม่ หรือเดินหน้าจีบคนที่ไม่ชอบหน้าเพื่อชัยชนะในการเดิมพัน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะกับคนๆ นี้เข้าอย่างจังซะแล้วFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Betting on DestinyPen Name : Jinjerruby When love decides to arrive at its own time but keeps the recipient a mystery, a test of patience unfolds. In a tipsy moment, Prapai, challenged by his friends, drunkenly vows to be the first in their circle to snag a boyfriend, promising to cough up a million baht if he fails. To his dismay, the whole scene was caught on camera! Left with no option, he consults a fortune teller in hopes of discovering his one true love. Miraculously, the fortune teller states that his soulmate is just three days away. This enchanting individual will be tall, fair-skinned, remarkably handsome, of Chinese heritage, and—most crucially—his destined partner who will revolutionize Prapai's life. However, the fun twist? This predicted soulmate turns out to be none other than Nan, his long-time rival and source of childhood grievances—a person he can hardly stand. So, what's Prapai to do? Should he let go of his pride and forfeit the million baht, or should he chase after the very person he's been at odds with to win the bet? To make things even more complicated, he finds himself unexpectedly drawn to this nemesis.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... 恭喜发财 – กงสี่ฟาไฉ (เรื่องที่ 274)นามปากกา : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 (โหย่ว เหยียน เชียน หลี่ ไหล เซียง ฮุ่ย, อู๋ เหยียน ตุ้ย เมี่ยน ปู้ เซียง เฝิง) หากมีวาสนาแม้ห่างกันไกลพันลี้ยังได้พบหน้า หากไร้วาสนาแม้อยู่ตรงข้ามก็ไม่พบเจอ ประทัดดังในตอนเช้า กลิ่นธูปที่ลอยคลุ้งเต็มบ้าน โต๊ะไหว้ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน และเสียงพูดคุยของบรรดาลูกหลานที่กำลังรอรับซองแดงใบเล็ก ๆ เทศกาลตรุษจีนวนกลับมาอีกครั้ง ... ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว คงนึกภาพไม่ออกที่ ลูกชายคนโตของครอบครัวคนจีน ตัดสินใจคบกับคนรักเพศเดียวกันโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง ต่อให้จะโดนคําวิจารณ์มามาก โดนกดดันและกีดกันจากคนในครอบครัว แต่เขาไม่เคยปล่อยมือจากผมเลยสักครั้ง ถ้าวันนั้นผมไม่ออกไปช่วยงานอาม่า และถ้าเขาไม่มาดูขบวนแห่มังกร เราคงไม่ได้เจอกัน ... ผมยังจำใบหน้าขาวตัดเสื้อสีแดงทอง ประกอบกับปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้ว ตื่นเต้นกับงานตรุษจีนไม่หยุด (น่าเอ็นดูเป็นที่สุด!) ต่างจากผมที่เกิดและโตที่เมืองปากน้ำโพ เขาเข้ามาทำให้ตรุษจีนที่แสนธรรมดาของผมพิเศษขึ้นกว่าครั้งไหนๆ เราเที่ยวเล่นกันสนุกสนาน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ใครจะไปคิดว่าเขาคนนั้นจะมายืนไหว้บรรพบุรุษอยู่ข้างๆผม ในฐานะภรรยา ...FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... 恭喜发财 (Story #274)Pen Name : เจ่เจ้ยูนิคอร์น 有缘千里来相会,无缘对面不相逢 When destiny favors you, even a thousand miles apart, you will cross paths. But when it doesn’t, standing just inches away means nothing. The morning bursts forth with the crackling of firecrackers, the air is rich with the fragrance of incense wafting through the house, the altar is carefully adorned, and the joyful chatter of family members waiting for their little red envelopes fills the atmosphere. Chinese New Year has graced us once more… Reflecting on two decades past, it seemed inconceivable that the eldest son of a traditional Chinese family would choose to pursue a same-sex relationship, standing firm against the whispers and judgments surrounding him. Despite the harsh criticism, family pressures, and battles from all sides, he steadfastly held on to me. If I hadn’t gone to assist my grandmother with the rituals that day, and if he hadn’t shown up to enjoy the dragon parade, our paths may never have intertwined… I can still picture him—his pale complexion standing out against his vibrant red and gold attire, his lips animatedly welcoming the New Year with joy (it was utterly charming!). While I grew up in the quiet town of Nakhon Sawan, he brought a spark to my traditional Chinese New Year celebrations that turned the ordinary into the extraordinary. We shared countless joyous moments, and our bond blossomed beautifully. And this year, who could have imagined that he would be right here by my side, honoring our ancestors as my beloved partner…FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... City run City loveนามปากกา : A little cool breeze (อะ-ลิตเติ้ล-คูล-บรีซ) เคยได้ยินไหมครับถ้าอยากมีแฟนให้ลองออกจากบ้านดู จูเนียร์ โปรแกรมเมอร์ที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านมานานแสนนานหลังจากที่อกหักจากรักครั้งเก่า เพื่อที่จะตามหารักครั้งใหม่ที่จะมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ก็เลยเลือกที่จะออกมา City run ตามเทรนช่วงนี้สักหน่อย แต่น่าจะเลือกกิจกรรมออกจากบ้านผิดไปหน่อย วันแรกก็ได้เรื่องเลย คนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนในชีวิตแล้วก่อนหน้านี้ก็อยู่แต่บ้านมาตลอด ก็เป็นลมสิครับ แต่เหมือนฟ้ายังเห็นใจ ก็เลยได้ประทาน มาร์ค คุณหมอหน้าใสที่มาวิ่งคลายเครียดเป็นประจำ มาช่วยปฐมพยาบาลให้จูเนียร์ตอนเป็นลม พอเห็นหน้าคุณหมอ จูเนียร์ก็ได้รู้เลยว่านี่สินะ รักครั้งใหม่ที่ฟ้าประทานมาให้ จึงได้ขอแลกคอนแทคเพื่อมานัดวิ่งกับคุณหมอ มาร์คที่เป็นคนขี้สงสารเป็นทุนเดิมก็แอบสงสารจูเนียร์ที่ออกมาวิ่งคนเดียวจนเป็นลม ก็เลยให้คอนแทคไป หลังจากที่ได้เจอกันอีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่ได้วิ่งด้วยกันและได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากัน จูเนียร์ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมาร์คมากขึ้นเรื่อยๆ มาร์คก็รู้สึกถูกชะตากับจูเนียร์มากขึ้นเช่นกัน จากการวิ่งชมเมืองธรรมดา ก็กลายเป็นการวิ่งชมเมืองแห่งรักได้ไงก็ไม่รู้FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... City run City lovePen Name : A little cool breeze Ever come across the phrase, "If you're looking for a girlfriend, you might want to step outside"? Junior, a programmer who's been tucked away at home for what feels like forever after a heartbreak, decides it’s time for an adventure in the city to seek out new romance. Unfortunately, his first attempt turns into a comical catastrophe; having never been one for running and always glued to his couch, he ends up fainting! Just when things seem bleak, luck shines upon him. Enter Mark—a dashing doctor who hits the pavement regularly to clear his head. He rushes to Junior's side, and in that moment, Junior senses that the universe might be nudging him toward something special. They swap numbers, planning to run together soon. With Mark’s kindhearted nature, he couldn’t help but feel sympathy for Junior's solo mishap, offering his digits as a lifeline. As they meet up more often, each jog and every chat deepens Junior’s affection for Mark, and Mark starts to feel a spark with Junior too. What began as a casual city run has somehow morphed into a charming journey toward love.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... เรื่อยๆ…ตลอดไปนามปากกา : (J)Uranus ภีม กับ ภัทร ไม่ได้เริ่มจากคำว่ารัก มันเริ่มจากการนั่งข้างกันทุกเช้า สมุดเล่มเดียว ข้าวจานเดียว และทางกลับบ้านเส้นเดิม จนความเงียบระหว่างกันกลายเป็นความคุ้นเคย เย็นวันฝนพรำใต้ชายคาตึก ภัทรพูดเบา ‘ถ้าต้องตายจากกัน ฉันขอไปก่อนนะ อยู่แน่ๆไม่ได้ถ้าไม่มีนาย’ ภีมมองม่านฝนอยู่นาน แล้วเพียงพยักหน้า ปีที่จดทะเบียนสมรส พวกเขาไปเขตเงียบๆ มีแค่ลายเซ็นสองชื่ออยู่บนกระดาษแผ่นเดียว ชีวิตยังเหมือนเดิม รองเท้าอีกคู่ข้างประตู แก้วน้ำใบเดิม และไฟหัวเตียงที่ภัทรชอบเปิดค้าง จนวันหนึ่ง เจ้าของรองเท้าคู่นั้นไม่กลับบ้านอีกเลย ภีมยังเปิดไฟทุกคืน และไปสุสานทุกวัน เขาเล่าเรื่องรถติด เรื่องข้าวร้านเดิมเหมือนอีกคนยังนั่งฟัง วันครบรอบแต่งงาน เขาวางทะเบียนสมรสหน้าแผ่นหิน ‘จำวันที่พูดใต้ตึกได้ไหม นายขอไปก่อน…ฉันก็เลยพยักหน้า’ ปลายนิ้วแตะชื่อ “ภัทร” เบาๆ ‘ถ้าฉันไปก่อน คงไม่มีใครรู้ว่านายไม่กินผักชี ไม่มีใครเปิดไฟหัวเตียงไว้ให้ ไม่มีใครจำได้ว่าร้านข้าวมุมถนนคือร้านที่นายชอบ’ เขาหัวเราะแผ่ว ‘แต่ถ้านายไปก่อน ฉันจำได้ทั้งหมด ฉันไม่ลืมนายหรอก’ ภีมลุกขึ้นช้าๆ ‘พรุ่งนี้ฉันมาใหม่’ นี่แหละคือคำว่าเรื่อย ๆ ของภีมFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Little by little...for all time.Pen Name : (J)Uranus Pheem and Phat's bond wasn't born from romance. It started with their quiet companionship each morning—sharing a notebook, a single plate of rice, and their daily walk home. The silence they shared blossomed into a comfortable familiarity. One rainy evening, sheltered under a building’s awning, Phat leaned in and whispered, “If we have to leave this world, I want to go first. I can't imagine life without you.” Pheem stared at the rain for a long moment before simply nodding in agreement. The year they tied the knot, they slipped into the district office without fanfare; their marriage was sealed with just their signatures on a single document. Life carried on as usual: a pair of shoes by the door, the same glass of water waiting, and the bedside lamp Phat always left aglow. But one day, those shoes never returned home. Each night, Pheem still kept the lamp lit and visited the cemetery daily. He spoke aloud about the traffic, the same restaurant they loved, as if Phat were listening intently. On the anniversary of their wedding, he placed their marriage certificate at the base of the tombstone. “Do you remember our conversation under the building? You wanted to go first… so I nodded.” He tenderly traced the name "Phat." “If I’m the one to leave first, no one will know that you don’t like cilantro, no one will leave the lamp on for you, and no one will remember that the corner restaurant was your favorite.” A soft chuckle escaped him. “But if you go first, I’ll keep every detail alive. I won’t ever forget you.” Pheem slowly rose, affirming, “I’ll come back tomorrow.” And that’s how Pheem would say, “I’ll take it easy.”เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เตรียมหัวใจให้พร้อมต้อนรับ “จูเนียร์ - มาร์ค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และความฟิน ให้โลกใบนี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นสีชมพู ~แฟนฟิคแบบไหน และบทบาทไหนที่โดนใจ “จูเนียร์ - มาร์ค” “จูเนียร์” ได้บอกว่า ความชอบส่วนตัวของตนเวลาที่อ่านนิยายนั้น จะชอบอ่านนิยายแนวฆาตกรรม แนวสืบสวน ถ้าในอนาคตหากได้รับเล่นบทแนวสืบสวน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และอยากลองทำดูมาก ๆ มาที่ด้านของ “มาร์ค” ได้บอกว่า ถ้าหากให้ตนเลือกแนวที่อยากจะเล่นในเรื่องถัดไป ก็คงต้องเลือกในแนวเนื้อเรื่องที่ “จูเนียร์” ชื่นชอบ โดยได้เสริมว่า ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังชื่นชอบนิยายเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ชื่อเรื่องว่า ‘หลวงตาบอกแล้วอย่าออกแว้นตอนตีสามเปรตมันดุ’ นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของ เปรตกับเด็กแว๊น และส่วนตัวของ “จูเนียร์” ก็ชื่นชอบในบทตัวละครของ “เปรต” มาก “มาร์ค” จึงได้อาสาจะรับบทเป็นเด็กแว๊นให้ ผู้กำกับคนไหนผ่านมาได้ยิน อย่าลืมรับพล็อตเรื่องนี้ไปพิจารณาด่วน ๆ เลย นักแสดงพร้อมจัดเต็มกันอย่างแน่นอนนนตำนานภาษาเหนือ ของ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ได้บอกว่า จริง ๆ แล้วตนนั้นพูดภาษาเหนือไม่ได้เลย แต่ที่ครั้งก่อนมาออกรายการ EFM FANDOMLIVE แล้วสามารถสอน “จูเนียร์” พูดได้นั้นเพราะว่าตนได้อ่านจากบทมา และกลับมาในครั้งนี้ พี่ๆดีเจจึงให้ “มาร์ค” ได้เลือกคำภาษาเหนือมาสอน “จูเนียร์” พูดอีกครั้ง ซึ่งมาร์คก็ได้นึกคำ ๆ นึงออก ‘อ้ายฮักตั๋วก่อ’ ที่มีความหมายในภาษากลางว่า ‘พี่รักผมไหม ?’ พร้อมหันไปหาพี่จู และฉีกยิ้มด้วยความน่ารัก พร้อมพูดประโยค ‘แว่นมานี่มา’ ชวนเอาแฟน ๆ ที่ดูไลฟ์อยู่หลังหน้าจอต้องฟินจิกหมอนไปตาม ๆ กันถามไว ตอบไว Set มีนาคม !‘จะมีนาแล้ว มีน้องมาร์คอยู่ข้าง ๆ แล้ว ดีต่อใจยังไง ?’ ซึ่ง “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า การมี “มาร์ค” อยู่ข้าง ๆ นั้น รู้สึกมีความสุข และดีต่อใจสุด ๆ‘จะมีนาแล้ว มีนิสัยอะไรที่แอบปลื้ม แต่ไม่เคยได้พูดให้พี่จูฟังเลย ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ความจริงนั้น เขาไม่ค่อยได้พูดความในใจตรง ๆ แบบนี้กับ “จูเนียร์” สักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ ก็ชื่นชอบนิสัยทุก ๆ อย่างของพี่จูเลย ทั้งความดูแลเอาใจใส่ ความใส่ใจต่าง ๆ ที่ได้จากพี่จู น้องมาร์ครับรู้ และจำได้หมดเลยน้าาา‘จะมีนาแล้ว มีอะไรที่พี่จูอยากเห็นน้องมาร์คทำให้สำเร็จที่สุด ?’ โดย “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นอยากเห็น “มาร์ค” ทำที่สุด นั่นก็คือการได้ทำตามความฝันของคนน้อง โดยการที่จะได้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ต ที่เวทีใหญ่อย่าง IMPACT Arena เมืองทองธานี ซึ่งคำตอบนี้ก็ได้ขโมยรอยยิ้มของน้องมาร์คไปเต็ม ๆ‘จะมีนาแล้ว เต็ม 5 คะแนน ให้โรแมนติกของพี่จูกี่คะแนน ?’ โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ให้คะแนนพี่จูไปเลย 4.5 เต็ม 5 คะแนน โดยให้เหตุผลว่า ที่เหลือไว้อีก 0.5 คะแนน เพราะเผื่อว่าในเทศกาลถัดไปในอนาคตอย่าง เทศกาลสงกรานต์ พี่จูจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม นำมาเติมเต็มคะแนนให้เต็มเปี่ยม !ทิศทางต่อไปใน EP.5 ที่สุดจะเข้มข้น ! โดย “จูเนียร์” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบว่า ใน EP.4 นั้น มีกระแสตอบรับจากแฟน ๆ เยอะมาก จากการทำตัวไม่ดีของตัวละคร “ทิม” ที่ไปแกล้งทำเหมือนว่าเจ็บป่วย จนทำให้ “ไป๋” นั้นรีบดำเนินการจัดงานแต่งงาน เพื่อที่จะหลอกเอาสินสอด และรีบทำเรื่องหย่า ซึ่งใน EP.5 นี้เนื้อเรื่อง และซีนอารมณ์ก็จะเข้มข้นขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ “ทิม” นั้นต้องเริ่มตัดสินใจจริง ๆ แล้วว่า ที่จริงแล้วนั้นเขาเพียงแค่อยากจะเข้ามาเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินของ “ไป๋” หรือว่าตัวเขานั้นตกหลุมรัก “ไป๋” เข้าแล้วจริง ๆ กันแน่ เรียกได้ว่าเป็นการสปอยที่น่าติดตามต่อสุด ๆ !วิธีฝึกฝนการเป็นลูกเศรษฐี แบบฉบับ “จูเนียร์ - มาร์ค” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยทริคว่า สำหรับตนนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวทำการบ้าน ในการรับบทของ “ไป๋” ที่เป็นลูกเศรษฐีนั้น ก็คือการที่ตนได้ไปเปิดดูซีรีส์ต่างประเทศ ที่เป็นหนังแนว ๆ เดียวกัน แล้วดูว่าการแสดงของนักแสดงในเรื่องนั้นเขาแสดงออกมาประมาณไหนบ้าง และลองนำมาปรับใช้ดูกับบทบาทที่ตนได้รับมา นอกจากนี้ก็ยังมีการถามจากเพื่อน ๆ คนรู้จักรอบข้างบ้าง เรียกได้ว่าตั้งใจ และเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับมาสุด ๆ !มิจฉาชีพ... หลอกให้เธอรัก “จุูเนียร์” ได้เผยว่า บทบาทที่ตนได้รับนั้นจะต้องเป็นคนที่มีนิสัยชอบหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยการหลอกลวงคนอื่นไปวัน ๆ โดยการไปหลอกให้เขารัก และเอาทรัพย์สินเขามา จากนั้นจึงค่อยทิ้งเขาไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็ถือว่า เซอร์ไพรส์สุด ๆ ที่ตัวละครของ “ทิม” ดันไปเจอเข้ากับ “ไป๋” ที่เป็นถึงลูกเศรษฐีตระกูลใหญ่โตอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดย “จูเนียร์” ก็ได้บอกว่า ความยากของการรับบทบาทนี้ ก็คือความแตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะได้รับแต่บทบาทตัวละครที่เป็นคนดี ใช้ชีวิตไปอย่างราบรื่น พอมาเรื่องนี้ที่ต้องใช้ความเจ้าเล่ห์มากขึ้น จึงพยายามศึกษาจากเพื่อน ๆ คนรอบข้างมากขึ้นไปอีก เพื่อถ่ายทอดผลงานการแสดงที่ดีที่สุด สู่สายตาแฟน ๆในชีวิตจริง.. หน้าที่ หรือ หัวใจ ? “จูเนียร์” ได้ตอบว่า หากเหตุการณ์ในซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ตนก็คงเลือกทำตามหัวใจ โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้วในชีวิตจริง เสียงหัวใจนั้นมักจะดังกว่าเสียงในหัวเสมอ ในด้านของ “มาร์ค” ก็ได้ตอบคำตอบเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า หากเกิดขึ้นในชีวิตจริง ถ้าเราดันไปรักใครเข้าจริง ๆ เราก็ต้องเลือกทำตามเสียงของหัวใจเป็นอันดับแรกก่อนเสมอHow to จับสแกมเมอร์ ! “จูเนียร์” ผู้ที่ได้รับบทสแกมเมอร์ตัวจี๊ดของเรานั้นก็ได้เผยทริคในการตรวจเช็กว่า ใครกันที่เข้ามาหาเราเพื่อมาหลอก!? โดยเจ้าตัวได้บอกว่า ถ้าในช่วงระยะเวลาแรก ๆ เขาเข้ามาทำตัวกับเราดีผิดปกติ พยายามทำหลาย ๆ อย่างเพื่อซื้อใจเรา อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะอยากได้อะไรจากเราก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมต่อว่า อย่างตัวละคร “ทิม” ในเรื่องนั้น ก็จะมีวิธีการเข้าหา เพื่อหลอกให้รัก จุดประสงค์ก็เพื่อจะเอาทรัพย์สิน และเมื่อ “ทิม” ได้เรียนรู้นิสัย หรือความชอบของเหยื่อ เขาก็จะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ จนอีกฝ่ายตกหลุมพลางของเขา เรียกได้ว่า เห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้ ความเจ้าเล่ห์นี่เกินลิมิต !การร่วมงานกันของทั้งคู่ กับ “โอห์ม - ปูน” โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้น ชื่นชอบเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ของตัวละครของ “โอห์ม - ปูน” ในเรื่องมาก ๆ เพราะเป็นความรักที่ค่อนข้างสุดโต่ง พร้อมเผยอีกว่าในช่วงกลาง ๆ เรื่องนั้น เหมือนจะมีเรื่องราวให้คนดูได้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ในฝั่งของ “จูเนียร์” ได้เสริมว่า บทบาทของ “ปูน” ในเรื่องนั้น จะเล่นเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างอ่อนต่อโลก มักจะทำตามหัวใจตัวเองอยู่เสมอ โดยไม่สนว่ารอบข้างนั้นจะเป็นอย่างไร และในบทบาทของ “โอห์ม” นั้น จะเป็นสแกมเมอร์เหมือนกันกับบทบาทที่ ”จูเนียร์“ ได้รับ แต่ต่างกันที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เต็มใจ อยากเป็นสแกมเมอร์ แต่ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ก็จะมีความเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่พอสมควร ซึ่งพอตัวละครของทั้งสองมาเจอกันนั้น ก็ถือเป็นเคมีความน่ารัก และกลายเป็นเคมีที่ลงตัวสุด ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้สตูดิโอเต็มไปด้วยกลิ่นความหวาน หอมตลบอบอวลทั่วทั้งสตู ~ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสุดพิเศษมาให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” ได้พิชิตกันชื่อเกมว่า ‘จูเนียร์ - มาร์ค หลอกให้รัก พิทักษ์หัวใจ’งานนี้ทั้งคู่จะเสิร์ฟความฟิน ชวนกัดหมอนขาดกันขนาดไหน สามารถไปรับชมเคมีความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีกั๊ก! กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนใจละลาย เขินน้วยไปตาม ๆ กันนน! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จูเนียร์ - มาร์ค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่เข้ามาร่วมสร้างโมเมนต์ความสุข และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ได้ฮีลใจตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV บอกได้คำเดียวเลยว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอกกกสามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทาง...แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

album
♪efm
-

-