ย้ายเข้าหอใหม่ แต่มีห้องว่างอยู่ห้องเดียวคือห้องตัวอย่าง ตั้งแต่เข้าไปพักก็เจอเรื่องแปลก ๆ มากมาย ทั้งตัวโดนผ้ามัดแน่น ทั้งโดนแก้ผ้าและตื่นมาก็ปากฉีกอีก! แถมเจอผีเยาะเย้ยว่าสวดมนต์ไปก็ทำอะไรไม่ได้!

อังคารคลุมโปง RECAP

ย้ายเข้าหอใหม่ แต่มีห้องว่างอยู่ห้องเดียวคือห้องตัวอย่าง ตั้งแต่เข้าไปพักก็เจอเรื่องแปลก ๆ มากมาย ทั้งตัวโดนผ้ามัดแน่น ทั้งโดนแก้ผ้าและตื่นมาก็ปากฉีกอีก! แถมเจอผีเยาะเย้ยว่าสวดมนต์ไปก็ทำอะไรไม่ได้!

16 พ.ย. 2023

          เมื่อต้องย้ายเข้าหอใหม่ แต่ชั้นที่จะไปอยู่ดันไม่มีห้องว่าง มีแค่ห้องตัวอย่างที่อยู่ใกล้กับลิฟต์ ทำให้ต้องเจอเรื่องแปลกประหลาดชวนขนหัวลุก! เรื่องหลอนจาก ‘คุณต้น “Wolftone’ ที่มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 พฤศจิกายน 2566) พร้อมเจอกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เรื่องนี้จะประหลาดอย่างไรนั้น ไปอ่านพร้อมกันเลย!

          เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในสมัยที่คุณต้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยย่านนครปฐม เป็นช่วงระหว่างปี 1 ขึ้นปี 2 ช่วงนั้นเขาย้ายหอพักจากหอพักเก่าไปหอพักหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันอยู่ที่นั่นชื่อ ‘คุณเบนซ์’ เขาจึงชวนคุณต้นย้ายเข้าไป คุณเบนซ์พักอยู่ที่ชั้น 2 ในวันที่ไปเลือกห้อง คุณต้นจึงไม่ได้ไปดูชั้นอื่นเลยนอกจากชั้น 2 เพราะว่าต้องการที่จะอยู่ใกล้ ๆ กัน ไปเรียนจะได้สะดวก แต่ชั้น 2 ไม่มีห้องไหนว่าง ยกเว้นห้องตัวอย่าง เลขที่ 207 ลักษณะของห้องนี้คือ เมื่อออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะถึงเลย เรียกได้ว่าอยู่เยื้องกับลิฟต์ หากเปิดประตูเข้าไปก็เหมือนห้องทั่วไป ทางซ้ายมีห้องน้ำ มีเตียง ถัดไปเป็นโซฟาและตู้ คุณต้นจึงตัดสินใจเลือกห้องนั้น

          เขาใช้ชีวิตอยู่ในห้องนั้นประมาณ 1 - 2 เดือน จนคุณต้นเริ่มสนิทกับคนในหอ สนิทกับ รปภ. คุณป้าแม่บ้าน และคุณป้าพนักงาน ซึ่งพวกเขาก็มักจะนั่งสังสรรค์อยู่ใต้หอพักก่อนจะขึ้นนอนเป็นประจำ ส่วนคุณต้นก็จะนั่งอยู่กับคุณลุงรปภ. เป็นประจำ มีอยู่วันหนึ่งพวกเขานั่งสังสรรค์กันตามปกติ แต่มีเพื่อนของคุณต้น ชื่อ ‘คุณคิน’ เข้ามานั่งร่วมวงด้วย พวกเขาก็นั่งกินกันไปเรื่อย ๆ จนถึงตี 1 - 2 ก็เริ่มเมา จากนั้นจึงขึ้นไปนอน คุณคินก็ไม่ได้กลับไปที่หอพักตัวเองเพราะหอพักเขาอยู่ไกล คุณต้นจึงพาคุณคินขึ้นมานอนที่ห้องของตัวเอง โดยคุณคินนอนบนเตียง ส่วนคุณต้นนอนอยู่ที่โซฟา ไม่นานทั้งคู่ก็หลับไป

          เช้าวันต่อมา คุณต้นตื่นเพราะเสียงของเพื่อนที่พูดว่า “ต้น มึงทำอะไรอยู่เนี่ย มึงแกล้งมึงเล่นอะไรอยู่เนี่ย” ด้วยความสะลึมสะลือ เขาจึงตื่นขึ้นไปดู สิ่งที่เขาเห็นคือ คุณคินโดนห่อด้วยผ้าห่มแน่น ๆ เหมือนกับนุ่งผ้าออกมาจากห้องน้ำ เหมือนกับข้าวต้มมัดที่แน่น ๆ ซึ่งผิดธรรมชาติจากการห่มผ้าทั่วไป แล้วที่แปลกกว่านั้นคือ คุณคินไม่ได้สวมเสื้อผ้า แต่เสื้อผ้าทั้งหมดไปกองอยู่หน้าห้องน้ำ และชุ่มไปด้วยน้ำ! คุณคินตกใจมากจึงหันมาถามคุณต้นว่า “แกล้งอะไร” คุณต้นยังมึนงง เพราะตนไม่ได้ทำอะไร จำได้ว่าต่างคนต่างนอน พอตื่นมาก็เจอสภาพแบบนี้แล้ว แต่หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ไปเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ทุกคนก็ขำขันคิดเพียงว่าเป็นเรื่องโจ๊กเล่าสนุกเท่านั้น

          หลังจากนั้นผ่านไป 2 สัปดาห์ คุณคินก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนอีกกลุ่มที่บ้านพักของเพื่อน คราวนี้ก็คล้าย ๆ กัน คือนั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้ คุณคินขึ้นไปนอนที่ห้องของเพื่อน ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันกับห้องพักคุณต้น หลังจากภาพตัดหลับไป เหตุการณ์แปลก ๆ ตอนเช้า ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าครั้งแรก เพราะคุณคินตื่นมาพร้อมกับเสื้อที่ชุ่มไปด้วยน้ำ เมื่อจับที่ปากก็รู้สึกเจ็บมาก เขาจึงรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อดูตัวเองในกระจก ก็เห็นว่าตัวเอง ปากแตก ปากข้างล่างฉีกประมาณ 4 เซนติเมตร มีเลือดอาบเต็มเสื้อ ฟันแตกผ่าครึ่งแล้วฝังไปในริมฝีปากล่าง และที่แปลกไปกว่านั้นคือ เขามีสำลีอยู่รอบตัว ทีแรกคิดว่าอาจจะล้มแล้วเพื่อนมาช่วยทำแผล จึงถามเพื่อน ๆ ที่นอนด้วยกัน สรุปว่าไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพิ่งมารู้ตอนเช้าพร้อมกันนี่เอง ทุกคนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นคุณต้นก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติ แต่แล้วเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่เกิดขึ้นกับคุณคินอีก ไปเกิดกับคุณต้นแทน..

          ผ่านเหตุการณ์นั้นไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ วันหนึ่งหลังจากกลับจากเรียนคุณต้นก็มานอนพักที่ห้องตามปกติ ไม่ได้ดื่มหรือมีอาการมึนเมาแต่อย่างใด เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นตอนเช้าอีกครั้ง คุณต้นโดนห่อเป็นข้าวต้มมัด โดนรัดแน่นมากและโดนแก้ผ้าด้วย ส่วนเสื้อผ้าไปกองอยู่หน้าห้องน้ำ และชุ่มไปด้วยน้ำเหมือนครั้งก่อน! แล้วหลังจากนั้น คุณต้นก็เจอเหตุการ์ณแบบนี้อีก 3 – 4 ครั้ง กระทั่งคืนก่อนจะถึงครั้งสุดท้ายที่คุณต้นทนไม่ไหว คืนนั้นเขาก็นอนปกติ เขารู้สึกว่าเขาโดนกดที่หน้าอกแรงมาก เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตนมีอาการผีอำ เมื่อเขาพยายามลืมตา ก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่กำลังกดเขาอยู่คือผู้หญิง! เขาพยายามลืมตาและสวดมนต์ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “มึงไม่ได้ผลหรอก มึงทำไปเลย มันไม่ได้ผล สวดไปเลย มีพระหรอ” ราวกับกำลังเยาะเย้ยคุณต้น ผ่านไปไม่นาน คุณต้นก็ลุกขึ้นมาได้ จากนั้นก็รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาคุณเบนซ์บอกว่า “กูโดนแล้ว กูเริ่มไม่ไหวแล้ว มันมากเกินไปแล้วนี่มันครั้งที่ 4 ครั้งที่ 5 แล้วไม่ไหวแล้ว” แต่คุณต้นก็ตอบกลับไปว่า “โอเค ไม่เป็นไร งั้นอยู่ไปก่อน ดูกันไปก่อน” จนมาถึงเหตุการณ์สุดท้าย เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณต้นตัดสินใจย้ายออกจากห้องนั้นไปห้องอื่นเลยคือ…!

          วันนั้นคุณต้นนั่งดื่มกับเพื่อนตามปกติ แต่ครั้งนี้เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เวลาประมาณ 5 ทุ่ม อยู่ ๆ คุณต้นก็เดินขึ้นไปบนห้องแบบไม่บอกใคร หายไปจากวงสังสรรค์นั้นแล้วก็ขึ้นไปนอน ซึ่งคุณต้นรู้ตัวแค่ว่าตอนนั้นเหมือนมีบางอย่างบอกเขาว่าต้องขึ้นไปข้างบนและไปนอนได้แล้ว ความจำสุดท้ายของคุณต้นคือ เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วก็วาร์ปหลับไป ตื่นเช้ามาอีกที ก็ได้ยินเสียงคุณเบนซ์เรียก “ต้น มึงโดนอีกแล้วว่ะ มึงย้ายห้องเหอะ กูสงสารมึง” ทันทีที่คุณเบนซ์เห็นหน้าคุณต้นก็อึ้งไปสักพักเพราะว่าเสื้อผ้าของคุณต้นนั้นชุ่มไปด้วยเลือด ปากของคุณต้นนั้นฉีกไปประมาณ 3 เซนติเมตร นั่นทำให้คุณต้นไม่อยากทนอีกต่อไป จึงไปถามกับรปภ. และคุณป้าพนักงานว่า ชั้น 2 มีเหตุการณ์อะไรมาก่อนหรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่ยอมปริปากบอกจนคุณต้นต้องพยายามเค้นถาม จึงได้คำตอบมาว่า บริเวณลิฟท์ชั้น 2 จะมีผู้หญิงคนหนึ่งวนเวียนอยู่ตรงนั้น ป้าแม่บ้านเห็นประจำ และมักจะเห็นเดินไปเดินมาบริเวณห้อง 207 ที่คุณต้นอยู่ รปภ.และแม่บ้านบอกมาแค่นั้น คุณต้นก็สืบไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร

          จนกระทั่งเหตุการณ์สุดท้าย หลังจากที่คุณต้นย้ายห้องไปแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นการการันตีว่าสิ่งที่คุณต้นเห็นและทำทั้งหมดเป็นคนคนเดียวกัน นั่นคือเมื่อคุณต้นย้ายห้องไป ในคืนหนึ่งก็ฝันว่า กำลังจะไปเรียน พอเปิดประตูแล้วหันไปทางซ้าย ซึ่งเป็นห้อง 207 ที่เคยอยู่ เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผิวสีเหลือง ผมประบ่า แต่ไม่เห็นหน้า แล้วร่างนั้นก็ถอยหลังค่อย ๆ หายไปในเงา แล้วคุณต้นก็สะดุ้งตื่น! นั่นทำให้คุณต้นได้รู้ว่าคือคนเดียวกันกับที่เคยกดคุณต้น แต่ว่าก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าสิ่งที่เจอมันคืออะไร แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากม้าม่วง PowerpuffGAY 'บ้านติดวัด' I อังคารคลุมโปง X ม้าม่วง Powerpuff GAY [28 ม.ค. 2568]

03 ก.พ. 2025

เรื่องเล่าจากม้าม่วง PowerpuffGAY 'บ้านติดวัด' I อังคารคลุมโปง X ม้าม่วง Powerpuff GAY [28 ม.ค. 2568]

บ้านที่เคยอยู่ทั้ง 2 หลังอยู่ติดวัดทั้งคู่ ทำให้เจอเหตุการณ์หลอนขนลุกซู่ตั้งแต่เด็ก กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘บ้านติดวัด’ เรื่องราวจาก ‘คุณม้าม่วง PowerpuffGAY’ ที่นำมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (28 ม.ค. 2568) มาฟังเรื่องเล่าสุดหลอนไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ถ้าพร้อมแล้ว ปิดไฟคลุมโปง แล้วมาอ่านความหลอนไปพร้อมกัน! เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของคุณม้าม่วง ซึ่งบ้านของคุณม้าม่วงอยู่ติดวัดทั้งที่ อุบลราชธานีและยโสธร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คุณม้าม่วงสงสัยเช่นกันว่าอะไรดลใจให้บ้านติดวัดทั้งสองที่ และมักจะมีบางอย่างให้เห็น..เรื่องราวที่ ​1 คุณม้าม่วงได้เริ่มเล่าว่าบ้านที่อำเภอวาริน จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ใกล้ทั้งวัดและโรงพัก เป็นจุดที่มักจะนำรถจากอุบัติเหตุหนักมาจอดพักไว้ ทำให้มักถูกเพื่อนล้อว่า “อีบ้านผีสิง” ตั้งแต่เด็ก วันหนึ่ง ขณะที่คุณม้าม่วงนั่งอยู่ในบ้าน ก็เห็นแสงไฟวาบเข้ามาในบ้าน นั่นหมายความว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกแล้ว เมื่อออกไปดู ก็พบรถที่ชนอย่างรุนแรงจนตัวรถงอเป็นตัววี แล้วด้วยความที่คุณม้าม่วงต้องเป็นคนไปจ่ายตลาดตอนเย็นจึงพาน้อง ๆ ไปดูรถที่เกิดอุบัติเหตุ จึงได้เห็น คราบเลือดเปื้อนเต็มประตู ซึ่งดูจากสภาพแล้ว ไม่น่าจะมีใครรอด หลังจากนั้น เวลาล่วงเลยไปจนถึงตี 1 คุณม้าม่วงอยู่บ้านตามปกติและได้เหลือบไปมองที่รถคันเดิมแล้วต้องตกใจ มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังคารถ! เมื่อหันกลับไปมองอีกครั้ง กลับพบความว่างเปล่า จึงพยายามบอกตัวเองว่าอาจจะตาฝาด จนกระทั่งเช้า ก็ไปเล่าให้ที่บ้านฟัง พ่อและพี่ชายจึงขับรถไปดูที่รถคันนั้นอีกครั้ง ขณะกำลังจอดมองซากรถ วิทยุภายในรถกลับเปิดขึ้นมาเอง! เสียงเพลงดังขึ้นโดยไม่มีใครแตะต้อง พ่อและพี่ชายตกใจ รีบขับรถกลับบ้าน แต่หลังจากนั้น วิทยุเครื่องเดิมยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ดับ จนตกกลางคืน ป้าของคุณม้าม่วงก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่บนหลังคารถเช่นกัน!เรื่องราวที่ 2 บ้านคุณม้าม่วงเป็นพื้นที่ใกล้ตั้งอยู่หลังวัด ซึ่งพื้นที่ตรนี้เคยเป็นป่าช้าเก่า และมีต้นโพธิ์หรือต้นไทรใหญ่ ตั้งอยู่ ก่อนที่จะมีการล้างป่าช้า ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ผีดุ” และจุดนี้เป็นเส้นทางที่เวลาใครจะไปไหนต้องผ่านตลอด คืนหนึ่ง ชายคนหนึ่งซึ่งมีอาการมึนเมา ขับรถผ่านจุดนั้นและพูดจาท้าทายเสียงดัง “ไม่กลัวผี ไหนล่ะผี!” แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทำให้เขาสติแตก ขาทั้งสองข้างของบางสิ่ง ห้อยลงมาจากต้นไทร เข้ามาตรงหน้าเขา! หลังจากคืนนั้น เขากลายเป็นคนเสียสติ และผมร่วงหมดหัว เพราะหวาดกลัวจนสุดขีด!เรื่องราวที่ 3 เป็นเรื่องของคุณป้าของคุณม้าม่วง เรื่องมีอยู่ว่าคืนหนึ่ง ขณะที่คุณม้าม่วงอยู่บ้านกับป้า เสียง “แก๊ก ๆ ๆ” ดังขึ้นจากหน้าบ้าน คล้ายมีใครกำลังเดินอยู่ ป้านึกว่าลูกชายกลับมาจากเที่ยว จึงหยิบไฟฉายออกไปส่อง แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นหัวของผู้ชายวางอยู่บนเสาบ้าน! ป้าจึงรวบรวมความกล้า และเอ่ยถามว่า “ใคร?” แล้วก็หยิบมีดติดมือ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ทว่าหัวนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย! เช้าวันต่อมา มีคนเล่าว่า เมื่อคืนมีชายคนหนึ่งถูกฆ่าตัดหัว และว่ากันว่าดวงวิญญาณของเขายังคงวนเวียนออกมาตามหาหัวที่หายไป…เรื่องราวสุดท้าย ที่บ้านของคุณม้าม่วงในจังหวัดยโสธร เป็นเรื่องราวของน้องสาวคุณม้าม่วง เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวของคุณม้าม่วงไม่ชอบอาบน้ำ สาเหตุก็คือบ้านอยู่ติดวัดจึงทำให้เขากลัวผี จนมืดน้องสาวก็ยังไม่ยอมอาบ ด้วยความหงุดหงิดคุณม้าม่วงจึงอุ้มน้องขึ้น แล้วตะโกนลั่นว่า “ไหนผี!?” ทันใดนั้นเอง น้องสาวก็ได้เห็นผู้หญิงใส่ชุดไทย ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ จ้องมองตรงมาที่พวกเขาอยู่!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ก่อนบวช 7 วันต้องไปอยู่วัด ตกดึกนอนไม่หลับเลยไปนั่งใต้ต้นฉำฉา เมื่อกดวิดีโอคอลกับเพื่อน 3 คน ทุกคนทักเหมือนกันหมดว่ามีใครอยู่ด้วย! อยากพิสูจน์จึงเปิดแฟลชสาดขึ้นด้านบนต้นไม้ แทบช็อกกับภาพที่เห็น มีผีที่นั่งห้อยขาอยู่เต็มไปหมด!

25 พ.ค. 2023

ก่อนบวช 7 วันต้องไปอยู่วัด ตกดึกนอนไม่หลับเลยไปนั่งใต้ต้นฉำฉา เมื่อกดวิดีโอคอลกับเพื่อน 3 คน ทุกคนทักเหมือนกันหมดว่ามีใครอยู่ด้วย! อยากพิสูจน์จึงเปิดแฟลชสาดขึ้นด้านบนต้นไม้ แทบช็อกกับภาพที่เห็น มีผีที่นั่งห้อยขาอยู่เต็มไปหมด!

‘คุณอาร์ท’ สายจากทางบ้าน ได้โทรเข้ามาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (16 พฤษภาคม 2566) ว่าได้เจอเรื่องหลอนขณะที่กำลังจะบวช ให้กับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ฟัง เรื่องราวของคุณอาร์ทจะเป็นอย่างไร.. ไปติดตามอ่านกันได้เลย! คุณอาร์ทเล่าว่า ตนเองนั้นกำลังจะเตรียมตัวบวชพระ สถานที่คือวัดเดิมที่เคยมาบวชเณรมาก่อน โดยต่างจังหวัดนั้นมีธรรมเนียมว่า ใครจะบวชต้องเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ออกไปไหนเพราะเป็นบุญใหญ่ คุณอาร์ทจึงต้องไปเป็นฆราวาสที่วัด 7 วัน 2 วันก่อนที่จะถึงวันบวช คุณอาร์ทก็ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติในช่วงกลางวัน พอ 5 โมงเย็น คุณอาร์ทก็เห็นว่าหน้าเมรุมันเลอะเทอะ เพราะไม่มีใครไปทำความสะอาดเลย คุณอาร์ทจึงตัดสินใจว่าเดี๋ยวจะไปกวาดทำความสะอาดสักหน่อย และด้วยความที่คุณอาร์ทเวลาจะทำอะไรชอบฟังเพลงไปด้วย ขณะที่กวาดเลยนำหูฟังขึ้นมาฟังเพลงในยูทูป เมื่อวิดีโอจบลงมันก็จะหยุดอัตโนมัติเอง คุณอาร์ทก็เห็นว่าใกล้จะกวาดเสร็จแล้ว จึงเสียบหูฟังคาหูอย่างนั้นโดยที่ไม่ได้กดเล่นเพลง.. สักพักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มใหญ่พูดคุยเสียงดัง แต่จับใจความไม่ได้ คุณอาร์ทจึงถอดหูฟังออก พอมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใคร จึงคิดว่าน่าจะเป็นคนที่บ้านอยู่ติดกับวัดแล้วมานั่งล้อมวงคุยกัน คุณอาร์ทกดเล่นเพลงอีกครั้งหนึ่งจนมันหยุดอัตโนมัติอีกครั้ง เป็นเวลาที่กวาดเสร็จพอดีจึงถอดหูฟังออก จังหวะที่ถอดหูฟังนั้นก็ได้ยินเสียงแว่วเข้ามาในหูชัดเจนว่า “เค้ามาบวชใหม่หรอ” คุณอาร์ทนึกในใจว่า “ใครมาพูดวะ” และมองไปที่กุฎิหลวงตา ก็คิดว่าหลวงตาน่าจะคุยกับคนที่มาเยี่ยม แล้วก็น่าจะถามว่ามีเด็กมาบวชใหม่หรอ เพราะปกติแล้วไม่ค่อยมีวัยรุ่นเข้ามาในวัดสักเท่าไหร่ คุณอาร์ทก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ แต่พอสังเกตดี ๆ ก็พบว่าในตอนนั้นมีแค่คุณอาร์ทและหลวงตาเท่านั้นที่อยู่ในบริเวณวัด คุณอาจก็พยายามคิดในแง่ดีตามหลักวิทยาศาสตร์ว่าน่าจะเป็นเสียงแว่วที่ลอยมาจากที่อื่น เพราะบริเวณวัดตรงนั้นก็ค่อนข้างที่จะเป็นพื้นที่โล่ง เมื่อกวาดเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณอาร์ทจึงไปนั่งคุยกับหลวงตาที่นอนอยู่ในกุฎิ และถามว่าพรุ่งนี้มีบิณฑบาตหรือไม่ หลวงตาก็บอกว่า “มี ให้ตื่นมาตอนตีสี่นะ” คุณอาร์ทรับทราบดังนั้นแล้วจึงขอตัวไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน จนกระทั่งเวลา 2 ทุ่มครึ่ง คุณอาร์ทก็อธิบายเพิ่มว่า กุฎิข้างล่างมีลักษณะเป็นปูน ส่วนข้างบนยังสร้างไม่เสร็จ ระหว่างที่กำลังนอนอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนเดินไปมาอยู่รอบกุฎิ จึงคิดว่าเป็นสุนัขเพราะสุนัขที่วัดชอบขึ้นมานอนข้างบน พอจะนอนต่อ คุณอาร์ทก็นอนไม่หลับ เวลาล่วงเลยมาจนถึงตี 2 จึงลุกมากินน้ำและคิดว่าไหน ๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว งั้นไม่นอนเลยก็แล้วกัน เพราะอีก 2 ชั่วโมงก็ต้องตื่นแล้ว เมื่อมองออกไปข้างนอก ก็เห็นว่าอากาศดีมากเพราะช่วงค่ำมีฝนตก จึงเดินออกไปนั่งสูดอากาศอยู่ที่กลางวัด โดยไปนั่งที่โต๊ะไม้หินอ่อนใต้ต้นฉำฉาต้นใหญ่ และไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดี จึงกดโทรวิดีโอคอลหาเพื่อน ๆ เมื่อคุยกันไปได้สักพักหนึ่งเพื่อนก็ทักขึ้นมาว่า “อาร์ท มึงเอาใครมานอนที่วัดด้วยรึเปล่าวะ” คุณอาร์ทจึงตอบไปว่า “เฮ้ย กูมานอนคนเดียว ที่วัดเค้าไม่ให้เอาใครเข้ามาด้วย” เพื่อนก็เลยถามต่อว่า “มึงอย่ามาหลอกกู แล้วใครยืนอยู่ข้างหลังมึงอ่ะ” คุณอาร์ทก็บอกไปว่า “มึงอย่ามาตลก กูไม่เล่นนะนี่ในวัดในวา” เพื่อนก็พูดอีกว่า “เอ้า อาร์ทคนเดิมหายไปไหนละวะ คนที่ชอบท้าทายอ่ะ แหมจะบวชซะหน่อยทำเป็นคนดีหรอ” และเพื่อนก็ยังพูดไม่หยุดว่า “น่ะมาอีกคนแล้วน่ะ เอาเพื่อนแถวบ้านเข้ามานอนในวัดด้วยหรอ” จากนั้นก็กดตัดสายไปเลย คุณอาร์ทนึกว่าเพื่อนแกล้ง จึงโทรไปอีกหลาย ๆ รอบ แต่เพื่อนคนนี้ก็กดตัดสายตลอด และส่งเป็นข้อความว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า เข้าไปที่บ้านมึงเดี๋ยวเล่าให้ฟัง” คุณอาร์ทจึงตัดสินใจโทรไปหาเพื่อนคนที่สอง ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็ทักเหมือนเพื่อนคนแรกเลยว่า “มึงเอาใครมานอนด้วยเนี่ย มึงไปให้เค้ายืนอยู่ข้างหลังทำไมน่ะ เดี๋ยวก็โดนยุงกัดตายหรอก” คนอาร์ทจึงพูดไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “มึงอย่ามาพูดบ้า ๆ อย่างนี้นะ ในวัดในวากลางค่ำกลางคืน กูกลัวจริง ๆ นะ” จากนั้นเพื่อนคนนั้นก็กดวางสายไป ด้วยความที่เริ่มกลัว คุณอาร์ทจึงโทรหาเพื่อนอีกคนให้อยู่เป็นเพื่อน แต่เพื่อนคนที่สามก็พูดทำนองเดียวกันเหมือนกับเพื่อนสองคนแรก คุณอาร์ทได้ยินอย่างนั้น ก็กดตัดสายไป เมื่อหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นมีใคร แต่จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแว๊บเข้ามาในหัวว่า “กูนั่งอยู่ใต้ต้นไม้นี่หว่า” จากนั้นก็เปิดแฟลชโทรศัพท์แล้วฉายขึ้นไปบนต้นไม้ทันที ปรากฏว่าสิ่งที่คุณอาร์ทเห็นคือ คนนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้อยู่ประมาณสี่ห้าคนแกว่งขาเล่นไปมา! มองลงมายังคุณอาร์ทตาแข็งแทบไม่กระพริบ และมีเสียงคนแก่พูดว่า “มาบวชใหม่หรอ ขอบุญมั่งดิ” คุณอาร์ทถึงกับช็อคไปชั่วครู่ แล้วก็มีเสียงอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “ไม่ต้องกลัวไม่ได้มาทำอะไร” สิ้นเสียงนั้นคุณอาร์ทถึงกับต้องวิ่งหน้าตั้งไปยังกุฏิหลวงตา ตะโกนเรียกหลวงตาว่า “ผีหลอก! ผีหลอก!” อยู่อย่างนั้น แต่หลวงตาก็ไม่ยอมตื่น ทำให้คุณอาร์ทต้องนั่งหน้ากุฏิหลวงตาจนเช้า และเมื่อได้เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้กับหลวงตาฟัง หลวงตาก็บอกว่าเป็นปกติอยู่แล้วที่พระใหม่จะมีคนมาขอส่วนบุญ แล้ววันวันบวชก็มาถึง เมื่อใกล้เสร็จพิธี คุณอาร์ทกำลังจะก้มลงกราบที่หน้าพระพุทธรูป ซึ่งหน้าต่างของอุโบสถก็ตรงกับกิ่งของต้นฉำฉาพอดี คุณอาร์ทจึงหันไปมองแล้วก็เห็นเป็นวิญญาณกลุ่มเดิมมาในรูปร่างที่ดูเป็นคนปกติ ใส่ชุดทำบุญ แต่ไม่ใส่รองเท้า และนั่งพนมมืออยู่บนกิ่งต้นไม้นั้น พร้อมกับหันมาทางคุณอาร์ทด้วยสีหน้าที่ดูอิ่มอกอิ่มใจ จังหวะนั้นคุณอาร์ทถึงกับขนลุกขึ้นมาทันที แต่ด้วยความที่เป็นพระเต็มตัวแล้วคุณอาร์ทจึงไม่ได้กลัวมากเท่าไหร่ และได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แผ่เมตตาไปให้กับวิญญาณเหล่านั้น เมื่อก้มกราบจนครบ 3 ครั้งแล้ว เงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็ไม่เห็นวิญญาณเหล่านั้นแล้ว! ต่อมาคุณอาร์ทก็ได้ออกไปหาเพื่อน ๆ ที่นอกวัดและสอบถามถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า “มึงเจอกับอะไร ให้เล่ามาตรง ๆ ได้เลย” เพื่อนคนแรกก็เล่าว่า “เห็นคนมาจับไหล่มึง และชะโงกหน้ามายิ้มข้าง ๆ แก้มมึงแล้วก็เดินออกไป และคนที่สองก็เดินเข้ามายิ้มให้กล้อง แล้วก็เดินออกไปอีก” เพื่อนคนที่สองก็เล่าเสริมว่าเขาเห็นเป็นเด็กวิ่งเล่นกันอยู่ด้านหลัง แล้วก็มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมีผ้าขาวม้าพาดเอวเดินเข้ามามองที่กล้อง แล้วก็ลุกออกไป และสุดท้ายเพื่อนคนที่สามก็เล่าว่าเห็นเป็นผู้ชายสองคน เดินกันมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เดินผ่านกล้องไปสักพัก ก็เดินย้อนกลับมาและชะโงกหน้าเข้ามาในกล้องจนหน้าแทบจะติดกับคุณอาร์ท! และพอถึงวันสึก คุณอาร์ทยังฝันอีกด้วยว่าตัวเองนั้นได้ไปกวาดใบไม้ตรงเมรุ แล้วมีคนเดินมาพูดด้วยว่า “จะสึกแล้วหรอ ทำไมรีบสึกไวจัง น่าจะอยู่ให้นาน ๆ กว่านี้ เนี่ยตัวจะจับสีผ้าเหลืองอยู่แล้วน่ะ” (ความหมายคือถ้าบวชนาน สีตัวก็จะเข้ากับผ้าเหลืองอยู่แล้ว ทำไมถึงรีบสึก) ซึ่งในฝันคุณอาร์ทก็ได้แต่ยืนยิ้มให้ ไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วก็ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา หลังจากผ่านเรื่องราวทั้งหมดมาได้ก็ทำให้คุณอาร์ทที่เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่เกเร ชอบท้าทาย ก็กลายเป็นคนที่เรียบร้อย อยู่ในร่องในรอยมากยิ่งขึ้น(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากอุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี 'ตามมาได้ยังไง' I อังคารคลุมโปง X อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี [ 24 ธ.ค. 2567 ]

08 ม.ค. 2025

เรื่องเล่าจากอุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี 'ตามมาได้ยังไง' I อังคารคลุมโปง X อุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี [ 24 ธ.ค. 2567 ]

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (24 ธันวาคม 2567) ที่ผ่านมา ‘คุณอุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี’ ได้นำเรื่องขนลุก “ตามมาได้ยังไง” มาเล่าให้แฟนๆ รายการฟัง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อชายคนหนึ่งเดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เมื่อกลับถึงบ้าน เขากลับพบหญิงสาวเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยนั่งอยู่ในรถของเขา! ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? และตามมาจากที่ไหน? มาฟังเรื่องนี้พร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ แล้วจะรู้ว่า บางอย่างอาจจะตามมาในที่ที่เราไม่ทันตั้งตัว!! ‘คุณอุ๋มอิ๋ม’ เกริ่นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่ที่สนิทกันชื่อ ‘พี่ต้า’ เกิดขึ้นตอนที่พี่ต้ากำลังจะไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งวันที่พี่ต้าเดินทางไปนั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ช้างป่าเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวจนเสียชีวิต คุณอุ๋มอิ๋มจึงได้ทักไปถามสถานการณ์ของพี่ต้า จากนั้นพี่ต้าก็ตอบกลับมาว่าทุกอย่างปกติดี เมื่อขึ้นไปถึงข้างบน พี่ต้าก็ได้ถามสถานการณ์คนที่อยู่ข้างบนว่าเป็นอย่างไรบ้าง และยังส่งรูปช้างมาให้คุณอุ๋มอิ๋มดู ในรูปนั้นช้างดูดุมาก พี่ต้าบอกว่าช้างน่าจะตกมัน โขลงจึงผลักออกมา แล้วช้างตัวนั้นก็ไม่รู้จะไปทางไหน จึงขึ้นมา ณ จุดที่ได้เจอนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นก็เกิดเหตุสลดขึ้น แต่ในรูปที่คุณอุ๋มอิ๋มดูนั้น เห็นเป็นช้างที่มีออร่าสีดำอยู่รอบ ๆ ตัว คุณอุ๋มอิ๋มจึงบอกพี่ต้าว่าอย่าเข้าไปใกล้เด็ดขาด ซึ่งจุดที่พี่ต้าอยู่นั้น อยู่ใกล้กับเจ้าหน้าที่ เพราะว่าจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานอยู่ตลอด เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่คอยกันไม่ให้ช้างเข้ามาใกล้นักท่องเที่ยว สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปอย่างนั้น จนกระทั่งคืนแรกผ่านไป คืนที่สอง เจ้าหน้าที่ทำการปิดกั้นพื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถไปเที่ยวที่อื่นได้ เพราะว่าช้างตัวนี้จะเดินในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเดิน คุณอุ๋มอิ๋มจึงบอกกับพี่ต้าว่า “มันยังไม่จบแค่นี้นะ หนูว่าเราอยู่กับที่ดีกว่า” นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการประกาศว่า ห้ามนักท่องเที่ยวไปสถานที่ต่าง ๆ ให้รออยู่จุดที่เป็นลานกางเต็นท์เท่านั้น จุดที่เป็นจุดชมวิวทั้งหมดห้ามไป รอจนถึงวันรุ่งขึ้นแล้วค่อยลงพร้อมกันทั้งหมด หลังจากที่ลงมาข้างล่าง คุณอุ๋มอิ๋มคิดว่าทุกอย่างโอเคแล้ว แต่ไม่ใช่แบบนั้น.. เมื่อพี่ต้ากลับมาถึงบ้าน แฟนของพี่ต้าก็ได้ทักมาหาคุณอุ๋มอิ๋มว่า “เห้ย พี่อิ๋มช่วยดูในรถให้หน่อยสิ มีผู้หญิงคนหนึ่งตามมา” เนื่องจากแฟนของพี่ต้านั้นเป็นคนมีเซ้นส์ระดับหนึ่ง คุณอุ๋มอิ๋มจึงคิดในใจว่า ‘ใครจะตามมา ในเมื่อพี่เขาไม่ได้ไปอยู่ในจุดที่เป็นอันตรายเลย’ ซึ่งแฟนของพี่ต้าได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่าเห็น “เป็นผู้หญิง ผมสั้น ตัวเล็ก ๆ นั่งอยู่ที่ด้านหน้าฝั่งซ้ายคนขับ หนูขึ้นรถมา เขาก็ไม่ยอมไปไหนเลย พี่อิ๋มทำไงดี” คุณอุ๋มอิ๋มจึงบอกวิธีเบื้องต้นไปก่อนว่า “เอางี้ จุดธูปก่อน เพราะว่าในรถก็มีอากง มีของทำไมถึงขึ้นมาได้ แล้วให้เอาธูปวนในรถ เพราะถ้ามีอะไรที่ไม่ดีก็ขอให้ออกไปให้หมด” หลังจากนั้นก็ห่างหายกันไป.. จนเมื่อไม่นานมานี้ คุณอุ๋มอิ๋มก็ได้เจอกับพี่ต้า พี่ต้าได้เดินมาทักและพูดว่า “น้องอิ๋ม ๆ ช่วยหน่อยดิยังไม่ไปเลย” คุณอุ๋มอิ๋มตกใจและตอบกับไปว่า “เห้ย ถ้าไม่ไปมันไม่น่าใช่วิญญาณเจ้าป่าเจ้าเขาหรือวิญญาณอะไรที่ตามมาแล้วนะพี่ มันเป็นเจ้ากรรมนายเวรพี่หรือเปล่า” ซึ่งคุณอุ๋มอิ๋มเองก็ไม่แน่ใจ วันนั้นเป็นวันถ่ายงาน หลังจากถ่ายงานเสร็จประมาณเที่ยงคืน พี่ต้าเข้ามาบอกให้คุณอุ๋มอิ๋มไปดูรถของตน รถเป็นสีน้ำเงินสี่ประตู ในจังหวะที่คุณอุ๋มอิ๋มเดินเข้าไป ตรงส่วนของคนขับคุณอุ๋มอิ๋มเห็นว่ามี ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเอามือพาดกันสองข้าง และวางอยู่หน้าพวงมาลัย แล้วก็หันมามองคุณอุ๋มอิ๋ม หลังจากเห็นอย่างนั้น คุณอุ๋มอิ๋มก็ได้เดินเข้ามาประชิดและเห็นว่า เสื้อผ้าของเขา มันขาดเป็นชิ้น ๆและพยายามถามเขาว่ามาได้อย่างไร แต่ก็ไม่มีการตอบกลับและหน้าของหญิงสาวคนนั้นก็เริ่มเขียว เริ่มช้ำ คุณอุ๋มอิ๋มจึงถามต่อไปอีกว่า “บอกได้ไหม ถ้าบอกไม่ได้ส่งภาพมาให้พี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะได้พาไปถูก จะได้รู้ว่ามาจากที่ไหน” ปรากฎว่าเขาให้คุณอุ๋มอิ๋มเห็นว่าเขาเป็นผู้ประสบภัยที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พี่ต้ากำลังนั่งสมาธิหรือแผ่ส่วนกุศล แล้วผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จะไปที่ไหนจึงตามพี่ต้ามา หลังจากที่เขาขึ้นรถมา เขาก็มาเจออากง อากงก็บอกว่าเห็นตั้งแต่แรกแล้ว แต่คิดว่าเดี๋ยวก็คงไป เพราะว่าพี่ต้าทำบุญตลอดตั้งแต่กลับมา พี่ต้าใส่บาตรทุกวันและไปวัดตลอด ด้วยความที่พี่เขาไม่รู้ว่ามีวิญญาณตาม จึงไม่ได้บอกหลวงพ่อหรือใครที่วัดให้ส่งวิญญาณดวงนี้ให้ จึงทำให้วิญญาณดวงนี้ยังอยู่ที่รถ ในคืนนั้นที่คุณอุ๋มอิ๋มเจอ คุณอุ๋มอิ๋มจึงเชิญเขาออกและบอกว่า “หนูเดินไปทางนี้นะ แล้วหนูจะเจอโบสถ์ เดี๋ยวเราจะไปทำบุญให้ ก็ขอให้ไปอยู่คนละภพคนภูมิดีกว่า อย่าตามพี่เขาเลย เพราะว่าการตามนี้มันไม่ประโยชน์เลย ตอนนี้หนูลงมาได้แล้ว ดวงวิญญาณหนูไม่ได้ไปร่อนเร่อยู่ทางนั้นแล้ว ถือว่าวันนี้เราส่งกันแค่นี้นะ” สถานที่ถ่ายทำในวันนั้นอยู่ใกล้กับวัดพอดี แล้วหลังจากนั้นเขาก็หายไป..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

04 ส.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

‘คุณดาว’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องเกี่ยวของการไปบนบานกับศาลไม้เปล่าหลังหนึ่ง ที่ได้มีการขอโชคขอลาภแล้วดันลืมแก้บน จนทำให้ต้องเจอกับวิญญาณตามมาทวงสัญญา เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘บนบาน’ ที่ทำให้อาจทำให้คุณไม่กล้าบนบานศาลกล่าวอีกเลย.. คุณดาวได้เล่าว่า ทุกครั้งที่ไปนอนต่างที่ต่างถิ่นก็จะไหว้ศาลพระภูมิตลอด ไปนอนบ้านแฟนก็จะไหว้ตลอด แต่ไม่เคยสังเกตว่าในศาลนั้นไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ขณะเดียวกัน ทางบ้านของแฟนชอบเก็บของเก่า เช่น เรือเก่า เกวียน ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร หรือของแต่ละชิ้นมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีศาลไม้เปล่าตั้งอยู่ที่บ้านด้วย วันหนึ่ง คุณดาวพูดกับศาลหลังนั้นว่า “ถ้าถูกหวยงวดนี้จะเอานางรำมาถวายให้” ไม่นานหลังจากนั้น คุณดาวก็โชคดีจริง ๆ ความดีใจล้นหลามจนลืมไปว่า ตนเองได้ ‘บนบาน’ กับศาลเอาไว้ กระทั่งได้ออกไปสังสรรค์กับที่ทำงาน และมีคนถามขึ้นมาว่า “วันนี้หวยออกนะ ซื้อยัง” นั่นทำให้คุณดาวนึกขึ้นได้ว่าได้บนเอาไว้ จึงคิดว่ากลับไปจะซื้อของถวาย ระหว่างที่สังสรรค์กัน ก็มีการเล่นไพ่เกิดขึ้น คุณดาวนึงเภาวนาในใจอีกครั้งว่า ‘ขอให้มีโชคลาภ จะได้ซื้อพวงมาลัยให้เพิ่ม’ แล้วคุณดาวก็สมหวังปรารถนา ไม่นาน วงสังสรรค์ก็เริ่มแยกย้าย แต่ก็มีบางส่วนที่อยากสนุกต่อ จึงชวนกันไปเล่นไพ่อีกห้อง แต่คุณดาวกลับหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ จึงโทรศัพท์ไปหาแฟน เพื่อขอให้แฟนไหว้ขอศาลให้เจอกระเป๋าสตางค์ เวลาผ่านไปจนกระทั่งเช้า คุณดาวตื่นมาก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ไม่ได้หายไปไหน แต่วางอยู่ที่เดิมตลอด คุณดาวเดินทางกลับบ้าน และรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ขณะนั้น หางตาก็สังเกตเห็นนางรำชุดสีเขียว หน้าขาว ปากแดง ยืนรำอยู่! ไม่นาน นางรำก็ขึ้นเตียงมาหา คุณดาวตกใจสะดุ้งตื่น ตั้งใจว่าจะรีบโทรหาแฟนเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้ง แฟนก็ไม่รับสาย จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังแว่วเข้ามาในหู คุณดาวคิดในใจว่า ‘เลิกงานพรุ่งนี้ หนูจะรีบถวายให้ ตอนนี้หนูเหนื่อย ขอพักก่อนนะคะ’ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นแฟนที่โทรกลับมานั่นเอง คุณดาวจึงรีบบอกให้แฟนจุดธูปบอกศาลอีกครั้ง จากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็รีบไปแก้บนที่ศาลทันที หลังจากนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นกับคุณดาวอีกเลย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-