โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกคือจุดเริ่มต้นของเรื่องสยอง! เมื่อสืบหาความจริงจึงพบว่ามีคนแอบหยิบของมีค่าออกจากที่เกิดเหตุ จากนั้นก็วุ่นทั้งหมู่บ้าน! เพราะมีร่างไหม้เกรียมศีรษะขาดออกมาหลอกหลอนจนแทบนอนไม่ได้!

อังคารคลุมโปง RECAP

โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกคือจุดเริ่มต้นของเรื่องสยอง! เมื่อสืบหาความจริงจึงพบว่ามีคนแอบหยิบของมีค่าออกจากที่เกิดเหตุ จากนั้นก็วุ่นทั้งหมู่บ้าน! เพราะมีร่างไหม้เกรียมศีรษะขาดออกมาหลอกหลอนจนแทบนอนไม่ได้!

31 ต.ค. 2023

       ติดตามเรื่องราวความสยอง จากเรื่อง ‘คืนสยองหลอนทั้งหมู่บ้าน’ โดย ‘คุณรุ้ง’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจเคเบิ้ล’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (24 ตุลาคม 2566) ไปอ่านพร้อมกันเลย!

       ย้อนกลับไปเมื่อ 31 ปีก่อน มีเหตุโศกนาฎกรรมสุดช็อค ที่เครื่องบินของสายการบินประเทศเพื่อนบ้านตก เนื่องจากขณะเครื่องลดระดับลงจอด มีฝนตกหนักและทัศนวิสัยไม่ดี มีรายงานว่าเครื่องถูกฟ้าผ่านักบินลดระดับความสูงไม่ถูกต้อง จนนำเครื่องลงจอดผิดเป้าหมายและตกลงในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้พบผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทุกคนในบริเวณนั้นต่างพากันออกมาดูเหตุการณ์ยังสถานที่เกิดเหตุ ในตอนแรกตัวคุณรุ้งเองก็ไม่ได้สนใจ แค่รับรู้ว่ามีข่าวเครื่องบินตกบริเวณใกล้บ้าน

       เย็นวันนั้น เพื่อนของคุณรุ้ง นามสมมุติ ‘เจิด’ ชวนไปดูสถานที่เกิดเหตุ เธอจึงตัดสินใจไปด้วย ในสถานที่เกิดเหตุมีซากเครื่องบินและสัมภาระของผู้โดยสารกระจัดกระจายอยู่บ้าง และมีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บกวาดไปแล้ว จากนั้นก็ต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้าน

       ในคืนนั้น ขณะที่คุณรุ้งนอนหลับก็สะดุ้งตื่นด้วยอาการปวดปัสสาวะ จึงตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำ ในระหว่างทางสายตาก็หันไปทางหน้าต่างซึ่งทะลุเห็นบริเวณหน้าบ้าน ปรากฏว่าเธอสังเกตเห็นมีบางคนยืนอยู่บริเวณนั้น แสงไฟจากถนนส่องลงมากระทบตัวคนนั้น และก็ค่อย ๆ หันลำตัวก็เข้ามาทางบ้านของเธอ! ในใจคุณรุ้งตอนนั้นคิดแค่ว่าเป็นแค่ใครบางคนที่กำลังทำอะไรบางอย่าง เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จเธอก็กลับไปนอนตามปกติ

       คืนต่อมา เหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณรุ้งรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเดินอยู่บริเวณนอกบ้าน ตอนแรกเธอคิดว่าเป็นขโมยขึ้นบ้าน จึงตัดสินใจแอบส่องออกไปจากผ่านหน้าต่าง ปรากฎเธอเห็นผู้ชายเดินตัดหน้าไป จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็หยุดชะงักตรงบริเวณหน้าต่าง เหมือนกับว่ารับรู้ว่ามีคนแอบมอง! ไม่นานก็ค่อย ๆ หันกลับมาอย่างช้า ๆ และจ้องมาทางตัวคุณรุ้ง! ในตอนนั้นคุณรุ้งตกใจจนขนลุก เพราะสิ่งที่กำลังยืนประจันหน้าเธออยู่นั้น เป็นร่างกายที่มีรอยไหม้เกรียมและศีรษะขาดหายไป! คุณรุ้งเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งกลับไปยังห้อง แล้วนอนคลุมโปงทันที ขณะที่เธอรู้สึกกลัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หูก็ดันไปได้ยินเสียงเท้าเดินฉับ ๆ ภายในบ้าน คล้ายกับสิ่งนั้นกำลังพยายามหาอะไรบางอย่าง!

       ในตอนเช้าคุณรุ้งเล่าทุกอย่างให้คุณแม่ฟัง จากนั้นเธอถึงกลับต้องขนหัวลุกอีกครั้ง เพราะแม่เล่าว่าทุกคนในหมู่บ้านได้มาเล่าว่าเจอเหตุการณ์คล้ายกันกับคุณรุ้ง!

       หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจิดได้มาบอกกับคุณรุ้งว่า ในวันที่ทั้งคู่ไปยังสถานที่เกิดเหตุ เจิดบังเอิญไปเหยียบกับอะไรบางอย่าง พอยกเท้าขึ้นปรากฎว่าเป็นแหวนทอง จึงตัดสินใจเก็บกลับมาด้วยเพราะคิดว่าคงมีมูลค่า จากนั้นคุณเจิดก็ตั้งใจจะขายแหวนวงนี้ แต่คุณรุ้งบอกว่าให้นำไปคืน จึงตัดสินใจกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุ และโยนแหวนนี้ทิ้งไป

       เหตุการณ์หลอนชวนขนหัวลุกที่หลาย ๆ บ้านเจอ ก็อาจเป็นเพราะเจ้าของแหวนอยากจะได้ของคืน จึงต้องมาตามหาทุกบ้านในบริเวณนั้นนั่นเอง..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

 

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจาก ‘เป้ MVL’ วนกลับมาที่เดิม I อังคารคลุมโปง X เป้ MVL [ 16 ก.ค. 2567]

21 ก.ค. 2024

เรื่องเล่าจาก ‘เป้ MVL’ วนกลับมาที่เดิม I อังคารคลุมโปง X เป้ MVL [ 16 ก.ค. 2567]

เรื่องราวนี้ ‘คุณเป้ MVL‘ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (16 กรกฎาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจโซเซฟ‘ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ’วนกลับมาที่เดิม‘ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! คุณเป้เล่าว่า สมัยก่อนทัวร์คอนเสิร์ตเยอะมาก ต้องไปแสดงที่ต่างจังหวัด ก่อนหน้านั้นเรื่องการเดินทาง การแสดง และการเข้าพักที่โรงเเรมก็ปกติทุกอย่าง จนมาถึงจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เมื่อมาถึงสถานที่ที่จัดคอนเสิร์ตก็มีแฟนคลับมาต้อนรับ เเล้วแฟนคลับคนหนี่งก็ถามกับคุณเป้ว่า “พี่พักโรงเเรมไหน” เพื่อนในวงคุณเป้จึงบอกชื่อโรงเเรมไป แต่เมื่อแฟนคลับทุกคนรู้ชื่อโรงเเรมก็ถึงกับนิ่ง ทำตัวมีพิรุธ เเล้วถามคุณเป้อีกครั้งว่าโรงเเรมชื่ออะไร คุณเป้จึงตอบชื่อโรงเเรมไป แฟนคลับได้เเต่ตอบคำว่า “ค่ะ” คุณเป้จึงสงสัยว่าโรงเเรมมันมีอะไร เมื่อคุยกับเเฟนคลับเสร็จก็ไป Soundcheck ระหว่างนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเสร็จจาก Soundcheck ก็มีรุ่นน้องเข้ามาถามคุณเป้ว่า “พักที่ไหนหรอ เดี๋ยวผมไปส่ง” คุณเป้จึงตอบชื่อโรงเเรมไป รุ่นน้องได้ตอบกลับทันทีว่า ”เขายังเปิดอยู่หรอพี่ ยังมีคนไปพักอยู่หรอพี่?” คุณเป้จึงสงสัยอีกครั้งว่าโรงเเรมมันมีอะไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากใคร เมื่อมาถึงโรงเเรม ก่อนตนจะลงจากรถ รุ่นน้องคนนั้นก็ได้ตบไหล่คุณเป้พร้อมกับพูดว่า “สู้ ๆ นะพี่ เป็นไปได้ กินดื่มถึงเช้า เก็บของ เเล้วค่อยออกนะ” ในคืนนั้นก็มีน้องหลายวงในค่ายที่พักอยู่ด้วย ทุกคนก็ไปทำธุระส่วนตัวเเล้วไปแสดงคอนเสิร์ตกัน เมื่อแสดงเสร็จก็กลับมาที่โรงเเรมในช่วงเวลาเที่ยงคืน ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ผ่านไปไม่นานในช่วงเวลาไม่ถึงตี 2 ทุกคนก็ลงมารวมตัวกันข้างล่างโดยมิได้นัดหมายพร้อมกับเรื่องเล่าของเเต่ละคนรวมถึงตัวคุณเป้เองด้วย คุณเป้รู้สึกว่าทุกคนต้องโดนอะไรในห้อง จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?” เพื่อนตอบกลับว่า “พี่เจออะไร?” คุณเป้จึงเล่าว่า ตนรู้สึกเหนื่อยจากการแสดงคอนเสิร์ต เมื่อเอนตัวลงไปนอน ตนรู้สึกเหมือนมีมดกัดหรือมีเสี้ยนตำหลัง เวลาที่พลิกตัวก็เหมือนมีอะไรมาขูดอยู่ตลอดเวลา จนตนเผลอหลับไป เเล้วก็ฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในห้อง มุดเข้ามาในผ้าห่มจากปลายเตียง เเล้วเอามือข่วนหลัง ในฝันมันเจ็บจนตนสะดุ้งตื่น คุณเป้รู้สึกแปลกเพราะตนเจ็บหลังจริง ๆ จึงไปส่องกระจกเเล้วก็เห็นว่ามีรอยข่วนอยู่เต็มหลังของตน! คุณเป้คิดว่าสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบใส่เสื้อผ้าเเล้วลงไปข้างล่าง เพื่อนคนหนึ่งของคุณเป้เล่าว่า “กำลังจะนอนก็ปิดผ้าม่าน ผ้าม่านเป็นม่านที่ต้องใช้ไม้ก้านลากเพราะมีฐานเป็นโซ่ถ่วง เมื่อปิดเสร็จก็เข้านอน สักพักผ้าม่านนั้นค่อย ๆ เลื่อนเปิดเองต่อหน้าต่อตา! แต่ก็ใจดีสู้เสือคิดว่าลูกปืนลื่นไหลไปเอง จึงได้ปิดม่านอีกครั้งเเล้วกลับมาเข้านอน สักพักก็มีเสียงดัง ครี๊ดดดดดด! มันคือเสียงผ้าม่านที่เปิดเองจนสุดมุม!” ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งก็เล่าว่า “เจอฝักบัวเปิดเองในขณะที่กำลังเช็ดผมอยู่ต่อหน้า พอหันไปฝักบัวก็ปิดทันที เมื่อกลับมาเข้านอนก็ได้ยินเสียงฝักบัวเปิดอีกครั้ง พอเดินไปห้องน้ำเห็นน้ำไหลอยู่ พอมองฝักบัวก็ค่อย ๆ ปิดเอง!” ในตอนเช้าคุณเป้จึงไปถามกับลุงยามจึงได้คำตอบว่า “มันไม่ใช่โรงเเรมใหม่ มันรีโนเวท เมื่อก่อนเป็นโรงพยาบาลเก่า” และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คุณเป้ได้วนกลับมานอนที่โรงเเรมเเห่งนี้อีกครั้ง..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

14 เม.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณมิ้น หัตถา ‘คนผูกดวง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 เมษายน 2568) ‘คุณมิ้น หัตถา’ นักเล่าเรื่องขวัญใจโซเชียล มาพร้อมกับเรื่อง ‘คนผูกดวง’ ประสบการณ์สัมผัสกับสิ่งลี้ลับของ ‘เมย์’ รุ่นน้องที่สนิทกัน ซึ่งเหตุการณ์แปลก ๆ เริ่มคืบคลานเข้ามาในชีวิตหลังจากเข้าร่วมพิธีกรรบางอย่าง ตามไปฟังเรื่องนี้แบบเต็ม ๆ พร้อมกันกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ความห่วงใยของแม่ คือความรักบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน แต่เมื่อความรักนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความยึดมั่นในความเชื่อบางอย่าง การกระทำที่มองว่าเป็นการเสริมดวงเสริมบารมี อาจกลับกลายเป็นประตูที่เปิดพาชีวิตลูกสาวให้ก้าวเข้าสู่โลกของสิ่งลี้ลับโดยไม่รู้ตัว ‘เมย์’ หญิงสาววัยทำงานผู้ที่กำลังมีชีวิตเรียบง่าย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ได้เชื่อหรือสนใจเรื่องดวง โชคชะตา หรือพิธีกรรมใด ๆ แต่เธอกลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เหนือคำอธิบาย หลังจากแม่ของเธอพาไปพบ ‘พ่อหมอ’ ชื่อดังจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้มีชื่อเสียงด้านการดูดวงและประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ แม่ของเมย์เชื่อมั่นในเรื่องดวงชะตาเป็นอย่างมาก ตำหนักไหนว่าดี สำนักไหนว่าแม่น ก็ไม่เคยพลาด จนวันหนึ่งได้พบพ่อหมอผู้ทำนายว่า เมย์เป็น ‘ดวงเชิดชูแม่’ มีชะตาแต่งงานกับเศรษฐี มีเกณฑ์ช่วยยกระดับชีวิตครอบครัวให้รุ่งเรืองได้ หากมีการทำพิธีเพื่อผูกดวงและรับขันครูเพื่อคุ้มครองชะตา แม้เมย์จะลังเลและไม่เชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเข้าพิธีเพื่อความสบายใจของแม่ ภาพที่เธอจำได้ติดตาในวันนั้น คือพ่อหมอให้ชูขันเงินเหนือหัว สวดคาถาแปลกประหลาด และเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอขนลุก “ต่อไปนี้ ข้าขอรับไว้กับตัว” จากวันนั้น ชีวิตของเมย์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป.. แม้จะได้งานใหม่ เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแม่ของเธอเชื่อว่านั่นคือผลจากการผูกดวง แต่สิ่งที่ตามมาคือข้อบังคับในการไหว้ครูทุกวันโกน ต้องมีเครื่องเซ่นทั้งเหล้า เนื้อสัตว์ ดอกไม้ และบทสวดที่ต้องท่องทุกครั้ง โดยมีข้อแม้สำคัญคือ เมย์ต้องร่วมพิธีด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม หลังจากที่ผ่านเวลาไป 3-4 เดือนหลังเข้าพิธีรับขันครู เหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายก็เริ่มเกิดขึ้น มีคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนใกล้ตัว เห็นเมย์ปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ในเวลาเดียวกับที่เธอยืนยันว่าไม่ได้อยู่ตรงนั้น เช่น ขณะที่เธออยู่บ้าน กลับมีคนเห็นเธอในออฟฟิศ หรือแม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่คำเล่าลือ หากแต่เป็นภาพที่หลายคนยืนยันว่า แน่ใจว่าใช่เมย์แน่นอน สิ่งเหล่านี้ทำให้เมย์เริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง เครียด กังวล และเริ่มสงสัยว่า พิธีกรรมในวันนั้นอาจไม่ได้มีแค่ครูบาอาจารย์มาคุ้มครอง แต่มีบางสิ่งตามมาโดยไม่ตั้งใจด้วย เมย์ตัดสินใจปรึกษา ‘คุณมิ้น หัตถา’ และน้องสาว ซึ่งเป็นผู้มีเซ้นส์ไวต่อสิ่งลี้ลับ หลังเล่าทุกอย่างให้ฟัง คุณมิ้นได้ให้คำแนะนำว่า ของแบบนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ สิ่งที่น่าขนลุกกว่านั้น คือระหว่างทางที่คุณมิ้นกับน้องสาวขับรถไปส่งเมย์กลับบ้าน ในกระจกมองหลังของรถ พวกเธอกลับเห็น ‘เงาผู้หญิงผมดำยาว’ ลักษณะคล้ายเมย์ทุกอย่าง ยองตัวนั่งอยู่บนไหล่ของเธอ พร้อมเสียงกรีดร้องปริศนา ที่ตะโกนดังชัดเข้ามาในรถว่า “มึงอย่ามายุ่งเรื่องของกู!!” นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อเมย์ได้อีกเลย เวลาล่วงเลยไปเกือบ 4 ปี ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากโซเชียล ไม่มีแม้แต่ข้อความจาก LINE ที่เคยใช้พูดคุยกัน เบอร์โทรศัพท์ก็กลายเป็นเบอร์ที่ไม่สามารถติดต่อได้ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเมย์บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เจอเมย์คือเมื่อปีที่แล้ว และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ใครสักคนได้เห็นเธอ ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า ชะตากรรมของเมย์ในตอนนี้เป็นอย่างไร เธอยังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ หรือพิธีกรรมที่เคยทำไว้ ได้พาชีวิตของเธอหลุดเข้าไปในโลกอีกใบที่ยากจะหาทางกลับออกมา เรื่องทั้งหมดนี้ เกิดจากความรักของแม่ ที่อยากให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าหนทางนั้น กลับนำพาให้ลูกต้องหายไปจากชีวิตทุกคนโดยไม่มีคำลา..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องหลอนบนนถนน 332 คืนเปลี่ยวที่ต้องขับรถคนเดียว พอเหลียวไปมองกระจกหลังก็เจอ...เข้าอย่างจัง!

17 พ.ย. 2023

เรื่องหลอนบนนถนน 332 คืนเปลี่ยวที่ต้องขับรถคนเดียว พอเหลียวไปมองกระจกหลังก็เจอ...เข้าอย่างจัง!

เรื่องสยองบนถนนหมายเลข 332 นี้มาจาก ‘คุณนิว’ ที่ได้โทรเข้ามาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 พฤศจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจมดดำ’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ถ้าปิดไฟแล้ว ก็ตามไปอ่านพร้อมกันเลย! เรื่องราวสยองขวัญเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณนิว คุณนิวเล่าว่าในสมัยก่อนเขามักจะใช้ถนนเส้นหมายเลข 332 ในการเดินทางไปยังพัทยาจังหวัดชลบุรีเป็นปกติ ด้วยความที่สะดวกสบาย ไม่ต้องเจอไฟจราจรหลายต่อ และเป็นเส้นทางที่เร็วสำหรับการเดินทาง ในคืนหนึ่ง เขามีนัดกับรุ่นพี่เพื่อไปตีแบดมินตันที่สนามในตัวเมืองพัทยา ตอนประมาณ 3 ทุ่ม จนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนกว่า เขาจึงตัดสินใจว่าถ้าทำธุระส่วนตัวเสร็จจะกลับบ้านทันที ซึ่งคุณนิวเลือกใช้ถนนเส้นเดิมในการกลับบ้านคือ ถนนเส้น 332 ในระหว่างทางที่คุณนิวขับรถมาเรื่อย ๆ ในหัวก็มีเรื่องความคิดผุดขึ้นมาว่า ‘จะมีอะไรโผล่มามั๊ย’ เช่นเรื่องเล่าของคุณยายสปีชที่หลาย ๆ คนเคยได้ยิน แต่ความคิดในหัวตอนนั้นก็คิดแค่ว่ามันคงเป็นแค่เรื่องเล่า จึงไม่ได้คิดอะไรมากและขับรถต่อไป เมื่อขับมาถึงโค้งหนึ่ง คุณนิวก็ได้บังเอิญเจอผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีขาวผมยุ่งเหยิงยืนอยู่ข้างทาง ตอนนั้นไม่ได้เชื่อเรื่องเล่าผีบนถนนเส้นนี้อยู่แล้ว จึงเข้าใจว่าเธอคงเป็นแค่คนไร้บ้าน แต่จังหวะที่ขับรถผ่านนั้น คุณนิวบังเอิญไปสบตากับเธอ และเห็นว่าเธอก็กำลังกรอกตาตามรถมาอย่างติด ๆ ด้วยความสงสัยจึงหันไปมองกระจกหลังทันที จังหวะนั้นเขาถึงกับต้องเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้น เพราะสิ่งนั้นกำลังวิ่งตามรถมาอย่างติด ๆ ! เขากลับไปมองกระจกหลังอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะทิ้งระยะห่างไปแล้ว แต่ไม่นาน จากที่เธอวิ่งตามด้วยสองขา กลายเป็นว่าเปลี่ยนมาวิ่งสี่ขาแทน! ตอนนั้นคุณนิวตกใจกลัวจนสุดขีด รีบตัดสินใจตะโกนออกไปว่า “กูไม่กลัว! ไม่ต้องมาหลอก!” จากนั้นก็หันไปมองกระจกหลังอีกทีปรากฏว่า เธอยืนนิ่ง ๆ แล้วหายไป ขณะเดียวกันนั้นรถของคุณนิวก็ทิ้งระยะห่างออกไปเช่นเดียวกัน! เมื่อคุณนิวกลับมาถึงที่บ้านจึงได้โพสต์เรื่องนี้ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่นานน้องที่รู้จักก็ได้มาแสดงความคิดว่าเคยประสบพบเจอเรื่องราวนี้เช่นเดียวกัน และคุณนิวคิดว่าเรื่องนี้ ที่ทุกคนยังเจอเรื่องสยองขวัญนี้อยู่ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นยังคงหาตัวตายตัวแทนให้มารับใช้กรรมแทนเธอนั่นเอง.(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

04 ส.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

‘คุณดาว’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องเกี่ยวของการไปบนบานกับศาลไม้เปล่าหลังหนึ่ง ที่ได้มีการขอโชคขอลาภแล้วดันลืมแก้บน จนทำให้ต้องเจอกับวิญญาณตามมาทวงสัญญา เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘บนบาน’ ที่ทำให้อาจทำให้คุณไม่กล้าบนบานศาลกล่าวอีกเลย.. คุณดาวได้เล่าว่า ทุกครั้งที่ไปนอนต่างที่ต่างถิ่นก็จะไหว้ศาลพระภูมิตลอด ไปนอนบ้านแฟนก็จะไหว้ตลอด แต่ไม่เคยสังเกตว่าในศาลนั้นไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ขณะเดียวกัน ทางบ้านของแฟนชอบเก็บของเก่า เช่น เรือเก่า เกวียน ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร หรือของแต่ละชิ้นมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีศาลไม้เปล่าตั้งอยู่ที่บ้านด้วย วันหนึ่ง คุณดาวพูดกับศาลหลังนั้นว่า “ถ้าถูกหวยงวดนี้จะเอานางรำมาถวายให้” ไม่นานหลังจากนั้น คุณดาวก็โชคดีจริง ๆ ความดีใจล้นหลามจนลืมไปว่า ตนเองได้ ‘บนบาน’ กับศาลเอาไว้ กระทั่งได้ออกไปสังสรรค์กับที่ทำงาน และมีคนถามขึ้นมาว่า “วันนี้หวยออกนะ ซื้อยัง” นั่นทำให้คุณดาวนึกขึ้นได้ว่าได้บนเอาไว้ จึงคิดว่ากลับไปจะซื้อของถวาย ระหว่างที่สังสรรค์กัน ก็มีการเล่นไพ่เกิดขึ้น คุณดาวนึงเภาวนาในใจอีกครั้งว่า ‘ขอให้มีโชคลาภ จะได้ซื้อพวงมาลัยให้เพิ่ม’ แล้วคุณดาวก็สมหวังปรารถนา ไม่นาน วงสังสรรค์ก็เริ่มแยกย้าย แต่ก็มีบางส่วนที่อยากสนุกต่อ จึงชวนกันไปเล่นไพ่อีกห้อง แต่คุณดาวกลับหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ จึงโทรศัพท์ไปหาแฟน เพื่อขอให้แฟนไหว้ขอศาลให้เจอกระเป๋าสตางค์ เวลาผ่านไปจนกระทั่งเช้า คุณดาวตื่นมาก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ไม่ได้หายไปไหน แต่วางอยู่ที่เดิมตลอด คุณดาวเดินทางกลับบ้าน และรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ขณะนั้น หางตาก็สังเกตเห็นนางรำชุดสีเขียว หน้าขาว ปากแดง ยืนรำอยู่! ไม่นาน นางรำก็ขึ้นเตียงมาหา คุณดาวตกใจสะดุ้งตื่น ตั้งใจว่าจะรีบโทรหาแฟนเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้ง แฟนก็ไม่รับสาย จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังแว่วเข้ามาในหู คุณดาวคิดในใจว่า ‘เลิกงานพรุ่งนี้ หนูจะรีบถวายให้ ตอนนี้หนูเหนื่อย ขอพักก่อนนะคะ’ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นแฟนที่โทรกลับมานั่นเอง คุณดาวจึงรีบบอกให้แฟนจุดธูปบอกศาลอีกครั้ง จากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็รีบไปแก้บนที่ศาลทันที หลังจากนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นกับคุณดาวอีกเลย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-