“PiXXiE” เกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารัก ที่ใครๆ ได้ทำความรู้จัก ก็ต้องตกหลุมรักพวกเธอมากกว่าเดิม!

EFM FANDOM RECAP

“PiXXiE” เกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารัก ที่ใครๆ ได้ทำความรู้จัก ก็ต้องตกหลุมรักพวกเธอมากกว่าเดิม!

03 พ.ค. 2023

ซัมเมอร์แบบนี้ ถ้าจะให้เรานึกถึงความสดใสคลายร้อนก็คงหนีไม่พ้น เกิร์ลกรุ๊ปวง T-POP จากค่าย LIT ENTERTAINMENT ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งอยู่ในช่วงนี้กับ 3 สาววง “ PiXXiE “ ( มาเบล - พิมมา - อิงโกะ ) 3 สาว 3 สไตล์ คาแรคเตอร์ชัดที่จะมามัดหัวใจของพวกคุณให้ดิ้นไม่หลุดกันไปเลยทีเดียว 

 

มาเริ่มกันที่ช่วงแรกของรายการกับการร่วมพูดคุยกับชาว ‘ Pixel’ ทุกท่านถึงจุดเริ่มต้นการรู้จักทั้ง 3 สาวกับเรื่องราวความแปก ที่ทำเอาชาว EFM Fandom Live แปลกใจในหลายอย่างเลยทีเดียว

 

ตำนาน “ ผมผี “ มีจริงค่ะซิส

 

เริ่มกันที่แฟนคลับของวิชวลสาวประจำวงอย่าง “ มาเบล PiXXiE ”หรือ มิ้นท์ สุชาดา ที่แฟนคลับก็ออกมาเล่าวีรกรรมความแปกของสาวคนนี้ที่บอกเลยว่า ความสวยยังไม่พอสำหรับเธอคนนี้ ความตลกก็ไม่น้อยหน้าใครอีกเช่นกัน อย่างคลิปไวรัลมาเบลพ่นน้ำก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ทำเอาเหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาชื่นชอบในตัวเธอ และหากใครได้เจอ Performance การเต้นการร้องของสาวน้อยคนนี้แล้วนั้น นอกจากจะเซอร์ไพรส์กับความสามารถของเธอแล้วนั้น ก็ต้องตกตะลึงกับความเริ่ดจากการเคลื่อนไหวผมของสาวคนนี้ไปตามๆ กัน จนกลายมาเป็น “ ตำนานผมผี ” ที่ใครหลายคนต่างแซวกัน 

 

และหากจะพูดถึงความประทับใจต่อสาวน้อยมาเบลคนนี้ ทางแฟนคลับจึงเล่าว่า สาวน้อยคนนี้มีความจริงใจในสายตาตลอดมา หากสังเกตง่ายๆ ก็คือพิกเซลคนไหนได้ไปตามเธอ เธอมักจะชอบพูดคุยและเล่นกับแฟนคลับอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จึงแสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่านการกระทำและสายตาจากผู้หญิงคนนี้ตลอดมา 

 

ตัวแทนแรงบันดาลใจของเหล่า Pixel

 

คนต่อมาสาวเท่สายแฟชั่นอย่าง “ พิมมา พิมพ์มาดา ” ที่เหล่าแฟนคลับก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสาวคนนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ อย่างให้กับแฟนคลับอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแต่งตัว ทัศนคติ และแบบอย่างของการทำงาน ซึ่งพิมมาก็ถือเป็นตัวอย่างของศิลปินคนหนึ่งที่ทั้งเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยเช่นกัน  สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ชาวพิกเซลทุกท่านภูมิใจและดีใจที่ได้รู้จักพิมมา ที่ทั้งสร้างเสียงหัวเราะให้แฟนคลับและกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายๆ คนจากตนตนที่แท้จริงของพิมมา

 

 

หมวยเล็กประจำบ้าน “ อิงโกะ PiXXiE ”

 

สุดท้ายมักเน่ประจำบ้าน PiXXiE “ อิงโกะ อินท์ปาลี ” สาวน้อยสายโวคอลหน้าตาจิ้มลิ้มที่มาพร้อมเสียงสวรรค์ จนทำเอาใครหลายคนต่างตกหลุมรักเธอคนนี้ตั้งแต่แรกเจอ เพราะเหล่าพิกเซลต่างการันตีกันแล้วว่าเธอคนนี้มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์อีกทั้งท่อนไฮโน้ตที่ทำทุกคนสะกดไปตามๆ กัน เชื่อว่าหลายๆ คนนั้นจะชื่นชอบเธอจากนิสัยและความสามารถไปอย่างแน่นอน

 

 

ซึ่งเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของ มาเบล -พิมมา - อิงโกะก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเราจะพาทุกท่านไปรู้จัก PiXXiE ในอีกมุมหนึ่งของการใช้ชีวิต กับเรื่องราวความเป็นมิตรภาพของทั้งสาม ที่หากใครได้ตามก็ต้องประทับใจกันไปตามๆ กัน

 

“ มาเบลพ่นน้ำ เป็นยังไง ไหนเล่าซิ ”

 

เมื่อพูดถึงตำนานมาเบลพ่นน้ำ น้องมาเบลของเราก็ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ของวันนั้นว่า ส่วนตัวแล้วมาเบลจำเหตุการณ์ของวันนั้นไม่ได้ว่าเราตลกอะไรกัน แต่เราทั้งสามคนก็กำลังไลฟ์กันอยู่ในห้อง ทีนี้จึงได้เอาโทรศัพท์ตั้งไว้ที่ขวดน้ำ ซึ่งเลยไปด้านหลังมันก็เป็นแก้วน้ำ และต้องเล่าย้อนไปก่อนว่าก่อนหน้านี้เราเคยมีประเด็นกับทางนิติด้วยว่าห้องเราเสียงดัง เราก็เลยพยายามที่จะไลฟ์กันอย่างเงียบๆ แต่จู่ๆ มันมีตอนที่แก้วน้ำมันขยับพรืดไปพอดี ด้วยความเส้นตื้นของมาเบลที่กลั้นขำไม่อยู่ ก็เลยเป็นแบบในคลิปที่กลายเป็นไวรัลอยู่  ณ ตอนนี้ ที่น้ำพุ่งกระจายเต็มไปหมดเลยค่ะ

 

“ แรกพบ 3 สาว PiXXiE ”

 

เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์การเจอกันครั้งแรกของทั้งสามกับความรู้สึกที่พบเจอกันครั้งแรกว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง มาเบลก็รีบพูดขึ้นมาเลยทันทีว่า ครั้งแรกตนรู้สึกว่าพิมมาดูดุ และน่ากลัวสำหรับเขามากด้วยความที่เราเจอกันครั้งแรกมาเบลเห็นพิมมาในลุคของความบอย ทั้งผมสั้น เสื้อตัวใหญ่อะไรแบบนี้ ทำให้วันนั้นการเจอกันในความรู้สึกของเขาก็คือ “ โห จะไปด้วยกันได้มั้ยเนี่ย ? ” ด้วยลุคด้วยที่ขัดกันไปหมดก็เลยไม่นึกว่าจะเข้ากันได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วทั้งมาเบลและพิมมาเองกลับกลายเป็นสนิทกันที่สุดกันมาได้ ส่วนอิงโกะสาวน้อยจำวงก็ได้เสริมว่า ตัวน้องเองตอนเข้ามาครั้งแรกคือนั่งเกร็งไปหมด เพราะเราไม่ค่อยสนิทกับใคร เราก็จะไม่พูด แต่พอเริ่มสนิททุกคนจะรู้เลยว่าอิงโกะ ไม่ใช่แบบนั้นเลย การันตีโดยพี่สาวทั้งสองของวงว่า “ อิงโกะ ก็คือ ยัยอิงโก๊ะ ” นั่นเอง

 

 

‘ PiXXiE ’ เป็นมากกว่าการทำงาน 

 

อย่างที่รู้กันว่า 3 สาว PiXXiE ของเราสนิทกันและผูกพันกันเป็นอย่างมาก ทั้งสามเล่าว่า เราไม่ได้เป็นเพียงการร่วมงานกันเฉยๆ แล้วก็จบ แต่เราอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวพี่สาวน้องสาว ฉะนั้นเวลามีปัญหาอะไรกันก็จะคุยกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะปัญหาชีวิต หรือการทำงานอะไรก็ตามก็จะเล่าให้กันฟังตลอด อย่างบางทีก็มีดุบ้าง หากทำผิด เพราะเราก็ยังเป็นห่วงซึ่งกันและกันในการใช้ชีวิตเสมอ ซึ่งเรื่องนี้เคยเปิดใจกันไปตอน Outing ของค่ายกันไปเรียบร้อย เป็นเหตุการณ์ที่ทำทั้งสามสาวน้ำตาแตกกันไปตามๆ กัน กับประโยคของมาเบลที่บอกว่า “ PiXXiE โคตรมีความหมาย ฉันรักพวกแก ” จากวันนั้นเป็นต้นมาก็เลยทำให้เราทั้งสามคนปลดล็อคกันไปในหลายๆ เรื่องเช่นเดียวกัน 

 

 

Lifestyle ยามว่างของทั้ง 3 สาว 

 

เมื่อพูดถึงไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของทั้งมาเบล พิมมา และ อิงโกะ ก็ต้องบอกเลยว่าทั้ง 3 คน มีวิถีชีวิตประจำวันที่ต่างกันไปอย่างมาก ซึ่งมาเบลก็ได้เล่าว่าหากมีเวลาว่างก็คงจะอยากพักผ่อน หรือนอนอยู่ห้องเพื่อดูซีรีส์ หรือทานข้าวที่ห้องเพื่อทดแทนการทำงานหนักที่ผ่านมา แต่ถ้าวันไหนว่างมากจริงๆ ตัวเขาก็คงชอบที่ได้ไปเที่ยวกับธรรมชาติ หรือต่างจังหวัดอะไรแบบนี้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่างจากสาวพิมมาตรงที่ถ้าเขาว่างเมื่อไหร่ก็เป็นอันจะต้องไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าแฟชั่นโดยทันที เพราะส่วนตัวสาวพิมมาของเราชอบศึกษาเกี่ยวด้านนี้เป็นการส่วนตัวอยู่ด้วย หากได้ไปเดินดูเสื้อผ้าทีไรก็มักจะนึกถึงเมมเบอร์ในวงได้ทุกที ซึ่งบางทีตัวเขาเองก็มักจะถ่ายรูปส่งไปให้ทั้ง 2 สาวที่เหลือ เพื่อบอกว่าตัวนี้เหมาะกับเธอนะ อะไรแบบนี้ และน้องเล็กของเราสาวน้อยอิงโกะ รายนี้ก็มักจะตระเวนหาร้านอาหารทานกับครอบครัวอยู่เสมอ และเมนูโปรดของเธอก็คือเมนูปลาต่างๆ นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ทั้ง 3 สาวก็ได้เล่าถึงบรรยากาศวันถ่ายทำ Special MV ซิงเกิลล่าสุดอย่าง “ ชอบอยู่ รู้ยัง (FYl) ” ที่บอกเลยว่าทรหดกว่าที่คิด เบื้องหน้าภาพอันสวยงามที่เขาสามมุก บางแสน ก็คืออากาศอันอบอ้าวถึง 40 องศาที่ทำแสบผิวกันไปตามๆ กันเลยทีเดียว โดยทั้งสามนั้นก็ได้เล่าว่า นอกจากการถ่ายทำที่ลากยาวจาก 8 โมงเช้ายัน 1 ทุ่ม ก็ยังมีอากาศและอารมณ์ที่เราจะต้องปรับให้เข้ากับมู้ด MV กันให้ได้ อย่างที่บอกว่าด้วยอากาศร้อน แต่เราก็ยังคงต้องเผยความสดใสกันออกมา เพื่อให้ผลงานดูดีที่สุดเท่าที่ทำได้ จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทั้งสามสาว PiXXiE ลงทั้งแรงกายและแรงใจให้ Pixel ได้ภูมิใจ กันได้อย่างแน่นอน 

 

EFM Fandom Live ก็ขอฝากผลงานล่าสุดของทั้ง 3  สาว PiXXiE กับ Special MV “ ชอบอยู่ รู้ยัง (FYl) ” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของใครหลายๆ คนด้วยและหวังว่าการพบเจอกันในรอบนี้จะทำให้ทั้งสามสาวถูกค้นพบมากขึ้น และอย่าลืมรอติดตามคอนเสิร์ตของทั้งสามสาว กับคอนเสิร์ตของ LIT ENTERTAINMENT ที่จัดกันเป็นครั้งแรก! ก็อย่าลืมไปร่วมให้กำลังใจและไปหา PiXXiE กันให้เยอะๆ เลยน้า ชาว ‘Pixel’

 

“ Pixel to PiXXiE ”

 

“พิกเซลทุกคนก็อยากจะบอกกับ PiXXiE ว่า พวกเราภูมิใจเสมอที่ได้มาเป็นพิกเซลของ PiXXiE อย่างทุกวันนี้ ที่ผ่านมาทุกคนเก่งเสมอ และเราเชื่อว่าในอนาคต PiXXiE  จะเก่งและเติบโตแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนบางทีอาจจะคิดไม่ถึงเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม อยากให้รู้ไว้ว่า เมื่อไหร่ที่เหนื่อย เมื่อไหร่ที่ท้อ ก็ยังมีชาว Pixel  ทุกคนอยู่ตรงนี้ ที่จะคอยให้กำลังใจให้เหมือนกับบทเพลง “เพลงประจำวัน” ที่ PiXXiE ได้มอบไว้ให้กับ Pixel เอาไว้”

 

ภาพ EFM FANDOM LIVE

related EFM FANDOM RECAP

เพราะพรหมลิขิตทำให้ "โอม - เล้ง" กลับมาเจอกัน! และเสิร์ฟความฟิน พร้อมรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา "Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)"

15 ต.ค. 2024

เพราะพรหมลิขิตทำให้ "โอม - เล้ง" กลับมาเจอกัน! และเสิร์ฟความฟิน พร้อมรับรางวัล EFM FANDOM AWARDS สาขา "Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)"

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 10 ตุลาคม 2567 ] คืนนี้เปิดสตูต้อนรับ 2 หนุ่ม “โอม - เล้ง” พร้อมอัพเดทพูดคุยกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน และ ดีเจโซเซฟ”ในช่วงแรกของรายการ เป็นการคัดเลือกชื่อ“EFM FANDOM AWARDS รางวัลพิเศษ เพื่อคนพิเศษ” จากแฟน ๆ เสนอและเปิดให้โหวต1. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Best Friend Supporter - เพื่อนรักนักซัพพอร์ต” ได้แนวคิดนี้มาจากการติดตาม โอม – เล้ง มาเป็นระยะเวลา 1 ปี เห็นจากทุกๆงานโอมเล้งจะซัพพอร์ตกันตลอด เชียร์อัพกันเสมอ เคยได้ดู kidnap ep.0 ในสัมภาษณ์ โอมจะให้กำลังใจและสอนการแสดงเล้งตลอด ให้ความมั่นใจว่าเพื่อนทำได้ บนเวทีเวลาออกงานร้องเพลง มีงานหนึ่งโอมให้เล้งเลือกเพลง ซึ่งเป็นเพลงที่ร้องยาก แต่โอมก็ตามใจเพื่อนยอมฝึกร้องด้วย เป็นอะไรที่เห็นแล้วใจฟูมาก ดีใจที่ได้มาติดตามโอมเล้ง โอมเล้งทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่พร้อมสนับสนุนกันและกัน ในฐานะแฟนคลับเราก็จะอยู่สนับสนุนไปนานๆ เหมือนประโยคที่ว่า “เดินคนเดียวเดินได้ไกล แต่เดินด้วยกันจะเดินได้นาน” ขอให้เด็กๆน่ารักกันแบบนี้ตลอดไปเลยนะ2. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “เจ้าลูกหมาจ๋องกับคุณหนูป๊อปสตาร์” ที่มาของชื่อรางวัล คือ โอม - เล้ง เค้าเคยเรียนที่เดียวกันตอนมัธยมต้น ซึ่งโอมเคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายที่มากๆ ว่าตอนนั้นเล้งคือ ตัวท๊อป ตัวปัง เป็นป๊อบสตาร์ของโรงเรียน แถมทรงยังเหมือนลูกคุณหนู ความป๊อบและความน่ารักของเล้ง ทำให้โอมไม่ค่อยกล้าคุย เป็นเหมือนเจ้าลูกหมาจ๋อง ที่แอบมองคุณหนูป๊อบสตาร์ของโรงเรียน จนวันนี้วันที่ลูกหมาจ๋องคนนั้นโด่งดังและได้มีคุณหนูป๊อบสตาร์มาอยู่ข้างๆแล้วววว บุญพาวาสนาส่งสุดๆ3. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)” แนวคิด 1 : Because Ohm and Leng met again after 10 years, the reunion of the two people was full of destiny, and the time was just right for the two people to be very suitable for each other, so I think they are destined to be a couple. แนวคิด 2 : มาจากที่น้องโอม น้องเล้ง เป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งแต่ม.ต้น (10ปีที่แล้ว) วันนี้พรหมลิขิต ทำให้น้องๆได้กลับมาเจอกัน ได้มาเล่นซีรีย์ด้วยกัน ได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กัน จับมือประคับประคองเดินต่อไปด้วยกันนานๆเลยนะลูก จะซัพพอร์ตพวกหนูต่อไปค่ะ4. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “คู่หูสะท้อนมิตรภาพไร้ขีดจำกัด” เคมีระหว่าง โอม - เล้ง ไม่ได้มีแค่ในซีรีส์ที่พวกเค้าแสดงด้วยกัน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพแท้จริงที่ไร้ขอบเขต ความสัมพันธ์ที่โอมเล้งแสดงใน social ไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นตัวแทนของความเข้าใจและการ support กันอย่างจริงใจในชีวิตจริง ความสนิทสนมและเคมีธรรมชาติที่เข้ากั้นเข้ากันที่ทำให้แฟนคลับรู้สึกอบอุ่น โอมเล้งไม่ได้แค่เป็นนักแสดงที่เข้ากันได้ดีบน social แต่เป็นคู่หูที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เชื่อในคำว่า “มิตรภาพ”5. ชื่อ/แนวคิด ของรางวัล “It’s great to see you Award” รางวัล It’s great to see you Award หรือให้เสียงภาษาไทยว่า รางวัลดีใจที่ได้เจอคุณนะ (เสียงเอคโค่) โดยชื่อรางวัลนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำบอกเล่าของ โอม ภวัต และ เล้ง ธนพล ว่าทั้งคู่เคยศึกษาอยู่โรงเรียนเดียวกันในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและได้วนกลับมาเจอกันอีกครั้งในซีรีส์เรื่อง kidnap ลับจ้างรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ กับการที่เรากลับมาเจอเพื่อนในตอนเด็กของเราอีกครั้ง โดยที่ในวันนั้นเราอาจจะยังไม่ได้สนิทกัน ไม่เคยคุยกัน เห็นกันแบบผ่านๆตา ((ว่าเขาถือพานวันไหว้ครูและป๊อปมากในโรงเรียน)) แต่ในวันนี้เขาคนนั้นกลับเป็นคนที่อยู่ข้างเราทั้งในวันที่เรามีฝนตกในใจ วันที่อากาศสดใส แม้กระทั่งวันที่ช่างทาสีผิด และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับชื่อรางวัลนี้ก็คือ คำพูดของเล้งในวันเกิดที่บอกว่าโอมอาจจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในอายุ 24 จากทั้งหมดที่กล่าวมาเลยเป็นแรงบันดาลใจของรางวัลนี้ ว่าดีใจที่เขาทั้งสองคนได้กลับมาเจอกันนะ และเขาทั้งสองคนก็คงดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เราที่เป็นแฟนคลับก็ดีใจที่ซีรีส์เรื่องนี้พาให้เราได้มาพบ มารู้จักกับโอมเล้ง ทำให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจ passion ในการทำงานของทั้งคู่ ความรักที่ทั้งคู่มีให้แฟนคลับ เลยอยากจะบอกทั้งสองคนเลยว่าเราดีใจที่เจอคุณ (ทั้งคู่) นะถึงเวลาของความสนุกแล้วค้าบบทุกคนมารับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะในช่วงที่ 2 ของรายการ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “โอม - เล้ง“รางวัล “Predestined Couple (จากกัน10ปีเจอกันอีกที เฮ้ย! พรหมลิขิตป่าว)” โอม : ขอบคุณแฟน ๆ มากนะครับ ชอบชื่อรางวัลนี้มาก น่ารักมากเลยนะครับ ก็เป็นพรหมลิขิตอย่างที่ทุกคนตั้งให้จริง ๆ เล้ง : ผมก็ขอบคุณสำหรับรางวัลดี ๆ ที่แบบว่าสวยงาม เเล้วก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีรางวัลชื่ออย่างงี้ให้เราถือ ก็ขอบคุณมาก ๆ เลยครับผมออร่าของเล้งทำโอมเกร็งจนไม่กล้าเข้าไปทัก โอม : คือด้วยความที่เขาเป็นคนที่ขาว หน้าตาดี ตอนนั้นเขาได้เป็นตัวเเทนเชิญธง ถือพาน ออร่าความหล่อล้วน ๆ มีโอกาศได้คุยกับเพื่อนเล้งอีกทีนึง เวลาคุยกับเพื่อนเล้งก็จะเห็นเขาไปด้วยก็ทักทาย เเต่ว่าเวลาคุยก็ไม่รู้จะคุยอะไร เเล้วก็ไม่ค่อยกล้าคุยเท่าไหร่ ดีเจแนน : ถ้าย้อนเวลากลับไปสถานการณ์ตอนนั้น โอมกล้าจะเข้าไปคุยเเล้ว จะเข้าไปทักคำเเรกว่าอะไร? โอม : กินข้าวมั้ยเพื่อน? เล้ง : เอออ55555555+ โอม : เป็นการละลายพฤติกรรม กินไปคุยไป ดีเจเเนน : เขาถามคุณ คุณตอบว่าอะไรอ่ะ เล้ง : กินไรอ่ะ โอม : เเต่ว่าด้วยความที่ว่าเราเเบบไม่กล้าคุยไง ตอบคำถามเเบบนี้มาเราก็อาจจะเเบบ เขาเฟรนลี่ปะวะ จ๋องหนักเลยความบังเอิญที่เกิดขึ้น นอกจากเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน เล้ง : เท่าที่ได้เป็นเพื่อนกับโอมมา คือเรา 2 คนนิสัยเข้ากันได้ มันเจ๋งมากที่คน 2 คนจะเข้ากันได้ โอม : แบบรวม ๆ ก็ยากหน่อย มันก็ไม่ได้เเบบสามารถเข้ากันได้เป็นปี คุยกับทุกคนเงี้ย ดีเจแนน : แปลว่าไลฟ์สไตล์ของคุณ 2 คนคล้ายกันปะ? เล้ง : อาจจะไม่ได้คล้ายมาก โอม : ไลฟ์สไตล์อ่ะคล้าย เเต่ Activity ไม่คล้าย ฟีลแบบชอบเล่นกีฬาเหมือนกัน Activity คนละอย่าง โอม : ผมชอบมอเตอร์ไซด์ครับ กีฬามอเตอร์สปอร์ต เคยไปแข่งมารอบนึงครับ เล้ง : ของผมช่วงนี้น่าจะเป็นเทนนิส มันเป็น 1 ในลิสต์เป้าหมายของผมในปีนี้เลยนะ เเล้วผมก็เริ่มฝึกแล้วเรียนมาประมาณซัก 2 เดือนที่เเล้ว อินมาก ๆ ก็ตื่นตี 4-5 เเล้วก็ไปตี 6-7 โมงเช้า ดีเจแนน : ปวดเเขนมั้ย? เล้ง : แรก ๆ ก็ปวดครับ วันแรกผมจำได้เลยสนุกมากตี 2 ชม. ตี ๆๆๆ ต้องไปเซ็นชื่อธนาคารมือสั่น555+ ดีเจแนน : ถอนเงินไม่ได้เเล้วลายเซ็นไม่ตรง5555+ ดีเจแนน : แฟน ๆ บอกว่าพวกคุณ 2 คนเป็นคนที่แบบมีวินัยในการออกกำลังกายมาก ทำหลายอย่างใน 1 วัน เล้ง : ของผมอาจจะไม่ขนาดนั้น เเต่ของโอมเขาจะเเบบหลาย เล่นหลายรอบ โอม : อย่างก่อนที่ผมจะมานี่ผมก็ไปยิมมา ถ้าเรามีใจเราไปตอนไหนก็ได้ ดีเจแนน : เขาเคยชวนคุยไปซ้อนท้ายมอไซด์มั้ย เล้ง : เคย ๆ ได้มีโอกาสไปดูเขาเเข่งไปกางร่มให้ วันนั้นเขาก็ชวนไปช่วงนั้นเขาเริ่มขับเเรก ๆ เเล้วอินมาก ๆ ไปเรียน ได้เห็นเส้นทางที่เขาตลอด ๆ เริ่มชอบ ซื้อรถ ซื้อชุด เเล้วก็ไปเรียน เเล้วก็เล่าให้ผมฟังตลอด เขาก็โทรมาชวนผมไปดูอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้าจะมีเเข่ง ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าว่างรึเปล่า สุดท้ายอยากไปดูเหมือนกัน เห็นเพื่อนชอบมาก ๆ ก็เลยอ่ะอยากอยู่ในสนามจริงที่เพื่อนได้ทำในสิ่งที่ชอบ ผมไปกับเขาตั้งเเต่ตี 5 ฟ้ามืดตึดตื๋อ โอมก็จะขับรถมารับที่บ้านตอนตี 4-5 ผมก็ไปนั่งดูเขาซ้อมเขาเเข่ง ก็เป็นประสบการณ์ครั้งเเรกที่แบบได้ไปดูเขาเเข่งจริง ๆ ดีเจแนน : ภูมิใจมั้ย ภูมิใจในตัวเขามั้ย? เล้ง : ภูมิในมาก ๆ คือเเบบตอนที่เขาไปวนเเข่งอ่ะ น้ำตาผมไหลออกมาแทนเขามาก ๆ แบบได้เห็นว่าเขาทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เเล้วก็ตั้งใจจริง ๆ สนุกมาก ๆ วันนั้นกว่าที่ทั้งคู่จะเข้ากันขนาดนี้ เวลาทำงานก็ต้องมีปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง โอม : สำหรับผมเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริง ๆ เพื่อนทำงานอะ มีคาเเรคเตอร์ที่แตกต่างกันต่อให้เป็นคน ๆ เดียวกัน ด้วยความเล้งใหม่มา ต้องเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง ก็เหมือนเเบบผมได้ remind ตัวเองกลับไปในวันแรก ๆ ของตัวเอง เเล้วก็ในวันแรก ๆ ที่เข้ามาใหม่ ๆ เลยอะ เราต้องการอะไรในวันนั้น สมมุติต้องการพี่ไกด์ไลน์ ถ้าเขาช่วยเราตรงนั้นมันจะดี เเล้วก็เหมือนสำหรับเราถ้าโอเคอ่ะเราก็ถ่ายทอดไปให้เขา เหมือนแนะนำ ๆ เพื่อปรับการทำงาน ดีเจโซเซฟ : พี่โอมเป็นคนเเนะนำแบบว่าดีมั้ย? เล้ง : ดี ๆๆ สอนผมเยอะมาก ๆ เลยนะ วิธีการทำงาน การทำงานในกองถ่ายเเล้วก็ทำงานในฐานะนักแสดง ดูคาแรคเตอร์ ภาพรวมของซีรี่ย์ มีหลายมุมมาก ๆ ที่โอมแชร์มาให้ผมไปใช้ทำงาน ดีเจแนน : มีเรื่องไหนที่หาทางออกไม่ไหนไม่เจอเลย? พอโอมไกด์ปุ๊บเก็ทเลย เล้ง : น่าจะเป็นเรื่องการทำงานกับกล้อง บล็อคกิ้ง เพราะตอนที่ถ่ายมันจะต้องบล็อคกิ้ง ตอนแรก ๆ ผมงงมาก น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดที่โอมสอนผมคาแรคเตอร์ของ ‘มิน’ และ ‘คุณหนูคิว’ ใน “Kidnap ลับ จ้าง รัก” โอม : ผมรับบทเป็น มิน ก็มีจะความห่าม ๆ ลุย ๆ เต็มที่ เพราะในเรื่องมีอาชีพเป็นสตั้นเเมน ที่ไปทำงานในกองถ่าย เพื่อที่เราจะต้องหาเงินมาเลี้ยงน้องเราชื่อ เม่น เเล้วน้องป่วยตั้งเเต่เด็ก ๆ เลยต้องทำงานหาเงิน บ้านอยู่กัน 2 คน ออกไปข้างนอกก็มีความเข้มเเข็ง เเข็งแกร่ง เพื่อที่จะเผชิญกับโลกข้างนอก อยู่บ้านก็อีกมู๊ดนึงเวลาอยู่กับน้อง จะเหมือนแบบจ๋องอะ มีความกรอบนอกนุ่มใน อ่อนโยนเเต่ไม่อ่อนแอนะ ดีเจโซเซฟ : ก็ตรงกับความเป็นโอมเลยมั้ย? โอม : ผมว่าก็ตรงในบางมุม เเต่ไม่ได้ตรงกับผมตลอดเวลา ดีเจแนน : แล้วเล้งล่ะครับ คุณหนูคิว เล้ง : คุณหนูคิว ก็จะเป็นฟีลลูกตำรวจใหญ่ ที่แบบเกิดมาในฐานะครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ๆ เเต่มีแค่พ่อคนเดียวตั้งแต่เด็ก เหมือนเเม่กับเราถูกผู้รายจับไปเเล้วเเม่เสียชีวิต เหลือพ่อเเล้วก็โตมาด้วยกัน การที่เราเสียแม่ไปก็เป็นเหตุที่ทำให้มีปัญหากับพ่อ มีปมที่ทำให้เราเป็นโรคนอนละเมอ PTSD ขั้นรุนแรง เเบบสามารถเดินตกบันไดได้ เดินแบบไม่มีสติ ถ้าได้ยินเสียงปืนเนี้ย ทุก ๆ อย่างความทรงจำที่แม่ตายจะกลับมาตลอด ๆ เป็นคาแรคเตอร์ที่ปัญหากับภายในเยอะมาก ๆ ดีเจแนน : ชีวิตจริงเคยละเมอเหมือนในเรื่องมั้ย เล้ง : น่าจะเคยแต่ไม่รู้ตัว เพราะเราก็หลับอยู่ไง5555 ผมอะชอบถามว่าเมื่อคืนกรนหรือว่าละเมออะไรรึเปล่า เพราะไม่รู้ตัวเลยถ้าเป็นอะไรจะได้ไปแก้ ดีเจแนน : เเต่ว่าในเรื่องแก้ด้วยการมัดมือนอนนะ โอม : ใช่ครับ เดี๋ยวละเมอลุกไปไหนไง ดีเจแนน : เเค่ฟังจากเรื่องย่อ ๆ ที่เล่ามา มันมีหลายมู๊ดมาก ๆ นะ มีทั้งดราม่า บู้ เลิฟซีน กุ้กกิ้ก มันสับสนงงงวยบ้างมั้ย เวลาปรับอารมณ์ โอม : มีบ้าง ด้วยความที่เป็นซีนดราม่ามันก็จะมีความคอมมาดี้อยู่ในนั้นในเวลาเดียวกัน คนเรามันโกรธอยู่มันคงไม่ได้โกรธอย่างเดียว มันก็อาจจะมีอารมณือื่นมา ในความดราม่ามีความโรเเมนติกอยู่เดินทางมาถึง EP.6 แล้ว บอกเลยต้องดู! ห้ามพลาด! เล้ง : อีพี 6 น่าจะเป็นตัวคิวเลย 1-5 ปูมาเรารู้จักกันนั่นนี่ เเต่อีพี 6 เหมือนจะเป็นอีพีที่คิวเป็นรับมินเข้ามาในโลกของเขามากขึ้น มินจะได้เห็นชิวิตคิว ความเป็นตัวคิวมากขึ้น อาจจะได้เห็นและได้รู้บางอย่างจากคิวไปเริ่มต้นด้วยพรหมลิขิตจนได้ทำงานร่วมกัน อยากบอกอีกคนว่า… เล้ง : ขอบคุณโอมมาก ๆ ที่เป็นเพื่อนทั้งชีวิตจริงเเละชีวิตทำงานที่ดี ขอบคุณที่อยู่ข้าง ๆ กันมา ขอบคุณที่ซัพพอร์ต สอนหลาย ๆ อย่างมา ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ สำหรับทุก ๆ อย่างเลย ก็จะอยู่ข้าง ๆ โอม จะอยู่ไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือไม่ดี รักมาก ๆ ครับ โอม : ก็อยากจะบอกว่า ผ่านมาได้หลาย ๆ จนมาถึงทักวันนี้คือเก่งมากก เเบบพัฒนาตัวเองขึ้นมาตลอด สู้ ๆ อย่าเพิ่งท้อ มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะมาก เป็นกำลังใจให้เสมอ อะไรที่ดีตอนสมัยก่อนที่ผมเจอมาแล้วรู้สึกว่าผมไม่ชอบ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนอื่น ถ้ามันมีโอกาสไรเงี้ยเราก็จะเตือน ก็จะบอกตลอด ขอให้เจอเเต่สิ่งดี ๆ ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ มีความสุขมาก ๆ ในทุก ๆ วันจ้าา เล้ง : ขอบคุณค้าบบบวันนี้ทางรายการEFM FANDOM LIVEก็มีเกมให้“โอม - เล้ง”เล่นสนุกสนานด้วยชื่อเกม ‘OHM LENG ลับ จ้าง…’ ถ้าอยากรู้ว่า “โอม – เล้ง” จะได้รับจ้างอะไรบ้าง ไปดูกันเลยย(เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย รายการได้เปิดโอกาสให้เหล่าแฟนคลับได้เข้ามาพูดคุยกับ“โอม - เล้ง“ (เข้าไปชมได้ในYoutube: ATIME) สุดท้ายนี้EFM FANDOM LIVEขอขอบคุณ“โอม - เล้ง”ที่มาร่วมพูดคุยและมอบความสนุกสนานให้กับรายการ และก่อนจะจบรายการกันไปขอฝากซีรีส์ “KIDNAP รับจ้างรัก” ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง GMM TV สามารถรับชมย้อนหลังทาง Netflix เวลา 21:30 น. เเละฝากเพลง “แข็งใจ” สามารถฟังได้ที่ Youtube : GMM TV Official ไปติดตามกันได้เลยจ้าา~สามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

17 มี.ค. 2023

“ซันนี่ เกวลิน” ศิลปินลูกครึ่งไทย-จีน กับการกลับมาไทยในรอบ 3 ปี พร้อมเจาะลึก ‘ตัวตนไหนที่ใช่เธอ?’

ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา รายการ EFM Fandom live ได้แขกรับเชิญสุดพิเศษที่อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน! เป็นการกลับไทยในรอบ 3 ปีของ “ซันนี่ เกวลิน บุญศรัทธา” นักร้องชาวไทยเชื้อสายจีน มาพูดคุยกันในรายการ โดยเธอเป็นอดีตสมาชิกของเกิร์ลกรุ๊ปจีนที่ชื่อว่า “ร็อกเก็ตเกิร์ลส์ 101” หลังจากจบอันดับที่ 8 ของรอบชิงชนะเลิศในรายการ “พรอดิวซ์ 101” ต่อมาเธอได้มีเพลงเดี่ยวเพลงแรกของเธอที่ชื่อว่า "Don't Cry" อีกด้วย และไม่เพียงเท่านั้นที่ไทยเองก็ยังมีแฟนคลับตัวตึงที่ตั้งหน้าตั้งตารอการกลับมาของซันนี่อยู่เสมอ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ “คุณฝ้าย” แอดมินจากเพจเฟสบุ๊ค “Sunnee fc thailand” โดยคุณฝ้ายเล่าว่าชื่อด้อมของซันนี่นั้นชื่อว่า “太阳星 ไท่ หยาง ซิง” หรือ Sun Star (ไท่หยาง แปลว่า พระอาทิตย์ ซิง แปลว่า ดาว) มันเกิดจากการที่เวลาซันนี่แนะนำตัว เธอมักจะแนะนำตัวว่า ”สวัสดีค่ะฉันชื่อซันนี่เป็นพระอาทิตย์ดวงโตของทุกคน” ภายในด้อมแฟนคลับก็เลยโหวตกันว่า อยากให้มีชื่อด้อมคล้องกับที่ซันนี่แนะนำตัว และยังพูดคุยถึงฉายาประจำตัวของซันนี่ อย่าง บอสหยาง, น้องฉิง , น้องนี มาเริ่มกันที่ “บอสหยาง” เกิดจากการที่พี่ๆ ทีมงานชอบเรียกน้องว่าบอสหยาง จนสุดท้ายน้องก็เลยนำมาตั้งเป็นชื่อสตูดิโอที่ทำงานที่จีน ต่อมาคือน้องฉิง หรือ “ฉิง เอ๋อ เม่เม๋” ฉิงมาจากชื่อจีน แปลว่า มีแดดออก สดใส เอ๋อ เป็นภาษาจีนที่เติมเข้าไปเพื่อให้คำมันดูน่ารัก เม่เม๋ แปลว่า น้องสาว ส่วน ”น้องนี” คือมาจากชื่อเล่นจริงๆ ของน้อง และบริษัทเห็นว่าน้องบุคลิกสดใส เลยตั้งสเตจเนมว่า Sunny แต่เปลี่ยนข้างหลังเป็น nee แทน และแฟนคลับของน้องไม่ได้มีแค่ที่จีนเท่านั้น มีทั้งประเทศไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, มาเลเซีย เป็นประเทศที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก รวมไปถึง ตอนที่มีคอนเสิร์ตที่จีนก็มีแฟนคลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วย แฟนคลับเยอะขนาดนี้ แน่นอนว่าผลงานของน้องก็เยอะมากๆ เช่นกัน ซึ่งน้องมีผลงานที่โดดเด่นที่สุดเลยคืออัลบั้มแรกที่วางขายในจีน เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ชื่ออัลบั้มว่า "How's The Weather Today?" (ฮาวส์ เดอะ เวทเธอร์ ทูเดย์) ซึ่งชื่ออัลบั้มนี้มาจากแฟนเพจใน Facebook ที่ตามถ่ายรูปให้ซันนี่ ตั้งแต่สมัยที่น้องอยู่ไต้หวัน-ไทเป ซึ่งอัลบั้มนี้ขายดีมากกว่า 11,000,000 หยวน (ประมาณ 55 ล้านบาท) ซึ่งก่อนหน้านั้นมีระยะเวลาที่พรีเซลล์ซึ่งขายได้ 10,000,000 ก่อนเปิดขายจริง โดยยอดเป็นอันดับที่ 72 ของอัลบั้มที่ขายดีตลอดกาลในจีน และมีผู้ติดตามน้องใน ”เหว่ยป๋อ” 22.1 ล้านคน และสาเหตุที่น้องมีแฟนคลับมากมายที่คอยสนับสนุนขนาดนี่คงจะหนีไม่พ้นอุปนิสัยของน้องเวลาสื่อสารหรือเจอแฟนคลับ น้องจะชอบเป็นคนที่ขี้แกล้งขี้หยอก เสมอ โดยคุณฝ้ายได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่น้องไปออกรายการจีนชื่อรายการว่า “Roast” (แปลว่า เผา) ซึ่งเป็นรายการแรกๆ เลยหลังจากที่เดบิวต์เป็นวงร็อกเก็ตเกิลส์ ไปกับเพื่อนสมาชิกอีกคนหนึ่งในวง และ concept ของรายการคือให้ดาราศิลปินมาเผากัน แหย่เล่นกันเอง ซึ่งน้องเองก็โดนแซวว่า เนี่ยอ่านภาษาจีนยังอ่านไม่ออกเลยนะ ซันนี่ก็เลยแซวกลับไปว่าฉันเป็นคนไทยนะ เธอก็ยังอ่านภาษาไทยไม่ออกเลยใช่มั้ยล่ะ โดยยกประโยคที่ว่า “ยายกินลำไยน้ำลายยายไหลย้อย” ให้เพื่อนฟัง พร้อมกับตบท้ายด้วยประโยคท้าทายว่า “คุณเข้าใจไหมล่ะ” อือหือแสบใช่ย่อยเลยล่ะ และเมื่อน้องได้เข้าวงการตั้งแต่อยู่ที่ไต้หวันจนถึงปัจจุบันรวม 10 กว่าปี ตั้งแต่อายุ 15-16 พอน้องกลับมาที่ไทยแฟนคลับก็ไปรอรับที่สนามบิน ซึ่งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คุณฝ้ายเองก็มีการ โปรโมทหนักมากทั้งช่องทางโซเชียลมีเดีย จนน้องมีแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น ทำให้แฟนคลับที่ไปรับที่สนามบินตอนนี้มีประมาณ 100 กว่าคนจากวันแรกที่เดบิวต์ rockets girls มีแค่ 30-40 คนเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่ามีคลิปคลิปหนึ่งที่เป็นไวรัลที่สามารถตกแฟนคลับเข้าด้อมเพิ่มได้ นั่นก็คือคลิปที่น้องร้องเพลง”โต๊ะริม ของนน ธนนท์” โดยที่ไทยชาวโซเชียลก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า ”ทำไมคนจีนคนนี้ร้องเพลงไทยเพราะจัง” และคนจีนเองก็งงว่า “คนนี้เป็นคนไทยหรอ? ทำไมร้องเพลงไทยชัดจัง” และมีเรื่องน่ารักอย่างแรกของน้องเลยก็คือแฟนคลับมักจะแซวน้องในแพลตฟอร์ม TikTok ว่า “นี่แอคจริงหรือ แอคหลุม” เพราะ TikTok ของน้องเพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน น้องเองก็ไม่ค่อยได้ลงรูปหรืออัพเดตอะไร ซึ่งคนติดตามใน TikTok ประมาณ 8,000 คน แต่คนติดตามในเพจเฟสบุ๊คแฟนคลับประมาณ 160,000 คน เลยถูกแซวตามประโยคข้างต้น ซึ่งสามารถไปติดตาม TikTok ของน้อง @sunnee_kewalin ให้กลายเป็นแอคจริงได้สักที เรื่องน่ารักต่อมาคือ แรงผลักดันที่ทำให้น้องมีความตั้งใจที่จะโด่งดังให้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากป้าข้างบ้านเพราะสมัยที่น้องเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ชอบทักว่าทำไมถึงไม่เรียนให้จบ น้องเองก็ไม่อยากหน้าแตกจึงเกิดเป็นพลังไฟในครั้งนั้นที่นำพาน้องจนประสบความสำเร็จ เรื่องน่ารักอย่างสุดท้ายคือน้องเคยมาร์คหน้าไปซื้อกาแฟ จนล่าสุดมีพนักงานที่ร้านมาคอมเม้นต์ใน TikTok ของแฟนคลับว่า “จำน้องได้ว่าน้องมาร์คหน้ามาซื้อของตลอด” ไม่เพียงแต่มาส์กหน้าออกไปซื้อของเท่านั้น เวลาน้องออกไปเที่ยว น้องก็แทบจะไม่แต่งหน้าเลย จนถึงขนาดที่ว่าแฟนคลับคิดว่าน้องไม่มีเครื่องสำอางติดที่บ้านเลย นอกจากนี้น้องยังเคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่า “ถ้าเราพึ่งการแต่งหน้าไปแล้วครั้งหนึ่ง ละพึ่งมันไปเรื่อยๆ มันอาจจะทำให้วันนึงเราจะไม่มีความสุขกับหน้าตัวเอง” และขอย้อนกลับไปถึงเรื่องกาแฟที่น้องชอบซื้อดื่มประจำนั่นก็คือ “ไอซ์ อเมริกาโน่” มักจะถือติดมือตลอด ในส่วนของอาหาร น้องก็จะไม่ค่อยกินอาหารที่ยากๆ (ทั้งยากต่อการทำและยากต่อการกิน) จะกินของง่ายง่ายเช่น ผัดกะเพรา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง บะหมี่หมูแดง และนอกจากเรื่องอาหารเครื่องดื่มที่น้องชอบแล้วแล้ว ในตอนนี้ซันนี่เองก็กำลังให้ความสนใจกับการเที่ยวชมคอนเสิร์ตที่เมืองไทย เพราะต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ว่าคอนเสิร์ตในไทยเป็นอย่างไร ศิลปินท่านอื่นๆ ในไทยมีวิธีการดึงความสนใจผู้ชมแบบไหน โดยซันนี่เองก็มี “พี่เบิร์ด ธงไชย” เป็นไอดอล รวมไปถึงศิลปินชายอีกคนที่เขาชอบมากๆ เลยก็คือ “ต่อ ธนภพ” และอยากร่วมงานกับศิลปินของเมืองไทยคนอื่นๆอีกด้วย เช่น โบกี้ ไลอ้อน, พีพี กฤษฏ์ และแฟนคลับเองก็อยากเห็นน้องได้ร่วมงานกับศิลปินเหล่านี้เช่นกัน เพราะอยากให้น้องมีความสุข ซึ่งก่อนหน้านี้ซันนี่เองก็ได้ร่วมงานกับศิลปินไทยไปแล้วกับเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติไทยอย่างวง “VYRA(ไวร่า) เพลงต๊ะต่อนยอน” นั่นเอง โดยเป้าหมายต่อไปที่น้องสนใจอยากจะทำคงหนีไม่พ้นการได้มีส่วนร่วมในการทำเพลงมากขึ้น อยากจะลองร้องเพลงสไตล์ใหม่ๆ หรือมีเวทีที่น้องจะได้ร้องเพลงต่อหน้าคนหลายๆ คนที่ตั้งใจมาฟังน้องร้องเพลง และสุดท้ายนี้คุณฝ้ายที่เป็นตัวแทนของแฟนคลับหลายๆ คนก็อยากจะฝากถึงแฟนคลับคนอื่นๆ ว่า “ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกๆ คนเป็นคนสำคัญที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ และฝ้ายเองก็คิดว่าคนในด้อมก็มีนิสัยเหมือนกันนั่นก็คือชอบของยาก ชอบความท้าทาย เลยทำให้เราหากันเจอ”และอยากฝากถึงซันนี่ว่า “อยากให้น้องมีความมั่นใจเยอะๆ เพราะน้องมีเสน่ห์ในตัวและมีความน่ารักในตัวที่รอให้คนมาเห็น ขอให้น้องเป็นตัวของตัวเอง น่ารักกับทุกคนแบบนี้ไปนานๆ ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ตั้งใจ ในเรื่องของหน้าที่การงานก็ขอให้มีผู้ใหญ่เอ็นดูน้องเยอะๆ ค่ะ” คุณฝ้ายกล่าวและก็มาถึงช่วงที่เราจะได้เจาะลึกถึงตัวตนของซันนี่กันแล้ว จากที่คุณฝ้ายเล่าว่าน้องมีหลายคาแรกเตอร์ ซึ่งคาแรกเตอร์แรกคือ”คาแรกเตอร์ซันนี่” จะเป็นลุคที่มีความเป็นบอส เซ็กซี่ๆ ส่วน”คาแรกเตอร์เกวลิน” จะเป็นลุคน่ารักขี้เล่น ซึ่งในรายการวันนี้ คุณฝ้ายและดีเจทั้งสองคนเองก็ไม่แน่ใจว่าน้องจะพกคาแรกเตอร์แบบไหนมา ไปติดตามกันได้เลย!‘เปิดโมเม้นท์สุดประทับใจกับการกลับมาประเทศไทยในรอบ 3 ปี’อย่างที่บอกไปว่าช่วงโควิดที่ผ่านมา ซันนี่ ก็ไม่ได้กลับมาประเทศไทยนานมาก ถ้ารวมแล้วก็ระยะเวลากว่า3ปีแล้ว ดีเจดาวจึงเอ่ยแซวเรื่อง Vlog ของซันนี่ ที่ไปเห็นโมเม้นสุดน่ารักของคุณพ่อคุณแม่ไปรับและยังปลอกทุเรียนมาให้อีกด้วยซันนี่เองจึงตอบว่า ใช่แล้วค่ะ จริงๆ แล้วอยู่ที่จีนก็ได้ทานเหมือนกัน แต่ที่นู่นเขาจะเป็นแบบนิ่ม ส่วนเราเองจะชอบแบบกรอบมากกว่าค่ะ พอพูดถึงทุเรียนกรอบดีเจพี่แนนเลยเล่นมุขว่า แล้วแบบนี้ทำไมไม่ทานทุเรียนกรอบเอาล่ะคะ (หัวเราะ) ซันนี่จึงบอกว่า จริงๆ แล้วหนูทานได้แค่ทุเรียนจริงส่วนที่ผ่านกระบวนการอื่นหนูไม่ค่อยทานเลยค่ะ ดีเจแนนและดีเจดาวก็ต่างเซอร์ไพรส์ จึงแซวซันนี่บอกว่า ต้องลองซักครั้ง อย่างทุเรียนทอดก็ถือเป็นมรดกโลกเลยนะ ซันนี่ยิ้มขำพร้อมบอกว่า ได้เลย ไว้หนูจะลองดูค่ะพร้อมบอกเล่าความประทับใจที่เหล่าแฟนคลับต่างไปรอต้อนรับตนกลับไทยที่สนามบิน เพราะตนไม่คาดคิดว่าจะมีแฟนคลับที่ประเทศไทยมากขนาดนี้ จึงส่งผ่านคำขอบคุณแฟนคลับ Sunstar 太阳星 ทุกคนที่ผลักดันตนมาถึงจุดนี้และคอยซับพอร์ตเราอยู่เสมอ ทำให้ซันนี่เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย‘ความฝันในวัยเด็ก สู่ ความสำเร็จในปัจจุบัน’พอพูดมาถึงการเป็นศิลปินแล้ว ดีเจพี่ดาวก็เลยเอ่ยถามว่า เด็กหญิงซันนี่ในวัยเด็ก นอกเหนือจากความฝันหรือการเข้าสู่วงการบันเทิงแล้ว ซันนี่มีอาชีพอะไรอีกมั้ยที่อยากจะทำ ตัวซันนี่เองจึงตอบอย่างชัดเจนเลยว่า ไม่มีเลยค่ะ แต่ตอนเดบิวท์แรกๆ และเราหายไปประมาณ 3 ปี มันก็มีช่วงที่เราคิดเหมือนกันค่ะ ว่าการเป็นดารานักร้อง ก็คงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็เลยเรียนการโรงแรมไว้ เผื่ออนาคตจะสามารถมีอาชีพรองรับเราไว้ด้วยซึ่งเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าการไปเป็นศิลปินที่ต่างประเทศความยากลำบากอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องภาษา แล้วตัวซันนี่เองพบปัญหาอะไรบ้างด้านนี้ ซันนี่จึงตอบว่าจริงๆ แล้ว ภาษาไม่ใช่อุปสรรคเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะตอนอยู่ไทยเราเรียนภาษาจีนอยู่แล้วด้วย พอไปอยู่ได้ซักพักก็เริ่มพูดคุยได้ค่ะ แต่ตอนนี้ก็อาจจะยังไม่ถนัดการเขียนซักเท่าไหร่ ซึ่งเราก็ได้ใช้ภาษาจีนกับคุณพ่อมากขึ้นด้วยเพราะคุณพ่อเป็นคนจีนค่ะ จนหลังๆมาก็ไม่ได้ใช้ภาษาไทยกับคุณพ่อเลยค่ะ (หัวเราะ) มีใช้ภาษาไทยก็กับน้องชายเลยค่ะ เพราะเขาชอบโทรมาคุยด้วยบ่อยๆ ตอนอยู่ที่จีน แต่ว่าตอนคุยกันก็ไม่ค่อยใช้ภาษาสุภาพซักเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) ตอนกลับมาไทยก็เลยยังไม่ชิน รอบหลังเลยต้องให้น้องชายพยายามพูดภาษาสุภาพกับเรามากขึ้น ในอนาคตเผื่อเราจะต้องใช้ในการทำงาน ก็เลยจะกลัวดูไม่ดีซักเท่าไหร่ค่ะ‘แพลนในอนาคตกับการกลับมาทำงานในประเทศไทย’ซันนี่เองก็ได้กล่าวกับทางรายการว่า รู้สึกว่าปีนี้ถือเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของตนมากๆ จึงอยากที่จะไปในจุดที่ตน อาจจะยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ซึ่งประเทศไทยก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้นที่เราสนใจ หรือในอนาคตเราก็อยากที่จะให้ทุกคนรู้จักเรามากขึ้น ก็เลยค่อยๆ ดูไป และยังคงหาโอกาสให้กับตัวเองเรื่อยๆเลยค่ะโมเมนต์สุดน่ารักของ ’ซันนี่’ กับศิลปินไทยที่ตนชื่นชอบ- ตำนาน อุ้ย !! เฮ้ย !! ว๊ายย !!เมื่อดีเจแนนเอ่ยแซวถึงดาราไทยที่ซันนี่ชื่นชอบอย่าง ‘ ต่อ ธนภพ ‘ ซันนี่ก็ถึงกับเสียอาการและตอบกลับมาว่า ถ้าตามสเปคจริงๆ ของหนูเลย ก็เป็นลุคคล้ายๆ พี่ต่อเลยค่ะ สูง ตาโต ดูสะอาดสะอ้าน จริงๆ เราชอบและชื่นชมผลงานการแสดงของเขามากกว่า เพราะเรารู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ในแบบของเขาเวลาเล่นละครมากๆ เลยค่ะดีเจแนนจึงถามถึงล่าสุดที่ทาง ต่อ ธนภพ ได้มีการมาตอบคอมเมนท์ตนในไอจี เป็นอย่างไรบ้างกับความรู้สึกตอนนั้น ซันนี่จึงเล่าโมเมนต์นั้นให้ฟังว่า ตนพึ่งเห็นเมื่อเช้าตอนกำลังเช็คโทรศัพท์ แล้วพอเห็นปุ๊บรีแอคชั่นที่ออกมาก็อุทานเลยค่ะว่า” อุ้ย!! เฮ้ย!! ว๊ายย!! น้อย!” ซึ่งน้อยก็คือน้องเราเอง แล้วกว่าหนูจะตอบกลับเขาก็คือพิมพ์แล้วลบทิ้งหลายรอบมาก รอบแรกพิมพ์ว่า ‘ สวัสดีค่ะ หนูซันนี่นะคะ’ แล้วลบทิ้ง รอบสองก็พิมพ์ใหม่ ‘ พี่ต่อติดตามหนูหน่อยได้มั้ย’ แล้วก็ลบอีกค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็พิมพ์อีกว่า ‘พี่ต่อ หนูซันนี่นะคะ’ จนสุดท้ายกว่าจะกดส่งก็กลายมาเป็น “ อุ้ย เฮ้ย ว๊ายย “ เนี่ยแหละค่ะ เพราะตรงกับความรู้สึกตอนนั้นเราดี (หัวเราะ) ซึ่งโมเมนต์การเล่าเรื่องของซันนี่ก็ทำให้สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ดีเจทั้งสองไปตามๆกัน- ศิลปินไทยคนไหนที่อยากร่วมงานด้วยที่สุดเมื่อดีเจดาวถามซันนี่ถึงศิลปินที่ตนอยากร่วมงานด้วยในไทยคือใคร ตนก็ตอบกลับมาอย่างไวเลยว่า ‘พี่เบิร์ด ธงไชย’ ซึ่งคำถามนี้เวลาตนให้สัมภาษณ์ที่ไหนตนก็จะให้คำตอบเดิมเสมอ เพราะเราชื่นชอบมาก ตั้งแต่ตนเกิดมา 26 ปี ก็ยังไม่เคยเจอเลย และยังไม่มีโอกาสได้ไปคอนเสิร์ตด้วย เรารู้สึกว่าเพลงของพี่เบิร์ดหลายเพลงเวลาเราเฟล เราได้ฟังก็ทำให้รู้สึกดีไปด้วยค่ะพฤติกรรมแปลกที่คนอื่นไม่เคยรู้คิดว่าพฤติกรรมของเราที่คนอื่นไม่น่าจะทำคืออะไร ซันนี่จึงตอบว่า จริงๆ ไม่รู้ว่าแปลกมั้ยนะคะ ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย แต่เวลาที่เราไปพักโรงแรมสิ่งแรกที่มักจะดูก่อนก็คือ ห้องน้ำค่ะ เพราะส่วนตัวเราเป็นคนซีเรียสเรื่องห้องน้ำ เรื่องความสะอาดอะไรแบบนี้ รวมไปถึงเช็คพวกเสื้อคลุมอาบน้ำ และฝักบัวด้วยว่าสกปรกมั้ย ถ้าสกปรกก็จะเอาแอลกอฮอล์มาเช็ดเลย ซึ่งคิดว่าแปลกตรงที่ก็ซีเรียสอยู่แค่ห้องน้ำนี่ล่ะค่ะ (หัวเราะ) อีกอย่างเป็นพวกความรู้สึกซะมากกว่าค่ะ อย่างเวลาทำงานถ้าสตูดิโออะไรแบบนี้ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับหรือเซ้นท์มั้ย แต่ก็จะมีบางที่ที่รู้สึกอึดอันหรือเวียนหัวแต่พอทำงานเสร็จออกมาก็กลับมาปกติแบบนี้ก็มีค่ะ หรืออย่างพวกโรงแรมที่เราไปพัก ถ้าห้องไหนที่เราเข้าไปแล้วรู้สึกว่า มืด หรือหัวตื้อๆ อะไรแบบนี้ ก็จะย้ายโรงแรมเลยค่ะการ ’เปลี่ยนแปลง’ ที่ดีเพื่อ ’ความรัก’ และ ’แฟนคลับ’หลังจากดีเจทั้งสองเอ่ยปากชมความชิล ความเป็นตัวของตัวเองของซันนี่ในรายการแล้ว ดีเจแนนก็เกิดคำถามว่า ทำไมซันนี่ถึงคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มั่นใจ ซันนี่จึงบอกว่า เมื่อก่อนตนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองซักเท่าไหร่ ตนจึงพรีเซนท์ตัวเองในรูปแบบความสดใส และปล่อยเอเนอจี้ที่ดีออกมาให้คนที่เรารักดีกว่า และด้วยความเราอยู่และทำงานที่จีนด้วย ถ้าเรายังไม่มีความมั่นใจ หรือเซนซิทีฟกับปัญหาต่างๆ เราคิดว่า มันก็จะทำให้คนที่ชื่นชอบเราเขาก็รู้สึกดาวน์ไปด้วย หรือถ้าวันไหนเรารู้สึกสภาวะจิตใจเราไม่ค่อยดี เราก็จะบอกกับแฟนคลับตามตรงเลยค่ะ เพื่อที่จะกลับไปปรับตัวเองให้กลับมาเป็นซันนี่คนเดิมตามปกติค่ะ และนอกจากนี้น้องยังได้เปิดเผยความรู้สึกตอนที่ได้คุยกับแฟนคลับว่า “หนูรู้สึกเฟล ในเรื่องของหน้าที่การงานในปีที่แล้วมาก เพราะมีปัญหาหลายอย่าง และในปีนี้ที่กลับมาไทยคือกลับมา”ชาร์จแบต”(หมายถึง พักผ่อน เติมพลังกายพลังใจ) กลับมาหาความมั่นใจของตัวเองอีกรอบ จริงๆในใจก็รู้สึกกลัวมากที่มารายการในวันนี้ กลัวจะทำออกมาได้ไม่ดี ที่ต้องไลฟ์สดคุยกับทุกๆคน และต่อมาคือกลัวว่ายังจะมีคนชื่นชอบเราอยู่หรือเปล่า แต่พอมาเจอแฟนคลับในวันนี้ น้ำตาใหลเลย ทำให้พูดกับตัวเองว่าเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น เรายังมีคนชื่นชอบเยอะอยู่นะ เลยอยากขอบคุณทุกคนมากๆ หนูเลยจะพยายามที่จะทำให้หนูและแฟนคลับได้เจอกันบ่อยๆ มากขึ้น”และดีเจดาวก็ได้พูดเพื่อให้กำลังใจน้องด้วยว่า“มันเป็นเรื่องดีมากๆ เลยที่คนๆ หนึ่งสามารถเผยความรู้สึกของตัวเอง และเปิดเผยมุมที่อ่อนแอบางอย่างได้ พี่ดาวว่ามันต้องใช้ความกล้าเยอะมากๆ และพี่ก็นับถือตรงนั้นจริงๆ” สุดท้ายนี้ซันนี่เองก็ยังอยู่ในช่วงวางแผนการจัดแฟนมีตที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมหากใครที่ต้องการพบปะน้องแบบพิเศษใส่ไข่ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจากน้องได้เลยน๊าา แล้วเจอกันสัปดาห์ถัดไปจ้าติดตามความน่ารักของซันนี่ย้อนหลัง

พี่แม้ก - น้องณฐ กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้มีแต่... ตำนาน !! และอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกันแล้ว ในซีรีส์ 'ดื้อเฮียก็หาว่าซน'

25 ต.ค. 2023

พี่แม้ก - น้องณฐ กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้มีแต่... ตำนาน !! และอีกไม่นานก็จะได้แต่งงานกันแล้ว ในซีรีส์ 'ดื้อเฮียก็หาว่าซน'

กลับมาอีกครั้งกับรายการ EFM FANDOM LIVE [19 ตุลาคม 66] มารับชมความดื้อความซนของ “พี่แม้ก - น้องนฐ” นักแสดงนำจากซีรีส์ ‘ดื้อเฮียก็หาว่าซน’ ที่จะพาทุกคนไปนุ้บนิบอุ๋งอิ๋งในหัวใจ ที่ทำให้บรรยากาศในสตูของเราฟุ้งไปด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูจากสองคนในช่วงแรกของรายการ วันนี้เราจะมาพูดคุยกับตัวแทนแฟนคลับ ที่จะมาชวนทุกคนมาเป็นฮาร์ทดิสและมาอยู่ในดิสฮาร์ทของ “พี่แม้ก - น้องนฐ” ให้เราได้รู้จักพี่แม้กและน้องนฐกันมากขึ้น!! ชื่อด้อม : ฮาร์ทดิสของแม้กนฐ (ดิสฮาร์ทของแม้กนฐ) เป็นพี่แม้กกับน้องนฐเขาช่วยกันคิด ฮาร์ทดิสเป็นที่เก็บความทรงจำ ฮาร์ทดิสของแม้กนฐก็เหมือนกับพื้นที่เก็บความทรงจำดีๆ ของพี่แม้ก-น้องนฐที่มีกับแฟนคลับนั่นเอง น้องนฐมีความโตขึ้นมากๆ โดยเฉพาะในการแสดง ทักษะการแสดงของเขาเติบโตขึ้นมากๆเลยค่ะ แต่ยังคงเป็นเด็กน้อยน่ารักในดงหมู่พี่ๆ ดูมันดิ เป็นที่เอ็นดู และตอนนี้สิ่งที่พี่แม้กอินคือ การออกกำลังกาย ฟิตมากทานอาหารคลีน ออกกำลังกาย มีวินัยสุดๆ ค่ะ เพราะว่าเขาทำเพื่อซีรีส์ดื้อเฮียด้วย เพราะว่าตัวละคร เขาดูมีความภูมิฐาน ตัวพี่แม้กก็เลยอยากให้ตัวเองฟิตขึ้นมา ส่วนน้องนฐตอนนี้เป็นป๊ะป๊าแล้ว เพราะว่ามีลูกสาวแล้ว ชื่อเดซี่ เป็นน้องแมวตัวเล็กๆ ตอนนี้ก็ฝากซีรีส์ตอนสุดท้ายกับเพลงของพี่แม้กน้องนฐด้วยนะคะ แล้วก็จะมีซีรีส์ คู่กัดออกทริป เป็นมินิซีรีส์ที่ทำร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 17:00 ทาง ais play และตอนนี้ซีรีส์ Two worlds กำลังเริ่ม Workshop กันแล้ว ตรงนี้พี่แม้กน้องนฐเตรียมพร้อมเพื่อแฟนคลับโดยเฉพาะความประทับใจ To… พี่แม้ก - น้องนฐ ประทับใจว่าเขามีวินัยมาก ของน้องนฐ นับถืออย่างนึงคือเขาแบ่งเวลาเก่งมาก เพราว่าเขาทั้งเรียน และทั้งทำงาน ตอนนี้ก็กำลังต่อปริญญาโทอยู่ด้วย เลยคิดว่าเขาเก่งสุดๆ เลยคนนี้เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการที่จะมาพูดคุยไปกับ “แม้ก - นฐ” ที่จะพาไปรู้จักความเป็น “พี่แม้ก - น้องนฐ” และชาวฮาร์ทดิสของแม้กนฐสินสอด 800 ลดให้เหลือ 8 ล้านไปถึงไหนแล้ว พี่แม้ก : โห ดีนะที่ลดไม่เพิ่ม ลดดีแล้วครับ สินสอดนี่กำลังจะถึงมือแล้วนะครับ เดี๋ยวให้ทุกคนไปรับกันในวันเสาร์นี้ กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้วนะครับ ในดื้อเฮียก็หาว่าซน แล้วก็ให้ทุกๆ คนนับได้เลยนะครับว่าสินสอดที่เฮียอี้ให้ประมาณกี่พันร้อยล้านช่วงน้องนฐรีวิวเพลงพี่แม้ก น้องนฐ : เพราะมากเลย เป็นเพลงแทนความรู้สึกเฮียอี้เลยครับ แล้วก็พี่แม้กเขาเต็มที่มากๆ เดี๋ยวให้พี่แม้กพูดถึงดีกว่า พี่แม้ก : จริงๆ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงแทนความรู้สึกของเฮียอี้ครับ ที่มีต่อคนเดียว ความรู้สึกต่างๆ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะว่าเฮียอี้เป็นคนไม่ค่อยพูด ปากไม่ตรงกับใจ ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกให้ใครรอบข้างได้เห็นเลย เพลงนี้ก็จะเป็นเพลงแทนความรู้สึกของเฮียอี้ครับ น้องนฐ : ตอนที่ฟังเพลงก็รู้สึกชอบตั้งแต่เปิดมาเรื่อยๆ เลย แต่มันจะมีท่อนนึงที่ผมชอบที่สุด พอขึ้นมาแล้วเหมือนเราฟีลไปกับมันเลย ก็คือท่อนฮุก พอพี่แม้กเขาร้อง “เธอฟังอยู่ใช่ไหม ใช่หรือเปล่า” แล้วเรารู้สึกถึงมวลความรักในท่อนนี้ แล้วยิ่งตอนที่ถ่าย MV ด้วย เหมือนเราจะต้องดู projector แล้วตอนแรกเหมือนเราจะงอนๆ เขาอยู่ แต่พอพี่แม้กเขาร้องท่อนนี้ขึ้นมาบอกรักเรา มันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น จากที่งอนอยู่ก็หายงอนเลย เราก็ค่อนข้างฟีลกับท่อนนั้นมากๆ เลยชอบท่อนนั้นสุดบรรยากาศในด้อมฮาร์ทดิสของแม้กนฐ พี่แม้ก : มีทุกอารมณ์เลยครับ แฟนคลับด้อมนี้คือจะมีความแปลกนิดนึงครับ จะมีแบบบางโหมดที่มาซึ้ง ก็คือมาซึ้งจัดเลยครับ บางโหมดมาแกล้ง ก็คือแต่ละอย่างนี่คือคิดได้ยังไง คำพูดแบบแกล้งแบบแซวอย่างนี้ ครีเอทสุดๆ แต่คือเป็นแฟนคลับที่ซัพพอร์ตที่ดีมากๆ ให้ได้หลายอารมณ์ ทั้งอารมณ์ซึ้งทั้งเรียกเสียงหัวเราะได้หมดเลยครับ น้องนฐ : มีครบรสครับ ชาวครอบครัวฮาร์ทดิสเรา ก็จะค่อนข้างมีจินตนาการที่ล้ำเลิศด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคปชั่นที่ไม่เหมือนใคร หรือว่าการทำ Artwork ที่แบบอู้หู้ว ครีเอทสุดๆ แต่ในทางเดียวกันเวลาที่ทำ Artwork น่ารัก ก็น่ารักมากจับใจเหมือนกันครับผม เป็นฟีลแบบเมนว่าแปลกแล้วแฟนคลับแปลกกว่าเม้าท์ความแปลกของกันน้องนฐ เม้าท์… พี่แม้ก น้องนฐ : เวลาอยู่ในกองถ่าย เดี๋ยวจะต้องเป็นเฮียอี้แล้วต้องออกไปถ่ายก็จะมีความแบบเ ช็คความหล่อแบบตอนนั้นกำลังจะออกไปถ่ายแล้ว แล้วในห้องแต่งตัวจะมีกระจก พี่แม้กเขาก็จะเดินมาแบบ ทำท่าลูบหัว แล้วก็จะแบบ พี่หล่อยัง หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวรึเปล่า เรียกองค์อี้ลงมา เพราะว่าเปิดประตูไปแล้วจากหน้ายิ้มก็จะ ฮึ้บบ พี่แม้ก : คือตอนนั้นกำลังจะแอคชั่นแล้วครับ ผมกำลังจะเดินเข้าไปในห้องแล้วหน้าห้องมันมีกระจก ผมก็กำลังจะแอคชั่นแล้วหันไปเจอกระจก ก็แบบสักหน่อย ไม่โดนผมนะเพราะโดนผมไม่ได้เพราะมันเช็ตไว้แล้วพี่แม้ก เม้าท์… น้องนฐ พี่แม้ก : ไม่ได้แปลกมากขนาดนั้นครับ แต่จะให้เม้าท์นิดนึง จะเรียกว่าอิจฉาดีกว่า อิจฉาความหลับง่าย มันจะมีช็อต ตอนนั้นเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน เราไปกินข้าวกัน นั่งหันหน้าเข้าหากันแล้วเราก็นั่งคุยกัน แล้วนฐกำลังจะกินน้ำ ปึ้ป แล้วก็หลับ เราก็เรียกน้องนฐ น้องนฐก็ซู้ดๆๆ น้องนฐ : ถ้าผมจำไม่ผิดนะ มันอาจจะเป็นวันที่ เราไปแฟนมีตด้วยกันมาก่อน แล้วมันเดินเยอะด้วยแล้วทำงานทั้งวัน แล้วพอตอนกลางคืนไปถึงร้าน ระหว่างรออาหารเขาก็เสิร์ฟน้ำก่อนไง ไอ้เราก็กินน้ำอยู่มันก็ป๊อกไป ผมแปลกสุดก็นอนท่าแปลกแหละ พี่แม้ก : ผมไปนอนบ้านน้องนฐมาครับ แล้วแม้กตื่นมากลางดึกเจอน้องนฐหลับอยู่ หลับท่านี้ นั่งหลับไม่ยอมนอน ถือมือถือ น้องนฐ : ใช่ครับ เพราะว่าปกติเวลาถ้านฐจะนอนดีๆ เนี่ยก็นอนบนเตียงแบบคนปกติเลยครับ แต่ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่นฐเป็นบ่อยมาก คือผมจะเป็นคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์แล้วก็เปิดแท็กอ่านข้อความจากมามี๊อ่านไปเรื่อยๆ แล้วมันจะมีจุดนึงที่มันเหมือนเพลินมากๆ จนแบบข้างในบางอย่างมันค่อยๆหรี่ลงๆ แล้วจังหวะนึงมันก็เผลอหลับไปเลย แต่ความพิเศษคือผมไม่เคยทำโทรศัพท์หล่นเลยโตขึ้นในมุมของพี่แม้กช่วงนี้ดูแลสุขภาพ นอนหัวค่ำตื่นเช้า กินอกไก่ พี่แม้ก : ดูแลตัวเองครับ 80% ดูแลตัวเอง 20% ก็มีหลุดบ้าง แม้ค่อยได้เล่นไม่ได้ติดโซเชียลมาก ไม่ค่อยได้ดูซีรีส์ พอรู้สึกว่า เอาเวลาตรงนี้ไปนอนดีกว่า พอเรานอนเร็วขึ้นมันก็ตื่นเองอัตโนมัติ ถ้าอยู่บ้าน 21:30 ก็คือหลับแล้วครับ ตื่นมาก็รู้สึกเฟรชตอนเช้า น้องนฐ : ตอนรีแอคชั่นซีรีส์กันดึกๆ พี่แม้กจะชอบง่วง นั่งดูด้วยกันนะแต่อีกคนแบบตาจะปิดๆ เอ็นดูน้องนฐอัพเดตเรื่องเรียนค้าบบงานเยอะแค่ไหนก็ยังแบ่งเวลาไปเรียนโทด้วย น้องนฐ : คณะนฐเหมือนเป็นหลักสูตรตรีควบโทด้วยอย่างนี้อยู่แล้ว เหมือนพอเราจบตรีปุ้บ เราก็ต่อโทไปเรา ตอนนี้เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบแล้ว ทางรายการEFM FANDOM LIVEของเราก็มีเกมให้กับ “พี่แม้ก - น้องนฐ”ได้เล่นกัน โชว์ความดื้อ ความดุ ความน้วย น่ารักๆ มุ้บมิบ ของทั้งคู่กับชื่อเกมว่า“เด็กดื้อต้องโดนอะไรน้าาา?” (เข้าไปชมได้ในYouTube : ATIME)ช่วงสุดท้ายของรายการเปิดโอกาสให้ชาวฮาร์ทดิสโทรเข้ามาพูดคุยกับ “พี่แม้ก - น้องนฐ”สิ่งที่อยากจะบอกทั้งคู่ก็อยากจะบอกว่า เป็นกำลังใจให้เสมอ แล้วก็คอยติดตามผลงานอยู่ตลอดเลย ดื้อเฮียก็จะจบแล้ว EP สุดท้าย พี่ติดตามอยู่ตลอดเลย ทั้งสองคนเก่งมากๆ เลย แล้วก็เห็นพัฒนาการของทั้งพี่แม้กแล้วก็น้องนฐมาตลอดเลย แสดงเก่งขึ้นมากแล้วก็การร้องเพลง พี่แม้กร้องเพลงเก่งมากเลยนะค้า น้องนฐด้วยนะค้าบบ หนูเห็นพัฒนาการของสองคนมานานมาก รู้สึกภูมิใจมาเลย ทั้งคู่เก่งมากๆ หล่อขึ้นทุกวันเลย หนูรู้สึกภูมิใจมากๆ เลยค่ะ โมเม้นต์ที่ประทับใจ เวลาที่เขาอยู่ด้วยกันมันน่ารัก แล้วมันทำให้เราอุ๋งอิ๋งในใจ เวลาเรามองเขามันจะรู้สึกว่ามีกำลังใจในการที่จะทำอะไรต่อๆ ไปสุดท้ายนี้ความรู้สึกถึงกันละกันพี่แม้ก To… น้องนฐ ก็ขอบคุณมากๆ ครับที่ทำงานด้วยกันมาจนถึงตอนนี้แล้วก็ในอนาคตอีก ก็จะมีผลงานที่ได้ทำร่วมกันอยู่ ขอบคุณมากๆ แล้วก็จะทำให้เต็มที่ ก็จะทำงานร่วมกันตรงนี้ไม่ไปไหนแน่นอนครับน้องนฐ To… พี่แม้ก ผมก็ขอบคุณพี่แม้กมากๆ เหมือนกันครับ ก็คือเริ่มต้นต่อสู้กันตั้งแต่ Day 1 ของจริงเลย ก็มาถึงวันนี้เอาจริงๆ เราสองคนก็มาไกลอยู่เหมือนกันนะ ก็อยากสู้อยากทำงานที่รักไปกับพี่แม้กเรื่อยๆ อย่างนี้เลยครับ เพาะว่าทุกวันนี้ก็มีความสุขมากครับผม เราก็สู้ไปด้วยกัน ไล่ตามหาความฝันไปด้วยกัน สุดท้ายนี้... รายการ EFM FANDOM LIVE ขอบคุณ “พี่แม้ก - น้องนฐ”มากๆเลยน้าที่มาร่วมกันส่งแฟนๆก่อนเข้านอนในคืนนี้ และขอฝากซีรีส์ดื้อเฮียเสาร์นี้จะเป็น Final EP แล้ว แล้วก็ฝากเพลงประกอบซีรีส์ “ดื้อ” “ฟังอยู่ใช่ไหม” และก็ “คนเดียวไม่ได้แล้ว” แล้วก็ฝากซีรีส์ Two Worlds โลกสองใบใจดวงเดียว ใกล้จะเปิดกล้องแล้ว และ อีกเรื่องนึงเป็นเกี่ยวกับซอมบี้ โปรเจคใหญ่ ใกล้จะเกิดขึ้นจริงแล้วครับสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้ “บุ๋น – เปรม” ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเขามีคอนเสิร์ตมาฝากทุกคน! พร้อมเล่าภารกิจเซอร์ไพร์สวันเกิดสุดฮา

17 ส.ค. 2023

กลับมา EFM FANDOM LIVE ครั้งนี้ “บุ๋น – เปรม” ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเขามีคอนเสิร์ตมาฝากทุกคน! พร้อมเล่าภารกิจเซอร์ไพร์สวันเกิดสุดฮา

วันที่ 17 สิงหาคม 66 ที่ผ่านมาพบกับ EFM Fandom Live เปิดสตูดิโอต้อนรับความสนุกพร้อมกับเสียงหัวเราะกับสองหนุ่มสุดฮอต “บุ๋น-เปรม” ที่จะมา “จิ้นกันให้ YUPP!” บอกก่อนเลยว่างานนี้มีแต่เสียงหัวเราะมาที่ช่วงแรกของรายการก่อนที่จะไปพูดคุยกับ “บุ๋น-เปรม” มาพูดคุยกับตัวแทนแฟนคลับของทั้ง 2 หนุ่มถึงโปรเจกต์ที่ผ่านมาโปรเจกต์ที่แฟนๆทำให้ “บุ๋น” ตอนนี้มีอยู่ 2 โปรเจกต์ที่แฟนคลับทำให้บุ๋น โปรเจคแรกที่เพิ่งจะปิดรับพรีออเดอร์ไปคือ โปรเจกต์ปฏิทินปี 2024 อีกอันหนึ่งคืองานวันเกิดย้อนหลังของบุ๋น โดยปฏิทินที่เพิ่งปิดพรีออเดอร์ไปบอกได้เลยว่ามันจึ้งมาก ถ้าได้เห็นคือต้องเตรียมยาดม ยาหม่องเลย ตั้งแต่ที่เปิดวันแรก ใครที่สั่ง 400 ออเดอร์แรกจะมีแถมโฟโต้การ์ดให้ และสุดท้ายก็ถึง 400 ออเดอร์โดยที่ไม่ถึง 1 วัน ในส่วนของงานวันเกิดที่จัดย้อนหลังให้กับบุ๋น ก็คือวันที่ 16 สิงหาคม 66 ที่ผ่านมา ให้แฟนๆมากรอกทะเบียนย้อนหลัง มีแฟนคลับมาประมาณ 400 คน ทำให้ทุกกิจกรรมในงานที่เอ็นจอยกันมากทั้งแฟนคลับและศิลปิน ที่สำคัญเลยก็มีคุณแม่และพี่ชายของบุ๋นมาร่วมเซอร์ไพร์สวันเกิดด้วย แล้วก็รวมไปถึงเปรมที่มาอวยพรวันเกิดให้กับบุ๋นโปรเจกต์ที่แฟนๆทำให้ “เปรม” มีโปรเจกต์ครบรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 66 ที่ผ่านมา ก็ได้ไปบริจาคเลือดร่วมกับแฟนคลับที่สภากาชาดไทย ล่าสุกที่พึ่งผ่านไป วันที่ 8 เดือน 8 ครบรอบ 3 ปีของบ้าน “Prem Space official” ได้จัดโปรเจกต์ร่วมกันบริจาคของให้กับเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านพะเบี้ยว จังหวัดเชียงใหม่To… บุ๋น อยากฝากเรื่องสำคัญเลย อยากให้บุ๋นนอนเยอะๆพักผ่อนบ้าง เห็นบุ๋นทวิตบ่นเรื่องเพลียๆเลยอยากให้บุ๋นนอนเยอะๆTo… เปรม อยากให้ได้ทำอะไรในสิ่งที่อยากทำ จะคอยซัพพอร์ตเสมอมาในช่วงที่สองของรายการ ขอต้อนรับ 2 หนุ่มสุดฮอต “บุ๋น-เปรม” ที่บอกเลย มาถึงก็สวัสดีกันแบบหลากหลายภาษา ทั้งภาษาไทย , เกาหลี , จีน , ฝรั่งเศส , เวียดนาม และเมียนมาร์ กับแฟนๆอินเตอร์ 7 เดือนที่ผ่านมาจะเน้นไปที่แฟนมีตติ้ง ได้เจอแฟนคลับต่างประเทศ พอได้มีโอกาสก็เลยอยากจะไปเจอให้ครบ ที่ไปมาแล้วก็มีเกาหลี , ไทเป , ญี่ปุ่น , ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศ แต่ที่ได้ไปบ่อยสุดจะเป็นประเทศญี่ปุ่นพูดถึงน้องพิคโกโร่ (แมวของเปรม) บุ๋นบอกว่า “พิคโกโร่” นิสัยจะเหมือนกับเปรมเลย จะเป็นแบบเเมวอึนๆ ใครจะจับก็จับ ไม่หือ ไม่อือ ที่เขาบอกเลี้ยงสัตว์ออกมายังไงนิสัยก็จะเหมือนพ่อแม่อยู่แล้ว เเต่ก็น่ารักกก...งานวันเกิดบุ๋นที่โดนเซอร์ไพรส์แบบจัดหนักจัดเต็มเลย วันเกิดตรงกับตอนไปจัดแฟนมีตติ้งที่ญี่ปุ่น ตอนเเรกก็คิดว่าจะเซอร์ไพรส์เหมือนเดิมคือแกล้งป่วย พอใกล้ๆถึงวัน เขาก็บอกว่าป่วย ปวดท้อง พอตอนเช้าจะไปแฟนมีตติ้งต่อ เขาก็บอกปวดท้อง เราก็แบบเเปลกๆแล้ว เราก็เลยให้ยาเขา แล้วสงสัยก็เลยแอบมองผ่านเบาะว่าเขากินรึเปล่า ก็เห็นว่าเขาแกะยากิน เราก็โอเค อันนี้ยังไม่พีคนะ เขาก็บอกปวดท้องอีก ผมก็เลยให้ยาแก้ปวดท้องแบบเม็ดไป เปรมเขาก็แกะยากินแล้วก็กินน้ำตาม แต่เเอบยาไว้ข้างแก้ม เเล้วแกล้งเดินไปทิ้ง แถมยังมีอีกช็อตที่เปรมไปเข้าห้องน้ำเเล้วก็แกล้งทำเป็นอ้วก ผมก็มีคิดนิดนึงว่าหรือเขาป่วยจริง จนทีมงานมาคุยกันจริงจังว่าเปรมไม่ไหวต้องไปโรงพยาบาล แต่ผมคิดว่าการที่จะเอาเปรมออกไปต้องมีประกาศผมก็เลื่อนทวิตก็ไม่เห็นมี ก็แปลกๆละ พอตอนขึ้นเวทีก็มีกิจกรรมให้ทำแต่ของทุกอย่างก็อยู่ครบ พอขึ้นเวทีปุ๊บพิธีกรพูดประกาศว่าเปรมจะไม่ขึ้นเวทีนะ แต่ก็ยังมีตะหงิดอยู่นิดนึง จนเขาปล่อยให้ผมร้องเพลงอยู่คนเดียว แล้วประเด็นคือเพิ่งบอกให้ผมร้องเพลงคนเดียวก่อนขึ้นเวทีครึ่งชั่วโมง แล้วอยู่ๆ ก็มีกล่องของขวัญออกมา ผมก็คิดว่าคงเหมือนปีก่อนๆที่เปรมเขาจะอยู่ในกล่องพอไปเปิดดูก็มีเเต่ลูกโป่ง สุดท้ายเขาก็โผล่มาจากข้างหลังแฟนคลับ แต่มันมีอีกตอนหนึ่งที่แม่เปรมเข้ามา เปรมไหวไหมลูก ให้โทรหาพ่อไหม การแสดงแม่คือเป็นศูนย์มากความรู้สึกตอนรู้ว่าจะได้ขึ้นคอนเสิร์ต “จิ้นกันให้ YUPP!” ดีใจมาก ด้วยความที่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ร่วมงานกับคนที่แบบคนละสายกับเรา อย่างเราเป็นนักแสดงก็จะได้ร่วมงานกับนักแสดง แต่อันนี้เขาเป็นสายนักร้องโดยตรง ยินดีถ้าจะได้ร่วมงานกับเขา เเล้วยิ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่รวมศิลปินเยอะมากๆ ตอนนี้ก็ 19 คน ประกาศแขกรับเชิญอีก 4 คน พยายามซ้อมให้เยอะที่สุด และไม่ได้อยากได้ความรน่ารัก อยาดได้ความแบบเซ็กซี่ว่าด้วยเรื่องการฮีลใจของบุ๋น จะเป็นการเติมเกมครับ เป็นความสุขของเราในช่วงหนึ่งที่เราเอาเงินซื้อความสุข บางทีไม่ได้มีฟีลที่อยากออกไปเจอใครเราก็อยากอยู่ในเกมกับตัวของเราการสตรีมเกมที่เปรมเคยพูดไว้ว่าจะมีสตรีมเกม จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่ผมนะเเต่พี่บุ๋นก็เคยบอกไว้ ตั้ง 3 ปีเเล้วที่เคยบอกไว้ จนคอมของบุ๋นพังจนซื้อใหม่เเล้วก็ยังไม่ได้สตรีมบุ๋นเคยคิดอยากสตรีมเกมด้วย จริงๆ อยากทำเหมือนกัน แต่กลัวทำแล้วมันไม่ประจำเหมือนกัน กลัวคนสมัครมาดูช่องเราเเล้ว แล้วเราทำไม่ประจำเดี๋ยวจะเสียเงินฟรี เลยแบบเดี๋ยวรอก่อนดีกว่ารอทำ Vlog ดีกว่า**รูป**สกิลที่ “บุ๋น-เปรม” ไม่เคยฝึกมาก่อนหรือพึ่งมาค้นพบว่าจะต้องพัฒนา จริงๆ ก็แทบทุกอย่าง เพราะเราเป็นสายนักแสดง เราก็มีสกิลเฉพาะทางนี้ เเต่พอขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่มันต้องมีทั้ง ร้อง เต้น การแร็ป ก็คือฝึกทุกอย่างเลยกับพวกพี่ๆที่ร่วมงานกัน ด้วยความที่คนเยอะมากก็จะมีคิวที่จะจับมาเจอกันคู่ที่อยากเม้าท์เป็นพิเศษ ที่เจอบ่อยๆหน่อยก็จะเป็น คูเปอร์-ปอย แล้วก็ะเป็น เซฟ-จี บอส-อึล ที่จะเจอบ่อยๆก็น่ารักกันทุกคู่ มีความเป็นตัวเองในแบบของเขา เห็นเขาพยามเต้น พยายามทำในสิ่วที่ตัวเองไม่ถนัด ทุกคนตั้งใจมาก คอนเสิร์ตต้องออกมาดีมากพูดถึงเรื่องที่ “บุ๋น-เปรม” ไม่ค่อยเล่นไลน์ บุ๋น - ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านไลน์ มันเด้งนะ ก็อ่านแต่ไม่อยากเปิดตอบ เพราะถ้าอ่านก็ต้องพิมพ์ต่ออีกแน่เพราะเราเป็นคนที่ตัดบทสนทนาไม่ค่อยถูก เราเลยตัดปัญหาโดยการไม่อ่านไลน์ โทรมาเเล้วก็แต่อารมณ์ที่จะรับไม่รับ เปรม - เราก็เป็นเเนวๆเดียวกัน มีอะไรก็คุยงานที่จำเป็นจริงๆก็จะผ่าน ARมารายการ EFM Fandom Live ของเราทั้งที ทางรายการก็มีเกมให้ “บุ๋น-เปรม” เล่นสนุกด้วย ชื่อเกมว่า “ร้อง YUPP! สนั่นห้อง” (เข้าไปชมใน Youtube : ATIME)ช่วงสุดท้ายของรายการเปิดโอกาสให้เเฟนคลับได้โทรเข้ามาพูดคุยกับ “บุ๋น-เปรม” ในรายการTo... บุ๋น อยากถามว่าเหนื่อยไหม ปากยิ้มเเต่ออกทางสาย ตาดูล้าๆ รู้ว่าพี่บุ๋นเป็นคนนอนยาก ก็เลยเป็นห่วงเป็นพิเศษ รู้ว่าพยายามเเค่ไหนให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ดีที่สุด เพิ่งมาติดตามแต่พอไปดูผลงานแรกๆเราก็รู้เเล้วว่าคนๆนี้เขาพยายามทุกอย่าง มันทำให้สิ่งพวกนี้เราชอบเขา เเล้วมันทำให้เรายังอยู่ตรงเพื่อเขาเหมือนกันTo... เปรม อยากบอกว่าตั้งเเต่รู้จักเปรม วันเเรกที่รักยังวันนี้ก็ยังรักแบบนั้น ทุกครั้งที่ได้คุยกับเปรมก็ยังตื่นเต้นเหมือนครั้งเเรกที่ได้คุย คอยซัพพอร์ตเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็เเล้วเเต่อนาคตก็ยังจะอยู่ตรงนี้ จะคอยซัพพอร์ตทุกทาง ก่อนจะจบรายการ “บุ๋น-เปรม” ก็ขอฝากคอนเสิร์ต “จิ้นกันให้ YUPP!” ในวันที่ 2 กันยายน 66 ศิลปินคับคั่งมาก รวมถึงมีเพลงเยอะเเยะอีกมากมาย รวมถึงโชว์ ร้อง เต้น จัดเต็มเเน่นอน อยากให้ทุกคนมาสร้างความทรงจำด้วยกันสุดท้ายนี้ EFM Fandom Live ขอขอบคุณ “บุ๋น-เปรม” ที่มาพูดคุยกันในรายการ บอกเลยว่าสนุกมากๆมีแต่เสียงหัวเราะทั้งรายการสามารถเข้าไปรับชมกันได้ทาง Youtube : ATIMEเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-