เปลี่ยนบรรยากาศไปเล่าเรื่องผีในลานวัด แล้วดันตรงกับวันโกนพอดี เจอวิญญาณเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น! ระหว่างถ่ายก็เจอวิญญาณกวนจนไมค์ใช้งานไม่ได้ แถมยังเห็นเจ้ากรรมนายเวรของแขกรับเชิญมาร่วมแจมด้วย!

อังคารคลุมโปง RECAP

เปลี่ยนบรรยากาศไปเล่าเรื่องผีในลานวัด แล้วดันตรงกับวันโกนพอดี เจอวิญญาณเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น! ระหว่างถ่ายก็เจอวิญญาณกวนจนไมค์ใช้งานไม่ได้ แถมยังเห็นเจ้ากรรมนายเวรของแขกรับเชิญมาร่วมแจมด้วย!

25 ก.ค. 2023

       สำหรับรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ครั้งนี้ (11 กรกฎาคม 2566) ยังอยู่กับ ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจแนน’ เช่นเคย มาพร้อม ‘คุณอุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี’ ที่จะมาเล่าเรื่องหลอนชวนผวาขณะถ่ายรายการเรื่องเล่าแคมป์ไฟ รายการเล่าเรื่องผีของคุณอุ๋มอิ๋มเอง เรื่องจะหลอนขนาดไหน ปิดไฟแล้วไปอ่านกันเลย!

       เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่คุณอุ๋มอิ๋มจะมารายการอังคารคลุมโปงเพียงไม่กี่วัน เป็นช่วงขณะที่กำลังถ่ายทำรายการเรื่องเล่าแคมป์ไฟอยู่บริเวณลานวัด ซึ่งปกติแล้ว รายการจะมีสถานที่ประจำในการถ่ายทำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ทีมงานเห็นว่าลานวัดตรงนี้ให้บรรยากาศหลอนชวนขนหัวลุกมากกว่า จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาถ่ายทำที่สถานที่แห่งนี้แทน

       เมื่อวันถ่ายทำมาถึง ฝนก็ตกลงมาตลอดทั้งวัน ในช่วงเย็นบรรยากาศยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่ พอถึงเวลาถ่ายทำรายการประมาณ 2 ทุ่ม ฝนหยุดตก และบริเวณนั้นก็ไม่มีไฟฟ้า ทีมงานจึงต้องเตรียมอุปกรณ์ไปเอง นอกจากนี้บริเวณที่ถ่ายทำนั้นยังมีต้นหูกระโจงสูงใหญ่กางออกแกมกับไม้ต้นเล็ก ๆ อยู่ริมคลอง ถัดจากจุดที่ทีมงานและคุณอุ๋มอิ๋มอยู่ มีต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของคนในหมู่บ้านและยังมีชุดไทยอีกประมาณ 30 ชุดวางเรียงราย ด้านหลังเป็นห้องน้ำเก่าที่ไม่มีใครใช้แล้ว เมื่อสำรวจมาถึงตรงนี้ ทีมงานถึงกับพูดออกมาเลยว่าถ่ายรายการจบเมื่อไหร่ จะไปนั่งสมาธิโชว์ให้ทุกคนดูตรงห้องน้ำ

       ก่อนเริ่มถ่ายรายการ มีทีมงานเดินเข้ามาบอกคุณอุ๋มอิ๋มว่า “วันนี้เป็นวันโกน” ปกติคุณอุ๋มอิ๋มเป็นคนเห็นผีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าวันนี้ จะเป็นวันที่ได้เห็นเยอะขนาดนี้! คุณอุ๋มอิ๋มบอกกับดีเจทั้งสองคนฟังว่า “มันเหมือนคนมาเดินตลาดนัด” ทั้งเห็นออกเข้าวัด เดินสวนเข้าด้านข้างเยอะเต็มไปหมด แต่คุณอุ๋มอิ๋มก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเป็นเรื่องปกติของวันโกนที่วิญญาณจะถูกปล่อยออกมาขอส่วนบุญ

       รายการเล่าเรื่องผีของคนอุ๋มอิ๋มนี้ จะเชิญแขกรับเชิญมาเล่าประสบการณ์หลอนที่เคยเจอมา หลังจากเริ่มถ่ายทำรายการทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี กระทั่งถึงคิวแขกรับเชิญคนที่สอง คุณอุ๋มอิ๋มเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าดังเป็นจังหวะ แต่ก็พยายามคิดว่าเป็นเสียงของน้ำที่ไหลลงมาจากต้นหูกระโจง แต่สิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่คิดไว้น่าจะไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หลังจากนั้นแขกรับเชิญและคุณอุ๋มอิ๋มก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่าง! จึงตกลงกันว่าจะไม่หันไปทัก อย่างไรก็ดี สายตาคุณอุ๋มอิ๋มก็หันไปเห็นชายร่างท้วมใหญ่ ตัดผมเกรียน แต่งกายด้วยสีดำทั้งตัว เดินวูบผ่านข้างหลังไป! คุณอุ๋มอิ๋คิดว่าวิญญาณดวงนี้คงแค่อยากลองมาทักทายเท่านั้น แต่เมื่อดวงวิญญาณนี้เดินผ่านไป เขาก็เดินกลับมาอีกครั้ง! จังหวะนั้นทั้งคุณอุ๋มอิ๋มและแขกรับเชิญต่างหันหลังพร้อมกัน เสียงที่ได้ยินก็ยังคงเหมือนเดิม และเมื่อเธอหันไปบอกตากล้อง ตากล้องก็บอกว่าเขาก็ได้ยินเช่นกัน!

       รายการยังต้องดำเนินต่อไป คุณอุ๋มอิ๋มคิดว่าตอนนี้ผีคงสนุกกับการที่จะได้แกล้งพวกเธอ จากนั้น คุณอุ๋มอิ๋มก็เห็นวิญญาณเดินมาข้างหลังแขกรับเชิญแล้วก็เป่าไปที่หูของเขา! คุณอุ๋มอิ๋มคิดในใจว่า “อย่ากลัวนะ” และสิ่งที่แขกรับเชิญคนนี้แสดงออกมาเป็นเพียงแต่การปัดหู เหมือนมีแมลงมาตอม ซึ่งก็โชคดีที่เขาเป็นคนไม่กลัวผี เขาบอกกับคุณอุ๋มอิ๋มว่าเดี๋ยวรอให้ถ่ายเทปนี้จบก่อน จากนั้นจะไปเคลียร์

       คุณอุ๋มอิ๋มจำเป็นต้องใช้สถานที่ตรงนี้ถ่ายทำรายการต่อให้เสร็จ เธอจึงขอให้ผีอย่าพึ่งรบกวน แต่ยิ่งพูดก็ดูเหมือนจะยิ่งได้ใจกว่าเดิม คุณอุ๋มอิ๋มเหลือบไปมองแขกรับเชิญผู้หญิงอีกคนหนึ่งและพบว่ามีเจ้ากรรมนายเวรตามเธอมาเป็นจำนวนมาก! คุณอุ๋มอิ๋มคิดว่าตนคงเข้าแอดมิดแน่นอน ถ้าบอกผู้หญิงคนนั้นไปว่าตอนนี้ว่าคุณอุ๋มอิ๋มเห็นอะไร และในตอนที่แขกรับเชิญหญิงคนนั้นเดินกลับมาจากการเปลี่ยนเสื้อ ก็มีวิญญาณประมาณ 3 - 4 ตนจิ้มไปที่หลังของแขกรับเชิญคนนั้นตลอดเวลา คุณอุ๋มอิ๋มสงสัยว่าพวกเขาจะจิ้มไปทำไม แต่ก็ห้ามใจไว้ไม่พูดหรือสื่อสารอะไรออกไป

       รายการจำเป็นต้องถ่ายทำต่อ แขกรับเชิญผู้หญิงก็เริ่มเล่าเรื่องของเธอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้ากรรมนายเวรที่ตามติดตัวพอดี แต่ไม่ทันไรทีมงานก็ต้องบอกให้หยุดเล่าก่อน เพราะมีสัญญาณรบกวนในไมค์ตลอดเวลา พอเปลี่ยนไมค์อีกครั้งก็ยังแทรกเหมือนเดิม ประสบการณ์ทำให้คุณอุ๋มอิ๋มตระหนักได้ว่าอะไรแบบนี้เกิดจากมีวิญญาณพยายามที่จะรบกวนการทำงาน คุณอุ๋มอิ๋มคิดว่าสิ่งที่ตามแขกรับเชิญคนนี้อยู่น่าจะไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรกลุ่มเดิมกับในเรื่องที่เล่า เพราะเจ้าของเรื่องเธอเล่าว่ามันเกิดขึ้นมาเมื่อ 20 กว่าปีแล้ว เมื่อตากล้องพยายามเปลี่ยนไมค์เป็นครั้งที่ 3 ก็ปรากฎว่าไม่เป็นผลสำเร็จ คุณอุ๋มอิ๋มจึงตัดสินใจนำ “กระบองอากง” เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ออกมาตั้งไว้ข้างหลัง และคราวนี้ก็ไม่เสียงใด ๆ มารบกวนอีกเลย..

       เมื่อเรื่องถูกเล่าไปสักพัก คุณอุ๋มอิ๋มก็เริ่มได้กลิ่นเน่าของคนโชยมา ในใจก็เริ่มถามกับดวงวิญญาณต่าง ๆ ที่มาป่วนการถ่ายทำในครั้งนี้ว่าพวกเขาต้องการอะไร สักพักก็มีร่างผู้หญิงคนหนึ่ง ผมหยักศก ตาโบ๋ ใส่เสื้อผ้าเก่าทรุดโทรม สูงประมาณ 150 เซนติเมตร ปรากฏขึ้นมาข้างหลังแขกรับเชิญ วิญญาณตนนี้จิ้มไปมาที่หัวของแขกรับเชิญ ตอนนั้นคุณอุ๋มอิ๋มไม่ได้แผ่บุญให้กับวิญญาณตนนี้ เธอบอกกับวิญญาณตนนี้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นมันผิด แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ในที่สุดก็อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาช่วยแทน!

       คุณอุ๋มอิ๋มขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พาวิญญาณผู้หญิงตนนี้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และหากตนมีเศษเสี้ยวของบุญในลักษณะที่วิญญาณตนนี้ต้องการก็ขอให้เขาได้รับมันไป และยังขอให้สิ่งเร้นลับที่เจอปล่อยมือจากแขกรับเชิญ แต่คุณอุ๋มอิ๋มก็ช่วยได้เพียงดวงวิญญาณนี้ดวงเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นคุณอุ๋มอิ๋มไม่สามารถช่วยได้ หลังจากถ่ายรายการเสร็จในวันนั้น คุณอุ๋มอิ๋มก็นำเรื่องนี้มาเล่าให้กับทีมงานของเธอฟัง สิ่งที่น่าสนใจก็คือคืนนั้นไม่ใช่แค่คุณอุ๋มอิ๋มคนเดียวที่ได้กลิ่นศพเน่า แต่ทุกคนในกองก็ได้กลิ่นนั้นเหมือนกัน!

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณออโต้ 'ยายสา' l อังคารคลุมโปง X พูห์-พาเวล [ 25 พ.ย.2568 ]

02 ธ.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณออโต้ 'ยายสา' l อังคารคลุมโปง X พูห์-พาเวล [ 25 พ.ย.2568 ]

ในทุกความมืดมิด และความสว่างยังคงมีการรอคอยจากยายสา คำพูดของเด็กสาวที่พูดเล่นในวันนั้นว่า จะไปอยู่ด้วย ทำให้มีวิญญาณของยายแก่มาคอยตามติดชีวิต และจนกว่าจะอายุ 25 ปี เธอจะต้องอยู่รอดต่อไปให้ได้ไม่งั้นความตาย ที่รอเธออยู่ก็จะคลืบคลานมาพร้อมกับยายสา เรื่องเล่าของการรอคอยในความมืดที่ “คุณออโต้” ได้ฟังมาจากน้องน้ำ เป็นเรื่องราวที่ทำให้อุณหภูมิจากอากาศหนาว ๆ กลายเป็นร้อนทันที สามารถติดตามไปพร้อมกับ “ดีเจเจ็ม และ ดีเจแนน” ในรายการคลุมโปง ( 25 พฤศจิกายน 2568) ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว... ในช่วงเวลานั้น น้ำอาศัยอยู่ที่ภาคอีสาน บ้านของเธอค่อนข้างที่จะชนบทมากทุก ๆ วันน้ำจะต้องออกไปที่สวนกับพ่อ และน้องสาว แต่ในอาทิตย์นั้นไม่เหมือนที่ผ่านมาเพราะเธอไม่สบาย แต่พอน้ำอาการดีขึ้น ก็เลยเดินลงมาข้างล่าง เพื่อที่จะสูดอากาศยามเย็นช่วงโพล้เพล้ในตอนนั้นคุณแม่ ของเธอกำลังทำกับข้าว น้ำเลยเดินไปนั่งแถว ๆ ชานบ้านหางตาของเธอเหลือบไปเห็นยายคนนึง กำลังจะเดินผ่านหน้าบ้าน แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นยายสา คนที่อยู่ระแวกแถวบ้าน น้ำก็ไม่ได้คิดอะไรนั่งทำนู่นทำนี่ของตนเองไปแต่ยายสา กับมายืนอยู่ตรงบ้าน พร้อมพูดว่า ‘หลานเอ้ย ขอน้ำกินหน่อย’ น้ำก็เลยรีบวิ่งไปเอาน้ำให้คุณยาย แต่ยายมีท่าทีที่ยิ้มแปลก ๆ เมื่อเธอยื่นน้ำไปให้มือสาก ๆ เหี่ยวย่นของคนแก่ก็ลูบมาที่เนื้อตัวเธอ พร้อมกับชมว่า ‘เป็นคนดีจัง อยากเอาไปอยู่ด้วย’น้ำคิดแค่ว่า... ยายคงแค่พูดหยอก จึงตอบกลับไปด้วยความไม่ประสีประสาว่า...“จ้า จะให้ไปไหนล่ะ เดี๋ยวหนูไปด้วย” เป็นการพูดหยอกล้อกันตามประสาเด็ก กับผู้ใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็ตะโกนเรียกให้เธอเข้าบ้านมากินข้าว ยายสาเลยค่อย ๆ ยื่นแก้วน้ำส่งคืนชั่วเวลาไม่กี่วิที่น้ำ หันไปมองแม่ และหันกลับมาหายาย ตรงหน้าของเธอก็เหลือแต่ความว่างเปล่า ยายสาได้หายไปแล้วน้ำเลยเดินกลับไปหาแม่ที่กำลังวุ่นวายกับการเตรียมอาหารเย็น แม่ถามเธอว่า...‘เมื่อกี้้คุยกับใคร ทำไมเสียงดังจัง’ แต่พอน้ำบอกว่า เธอคุยกับยายสา สีหน้าของแม่ก็ตกใจแล้วรีบบอกให้น้ำ รีบกินข้าว และรีบกลับขึ้นไปนอน ตัวเธอเองก็ทำตามที่แม่บอกในคืนนั้นช่วงเวลาสี่ทุ่ม น้ำสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงคนเปิดประตูดังแอ๊ด… ดวงตาของเธอมองผ่านไปตรงประตู ช่วงจังหวะนั้นเอง ร่างที่เดินเข้ามาเป็นเงาเหมือนกับแม่ ของตนเองเธอเลยคิดว่า แม่คงมาดูอาการไข้ตามปกติ จึงจะหลับตาต่อ แต่ความรู้สึกที่น้ำ ได้รับคล้ายกับว่ามีน้ำอะไรเหนียว ๆ หยดลงมาบนหน้าจนเธอต้องลืมตาตื่นขึ้นมาดู สิ่งที่ได้เห็นผ่านความมืดที่เงียบงัน คือร่างของแม่เธอที่กำลังเอาลิ้นเลียหน้า น้ำตกใจมากด้วยความกลัวแต่ก็ขยับตัวไม่ได้ร่างที่อยู่ในความมืดดำพูดออกมาเบา ๆ ว่า “เป็นตาแซ่บน้อ” จนเธอต้องรวบรวมความกล้า กรีดร้องออกมาจนลั่นบ้านเพื่อเรียกพ่อกับแม่ หางตาของน้ำ มองร่างของผู้หญิงที่เป็นแม่ แต่กลายเป็นว่า มันคือยายสา พ่อกับแม่รีบวิ่งขึ้นมาดูเธอ แต่ยายสารีบกระโดดจากหน้าต่างลงไป และเป็นเสียง สวบ สาบ ของร่างคนที่วิ่งลัดเลาะทุ่งนา เธอเลยรีบวิ่งไปกอดแม่ พร้อมกับเล่าทุกอย่างให้ฟังแม่รีบไปตามยายหมอธรรมข้างบ้าน มาผูกข้อแขนพร้อมกับเรียกขวัญให้ แต่ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ดีจนเวลาผ่านเลยไปสองวัน เธอก็หายไข้แล้ว แม่ก็ถามไถ่อาการตามปกติ แต่น้องสาวก็บอกว่าตอนกลางคืน น้ำชอบออกมานั่งยอง ๆ มองเธอแบบแปลก ๆ แต่น้ำกับไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำลักษณะท่าทางแบบนี้ และเวลาก็ผ่านพ้นไป ด้วยความที่ข้างบ้านมีคนทำพิธีไล่ผีกัน น้ำเลยชวนน้องสาวออกไปดูข้างหน้าที่เธอเห็นก็จะมีหมอธรรมที่กำลังทำพิธี แต่ข้างในสุดของบ้านหลังนี้เป็นยายสาที่กำลังนั่งกินอะไรสักอย่างอยู่ น้ำตกใจกับสิ่งที่เห็นเลยรีบเล่าให้น้องฟัง แต่กลายเป็นว่ามีแค่เธอคนเดียวที่เห็น พวกเธอเลยจะรีบวิ่งออกไป แต่ยายแก่ก็วิ่งเข้ามาจับแขนบอกให้เธอไปอยู่กับยาย น้ำจึงสลบลงไปด้วยความกลัวรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่วัด กับพ่อแม่ และตอนนั้นเอง น้ำเลยได้รู้ว่า ยายสาเป็นหมอธรรมที่เล่นวิชาจนของเข้าตัว คนในหมู่บ้านเชื่อว่า แกโดนผีปอบสิงตอนที่เธอเห็นยายสาเดินผ่านหน้าบ้านจริง ๆ แล้วแกนอนป่วยติดเตียงอยู่ แต่มีคนหลายคนเห็นยายสา เดินไปเดินมายายแกเหมือนจะถูกใจน้ำ จึงมาทำพิธีจองตัวไว้พระท่านจึงทำพิธีแก้ให้กับน้ำไว้ ให้พกท้าวเวสสุวรรณติดตัวหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น น้ำก็ยังคงเห็นยายสา แต่แกเข้ามาหาเธอไม่ได้ และทุกวันพระวันโกน ยายสาจะชอบมานั่งยอง ๆ บนหลังคา คอยมอง วันที่น้ำได้ของจากพระมา ก็เป็นวันเดียวกับที่ยายสาเสีย หลวงตาท่านบอกว่า ถ้าครบ 25 ปี ทุกอย่างจะคลี่คลายลง….(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณจ๊อด มนต์ดำ ‘ช่วยด้วยผีหลอก’ l อังคารคลุมโปง X นัท กู้ภัย [ 5 ส.ค.2568 ]

12 ส.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณจ๊อด มนต์ดำ ‘ช่วยด้วยผีหลอก’ l อังคารคลุมโปง X นัท กู้ภัย [ 5 ส.ค.2568 ]

‘คุณจ๊อด มนต์ดำ’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องเกี่ยวเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นภายในร้านซ่อมรถแห่งหนึ่ง ที่มีคนนำรถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมาซ่อม แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ขนหัวลุก เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (5 สิงหาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ช่วยด้วยผีหลอก’ คุณจ๊อดเล่าว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับพี่ชาย ให้นามสมมติว่า ‘พี่โอ’ เขาเปิดร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ และใช้ร้านแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยอยู่ด้วย โดยอาศัยอยู่เพียงลำพัง วันหนึ่ง มีวัยรุ่นชายคนหนึ่งนำรถมอเตอร์ไซค์มาให้ซ่อม สภาพรถค่อนข้างยับเยิน ต้องใช้เวลาซ่อมนานกว่าปกติ ระหว่างที่ยังซ่อมไม่เสร็จ พี่โอก็นำรถคันนั้นเก็บไว้ภายในร้าน คืนนั้น พี่โอรู้สึกแปลก ๆ เหมือนในร้านไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ไม่ว่าจะทำอะไรก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนคอยมองอยู่ตลอดเวลา ตอนอาบน้ำก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่ในร้าน แต่ก็พยายามคิดว่าอาจคิดมากไปเอง จึงเข้านอนตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณตีสอง พี่โอได้ยินเสียงฝีเท้าเดินอยู่ชั้นล่าง สักพักเสียงนั้นก็เดินขึ้นบันไดมา จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ก่อนที่ประตูจะเปิดออก สิ่งที่เขาเห็นคือเงาของผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยาว สีดำ มองไม่เห็นหน้า ขณะนั้นพี่โอรู้สึกเหมือนโดนผีอำ ขยับตัวไม่ได้ ได้แต่นั่งมองเงานั้นลอยมานั่งอยู่บนตัวเขา เขาพยายามตั้งสติและสวดมนต์ แต่สิ่งที่ได้ยินคือเสียงกระซิบของผู้หญิงคนนั้นที่พูดว่า “มึงจะสวดทำไม ไปอยู่กับกูดีกว่า...” พี่โอตกใจและทำอะไรไม่ถูก แต่พลันนึกขึ้นได้ว่ามีหลวงปู่ทวดอยู่บนหัวเตียง จึงคว้ามาวางไว้บนอก ทันใดนั้น วิญญาณผู้หญิงคนนั้นก็หายไป! หลังจากขยับตัวได้ เขาก็รีบขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกจากร้าน ท่ามกลางความมืดและเงียบสงัดของถนน ในขณะที่ขับไปก็รู้สึกเหมือนมีลมหายใจรดต้นคอ พอหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนเดิมซ้อนท้ายมาด้วย! พี่โอรีบขับรถไปเคาะประตูบ้านของคุณจ๊อด พร้อมพูดซ้ำ ๆ ว่า “ช่วยด้วย ผีหลอก!” คุณจ๊อดตกใจและพาพี่โอไปโรงพยาบาล แต่ผลตรวจออกมาพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พี่โอยังมีอาการหวาดระแวงและไม่เป็นปกติ จึงตัดสินใจพาไปสำนักทรง ทันทีที่กำลังจะเดินขึ้นไปหาร่างทรง ก็ถูกทักว่า “เอาผีมาทำไม!” จากนั้นร่างทรงได้นำน้ำมนต์มารดตัวพี่โอ แล้วพาทุกคนกลับไปที่ร้านซ่อมรถ พร้อมกับพรมน้ำมนต์รอบร้าน ด้วยความสงสัยจึงถามร่างทรงว่า “ผีผู้หญิงคนนั้นมาจากไหน?” ร่างทรงก็ชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันที่ยังซ่อมไม่เสร็จ แล้วพูดว่า “วิญญาณผู้หญิงคนนั้นติดมากับรถคันนี้” ไม่นานนัก เจ้าของรถก็กลับมาเอารถ พอถามว่า “รถคันนี้ของใคร?” วัยรุ่นชายเจ้าของรถก็ตอบว่า “รถพี่สาวผมเองครับ พี่สาวผมทำงานโรงงาน ขี่รถแล้วถูกรถบรรทุกชนเสียชีวิต” เมื่อได้ฟังคำตอบ ทุกอย่างก็ชัดเจน วิญญาณของพี่สาวคนนั้นยังไม่ไปไหน และตามติดรถกลับมาที่ร้านซ่อม เหตุการณ์ครั้งก็นี้ทำให้พี่โอเชื่ออย่างสนิทใจว่า ‘สิ่งที่มองไม่เห็น นั้นมีอยู่จริง..’เขียน: ชิติพัทธ์ เพ็ชรมาลัยเรียบเรียง: วันทนีย์ ไชยชาติภาพ: กิตติพงษ์ นาคทอง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

เจรจาก็แล้ว ขอขมาก็แล้ว สุดท้ายต้องมีคนตาย! งานนี้ยายออกโรงปกป้องหลาน แก้แค้นผีนางรำสุดโหด ลั่น! “มึงทำหลานกูเจ็บ 3 วัน เดี๋ยวกูจะทรมานมึง 3 ปี”

08 ธ.ค. 2023

เจรจาก็แล้ว ขอขมาก็แล้ว สุดท้ายต้องมีคนตาย! งานนี้ยายออกโรงปกป้องหลาน แก้แค้นผีนางรำสุดโหด ลั่น! “มึงทำหลานกูเจ็บ 3 วัน เดี๋ยวกูจะทรมานมึง 3 ปี”

เมื่อยายต้องแก้แค้นผีที่ทำให้หลานตัวเองเจ็บและทำให้เพื่อนของหลานต้องตาย ยายจะใช้วิธีไหน ติดตามในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (5 ธ.ค. 2566) กับเรื่องหลอนจาก ‘พี่แจ๊ค The Ghost Radio’ ที่ทำเอา ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ต้องทึ่ง! เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันเลย! เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ‘คุณวิทย์ เซลล์แมน’ ที่ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวนี้ให้พี่แจ๊คได้ฟัง เริ่มเรื่องโดยคุณวิทย์เล่าว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ‘คุณฮูก’ ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน คุณฮูกมีครอบครัวที่คุณยายเปิดตำหนักเป็นร่างทรง ดูดวง ปัดเป่าทุกข์โศก รักษาอาการเจ็บป่วยด้วยการรมควันให้ชาวบ้านระแวกนั้น และตัวของคุณฮูกก็มีกลุ่มเพื่อน เป็นกลุ่มวัยรุ่นอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าคุณฮูกเป็นหลานของคุณยายท่านนี้ วันหนึ่ง ขณะที่คุณฮูกกำลังนอนอยู่ที่ตำหนักของคุณยาย จู่ ๆ พ่อของเพื่อนคุณฮูกที่ชื่อ ‘คุณโอ๊ต’ ก็มาที่ตำหนักและบอกว่า “ช่วยไปดูโอ๊ตหน่อย โอ๊ตโดนผีเข้า” ได้ยินดังนั้น ยายของคุณฮูกก็รีบไปทันที ตัวคุณฮูกที่ได้ยินก็ตกใจและรีบตามไป พอไปถึงก็เจอคุณโอ๊ตในลักษณะที่โดนผีผู้หญิงเข้า และพูดอยู่เพียงประโยคเดียวว่า “ไอ้พวกนี้มันลบหลู่กู กูจะเอาชีวิตมัน! พวงมึงต้องตาย!” คุณยายที่ได้เห็นแบบนั้นก็เข้าเจรจาพูดคุยว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” แต่ผีตนนั้นก็ไม่ได้บอกอะไร พูดแค่ว่า “กูจะเอาชีวิตมัน มันลบหลู่กู พวงมึงต้องตาย” จากนั้น คุณยายก็หันหลับไปถามคุณฮูกว่า “ไหนเล่าให้ฟังซิ มันเกิดอะไรขึ้น เพื่อนเอ็งหนิ” คุณฮูกจึงเริ่มเล่าให้คุณยายฟังว่า “เมื่อวานนี้ กลุ่มเพื่อนได้ไปเล่นน้ำกัน ในระหว่างนั้นก็หาอะไรมาเล่น และเพื่อน ๆ ก็ได้ดำน้ำลงไปเอาก้อนดินมาปาใส่กัน ปรากฏว่า ‘โอ๊ต’ ได้ดำลงไปเอาก้อนดินใหญ่มากขึ้นมาปา แต่พลาดไปโดนศาลที่อยู่ริมน้ำ ทำให้ศาลพัง ของในศาลตุ๊กตานางรำอะไรแตกกระจายไปหมด ทุกคนที่เห็นท่าไม่ดีก็ขอขมา และแยกย้ายกันกลับบ้าน” ยายที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ได้เจรจากับผีตนนั้นว่า “ออกก่อนได้ไหม เรื่องแบบนี้เดี๋ยวให้เด็กไปขอขมาพรุ่งดีได้ไหม ตอนนี้มันมืดแล้ว” ผีตนนั้นก็ตอบสวนกลับมาว่า “ไม่ได้! ต้องไปขอขมาวันนี้ ไม่งั้นกูจะเอามันไป” คุณยายที่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงพยายามทำให้ผีออกจากร่างด้วยวิธีการของยาย จนผีตนนี้ออกจากร่างไป ยายก็เอาด้ายแดงมาพันแขนของโอ๊ตไว้ แล้วก็บอกว่า “วันพรุ่งนี้ ให้เด็กทุกคนรวมตัวกันแล้วไปขอขมาตอนเช้า” เช้ารุ่งขึ้น เด็ก ๆ ทุกคนก็ได้มารวมตัวกันและไปขอขมาที่ศาลแห่งนั้น เรื่องนี้ก็ควรที่จะจบที่ตรงนี้ ที่ทุกคนได้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป คุณฮูกได้รถมอเตอร์ไซค์มาใหม่ และอยากจะลองรถ จึงได้ชวนโอ๊ตไปด้วยกัน ในระหว่างที่ขี่ไปนั้นเ คุณโอ๊ตก็ได้ขอคุณฮูกว่า “ขอลองมั่งดิ อยากขี่บ้าง” คุณฮูกก็ให้คุณโอ๊ตลองขี่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องผ่านศาลนั้น ปรากฏว่าจังหวะที่ผ่านศาลนั้น ตัวของคุณฮูกและคุณโอ๊ตก็ได้เห็นผู้หญิงแต่งตัวคล้าย ๆ นางรำมาโผล่ตามที่ต่าง ๆ จนตัวของคุณฮูกรู้สึกว่ากำลังโดนสิ่งนี้รังควาน คุณโอ๊ตที่ตกใจก็รีบขับหลบและหนีด้วยความเร็ว แต่ก็ยังโดนผู้หญิงคนนี้ตามไปทุกที่ จนกระทั่งกำลังจะขี่ข้ามสะพาน ปรากฏว่ารถได้ไปชนกับฟุตบาททำให้รถเสียหลักคว่ำ คุณฮูกถามคุณโอ๊ตว่า “เฮ้ย เพื่อนเป็นยังไงบ้าง” คุณโอ๊ตก็ตอบกลับมาว่า “เจ็บหน้าอกว่ะเพื่อน” หลังจากนั้นทั้งสองคนก็สลบไป มารู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลกันแล้ว คุณฮูกรู้สึกเพียงแค่เจ็บขา และก็คิดห่วงว่าเพื่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่ง 7 โมงเช้า คุณโอ๊ตที่ใส่ชุดคนไข้ก็เดินเข้ามาถามว่า “เฮ้ย ฮูกเป็นไงบ้างวะ ขอโทษนะเว้ยที่ขี่รถแล้วเกิดอุบัติเหตุ” คุณฮูกที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร เราก็เห็นหนิ ว่าเรากำลังเจอกับอะไรอยู่” หลังจากนั้นตัวของคุณฮูกและคุณโอ๊ตก็นั่งคุยกันอยู่อีกสักพักหนึ่ง คุณโอ๊ตก็บอกว่า “เฮ้ยฮูก ไปก่อนนะ เดี๋ยวกลับไปที่ห้องก่อน ค่อยเจอกันตอนออกจากโรงพยาบาล” จากนั้น คุณโอ๊ตก็เดินออกไป ตัวคุณฮูกจึงกลับไปนอน และหลับไปจนถึงช่วงเย็น คุณยายได้มาเยี่ยมคุณฮูกและถามไถ่อาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง คุณฮูกตอบไปว่าแค่เจ็บขา คุณยายก็ถามขึ้นมาอีกว่า “แล้วรู้ข่าวไอ้โอ๊ตยัง” ด้วยความสงสัยคุณฮูกก็ถามไปว่า “ทำไมอะยาย” แต่สิ่งที่ยายตอบกลับมาทำให้คุณฮูกตกใจเป็นอย่างมากคือ “ไอ้โอ๊ตเสียแล้วนะ ตายไปตั้งแต่เมื่อคืน หัวมันกระแทกแล้วมันจุกหน้าอก ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร” คุณฮูกที่ตกใจและเสียใจมากก็รีบสวนไปว่า “เฮ้ย ยายจะเป็นไปได้ยังไง ก็เมื่อเช้าโอ๊ตยังมานั่งคุยกับผมอยู่ข้างเตียงตรงนี้” หลังจากนั้น ผ่านไป 3 วัน คุณยายก็มาบอกกับคุณฮูกว่า “พ่อของโอ๊ตเขาอยากให้ฮูกบวชให้หน่อยได้ไหม” คุณฮูกก็ตกลงทันที หลังจากที่บวชเสร็จ คุณยายก็มาถามฮูกว่า “เป็นอย่างไรบ้าง” คุณฮูกก็ตอบกลับไปว่า “ผมรู้สึกเจ็บใจที่นอนเจ็บตัวไป 3 วัน” ยายก็ถามกลับมาว่า “แล้วจะเอายังไง” คุณฮูกก็ตอบกลับมาแค่ว่า “ไม่รู้ยาย แต่ผมเจ็บอะ” หลังจากนั้นคุณฮูกก็เล่าเหตุการณ์วันที่เกิดเรื่องให้คุณยายฟังว่าเจออะไรบ้างในตอนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับโอ๊ต คุณยายก็พูดมาว่า “มึงทำหลานกูเจ็บ 3 วัน เดี๋ยวกูจะทรมานมึง 3 ปี” ด้วยคำพูดนี้ ตกเย็นวันนั้น คุณยายก็ไปเผาศาลนั้นเพียงคนเดียว เหตุการณ์นี้ก็ผ่านไป ชาวบ้านต่างก็รู้ว่าคุณยายเป็นคนเผาศาลนี้เพราะว่าข่าวมันกระจายไปทั่วว่า ผีนางรำมาทำให้หลานเขาเจ็บ! หลังจากนั้นคุณฮูกก็ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ตัดภาพกลับมาที่ตำหนักของคุณยายในตอนนี้ มีหม้อหุงข้าวอยู่ใบหนึ่ง ซึ่งคุณยายจะเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวใบนี้ไว้ตลอดเวลา ตัวของคุณฮูกจะรับหน้าที่เป็นคนเติมน้ำเข้าไปในช่องที่มีไอน้ำออกมา ซึ่งคุณฮูกก็ถามคุณยายตลอดว่าหม้อใบนี้เอาไว้ทำอะไร คุณยายก็ตอบกลับมาเพียงว่า “มันเป็นหม้อเอาไว้นึ่งสมุนไพร เอาไว้รมควันรักษาคน” คุณฮูกก็เข้าใจแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งคุณฮูกไปเรียนปวส. 3 ปีผ่านไป ตำหนักแห่งนี้ยังคงเหมือนเดิม จนวันหนึ่งที่คุณฮูกเดินทางกลับมาที่ตำหนักนี้ คุณยายก็เรียกคุณฮูกไปและบอกว่า “เอาหม้อหุงข้าวนี้ไปทิ้ง ยามันน่าจะหมดแล้ว สมุนไพรมันน่าจะนิ่มหมดแล้ว” คุณฮูกที่ได้รับคำสั่งแบบนั้นก็รีบไปจัดการ แต่ขณะที่ไปดึงปลั๊ก ก็แทบจะดึงไม่ออก เพราะปลั๊กนี้ไม่ได้ถอดมา 3 ปีก็ทำให้ถอดออกยาก พอดึงออกมาได้และเปิดฝาออก ก็ทำให้คุณฮูกต้องผงะตกใจ เพราะว่าสิ่งที่อยู่ในนั้น ไม่ใช่สมุนไพร! แต่มันคือตุ๊กตานางรำ! คุณยายนั้นเอาตุ๊กตานางรำมาต้มอยู่ 3 ปี!! จากการที่แค้นผีนางรำมาทำให้หลานตัวเองเจ็บ ทำให้เพื่อนของหลานตัวเองตาย คุณยายก็ได้ทำตามที่ตัวเองลั่นวาจาไว้ว่า “มึงทำหลานกูเจ็บ 3 วัน กูจะทรมานมึง 3 ปี”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

ไปทำบุญที่ศาลเจ้ามาเลฯ หนึ่งวันก่อนเขาล้างป่าช้า มองไปรอบ ๆ ก็เจอกองทัพผีบุกมาขอส่วนบุญ! พอบอกให้หลังไหว้เสร็จต้องกรวดน้ำ ลูกทริปดันลืม ทำให้เจอผีมาตามขอส่วนบุญถึงในฝน

18 ก.ค. 2023

ไปทำบุญที่ศาลเจ้ามาเลฯ หนึ่งวันก่อนเขาล้างป่าช้า มองไปรอบ ๆ ก็เจอกองทัพผีบุกมาขอส่วนบุญ! พอบอกให้หลังไหว้เสร็จต้องกรวดน้ำ ลูกทริปดันลืม ทำให้เจอผีมาตามขอส่วนบุญถึงในฝน

‘คุณอุ๋มอิ๋ม คนเห็นผี’ มาเยือนรายการอังคารคลุมโปง X (11 กรกฎาคม 2566) ครั้งนี้พร้อมกับเรื่องราวสุดหลอนจากมาเลเซียมาเล่าให้ฟังกัน เรื่องนี้ทำให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ รวมถึงชาวอังคารคลุมโปงทุกคนต้องเสียวสันหลัง! ตามไปอ่านกันเลย เมื่อไม่นานมานี้ คุณอุ๋มอิ๋มได้จัดทริปเดินทางไปประเทศมาเลเซียพร้อมลูกทริปจำนวนหนึ่ง จุดประสงค์คือการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้า 7 แห่งของมาเลเซีย แต่ใครจะรู้ว่าพอถึงศาลเจ้าแรกก็เจอทีเด็ดเลย! ศาลเจ้าที่แรกที่คุณอุ๋มอิ๋มและลูกทริปไปนั้นตั้งอยู่ในเขตชุมชน โดยปกติแล้ว คุณอุ๋มอิ๋มจะต้องลงไปดูลาดเลาของสถานที่เสียก่อน จึงค่อยให้คนอื่น ๆ ในทัวร์ตามลงไป แต่เมื่อเท้าเริ่มแตะลงที่พื้นหน้าทางเข้า คุณอุ๋มอิ๋มก็เริ่มสงสัยแล้วว่า “นี่ใช่ศาลเจ้าใช่ป่าววะ” เพราะถ้าปกติแล้ว สถานที่ที่คนไปไหว้พระนั้นควรจะทำให้รู้สึกสบายใจ แต่ที่แห่งนี้คุณอุ๋มอิ๋มกลับรู้สึกอึดอัด แน่นตัว เหมือนกำลังเดินเข้าไปในฝูงชนอะไรซักอย่าง อย่างไรก็ดี คุณอุ๋มอิ๋มตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก เชื่อว่าคงเป็นเพียงความรู้สึก jet lag หรือเหนื่อยจากการนั่งเครื่องบิน เมื่อคุณอุ๋มอิ๋มเดินต่อไปก็เจอกับศาลเจ้าตั้งอยู่ข้างนอก มีรูปเคารพของเจ้าที่ที่แต่งกายชุดมาเลเซีย คุณอุ๋มอิ๋มไหว้ศาลเจ้านี้ จากนั้นก็หันไปเห็นศาลเจ้าที่ที่ใหญ่กว่ามากตั้งอยู่ด้านหลัง ในนั้นดูเหมือนกำลังจัดงานใหญ่อะไรบางอย่าง โดยรอบตอนนั้นไม่มีใครอยู่เลยนอกจากกลุ่มคนที่มาทริปกันแต่จู่ ๆ ก็มีแสงวิบวับปรากฎให้เห็นตามถนน แต่คุณอุ๋มอิ๋มพยายามคิดแบบวิทยาศาสตร์ก่อนว่าคงเป็นแสงสะท้อนจากไฟตกกระทบกับถนนเพราะตอนนั้นมีฝนตกพรำ “โอ้โห!” คุณอุ๋มอิ๋มอุทานออกมา และบอกว่าในชีวิตนี้ยังไม่เคยเห็นศาลเจ้าที่ไหนทำพิธีใหญ่โตขนาดนี้มาก่อน มีคนนำกระดาษไหว้เจ้ามาพับทำเป็นสรวงสวรรค์อย่างอลังการ ด้านข้างมีกระดาษถูกพับเป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่สูงตระหง่านเช่นกัน คุณอุ๋มอิ๋มเริ่มเกิดความสงสัยแล้วว่านี่คืองานอะไรกันแน่ และยังมีความรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก นอกจากนี้ยังมีหุ่นฟางขนาดยักษ์สูงประมาณตึกหนึ่งชั้นที่ตาก็ถูกปิดเอาไว้ มีมือสี่ข้างถือหนังสือ พู่กัน และอาวุธอีก 2 อย่าง นึกกี่ครั้งเธอก็ยังนึกไม่ออกว่านี่คืออะไรกันแน่ พอคุณอุ๋มอิ๋มกับทีมงานเริ่มเดินเข้าไปตัวอาคารของศาลเจ้า คุณอุ๋มอิ๋มก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น คนข้างในให้การต้อนรับอย่างดิบดี เจ้าหน้าที่บอกว่า ณ ตอนนี้ให้ไหว้ได้เฉพาะตรงห้องโถงกลางเท่านั้น เพราะว่าห้องที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในนั้น มีการเชิญเจ้าเข้ามาในห้องนั้นแล้ว จึงห้ามรบกวน แม้จะสามารถไหว้ได้เฉพาะตรงส่วนกลาง แต่ในใจคุณอุ๋มอิ๋มก็อธิษฐานขอให้เทพท่านแสดงอิทธิฤทธิ์บารมีเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนในทริปได้รู้จักกับเทพแบบท่านมากขึ้น จากนั้นคุณอุ๋มอิ๋มและทีมงานต่างก็พากันเดินออกจากศาลเจ้า และในจังหวะที่คุณอุ๋มอิ๋มกลับหลังหัน เธอก็มองเห็นดวงวิญญาณจำนวนมากเรียงรายอยู่เต็มทั้งถนน! วิญญาณบางตนนั้นก็หน้าเละบ้าง ขาขาดบ้าง “ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ให้ลูกทริปลงไม่ได้แน่” คุณอุ๋มอิ๋มคิดกับตัวเองก่อนจะหันหลังกลับไปหาศาลเจ้าและอธิษฐานจิตถามเทพท่านว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เมื่อลองไปถามเจ้าหน้าที่ คุณอุ๋มอิ๋มก็ถึงบางอ้อว่า สถานที่แห่งนี้กำลังจะทำพิธีล้างป่าช้าครั้งแรกในรอบ 12 ปี และวันที่มาก็เป็นหนึ่งวันก่อนที่เขาจะทำพิธีกันพอดีเมื่อถึงขั้นนี้แล้วคุณอุ๋มอิ๋มก็ภาวนาให้เทพเจ้าประทานพรให้ส่งทหารอากงทหารสวรรค์ปกปักษ์รักษาเธอ ทีมงาน และลูกทริปทุกคนให้ปลอดภัย เมื่อคุณอุ๋มอิ๋มปล่อยให้ลูกทริปลงมา ก็ยังไม่กล้าบอกว่าตนไปเจออะไรมา ลูกทริปถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย เมื่อไหว้เทพเจ้าข้างในตัวอาคารเสร็จแล้ว ก็ยังเหลือที่สุดท้ายที่จะต้องไปไหว้กันคือศาลเจ้าที่ซึ่งตั้งอยู่ข้างนอก คุณอุ๋มอิ๋มกำชับให้ลูกทริปทุกคนเมื่อไหว้เสร็จแล้วเดินกลับมาเลย หากเห็นอะไรไม่ต้องไปสนใจ ในจังหวะนั้นทุกคนก็เริ่มสงสัยแล้วว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เมื่อถึงเวลาต้องกลับ คุณอุ๋มอิ๋มก็กวาดสายตามองลูกทริปเป็นรายคน เพื่อป้องกันใครติดสอยห้อยตามมาด้วย พอทุกคนจะเดินทางกลับขึ้นรถก็มีเจ้าหน้าที่ศาลเจ้าเรียงรายส่งแขกตามริมทางเดิน คุณอุ๋มอิ๋มบอกว่าในเมื่อเธอและทุกคนที่มาในวันนี้ก็มาเพื่อมาทำความดีแล้ว ก็จะขอให้ลูกทริปทุกคนอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณต่าง ๆ ด้วยผ่านการกรวดน้ำ และคุณอุ๋มอิ๋มก็เฉลยเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกทริปฟังตอนอยู่บนรถ แต่ผลคือลูกทริปทุกคนต่างก็พากันยินดีที่ตนเองได้มาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นกัน แต่เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้ หลายวันให้หลัง เมื่อกลับถึงประเทศไทย คุณอุ๋มอิ๋มเริ่มได้รับข้อความจากคนที่ไปทริปมาเลซีย เขาบอกว่าตัวเองฝันเห็นคนสภาพเหมือนซอมบี้มาทึ้งมาจับตัว เขาสงสัยอยู่สักพักว่าวิญญาณนี้ต้องการอะไร จนกระทั่งนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองยังไม่ได้กรวดน้ำให้ดวงวิญญาณที่เจอที่ศาลเจ้าเลย เขาจึงรีบกรวดน้ำเสร็จสรรพแล้วบอกคุณอุ๋มอิ๋ม สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ลูกทริปคนนี้คนเดียว มีลูกทริปจำนวนหนึ่งเลยที่มีวิญญาณที่เขาตามมาขอส่วนบุญ คุณอุ๋มอิ๋มยังฝากทิ้งท้ายให้กับชาวคลุมโปงทุกคนด้วยว่า เราควรกรวดน้ำหลังทำบุญ เพราะมันเหมือนเป็นการทำบุญอย่างเสร็จสมบูรณ์ นอกจากเราจะตั้งจิตภาวนาให้ได้มาซึ่งบุญกุศลแล้ว เรายังให้ทานแก่ดวงวิญญาณที่เขามาขออีกด้วย(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-