“PiXXiE” เกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารัก ที่ใครๆ ได้ทำความรู้จัก ก็ต้องตกหลุมรักพวกเธอมากกว่าเดิม!

EFM FANDOM RECAP

“PiXXiE” เกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารัก ที่ใครๆ ได้ทำความรู้จัก ก็ต้องตกหลุมรักพวกเธอมากกว่าเดิม!

03 พ.ค. 2023

ซัมเมอร์แบบนี้ ถ้าจะให้เรานึกถึงความสดใสคลายร้อนก็คงหนีไม่พ้น เกิร์ลกรุ๊ปวง T-POP จากค่าย LIT ENTERTAINMENT ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งอยู่ในช่วงนี้กับ 3 สาววง “ PiXXiE “ ( มาเบล - พิมมา - อิงโกะ ) 3 สาว 3 สไตล์ คาแรคเตอร์ชัดที่จะมามัดหัวใจของพวกคุณให้ดิ้นไม่หลุดกันไปเลยทีเดียว 

 

มาเริ่มกันที่ช่วงแรกของรายการกับการร่วมพูดคุยกับชาว ‘ Pixel’ ทุกท่านถึงจุดเริ่มต้นการรู้จักทั้ง 3 สาวกับเรื่องราวความแปก ที่ทำเอาชาว EFM Fandom Live แปลกใจในหลายอย่างเลยทีเดียว

 

ตำนาน “ ผมผี “ มีจริงค่ะซิส

 

เริ่มกันที่แฟนคลับของวิชวลสาวประจำวงอย่าง “ มาเบล PiXXiE ”หรือ มิ้นท์ สุชาดา ที่แฟนคลับก็ออกมาเล่าวีรกรรมความแปกของสาวคนนี้ที่บอกเลยว่า ความสวยยังไม่พอสำหรับเธอคนนี้ ความตลกก็ไม่น้อยหน้าใครอีกเช่นกัน อย่างคลิปไวรัลมาเบลพ่นน้ำก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ทำเอาเหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาชื่นชอบในตัวเธอ และหากใครได้เจอ Performance การเต้นการร้องของสาวน้อยคนนี้แล้วนั้น นอกจากจะเซอร์ไพรส์กับความสามารถของเธอแล้วนั้น ก็ต้องตกตะลึงกับความเริ่ดจากการเคลื่อนไหวผมของสาวคนนี้ไปตามๆ กัน จนกลายมาเป็น “ ตำนานผมผี ” ที่ใครหลายคนต่างแซวกัน 

 

และหากจะพูดถึงความประทับใจต่อสาวน้อยมาเบลคนนี้ ทางแฟนคลับจึงเล่าว่า สาวน้อยคนนี้มีความจริงใจในสายตาตลอดมา หากสังเกตง่ายๆ ก็คือพิกเซลคนไหนได้ไปตามเธอ เธอมักจะชอบพูดคุยและเล่นกับแฟนคลับอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จึงแสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่านการกระทำและสายตาจากผู้หญิงคนนี้ตลอดมา 

 

ตัวแทนแรงบันดาลใจของเหล่า Pixel

 

คนต่อมาสาวเท่สายแฟชั่นอย่าง “ พิมมา พิมพ์มาดา ” ที่เหล่าแฟนคลับก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสาวคนนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ อย่างให้กับแฟนคลับอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งตัว ทัศนคติ และแบบอย่างของการทำงาน ซึ่งพิมมาก็ถือเป็นตัวอย่างของศิลปินคนหนึ่งที่ทั้งเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยเช่นกัน  สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ชาวพิกเซลทุกท่านภูมิใจและดีใจที่ได้รู้จักพิมมา ที่ทั้งสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนคลับและกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คนจากตนตนที่แท้จริงของพิมมา

 

 

หมวยเล็กประจำบ้าน “ อิงโกะ PiXXiE ”

 

สุดท้ายมักเน่ประจำบ้าน PiXXiE “ อิงโกะ อินท์ปาลี ” สาวน้อยสายโวคอลหน้าตาจิ้มลิ้มที่มาพร้อมเสียงสวรรค์ จนทำเอาใครหลายคนต่างตกหลุมรักเธอคนนี้ตั้งแต่แรกเจอ เพราะเหล่าพิกเซลต่างการันตีกันแล้วว่าเธอคนนี้มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์อีกทั้งท่อนไฮโน้ตที่ทำทุกคนสะกดไปตามๆ กัน เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นจะชื่นชอบเธอจากนิสัยและความสามารถไปอย่างแน่นอน

 

 

ซึ่งเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของ มาเบล -พิมมา - อิงโกะก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเราจะพาทุกท่านไปรู้จัก PiXXiE ในอีกมุมหนึ่งของการใช้ชีวิต กับเรื่องราวความเป็นมิตรภาพของทั้งสาม ที่หากใครได้ตามก็ต้องประทับใจกันไปตามๆ กัน

 

“ มาเบลพ่นน้ำ เป็นยังไง ไหนเล่าซิ ”

 

เมื่อพูดถึงตำนานมาเบลพ่นน้ำ น้องมาเบลของเราก็ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ของวันนั้นว่า ส่วนตัวแล้วมาเบลจำเหตุการณ์ของวันนั้นไม่ได้ว่าเราตลกอะไรกัน แต่เราทั้งสามคนก็กำลังไลฟ์กันอยู่ในห้อง ทีนี้จึงได้เอาโทรศัพท์ตั้งไว้ที่ขวดน้ำ ซึ่งเลยไปด้านหลังมันก็เป็นแก้วน้ำ และต้องเล่าย้อนไปก่อนว่าก่อนหน้านี้เราเคยมีประเด็นกับทางนิติด้วยว่าห้องเราเสียงดัง เราก็เลยพยายามที่จะไลฟ์กันอย่างเงียบๆ แต่จู่ๆ มันมีตอนที่แก้วน้ำมันขยับพรืดไปพอดี ด้วยความเส้นตื้นของมาเบลที่กลั้นขำไม่อยู่ ก็เลยเป็นแบบในคลิปที่กลายเป็นไวรัลอยู่  ณ ตอนนี้ ที่น้ำพุ่งกระจายเต็มไปหมดเลยค่ะ

 

“ แรกพบ 3 สาว PiXXiE ”

 

เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์การเจอกันครั้งแรกของทั้งสามกับความรู้สึกที่พบเจอกันครั้งแรกว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง มาเบลก็รีบพูดขึ้นมาเลยทันทีว่า ครั้งแรกตนรู้สึกว่าพิมมาดูดุ และน่ากลัวสำหรับเขามากด้วยความที่เราเจอกันครั้งแรกมาเบลเห็นพิมมาในลุคของความบอย ทั้งผมสั้น เสื้อตัวใหญ่อะไรแบบนี้ ทำให้วันนั้นการเจอกันในความรู้สึกของเขาก็คือ “ โห จะไปด้วยกันได้มั้ยเนี่ย ? ” ด้วยลุคด้วยที่ขัดกันไปหมดก็เลยไม่นึกว่าจะเข้ากันได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วทั้งมาเบลและพิมมาเองกลับกลายเป็นสนิทกันที่สุดกันมาได้ ส่วนอิงโกะสาวน้อยจำวงก็ได้เสริมว่า ตัวน้องเองตอนเข้ามาครั้งแรกคือนั่งเกร็งไปหมด เพราะเราไม่ค่อยสนิทกับใคร เราก็จะไม่พูด แต่พอเริ่มสนิททุกคนจะรู้เลยว่าอิงโกะ ไม่ใช่แบบนั้นเลย การันตีโดยพี่สาวทั้งสองของวงว่า “ อิงโกะ ก็คือ ยัยอิงโก๊ะ ” นั่นเอง

 

 

‘ PiXXiE ’ เป็นมากกว่าการทำงาน 

 

อย่างที่รู้กันว่า 3 สาว PiXXiE ของเราสนิทกันและผูกพันกันเป็นอย่างมาก ทั้งสามเล่าว่า เราไม่ได้เป็นเพียงการร่วมงานกันเฉยๆ แล้วก็จบ แต่เราอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวพี่สาวน้องสาว ฉะนั้นเวลามีปัญหาอะไรกันก็จะคุยกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะปัญหาชีวิต หรือการทำงานอะไรก็ตามก็จะเล่าให้กันฟังตลอด อย่างบางทีก็มีดุบ้าง หากทำผิด เพราะเราก็ยังเป็นห่วงซึ่งกันและกันในการใช้ชีวิตเสมอ ซึ่งเรื่องนี้เคยเปิดใจกันไปตอน Outing ของค่ายกันไปเรียบร้อย เป็นเหตุการณ์ที่ทำทั้งสามสาวน้ำตาแตกกันไปตามๆ กัน กับประโยคของมาเบลที่บอกว่า “ PiXXiE โคตรมีความหมาย ฉันรักพวกแก ” จากวันนั้นเป็นต้นมาก็เลยทำให้เราทั้งสามคนปลดล็อคกันไปในหลายๆ เรื่องเช่นเดียวกัน 

 

 

Lifestyle ยามว่างของทั้ง 3 สาว 

 

เมื่อพูดถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของทั้งมาเบล พิมมา และ อิงโกะ ก็ต้องบอกเลยว่าทั้ง 3 คน มีวิถีชีวิตประจำวันที่ต่างกันไปอย่างมาก ซึ่งมาเบลก็ได้เล่าว่าหากมีเวลาว่างก็คงจะอยากพักผ่อน หรือนอนอยู่ห้องเพื่อดูซีรีส์ หรือทานข้าวที่ห้องเพื่อทดแทนการทำงานหนักที่ผ่านมา แต่ถ้าวันไหนว่างมากจริงๆ ตัวเขาก็คงชอบที่ได้ไปเที่ยวกับธรรมชาติ หรือต่างจังหวัดอะไรแบบนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากสาวพิมมาตรงที่ถ้าเขาว่างเมื่อไหร่ก็เป็นอันจะต้องไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าแฟชั่นโดยทันที เพราะส่วนตัวสาวพิมมาของเราชอบศึกษาเกี่ยวด้านนี้เป็นการส่วนตัวอยู่ด้วย หากได้ไปเดินดูเสื้อผ้าทีไรก็มักจะนึกถึงเมมเบอร์ในวงได้ทุกที ซึ่งบางทีตัวเขาเองก็มักจะถ่ายรูปส่งไปให้ทั้ง 2 สาวที่เหลือ เพื่อบอกว่าตัวนี้เหมาะกับเธอนะ อะไรแบบนี้ และน้องเล็กของเราสาวน้อยอิงโกะ รายนี้ก็มักจะตระเวนหาร้านอาหารทานกับครอบครัวอยู่เสมอ และเมนูโปรดของเธอก็คือเมนูปลาต่างๆ นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ทั้ง 3 สาวก็ได้เล่าถึงบรรยากาศวันถ่ายทำ Special MV ซิงเกิลล่าสุดอย่าง “ ชอบอยู่ รู้ยัง (FYl) ” ที่บอกเลยว่าทรหดกว่าที่คิด เบื้องหน้าภาพอันสวยงามที่เขาสามมุก บางแสน ก็คืออากาศอันอบอ้าวถึง 40 องศาที่ทำแสบผิวกันไปตามๆ กันเลยทีเดียว โดยทั้งสามนั้นก็ได้เล่าว่า นอกจากการถ่ายทำที่ลากยาวจาก 8 โมงเช้ายัน 1 ทุ่ม ก็ยังมีอากาศและอารมณ์ที่เราจะต้องปรับให้เข้ากับมู้ด MV กันให้ได้ อย่างที่บอกว่าด้วยอากาศร้อน แต่เราก็ยังคงต้องเผยความสดใสกันออกมา เพื่อให้ผลงานดูดีที่สุดเท่าที่ทำได้ จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทั้งสามสาว PiXXiE ลงทั้งแรงกายและแรงใจให้ Pixel ได้ภูมิใจ กันได้อย่างแน่นอน 

 

EFM Fandom Live ก็ขอฝากผลงานล่าสุดของทั้ง 3  สาว PiXXiE กับ Special MV “ ชอบอยู่ รู้ยัง (FYl) ” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของใครหลายๆ คนด้วยและหวังว่าการพบเจอกันในรอบนี้จะทำให้ทั้งสามสาวถูกค้นพบมากขึ้น และอย่าลืมรอติดตามคอนเสิร์ตของทั้งสามสาว กับคอนเสิร์ตของ LIT ENTERTAINMENT ที่จัดกันเป็นครั้งแรก! ก็อย่าลืมไปร่วมให้กำลังใจและไปหา PiXXiE กันให้เยอะๆ เลยน้า ชาว ‘Pixel’

 

“ Pixel to PiXXiE ”

 

“พิกเซลทุกคนก็อยากจะบอกกับ PiXXiE ว่า พวกเราภูมิใจเสมอที่ได้มาเป็นพิกเซลของ PiXXiE อย่างทุกวันนี้ ที่ผ่านมาทุกคนเก่งเสมอ และเราเชื่อว่าในอนาคต PiXXiE  จะเก่งและเติบโตแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนบางทีอาจจะคิดไม่ถึงเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม อยากให้รู้ไว้ว่า เมื่อไหร่ที่เหนื่อย เมื่อไหร่ที่ท้อ ก็ยังมีชาว Pixel  ทุกคนอยู่ตรงนี้ ที่จะคอยให้กำลังใจให้เหมือนกับบทเพลง “เพลงประจำวัน” ที่ PiXXiE ได้มอบไว้ให้กับ Pixel เอาไว้”

 

ภาพ EFM FANDOM LIVE

related EFM FANDOM RECAP

ชวนเบสตี้มาเป็นนักธุรกิจ ปิดดีลลับ จับคนน่ารักไปกับ ลูกหมี - ซอนญ่า พร้อมพูดคุยถึงความยากของการปรับบุคลิกในซีรีส์ Harmony Secret ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์

20 ส.ค. 2025

ชวนเบสตี้มาเป็นนักธุรกิจ ปิดดีลลับ จับคนน่ารักไปกับ ลูกหมี - ซอนญ่า พร้อมพูดคุยถึงความยากของการปรับบุคลิกในซีรีส์ Harmony Secret ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์

รายการ EFM FANDOM LIVE [7 สิงหาคม 68] คืนนี้เตรียมพบกับบทพิสูน์ความรักที่ไม่ลับกับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” พร้อมพูดคุยเม้าท์มอยกับ “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงเปิดรายการความรักลับ ๆ ถูกเปิดเผยโดยพี่ ๆ ดีเจ ได้อ่านจดหมายทั้ง 5 ฉบับที่แฟนคลับเขียนส่งให้ในช่วง “EFM FANDOM LOVE LETTER”จดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... เริ่ดกว่าลูกหมีซอนญ่าในวันนี้ คือ ลูกหมีซอนญ่าในวันพรุ่งนี้ ลูกหมีซอนญ่า ตีหัวพี่เข้าด้อมด้วยฝีมือการแสดงที่เล่นละเอียดมากๆ ความมีเสน่ห์สูง เคมีเข้าคู่ระเบิด ความสัมพันธ์คู่ที่น่ารักมากๆ และที่สำคัญคือ มีมารยาทงามอย่างไทยแบบสุดๆ ขอบคุณที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเองเลย มีผลงานมาเซอร์ไพรส์ได้ทุกครั้ง ขอบคุณที่เป็นตัวของตัวเอง กล้าแสดงออกถึงสิ่งที่ถูกที่ควร.... วันนึงพวกเธอจะต้องดังเปรี้ยงป้าง Bestie จะช่วยกันผลักดันให้ดีที่สุด Bestie ภูมิใจในตัวลูกหมีซอนญ่ามาก รักมากๆLetter #1: This letter is titled... Tomorrow's Lookmhee Sonya will outshine today's version. Lookmhee Sonya, you have completely captivated me with your precise acting talents, undeniable charm, and that vibrant chemistry you share. Your adorable relationship just adds to the allure, and I am especially impressed by your wonderfully Thai grace. I’m grateful that you continuously seek to grow and refine your craft; your performances consistently surprise me. Thank you for staying true to yourself and boldly voicing what’s right and just. I believe that one day, you'll achieve great fame. Rest assured, Bestie will be right there to champion your journey to greatness. Bestie beams with pride for Lookmhee Sonya. I love you dearly.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... เพลย์ลิสต์โปรดของ "เบสตี้" พี่ลูกหมีพี่ซอนญ่า เปรียบเสมือนเพลงโปรด ที่เปิดเจอโดยบังเอิญแต่ตกหลุมรักหมดหัวใจ เปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันที่พิเศษ ขอบคุณที่เข้ามาเป็นเรื่องราวดีๆ รอยยิ้มของพี่สองคนเป็นกำลังใจและความสดใสของเบสตี้ที่สุด พวกเราจะโอบกอดพี่ด้วยความรักเป็นอย่างดี ในทุกการเดินทางของพี่จะมีเบสตี้คอย support อยู่เสมอ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพราะพี่หมีพี่ซอนมีคนเดียวในโลกและพี่เป็นหัวใจของเบสตี้ (ภูมิใจในตัวพี่สาวคนเก่งมากก)Letter #2: This letter is titled... Bestie's favorite playlist P'Lookmhee and P'Sonya are like my favorite songs that I stumbled upon and instantly adored, making an otherwise ordinary day feel extraordinary. I appreciate you being part of this beautiful journey. Your smiles are the biggest source of joy and motivation for Bestie. We'll wrap you in love. Wherever life takes you, Bestie will always be by your side. Please take good care of yourselves, because P'Mhee and P'Sonya are truly one of a kind, and you hold a special place in Bestie’s heart. (I’m so proud of my wonderful sisters.)จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... ดีลลับรั่วไหล ถึงมือเธอโดยตั้งใจ หวัดดีคับพี่ลูกหมีพี่ซอนญ่า พึ่งโดนตกจากดีลลับเลยคับ แสดงดีสุด ๆ ชอบแทบทุกฉากเลย ตกหลุมรักการแสดงของลูกหมีซอนญ่ามากๆ คือนัยน์ตาเล่าความรู้สึกของตัวละครไปด้วยแทบทุกฉากเลย พี่ๆเก่งม้าก ㅠㅠ ขอเป็นเบสตี้ด้วยคนนะคับ ดีใจมากที่ได้ค้นพบคนเก่งทั้งสองคนจากผลงานดี ๆ แบบนี้ขอบคุณที่ทำงานหนักคับ จะตั้งตารอดูอีพีต่อไปอย่างตั้งใจเลยคับ เป็นกำลังใจให้ในทุกๆเรื่องนะคับ ดีลลับ ไม่ลับแล้ว :)Letter #3: This letter is titled... Secret deal leaked into her hands on purpose Hi P'Lookmhee and P'Sonya, I just finished watching Secret Deal, and I was truly impressed! Your performances are amazing—I loved almost every scene. P'Lookmhee Sonya, your way of expressing emotions through your eyes really brings the character to life. You both have such incredible talent! I wish I could be your bestie! I'm so glad I found two such skilled actors in this fantastic show. Thank you for all your hard work. I'm eagerly looking forward to the next episode and will be supporting you every step of the way. Secret Deal is definitely not a secret anymore! :)จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ข้อความถึงเธอ LMSY พี่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะไม่ชอบ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำใครผิดหวัง แค่พี่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร แค่นี้ก็ตกหลุมรักจะแย่ ^^ จะเป็นกำลังใจให้ในทุกเรื่องที่ทำและหนูก็รู้ว่าพี่ทำมันได้ดีเสมอ หนูขอให้ดีลลับมีคนรักเยอะๆ ตกแฟนคลับได้มากกว่าเดิมพันเท่าเลย หนูรู้จักพี่มา 11 เดือน เราเจอกันบ่อยแต่พี่น่าจะจำหนูไม่ได้ หวังว่าสักวันหนูจะกล้าบอกชื่อตัวเองกับพี่นะคะLetter #4: This letter is titled... Message to you, LMSY You don’t need to worry about whether people will like you. There's no need to fear disappointing anyone. Simply being yourself and not causing any issues is more than enough. You shouldn’t have to change for anyone. Falling in love is already challenging! I’ll be here to support you in everything, and I believe you’re great at what you do. I hope your Secret Deal attracts many fans and exceeds your expectations. I’ve known you for almost a year now, and even though we see each other often, you might not remember me. I hope that one day I’ll have the courage to share my name with you.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ขอบคุณที่ทำให้การเป็นแฟนคลับเป็นเรื่องที่มีความหมาย ทุกความใส่ใจของลูกหมีซอนญ่าทำให้พวกเราอยากอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด ขอบคุณที่เป็นศิลปินที่ไม่ใช่แค่มีผลงานที่ดี แต่ยังใส่ใจความรู้สึกของแฟนคลับเสมอ ทุกคำพูด ทุกสายตา ทุกโมเมนต์ที่ส่งถึงแฟนคลับ มันเต็มไปด้วยความจริงใจที่เรารับรู้ได้ตลอด ขอบคุณที่ทำให้การเป็นแฟนคลับของใครสักคน เป็นสิ่งที่มีความหมายเพราะความรักที่เราส่งไป ไม่เคยสูญหาย มันถูกเก็บ ถูกมองเห็นและถูกส่งกลับมาด้วยความรักตอบกลับมาเสมอLetter #5: This letter is titled... Thanks for making the experience of being a fan truly special! Every moment of attention from Lookmhee Sonya makes us want to stick around as long as we can. We're grateful for an artist who not only creates amazing work but also genuinely cares about how your fans feel. Each word, glance, and moment you share with us is filled with sincerity that we can truly feel. Thank you for making it meaningful to be a fan, as the love we give is never overlooked. It's cherished, acknowledged, and always comes back to us with warmth.“ลูกหมี - ซอนญ่า” เก็บความลับไว้ไม่ไหว จนความรักแสนหวานไหลมาสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE3 ครั้งผ่านไป หัวใจขยายใหญ่ขึ้น ลูกหมี : เวลาผ่านไปรู้สึกว่าด้อมนี้มีความหลากหลายมากขึ้นในแฟน ๆ เมื่อก่อนก็จะชาวไทยเยอะ มีชาวจีนบ้าง แต่เดี๋ยวนี้เริ่มไปแนวอเมริกาใต้แล้ว มีชาวบราซิลที่อีกข้ามทวีปนึง ก็เลยรู้สึกว่าแฟนคลับรู้จักเรากว้างขึ้น ต้องเริ่มฝึกภาษาอื่นแล้วแฟนมีตครั้งแรกของ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ที่ผ่านมา ลูกหมี : แฟนมีตครั้งนั้นคือหนูโปรโมทสุด ๆ เลยเพราะว่าเป็นมีตแรกของเราสองคน เป็นครั้งแรกที่ลูกหมีกับซอนญ่าทั้งเต้น ทั้งร้อง คือทำทุกอย่างในงานเดียวกัน ซอนญ่า : หลายสไตล์ด้วยในวันนั้น ลูกหมี : คือจริง ๆ รู้สึกว่าภูมิใจในตัวเองมาก ๆ เลย แล้วก็ซอนญ่าด้วยที่ทำตั้งแต่ต้นจนจบ แฟน ๆ Feedback ก็ชอบ ก็ดี ก็เห็นว่าลูกหมีกับซอนญ่า ทำอะไรได้หลายอย่างอีกเยอะเลย นอกเหนือจากการแสดง ซอนญ่า : อะไรใหม่ ๆ เยอะมาก นอกจากเราร้องเพลงกันเองแล้ว วันนั้นแทบจะเป็นพิธีกรได้ด้วย ลูกหมี : ใช่ ๆ ทำทุกอย่างเอง ซอนญ่า : โฮลเวทีไว้ทั้งสองคนเลยคือแม่หนูงงอ่ะ เห้ย คือไม่มีใครขึ้นมาพูดเลยหรอ ลูกหมีซอนญ่าสามารถทำได้เองทั้งหมดในวันนั้น แม่บอกว่า เอ้า ไม่มีใครเข้ามาช่วยหรอ? ลูกหมี : MC ไม่มีหรอ ซอนญ่า : หมายถึงว่าไม่มีคนที่เป็นพิธีกรสลับกันขึ้นมาหรอ หนูก็บอกว่าไม่เลยลูกหมีซอนญ่าชงเองทั้งหมดเลย ลูกหมี : ชงเอง จบเอง คือพอโชว์เพลงนี้เสร็จก็จำได้ว่าจะต้องชงเข้าเพลงอะไรต่อ พอพูดเพื่อรีแคปปุ๊บ เราก็ต้องส่งตัวเองเข้า เพลงใหม่ของตัวเอง ซอนญ่า : ใช่ค่ะหยุดยาว ไปพักกาย สบายใจ ซอนญ่า : อื้มม ลูกหมี : ไม่นะ พวกหนูทำงาน 55555 อาจจะได้พักนิดนึง ซอนญ่า : ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่มีเวลาว่างมากที่สุดแล้วค่ะ ลูกหมี : อืม ปิดกล้อง ซอนญ่า : เสริมสวย ๆ สักนิดทำหน้าบ้างอะไรบ้าง ฉีดผิว ลูกหมี : ดริปผิว เพราะเราเพิ่งปิดกล้องมา ใช้งานร่างกายเยอะจะไปนวดหรือสปาได้หมดThe Best Scene ถูกใจ ใครจะลืม ซอนญ่า : ที่ออนไปแล้ว จริง ๆ ซีนเปิดตัวก็ดีค่ะ จับมือกันอยู่ 3 ชั่วโมงตอนถ่ายใน Pilot ลูกหมี : อ๋อ Pilot ตอนนู่นเนอะ แต่ในเรื่องคือจับเซียนละเพราะว่าถูกส่งไปเรียนบุคลิกภาพมาแบบ เอ๊ะคนรวยเขาจับมือกันยังไงอะไรอย่างนี้เพราะมันต้องมีความเฉียบ ซอนญ่า : คือครั้งแรกหนูจะหย็อง ๆ หน่อย ลูกหมี : แต่ตอนหลังมันต้องชาร์ปเลย แล้วมองตากันเลย ลูกหมี : แต่งั้นเอาซีนนั้นที่ซอนญ่าแบบ //ทัดหู ซอนญ่า : อ๋อเขาบอกว่าคุณเมวิกากับคุณไอยวริญ ถ่ายรูปด้วยกันหน่อยได้มั๊ยแล้วคือตอนนั้นซอนญ่าเล่นเองแหละ ไม่รู้ ก่อนถ่ายรูปเราก็ทัดหูหนึ่งที ลูกหมี : ซึ่งผมที่ทัดหูคือมุมที่ เราเห็นเขาพอดี เหมือนเขาตั้งใจจะโชว์หน้าให้เราเห็น ซอนญ่า : เป็นการเตรียมตัวก่อนถ่ายรูปอะไรแบบนี้ ลูกหมี : ใช่ซีนนั้นก็ พูดว่าแบบยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเมวิกา //จับมือ ซอนญ่า : ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณไอยวริญ ลูกหมี : แล้วสายตาเขาแบบเจ้าเล่ห์อ่ะ ซอนญ่า : ทัดหูหนึ่งทีแล้วก็ถ่ายรูป ลูกหมี : มีความแบบเล่นหูเล่นตาปากไม่แดง ไม่มีแรงเล่น ซอนญ่า : ตอนอ่านก็ตกใจ เหมือนกัน ลูกหมี : ตกใจอ่ะ รู้สึกแบบ เห้ยเป็นคนประเภทไหน อยู่ดี ๆ จะไปแย่งลิปสติกจากปากคนอื่นเขาแล้วพูดจาแบบนี้ใส่เขาเขาแต่พออ่านตัวของไอยวริญจริง ๆ ก็ รู้สึกว่าเออ ไอ้คนนี้มันทำได้ หมียังพูดกับซอนเลยว่าแบบ ขอโทษนะในเรื่องที่มีเล่นมันจะเสี่ยว ๆ นิดนึง ต้องคิดว่าลืมความเป็นลูกหมีให้หมดเลย เพราะไม่งั้นหมีจะมองว่าแบบ เอ้ย เราเขิน แต่ตัวไอยวริญคือแบบ ไม่เขินไม่คิดว่าเสี่ยวด้วยคิดว่าชอบ ซอนญ่า : เป็นคนรุกค่ะ เขาเป็นคนแบบตรง ๆ ลูกหมี : ใช่ค่ะแม่เหล็กขั้วเดียวกันแต่ต้องดูดกัน ซอนญ่า : รู้สึกว่าตัวเมวิกา ไม่ได้ซับซ้อนมากเพราะว่า เขาตั้งเป้าไว้แล้วว่าคนนี้คือคู่แข่งของเขา ความหลังเขารู้แค่ว่าคนนี้เคยหักหน้าเขาตอนสมัยเรียนเฉย ๆ แต่ไอยวริญน่าจะชอบมาตั้งแต่เรียนแล้ว ลูกหมี : เหมือนตัวของหมีมันมีความชัดเจนด้านความรัก แต่ความรักของเรามันแบบมันไม่เคยชนะธุรกิจได้เลยเพราะว่าเราถูกกดดันจากธุรกิจของเราที่มันมีมูลค่าหมื่นล้าน แสนล้าน มันทำให้แบบความรักของเราเป็นรองมาตลอดในเรื่องการใช้ชีวิตก็เลยเหนื่อยนิดนึงในการที่จะต้องแสดงออกว่าแบบบางทีมันทำได้จริงหรือเปล่าหรือว่าแสดงออกมากหรือน้อยเกินไปหรือเปล่าสำหรับตัวไอยวริญกับเมวิกาคือความสัมพันธ์มันจะกั๊กกันอยู่ตลอดRole Play ธุรกิจหมื่นล้าน ซอนญ่า : หนูก็ไม่รู้แต่มันดูไม่ใช่หนูเลย ด้วยบุคลิกใด ๆ คือตอนแรกอ่ะไม่รู้แล้วเหมือนแบบ พี่เอสมาที่กองบ่อย ๆ แล้วเค้าก็บอกว่า หมีกับซอนลองคิดดูว่า ถ้าเรามีเงินอยู่ในบัญชีหมื่นล้าน เราจะรู้สึกอะไร หนูก็บอกว่าหนูไม่รู้ค่ะพี่หนูไม่มี หนูไม่รู้ แต่รู้แค่ว่าถ้าคิดตรงนั้นไม่ออกก็แบบการเดินต้องเป็นคนที่มั่นใจมาก ๆ แล้วเสื้อผ้าก็ไม่ได้แต่งลุคที่ธรรมดา คือยังไงก็ได้ให้บุคลิกเป็นผู้ที่นำคน ซึ่งซีนตอนแรกที่ถ่ายยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้นำคนขนาดนั้นแต่พอเราอยู่ในซีนที่ต้องเข้าประชุมเราถึงรู้ว่าพอเราพูดปุ๊บแล้วมีคนตั้งใจฟัง เราต้องมีแววตาที่มุ่งมั่นแล้วจะรู้ว่าต้องทำแบบไหนCharacter ติดตัว ลูกหมี : มันมีแต่หนูไม่รู้ว่าคาแรกเตอร์มันรวยขึ้นไหม แต่มันนิ่งขึ้น เพราะเมื่อก่อนหนูจะซน ๆ หน่อย หลัง ๆมันจะมีความแบบ อยากมีความเก๋ อยากจะจิบน้ำทำอะไรให้มันดูดีมากขึ้นการกระทำในชีวิตจริงเปลี่ยนไปตามในซีรีส์ ลูกหมี : แฟนคลับอ่ะคนแรกเลยที่ทัก ซอนญ่า : บอกว่าดูนิ่งขึ้นนะลูก ลูกหมี : เป็นอะไรหรือเปล่า แบบนี้ เราก็แบบเฮ้ยอุตส่าห์เรียนมาขอใช้หน่อยผู้กำกับสั่ง Cut ไปหลายรอบ เพราะพูดไม่เหมือนต้นฉบับ! ลูกหมี : ยากนะเพราะว่า มันต้องพูดชัดถ้อย ชัดคำ คำควบกล้ำอย่า รอเรือ ลอลิงนี่พลาดไม่ได้เลย ถ้าพูดไม่ชัดผู้กำกับจะบอกว่าเอาใหม่ รู้สึกคนรวยที่เป็นผู้บริหารคงไม่มีใครมาพูดงึมงำหรอก ถ้าพูดไม่ชัดแล้วใครจะฟังประมาณนี้ ซอนญ่า : แรก ๆ หนูยังติดเนี่ย เนื่อ ผู้กำกับก็บอกแบบไม่ได้ ๆ ปกติเขาต้องคมกว่านี้คือมันต้องคมเลยไม่มีคำสร้อยคำว่าแบบ ก็ไม่ได้ไม่โปร มันต้องฟันเลยคำไหนคำนั้นไต่ระดับความดุเดือด... ซอนญ่า : อีพีหน้าสนุกคือสองอีพีแรกมันมีความดุเดือดแล้วก็ปูมาแล้วว่าตัวละครแต่ละตัวมันจะเจอกันมายังไงบ้าง พออีพีที่สามมันก็จะเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อย ๆ แต่จะเป็นยังไงก็ต้องรอดู ลูกหมี : อีพีสามออกแนวโรแมนติกนอกเหนือซีรีส์ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ยังมีเพลงให้ฟังเพียบ… ลูกหมี : ตอนนี้มีทั้งหมดสามเพลงมีเพลง 1. Secret Deal 2.Only We Know 3. แค่รักก็มากพอ ซอนญ่า : อันนี้ยังไม่ได้ปล่อย จะปล่อยประมาณเดือนนี้แหละค่ะ ลูกหมี : ชอบทุกเพลงเลย เพลงแรกก็คือ Only We Know รู้สึกว่ามีความ โตขึ้น แล้วก็เพลงเซ็กซี่ขึ้น ปกติเพลงของลูกหมีซอนญ่าเก่า ๆ จะน่ารักซน ๆ แต่เรื่องนี้มันมีความเต้นได้ เซ็กซี่ได้ ส่วนอีกเพลงนึงก็คือ Rap เลยพอพี่ฮายมาทำให้รู้สึกว่าแบบ พี่ฮายมีท่อน Rap ให้ลูกหมีซอนญ่าโดยที่แบบ หูว เราร้องท่อนนี้ได้ด้วยหรออย่างนี้ เปิดโลกเหมือนกันค่ะสนุก ตอนร้องไม่ต้องดูรวยพี่ฮายบอกต้องเมาแบบ Swag อ่ะ ปล่อยจอย //ร้อง Rapพูดคุยจนคลายปมความลับกันหมดแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEชวน “ลูกหมี - ซอนญ่า” มาเล่นเกมไปด้วยกัน ชื่อเกมว่า “ดีลลับฉบับ LMSY”(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เข้าสู่ช่วงสุดท้ายยังมีภารกิจส่งคลายปมลับด้วยความรักทางรายการส่งต่อภารกิจให้กับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้โทรหาแฟนคลับมาพูดคุยกัน(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ที่มาร่วมพูดคุยและสร้างเสียงหัวเราะ พร้อมส่งต่อความสุขให้กับทุกคน ทุกคนสามารถติดตามชมซีรีส์ Harmony Secret ดีลลับฉบับเล่นเล่ห์ ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22:30 น. ทางช่องวัน31 และดูเวอร์ชัน UNCUT เวลา 23:30 น.บนแอป IQIYI เท่านั้น รวมถึงฝากผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่ในอนาคตด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความสนุก ความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“PP KRIT” ขอเสนอตัวใน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัล ‘ศิลปิน ICONIC แห่งยุค’ ที่ไม่ว่าจะไปบุกที่ไหน #พีพีพูดไปเรื่อย จะเป็นตำนานตลอดไป

20 มี.ค. 2024

“PP KRIT” ขอเสนอตัวใน EFM FANDOM LIVE พร้อมรับรางวัล ‘ศิลปิน ICONIC แห่งยุค’ ที่ไม่ว่าจะไปบุกที่ไหน #พีพีพูดไปเรื่อย จะเป็นตำนานตลอดไป

รายการ EFM FANDOM LIVE [14 มีนาคม 2567] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “PP Krit” กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “เสนอตัว (Ooh!)” พร้อมอัพเดตพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจดาว และ ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการเป็นการคัดเลือกชื่อ FANDOM AWARDS จากที่แฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ศิลปิน ICONIC แห่งยุค” **ชื่อสาขานี้เป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาเยอะที่สุด นี่คือแนวคิด/ที่มาบางส่วนเท่านั้น**​ แนวคิด 1:เพราะพีพีไม่ใช่แค่เป็นนักร้องที่สร้างความสุขผ่านเสียงดนตรีเพียงนั้น แต่ชื่อของพีพียังถูกจดจำในบทบาทของไอคอนิคด้านแฟชั่น และการยืนหยัดความเป็นตัวเองในด้านของLGBTQ+อีกทั้งยังเป็นเด็กน่ารักที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนที่พบเจอทั้งหมดทั้งมวลของความแตกต่าง อยู่ในตัวของคนๆนี้ที่ชื่อว่าพีพี กฤษฏ์ไม่รู้ว่าอีกกี่สิบปีหรือยี่สิบปีจะได้เจอคนแบบพีพีอีก จึงสมควรได้รับรางวัลให้สมกับการมีส่วนขับเคลื่อนโลกศิลปิน แฟชั่น และLGBTQ+ แนวคิด 2:น้องพีพีเป็นศิลปินที่ยูนีคมากไม่ว่าจะหยิบจับหรือทำอะไรก็กลายเป็นกระแสไปหมดรางวัลศิลปิลไอคอนิคคือศิลปินที่เป็นไอค่อนของวงการตัวแม่ตัวพ่อตัวปังตัวเปิดผู้ที่พลิกวงการเพลงทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อนกล้าเปิดเผยสิ่งที่เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากทำและเผยแพร่สู่สาธารณะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมใหม่ๆ การเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงมากที่สุดแมสทุกการเคลื่อนไหวมีแต่คนรักคนเอ็นดูลูกหลานที่ควรมีทุกบ้าน รางวัลนี้มีไว้สำหรับศิลปินเดี่ยวที่ทั้งร้องและเต้นรวมถึงแสดงโชว์ได้น่าสนใจและน่าประทับใจจนมีแต่คนพูดถึง ซึ่งน้องพีพีเป็นทั้งไอค่อนrisingและยูนีคเพราะฉนั้นจะมาเป็นพีพี กฤษฏ์เหมือนกันไม่ได้คนที่คู่ควรกับรางวัลนี้ที่สุดคือศิลปินPPKritค่ะ 2.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “นางฟ้า Award”​ สำหรับน้องพีพีลูกรักของมัมหมี ไม่มีใครจะน่ารักและแสนดีกับแฟนคลับเท่าน้องพีพีแล้ว เวลามีอีเว้นท์ต่อให้ไกลตามซอกตามหลืบแค่ไหนน้องพีพีก้อจะพยายามเดินไปหาตลอดเพราะกลัวแฟนคลับจะไม่ได้เห็นน้องใกล้ๆ ไหนจะน้ำเย็นๆ กับขนมที่เคยซื้อแจกแฟนคลับเพราะเห็นแฟนคลับตากแดดร้อนมารออีก แสนดีแบบนี้ต้องเป็นนางฟ้า นางสวรรค์มาเกิดแล้วหล่ะ ยังไม่รวมถึงความตั้งใจในการทำงานทุกงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อเป็นการตอบแทนกับความรักและแรงซัพพอร์ตที่แฟนคลับมีให้ สมมงนางฟ้าที่สุด แสนดีไม่ไหว3.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “บุคคลผู้เป็นที่รักและแรงบันดาลใจ” ตลอด 5-6 ปีหลังที่เราเริ่มเห็นน้อง พีพี มา เริ่มตั้งแต่ช่วงซีรี่ส์รักฉุดใจนายฉุกเฉิน จนมาซีรี่ส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ จนเรื่อยๆมาถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าน้อง พีพี มีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกได้ว่าทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ใครๆก็รู้จักชื่อ พีพี ซึ่งงานโฆษณา พรีเซ็นเตอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ต่างๆจำนวนมากนี้ เป็นเครื่องการันตีว่าเป็นที่รักของผู้คนมากมายจริงๆ จากวันแรกที่ได้รู้จักน้อง พีพี ตอนนั้นยังเป็นเด็กที่ไม่ค่อยพูด พูดน้อย เขินกล้องเล็กๆ ใส่เสื้อยืดสีขาวบ่อยๆ แต่จากแรงซัพพอร์ตของทั้งคนรอบข้าง ทั้งจากแฟนๆ ทำให้น้อง พีพี ค่อยๆกล้าที่จะเผยความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาทีละนิด จากในวันที่อาจจะยังมีคนไม่เข้าใจ แต่น้อง พีพี ก็ยังยืนหยัดในความเป็นตัวตนของตัวเอง ในทุกๆผลงานที่เค้าทำออกมา น้อง พีพี ทำให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องพูดว่าเราเป็นอะไร ไม่ต้องมีคนมาคอยตั้งคำถามอะไร แค่เป็นตัวเองในทุกๆวัน ใส่ความเป็นตัวเองในทุกผลงานก็พอ น้อง พีพี อาจจะไม่ใช่คนแรก แต่เราเชื่อว่าการที่มีน้อง พีพี อยู่ในวงการบันเทิงนี้ ยิ่งในช่วง 4 ปีหลังนี้ มันเปลี่ยนแปลงวงการบันเทิงไทยและวงการ Marketing ไปมากทีเดียว รวมถึงความคิดและทัศนคติของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน หากถามใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เราเชื่อว่ามีหลายคนที่มีน้อง พีพี เป็นแรงบันดาลใจในหลายๆเรื่องแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นศิลปิน นักแสดง การแต่งตัว การวางตัว การรักตัวเอง เชื่อมันในตัวเอง และอื่นๆอีกมากมาย ในอีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า หากเราย้อนมาพูดถึงเรื่องอดีตในวงการบันเทิง เราชื่อว่าจะมีชื่อ พีพี กฤษฏ์ เป็นตำนานแน่นอนค่ะ 4.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “นักปลูกดอกไม้ในหัวใจแห่งปี” เพราะความรู้สึกตอนได้รักน้องพีพีเหมือนมีดอกไม้เติบโตขึ้นมาในหัวใจค่ะ แล้วดอกไม้ในหัวใจเติบโตได้ด้วยรอยยิ้มของน้องพีพีเสียงหัวเราะของน้องพีพีและผลงานของน้องพีพีน้องพีพีเลยเป็นสุดยอดนักปลูกดอกไม้ในหัวใจแห่งปี! คอยดูแลรดน้ำดอกไม้ในหัวใจของแฟนๆ ให้อยากเป็นคนที่ดีขึ้น และเพราะความน่ารักของน้องพีพีทำให้ดอกไม้ในหัวใจแฟนๆเติบโตได้อย่างดีเลยค่ะ5.ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ขวัญใจชาวไทยพูดไปเรื่อย” เพราะน้องพีพีมีวาทศิลป์การพูดที่เลิศสุด ๆ รู้จักใช้คำ ใช้ประโยค ถึงแม้จะมีการเล่นมุข 5 บาท 10 บาทบ่อย ๆ บ้าง แต่ก็สามารถสร้างสีสันและความบันเทิงให้คนฟังอย่างหลากหลายจริง ๆ ค่ะ หรือในบางครั้ง(หลายครั้ง)น้องพีพีจะตอบไม่ตรงคำถาม(คนถามถามไม่ตรงคำตอบ) แต่ก็สามารถเลี้ยววกวนเข้าซอกออกซอยไปทุกที่แบบสนุกม่วนจอยตลอด ในช่วงแรก ๆ อาจจะทำให้คนฟังหลายคนมีงงบ้างนิดหน่อย แต่พอได้ติดตามฟังสัมภาษณ์หรือรายการที่น้องพีพีไปออกบ่อย ๆ ก็จะชินและเพลิดเพลินไปเองค่ะในตอนนี้น้องพีพีเองก็มีแฟนสัมภาษณ์อยู่พอสมควรเลยค่ะ เวลาเสิร์ชชื่อน้องพีพีในXก็จะเห็นหลาย ๆ คนพิมพ์มาประมาณว่า'ชอบเวลาน้องพีพีสัมภาษณ์มาก ๆ เพราะน้องใช้คำพูดคำจาน่ารัก ดูแล้วเอ็นดู''อยากให้พีพีมีงานทุกวันเลย อยากเห็นเค้าให้สัมภาษณ์''พีพีสัมภาษณ์ตลกมาก หัวไวเกิน'หรือ'เวลาเห็นพีพีสัมฯทีไรต้องกดดูตลอด ชอบความไปเรื่อยของน้องมาก'ประมาณนี้เลยค่ะ ขวัญใจชาวไทยพูดไปเรื่อยสุด ๆ ค่าาาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย! เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ เราจะมาพูดคุยกับ “PP Krit”รางวัล “ศิลปิน ICONIC แห่งยุค”ความรู้สึกที่มีต่อชื่อรางวัลนี้ ก็ดีใจ ถ้าพีมองตัวเอง พี่ก็รู้สึกว่าเราก็ยังไม่ถึงขั้น ICONIC จริง ๆ คนที่เป็น ICONIC มันก็มีอีกเยอะมาก อาจจะเป็นแค่เราแตกต่างจากคนอื่นมั้ง คนอื่นอาจจะไม่ใส่แว่นแบบนี้ไง 555“พีพี” ตั้งชื่อรางวัลให้กับ “บิวกิ้น” ศิลปินพูดมากแห่งปี พูดมากแบบสาระดี ๆ ความรู้แห่งปี ระหว่างพีพีกับบิวกิ้น บิวกิ้นพูดเยอะกว่าอยู่แล้ว ปกติพีอยู่ข้างหลังจะเป็นคนเงียบ ๆแนวคิดหรือพลังบวกเกี่ยวกับความสวย ก็ขอบคุณแฟน ๆ ก่อนละกันที่มองพีว่าเป็น ICONIC หรือมองว่าพีเป็น ICON แล้วก็ได้รางวัลนี้มาด้วย จริง ๆ พีรู้สึกว่ามันไม่ได้อยู่กับว่าแฟชั่นหรืออะไรหรอก มันคือความมั่นใจในการเป็นตัวเอง ความมั่นใจที่เราจะกล้าแสดงออกในแบบของเรา แล้วก็เป็นตัวเราในแบบที่ดีที่สุดในทุก ๆ วัน หวังว่าทุก ๆ คนจะมีความสุขมากกว่า อยากให้ทุกคนมีความสุขที่แบบเหมือนเราได้ออกไปเป็นตัวเอง ส่งต่อเอนเนอร์จี้นี้ให้กับคนอื่นด้วยแสกผมเป็นของตัวเอง ปัดขวา! คือทุกคนจะไม่เห็นเลยว่าส่วนใหญ่เวลามีแสก แสกที่มากกว่าคือจะเป็นแสกข้างขวาตลอด แล้วข้างซ้ายจะปัดขึ้นหรือไม่ก็เอาลง ทุกคนจะเห็นว่าพีถนัดหน้ามุมซ้ายมากกว่า…รางวัล “ขวัญใจชาวไทยพูดไปเรื่อย”ความม่วน ความจอยเวลาให้สัมภาษณ์สื่อ คือเราก็ตอบแบบว่าในมุมมอง ทัศนคติของเราไง ไม่มีอะไรเลยก็พูดไปเรื่อยแหละ อะไรมาอย่างแรกปุ๊บพูดเลย ไม่ผ่านกระบวนการความคิดอะไรทั้งสิ้น อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมา บางทีเราก็งงว่า อ้าว เราตอบอะไรไปว่ะเนี่ย? จริง ๆ พีว่าพอไปสัมภาษณ์ไม่อยากซีเรียส รู้สึกว่าอยากแฮปปี้ ๆ ดีกว่า เพราะเราไม่ได้มีข่าวเกาเหลาอะไรกับใครไง~ 555 นักข่าวชอบมาถามเรื่องของคนอื่น ซึ่งเราไม่รู้เรื่องคนอื่นเลย หนูไม่รู้จริง ๆ สมมติเป็นเรื่องเพื่อนหรือคนใกล้ตัว พีไม่รู้อยู่คนเดียว รู้อีกทีแบบเขาตีกันประมาณปีนึงจนเขาดีกันแล้ว พีก็อ้าว ดีกันแล้วหรอ? 555สำหรับเพลง “เสนอตัว (Ooh!)”มันคือเรื่องของการเสนอตัวไปเทคแคร์ดูแลเธอ~ ถ้าเราชอบกัน เราขอเข้าไปพูดคุยก่อนละกัน ฉันขอเสนอตัวชีวิตจริงเป็นคนชอบเทคแคร์ รู้สึกว่าการที่เราได้เทคแคร์เขา เราก็มีความสุขไปด้วย เหมือนเวลาเราทำอะไรบางอย่างให้เขาประทับใจ เราก็ดีใจไปด้วยไงใน MV พีพีไม่เปียกน้ำ… ซีนที่อยู่ในน้ำอันนั้นคือเปียกน้ำจริง ตอนแรกว่าจะเปียกแบบราดหัว แต่กลัวว่ามันจะหลายเทค เป็นเรื่องของเทคนิคกับเวลาด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าน้ำด้านหลังก็ดูเหมือนเราอยู่ในโลกแฟนตาซีขึ้น แต่จริง ๆ ท่อนล่างเปียกหมด เพราะแดนเซอร์เตะทีเข้าหน้า ปัดน้ำเข้าตาบ้างนิดหน่อย 5551 ท่อนที่ชอบที่สุดในเพลง “เสนอตัว (Ooh!)” ท่อน…ถ้าชอบ ถ้าชอบ เธอจะลังเล ลังเล ลังเลไม่ได้~ คำว่า ถ้าชอบ ถ้าชอบ อันนี้ตอนที่พีได้ยินเมโลดี้มา พีเป็นคนใส่คำนี้เข้าไปเอง อย่างท่อน อยู่ด้วยกันนาน ๆ นานอีกนิด~ อันนี้พีก็เป็นคนคิด คือพอคอนเซ็ปท์มันมา เรารู้สึกว่าถ้าเป็นเราในเมโลดี้นี้ เราคงอยากให้เขาอยู่กับเรานานอีกนิดนึง ถ้าสมมติเราชอบใครสักคน วันนึงเราก็ไม่อยากให้มันจบเร็ว ๆ เราอยากจะอยู่กับเธอมากกว่า 24 ชั่วโมงได้ไหม…ระยะเวลาในการถ่ายทำ MV เพลงเสนอตัว (Ooh!) ถ่ายวันเดียว แต่ถ่ายตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึงประมาณตี 4-5 เกือบ 24 ชั่วโมงชุดในการถ่ายทำ MV เพลงเสนอตัว (Ooh!) การเปลี่ยนชุดจริง ๆ มีประมาณ 8 ชุด แต่ใช้ไปทั้งหมด 6 ชุด เพราะว่ามีอันนึงมันโป๊ไป อีกชิ้นนึงเหมือนสั้นเกิน เลยต้องตัดอันนั้นออก เรื่องเสื้อผ้าก็ทำงานกับสไตล์ลิส อย่างหลาย ๆ ชุดในนี้เราก็บอกเขาไปแหละว่าเราต้องการอะไร พีบอกเขาว่า คอนเซ็ปท์เป็น Fallen Angle บางคนอาจจะคิดว่าเป็นชุดยาว สูง ๆ แต่เราแค่รู้สึกว่าไม่ได้อยากเป็นนางฟ้าแบบนั้น เราอยากเป็น Fallen Angle ที่แบบโดนไล่ลงมาจากสวรรค์ เสื้อผ้ามันเลยมีความขาด ปีกก็เป็นคนบรีฟเอง ไม่เอาปีกแบบสะพรึง แต่อยากได้ปีกมีความขาด ๆ นิดนึงพระเอก MV เพลงเสนอตัว (Ooh!) เจอน้อง “อีตั้น” นานแล้ว ตั้งแต่ 1-2 ปีที่แล้ว เหมือนเรารู้จักพี่คนเดียวกัน พี่วร-ทัตวร ศุกัณศีล ก็เลยได้มีโอกาสเจอน้องอีตั้นตามงานแฟชั่นโชว์บ้าง งานพี่วรบ้าง ได้พูดคุยกันตลอด ติดต่อไปตั้งแต่เพลง Fire Boy แต่ตอนนั้นคิวน้องไม่ได้จริง ๆ แล้วคิวพีก็ไม่ได้ด้วย พอผ่านไปเจอกันอีกทีที่งานดินเนอร์ แล้วได้คุยกัน ก็เลยชวนน้องอีตั้น เรากำลังจะทำเพลงนี้พอดี สนใจมาเล่นไหม? บางซีนก็เขินเวลาเราใกล้มาก ๆ เรารู้สึกว่า เราบ้วนปากยังนะ 555 แต่เขาไม่เขินเลย เขาเก่งมาก แล้วพอได้คุยกันระหว่างวันทำความรู้จักกันมากขึ้น เขาเป็นคนน่ารักมาก มี Attitude ที่ดี มีความคิดที่น่ารักREACTION ของ “น้องแอบิเกล” แอบิเกลบอกว่า เปลี่ยน! ไม่ดู! แอบิเกลจะดูคลิปช้างอะไรสักอย่าง ไม่ใจเสียก็บอกว่า เปลี่ยนก็ได้แอบิเกล ไม่เป็นไร เราเข้าใจ 555พระเอก MV ที่อยากร่วมงานด้วย ได้หมด เปิดโอกาสให้ทุกคน 555 จริง ๆ ก็ยังมีพี่ ๆ หลายคนที่อยากร่วมงานด้วย ให้นึกชื่อก็คิดไม่ออกเลยตอบไม่ได้พี่ณเดชน์ก็คือยืนหนึ่ง นัมเบอร์วัน เพราะเราคือนางฟ้าของพี่สายชล ใน MV เราเป็นนางฟ้าไง มีความเชื่อมโยงละ 555วันนี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสำหรับ “PP Krit” เล่นกันด้วยกับเกมที่มีชื่อว่า ‘ฉันขอเสนอตัว (ตัวอักษร…)’ สนุกสนานกันแน่นอน (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับ ได้เข้ามาถาม QA กับ “PP Krit”น้องพีพีมีแพลนจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวไหม? ที่จริงมี ทุกอย่างมันอยู่ในไทม์ไลน์ปีนี้ที่เราวางไว้แล้ว เดี๋ยวรอติดตามละกันพีพีจัดทอล์กโชว์ไหม? จริง ๆ ถ้าให้หนูพูดเองคนเดียวก็ยาก แต่ถ้าเราคุยกันอย่างนี้ หนูก็คุยกันได้หลาย ๆ เรื่องเห็นพีพีทำงานทุกวัน รู้ว่าต้องเหนื่อยมากแน่ ๆ อยากรู้ว่าพีพีให้กำลังใจตัวเองยังไงบ้าง? ถามว่าเหนื่อยไหม ก็มีเหนื่อยบ้าง บางทีก็ท้อบ้าง มีจังหวะถอดใจด้วย แต่รู้สึกว่าเหมือนทุก ๆ ครั้งที่เราทำ พอเราได้ไปเจอแฟน ๆ บางคนตั้งใจมารอพี อย่างแฟน ๆ ที่รออยู่ด้านล่าง หรือแฟน ๆ ที่ไปอีเว้นท์ บางคนบินมาจากต่างประเทศ จากต่างจังหวัดก็มี และเขาไม่ได้หวังอะไรเลย เขาหวังแค่ว่าได้เห็นเราใกล้ ๆ แค่นั้นเอง ซึ่งทำให้รู้สึกว่ามันเป็นกำลังใจให้พี เราอยากทำลุคใหม่ ๆ งานเพลงใหม่ ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณพวกเขาที่ให้การซัพพอร์ตเราน้องพีพีมีแพลนจะไปเรียนต่อต่างประเทศตอนอายุเท่าไหร่? จริง ๆ เคยแพลนสิ่งนี้ไว้ แล้วล้มเลิกไป เพราะว่าแผนมันปรับตลอด ถามว่ายังอยากไปอยู่ไหม ทุกวันนี้ก็ยังอยากไป เพื่อนหลาย ๆ คนไปเรียนต่างประเทศก็ทยอยกลับมาแล้ว พอเจอบางคนก็เปลี่ยนไปเลย บางคนก็เหมือนเดิม ตัวเราเองเคยมีประสบการณ์ที่ไปต่างประเทศ เราเลยรู้ว่า สิ่งที่มันสำคัญที่สุดของการไปเรียน มันอาจจะไม่ใช่การได้รู้ความรู้กลับมาแบบ 100% แต่มันคือประสบการณ์มากกว่าถ้ามีคนมาเสนอตัวให้เรา สิ่งแรกที่พีพีจะเลือกมองอันดับแรกคืออะไร? มองตา ชอบใครก็จะมองตาเขาก่อน ตามันบอกความรู้สึก มองเข้าไปเรารู้เลยว่า ถ้าเขาชอบเรา แววตามันจะไม่เหมือนกับคนที่ไม่รู้สึกอะไรกับเรา เพราะฉะนั้นเราก็จะรู้ผ่านดวงตาน้องพีพีช่วยแนะนำทริคการเสนอตัวแบบปัง ๆ หน่อย? การที่เราจะไปเสนอตัวให้ใคร หมายความว่าเราเริ่มคุยกับใคร มันควรเปิด Conversation ด้วยความ Positive ก่อน แต่ถ้าสมมติเราเดินเข้าไปแล้วแบบ เป็นไรอะ? เสนอตัวแบบใด 555 จริง ๆ มันคือความเข้าใจแหละ ในความสัมพันธ์ทุกอย่าง ความเข้าใจกันมันเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญ พีเชื่อว่า ถ้าเราเริ่มจากการเข้าใจกันและกัน มันก็จะพัฒนาไปในความสัมพันธ์ที่ดีถ้าต้องมอบเพลง “เสนอตัว (Ooh!)” ให้ใครสัก 1 คน น้องพีพีจะมอบเพลงนี้ให้ใคร? มอบให้แฟน ๆ ที่เรารักตอนนี้มีอะไรที่ไม่ได้ทำ แล้วอยากลองไหม? พีว่า…สิ่งทีพีทำมาทั้งหมด มันอาจจะดูเหมือนเยอะ แต่จริง ๆ ยังน้อยมาก ยังมีคนที่มีประสบการณ์เยอะกว่าพีมาก พี่ ๆ บางคนทำงานมาเป็น 10 ปี เขาเก่งแบบ…สมมติเขาเดินเข้าไป เขาสามารถทำได้เลย เราก็อาจจะยังไม่ถึงเวอร์ชันนั้น เราก็ต้องทำการบ้านบ้าง ความพยายามบ้าง การพัฒนาตัวเองบ้าง ในแนวเพลง พีก็ยังทำแค่ 4 เพลง แสดงจริง ๆ ก็ 2 เรื่อง รู้สึกว่ายังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ แล้วมีอะไรอีกหลายแนวให้ลอง เรื่องแฟชั่นอาจจะได้เห็นพีในหลาย ๆ ลุค แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีอะไรน่าตื่นเต้นที่มันจะเกิดขึ้นอีก สุดท้ายนี้ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “PP Krit” ที่มาร่วมพูดคุย สร้างความน่ารัก ความสุขให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไป ฝากติดตามเพลง “เสนอตัว (Ooh!)” สามารถรับชมได้ทาง YouTube : PP Krit Entertainment หรือสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม ไปติดตามกันได้เลยสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

อยากเจอแนนโน๊ะหรอคะ ? สวัสดีค่ะ ชาว EFM FANDOM LIVE วันนี้แนนโน๊ะมาหาแล้วนะ ลุ้นระทึกไปกับความน่ารักปนหลอนของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาเป็น “เบ็คโน๊ะ” ส่งมอบความหลอน สุดขนหัวลุก ชวนแฟนๆ ต้องเหลียวหลังแบบไม่รู้ตัว

18 มี.ค. 2026

อยากเจอแนนโน๊ะหรอคะ ? สวัสดีค่ะ ชาว EFM FANDOM LIVE วันนี้แนนโน๊ะมาหาแล้วนะ ลุ้นระทึกไปกับความน่ารักปนหลอนของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาเป็น “เบ็คโน๊ะ” ส่งมอบความหลอน สุดขนหัวลุก ชวนแฟนๆ ต้องเหลียวหลังแบบไม่รู้ตัว

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่มาฉายเดี่ยว แจกความน่ารัก สดใส พร้อมสับสวิตช์ความหลอน ชวนระทึกขวัญกับบทบาทที่ทุกคนรู้จักในฐานะ “แนนโน๊ะ” ไปกับ 2 ดีเจอารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ปริศนาฆาตกรรมแห่งวินด์เฮเวน (The Windhaven Murders)นามปากกา : saturn_29 เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของอังกฤษที่ชื่อว่า "วินด์เฮเวน" เคยเป็นเมืองเงียบสงบที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายใดๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง ศพปริศนาปรากฏขึ้นกลางจัตุรัสเก่า พร้อมสัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่มีใครเข้าใจ คดีที่ดูเหมือนการฆาตกรรมธรรมดา กลับค่อยๆเปิดเผยความจริงที่น่ากลัวกว่านั้น เมื่อทุกเบาะแสชี้ไปยังความลับของเมืองที่ถูกปกปิดมานานกว่าห้าทศวรรษ "รีเบคก้า" นักสืบสาวผู้มีสัญชาตญาณเฉียบคมถูกส่งมารับคดีนี้ แต่ยิ่งเธอสืบลึกลงไปเท่าไร เธอก็ยิ่งพบว่าทุกคนในเมืองนี้กำลังปิดบังบางอย่าง ตั้งแต่นายกเทศมนตรีผู้ทรงอิทธิพล นักบวชผู้หมกมุ่นกับตำนานของเมือง ไปจนถึงครอบครัวขุนนางเก่าแก่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และยิ่งแปลกไปกว่านั้น รายชื่อเหยื่อทุกรายกลับเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด พวกเขาทุกคนล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ตั้งแต่ห้าสิบปีก่อน เมื่อจำนวนศพเพิ่มขึ้นทีละศพ รีเบคก้าเริ่มตระหนักว่านี่ไม่ใช่เพียงการไล่ล่าฆาตกร แต่มันคือ เกมปริศนาที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า ราวกับมีใครบางคนกำลังนำทางเธอไปสู่คำตอบที่ไม่มีใครอยากให้เธอรู้ เพราะหากความจริงนั้นถูกเปิดเผย คนต่อไปที่จะตาย...อาจเป็นเธอเองFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Windhaven MurdersPen Name : saturn_29 Nestled in the serene north of England, Windhaven was once just another sleepy village, easily overlooked. That all changed one fateful night when a cryptic corpse materialized in the heart of the old town square, adorned with baffling symbols. What initially appeared to be a straightforward homicide soon morphed into a chilling revelation, as every shred of evidence whispered of a clandestine secret the townsfolk had guarded for over half a century. Enter Rebecca, a detective with a razor-sharp mind, tasked with untangling this macabre mystery. Yet, with each layer she peeled back, she found herself wading through a sea of deception. From the influential mayor and a priest consumed by local lore, to the aloof, ancient aristocratic clan, everyone seemed to be harboring a hidden agenda. The plot thickened when she discovered a bizarre, undeniable thread connecting the growing list of victims to events that transpired fifty years prior. As the body count climbed, Rebecca began to suspect this wasn't merely a manhunt for a murderer. It felt more like a meticulously orchestrated puzzle, with an unseen hand nudging her towards a truth nobody wanted unearthed. After all, if the real story came to light, the next name on the death toll could very well be her own.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แวมไพร์บำเพ็ญตนนามปากกา : มามี้ตลอดไป มีแวมไพร์แฝด 3 พี่น้อง อาศัยอยู่ในปราสาทกลางป่าลึกบำเพ็ญตนเว้นเลือดมนุษย์มากว่า 512 ปี ออกหากินเมื่อไหร่จะผลัดกันไปทีละตน ตนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อจำกัดการทำร้ายสิ่งมีชีวิตและไม่ให้ป่าแตกตื่น ถึงเวลา 1 ทุ่ม ‘Rebecca’ แวมไพร์คนโต ออกหากินก่อน กว่าจะกลับมาก็เกินเวลายาวไปยันห้าทุ่มเศษ หากดูจากปากของ Rebecca น่าจะแทบไม่ได้กินอะไรเพราะที่ปากไม่มีรอยเลือดติดอยู่เลย ถึงคิวของ ‘Patricia’ แวมไพร์คนกลาง ออกหากินบ้าง ไม่ต่างกัน แม้เวลาล่วงเลยไปจนตีสามกว่าจึงกลับมา แต่ที่ปากของ Patricia ก็มีแค่รอยคราบผลไม้เพียงเล็กน้อย ‘Becky’ แวมไพร์คนเล็กเห็นพี่ ๆ กินเวลาของตัวเองไปเยอะจึงต่อว่า “ไปทำอะไรกันมาตั้งนาน แต่ได้กินกันแค่นี้เองหรอ!” ก่อนที่จะรีบบินออกไปบ้าง ไม่ถึง 5 นาที Becky กลับมาพร้อมคราบเลือดที่ปากฉ่ำ ๆ จนพี่ ๆ ทั้งสองถามด้วยความแปลกใจว่า “ทำยังไงถึงหากินได้ไวและได้เยอะเต็มปากขนาดนั้น” Becky จึงย้อนถามพี่ ๆ ว่า “พี่ ๆ เห็นต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าต่างนั่นมั้ย?” ทั้ง Rebecca และ Patricia ก็ตอบ “เห็น!” Becky รีบย้อนตอบกลับทันทีว่า “ช่าย~ แต่หนูไม่เห็น!”FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Vampire self-disciplinePen Name : มามี้ตลอดไป Nestled deep within a forest, a rather peculiar trio of vampire siblings resided in a castle. For an astonishing 512 years, they'd managed to steer clear of human blood. Their hunting excursions were meticulously timed, with each sibling taking a mere three-hour shift. This was their clever strategy to minimize their impact on the local wildlife and keep the forest from getting, well, freaked out. At precisely 7 PM, Rebecca, the eldest of the brood, kicked off the night's hunt. She didn't make it back until well past 11 PM. A quick glance at Rebecca's mouth told a story: not much of a meal, as there wasn't a speck of blood to be seen. Next up was Patricia. Like her older sister, she returned after 3 AM, but her culinary exploits seemed limited to a few sips of fruit. Seeing her siblings hogging the night and apparently barely snacking, Becky, the youngest, couldn't hold back. She let them have it with a scolding, "Seriously, what were you two doing all that time, and you only managed to snag *this* much to eat?!" With that, she zoomed off. Less than five minutes later, Becky was back, her mouth practically gushing with blood, leaving her two sisters utterly gobsmacked. "How on earth do you manage to eat so fast and still have so much in your mouth?" she exclaimed. Then, with a mischievous glint, Becky posed a question to her bewildered siblings, "See that massive tree right outside the window?" Both Rebecca and Patricia, still trying to process the spectacle, nodded, "Yes!" Becky, with a triumphant grin, shot back, "Yeah~ but *I* don't see it!"FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Stolen Livesนามปากกา : Meily เบ็คกี้ คือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความสามารถประหลาดเกินคำอธิบาย เธอสามารถเดินเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนอื่นได้ เพียงแค่สบตาหรือแตะต้องตัวใครบางคน โลกในหัวของคนนั้นจะเปิดออกเหมือนประตู และเธอจะถูกดึงเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเหตุการณ์นั้นราวกับมันเกิดขึ้นจริง บางวันเธอลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงไฟเวทีและเสียงกรี๊ดของผู้คนนับหมื่น เหมือนเธอเคยเป็นนักร้องดังที่ยืนอยู่กลางสปอตไลต์ แต่บางคืนสิ่งที่ตามหลอกหลอนกลับโหดร้ายกว่านั้น เธอตื่นขึ้นมาพร้อมภาพมีดในมือ เลือดไหลนองพื้น และเสียงหายใจหนักของใครบางคนที่กำลังจะตาย เพราะเธอดันหลุดเข้าไปอยู่ในความทรงจำของฆาตกรขณะกำลังลงมือจริง ยิ่งเบ็คกี้เข้าไปในความทรงจำของคนอื่นมากเท่าไร เส้นแบ่งระหว่างชีวิตของเธอกับชีวิตของคนอื่นก็ยิ่งบิดเบี้ยว เธอเริ่มจำไม่ได้ว่าอะไรคือความทรงจำของตัวเอง อะไรคือสิ่งที่เธอเพียงแค่เข้าไปเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอหลุดเข้าไปในความทรงจำของใครบางคนอีกครั้ง และพบว่าฆาตกรที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าเลย แต่เป็นเบ็คกี้เอง ในเวอร์ชันที่เธอไม่เคยจำได้ว่า เคยมีอยู่จริงFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Stolen LivesPen Name : Meily Meet Becky, a perfectly normal woman with a truly bizarre gift: a simple glance or a touch can plunge her headfirst into someone else's memories. It's like a hidden world inside their mind swings open, and she's pulled in, experiencing their past as if it were her own. Some mornings, she'll jolt awake feeling the roar of a massive crowd and the blinding glare of stage lights, as if she were a rockstar owning the moment. But then there are the darker nights, when the echoes are far more gruesome. She might find herself gripping a knife, the floor slick with blood, the ragged breaths of a dying person filling the air – because she's stumbled into the mind of a killer, right in the thick of their crime. The more Becky dives into other people's pasts, the blurrier the lines become between her own life and theirs. She starts to lose track of what's genuinely hers and what she's just a bystander to. Then, one day, during yet another memory dive, she finds herself in a chilling scene. The murderer at its center isn't some stranger; it's Becky herself, a version of her she never even knew existed.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... สายลับบ้าบิ่นนามปากกา : สายไหม รีเบคก้า ตำรวจสาวมือใหม่ ได้รับภารกิจลับให้สืบคดีค้ายาเสพติดในตลาดใหญ่ใจกลางเมือง เธอต้องแฝงตัวเป็นแม่ค้าขายบ้าบิ่น ขนมไทยที่ดูธรรมดา แต่จะกลายเป็นฉากบังหน้าอันสำคัญ วันแรกของการตั้งร้าน เธอตื่นเต้นจนมือสั่น แต่ได้รับการฝึกอย่างเร่งด่วนจากแม่ เธอเรียนรู้วิธีทอดบ้าบิ่นให้กรอบนอกนุ่มใน และฝึกยิ้มทักลูกค้า “บ้าบิ่นร้อน ๆ จ้า” เสียงของเธอกลมกลืนกับตลาด เธอสังเกตเห็นชายกลุ่มหนึ่งมาที่ตลาดในเวลาเดิมทุกวัน ไม่ซื้อของ แต่จะคุยแค่กับร้านขายเนื้อในมุมลับตาและแลกถุงเนื้อกัน เธอจึงแสร้งทำเป็นแม่ค้าขี้สงสัย เดินไปซื้อเนื้อและคุยเล่นบ้าง เพื่อเก็บรายละเอียด คืนหนึ่ง รีเบคก้าตามชายขายเนื้อไปโกดังร้าง เห็นการลักลอบส่งของ เธอจึงส่งสัญญาณให้ทีมตำรวจเข้าจับ แต่คนร้ายจับได้ว่าเธอคือสายลับ ในวินาทีคับขัน เธอคว้ากระทะบ้าบิ่นที่พกมาโยนใส่เพื่อเบี่ยงความสนใจ แล้ววิ่งไปหาทีมสนับสนุน เกิดการปะทะกัน แต่สุดท้ายแก๊งค้ายาก็ถูกจับกุม เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดกลับมามีชีวิตชีวา กลิ่นบ้าบิ่นหอมกรุ่นยังลอยอบอวล ภารกิจนี้สอนเธอว่า การเป็นตำรวจไม่จำเป็นต้องถือปืนเสมอไป บางครั้งรอยยิ้มและเตาถ่าน ก็เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Daredevil spyPen Name : สายไหม Stepping into the bustling heart of the city's market, rookie officer Rebecca found herself on a clandestine assignment, tasked with unraveling a drug trafficking ring. Her ingenious cover? Posing as a vendor selling 'babbin,' a seemingly innocent Thai sweet. On her inaugural day, nerves made her hands shake as she set up her stall. Yet, thanks to her mom's crash course, she'd mastered the art of frying babbin to golden perfection and practiced her customer service spiel, her voice easily blending into the market's symphony with a cheerful "Hot babbins for you!" She soon noticed a peculiar daily ritual: a group of men arriving at the same time, not to shop, but to huddle with a butcher in a quiet corner, exchanging mysterious bags of meat. Rebecca, playing the part of an intrigued local, bought some meat and struck up a conversation with the butcher, subtly probing for intel. One night, her curiosity led her to follow the butcher to a deserted warehouse, where she stumbled upon the illicit dealings firsthand. She discreetly signaled her team for backup. But the criminals caught on, realizing she wasn't just a sweet vendor. In a heart-pounding moment, Rebecca grabbed her trusty babbin pan, tossed it to create a diversion, and bolted for reinforcements. A showdown ensued, but eventually, the drug syndicate was brought to justice. The next morning, the market buzzed with its usual energy, the comforting scent of babbin still perfuming the air. Rebecca's undercover escapade had taught her a profound lesson: being a cop isn't always about firepower. Sometimes, a warm smile and a humble charcoal stove are the most potent weapons in the arsenal.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... The Summer Mapนามปากกา : ลามะลิลา ปี 2004 ย่านพาร์คสโลป , บรู๊คลิน เบคก้า เด็กสาวที่เพิ่งย้ายมาที่นี่ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเดินหลงทางในสวนพรอสเปกต์อยู่บ่อยๆ การมาอยู่ในที่ไม่คุ้นเคยทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว จนวันหนึ่งเธอได้รู้จักกับแอ๊บบี้ เด็กสาวที่ชอบเปิดเพลงดังๆให้เสียงเพลงป๊อปจากหูฟังลอยคลอมาให้ได้ยิน เธอมีสมุดเล่มเล็กที่เรียกว่า “แผนที่ฤดูร้อน” ข้างในมีเพียงสถานที่ที่เธอค้นพบและตั้งชื่อเอง เช่น จุดพบนกบลูเจย์ ร้านเบเกิลที่อร่อยเหาะ หรือมุมเงียบในสวนที่บางวันมีเสียงดนตรีจากแบนด์เชลล์ลอยมาให้ฟัง ตลอดฤดูร้อนนั้น ทั้งสองออกเดินสำรวจพาร์คสโลปด้วยกัน ทุกครั้งที่หลงทาง แอ๊บบี้จะเพิ่มจุดใหม่ลงในสมุด พร้อมโน้ต “บ่ายนี้อากาศดี” หรือ “ตรงนี้เหมาะกับการนั่งเฉยๆ” ถึงจะงงๆ แต่มันก็ทำให้เบคก้าเหงาน้อยลง แต่แล้ว ก่อนฤดูร้อนจะจบ แอ๊บบี้ก็มาบอกว่าเธอจะย้ายกลับ โอเรกอน และเงียบหายไป หลายปีต่อมาเบคก้ากลับมาที่สวนอีกครั้ง แล้วเธอก็ได้เข้าใจว่าแผนที่ฤดูร้อนไม่ได้มีไว้หาเส้นทาง แต่มีไว้เก็บความทรงจำอันล้ำค่าของเด็กผู้หญิงสองคนที่เคยหลงทาง และค้นพบโลกใบเล็กของตัวเองไปด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้พบกันอีกแต่เธอก็จะจดจำฤดูร้อนนั้นตลอดไปFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… The Summer MapPen Name : ลามะลิลา Back in 2004, Becca, a newcomer to Park Slope, Brooklyn, found herself frequently wandering lost in Prospect Park after school. The unfamiliar surroundings left her feeling adrift and alone. Then, one day, she bumped into Abby, a girl whose headphones pulsed with loud pop music. Abby carried a quirky little notebook she called her "Summer Map," a collection of her personal discoveries and whimsical names for places – a haven for blue jays, a bakery serving up divine bagels, or a peaceful nook in the park where the distant melodies from the bandshell might just reach you. As summer unfolded, the two girls became inseparable explorers of Park Slope. Each time they strayed from the known path, Abby would add a new entry to her map, jotting down simple observations like, "Lovely afternoon," or "Perfect spot for just chilling." While it might have seemed a bit chaotic, this process eased Becca's loneliness. However, as summer began to wane, Abby dropped the bombshell that she was moving back to Oregon, and then she was gone. Years later, returning to the park, Becca realized the "Summer Map" wasn't about navigation at all. It was a testament to the fleeting, treasured moments of two girls who, in their shared wanderings, had stumbled upon their own unique world. Though their paths never crossed again, that summer remained an indelible part of her memory.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE พร้อมต้อนรับ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ที่จะมาครองใจทุกคนด้วยความน่ารัก ขี้เล่น ปนหลอน ของ “เบ็คโน๊ะ” จนแฟน ๆ ต้องเผลอตกหลุมรัก “แนนโน๊ะ” คนนี้...กันแบบไม่รู้ตัววววิธีฮีลใจของ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” “เบ็คกี้” เผยว่า หากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่จะทำเลยนั่นก็คือ การนอน พร้อมบอกว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีมรสุมงานหนักมาก ทำให้ตนนั้นเคยมีเวลานอนน้อยที่สุดต่อวันเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น และต้องออกไปทำงานต่อตลอดทั้งวัน โดย “เบ็คกี้” เล่าว่า ตอนแรก ๆ รู้สึกว่า มันง่วงมาก แต่เมื่อใดที่ออนเซ็ตปุ๊บ จะสวิตช์กลับมาได้เองเลยทันที จึงทำให้การง่วงนอนนี้ไม่มาเป็นปัญหากวนใจเวลาทำงาน อีกทั้งยังแอบสปอยว่า ช่วงนี้ตนนั้นกำลังซุ่มทำเพลงอยู่ และคิดว่าอีกไม่นานจะได้ปล่อยเพลงซีเครทนี้ให้แฟน ๆ ได้ฟังกันแบบฟินหูอย่างแน่นอนนนMini Mission เบ็คกี้-แนนโน๊ะ โดยทางทีมงานก็ได้สร้างมินิเกมเล็ก ๆ สนุก ๆ มาให้กับ “เบ็คกี้” ได้เล่น ทดสอบการสับสวิตช์อารมณ์ และคาแรกเตอร์ของ “เบ็คกี้” ได้แบบจุใจ ด้วยการให้ “เบ็คกี้” ทำท่าทาง สลับคาแรกเตอร์ระหว่างการเป็น “เบ็คกี้” และการเป็น “แนนโน๊ะ” ทั้งท่าทาง ‘ยิ้ม’ ‘โกรธ’ ‘รัก’ และ ‘สงสัย’ ซึ่งทุก ๆ ท่าทาง “เบ็คกี้” ก็แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสุด ๆ อย่างกับว่ามีทั้ง “เบ็คกี้ และแนนโน๊ะ” มานั่งอยู่ในสตูด้วยจริง ๆ !กว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ใน “เด็กใหม่ The Reset” “เบ็คกี้” เล่าว่า เส้นทางกว่าจะมาเป็น “แนนโน๊ะ” ในซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย โดยบอกว่า ตนนั้นต้อง Workshop กับผู้กำกับถึง 6 คน หรือก็คือ การต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่าคาแรกเตอร์ของแนนโน๊ะแต่ละตอนนั้น ก็จะมีความต่างกันไป บางตอนอาจจะมีความขี้เล่น บางตอนอาจจะมีความ กวน ๆ ผสมไปบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้อง Workshop ก่อนถ่ายทำจริงในทุก ๆ ตอนนั่นเอง‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ หลังจากที่ซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” ได้เปิดตัวออนแอร์ EP.แรก ไป ฉากหนึ่งที่เป็นภาพจำ และติดอยู่ในความทรงจำของคนดูก็คงหนีไม่พ้นฉาก ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ ที่ “แนนโน๊ะ” ได้พูดขึ้นมาในตอนที่กำลังถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยหมัดค้อนของเล่นของ “สกาย” เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าตนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บใด ๆ เลยจากการที่ “สกาย” ได้ทุ่มสุดแรงต่อยลงมา โดย “เบ็คกี้” ก็ได้เผยว่า ‘ปิ๊บ ๆๆๆ’ นั้นไม่ใช่บทที่อยู่ใน Dialogue แต่เป็นการ Improvise ที่ตนนั้นคิดขึ้นมาเองหน้าเซ็ต เพราะตนรู้สึกว่า ตัวละคร “แนนโน๊ะ” ตอนนั้นมีความรู้สึกสนุกกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ตัวเบ็คกี้เองก็คิดว่า ฉากนี้ก็เป็นฉากที่แสดงตอนถ่ายทำแล้วรู้สึกสนุกมาก ๆ เช่นกันกระแสตอบรับที่ดีมากของซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” “เบ็คกี้” เผยว่า “เด็กใหม่ The Reset” นั้น เป็นโปรเจกต์ที่ทีมงานทุกคนตั้งใจทำกันมาก แม้ตอนถ่ายทำจะยังมองไม่เห็นว่าภาพความสำเร็จจะออกมาเป็นยังไง แต่สุดท้ายพอทุกคนได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ ของแฟน ๆ ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันเกินคาดสุด ๆคาแรกเตอร์ไหน..ท้าทาย “เบ็คกี้” เล่าว่า ตัวเองนั้นใส่สุดกับทุก ๆ ตอน ทั้ง 6 ตอน และรู้สึกว่า เวลาที่ได้แสดงอยู่หน้าเซ็ตนั้นสนุกมาก ๆ สำหรับการดีไซน์ฉากต่าง ๆ ของแต่ละซีน พร้อมเผยว่า แต่ละเทคที่ตนได้แสดงไปนั้น ตนก็เล่นออกมาต่างกันทุกเทค ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำเสียง ท่าทางต่าง ๆ เพราะตนรู้สึกสนุกกับการออกแบบตัวละครในแบบของตัวเองตามสถานการณ์หน้างานในแต่ละซีน จนทำเอาบางทีก็ถือเป็นการเซอร์ไพรส์นักแสดงคนอื่นที่มาร่วมอีกด้วยการร่วมงานกับนักแสดงคนอื่น ๆ “เบ็คกี้” เผยว่า สำหรับการร่วมงานการแสดงกับดารา หรือศิลปินคนอื่น ๆ ในเรื่องนี้นั้น เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานด้วย โดยได้เริ่มมาทำความรู้จักกันในวัน Workshop และทุกคนก็เป็นนักแสดงที่เก่ง และเต็มที่กันสุด ๆ จึงทำให้ตัวเธอนั้นรู้สึกสนุกกับการแสดงในเรื่องนี้มาก ๆแนนโน๊ะ หรือ..เบ็คกี้ “เบ็คกี้” เผยว่า ในช่วงที่ถ่ายทำซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” นั้น ตนก็ได้ถ่ายทำซีรีส์อีกเรื่องอยู่เช่นกัน ซึ่งคาแรกเตอร์ของทั้งสองตัวละคร ของทั้งสองเรื่องนั้น มีความแตกต่างกันแบบสุดขั้ว “เบ็คกี้” จึงมีเทคนิคในการสลับคาแรกเตอร์โดยการให้มองว่า ถ้าเราอยู่ในห้อง แล้วให้มองว่าห้องที่เราอยู่นั้นเป็นสีอะไร แล้วอินเนอร์ในตัวเราก็จะเปลี่ยนไปตามสีห้องที่เรามองเห็นนั่นเอง “เบ็คกี้” เผยว่า ในตอนแรก การสลับคาแรกเตอร์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ๆ แต่เมื่อได้เทคนิคนี้ก็ทำให้สามารถสลับคาแรกเตอร์ไปมาได้ไว และง่ายขึ้นมาก แถมเจ้าตัวยังบอกว่าชอบ และสนุกสำหรับบททดสอบ ความท้าทายนี้สุด ๆ !“แนนโน๊ะ” สอนอะไรให้กับคนดู ? “เบ็คกี้” ได้บอกว่า ในทุก ๆ ตอน ของทั้ง 6 ตอนนั้น เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคนมาก ๆ หรือบางทีอาจจะเป็นเรื่องที่คนใกล้ตัวเรากำลังเจออยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้เพียงแค่รับชมซีรีส์เพื่อความสนุกสนาน เพียงเท่านั้น แต่อยากให้นำข้อคิดที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้กลับไปคิด และปรับใช้ต่อได้อีกด้วยและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้กลายเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับเหล่า Angles ตัวน้อย นางฟ้าของเบ็คกี้ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” ได้เล่นสนุกกันกับเกม ‘สวัสดีค่ะ แนนโน๊ะนะคะ เป็น…ใหม่’ งานนี้ “เบ็คโน๊ะ” ใส่เต็ม เสิร์ฟแฟน ๆ สุด ๆ“แนนโน๊ะ” ในร่าง “เบ็คกี้” จะเป็นยังไง สามารถไปรับชมความน่ารักปนหลอน ชวนระทึกขวัญได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนแฟน ๆ อมยิ้มไปตาม ๆ กัน สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เบ็คกี้ อาร์มสตรอง” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่แม้จะฉายเดี่ยว มาคนเดียว แต่ความน่ารัก ความเต็มที่ ก็ยังมีให้เหล่าแฟน ๆ แบบไม่มีกั๊ก ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “เด็กใหม่ The Reset” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง One 31 และรับชมย้อนหลังแบบ UNCUT ได้ทางแอปฯ oneD แต่....ระวังแนนโน๊ะจะไปหาน้าาา !สามารถเข้าไปรับชมความน่ารักของเบ็คกี้ และความขี้เล่นชวนหลอนของแนนโน๊ะได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

“มอส-แบงค์” คู่ซี้ที่พร้อมจะหยุมกันตลอดเวลา มาคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม”

17 ก.ย. 2024

“มอส-แบงค์” คู่ซี้ที่พร้อมจะหยุมกันตลอดเวลา มาคว้ารางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม”

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 5 กันยายน 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ “มอส - แบงค์” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 สาว “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “ดาวประดับฟ้า” สำหรับแฟนคลับตัวน้อยๆที่มองพี่มอส พี่แบงค์อยู่ตรงนี้ เห็นความพยายาม ความเอาใจใส่ ความทุ่มเท ต่อทุกๆชิ้นงาน , ผลงานที่ทั้งตัวพี่มอสและพี่แบงค์ได้รับ นอกจากนี้พี่มอสและพี่แบงค์ก็ใส่ใจแฟนคลับของพวกเขามาก เทคแคร์สุดๆ ทำให้สำหรับแฟนคลับ อยากเห็นทั้งคู่เป็นเหมือนดั่งดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้า ส่องแสงสว่างสดใส แม้ในอนาคตจะจับต้องไม่ได้ แค่ก็คุ้มค่าที่ได้เป็นอีกแรงกำลังผลักดันให้ดาวดวงนี้ขึ้นไปถึงจุดนั้น จุดที่ทั้งคู่ส่องสว่างท่ามกลางผู้คนนับพันนับล้าน เลยอยากฝากชื่อรางวัล "ดาวประดับฟ้า" ไว้ให้พี่ๆทีมงานพิจารณาด้วยค่ะ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “รักไม่บอก แสดงออกด้วยการหยุม”**ชื่อสาขานี้เป็นชื่อที่ได้รับการเสนอเข้ามาเยอะที่สุด นี่คือแนวคิด/ที่มาบางส่วนเท่านั้น** แนวคิด 1 : หยุมที่ 1 คือตีกัน แย่งของกัน งอนกัน ไลฟ์ด้วยกัน แต่ละรอบไม่เคยไม่หยุม แหย่กันตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ยอมกันอยู่ดี หยุมที่ 2 คือ มือมอส มอสชอบหยุม.... แบงค์ ไม่ว่าจะไลฟ์หรือ หน้างาน มีให้เห็นเรื่อยๆ จนมี #มอสหลงมือปลาหมึก ใน Tiktok แต่จริงๆเค้าติดสกินชิพทั้งคู่ ถ้านั่งข้างกันจะมีส่วนใดส่วนนึงแตะตัวกันเสมอ จับแขน กอดแขน โอบเอว โอบไหล่ แนวคิด 2 : เพราะมอส – แบงค์มีชื่อว่าคู่รักนักหยุม3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “พี่คนสวยติดเเกรมกับม๋าเด็กปากเเข็งที่จริงใจ” Banky = พี่คนสวย (หลักฐานอยู่ที่หน้าเเละตัวหมดเเล้ว) เเกรมในที่นี้หมายถึง ความเรียบหรูดูเเพง มีเสน่ห์ น่ามอง Moslhong = ไทป์ลูกหมา มีความขี้อ้อน พูดเพราะ อบอุ่น ใจเย็น ดูเเลเก่ง ทัศนคติดี คลั่งรัก ติดสกินชิพเเบบ 3000% เเต่ปากเเข็งหน่อยๆ4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “หาให้เจอนะความสัมพันธ์แบบมอสแบงค์” ตลอด 2-3 ปีที่ตามน้องๆมา เราว่าความสัมพันธ์น้องๆเป็นอะไรที่ดีมาก ไม่ได้มองในมุมคู่จิ้น แต่มองในฐานะมนุษย์คนนึง ความคอยซัพพอร์ตกันให้อีกฝ่ายไปถึงฝันอย่างเต็มที่โดยไม่หวังอะไรตอบแทน ความทะนุถนอมกันที่ทำให้เรารู้สึกว่าเค้าอยากมีกันและกันในชีวิต ใส่ใจกัน ให้เกียรติกัน อยู่เป็นความสบายใจให้กัน เราสัมผัสได้ว่าเค้ารักกันมากกกก มากกว่าที่เราจะจินตนาการได้ เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่า "ตราบใดที่คนใดคนนึงยังอยู่ อีกคนก็จะถูกรักเสมอ" ปล.เรื่องสถานะน้องไม่เคยออกมายืนยัน แต่แฟนด้อมเราเรียกกันว่าคู่ชีวิตค่ะ5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Emerald Couple” มรกตเป็นสัญลักษณ์ของความภักดีและความรัก นำมาซึ่งความสามัคคีเช่นเดียวกันกับที่ มอส - แบงค์ ทำเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ! เตรียมตัวรับความฟินจาก “มอส - เเบงค์“รางวัล “รักไม่บอกแสดงออกด้วยการหยุม” เเบงค์ : ขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนนะครับที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดครับ ขอบคุณทุก ๆ การติดตามนะครับ บอกเลยว่ามันมีค่าต่อพวกเรามาก วันนี้ก็ได้รางวัลอันทรงเกียรติเเล้วเรียบร้อยก็ขอบคุณทุกคน รางวัลนี้ก็มอบให้ทุกคนด้วยเช่นกันครับฉายามอสหลงมือปลาหมึก ชอบสกินชิพแบงค์ที่สุด! เเบงค์ : คำตอบออนเเอร์ได้หรอ~ มอส : พูดได้มั้ยครับ ดีเจดาว : ได้ ๆ พูดได้ มอส : ผมชอบจับนมครับ เพราะมันนุ่ม~ เเบงค์ : เรื่องของเรื่องคือเขาจะชอบทำยังไงก็ได้ให้ผมหงุดหงิด ถ้าวันนี้เรามาทรงอารมณ์ดีมาก ต้องทำให้หงุดหงิด ดีเจดาว : เเล้วทำไมเราถึงหงุดหงิดเวลาเขามาจับ เเบงค์ : พี่เข้าใจมั้ยว่าเมืองไทยเราไม่ได้หนาวอ่ะ พื้นเพบ้านเราเมืองร้อนละเราหงุดหงิดง่าย มอส : อ่ะพูดอย่างงี้ พื้นฐานเราเป็นคนขี้หงุดหงิด เเบงค์ : เนี่ยย เเล้วมันเป็นอย่างงี้ตลอด เขาทำให้เราหงุดหงิดเเล้วก็จะไปบอกทุกคนว่าผมเป็นคนขี้หงุดหงิดความอุ่นใจที่โดนอีกฝ่ายสกินชิพ เเบงค์ : มันมีหลายมู๊ดด มันจะมีที่เขาชอบแกล้งเรากับที่เขารู้เเล้ว เพราะผมเป็นคนที่จริงจังกับงานมากเเบบเป็นคนที่มีความฝันแล้วทะเยอทะยานกับความฝันของตัวเอง เเล้วบางครั้งเราไม่ได้สมหวังในทุกเรื่อง มันก็มีจะมีโมเม้นที่เขาเเบบเข้ามาบอกเราด้วยการสกินชิพว่า “เห้ยย ยังมีเขาอยู่นะที่เดินไปด้วยกัน อย่าลืมเขาสิ ถ้าเธอเศร้าก็เศร้าไปด้วยกัน” มันก็จะเป็นโมเม้นที่เเบบทำให้ผมรู้สึกว่าการสกินชิพของเขามันดีกว่าคำพูดด้วยซ้ำบางครั้ง ดีเจเเนน : ขอบคุณที่ทำให้เครียด ในวันที่ยิ้มได้ เเบงค์ : อะไรแบบนั้น5555555555555+ถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สิ่งแรกที่ทำให้ต้องมองอีกฝ่าย! มอส : ต้องบอกก่อนว่าเขาเป็นคนที่ขาวมาก เพราะฉะนั้นเขาจะมีออร่า พูดได้ตรง ๆ ว่าเขาเป็นที่เเสงส่องลอดออกมาจากผิว เอางี้เวลาเขาเดินมาจากฝูงชนเป็นร้อย ผมเห็นเขาคนเดียว เเบงค์ : อันนี้ผมไม่ได้พูดนะเนี้ยมอสหลงเป็นคนปากแข็ง! เเบงค์ : จริงครับ เขาเป็นคนที่ไม่ชอบบอกรัก ไม่ค่อยชอบพูดอะไรที่มันโรเเมนติก เขาจะเป็นคนที่เน้นการกระทำ ซึ่งบางทีอะด้วยความที่เราสนิทมาก ความต้องการเราเยอะขึ้น… ดีเจเเนน : ความต้องการเรื่องอะไร!? เเบงค์ : เรื่องการบอกรักก เอาใจ~ ด้วยความที่ผมสนิทกับเขาแล้วไปที่บ้านเขาก็รู้ว่า ตั้งเเต่เด็กถูกเลี้ยงดูมายังไง ด้วยความที่ความที่เขาไม่ค่อยบอกรักพ่อเเม่ เเต่เขาจะใช้วิธีการกระทำให้พ่อเเม่รู้ว่าเขารัก เเละเขาก็ติดเเบบเนี้ยมาเรื่อย ๆ เเล้วพอมาอยู่กับเราเราดันเป็นคนที่อยู่ในครอบครัวที่ชอบพูดคำว่ารัก ผมก็เริ่มสอน ทุกวันนี้เขาก็เริ่มไปบอกพ่อแม่แล้ว ดีเจแนน : บอกว่าา มอส : รักไงค้าบบ รักพ่อรักแม่นะค้าบ เเบงค์ : แต่ผมชอบให้เขาพูดแบบว่าวันนี้ชั้นน่ารักมั้ย นางก็จะแบบว่า อือ ๆ ก็ดี ซึ่งเราไม่อยากได้คำตอบนั้นไง เราก็จะถามไปจนกว่าเขาจะให้คำตอบที่เราพอใจ มอส : เป็นคนที่ถามเราเพื่อให้เราตอบคำถามที่ตัวเองต้องการ ดีเจแนน : มีคำตอบอยู่แล้ว~ เเบงค์ : ช่ายย อย่ามาเปลี่ยนคำตอบสนิทกันมากจนรู้ว่าอีกคนชอบดอกไม้ ชอบธรรมชาติ มอส : จริง ๆ ผมก็ให้ดอกไม้เขาทุกวันอยู่เเล้ว แบงค์ : คือเขาเป็นคนที่รู้ว่าผมชอบดอกไม้ เพราะว่าผมเคยบอกเขาว่าผมชอบไปเที่ยวธรรมชาติมากมันจะมีเเต่สีเขียว เเต่ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติคือทุกครั้งที่มันมีสีที่ไม่ใช่สีเขียวโผล่ออกมามันเหมือนแบบ ความสวยงามจากธรรมชาติ ผมก็เลยเป็นคนที่ชอบดอกไม้ เวลาไปไหนเขาก็ชอบให้ดอกไม้ผม ผมเคยได้ยินนักจิตวิทยาเขาพูดว่า ถ้าเราหาความสุขจากอะไรแบบง่าย ๆ ไม่ได้ เราพยายามมองไปที่ดอกไม้ บางครั้งดอกไม้อาจจะสร้างความสุขให้ด้วยสีของเขา เขาเลยอยากให้ผมมีความสุขเพราะเขาไม่กล้าพูด เขาก็เลยทำแทน ดีเจเเนน : เเล้วโอเคมั้ยล่ะ? แบบไม่พูดเเต่ว่าก็ซื้อดอกไม้ให้แทน แบงค์ : แรก ๆ ก็ได้เเต่ว่าหลัง ๆ โลภ ดีเจแนน : คืออยากได้ดอกไม้ด้วยเเล้วก็อยากให้เขาพูดด้วยอ่อ เเบงค์ : แต่หลัง ๆ มีเเอบพูดบ้าง~รู้จักกันมา 3 - 4 ปี สถานการณ์ที่เราทั้งคู่แค่มองตาก็รู้ใจ มอส : เวลาตอบคำถามเราคำถามซักอย่างนึง ผมเป็นคนที่ตอบคำถามไม่ค่อยสวย เเต่เขาจะเป็นคนตอบคำถามสวย เราก็ตอบแบบผู้ชายตอบ ใจความให้มันได้อะไรเงี้ย เเบงค์ : เราติดดูนางงาม เเต่เขาจะพูดไปเรื่อย มอส : พอเราตอบคำถามไม่สวยปุ๊บ เขาก็จะนอยละ เธอต้องตอบให้สวยกว่านี้ ตอบให้ดีกว่านี้เเล้วในคำตอบนั้นจะมีการตีกันอยู่ ทางสีหน้าแววตาที่มันเปลี่ยนไปซึ่งคนไม่รู้เลย เป็นการตอบที่ดูดี แปลก ๆ มันอยู่ที่คำพูดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเราจะรู้เเค่ 2 คน เเล้วก็เวลาออกงานเวลาเดิน มองตา ทุกอย่างเราจะรู้ละว่าต้องการหรือไม่ต้องการ สมมุติเดินไปแล้วมีบางอย่างที่ไม่สามารถพูดได้ ณ ตรงนั้น เขาหันหน้ามาเเล้วหันกลับไป เเค่นี้เราก็รู้เเล้วว่าเขาต้องการอะไร ดีเจดาว : หรอ แล้วเขาต้องการไรอ่ะ? มอส : เขาต้องการให้เราอ่ะไปเรียกใครซักคนก็ได้ ไปดึงเขากลับมา ดีเจเเนน : เหมือนเป็นฟีลเชื่อมจิตเหมือนกันนะ มอส : ช่ายยย เเบงค์ : ผมเห็นเขาก็จะรู้เเล้วว่าโอเค สิ่งเนี้ยคือสิ่งที่เขาไม่โอเคละ ต้องทำไงก็ได้ให้สถานการณ์มันพลิกกลับมาเป็นโอเคให้ได้สรรพนามที่ทั้งคู่เรียกแทนกัน เเบงค์ : ถ้าหมั่นไส้จะเรียกว่า ‘ตะมอส’ ถ้าปกติก็แมม ‘แมม’ ดีเจเเนน : แมม? เเบงค์ : เพราะว่าเขาชื่อเเมมอส เมื่อก่อนเรียกคนเดียว เเต่ตอนนี้คนเรียกคนเรียกตามก็เลยคอยต้องเปลี่ยน มอส : ของผมถ้ารู้สึกว่าเริ่มตีกันเเล้วเรียกว่าแบงค์ ถ้าอารมณ์ดีจะเรียกเธอเวลาหยุมกัน มอสหลงเป็นคนเริ่มก่อน เเบงค์ : เขา 100% หลักฐานเต็มไลฟ์ เต็มติ๊กต่อก มอส : ไม่จริงงๆๆๆ ~ ดีเจแนน : มีครั้งไหนมั้ยที่แบบมันเลยเถิดมาก แบบงอนจริง เเบงค์ : ทุกครั้ง555555+ คำว่าโกรธของเรามันเป็นโกรธเด็กอ่ะ ด้วยความที่พวกเราโกรธง่ายหายไว มอส : เอางี้ก่อน เขาเป็นคนปากไว ผมเป็นคนที่ขี้งอน คำปฏิญาณของผมคือถ้าฉันไม่ทำกับเธอ เธออย่ามาทำกับฉัน เเล้วถ้าฉันทำกับเธอ เธอต้องทำฉันเหมือนกัน แฟร์ ๆ ถ้าขอโทษก็หายเลยFeedback ของซีรีส์ “Sunset x Vibes (เพียงชลาลัย)” เเบงค์ : แฟน ๆ มีหลายมู๊ดมาก มีมู๊ดเป็นเเม่ อยากเป็นแฟนเเละป้าข้างบ้าน มอส : เรื่องนี้ฟีลป้าข้างบ้านเยอะ แบบว่าดูไม่ค่อยสนใจเเต่สนใจอะไรอย่างเงี้ย ดีเจแนน : เขินมั้ย? ร่วมงานกันมานานเเล้ว พอต้องมีเลิฟซีน เเบงค์ : สำหรับผม ถ้าเทียบกับเรื่องที่เเล้วอ่ะ เรื่องนี้ผมเขินเพราะว่าเขาโตขึ้น เเล้วสายตาหรือการสัมผัสมันโตขึ้น บางทีผมก็ตกใจอ่ะเพราะเรื่องนี้เขาใส่เต็ม ผู้กำกับเขาบรีฟว่าขอโรเเมนติก ด้วยความที่เขาแบบดุ ๆ อ่ะ รุนเเรงนิดนึง ดีเจแนน : เเล้วเราชอบซีนไหน เเบงค์ : ผมชอบซีนเต้นรำ เพราะว่าเป็นคนชอบดูหนังยุค 2000 อะไรงี้เเล้วมันจะมีการเลี้ยงรุ่น แบบงานพรอมแบบฝรั่ง เเต่โรงเรียนผมไม่มีไงก็เลยเเบบสานฝัน ซักครั้งในชีวิตที่จะได้เต้นรำแบบนี้ ซึ่งเป็นซีนที่ผมชอบมากที่สุดเลยอ่ะ มันโรเเมนติกมาก เเละมันเป็นการ transitions กับเลิฟซีนด้วย มีสวยงาม มันมีความศิลปะ เเล้วเธออ่ะ… มอส : ผมชอบซีนศิลปะ เเละเป็นซีนที่ผมรู้สึกว่ามันโป๊ที่สุดในเพียงชลาลัยผลการตอบรับดีมากก จนมีงาน Fansign เเบงค์ : ด้วยความที่ซีรี่ย์นี้ให้การตอบรับเเบบดีมาก เราก็เลยรู้สึกอยากตอบแทนทุกคน ทุกวันนี้เวลาออกอีเว้นท์แฟน ๆ บินมาจากต่างประเทศบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง เพื่อจะมาหาเรา ทีนี้เราก็เลยอยากไปหาเขาบ้างเลยเกิดมาเป็นโปรเจค Fansign Sunset x Fans Vibes เราก็จะพานักแสดงทั้ง 8 คนไปเจอแฟน ๆ ทั้ง 4 ภาค มอส : สามารถซื้อบัตรได้ที่ Hunter Mall แล้วก็ Start Hunter เลยวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“มอส-แบงค์”เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘หัวหน้ามอสกับน้องแบงค์’หัวหน้ามอสจะดุขนาดไหนเเละน้องเเบงค์จะรับมือยังไง ไปดูกันเลยย (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ“มอส-แบงค์” (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“มอส - แบงค์”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความฟินจิกหมอนให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไปฝากซีรีส์ “เพียงชลาลัย Sunset X Vibes” ที่เพิ่งจบไป สามารถรับชมย้อนหลังได้ทางช่อง iQIYI เเละฝากวง The Dragon สามารถรับชมเเละรับฟังได้ทุก Streaming เเละช่องยูทูปชื่อ ม่องเบี้ยว เเละงานที่กำลังจะถึงคืองาน Fansign Sunset X Fans Vibes ทั้ง 4 ภาค เเล้วเจอกันนะค้าบบ~สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-